++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“ฝึกสมอง ชะลอความเสื่อม” นวัตกรรมล่าสุด จากพยาบาลศาสตร์ มข.




พยาบาลศาสตร์ มข.คิดค้นนวัตกรรม “ฝึกสมอง ชะลอความเสื่อม” คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 สาขานวัตกรรมออกกำลังกาย และกีฬาเพื่อสุขภาพ จากโครงการนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 12 ประจำปี 2555
     
       นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คิดค้นนวัตกรรม “ฝึกสมอง ชะลอความเสื่อม” คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 สาขานวัตกรรมออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ จากโครงการนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 12 ประจำปี 2555 โดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
     
       สำหรับโครงการนวัตกรรมแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อขับศักยภาพทางด้านการคิดค้นนวัตกรรมของเยาวชนไทย และเพื่อสนับสนุนเยาวชนให้เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมของประเทศ อีกทั้งเป็นการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน โดยเจ้าของผลงานประกอบด้วย นางสาวจตุพร พันธุ์พรหม นางสาวจารุญาณี คำหอม นางสาวทิวาพร พรหมงาม นางสาวเบญจวรรณ น้อยหา นางสาวพิชญากร สันชิด นางสาวรัตนาภรณ์ มีครไทย นางสาวศิวพร ศิวพลงาม นางสาวศิวพรรณ ศิวพลงาม นางสาวรัชยา สาธิตสิริกุล และอาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร.เพ็ญจันทร์ เลิศรัตน์
     
       นอกจากพวกเขาทั้ง 10 คน จะได้รับโล่พร้อมเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท ยังสร้างความภาคภูมิใจที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับคณะพยาบาลศาสตร์ ทั้งยังดีใจที่ผลงานนวัตกรรมของพวกเขาได้รับความสนใจและได้รับรางวัลในครั้งนี้ด้วย
     
       เจ้าของผลงานเล่าถึงนวัตกรรม “ฝึกสมอง ชะลอความเสื่อม” ว่า สำหรับการศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนานวัตกรรมและบริหารสมอง ในการชะลอความเสื่อมของสมองในผู้สูงอายุและผู้ที่เข้าสู่วัยสูงอายุ โดยใช้กระบวนการพัฒนานวัตกรรมดังนี้ คือ การศึกษาสถานการณ์ภาวะสมองเสื่อม ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม และแนวทางการบริหารสมองด้วยเกม ออกแบบที่ประดิษฐ์และทดลองใช้โดยผู้สูงอายุ ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะและให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบนวัตกรรม นำไปทดลองใช้ในผู้สูงอายุในชุมชนสามเหลี่ยม 2 อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และประเมินผลเป็นขั้นตอนสุดท้าย
     
       “ผลงานประกอบด้วย เกมหมากโยน ที่จะช่วยฝึกสมาธิและกระตุ้นสมองในการประสานการทำงานระหว่างสายตาและมือ, เกมบันไดประเพณี ช่วยฝึกสมาธิและกระตุ้นสมองกลีบท้ายทอย จากการจัดลำดับความคิดจากสิ่งที่มองเห็น ทั้งยังช่วยกระตุ้นสมองด้วยการคำนวณง่ายอย่างการบวกและลบเลข, เกมจับคู่ เป็นการลับคมสมองกลีบหน้า ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิด ความจำ การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อลาย การพูด การับรู้ภาษา การมีสมาธิ เกิดความรู้สึกนึกคิดและการคิดอย่างมีเหตุผล, เกมซูโดกุ ช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ด้วยการคิดแก้ปัญหา และสุดท้าย เกมเขาวงกต กระตุ้นสมองกลีบข้าง ที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมและประมวลข้อมูล ความรู้สึกทั้งหลายและสมองเล็ก ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูล ประสานงานระหว่างอวัยวะต่างๆ ทำให้สมองได้ฝึกคิดและแสดงออกด้วยความรวดเร็ว” เจ้าของผลงานเล่า

เสาร์ที่ 3 พ.ย.2555 รำลึกถึงลุงพงศ์ คนดีที่จากไป แต่อยู่ในใจของเรา



จุดเริ่มต้นสานต่อ ให้คนรักลุงพงศ์มาพบกัน

ในโลกออนไลน์ อินเตอร์เนต ทำให้ทุกอย่างสะดวกสบายก็จริง ดูเหมือนว่า ผู้คนจะรู้จักกันมากมาย แต่ความจริงแล้ว เราแทบที่จะไม่รู้จักกันเลย
....เพราะ ไม่ใช้เครื่องมือสื่อสารที่สะดวกสบายนี้ ติดต่อสื่อสารกัน

เมื่อลุงพงศ์จากไปอย่างปัจจุบันทันด่วน อย่างที่ไม่มีใครคาดถึง หลายคนรับรู้ข่าวสารทันทีจากเฟสบุค ในขณะที่อีกหลายคน ก็พึ่งจะรู้ข่าวหลังจากที่ลุงพงศ์จากไปแล้ว 7 วัน เพราะพึ่งเข้ามาเปิดดูเฟสบุค

อยู่ที่ว่า เราใช้เป็น หรือ ไม่เป็น..





จากการที่เคยมีลุงพงศ์ และป้ามีดบิน เป็นตัวเชื่อมประสาน เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงกับคนแปลกหน้าหลายคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ให้มาพบกัน
เมื่อขาดตัวเชื่อมประสาน ทุกอย่างดูเหมือนจะสะดุดหยุดลง ถ้าไม่มีการพบปะ ประสานงานกันต่อไป ทุกสิ่งที่คิด หวังไว้ ก็คงยุติลง เพราะไม่มีใครกล้าสานต่อ

งานรำลึกถึงลุงพงศ์ เศรษฐพงศ์ มณีผ่อง แบบเรียบง่าย จึงเกิดขึ้นในวันที่ 3พ.ย.2555 ที่วัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี

สถานที่ที่ลุงพงศ์ จะมาจัดอบรมในวันเสาร์ อาทิตย์ที่ 27-28 ต.ค.2555 แต่ไม่มีโอกาส เพราะต้องจากไปเสียก่อน

เมื่อท่านจากไปแล้ว หลายคนยังคิดถึง ยังระลึกนึกถึงลุงพงศ์อย่างต่อเนื่อง ในเฟสบุคส์ของลุงพงศ์ยังมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาโพสต์ข้อความรำลึกถึงอย่างต่อเนื่อง เสมือนว่าลุงพงศ์ยังคงอยู่เช่นเดิม เพียงแต่เจ้าของเฟสบุค ไม่อาจที่จะ

มากดไลท์ ตอบหรือ ทักทายใครต่อใครได้อีกแล้ว

หากมีเวที หรือ กิจกรรมที่ให้ได้ร่วมกันแสดงออก ไม่ว่าใหญ่ หรือเล็ก หากมีโอกาสได้ร่วม คนที่รักลุงพงศ์ ก็อยากที่จะมาร่วมตามวันเวลา โอกาสที่สามารถมาร่วมได้ งานรำลึกเล็กๆในวันที่ 3 พ.ย. จึงได้เกิดขึ้นมา...


3 พ.ย.2555 รำลึกถึงลุงพงศ์ คนดีที่จากไป แต่อยู่ในใจของเรา
ร่วมวางดอกไม้รำลึกถึงลุงพงศ์ ในเวลา 14.00 น. ณ อาคาร 200 ปี วัดเขมาภิรตาราม  จ.นนทบุรี

อุทัยฯ จัดตักบาตรเทโวยิ่งใหญ่ฉลองปีพุทธชยันตี-ดึง“พิ้งกี้” แสดงนำ แสง สี เสียง



     อุทัยธานีเตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวอย่างยิ่งใหญ่เฉลิมฉลองปีพุทธชยันตี เพื่อสืบสาน เอกลักษณ์ความภาคภูมิใจของจังหวัด ด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยมีไฮไลท์คือการแสดงแสง เสียง และสื่อผสม ชุด “เทโวโลกะไตร มหาไตรบารมี” คืนวันที่ 30 ต.ค.นี้ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ส่วนเช้าวันที่ 31 จัดประเพณีตักบาตรเทโว
       
       นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี กล่าวว่า “ประเพณีตักบาตรเทโวที่วัดสังกัสรัตนคีรี เป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดที่จัดได้สอดคล้องกับตำนานในสมัยพุทธกาลมาก โดยมีบันได 499 ขั้น ทอดยาวจากมณฑปรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาสะแกกรัง ลงสู่บริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรีซึ่งอยู่เชิงเขา เปรียบเสมือนบันไดทิพย์ที่พระอินทร์เนรมิตจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทอดลงสู่เมืองสังกัสสะนคร พระภิกษุสงฆ์จากทุกอำเภอของอุทัยธานีจะเดินลงจากบันไดมารับบิณฑบาต ให้พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และข้าวต้มลูกโยนตามประเพณี ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง”


การแสดง แสง สี เสียง

       ทั้งนี้ ในช่วง 19.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ซึ่งเป็นวันออกพรรษา จะจัดการแสดงแสง เสียง และสื่อผสม ชุด “เทโวโลกะไตร มหาไตรบารมี” นำเสนอเรื่องราวผ่านเทพธิดาสุพรรณิการ์ (ฝ้ายคำ) ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ตั้งแต่การก่อร่างสร้างเมือง และความสำคัญของอุทัยธานีในด้านต่างๆ ทั้งการเป็นเมืองของสมเด็จพระปฐมบรมราชชนก (ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) มีพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองคือ “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” สมัยสุโขทัย ที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้มาประดิษฐานที่อุทัยธานี ปัจจุบันอยู่ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งเป็นวัดสำคัญที่จัดงานประเพณีตักบาตรเทโว การแสดงชุดนี้มีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง นำแสดงโดย “พิ้งค์กี้” สาวิกา ไชยเดช รับบทเทพธิดาสุพรรณิการ์
     
       “สำหรับวันที่ 31 นั้น จะเริ่มประเพณีตักบาตรเทโวในเวลา 09.00 น. โดยบรรดาพุทธศาสนิกชนจะร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมทั้งข้าวต้มลูกโยนกันอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ยังมีการจัดขบวนแห่รถบุปผชาติเกี่ยวกับพุทธประวัติ ในเขตเทศบาลเมือง พร้อมทั้งจัดแสดงโต๊ะหมู่บูชาประดับด้วยงาช้างที่สวยงามอย่างยิ่ง ซึ่งมีให้ชมเฉพาะที่อุทัยธานีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น เนื่องจากสมัยก่อนอุทัยธานีเป็นเมืองที่ต้องจับช้างส่งไปให้กรุงศรีอยุธยาเป็นประจำ ทั้งยังเป็นเมืองทำไม้ซึ่งต้องใช้ช้างจำนวนมากช่วยในการชักลากซุง เมื่อช้างล้มก็เก็บงาเอาไว้ บ้านคหบดีส่วนใหญ่จึงมีงาช้างบ้านละหลายคู่เป็นมรดกตกทอดมาถึงลูกหลาน ที่เก็บรักษาโดยประดับคู่กับโต๊ะหมู่บูชาประจำบ้าน ต่อมาเมื่อมีการจัดขบวนแห่รถพุทธประวัติในงานประเพณีตักบาตรเทโว ทางจังหวัดจึงเชิญชวนบ้านต่างๆ ที่มีงาช้าง มาร่วมจัดแสดงหรือประกวด เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรา” นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี กล่าว

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หากคุณรู้จักใครสักคนที่เป็นแบบนี้ คุณจะทำอย่างไร? " โรคของเด็กฉลาด "



หากคุณรู้จักใครสักคนที่เป็นแบบนี้ คุณจะทำอย่างไร?
" โรคของเด็กฉลาด "
มีโรคแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่น่าสนใจ
แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม (Asperger"s Syndrome) โรคแปลกๆ ที่จะทำให้เกิดความผิดปกติในการเข้าสังคม ด้วยมีอาการหมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากกว่าปกติฟังดูเหมือนว่าอาการของโรคนี้จะไม่รุนแรง หรือออกอาการโดดเด่นเหมือนกับการเป็นออทิสติก ดาวน์ซินโดรม หรือ ไฮเปอร์ ก็ตาม เพราะโรคนี้จะเกิดขึ้นกับเด็กปกติ แถมเป็นเด็กที่ เฉลียวฉลาด สติปัญญาดีสำหรับอาการของโรคนี้ ไม่ได้แสดงออกทางโรคร้าย รูปร่าง หน้าตา แต่จะไปออกเอาที่พฤติกรรม อาการที่ว่านี้มีอยู่ 3 ประการ ด้านภาษา สังคม และพฤติกรรมด้านภาษา ที่ว่านี้ ไม่ได้อยู่ที่พูดไม่ชัดหรือติดขัดในเวลาพูดแต่จะอยู่ที่ความเข้าใจในเรื่องที่จะพูด โดยเฉพาะเรื่องแฝงนัย กำกวม อย่างมุกตลก คำเปรียบเปรย และคำประชดประชันต่างๆ หรือคำผวนด้านสังคม ก็จะออกในแนวที่ไม่ยอมมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่ค่อยมองหน้าหรือสบตาเวลาพูดคุย แยกตัวอยู่คนเดียวไม่ค่อยสนใจบุคคลรอบข้าง เล่นกับเด็กคนอื่นไม่ค่อยเป็น ไม่รู้จักการทักทาย ยับยั้งชั่งใจหรือรอคอยไม่เป็น ส่วนด้านพฤติกรรม จะเห็นได้จากการที่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ระดับที่เรียกได้ว่า หมกมุ่น โดยเฉพาะกับเรื่องที่ซับซ้อน อย่างเช่น แผนที่โลก วงจรไฟฟ้า ยี่ห้อรถยนต์ ดนตรีคลาสสิก ไดโนเสาร์ ระบบสุริยจักรวาล เป็นต้น ส่วนต้นเหตุของโรคแอสเพอร์เกอร์นี้ยังไม่ทราบที่มาที่ไป แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเชื่อว่ามีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการทำงานที่ผิดปกติทางสมอง พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

น.พ.จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็กที่เป็นโรคนี้ว่า บางคนอาจมีปัญหาเรื่องที่ไม่สามารถมีสมาธิกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานนัก หรือมีปัญหาในการจัดลำดับเรื่องต่างๆ แม้จะมีทักษะในบางเรื่องที่อาจจะดูดีกว่าเด็กอื่นก็ตาม

เด็กเหล่านี้จะไม่ยอมเข้าสังคม ไม่พูดคุย ไม่ร่วมกิจกรรมใดๆ บางรายถึงขนาดยอมให้ครูตี เพราะไม่ส่งการบ้าน ที่ร้ายไปกว่านั้นเด็กกลุ่มนี้จะชอบทำอะไรก็จะทำแบบสุดโต่ง และจะมีความอ่อนไหวมาก เวลาที่เขารักใครก็จะรักจริง.

