++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2548

เป็นเพื่อนทำไม เป็นแฟนดีกว่า

เพื่อนจะกลายมา เป็นแฟนกัน ได้ไหม? อย่าลืมนะว่าความใกล้ชิด ส่งพลังจิตทำให้ มนุษย์รักกันมานักต่อนักแล้ว เหมือนคำพูดที่มักได้ยินบ่อยๆ ไงว่า รักแท้แพ้ใกล้ชิดอะไรทำนองนั้น แต่เอ คนเราจู่ๆจากเป็นเพื่อน แล้วจะกลายมาเป็นแฟนได้จริงเหรอ? ฟังดูทะแม่งๆไปอ๊ะป่าว แต่แหมขืนเป็นจริงก็ดีน่ะสิ ใครๆ คงแฮปปี้มีความสุขอย่าให้ เซด วันๆ คงได้ตบตี เอ๊ย...หว่านเสน่ห์ใส่กันอุตลุด เพราะรู้นี่ว่าคนที่คุณรักคือคนที่รู้จักคุณมากที่สุด... ใช่ม้า ใน เพื่อนสามารถเป็นแฟนกันได้ไหม? (Can Friends be Lovers?) ใครขืนตอบว่าไม่ได้ คงถูกโห่แน่ๆ เพราะรู้ๆกันอยู่นี่ว่า จากเพื่อนแล้วกลายมาเป็นแฟนนะเหรอ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเห็นจนชินแล้วนี่ แต่อ๊ะ อ๊ะ แม้จากเพื่อนมาเป็นแฟนจะมีข้อดีในแง่ที่ว่า ซี้กันมาก่อน จึงรู้นิสัยใจคอกันพอสังเขป ดังนั้น พอสวิงจากรักแบบเพื่อนมาเป็นรักแบบแฟนปุ๊บปั๊บหยั่งงี้ ย่อมจูนคลื่น สร้างความเข้าใจกันได้ มากกว่าคนไม่เคยเป็นเพื่อนมาก่อนแหงๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะจริงอยู่หรอก แต่คงไม่ใช่ทุกคู่น่า ที่พอหงายเก๋งเป็นแฟน แล้วจะไปกันได้รอดตลอด รอดฝั่งซะหมด ด้วยเหตุนี้ ก่อนตัดสินใจกระโจนข้ามรั้วจากเพื่อนไปเป็นแฟน จึงอยากตั้งกระทู้ให้ ลองหยุดคิดก่อน ริมีแฟน ดังนี้

1. คุณอยากมีรักยืนยงหรือแค่ประสงค์เซ็กซ์ชั่วคราวกันแน่ล่ะ เค้าว่า เพื่อนที่เปลี่ยนมาเป็นแฟนเนี่ยนะจะไปด้วยกันได้สวยทีเดียว ...ถ้าบุคคลทั้ง 2 มีความปรารถนา ในสิ่งเดียวกัน นั่นคือ รักกันและกันอย่างจริงแท้แน่นอนไงเล่า ว่าแต่เจ้าความรักเนี่ยนะ สมัยนี้มักเกิดเร็ว แต่ดับง่าย เหตุนี้ลองเอามือก่ายหน้าผากก่อนนอนเพื่อใช้สมองคิดให้มากๆก่อนดีไหมว่า ไอ้ที่ว่ารักเพื่อน แล้วอยากเป็นแฟนเค้าใจจะขาดเนี่ย เป็นรักมั่นคงหรือแค่รู้สึกวูบไปวาบมาประเดี๋ยวประด๋าวกันแน่เออ หากยังไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่งไปเปลี่ยนแปลงอะไรให้ อนาคตเลือดตกยางออกเวลาเลิกกันเล้ย เพราะวัยรุ่นสมัยนี้น่ะ ลองขัดใจดูเดะ เป็นได้ชักดิ้นชักงอ ลงไป กองนอนกับพื้นนั่นแหละ แถมบางคู่นะ ไอ้ที่อยากเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟนก็เพราะอยากลองรักกุ๊กกิ๊ก ให้รู้รสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มเท่านั้นแหละ ทำนองไม่รู้จะประลองยุทธ์บนเตียงกับใคร ก็คว้าเพื่อนใกล้ตัวนี่แหละมาเป็นเหยื่อซะ ขืนเป็นงี้แล้วจะอยู่กันรอดรื้อ ถ้ารักจริงไม่เห็นจำเป็นต้องรีบร้อน เพราะวันนึงเค้าย่อม “เสร็จ” เราอยู่แร้น อิ อิ ไม่รู้จักคลีโอพัตรากลับชาติมาเกิดซะแล้ว