การอยู่ร่วมกันกันเป็นกลุ่ม อาจมีเรื่องร้อนรุ่มในดวงจิต


การอยู่ร่วมกันกันเป็นกลุ่ม
อาจมีเรื่องร้อนรุ่มในดวงจิต
กระทบกันบ้างทางความคิด
อย่าได้ยึดติดสิ่งใดในใจเรา

ฝึกคิดและตรึกตรอง
เปลี่ยนมุมมองใหม่
หามุมใกล้เคียงใจคนอื่นเขา
อย่าคิดแต่มุมเรา
...
ปัญหาอาจบางเบากว่าที่เป็น

Korpai
20/10/2012

ส่วนที่ชั่ว....มีกลั้ว....อยู่ในดี


ส่วนที่ชั่ว....มีกลั้ว....อยู่ในดี คือมีดี....เลศยั่ว....ให้มัวหลง
ไม่คอยสอน..ไม่คอยเตือน..อาจเฟือนลง สอนไม่ลึก....สอนไม่ตรง....จึ่งหลงดี
ยั่วให้หลง....ในดี-ดี.....เป็นผีบ้า ไม่นานหนอ....ต่อมา....ก็สิ้นศรี
ดีมันสอน....ไม่ค่อยจะ....ถูกวิธี ยึดมัน "ดี"...แล้วยิ่งยาก...จะจากวาง
ยิ่งมีดี......ก็ยิ่งมี......คนรบกวน หลายกระบวน..หลายวิธี...ไม่มีสร่าง
พวกริษยา...ก็หาช่อง...จ้องจิตล้าง มองดูบ้าง.....ชั่วในดี.....มีอยู่เน้อฯ
-----------------------------------
(-พุทธทาสภิกขุ-)

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ที่เรารักทุกวัน เรามีความรู้สึกว่า ท่านเป็นพ่อเรา



"...ที่เรารักทุกวัน เรามีความรู้สึกว่า ท่านเป็นพ่อเรา
แล้วเวลาเรามีทุกข์มีภัย เราฟ้องพ่อ
เราไม่มีความเกรงกลัว เพราะพระองค์ท่านไม่ได้ปกครองให้เราไปกลัว
มีแต่ความรัก เราก็เลยรู้สึกอบอุ่น เวลาเรามีภัยมา
เราก็นึกถึงแต่พระองค์ท่าน ท่านต้องช่วยเราได้.."

    ดีเจปลาพยูน 16 ก.ย.55
    FM 87.75 MHz จ.นนทบุรี

เห็นตัวเองผ่านคนอื่น





คุณไม่มีทางรู้ว่าในมุมมองของคนอื่น
ตัวคุณเป็นอย่างไร
จนกว่าจะเจอใครสักคนที่คล้ายกัน
และทำให้คุณพอใจหรือไม่พอใจอย่างแรง

คนเหมือนคุณเป๊ะหายาก แต่คนทำอะไรๆคล้ายคุณหาง่าย
ยิ่งถ้าเป็นคนที่ทำอะไรแบบเดียวกับที่คุณตัดสินใจทำตอนอยากได้มากๆ
หรือตอนกำลังโมโหโกรธาจัดๆ
ก็ดูเหมือนจะพบเจอได้ทั่วไปที่โน่นที่นี่

กว่าจะเข้าใจเหตุผลว่าคนอื่นชอบหรือไม่ชอบ
ยอมรับหรือไม่ยอมรับการกระทำแบบไหน
อยากอยู่ด้วยหรืออยากออกห่างคุณ
บางทีก็ต้องเจอคนทำแบบเดียวกันกับคุณ
ถึงจะย้อนไปนึกออกว่าเวลาเราทำกับคนอื่นเขารู้สึกอย่างไร

พระพุทธเจ้าตรัสว่าอยากให้ใครดีมา
ก็ให้ดีกับเขาก่อน
แม้คุณจะนึกเถียงในใจว่า
ดีอย่างไรมันก็ร้ายมาอยู่วันยังค่ำ
แต่ที่สุดแล้วเมื่อดีกับคนมากพอ
ยืนหยัดกับตัวตนเดิมนานพอ
ความพร้อมจะดีกับใครๆจริงๆ
ก็เข้มข้นพอจะผ่อนหนักให้เป็นเบา
หรือเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้
ถึงตรงนั้นจะรู้ว่าพระพุทธเจ้า
ไม่ได้สอนให้ดีครั้งเดียวแล้วได้รับผลตอบแทนดีๆกลับมาตลอดไป
ท่านให้ดีตลอดไป แล้วค่อยหวังจะรับผลดีได้นานๆครับ

ดังตฤณ
ตุลาคม ๕๕

อยากให้อ่านนะ





สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร
คิดดี พูดดี ทำดี
เป็นศรี เป็นพร สูงสุด
ไม่มี พรเทพ พรมนุษย์
เปรียบประดุจ ความดี ที่ทำเอง
ความคิดอย่างหนึ่ง
ที่สมควรฝึกให้เกิดขึ้นประจำ
คือความคิดว่า "พอ"
คิดให้รู้จัก "พอ"
ผู้รู้จักพอ จะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ
ส่วนผู้ที่ไม่รู้จักพอจะเป็นผู้ร้อนเร่า
แสวงหาไม่รู้จักหยุดยั้ง
คนรวยที่ไม่รู้จักพอก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา
คนจนที่รู้จักพอก็เป็นคนมั่งมีตลอดเวลา
พระภิกษุ พระยานรรัตน์ราชมานิต (ธมมวิตกโก ภิกขุ) วัดเทพศิรินทราวาศ
รักษาตัว กลัวกรรม อย่าทำชั่ว
จะหมองมัว หม่นไหม้ ไปเมืองผี
จงเลือกทำ แต่กรรม ที่ดีดี
จะได้มี ความสุข พ้นทุกข์ภัย
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
..ให้พอดีเหมือนกับไม้สอยมะม่วง
ยาวหรือสั้นเกินไป มันใช้ไม่ได้
การปฏิบัติถ้าปัญญาสูงเกินไปก็สอนยาก
ต่ำเกินไปก็สอนยาก ต้องหาให้มันพอดี
คือ ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป
ฉะนั้น ธรรมะไม่ต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) สวนโมกขพลาราม ไชยา
มีชีวิตอยู่ โดยไม่ต้องรู้สึกว่า
เราดี-เด่น-ดัง อะไรเลย
เพียงแต่รู้สึกว่า
เป็นผู้มีประโยชน์ที่สุดคนหนึ่ง
นั่นแหละถูกต้องและเป็นสุขแท้
มองแต่แง่ดีเถิด
เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคนมีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริงฯ
พระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) วัดชลประทานรังสฤษฏ์
ไม่ว่าอะไร...ถ้าเราเข้าไปยึดไปจับไปฉวยไว้
มันก็เป็นปัญหา สร้างความทุกข์
ความเดือดร้อนใจแก่เราทั้งนั้น
ตัวทุกข์ จึงเกิดจากอุปาทานหรืออภินิเวสายะ
คือเข้าไปเกาะไปจับสิ่งนั้นไว้มันก็เป็นความทุกข์
พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ. ปยุตโต) วัดญาณเวศกวัน นครปฐม
โลกต้องการคนดี มิใช่เพื่อให้มารับรางวัล
แต่เพื่อมาช่วยทำชีวิตและสังคมให้ดีขึ้น
ไม่พึงทำดีเพื่อเอาความดีมาเสริมตัวตน
แต่พึงสละตนเพื่อเสริมความดี
คนทำดีอย่างแท้จริง
เสียสละได้แม้กระทั่งการที่จะให้คนอื่นรู้ว่า
ตนได้ทำความดี
พระเดชพระคุณพระธรรมสิงหบุราจารย์หลวงจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี
การให้ที่มีคุณมากยิ่งคือ
๑ ให้เกียรติ
๒ ให้อภัย
ฝังอยู่ในจิตใจตลอดนิตยกาล
การเห็นใจผู้ที่ทำผิด จะทำให้สามารถลดคนทำผิด
และลดปริมาณความผิดลงได้
พระพยอม กัลยาโณ (พระพิศาลธรรมพาที) วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี
คิดก่อนจึงทำ
การขยันให้ทาน...ตถาคตไม่สรรเสริญ
แต่ตถาคตสรรเสริญ...คนที่คิดใคร่ครวญ
ดีแล้วจึงให้ เพราะเมื่อใคร่ครวญแล้ว
จะไม่มีใครเดือดร้อนจากการให้
ยสาโร ภิกขุ วัดป่านานาชาติ ต.บุ่งหวาย จ.อุบลราชธานี
ความโกรธ ความอิจฉาพยาบาท
เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับว่าไม่ดี
แต่น้อยคนที่จะระงับโกรธได้
เหมือนยาเสพติดที่ทุกคนเลิกยาก
ทั้งที่ยอมรับว่าเป็นอันตรายต่อชีวิต
ในกรณีนี้ต้องใช้วิธีแผ่เมตตา
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) วัดเบญจมบพิตร
เพื่อความสวัสดีแห่งชีวิต
สิ่งที่เธอควรมี "สติปัญญา"
สิ่งที่เธอควรแสวงหา "กัลยาณมิตร"
สิ่งที่เธอควรคิด "ความดีงาม"
สิ่งที่เธอควรเข้าหา "นักปราชญ์"
สิ่งที่เธอควรฉลาด "การเข้าสังคม"
สิ่งที่เธอควรนิยม "ความซื่อสัตย์"
สิ่งที่เธอควรตัด "อกุศลมูล ฯลฯ

ธนาคารความสุข โดย aston27






อาจารย์ Smart Phone







เปิดตัวไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียนแอปเปิล สำหรับไอโฟนห้า

ผมยังไม่เห็นของจริงนะครับ เห็นแต่รูปและข่าวที่เขารายงานกัน



สิ่งที่ผมเห็นอย่างหนึ่งในการประชาสัมพันธ์มือถือยุคนี้คือ

เขาเล่นกับความอยากของคนได้อย่างน่ากลัว



อยากรู้มากใช่มั้ย ว่ามือถือรุ่นใหม่หน้าตายังไง

เขาไม่ให้เห็นตรงๆ แต่เขาจะปล่อยข่าวในลักษณะของ “ภาพหลุด”

แล้ววางขายไม่พร้อมกัน เพื่อปั่นกระแสให้คนพูดถึงและอยากได้

เพื่อจะสร้างกระแสการ “มีใช้เป็นคนแรกๆ”



ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้จำเป็นอะไร

นอกจากต้องจ่ายแพงขึ้นและเสียเงินก่อนคนอื่น



ยุคนี้เป็นยุคการเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้า

แต่หลายคนว่า การสื่อสารที่ว่าก้าวหน้า มันพัฒนาแต่เครื่องมือ

แต่ความสามารถในการพัฒนาจิตของคนใช้ ยังน่าสงสัยอยู่



ผมมีข้อสังเกตว่า สมาร์ทโฟนก็ดี แท็บเล็ตก็ดี

มันช่วยทำให้คนอยู่ไกล เหมือนอยู่ใกล้กันมากขึ้น

แต่ขณะเดียวกัน กลับทำให้คนที่อยู่ใกล้ เหมือนไกลกันออกไป



เคยเห็นไหมครับ คนนั่งโต๊ะทานข้าวเดียวกัน

แต่ไม่คุยกัน ต่างคนต่างเล่นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์

กับคนอื่นผ่านมือถือ แท็บเล็ตของตัวเอง



อันนี้โทษอุปกรณ์ไม่ได้นะ ต้องโทษคนใช้เอง



ข่าวบอกว่า มือถือใหม่ไอโฟนห้า หน้าจอจะกว้างขึ้น

ตัวเครื่องจะบางลง แบตเตอรี่จะอึดกว่าเดิมใช้ได้นานขึ้น

โดยสรุป อะไรที่เป็นจุดอ่อนก็ถูกพัฒนาให้ดีขึ้น



ส่วนเรื่องว่า สตีฟ จอบส์ ผู้ล่วงลับ จะมีส่วนในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้

มากหรือน้อยแค่ไหน อันนี้เราไม่รู้หรอกนะครับ



รู้แต่ว่า ถ้าเป็นพัฒนาการจิตใจของเราแต่ละคนเอง

จะเป็นใครหน้าไหน ก็มาทำให้เราพัฒนาไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำเอง

จะเรียนรู้จากวิธีที่เขาพัฒนาไอโฟนก็ได้นะครับ

คืออะไรที่เป็นจุดอ่อนของจิตเรา ก็ปรับปรุงใหม่ซะ

ถ้าปรับปรุงไม่ได้ อย่างน้อยก็อย่าให้มันแย่ลง



ไอโฟนใหม่ หน้าจอเขากว้างขึ้น

แล้วใจเราล่ะ แคบลงหรือเปล่า



ตัวเครื่องไอโฟนห้าจะบางลง

แล้วกิเลสเราล่ะ บางลงหรือหนาขึ้น



แบตเตอรี่ของไอโฟนห้า เขาว่าจะทนทานใช้งานได้นานขึ้น

แล้วขันติ ความอดทนของเราล่ะ มันยาวนานขึ้นหรือสั้นลง

สำนวนโบราณเขาว่า ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตน

ยุคนี้ต้องพูดว่า ดูแท็บเล็ตมือถือ แล้วย้อนดูตน น่าจะเหมาะ



ขอย่างเดียวว่า อย่าพัฒนาช้ากว่าสมาร์ทโฟนก็แล้วกันนะ ^^



สุขสันต์วันแอปเปิลแหว่งครับ

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมปฏิบัติธรรมหลักสูตร " อิ่มเอมใจ - กาย " ในวันที่ 26 - 28 ต.ค.2555





ในเดือน ตุลาคม  ทางหลักสูตร " อิ่มเอมใจ - กาย "  ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน เข้าร่วมปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นการน้อมนำเอาหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และ  เราได้ฝึกฝนจิต มีสมาธิ มีสติปัญญา ในการแก้ไขทั้งปัญหาการงานและชีวิต   ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่  26 - 28  ตุลาคม 2555 ( รุ่นที่ 34 )  ค่ะ ณ อาคารพิศาลพร ชั้น 4 ( ตรงข้ามเซ็นทรัลพระราม 2 ) กรุงเทพฯ   ด้วยการสวดมนต์ ฟังธรรม นั่งสมาธิ เจริญสติในอิริยาบถ ต่างๆ  เพื่อสร้างกุศลร่วมกัน หากท่านใดมีความประสงค์จะเข้าร่วมสามารถแจ้งได้ที่ 0-2416-8002- 4
         พิเศษ รุ่นที่ 34 นี้ ความรู้ทางสุขภาพ วิทยากรจะมีการบรรยายประสบการณ์การไปเข้าคอร์สล้างพิษตับ ตับอ่่อน ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่    และหัวข้อ เมื่อเซลมะเร็งเริ่มโต จะทำอย่างไรดี ?

                              *** มีบริการน้ำดื่มสมุนไพร น้ำใบรางจืด  ใบมะรุม


****  ผู้สนใจร่วมเดินทางปฏิบัติธรรมสัญจร ครั้งที่ 2  (เร็ว ๆ นี้)  ขอให้ผ่านการอบรมหลักสูตรอิ่มเอมใจด้วย



หมายเหตุ :   1. รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 50  ท่าน  พักค้างไม่เกิน 15 ท่าน  / อาหาร 2 มื้อ ( ศิล 8 )
                 2. ผู้ปฏิบัติที่ไม่สะดวกพักค้างสามารถร่วมสมทบเข้าปฏิบัติได้  ( ครึ่งวันหรือหนึ่งวัน )  
       

*****   ไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา
*****    สนับสนุนโดย  บ้านพิศาล และสโมสรโรตารี กรุงเทพ - บางขุนเทียน

กินเจ อย่างไรให้ได้บุญ




ในพระพุทธศาสนา การกินเจ ได้บุญ ไม่อยู่ในคำสอน พระพุทธองค์นะครับ
บุญได้จากความเมตตาที่จะไม่กิน ไม่เบียดเบียนเนื้อสัตว์มาเป็นอาหาร
กินเจ ตามธรรมเนียม ไม่ได้บุญ กินตามกันก็ไม่ได้ กินเพื่ออร่อยก็ไม่ได้ ต้องด้วยความเมตตาที่ตั้งใจ จะเว้นเนื้อสัตว์ จึงจะได้

ผู้ที่มาขอพระพุทธองค์ ให้ออกกฏว่าห้ามภิกษุทานเนื้อสัตว์ คือ พระเทวทัต พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาต เพราะพระต้องเลี้ยงง่ายกินง่าย และทรงสอนว่า การกิน เนื้อที่เขาทำมา โดยเขาไม่ทำมาให้เรากินแบบเจาะจงแล้วเรารู้ เรารังเกียจ หรือเราเห็นสัตว์หรือได้ยินสัตว์โดนฆ่า แล้วเขามาถวายเรา อย่างนี้ แม้จะกินเนื้อสัตว์อย่างนี้ ก็ไม่บาป เลย

แต่ถ้าเราไปสั่งให้เขาฆ่า เช่นเอาปลาตัวนี้นะ ยังว่ายอยู่เลย เดี๋ยวจะมาเอา แล้วเขาฆ่าให้ก็จะบาป
บุญจะได้จากอย่างไร บุญมาจาก ทานศีล ภาวนา อ่อนนอม ทำสิ่งที่ดี มีเมตตา ให้ธรรม ฟังธรรม ให้บุญ อนุโมทนาบุญ และมีความเห็นที่ถูกต้อง เชื่อในบาปบุญคุณโทษ เป็นต้นครับ

กินอาหารที่ได้บุญที่สุดคือ กินโดยไม่สนใจความอร่อยในรสชาติ สักแต่ว่ากิน เพราะอาหารเป็นเครื่องยังชีพ และคิดเสมอว่า อาหารเป็นปฏิกูล ถ้าคิดเองไม่ได้ ก็กินแล้วคายออกมาดูก่อน ค่อยกลืนใหม่ก็ได้ อย่างนี้ได้บุญ นี้คือกินด้วยใจอย่างพระ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

แต่ถ้ากินเจ แล้วคิดจะกิน ไอ้นั่นก็อร่อย อาหารเจเจ้านี้อร่อย ก็ได้บุญสู้คนที่ไม่กินเจ แต่คิดอย่างด้านบนไม่ได้ ได้บุญน้อยกว่า อย่างเทียบไม่ได้เลยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก Fb คุณหมอจักรแก้ว กัลยาณมิตร


Sent from my iPad

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อยากรู้จัก dtac DEEZER บริการ Social Music Streaming


http://youtu.be/uJDVZNUW-TA
อยากรู้จัก dtac DEEZER บริการ Social Music Streaming ดูได้ที่นี่เลยครับ http://bit.ly/V7IQ3O  #dtacdeezer #deezerthailand

+++++++++++++++++++//+++++++++++++++++++//++++++++++++++

SurachaiChetchotisak ?@HereHorRS
เพราะการฟังเพลงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตมนุษย์ นวัตกรรมใหม่ๆอย่างApp DEEZER ให้ฟังเพลงได้มากกว่า20ล้านเพลงโดยไม่ต้องโหลด สะดวกสุดยอดจริงๆ

?@HereHorRS
ตอนนี้ทุกๆคนรวมถึงศิลปินในRS&KAMIKAZE&อาร์สยาม กำลังตื่นเต้น&สนุกกับDEEZERแอฟฟังเพลงระดับโลกที่ไม่ต้องโหลดสุดยอดจริงๆ ติดต่อโปรพิเศษจากDTAC

@HereHorRS
แฟนเพลงของRS KAMIKAZE CHOMUSIC อาร์สยามและเพลงเก่าๆในอดีต แอฟ#DEEZER สังคมของมนุษย์เพลงขนานแท้ไม่ว่าจะคนทำเพลงศิลปินคนฟัง เราเชื่อมถึงกันได้

 ?@HereHorRS
ใครที่สนใจ#DEEZERแต่ยังมีข้อสงสัยและติดขัดแนะนำโทรไปDTAC ครับเขาเป็นพาร์ทเนอร์กัน เฮียเพียงมาแนะนำเพราะว่าบริการนี้ดีจริงๆสำหรับคนรักเพลง

SurachaiChetchotisak ?@HereHorRS
กระแส#DEEZERตื่นตัวในอุตสหกรรมเพลงเพราะสนับสนุนให้คนทำงานและศิลปินมีกำลังใจ แต่สำคัญที่สุดคือสร้างวิถีการฟังเพลงแบบใหม่สุดยอดให้แฟนๆต้องลอง

http://youtu.be/uJDVZNUW-TA

30 แนวคิด...สู่ความเป็นใหญ่จากเรื่องยิบย่อย




1. คนจะใหญ่มักทำตัวเล็ก คนจะเล็กชอบทำตัวใหญ่ ต่างกันที่ไซส์ของหัวใจ
2. คนใจกว้างคือคนที่กำลังจะก้าวหน้า
3. ลด ละ เลิก กับความหงุดหงิดหยุมหยิมจากทุกสิ่งในทุกสถานการณ์
... 4. เปลี่ยนความโกรธเกรี้ยวโมโห ให้เป็นลมหายใจเข้าออกลึกๆ และความเงียบ
5. อารมณ์คือความผิดเล็กน้อยที่ให้ผลเสียมหาศาล
6. ตามอารมณ์ให้เร็วที่สุด ใครตามทันและมีสติจะกำจัดเรื่องเล็กๆ ที่สร้างผลเสียหายได้มาก
7. ถามตัวเองว่าสถานการณ์ใหญ่ของคุณคืออะไร และอย่าให้ความขุ่นมัวเรื่องเล็กน้อยมาทำให้เสียโอกาส
8. รอบคอบกับเรื่องเล็กน้อยแต่ไม่คิดเล็กคิดน้อย
9. ความรอบคอบคือความระมัดระวังแต่ไม่ใช่ความวิตกระแวง
10. สร้างสรรค์พันธมิตรไว้ดีกว่าเพาะบ่มศัตรู
11. ศัตรูแม้ตัวเล็กเท่ามดแต่ก็สร้างความเจ็บปวดได้ยามเผลอ
12. หนูช่วยราชสีห์ได้ มิตรอายุ 2 ขวบก็อาจนำคุณผ่านวิกฤติเช่นกัน
13. อย่าปล่อยให้ความไม่ตั้งใจทั้งของตัวเองและของคนอื่นสร้างผลเสียต่อสถานการณ์ใหญ่ที่คุณมุ่งหวัง
14. คนดีชอบแก้ไข...คนจัญไรชอบแก้ตัว สุภาษิตนี้ยังใช้ได้ดีในทุกยุคสมัย
15. การแก้ไขแม้ในเรื่องปลีกย่อย จะทำให้เราพัฒนาตัวเอง
16. การแก้ตัวแม้ในเรื่องจิ๊บๆ มักนำพาความฉิบหายมาเสมอ
17. การให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ อย่างบริสุทธิ์จริงใจ ทำให้คุณกลายเป็นคนยิ่งใหญ่
18. คำขอโทษ แค่สองคำ ทำให้คุณได้รับโอกาสดีๆ
19. คำขอบคุณ แค่สองคำ ทำให้คุณได้รับความชื่นชม
20. คำโกหก แค่นิดหน่อย ทำให้คุณสูญเสียความสุจริต
21. ความใส่ใจในเรื่องเล็กน้อยเพาะบ่มความรอบคอบอันสำคัญ
22. ปณิธานอันยิ่งใหญ่...สร้างสรรค์ได้ด้วยความก้าวหน้าวันเล็กเล็กน้อย อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
23. อย่าท้อใจด้วยการคิดว่าอยู่ไกลจากเป้าหมายแค่ไหน แต่จงภาคภูมิใจที่วันนี้ได้เขยิบใกล้เป้าหมายมาอีกนิด
24. รายได้ไม่คุ้มเท่าประสบการณ์และคุณค่าที่ได้รับ จงทำงานเพื่อคุณค่าดีกว่าราคา
25. หน้าที่เล็กน้อยคือบันไดของความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในอนาคต
26. อย่าทำลายความเชื่อถือของตัวเองด้วยเรื่องเล็กน้อย
27. อย่าผิดสัญญาด้วยข้ออ้างแห่งความสะดวกสบาย
28. อย่าประเมินคนด้วยอายุที่ต่ำกว่าเล็กน้อย
29. อย่าดูถูกคนด้วยทรัพย์ ตระกูลที่ดูอัตคัด
30. อย่าทะนงตนด้วยประสบการณ์ และความรู้ที่มีมากว่าคนอื่นแค่เล็กน้อย

ความคิด ถ้าเล็กน้อยคือความวิบัติ แต่หากกว้างขวางรอบคอบคือการอุบัติ เราจึงต้องรู้จักคัดสรรด้วยสติที่อยู่เหนืออารมณ์ —

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ภูเก็ตจัดขบวนแห่ผัก-ผลไม้เทิดพระเกียรติฯ งานถือศีลกินผักปี 55



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตจัดขบวนแห่ผักผลไม้เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานประเพณีถือศีลกินผักประจำจังหวัดภูเก็ต





เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (16 ต.ค.) ที่สนามชัย หน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนแห่เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 80 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร 60 พรรษา ในงานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2555 ซึ่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับชมรมอ๊ามจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น โดยมี พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นาวาเอกกฤษฎา รัตนสุภา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต นายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวภูเก็ตจำนวนมากร่วมขบวนกว่า 1,000 คน

















โดยขบวนได้เคลื่อนออกจากสนามชัย หน้าศาลากลางจ.ภูเก็ต เข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต ผ่านวงเวียนสุรินทร์ หรือวงเวียนหอนาฬิกา มุ่งสู่สะพานหินภูเก็ต ซึ่งขบวนแห่เทิดพระเกียรติครั้งนี้ ประชาชนที่เข้าร่วขบวนทุกภาคส่วน นุ่งขาว ห่มขาว ถือป้ายรณรงค์ในการเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผัก และนอกจากนี้ ในขบวนแห่เทิดพระเกียรติฯ ยังมีการจัดขบวนแห่ผักผลไม้ของผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว สายการบิน สถาบันการศึกษา โรงแรม ร่วมมาในขบวนดังกล่าวด้วย ซึ่งขบวนแห่ผักผลไม้ ถูกจัดขึ้นอย่างสวยงาม ได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

















จากนั้น ในช่วงค่ำ ตั้งแต่เวลา 18.30 น.ที่บริเวณเวทีกลางสะพานหิน จะมีการประกอบพิธีซงเก้ง หรือพิธีสวดมนต์แบบจีน ถวายพระพร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 80 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร 60 พรรษา-ซึ่งทางชมรมอ๊ามจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น เนื่องในงานประเพณีถือศีลกินผักประจำปี 2555 ซึ่งจะมีนายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี โอกาสเดียวกันนี้ ยังได้มีการวางพุ่มเงิน-พุ่มทอง จุดประทัด และพลุเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย

พระองค์เจ้าโสมสวลี พระราชทานถุงยังชีพ 7,000 ถุง ช่วยน้ำท่วม



ศูนย์ข่าวศรีราชา - พระองค์เจ้าโสมสวลี พระราชทานถุงยังชีพ 7,000 ถุง ช่วยน้ำท่วม โดยมี “บุ๋ม ปนัดดา” ร่วมบรรจุถุงยังชีพในครั้งนี้ด้วย

วันนี้ (16 ต.ค.55) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ เป็นผู้แทนฯ นำกำลังพลของกอง ทัพเรือ ร่วมกับชมรมไทยเก็กเทศบาลเมืองสัตหีบ ข้าราชบริพารในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 7,000 ชุด

การบรรจุในครั้งนี้ มี “บุ๋ม” ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ดารานักแสดงพร้อมทีมงาน ร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทานฯ ณ โรงเก็บเครื่องบินฝูงบิน 201 กองบิน 2 กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ในรุ่งเช้าถุงยังชีพพระราชทานทั้งหมด จะถูกลำเลียงขึ้นรถหัวลากชานต่ำ ออกจากพื้นที่เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

การช่วยเหลือในครั้งนี้ จำนวน 2 ที่หมาย คือ ศาลาการเปรียญวัดยายเกตุ ต.เจดีย์ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จำนวน 480 ครัวเรือน และศาลาการเปรียญวัดกลางบ้านดอน ต.บ้านดอน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จำนวน 250 ครัวเรือน โดยผู้แทนพระองค์จะเป็นผู้มอบถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยในวันที่ 18 ต.ค.55 เวลา 10.00 น.

ด้านนางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระ องค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีความห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จึงได้จัดเตรียมสิ่งของพระราชทานมูลนิธิ อาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ไว้สำหรับเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในการดูแลผู้ประสบภัยในเบื้องต้นอีกด้วย

สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธา ต้องการสมทบร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเสด็จพระราชกุศลฯ สามารถร่วมบริจาคได้ที่ฝูงบิน 2 กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยผู้ร่วมบริจาคเป็นเงินสดจะได้รับใบเสร็จรับเงิน เป็น ลายพระหัตถ์ของพระองค์เอง และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ชาวตะกั่วป่ากว่าพันคนร่วมขบวนแห่ถือศีลกินผัก ทำความดีถวายในหลวง



พังงา - เทศกาลถือศีลกินเจจังหวัดพังงาคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนกว่า 1,000 คน พร้อมใจสวมชุดขาว จัดขบวนรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมถือศีลกินเจรอบเมืองตะกั่วป่า เพื่อลดละเลิกอบายมุข ทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร





วันนี้ (16 ต.ค.) ที่บริเวณลานทุ่งพระโพธิ์ เขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า นายชัยณรงค์ มหาแร่ นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่า พร้อมด้วยนายมานะ จรุงเกียรติขจร นายอำเภอตะกั่วป่า นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ นายก อบจ.พังงา เป็นประธานเปิดงานเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 15-23 ต.ค.นี้ โดยมีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนกว่า 1,000 คน พร้อมใจกันแต่งชุดขาวเข้าร่วมงานจำนวนมาก และได้ร่วมกันจัดขบวนรณรงค์ถือศีลกินเจ เพื่อลดละเลิกอบายมุข ทำความดี ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ซึ่งการเดินรณรงค์รอบเมืองตะกั่วป่า เป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีถือศีลกินเจ ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นที่สืบทอดมานานกว่า 100 ปี





อย่างไรก็ตาม การถือศีลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีนตามความเชื่อว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นการร่วมทำบุญกุศลครั้งใหญ่ การจัดงานเทศกาลถือศีลกินเจในปีนี้ เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีนให้ลูกหลานได้ถือปฏิบัติตาม และเป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตได้ร่วมถือศีลกินเจทำให้มีสุขภาพดี เป็นการบำเพ็ญศีล สมาทานกินเจบริโภคแต่อาหารผัก ผลไม้ ละเว้นการทำบาปไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต รักษาศีลทำจิตใจให้บริสุทธิ์ งดการเที่ยวเตร่ ไม่ดื่มของมึนเมา ซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อสุขภาพ จึงเชิญชวนประชาชนร่วมกันถือศีลกินเจในเทศกาลบุญ เพราะหนึ่งปีมีสักครั้งที่ร่วมกันงดรับประทานเนื้อสัตว์ เป็นการชำระร่างกายได้ดีอีกด้วย

แพทย์แนะเลี่ยงอาหารเจที่ผัดหรือทอดลดไขมันสะสม



มหาสารคาม - ผอ.โรงพยาบาลมหาสารคามเผยกินเจถูกหลักโภชนาการ ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โปรตีนจากผักเป็นโปรตีนที่มีคุณค่าใกล้เคียงกับโปรตีนจากเนื้อ แนะควรหลีกเลี่ยงอาหารเจที่ปรุงด้วยการผัดหรือทอด

นพ.สุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า เทศกาลกินเจ ถือเป็นเทศกาลถือศีล ละเว้นบาป ชำระล้างร่างกายด้วยการละเว้นการทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีมาตั้งแต่บรรพกาล ซึ่งชาวจีนถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมาช้านาน โดยเทศกาลกินเจจะเริ่มตั้งแต่ 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 นับตามปฏิทินจีน ซึ่งจะตรงกับเดือนตุลาคมของไทยเรา การกินเจมักมีการสงสัยกันอยู่เสมอว่า การกินเจ จะได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่หรือไม่ โดยเฉพาะ โปรตีน

ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีน ที่มีคุณภาพดีมากกว่า โปรตีนในพืช ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะแท้ที่จริงแล้วโปรตีนในผักมีคุณค่าที่ใกล้เคียงกันให้เน้นการปรุงด้วยวิธีการต้ม นึ่ง อบ และยำ ควรหลีกเลี่ยงอาหารเจที่ปรุงด้วยการผัดหรือทอด เพราะใช้น้ำมันมาก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายสะสมไขมัน และมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น

นพ.สุนทร ฝากเตือนประชาชนว่า ในปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีการรณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมให้ มีการผลิตอาหารจำพวกผักและผลไม้ที่ปลอดจากสารพิษกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังผู้บริโภคจำนวนมากก็ยังขาดความเอาใจใส่ในเรื่องคุณภาพชีวิตของตนเอง

จึงอยากขอฝากเตือนถึงผู้บริโภคให้คำนึงถึงสุขภาพอนามัยที่ดี ซึ่งเกิดจากการได้บริโภคพืชผักปลอดสารพิษ โดยก่อนปรุงควรล้างผักด้วยน้ำสะอาด 2-3 ครั้ง หรือแช่ในน้ำปูนใส นาน 10 นาที เพื่อล้างสารพิษที่ตกค้างเชื้อโรค และสารเคมีให้หมดไปด้วย

ศอ.บต. เรียก อปท.ชายแดนใต้ 328 แห่งเข้ารับนโยบายร่วมเดินหน้าดับไฟใต้



ยะลา - ศอ.บต.เรียกนายก และสมาชิก อปท.328 แห่งใน 3 จังหวัดภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา เข้ารับนโยบาย และร่วมเดินหน้าแก้ปัญหาไม่สงบชายแดนใต้

วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายภาคใต้ (ศอ.บต.) นายก อบต. อบจ. และสมาชิกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รวม 328 แห่ง ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับมอบนโยบาย และแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่เกิดความสับสนว่าในท้องถิ่นมีส่วนราชการ ทั้งทหาร ตำรวจ หรือหน่วยงานต่างๆ มีโครงการ และแผนงานจำนวนมากในการแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาพื้นที่ แต่เมื่อมีเหตุร้ายและกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย การพัฒนาด้านต่างๆ เกิดความล่าช้า แม้ทุกภาคส่วนพยายามดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ของแต่ละหน่วย ตนเห็นว่า ข้าราชการบริหารส่วนท้องถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาลทุกระดับ และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นส่วนราชการที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน รู้ปัญหา มีศักยภาพ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน มีงบประมาณ และบุคลากรเป็นของตนเอง และเป็นนิติบุคคล จึงต้องมีการเน้นย้ำในการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยเน้นถึงการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกัน การปราบปราม การกำหนดมาตรการทางการซ้ำกับยุทธวิธีทางทหาร ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบของ กอ.รมน.

ส่วนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม การบูรณาการแผนงาน โครงการต่างๆ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน้าที่ของ ศอ.บต.ร่วมกับจังหวัด อำเภอ ตำบล ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะเน้น 9 ยุทธศาสตร์หลักที่ได้วางไว้ โดยให้องค์กรส่วนปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม แต่ให้เน้นด้านการศึกษา ด้านสังคม ศาสนา ประเพณีวัฒนธรรม การส่งเสริมพัฒนาอาชีพ ยกระดับชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะมีการผสานการทำงานบูรณาการร่วมกับ ศอ.บต.อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้แก่ จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 328 แห่ง มีนายก อบต. 277 คน นายก อบจ.4 คน สมาชิกรวม 374 คน

รพ.นราธิวาสมอบรางวัลเชิดชูเกียรติพยาบาลดีเด่น



นราธิวาส - โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์จัดประชุมวิชาการพยาบาล ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “สุขภาวะดี ชีวีเป็นสุข” พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติพยาบาล และอาจารย์พยาบาลผู้ปฏิบัติงานดีเด่น

วันนี้ (16 ต.ค.) ที่ห้องประชุมใบไม้สีทอง อาคารสิรินรักษ์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นายสามารถ วราดิศัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการพยาบาล ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “สุขภาวะดี ชีวีเป็นสุข”โดยมีบุคลากรทางการพยาบาลทุกระดับ จากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และจากโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดนราธิวาส นักศึกษาพยาบาล อาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และหน่วยบริการสาธารณสุข ภายในจังหวัดนราธิวาส จำนวน 200 คนเข้าร่วม

โดยวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นวันพยาบาลแห่งชาติ ซึ่งพยาบาล และผดุงครรภ์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพการพยาบาล ให้บุคลากรทางการพยาบาลได้พัฒนาความรู้ รวมทั้งได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์วิชาการ ตลอดจนเกิดเครือข่ายความช่วยเหลือกันทางวิชาการ การเผยแพร่องค์ความรู้ และผลงานทางวิชาการสู่สาธารณะ และนำองค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการพยาบาล

พร้อมกันนี้ นายสามารถ วราดิศัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติพยาบาล และอาจารย์พยาบาลผู้ปฏิบัติงานดีเด่น พร้อมได้กล่าวชื่นชมแสดงความยินดีในการปฏิบัติงาน และการทำหน้าที่ของพยาบาลในการรับใช้ประชาชน

นอกจากนี้ บริเวณตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ยังได้มีการจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติพยาบาลต้นแบบ นิทรรศการทางวิชาการพยาบาล กิจกรรมเพื่อประชาชน โดยเน้นในเรื่องการดูแลให้ความรู้ด้านสุขภาพต่างๆ เช่น เรื่องมะเร็งเต้านม การตรวจ และดูแลสายตา การวิเคราะห์ธาตุประจำตัว และภาวะสุขภาพ โดยกำหนดจัดกิจกรรมเป็นสองช่วง คือ ช่วงที่หนึ่งระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม 2555 และช่วงที่สอง วันที่ 22 ตุลาคม 2555 เป็นกิจกรรมการทำบุญทางศาสนา และพิธีอาศิรวาท เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

พระ-เณรวัดนาปรังพะเยาทุกข์หนัก ขาดปัจจัยซื้ออาหาร-ค่าเทอม



พะเยา-พระ-เณร “วัดนาปรัง” ทุกข์หนักขาดปัจจัยซื้อ “อาหารกลางวัน-ค่าเทอม” “พระราชปริยัติ” เผยประสบความลำบากต้องเร่งดูแล วางมาตรการตั้งกองทุน “อาหารกลางวัน” เพื่อศาสนทายาท

วันนี้ (16 ต.ค.) พระราชปริยัติ รองเจ้าคณะจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชวิริยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา ได้มอบหมายให้ไปช่วยดูแลความเรียบร้อยของโรงเรียนวัดนาปรังวิทยา ต.นาปรัง อ.ปง จ.พะเยา ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม สอนหนังสือแก่พระภิกษุ-สามเณรจำนวนประมาณ 130 รูป ขณะนี้โรงเรียนได้ประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนทุนทรัพย์ในการถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุ-สามเณร ในโรงเรียนเดือนละ 25,000-30,000 บาท

วันนี้ (16 ต.ค.) เป็นวันแรกของการเปิดเทอม พระภิกษุ-สามเณรในวัดจะต้องได้ฉันเพล ทางโรงเรียนต้องขอให้แม่ครัวที่รับจ้างทำอาหารทำถวายไปก่อน เพราะนักเรียนจะต้องได้ฉันเพล ส่วนค่าใช้จ่ายทางโรงเรียนจะหามาจ่ายในภายหลัง จนถึงขณะนี้โรงเรียนติดค้างค่าอาหารกลางวันแล้วกว่า 30,000 บาท นอกจากนี้ยังพบว่าเงินเดือนค่าตอบแทนครูผู้สอนจะต้องจ่ายอีกประมาณ 130,000 บาท โรงเรียนก็ยังไม่อาจจะนำทุนทรัพย์มาจ่ายตอบแทนครูผู้สอนได้

รองเจ้าคณะจังหวัดพะเยาเปิดเผยต่อว่า เบื้องต้นได้มีผู้ใจบุญร่วมถวายปัจจัยมาแล้วสองราย คือ นายไพรัตน์ ตันบรรจง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พะเยา จำนวน 60,000 บาท สำหรับเป็นทุนการศึกษาของพระภิกษุ-สามเณร ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ไพโรจน์ ริมประโคน ผกก.ตชด.32 ค่ายพญางำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา ร่วมถวายค่าภัตตาหารเพลอีกส่วนหนึ่ง พร้อมกันนี้ โรงเรียนมีแนวทางจะต้องจัดหาวิธีการระดมทุนเพื่อตั้งกองทุนอาหารกลางวันวัดนาปรังวิทยา เพื่อให้ศาสนทายาททุกรูปได้มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมสภาพจิตใจ ให้เป็นศาสนทายาทที่สืบสานต่อพระพุทธศาสนาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากผู้ที่มีจิตเป็นกุศลประสงค์จะร่วมถวายทุนทรัพย์แก่โรงเรียนวัด นาปรัง เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษา ภัตตาหารเพล สร้างห้องน้ำ และซ่อมบำรุงอาคารเรียนที่หลังคารั่ว ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ และทำกิจกรรมด้านการศึกษา โดยสามารถติดต่อผ่านไปที่ พระราชปริยัติ หรือมูลนิธิศึกษาสงเคราะห์ศาสนทายาท หมายเลขโทรศัพท์ 08-1992-6750, 0-5443-1002

มุกดาหารชูกิจกรรมลูกเสือชาวบ้านสร้างความปรองดอง



มุกดาหาร - จังหวัดมุกดาหาร จัดกิจกรรมสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ผ่านกิจกรรมลูกเสือชาวบ้าน หวังคนให้คนไทยรักใคร่นับถือกันฉันญาติมิตร

วันนี้ (16 ต.ค.55) นายธงชัย ลืออดุลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการอบรมลูกเสือชาวบ้าน ตามโครงการ สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าล้นกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ ของภาคประชาสังคมลดปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยก

ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาแก้ไขปัญหาในชุมชนและสังคม โดยผ่านการอบรมแบบลูกเสือชาวบ้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า

ขอให้ทุกคนที่เข้าอบรมครั้งนี้เปิดใจรับความคิดเห็นของผู้อื่นในกลุ่มมั่นใจในตนเอง,แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ มีจิตสำนึกมีคุณธรรม มีระเบียบวินัยที่เหมาะสม

สำหรับการอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าอบรมทั้งหมด 120 คนทั้งข้าราชการ,ผู้นำท้องถิ่นและเยาวชนในท้องถิ่น

ประมูล 3G - 16 ต.ค.2555



ดร.สมเกียรติ ปธ.TDRI บอกราคาประมูลที่สูงกว่าราคาตั้งต้นเพียง 2.8% เท่ากับเอกชนได้"ลาภลอย"กสทช.ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับรัฐ

@PocketTH ข่าวสั้น #3G วันนี้ 1.ก่อนประมูล 3G ก็ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2.ผู้ร่วมประมูลทั้ง3รายจับมือยิ้มโชว์ผู้สื่อข่าว 3.ประมูลจบที่ราคาต่ำกว่าที่คาด

@MrNaling: ดร.สมเกียรติ ทีดีอาร์ไอ. ออกแถลงการณ์ 'ประมูล3Gราคาเพิ่มแค่2.8% ต้องมีผู้รับผิดชอบ' #3G //หนังชีวิตแน่ๆ

@Phil_kttv หมายความว่า การประมูล #3G ครั้งนี้ รัฐ สูญเสียรายได้ 16,335ล้านบาท (28.18%) จากราคาที่จุฬาประเมิน #kttv

@At_1stSight ถ้าประมูลโดยเสียเงินไม่แพง ก็กรุณาอย่ามาคิดค่าบริการตรูแพงนะ #3G

@Bancha_nna มีผู้ประมูลสามราย มีใบอนุญาต 3 ใบ เขาแบ่งกันเรียบร้อยแล้วครับ ทางออกที่ควรคือ ประมูลครั้งละใบ ทิ้งระยะเวลา 60 - 90 วัน

@korbsak แนวคิดประมูลราคาถูก เราจะได้เสียค่าบริการถูก เป็นเหตุผลที่ผู้ประกอบการวางไว้ ท้ายสุดเราก็จ่ายแพงอยู่ดีเพราะเขานัดกินข้าวกันประจำอยู่แล้ว

@MJ_Boyz กสทช.เกรงว่าหากประมูล 3G ในราคาแพง ผู้ให้บริการจะผลักภาระมาให้ผู้บริโภค แต่การขายถูกๆ ก็ไม่ใช่การยืนยันว่าผู้ประกอบการจะคิดค่าบริการถูกตาม

@korbsak อยากรู้ว่าผลประโยชน์มากแค่ไหน ดูราคาหุ้นในตลาด ดูหุ้นที่ปรับขึ้น ดูกำไรของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แถมด้วยเวลาขาย กำไรทุกเม็ดไม่ต้องเสียภาษี

@korbsak รัฐเสียหายกสทช.ต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้างครับ>>วัฒนธรรมการออกมารับผิดชอบถ้าทำงานพลาด สมัยนี้ไม่มีให้เห็นหรอกครับ

@bigble ผลงานโบว์ดำ กสทช. ประมูล 3 G คนอื่นทักท้วงหาว่าจ้องล้มประมูล ราคาที่ประมูลได้อัปยศสิ้นดี @supinya

@wantiwa คงมีประเทศไทยประเทศเดียวที่ระบบหน่วยงานของรัฐที่มักน้อย ไม่ต้องการให้รัฐมีรายได้ในการประมูลที่มูลค่าสูงสุด มักน้อยจริง

โบสถ์วัดจันทนารามใช้พลอยประดับตกแต่งประตู หน้าต่าง เสาที่เดียวในประเทศ



จันทบุรี - พบ “โบสถ์วัดจันทนาราม” จังหวัดจันทบุรี ใช้พลอยดิบ และพลอยเจียระไนกว่า 1 ล้านเม็ด น้ำหนักกว่า 370 กิโลกรัม มาประดับตกแต่งประตู หน้าต่าง และเสาโบสถ์แห่งเดียวในประเทศ

ที่วัดจันทนาราม ที่เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ในจังหวัดจันทบุรี และเป็นวัดที่มีประชาชน และนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศให้ความเคารพเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก และจุดเด่นของวัดนี้ คือ โบสถ์ที่ประดับตกแต่งด้วยพลอยดิบ และพลอยเจียระไนที่ประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาต่างซื้อนำมาถวายวัดเพื่อนำไปประดับตกแต่ง ประตู หน้าต่าง และเสาโบสถ์ของวัดให้ดูสวยงาม และเพื่อเป็นการบ่งบอกเอกลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรี ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของพลอยงามหลากหลายชนิดมากมาย

สำหรับพลอยดิบ และพลอยเจียระไนที่นำมาประดับตกแต่งภายในโบสถ์ มีจำนวนพลอยทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านเม็ด น้ำหนักประมาณ 370 กิโลกรัม และเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่นำพลอยมาประดับตกแต่งโบสถ์ โดยมีมูลค่าประมาณ 5-6 ล้านบาท นอกจากนี้ ภายในโบสถ์ยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนโดยช่างฝีมือจากกรุงเทพมหานคร และช่างฝีมือจากจังหวัดจันทบุรี ที่เขียนถึงความเป็นมาของชาวจังหวัดจันทบุรี เช่น การทำเหมืองพลอย การทำพลอย การต่อเรือที่อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การทอเสื่อ และอื่นๆ อีกมากมาย