2. สำรวจตรวจสอบสิว่า มีพฤติกรรมอะไรของเจ้าเพื่อนซึ่งคุณ อยากให้เป็นแฟนบ้าง ที่คุณไม่ชอบเอาซะเลย อีตอนรักกัน อาจตาบอดไปชั่วขณะ แต่ อย่าลืมว่า ถ้า รักถึงขนาดย้ายบ้านไปอยู่ด้วยกัน ทั้งวันทั้งคืนละก็ คุณต้องคลุกอยู่กับเขาอีกนานนะ ไม่ใช่เพื่อนที่เจอกันแค่วันละ 15 นาทีเหมือนเดิมแล้ว เหตุนี้ลองเอาปากกาและกระดาษมาเขียนข้อดี และข้อเสียของเขาดูก่อนไหม ว่าเค้ามีสิ่งที่เราชอบหรือไม่ ชอบอย่างไหนมากกว่ากัน หากเค้ามีนิสัยที่เราไม่ชอบมากกว่า ก็อย่าสะเหร่อไปเลือกมาเป็นแฟนเชียวล่ะ

3. จะเกิดอะไรขึ้น หาก “เลิกรา” กันขึ้นมา? อุ้ย...ลองตอบให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน เช่น ถ้าตอบว่า ถ้าเลิกกันนะเหรอ ก็ยังเป็นเพื่อนต่อไปได้ อย่างงี้ไปจองเรือนหอเลยน้อง แต่ถ้าได้คำตอบว่า คงไม่คบกันแล้วล่ะ แหมตอบเหมือนซ่อนความเจ็บปวดอยู่ภายใน แล้วงี้จะเป็นแฟนกันไปไย เป็นเพื่อรอให้เสียวซ่านเล่นหรือไงว่าเมื่อไหร่เค้า โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นมา เดี๋ยวเหอะ สนามรักกลายเป็นสมรภูมิรบ แล้วคอยหลบลูกปืนให้ดีๆละกัน

4. รู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นเพื่อน (ก็คนที่คุณอยากเป็นแฟนเขาจนตัวสั่นนั่นแหละ) ควงคนอื่น? หากเห็นแล้วอิจฉาริษยา หน้าหงิกหน้างอละก็ เอางี้ เดินไปพูดกับเขาตรงๆเลยไป ว่าอยากเป็นแฟน ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว ดูสิว่าเขาจะพะอืดพะอมยังไง จะได้รู้กันไป แต่ถ้าเห็นเขาเดินกับคู่ขา (รู้ได้ไงก็ไม่รู้ ฉลาดจังนะตัวเอง) แต่กลับเฉยๆ แสดงว่าไม่ได้รัก ซะหน่อย อย่าบ๊องส์หน่อยเลย แหม้ เห็นคนอื่นมีแฟนไม่ได้ อยากมีมั่งนะเซ่ เอางี้ไหม หลังจากตรวจสภาพจิต...เอ๊ย...รู้ใจตัวเองแล้วว่าชอบเขาแหงๆ จะบอกเคล็ดวิชา เรียกร้องความสนใจจากคนที่คุณปรารถนาให้ชายตามามองคุณบ้าง เอาบุญ ก็ละกัน ว่ากันว่านะ ถ้าคุณหาเรื่องเจอหน้าเขาบ่อยๆ เจอวันละนิด วันละหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้เจอทุกวัน และหมั่นทำตัวให้อยู่ในสายตาของยอดยาหยีที่คุณหมายปองถี่ยิบ เชื่อดิ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะชอบคนที่เราเจอหน้าบ่อยๆได้นะเอ้า นี่ไม่ได้พูดเล่น แต่มีข้อแม้หน่อยนึงว่า คุณกับใครคนนั้นต้องถูกชะตาซึ่งกันและกันแต่แรกด้วย จะยิ่งสัมฤทธิผล มากขึ้น ส่วนจะ วัดใจเขาได้ไงเหรอ ว่าชอบคุณหรือยัง? พิจารณาสิ่งต่อไปนี้สิ เช่น

1. เมื่อคุณเล่าความฝันให้เขาฟัง เขาสนใจถึงกับถามให้คุณเล่าต่อหรือเปล่า?

2. หากคุณมีงานหรือมีเรียนต้องทำเยอะ และไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จง่ายๆ เขายินดีนั่งเป็นเพื่อน ด้วยไหม?

3. เขาชอบอ่านดวงตามราศีของคุณบ่อยๆหรือเปล่า?

4. เขาหัวเราะเรื่องที่คุณเล่าเกี่ยวกับเพื่อนทโมนของคุณให้ฟังไหม? ถ้าคำตอบเป็น ใช่ ทุกข้อละก็ ชักมีแวว ข้ามฟากจากเพื่อนมาเป็นแฟนได้แฮะ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น