วัดจันทนารามได้เปิดให้นักเรียน และนักศึกษา ตลอดจนนักท่องเที่ยวได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมในการถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

พระอาจารย์พระธรรมคุณ รองเจ้าอาวาสวัดจันทนาราม กล่าวว่า วัดจันทนารามเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประชาชน และนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใส และเมื่อประชาชน และนักท่องเที่ยวรู้ว่าวัดจันทนารามยังไม่มีโบสถ์ในการปฏิบัติธรรมของสงฆ์ ประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างพร้อมใจ และมีจิตศรัทธาที่ต้องการให้วัดจันทนารามแห่งนี้ เป็นวัดที่โดดเด่นในจังหวัดจันทบุรี จึงได้มีการปรึกษากับคณะกรรมการวัดเพื่อต้องการสร้างโบสถ์ และต้องการให้วัดแห่งนี้เป็นวัดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรี จึงได้มีการจัดทอดผ้าป่าสามัคคีขึ้นเพื่อนำเงินที่ได้มาสร้างโบสถ์

นอกจากนี้ ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เลื่อมใสศรัทธาต่างได้มีการทำบุญโดยการบริจาคพลอยดิบ และพลอยเจียระไนเข้ามามากถึง 370 กิโลกรัม ทางวัดจึงได้นำพลอยจากญาติโยม และผู้มีจิตศรัทธามาทำการประดับตกแต่งโบสถ์เพื่อให้ดูสวยงาม และเพื่อเป็นการสนองความศรัทธาของญาติโยม และผู้มีจิตศรัทธาที่ได้ตั้งใจไว้ที่ต้องการให้วัดจันทนารามเป็นวัดที่โดดเด่น และเป็นวัดที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรีต่อไปอีกด้วย

ความมั่นคง 3 ฝ่ายประชุมปรับแผน รปภ.ชุมชนเมืองรับมือให้เท่าทันโจรใต้



นราธิวาส - ฝ่ายความมั่นคง 3 ฝ่าย ประชุมปรับแผนดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ทันกับสถานการณ์การก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบ เผยระยะหลังมุ่งก่อเหตุในเขตชุมชนเมืองหวังลดความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่

วันนี้ (16 ต.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.พิสิทธิ์ สิทธิสาน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และ พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงร่วมประชุมเพื่อจัดแผนการดูแลความปลอดภัยในเขตชุมชนเมือง ทั้ง อ.เมือง อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ โดยในที่ประชุมได้เน้นการจัดแผนเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มร้านค้า และนักธุรกิจ โดยเฉพาะในการประกอบกิจการในวันศุกร์

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีการสรุปการดำเนินการเพื่อก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ว่า ในระยะหลังมุ่งก่อเหตุในชุมชนเมืองมากขึ้น ซึ่งมุ่งหวังลดความเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัยจากประชาชน โดยเจ้าหน้าที่จะต้องปรับแผนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์การก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ม.บูรพาจัดเสวนาบุคลากรภาครัฐ-เอกชนสู่ประชาคมอาเซียน



ศรีราชา - ม.บูรพา จัดเสวนา ทรัพยากรบุคคล ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรองรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน

วันนี้ (16 ต.ค.55) ที่ห้อง 603 วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์ นายวิโรจน์ เรืองประเทืองสุข รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดประชุม การเสวนาเตรียมพร้อมเพิ่มศักยภาพ ทรัพยากรบุคคล ภาครัฐและภาคเอกชนสู่ ประชาคมอาเซียนหรือ “AEC” ที่จะถึงในปี 2558โดยมี นายอาชว์ เสือหัน ประธาน นิสิตหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสตร์ รุ่นที่ 4 พร้อมนิสิต กว่า 200 ท่านเข้าร่วมงาน

วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างการเตรียมพร้อมของประเทศไทยก่อนจะเข้าประชาคมอาเซียน ซึ่งนับวันจะเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะทางด้านตลาดการค้า ทำให้มีการผลิตร่วมกันและมีเงินลงทุนที่เสรีมากขึ้น ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีความตื่นตัวและเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ AEC อย่างเต็มที่ เพราะตลาดการค้า จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น มุ่งสร้างการหารายได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศอาเซียนฃ

พร้อมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มอาเซียนเข้ากับประชาคมโลก โดยเฉพาะในภาคแรงงาน แบบไร้พรมแดน ทำให้การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของแรงงานฝีมือเป็นไปได้อย่างเสรี ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการค้า จึงต้องเร่งพัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านการแข่งขันด้วยการพัฒนาแรงงานที่มีคุณภาพและส่งเสริมสนับสนุนให้แรงงานไทยและแรงงานในประเทศมีสมรรถนะในการทำงานที่ดี มีความสามารถในการแข่งขันทั้งในกลุ่มประเทศอาเซียนและนอกกลุ่มประเทศอาเซียนได้ เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เกิดความเจริญก้าวหน้าและความยั่งยืนต่อไป

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้ลูกค่างห้าสีต้อนรับปิดเทอม



ศูนย์ข่าวศรีราชา - สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ต้อนรับปิดเทอมชมความน่ารักของลูกค่างห้าสีสมาชิกใหม่

วันนี้ (16 ต.ค.) นายสุริยา แสงพงค์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้สมาชิกมาเพิ่มอีกหนึ่งชนิดคือ ลูกค่างห้าสี ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 1 ตัว เป็นเพศผู้ สุขภาพแข็งแรงดี ได้รับการเลี้ยงดูจากแม่และพ่อเป็นอย่างดี

สำหรับค่างห้าสี เกิดจากแม่ชื่อชมพู่ และพ่อชื่อมะขาม ถือเป็นสมาชิกตัวที่สองจากครอบครัวนี้ ในโอกาสนี้ ทางสวนสัตว์ได้จัดเจ้าหน้าที่ หรือ Keeper โชว์ให้อาหารครอบครัวค่างห้าสี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารัก และความสวยงามทั้งหมด 4 รอบด้วยกัน คือ เวลา 09.30 น.เวลา 11.30 น. เวลา 14.00 น.และ 16.00 น.ทุกวัน โดยแสดงอยู่ภายในศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากร ภาคตะวันออก

นายสุริยา กล่าวว่า สำหรับค่างห้าสี Douc Langur ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pygathrix nemaeus ลักษณะทั่วไป ค่างห้าสีเป็นค่างที่มีสีสะดุดตามาก จัดเป็นค่างที่สวยงามที่สุดในโลก ตามตัวมีสีตัดกันถึง 5 สี ตัว และหัวมีสีเทา แต่ตรงหน้าผากมีสีเทาดำออกแดง หนวดเคราสีขาว หาง และก้นสีขาว ผิวหน้าเหลือง ตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมียราว 2 เท่า และมีขนเป็นพู่ที่เอวทั้งสองข้าง ซึ่งตัวเมียไม่มี ชอบนอนเป็นส่วนใหญ่หลังจากกินอาหารแล้ว เลี้ยงยาก ลูกเป็นสีทองเหมือนค่างทั่วไป ถิ่นอาศัยพบในประเทศลาว เวียดนามเหนือ อินโดจีน การสืบพันธุ์ ค่างห้าสีนิสัยเงียบขรึมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ค่างห้าสีมีการสืบพันธุ์ไม่แน่นอน ตั้งท้องประมาณ 196 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว และจะกินพวกผักผลไม้เป็นอาหาร

เศรษฐีสิงคโปร์จัดคาราวานปอร์เช 29 คันขับข้ามแดนเที่ยวจังหวัดฝั่งอันดามัน



สตูล - เศรษฐีสิงคโปร์จัดคาราวานรถปอร์เช 29 คัน เดินทางข้ามแดนท่องเที่ยวจังหวัดฝั่งอันดามัน โดยเข้าสู่ประเทศไทยผ่านด่านวังประจัน จ.สตูล ด้าน ททท.เผยเตรียมจัดทริปปีหน้าให้นักท่องเที่ยวแวะพัก และจับจ่ายสินค้าในพื้นที่มากขึ้น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองวังประจัน และด่านศุลกากรวังประจัน ร่วมต้อนรับสมาคม Porsche Club คาราวานขับรถยนต์ท่องเที่ยว จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งประกอบด้วย รถยนต์ปอร์เช จำนวน 29 คัน ผู้ร่วมเดินทาง 50 คน โดยเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางจากประเทศสิงคโปร์ มายังรัฐ Alor Setar ประเทศมาเลเซีย ก่อนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยทางด่านวังประจัน จ.สตูล และจะมุ่งสู่ จ.ตรัง จ.กระบี่ และ จ.พังงา ต่อไป โดยเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญที่จะเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ คณะ Porsche Club ยังมีกำหนดการเดินทางกลับทางด่านวังประจัน จ.สตูล ด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวเปิดเผยว่า ประทับใจในการอำนวยความสะดวก และการต้อนรับของเจ้าหน้าที่อย่างยิ่ง และคาดว่าในปีหน้าจะแวะพักค้างคืนที่ จ.สตูล ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ อย่างแน่นอน

สำหรับรถปอร์เชเป็นรถสปอร์ตหรู มูลค่าคันละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งทาง ททท.ตรัง และ อบจ.สตูล ตั้งความหวังว่า สำหรับการจัดทริปท่องเที่ยวลักษณะนี้ในปีหน้า น่าจะจัดโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวได้แวะพัก และจับจ่ายใน จ.สตูล และ จ.ตรัง มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มจุดขาย และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามในพื้นที่ชนบทต่างๆ

ชาวบ้านฮือฮา พบเห็ดคล้ายพระพุทธรูปในศาลาวัด



มุกดาหาร- ชาวมุกดาหารฮือฮาหลังพบเห็ดที่มีรูปร่างคล้ายพระพุทธรูปและไม่ทราบชนิด ดอกเห็ดขื้นที่เสาบนศาลาวัดศรีทองธรรม ต.ดงเย็น

วันนี้ (16 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่วัดศรีทองธรรม บ้านโคกตะแบง หมู่ 5 ตำบลดงเย็น อ.เมือง จ. มุกดาหาร ได้พบชาวบ้านกำลังมุงดูเห็ดที่มีรูปร่างคล้ายพระพุทธรูป จึงได้นำดอกไม้ ธูปเทียนมาสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล บางคนก็เอาไปตีเป็นหวยเพื่อหวังให้ตนเองมีโชคมีลาภ

พระอธิการณรงค์ นันโท เจ้าอาวาส ได้เปิดเผยว่า อาตมาได้ขึ้นมาปฏิบัติธรรมที่ศาลาวัด และได้พบเห็ดคล้ายพระพุทธรูปเกิดขึ้นที่เสาของศาลาวัดข้างโต๊ะหมู่บูชา ซึ่งเห็ดดังกล่าวได้งอกดอกออกมาจากเสาศาลาคล้ายพระพุทธรูป แต่ไม่ทราบว่าเป็นเห็ดสายพันธุ์อะไร

ลักษณะของเห็ดเป็นผืนแผ่นเดียวกันคล้ายกำมะหยี่ มีสีน้ำตาลปนขาว และมีลายเหมือนลายไม้ในดอกเห็ด พอชาวบ้านทราบข่าวว่ามีเห็ดคล้ายพระพุทธรูปจึงได้พากันมากราบไหว้เห็ดดังกล่าว

“อาตมาเชื่อว่าเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้าน และจังหวัดมุกดาหาร แต่ก็มีชาวบ้านบางส่วนก็นำไปตีเป็นเลขหวย”

เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาสตั้งกองทุนพระภิกษุ-สามเณรจูงใจเข้าอุปสมบท



นราธิวาส - เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ตั้งกองทุนศึกษาของพระภิกษุ สามเณร เพื่อจูงใจให้ชาวไทยพุทธส่งบุตรหลานเข้ามาอุปสมบทเป็นพระ และบรรพชาเป็นสามเณร เพื่อแก้ปัญหาพระขาดแคลนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กันมากขึ้น ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสสั่งกำลัง 3 ฝ่ายเตรียมรับมือกลุ่มคนร้ายที่เหลือจะล้างแค้น หลังแกนนำโจรอาร์เคเคถูกวิสามัญดับที่ อ.ศรีสาคร 1 คน

วันนี้ (16 ต.ค.) เวลา 10.30 น. นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายเทิดชัย วุรุฬห์พาณิช ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สำนักงานเขตปัตตานี ซึ่งรับผิดชอบ จ.นราธิวาส และ จ.ปัตตานี และนายสนธิ หงษ์เหิร ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองนราธิวาส เดินทางไปยังวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เข้านมัสการพระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เพื่อมอบเงินจำนวน 200,000 บาทเป็นทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ และสามเณร

ทั้งนี้ พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาสได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเหตุจูงใจให้ชาวไทยพุทธส่งบุตรหลานเข้ามาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และบรรพชาเป็นสามเณรตามโครงการแก้ไขปัญหาพระขาดแคลนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กันมากขึ้น ซึ่งล่าสุด ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคเงินเข้าโครงการนี้แล้ว
จำนวนทั้งสิ้น 667,356.97 บาท

และก่อนเดินทางกลับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนถึงกรณีเจ้าหน้าที่ได้ยิงปะทะ และวิสามัญนายโชฟ์ โต๊ะรือเนาะ แกนนำคนร้ายกลุ่มอาร์เคเคเสียชีวิต 1 คน เหตุเกิดในท้องที่ อ.ศรีสาคร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ตุลาคม อันเป็นเหตุให้กลุ่มคนร้ายที่เหลืออาจจะก่อเหตุล้างแค้นขึ้นมาได้ว่า ล่าสุด ได้สั่งกำชับให้กำลัง 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ อย่าประมาทในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะการตรวจสอบบุคคล

คนพะเยากินเจเพิ่ม-ทำร้านอาหารคึกคัก ผักสดราคาพุ่ง



พะเยา - ร้านอาหารเจพะเยาคึกคัก ผู้บริโภคแห่เข้าร้านตรึม ขณะที่พ่อค้าผักสดในตลาดรับผักขึ้นราคาเพราะผู้บริโภคมีความต้องการมากในช่วงเทศกาลกินเจ

วันนี้ (16 ต.ค.) นายพงศกร การเร็ว ผู้ช่วยทำอาหารร้านอาหารกวนอิมเจในตัวเมืองพะเยา กล่าวว่า ปีนี้การจำหน่ายอาหารเจคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับทางร้านได้ประกอบธุรกิจร้านอาหารเจมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งในทุกๆ ปีจะมีคนหันมากินเจกันมากขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารเจมีคุณภาพดีมีประโยชน์ต่อผู้บริโภค โดยทางร้านจะเน้นผักสด เห็ด เต้าหู้ ถั่วเหลือง และอาหารที่ขายส่วนใหญ่จะเน้นอาหารที่ปรุงสุก เพราะสะดวกในการซื้อไปบริโภค อีกทั้งยังมีประเภทอาหารแห้งที่สามารถนำไปทำรับประทานเองที่บ้านได้

ด้านพ่อค้าผักสดในตลาดมณีรัตน์ อำเภอเมืองพะเยา กล่าวว่า ขณะนี้ผักสดในตลาดมีราคาสูงขึ้น เพราะการปลูกผักทำได้ยากและไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร จึงทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ ประกอบกับคนหันมาบริโภคผักกันมากขึ้นด้วยจึงทำให้ผักมีราคาสูง เช่น ผักบุ้งจีน จากกิโลกรัมละ 10 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 20 บาท

ขณะที่นางสาวพิราวรรณ ผัดวงค์ ผู้บริโภคที่ร่วมกินเจในปีนี้ กล่าวว่า การกินเจได้ทั้งความสุขทางใจและมีประโยชน์ทางกาย เพราะได้บุญกุศลจากการละเว้นบริโภคเนื้อสัตว์ เนื่องจากอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันสามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกาย อีกทั้งยังสามารถปรับระบบต่างๆ ในร่างกายให้เกิดความสมดุลได้ ซึ่งปีนี้เทศกาลกินเจเริ่มตั้งแต่วันที่ 15-23 ตุลาคม 2555 รวมระยะเวลา 9 วัน และใน 1 ปีจะมีเทศกาลกินเจเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ตั้งนิคมฯ สีเขียวขอนแก่นสะดุด คณะทำงานเล็งหาพื้นที่เอกชนแทน



ศูนย์ข่าวขอนแก่น - แผนตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวขอนแก่นสะดุด หลังคณะทำงานเล็งพื้นที่ อบต.หนองแซง อ.บ้านแฮด พื้นที่ผืนใหญ่กว่า 2,000 ไร่กลับติดปัญหาเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งเป็นที่ดินของ ส.ป.ก.ไม่มีกฎหมายรองรับจัดตั้ง ขณะที่คณะทำงานยันไม่ล้มเลิกโครงการ พุ่งเป้าหาพื้นที่ภาคเอกชนแทน เผยนักลงทุนสนใจย้ายโรงงานเข้าขอนแก่นหลายราย แต่ติดปัญหาไม่มีโครงการนิคมอุตสาหกรรมรองรับ

วันนี้ (16 ต.ค.) คณะทำงานเพื่อศึกษาข้อกฎหมายและความเป็นไปได้เบื้องต้นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวในจังหวัดขอนแก่น จัดประชุมครั้งที่ 1/2555 โดยมีนายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นในฐานะคณะทำงาน ประชุมร่วมกับคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น

ประเด็นพิจารณาศึกษาข้อกฎหมายและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่พื้นที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแซง อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการนำเสนอให้คณะทำงานพิจารณาไปใช้ประโยชน์ในการจัดตั้ง โดยเป็นพื้นที่ผืนใหญ่กว่า 2,000 ไร่ แยกเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ 900 ไร่ และเป็นพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 1,100 ไร่

ซึ่งผลสรุปของการพิจารณาปรากฏว่า ที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ปก..ขอนแก่นนั้นไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมได้ จุดมุ่งหมายต้องใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น จึงไม่มีกฎหมายรองรับ ขณะที่พื้นที่สาธารณประโยชน์อีก 900 ไร่นั้นก็เป็นพื้นที่สีเขียว สงวนไว้ใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมสำหรับคนในท้องถิ่น อีกทั้งมีเสียงคัดค้านจากคนในพื้นที่อีกด้วย

ข้อสรุปในที่ประชุมจึงมีมติยุติการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองแซง อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่นไป แต่ไม่ได้ล้มเลิกโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวจังหวัดขอนแก่น ยังคงหาพื้นที่ผืนใหญ่เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่มารองรับการจัดตั้ง โดยพุ่งเป้าใช้ประโยชน์จากที่ดินของภาคเอกชน น่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ในฐานะคณะกรรมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งมีความต้องการย้ายโรงงานเข้ามาตั้งในจังหวัดขอนแก่น ข่าวการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวขอนแก่นเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนในประเทศสูงมาก ล้วนต้องการจะย้ายเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จำนวนมาก

“ขณะเดียวกัน โรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งโรงงานเดิมอยู่ใน จ.ขอนแก่น หลายแห่งประสบปัญหาไม่สามารถขยายกำลังผลิตได้ เพราะราคาที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่นปรับขึ้นสูงมาก ทั้งมีชุมชนมาตั้งอยู่รอบๆ โรงงาน การย้ายมาอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจึงน่าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งตรงกับเป้าหมายของคณะทำงานที่ต้องการจัดโซนนิ่งเมืองขอนแก่นให้เป็นเมืองน่าอยู่” นายวิฑูรย์กล่าว

และว่า การใช้พื้นที่ภาครัฐจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม หากมีเสียงคัดค้านจากคนในพื้นที่คณะทำงานจะยุติในทันทีเพราะไม่ต้องการให้เกิดข้อขัดแย้งขึ้น ซึ่งการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภาคเอกชนนั้นมีความเป็นไปได้ โดยนักลงทุนต่างประเทศหลายรายก็แจ้งความจำนงจะร่วมทุนจัดตั้งนิคมฯ เข้ามาเช่นกัน

ถือว่าจังหวัดขอนแก่นเสียโอกาสด้านการลงทุน เพราะบริษัทจากต่างประเทศ รวมถึงโรงงานหลายแห่งจากพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะโรงงานในเขตน้ำท่วม แจ้งความประสงค์พร้อมย้ายเข้ามาตั้งโรงงานใน จ.ขอนแก่นทันที แต่จังหวัดขอนแก่นไม่มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนให้นักลงทุนเหล่านี้

เบื้องต้นมีโรงงานของบริษัท อาเจ บิ๊กโคล่า จากประเทศเปรู พร้อมเข้าลงทุนทันที แต่ไม่มีพื้นที่จึงเบนเป้าหมายไปที่ภาคเหนือ, บริษัท ฮิตาชิ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่, โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่น้ำท่วมแถบ จ.พระนครศรีอยุทธยา ซึ่งการลงทุนของบริษัทเหล่านี้จะเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ผู้ป่วยสมองเสื่อมเฮ! นักวิจัย “แสงซินโครตรอน” วิเคราะห์ธาตุเส้นผม-เร่งผลิตยารักษา



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา-ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเฮ! นักวิจัยไทยสุดยอดใช้แสงซินโครตรอนศึกษาวิเคราะห์ธาตุสำคัญในเส้นผมครั้งแรกของโลก พบเส้นผมผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมี 3 ธาตุสำคัญสูงกว่าคนปกติ มีผลต่อระบบการเผาผลาญของร่างกายและการทำงานของระบบประสาท เผยเตรียมต่อยอดงานวิจัยเพื่อเร่งหาสมุนไพรไทยผลิตยารักษาโรคสมองเสื่อม คาดใช้เวลาอีก 3-5 ปีได้ยารักษาฝีมือคนไทยแน่

ผศ.ดร.จารุวรรณ ศิริเทพทวี อาจารย์ประจำสาขาวิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า ภาวะสมองเสื่อ (Dementia) คือภาวะที่สมองทำงานลดลงกว่าเดิม ทำให้ความรอบรู้ ความจำ ความคิด การตัดสินใจเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง ร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้ที่เป็นโรคดังกล่าว อาการอาจรุนแรงจนกระทบกระเทือนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และมักมีอาการทางจิตร่วมด้วย โรคสมองเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) และภาวะสมองเสื่อมจากการชักนำโดยหลอดเลือด (Vascular Dementia) เช่น ภาวะอ้วน เส้นเลือดอุดตัน และเกิดจากการสัมผัสสารเคมี หรือความไม่สมดุลของธาตุในร่างกาย

ปัจจุบันโรคสมองเสื่อมมีอุบัติการณ์สูงขึ้นในทั่วโลก แต่ยังไม่มีการค้นพบวิธีการรักษาได้ จากรายงานล่าสุดขององค์การ Alzheimer’s Disease International ประเมินว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมทั่วโลกประมาณ 35 ล้านคน สำหรับในประเทศไทยคาดว่ามีผู้ป่วยประมาณ 800,000 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และปัจจุบันยังไม่มีรายงานใดระบุสาเหตุของโรคสมองเสื่อมได้แน่ชัด บางรายงานระบุว่ามาจากกรรมพันธุ์ มาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการสัมผัสสารเคมี ความเครียด เป็นต้น

ผศ.ดร.จารุวรรณกล่าวต่อว่า ตนได้ร่วมกับทีมงานวิจัย ประกอบด้วย ดร.วันวิสา พัฒนศิริวิศวะ นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จ.นครราชสีมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ พญ.อัญชลี ศิริเทพทวี แพทย์ประจำโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ร่วมกันศึกษาธาตุเจือในเส้นผมของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมด้วยแสงซินโครตรอนโดยใช้เทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ (X-ray Absorption Spectroscopy) เพื่อศึกษาโครงสร้างระดับอะตอมในการวัดหาแร่ธาตุและองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในเส้นผม

การเลือกใช้เส้นผมของผู้ป่วยมาทำการวิจัยเนื่องจากเป็นตัวอย่างที่สามารถเก็บได้ง่าย มีความคงทน และมีการสะสมของธาตุอยู่มาก แร่ธาตุมีการสะสมตลอดตามช่วงอายุ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแตกต่างจากส่วนประกอบในเลือดและปัสสาวะรวมถึงน้ำไขสันหลังที่มีการปรับเปลี่ยนปริมาณธาตุในแต่ละวันไม่คงที่ ซึ่งการทดสอบต้องใช้ CTสแกน ปัจจุบันยังมีราคาค่อนข้างสูง

สำหรับการวิจัยนี้เป็นการหาความไม่สมดุลของแร่ธาตุในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมชนิดต่างๆ เปรียบเทียบกับคนปกติ โดยหลีกเลี่ยงวิธีการเจาะเลือด และสารคัดหลั่งต่างๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนที่มีความแม่นยำสูง ผู้ป่วยไม่ทรมานในช่วงการเก็บตัวอย่าง

ทีมงานวิจัยได้ทำการเก็บตัวอย่างเส้นผมของผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมและคนปกติรวม 30 รายที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมชนิดต่างๆ 15 ราย ในโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะสุดท้าย 1 ราย, ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมร่วมกับโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) 1 ราย, ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะปานกลาง 2 ราย และอีก 11 รายเป็นผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมจากการชักนำโดยหลอดเลือด เช่น ภาวะอ้วน เส้นเลือดอุดตัน ส่วนที่เหลืออีก 15 รายเป็นคนปกติทั่วไป

ทั้งนี้ ตัวอย่างเส้นผมจะมีขนาดความยาว 10 ซม. กว้าง 2 มม. และเป็นเส้นผมที่ไม่ผ่านการโกรกผม ย้อมผม ทำสี การใช้น้ำยายืดผม ดัดผม โดยตัดเอาบริเวณตั้งแต่โคนผม จากนั้นนำมาทำความสะอาด แช่น้ำยาเพื่อล้างเอาไขมัน และสิ่งเจือปนออกก่อนทำการวิจัยด้วยแสงซินโครตรอน

ผลการศึกษาพบว่า ธาตุในเส้นผมจากทั้ง 2 กลุ่มมีธาตุสำคัญ คือ ออกซิเจน, ซัลเฟอร์, คลอรีน, ซิลิกอน, แมกนีเซียม, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส แต่เส้นผมของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมนั้นจะมีสัดส่วนของธาตุแคลเซียม, คลอรีน และฟอสฟอรัส ในปริมาณที่สูงกว่าคนปกติ ซึ่งค่าความน่าจะเป็นควรน้อยกว่า 0.05 ธาตุดังกล่าวนี้จะมีผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย รวมทั้งการทำงานของระบบประสาทมนุษย์

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมที่สัมพันธ์กับอัลไซเมอร์ และพาร์กินสันจะมีองค์ประกอบของซัลเฟตอยู่ในระดับที่สูงกว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในกลุ่มภาวะสมองเสื่อมจากการชักนำโดยหลอดเลือด (Vascular Dementia) ผลการศึกษาวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการวิเคราะห์หาสัดส่วนปริมาณธาตุที่สำคัญในเส้นผม และองค์ประกอบของธาตุนั้น สามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการบ่งชี้ภาวะโรคสมองเสื่อมได้

ด้าน ดร.วันวิสา พัฒนศิริวิศวะ นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า แสงซินโครตรอนมีลักษณะพิเศษกว่าแสงชนิดอื่นเพราะมีความคมชัดสามารถดูองค์ประกอบต่างๆ ได้ในระดับอะตอม และสามารถวัดแร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ในเส้นผมได้ โดยทีมงานได้ใช้เทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ พบว่าเทคนิคนี้สามารถบอกองค์ประกอบของธาตุว่าเปลี่ยนแปลงจากซัลเฟตเป็นซัลเฟอร์ ทำให้เกิดการขับของเสียหรือเกิดเป็นพิษขึ้นมาในร่างกาย ซึ่งในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และพาร์กินสันจะมีซัลเฟตมากกว่าคนปกติ ส่วนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมจากการชักนำโดยหลอดเลือด หรือ Vascular Dementia กับคนปกติจะไม่มีซัตเฟตสูง

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมาก คือทำให้ทราบว่าระดับความสมดุลของแร่ธาตุระหว่างคนปกติกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม รวมทั้งโรคสมองเสื่อมชนิดต่างๆ มีธาตุเหล่านี้แตกต่างกัน เช่น พวกธาตุแคลเซียมจะเกี่ยวข้องกับระบบการเผาผลาญในร่างกาย รวมทั้งการสืบประสาทในร่างกาย หากมีแคลเซียมระดับต่ำก็จะทำให้เกิดโรคทางระบบประสาทได้หลายชนิด แต่ขณะเดียวกัน จากการสืบค้นงานวิจัยอื่นๆ พบว่าถ้าแคลเซียมมีปริมาณสูงมากก็ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เหตุที่แคลเซียมสูงจะชักนำให้เกิดการฝังตัวตามเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งสมองก็จะเกิดพยาธิภาพขึ้นมาได้

“งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ในการศึกษาวิเคราะห์หาสัดส่วนปริมาณธาตุที่สำคัญในเส้นผม และองค์ประกอบของธาตุนั้นสามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการบ่งชี้ภาวะโรคสมองเสื่อมและต่อยอดสืบค้นตัวยาได้ เป็นเทคนิคแรกของโลกที่ทำการศึกษาจากตัวอย่างเส้นผมของคนไข้ ซึ่งบทความงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ Journal of Synchrotron Radiation และได้รับทุนการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ถือว่าเป็นงานวิจัยในระดับแนวหน้าของไทยที่จะพัฒนาได้อีกต่อไป” ดร.วันวิสากล่าว

ดร.วันวิสากล่าวอีกว่า ทีมงานวิจัยใช้เวลาในการทำงานวิจัยชิ้นนี้นานกว่า 1 ปี และขณะนี้ได้มีการต่อยอดงานวิจัยดังกล่าวด้วยการสืบค้นข้อมูลในการคิดค้นตัวยามาทำการรักษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจากสมุนไพรพื้นบ้านของไทยตามสาเหตุโรคสมองเสื่อมแต่ละชนิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบค้นข้อมูล แต่กว่าจะหาสมุนไพรได้ และทำการสกัดสารออกมา ก่อนนำไปทดลองในผู้ป่วยคงต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

“การทำงานศึกษาวิจัยจะต้องใช้งบประมาณสนับสนุนค่อนข้างมาก จึงคาดว่าภายใน 3-5 ปีน่าจะมียารักษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจากพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยโดยฝีมือนักวิจัยไทยแน่นอน” ดร.วันวิสา

อนุกกม.สิ่งแวดล้อมฯวุฒิสภา แนะแก้ปัญหาน้ำเสียที่ปราจีนบุรี



ศูนย์ข่าวศรีราชา - อนุกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติวุฒิสภา แนะแนวทางแก้ปัญหาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีปัญหาน้ำเสีย กุ้ง ปลาตาย ที่แควพระปรง จังหวัดปราจีนบุรี

นายสนธิ คชวัฒน์ เลขาและอนุกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ วุฒิสภา เปิดเผยว่า เมื่อฅเร็วๆ นี้คณะอนุกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติวุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีน้ำเน่าเสีย กุ้ง ปลาตายที่แควพระปรง จังหวัดปราจีนบุรี โดยเชิญอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 7 (สระบุรี) ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี อุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมที่อาคารวุฒิสภา คณะอนุกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติมีข้อเสนอแนะดังนี้

1.เนื่องจากปัญหาน้ำเน่าเสีย และกุ้ง ปลาตายในลำน้ำแควพระปรงเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะช่วงต้นฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน โดยพบว่าแควพระปรงรับน้ำมาจากแควหนุมาน แควโขมงซึ่งมีต้นน้ำอยู่เทือกเขาในเขตจังหวัดสระแก้ว และรับน้ำมาจากคลองสะทึงเทือกเขาในเขตจังหวัดปราจีนบุรีผ่านจังหวัดสระแก้วไหลมาบรรจบกันที่บ้านปากน้ำ หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว ก่อนไหลลงแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งประชาชนร้องเรียนว่าอาจเกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต้นน้ำได้แก๋ บริษัทรวยไทย ไฟเบอร์ อินตัสทรี (ไทยแลนด์)จำกัด ปราจีนบุรี ประกอบกิจการฟอกและตกแต่งสำเร็จด้ายและสิ่งทอบริษัทสระแก้วเจริญ จำกัด สระแก้ว ประกอบกิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง บริษัทเอลีท คราฟท์ เปเปอร์ จำกัด สระแก้ว ผลิตกระดาษทำลอนลูกฟูก กระดาษทำผิวกล่อง และมีโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ในโรงงานด้วย และบริษัทไทยเคน จำกัด ปราจีนบุรี ผลิตกระดาษ และมีโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ในโรงงานด้วย

ดังนั้น จึงขอให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในการติดตามการดำเนินงานของโรงงานอุสาหรรมดังกล่าวโดยเฉพาะประเด็นการปล่อยน้ำเสียในช่วงต้นฤดูฝน และขอให้คณะทำงานไตรภาคี เพื่อบริหารจัดการน้ำเสียและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมชุมชนแนวคลองพระปรง ซึ่งแต่งตั้งโดยคำสั่งกรมโรงงานอุสาหกรรมที่ 319/2555 ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการภาคประชาชน และภาคอุสาหรรมที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการติดตามตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดน้ำเน่าเสีย และแก้ไขปัญหาน้ำเสียและด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆโดยตั้งเป้าว่าในปีถัดไปจะไม่ให้เกิดกรณีน้ำเน่าเสีย กุ้ง ปลาตายในแควพระปรงอีก

2.เห็นควรให้นำกฎกระทรวงตามบทบัญญัติในมาตรา80 แห่งพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบการเก็บสถิติและข้อมูลการจัดการทำเป็นบันทึกรายละเอียด และรายงานสรุปผลการทำงานการบำบัดน้ำเสีย พ.ศ.2555 มาใช้ในกรณีนี้อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ให้โรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งกำเนิดมลพิษที่เข้าข่ายกฎกระทรวงซึ่งตั้งอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบแควพระปรงดำเนินการส่งข้อมูลให้พนักงานท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อไป

3.เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อทอง จังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา จังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลย่านรี จังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง จังหวัดสระแก้ว และเทศบาลตำบลศาลาลำดวน จังหวัดสระแก้วมีอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าวประสานความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยเฉพาะทางกายภาพและควรจัดหาเครื่องมือตรวจคุณภาพน้ำอย่างง่ายประเภทพกพาและสามารถทราบผลได้ทันทีได้แก่ pH METER , DOMETERเป็นต้น และทำการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำเป็นประจำหากพบว่ามีความเป็นไปได้ที่คุณภาพน้ำจะเปลี่ยนแปลงให้หาแหล่งกำเนิดและเสนอต่อคณะทำงานไตรภาคีตรวจสอบทันที

4.เนื่องจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคจะไปสังกัดที่กรมควบคุมมลพิษจึงเห็นควรให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค เน้นในการควบคุมและติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในลำน้ำสายหลักและตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่รับผิดชอบจึงเห็นควรเพิ่มบุคลากรและเสริมสร้างสมรรถนะต่อบุคลากรในส่วนนี้ให้สามารถทำงานในส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปด้วย

5.เนื่องจากปัญหาน้ำเสียในลำน้ำและการลักลอบทิ้งกากของเสียหรือน้ำเสียในพื้นที่สาธารณะมักเกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ต่างๆและการกำหนดมาตราการป้องกันและแก้ไขปัญหาของหน่วยราชการเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ประชาชนขาดความไว้วางใจต่อหน่วยงานราชการ จึงเห็นควรให้มีการจัดการประชุมแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกันตามกฎหมายที่ได้รับมอบหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

เพื่อวางแนวทางทั้งในด้านการป้องกันแก้ไขและฟื้นฟูในกรณีที่อาจเกิดเหตุการณ์น้ำเสีย, การลักลอบทิ้งของเสียในที่สาธารณะและควรมีการจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติให้ชัดเจนเพื่อที่แต่ละ หน่วยงานสามารถนำไปใช้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ตรงตามอำนาจหน้าที่และเป็นการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาได้ทันที ทั้งนี้ขอให้กรมควบคุมมลพิษเป็นเจ้าภาพดำเนินการต่อไป

ชาวเหล่าปอแดงสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว



สกลนคร - เทศบาลตำบลเหล่าปอแดงผนึกประชาชนในพื้นที่ ร่วมสืบสานประเพณีแข่งเรือยาวท้องถิ่นประจำปี 2555 หวังอนุรักษ์ประเพณีและสร้างความสามัคคีในพื้นที่ เผยปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานคับคั่ง

วันนี้ (15ต.ค.55) ที่บริเวณสระน้ำบ้านหนองแคน หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลเหล่าปอแดง ชาวตำบลเหล่าปอแดง อ.เมืองสกลนคร ร่วมกันสืบสานงานประเพณีแข่งขันเรือยาวของท้องถิ่น ประจำปี 2555 โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง มีทีมเรือเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมาก ซึ่งปีนี้นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานพิธีเปิด โดยเทศบาลตำบลเหล่าปอแดงและประชาชนตำบลเหล่าแดง ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น

การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้สืบทอดกันต่อไป อีกทั่งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด เป็นพื้นที่สีขาวปลอดสิ่งเสพติดและอบายมุข

สำหรับบรรยากาศในของการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคัก มีทีมเรือส่งเข้าแข่งขันจำนวน 30 ลำ โดยแบ่งประเภทการแข่งขันทีมเพศชายและเพศหญิง รุ่นเล็ก-ใหญ่ จำนวน 20-40 ฝีพาย โดยมีประชาชนทั้งในพื้นที่และใกล้เคียงรวมถึงนักท่องเที่ยวร่วมงานคับคั่ง ขณะเดียวกันมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านของท้องถิ่น การออกร้านจำหน่ายสินค้า ส่วนกลางคืนจัดให้มีประกวดนางนพมาสจากสาวงามแต่ละหมู่บ้านร่วมประกวด

เกษตรสตูลหันเลี้ยงปูนิ่มอิงธรรมชาติสร้างอาชีพตามหลักเกษตรพอเพียง



สตูล - เกษตรกรที่เลี้ยงปูดำ หันมาเลี้ยงปูนิ่ม ซึ่งมีราคาสูงกว่า หลังศึกษาชีวิต ปูนิ่ม และปูนิ่ม คือปูที่เพิ่งลอกคราบ ที่นิยมรับประทาน จึงเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะรับประทานได้ทั้งตัว เป็นเมนูอาหารแสนอร่อยได้หลายชนิด

นายฮาหมาด จินดา อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 3 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล เป็นเกษตรกรเลี้ยงปูนิ่ม และเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องราวการเลี้ยงปูนิ่มให้เยาวชนและนักเรียน ชาวบ้านฟังอยู่บ่อยครั้ง นายฮาหมาด เล่าว่า ขณะนี้ผมเลี้ยงปูนิ่มบนพื้นที่ 3 ไร่หลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำเค็มขึ้นถึงไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้ นอกจากต้นไม้ที่ขึ้นในน้ำเค็มและไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้ จึงมีแนวคิดในการเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นการทำเกษตรประมงแบบธรรมชาติ เพื่อให้ป่าน้ำเค็มในบริเวณนี้เป็นป่าที่สมบูรณ์ ตามหลักเกษตรพอเพียงที่ว่า ป่าพึ่งคน คนพึ่งป่า

โดยเริ่มจากการขุดลอกดินให้เป็นร่องน้ำรอบๆ พื้นที่ ลึกประมาณ 1 เมตรครึ่ง เพื่อใช้สำหรับการเลี้ยงปูนิ่มในกล่องโดยให้น้ำสามารถไปไหลเวียนได้ และมีช่องให้น้ำทะเลไหลเข้าออกโดยใช้ตาข่ายกั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ปูออก พร้อมกับปลูกป่าชายเลนตรงกลาง มีลักษณะคล้ายเกาะเล็กๆ บนเกาะมีพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ หลากสายพันธุ์ ประกอบไปด้วยไม้โกงกาง ไม้พังกาหัวสุม ลำแพน ไม้ตุ่ม แสม โปรงแดง จากนั้นก็นำปูดำไปเลี้ยงในกล่องๆ ละ 1 ตัว ทั้งหมดที่ผมเลี้ยงอยู่มี 600 กล่อง และในร่องน้ำอีกหลายร้อยตัว อาศัยรวมกันอยู่ร่วมกับปลาทะเลหลายชนิด

นอกจากนี้ยังขุดเป็นบ่อพักฟื้นปูอีก 1 บ่อ การเลี้ยงปูนิ่มในลักษณะนี้เป็นการเลี้ยงเชิงธรรมชาติ เพียงแค่เราเรียนรู้ธรรมชาติของมัน ซึ่งปูเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ อาศัยอยู่ในป่าชายแลน เลี้ยงแบบนี้ก็เหมือนการสร้างที่อยู่ให้มัน มีดิน น้ำ ป่า ปูก็จะเติบโตตามธรรมชาติ มันสามารถผ่านวิกฤติทางธรรมชาติไปได้ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ว และยังเป็นการประหยัดต้นทุนด้วย






สำหรับการเลี้ยงปูนิ่ม 1,000 กล่อง จะใช้ต้นทุนซื้อกล่องใส่ปูในราคา กล่องราคา 18 บาท จะตกอยู่ที่ 18,000 บาท ปู 1 ตัวต่อ 1 กล่อง ส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นค่าวัสดุทำแพลอยน้ำ ส่วนพันธุ์ปูจะซื้อจากชาวบ้านที่ไปตกปูจากธรรมชาติ ในราคา กิโลกรัมละ 75 บาท ซึ่งมีประมาณ 10 ตัว ปัจจุบันพบว่าพันธุ์ปูมีน้อยมาก ถือว่าเป็นปัญหาปูน้อยลง ต้องเพาะพันธุ์ปูขึ้นมา

ส่วนปูที่ผมเลี้ยง มี 3 ชนิด คือ ปูดำเนื้อ ปูดำไข่ ปูดำนิ่ม ซึ่งจะมีราคาต่างกัน ปูดำนิ่มจะขายส่งพ่อค้าคนกลางในราคา 185 บาท ขายปลีกกิโลกรัม 220-240 บาท ปูดำเนื้อขนาด 5 ขีด ราคา 220 บาท 4 ขีด ราคา 160 บาท(ขายส่ง) ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีรายได้ประมาณ 7,000-8,000 บาท

ส่วนปูไข่ขนาด 8-10 ตัวต่อกิโลกรัมราคา 200 กว่าบาท ปูไข่นี้ไม่ได้ขาย จะขุนไว้เป็นแม่พันธุ์ และเลี้ยงไว้เป็นของฝากให้กับพรรคพวกที่เข้ามาเยี่ยม หรือเอาไปฝากญาติๆ ปูดำจะกินลูกปลาเป็นอาหาร จะให้อาหารบนผิวน้ำ 3 วันต่อครั้ง เฉลี่ยประมาณ 7 กิโลกรัม ปูจะเติบโตด้วยการลอกคราบ ลอก 1 ครั้งก็จะโตขึ้น 1 ครั้ง ตัวไหนกินอิ่มจนเนื้อเต็มตัวก็จะลอกก่อน จึงทำให้ปูลอกคราบไม่พร้อมกัน เราจึงมีปูนิ่มขายทุกวัน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการลอกคราบของปู






นายฮาหมาด กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะหันมาเลี้ยงปูนิ่มตามธรรมชาติ ได้เริ่มศึกษาธรรมชาติของมัน บวกกับได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ป่าชายเลยที่ 34 ว่าธรรมชาติของปูพวกนี้จะอาศัยอยู่ในป่าชายเลน ผมจึงแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลน และศึกษาวิถีชีวิตของมัน การเติบโต การลอกคราบ การล่าเหยื่อ ทำให้วันนี้รู้จักปูดีพอสมควร และก็ปรับการเลี้ยงโดยอิงธรรมชาติ จึงพบว่าการเลี้ยงแบบนี้ทำให้ลดความเสี่ยงการตายของปู และเป็นการประหยัดต้นทุนด้วย

จึงค้นพบว่าบนพื้นที่ 3 ไร่หลังบ้านซึ่งเป็นป่าเลน เหมาะที่สุดที่จะเลี้ยงปูนิ่มแบบอิงธรรมชาติ ตามหลักเกษตรพอเพียง จึงสร้างรายได้ให้กับครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผมก็ยินดีหากใครสนใจเรียนรู้การเลี้ยงปูอิงธรรมชาติ เพราะผมตั้งใจตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะเลี้ยงนำร่องให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ หากใครสนใจเลี้ยงปูดำเชิงธรรมชาติต้องการความรู้เพิ่ม สามารถติดต่อ โทร.089-4632994

นครตรังเปิดงานประเพณีถือศีลกินเจปี 55 ทั้งร้านค้าเจ ศาลเจ้าคึกคัก



ตรัง - เทศบาลนครตรัง ร่วมกับ ททท. สำนักงานตรัง เปิดงานประเพณีถือศีลกินเจ ประจำปี 2555 ขณะที่บรรยากาศการรับประทานอาหารเจก็คึกคัก ทั้งตามศาลเจ้าชื่อดัง และร้านจำหน่ายอาหาร

เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ (15 ต.ค.) นายไชยยศ ธงไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีถือศีลกินเจ หรือกินผัก ประจำปี 2555 ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครตรัง ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดตรังปฏิบัติสืบทอดกันมากว่า 150 ปี ด้วยการงดรับประทานอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ และพืชผักที่มีกลิ่นฉุน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งมีการนุ่งขาวห่มขาวตลอดระยะเวลาของการจัดงานด้วย

นอกจากนี้ ทางเทศบาลนครตรังยังได้มอบข้าวสารให้แก่ศาลเจ้าต่างๆ เพื่อประกอบอาหารสำหรับประชาชน และนักท่องเที่ยว ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง ก็ได้จัดทำคู่มืองานประเพณีถือศีลกินผัก แจกจ่ายให้ความรู้แก่ประชาชนอีกด้วย

ส่วนบรรยากาศทั่วไปในการถือศีลกินเจของชาวจังหวัดตรัง โดยทุกๆ ศาลเจ้าที่มีการบริการอาหารเจ ได้มีประชาชนจำนวนมากนำปิ่นโต และอุปกรณ์ต่างๆ ไปรับอาหาร โดยเฉพาะศาลเจ้าใหญ่ของเมืองตรัง เช่น ศาลเจ้าพ่อหมื่นราม ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี่ย และศาลเจ้าพ่อเสือ ได้มีประชาชนไปเข้าคิวเพื่อรับอาหารเจ และบางคนก็ได้รับประทานอาหารเจภายในศาลเจ้า ซึ่งปีนี้ได้บริการอาหารเจฟรีให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานด้วย

ขณะที่ร้านจำหน่ายอาหารเจก็คึกคักไปด้วยผู้คน โดยหลายร้านที่เคยจำหน่ายอาหารคาวก็ได้เปลี่ยนมาจำหน่ายอาหารเจในช่วงนี้ เพราะสามารถสร้างกำไรได้เป็นอย่างดี จึงทำให้มีร้านอาหารเจเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับภายในตลาดท่ากลาง และตลาดสดเทศบาลนครตรัง ก็จะมีประชาชนจำนวนมากไปซื้อพืชผัก เพื่อนำมาประกอบอาหารเจรับประทานกันเองภายในครัวเรือน ซึ่งเป็นการประหยัดมากกว่าการไปซื้อรับประทานจากร้านที่ค่อนข้างจะมีราคาแพง

นักโบราณคดีบุกพิสูจน์ชี้กรุพระผงโบราณหมื่นองค์อายุ 300 ปี-เตรียมขึ้นทะเบียน



ศรีสะเกษ - นักโบราณคดีบุกพิสูจน์กรุพระผงโบราณกว่า 10,000 องค์ ขุดพบที่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เผยมีอายุประมาณ 200-300 ปีในยุคศิลปะล้านช้าง เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ และมอบให้ชาวบ้านหนามแท่งร่วมกันดูแลเป็นสมบัติของชาติต่อไป

วันนี้ (15 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีหลวงพ่อสมศักดิ์ สิริธัมโม พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง บ้านหนามแท่ง ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ขุดพบพระผงโบราณและใบเสมาเก่าแก่ ซึ่งเป็นพระผงโบราณปางนาคปรกและปางสมาธิ จำนวนกว่า 10,000 องค์ คาดมีอายุกว่า 1,000 ปี ที่บริเวณกลางป่าสาธารณประโยชน์ดงบ้านเก่าสะเดาหวาน-บ้านหนามแท่ง ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และได้มีประชาชนพากันนำดอกไม้ ธูปเทียนมากราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการเฝ้าดูแลรักษาอย่างเข้มงวดตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ นายชินวุฒิ วิลยาลัย นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ สำนักศิลปากรที่ 11 จ.อุบลราชธานี และ น.ส.หทัยชนก วินิจธร นักโบราณคดี โครงการสำรวจลุ่มน้ำมูล-ชี 2555 ได้เดินทางมาตรวจสอบพระผงโบราณ และวัตถุโบราณที่ค้นพบในบริเวณดังกล่าว โดยหลวงพ่อสมศักดิ์ สิริธัมโม พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง ผู้ขุดค้นพบ ได้นำคณะนักโบราณคดีตรวจสอบพระผงโบราณอย่างละเอียด โดยมีประชาชนจำนวนมากพากันมากราบไหว้ และชมพระผงโบราณอย่างใกล้ชิด ซึ่งคณะนักโบราณคดีได้ดำเนินการตรวจสอบดูลักษณะของพระผงทั้งสองแบบทั้งพระปางนาคปรก และพระปางสมาธิ รวมทั้งตรวจสอบใบเสมาเพื่อดูว่ามีรูปลักษณะเป็นอย่างไร

นายชินวุฒิ วิลยาลัย นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ สำนักศิลปากรที่ 11 จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า จากการได้ทำการตรวจสอบพระผงโบราณทั้งหมดแล้ว สันนิษฐานว่าพระผงโบราณทั้งหมดเป็นศิลปะล้านช้าง มีอายุประมาณ 200-300 ปี โดยพระผงโบราณทำด้วยเนื้อว่าน แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นว่านชนิดใด ซึ่งพระทั้งหมดมีลักษณะเป็นพิมพ์แบบทั่วไป โดยพระปางนาคปรกมีลักษณะเป็นพระนาคปรกอยู่ตรงกลาง และมีรูปเทพเจ้าชายและหญิงอยู่ข้างซ้ายและข้างขวา รวมเรียกว่า พระตรีกาย หรือรัตนไตรมหายาน

ส่วนเงินราง คาดว่ามีอายุประมาณ 100-200 ปี ซึ่งจะได้รายงานเรื่องนี้ให้นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 จ.อุบลราชธานี ได้ทราบ เพื่อรายงานไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.อุบลราชธานี และจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุของแผ่นดินต่อไป

นายชินวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับในด้านการดูแลรักษาพระผงโบราณและวัตถุโบราณนั้นมีอยู่ 2 แนวทาง คือ กรมศิลปากรเป็นผู้เก็บรักษาดูแล และชุมชนร่วมกันดูแล แต่จากการที่ตนได้พบปะกับผู้นำชุมชนในตำบลนี้แล้ว พบว่าชุมชนมีความเข้มแข็งมาก อาจจะมอบให้ชุมชนร่วมกันดูแลรักษา ทั้งนี้ต้องทำทะเบียนโบราณวัตถุเสร็จเสียก่อนว่ามีจำนวนเท่าใด จากนั้นจะได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางในการเก็บดูแลรักษาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะแล้วเสร็จ

ทางด้านหลวงพ่อสมศักดิ์ พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง บ้านหนามแท่ง ผู้ขุดค้นพบ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ส่วนราชการและชาวบ้านเข้ามาร่วมกันดูแลรักษาพระผงโบราณและวัตถุโบราณทั้งหมดที่ค้นพบในครั้งนี้ ซึ่งในอนาคตต่อไปจะมีการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมที่บริเวณนี้ ซึ่งจะต้องรอดูว่ากรรมการหมู่บ้าน รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นทุกคนจะหารือกัน และมีข้อตกลงร่วมกันอย่างไร

“ขณะนี้มีบรรดาพ่อค้าพระโบราณ รวมทั้งนักสะสมของเก่าจำนวนมากพยายามติดต่อกับอาตมภาพเพื่อที่จะขอซื้อพระผงโบราณทั้งหมด แต่ว่าอาตมภาพและผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ยอมขาย และไม่พูดติดต่อด้วย เพราะต้องการเก็บพระผงโบราณและวัตถุโบราณทั้งหมดให้เป็นสมบัติของชาวบ้านหนามแท่งและเป็นสมบัติของแผ่นดินตลอดไป” หลวงพ่อสมศักดิ์กล่าว

ชาวกัมพูชาชายแดนสุรินทร์ อาลัย “อดีตกษัตริย์สีหนุ” เสด็จสวรรคต



สุรินทร์-ชาวกัมพูชา ชายแดนไทยด้าน “ด่านช่องจอม” จ.สุรินทร์ อาลัย “สมเด็จพระนโรดม สีหนุ” อดีตกษัตริย์กัมพูชาเสด็จสวรรคต จนท.เขมรเผยขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งจากรัฐบาลหน่วยงานราชการต่างๆ จัดพิธีการไว้อาลัย เพียงสั่งให้ลดธงชาติครึ่งเสาแสดงความอาลัย ขณะพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงการเสด็จสวรรคต และติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์จากประเทศกัมพูชา

วันนี้ (15 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางไปยังด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังทราบข่าว สมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตพระมหากษัตริย์ของประเทศกัมพูชา เสด็จสวรรคต ที่กรุงปักกิ่ง พบว่า พ่อ ค้า ประชาชน ชาวกัมพูชา ต่างจับกลุ่มพูดคุยกัน ถึงการเสด็จสวรรคต ของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ด้วยความเสียใจและอาลัยต่ออดีตพระมหากษัตริย์ของชาวกัมพูชา

เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองโอร์เสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ยังไม่ได้รับคำสั่งให้จัดพิธีไว้อาลัย แก่ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา แต่อย่างใด เพียงแต่สั่งให้ลดธงชาติครึ่งเสาเป็นการแสดงความไว้อาลัย เพราะช่วงนี้รัฐบาล กำลังเตรียมการรับพระศพเสด็จ กลับประเทศ และกำลังเตรียมการจัดพิธีการงานพระศพ คาดว่าเย็นวันนี้ ( 15 ต.ค.) หลังจากพระศพ เสด็จกลับถึง ประเทศกัมพูชาแล้วจะมีประกาศจากรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

“ในส่วนของชาวกัมพูชา ประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจ ต่างแสดงความเสียใจ ต่อการเสด็จสวรรคต ของอดีตกษัตริย์กัมพูชา เพราะประชาชนให้ความเคารพอย่างสูง ตามบ้านเรือน อาคารสถานที่ต่างๆ จะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านประดับอยู่ เพื่อเป็นมิ่งขวัญกำลังใจแก่ชาวกัมพูชา” เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองโอร์เสม็ด กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนมาค้าขาย ในฝั่งไทยที่ตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ต่างจับกลุ่มพูดคุยกันถึงการเสด็จสวรรคต ของอดีตกษัตริย์ กัมพูชา ด้วยความรักและอาลัย และติดตามข่าวสารจากโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ของประเทศกัมพูชา ที่รายงานเหตุการณ์พิธีการรับเสด็จพระศพ กลับถึงประเทศกัมพูชา และโทรศัพท์สอบถามข่าวจากญาติที่กรุงพนมเปญ ถึงกำหนดงานต่างๆ ที่รัฐบาลจะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้

ชาวสกลนครร่วมรับประทานเจวันแรกคึกคัก



สกลนคร - ชาวสกลนครร่วมประเพณีถือศีลกินเจคึกคัก เผยวันแรกมีคนสนใจทำบุญผูกปิ่นโตเจ ต้องเข้าคิวรับอาหารเจยาวเหยียด ขณะที่โรงเจจัดสรรวัตถุดิบปรุงอาหารเจคุณภาพดี พร้อมพ่อครัวฝีมือดีปรุงอาหารรับความต้องการที่สูงขึ้น

บรรยากาศงานเทศกาลกินเจจังหวัดสกลนคร วันแรก ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ เมตาธรรมมูลนิธิ มีประชาชนจังหวัดสกลนครให้ความสนใจมาร่วมประเพณีถือศีล กินเจ ทำจิตใจให้สงบ ละเว้นจากเนื้อสัตว์ ตลอด 9 วัน 9 คืน กันอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนเดินทางนำปิ่นโตมารับอาหารเจจำนวนมาก ทำให้ต้องต่อแถวยาวเหยียด

ทั้งนี้โรงเจ เมตาธรรมมูลนิธิสกลนคร จะมีอาหารไว้คอยบริการในช่วงเทศกาลกินเจ ในช่วงกลางวันตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. และช่วงเย็นในเวลา 17.00-20.00 น. ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2555 โดยในปีนี้ทางโรงเจได้ทำเมนูอาหารที่หลากหลายและใช้ผักสดปลอดสารพิษและใช้เนื้อเทียมคุณภาพดี ทั้งมีพ่อครัวฝีมือดี มาปรุงอาหารเจ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่สนใจรับประทานอาหารเจเพิ่มขึ้น

ส่วนผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจจะมาร่วมรับอาหารเจ และร่วมรับประทานอาหารเจที่เมตาธรรมมูลนิธิสกลนคร สามารถนำปิ่นโตหรือมารับประธานอาหารเจโดยร่วมบริจาคได้ที่ตู้รับบริจาคตามกำลังศรัทธา พร้อมรับบัตรติดปิ่นโต ซึ่งถือเป็นการทำบุญร่วมกัน เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายเป็นค่าจัดซื้ออาหารในมื้อต่อๆ ไป และเก็บไว้ใช้ในงานสาธารณกุศลต่างๆ อีกด้วย

ประมูล 3G กับสัญญาณโทรศัพท์ ที่ไม่ถุกตัดจริง

ข่าวการประมูล 3G ที่บอกว่ามีระบบป้องกันการฮั้ว มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แต่ความจริง กลับพบดังภาพ



photo

“น้องเอ๋”คว้ามงกุฎนางสาวนครศรีธรรมราชไปครองพร้อมตำแหน่งชุดแต่งกายยอดเยี่ยม







นครศรีธรรมราช - โค้งสุดท้ายประกาศผลการประกวดสาวงามนครศรีธรรมราช เมื่อคืนที่ผ่านมา น.ส.ชลลดา ปานสีนุ่น คว้าตำแหน่งนางสาวนครศรีธรรมราชประจำปี 2555 รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท มงกุฎ และ รางวัลเกียรติยศ

การประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช ประจำปี 2555 รอบตัดสิน ณ เวทีกลาง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ทุ่งท่าลาดในงานประเพณีเทศกาลบุญสารทเดือนสิบและกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสนใจของประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีสาวงามขึ้นประชันบนเวทีจำนวน 36 คน โดยได้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการมาเป็นคณะกรรมการผู้ตัดสินชี้ขาด

ซึ่งผลการตัดสินของคณะกรรมการ ปรากฏว่าตำแหน่งนางสาวนครศรีธรรมราช ประจำปี2555 ได้แก่หมายเลข 14 นางสาวชลลดาปานสีนุ่น หรือน้องเอ๋ อายุ 20 ปี ส่งเข้าประกวดโดย ห้างทองซีกวงได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อม มงกุฎ สายสะพาย ถ้วยรางวัล ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ(นครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ) สนับสนุนโดยสายการบินนกแอร์ บัตรกำนัลมูลค่า 7,000บาท สนับสนุนโดย ราชเทวีคลินิก นอกจากนี้ยังได้รับตำแหน่งชุดแต่งกายยอดเยี่ยมด้วย ได้รับเงินรางวัลอีก 5,000 บาท

รองอันดับ 1 ได้แก่หมายเลข 13 นางสาวจิรารัฐ พิศพรรณ(สิริน) รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อม สายสะพาย ถ้วยรางวัล ตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ(นครศรีธรรมราช -กรุงเทพฯ) บัตรกำนัลมูลค่า 6,000 บาท รองอันดับ 2 ได้แก่หมายเลข 3 นางสาวอรอนงค์ นาคแก้ว (น้ำ) ส่งเข้าประกวดโดยเทศบาลเมืองปากพนัง รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อม สายสะพาย ถ้วยรางวัล ตั๋วเครื่องบินไปกลับ(นครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ) บัตรกำนัลมูลค่า 5,000 บาท

รองอันดับ 3 และตำแหน่งขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 25 นางสาวกัญญารัตน์ เงินมูล (โบว์ลิ่ง) ส่งเข้าประกวดโดย หจก.ชูศักดิ์ภาคใต้พาราวู้ด รับเงินสด 10,000 บาท พร้อม สายสะพาย ถ้วยรางวัล ตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ(นครศรีธรรมราช -กรุงเทพฯ) บัตรกำนัลมูลค่า 5,500 บาท รองอันดับ 4 ได้แก่หมายเลข 29 นางสาววราลี ไอยราคม (ใบเฟิร์น) ส่งเข้าประกวดโดยชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช รับเงินสด 10,000 บาท พร้อม สายสะพาย ถ้วยรางวัล ตั๋วเครื่องบินไปกลับ(นครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ) บัตรกำนัลมูลค่า 5,500 บาท

ส่วน ตำแหน่งขวัญใจชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และตำแหน่งขวัญใจประชาชน ได้แก่หมายเลข 10 นางสาวพรวิภา พานุมาส (อาย) ส่งเข้าประกวดโดยโรงเหล้าแสงจันทร์ ณ เมืองคอน รับเงินสดตำแหน่งละ 5,000 บาท พร้อม สายสะพาย และถ้วยรางวัล ตำแหน่งผิวสวยสุขภาพดี ได้แก่ หมายเลข 18 นางสาวศรัญญ่า มัชฌิมวงศ์ ส่งเข้าประกวดโดยที่ว่าการอำเภอทุ่งใหญ่ รับเงินสด 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย และถ้วยรางวัล บัตรกำนัลมูลค่า 7,000 บาท สนับสนุนโดยศูนย์ความงามโอเรียนทอล บิวตี้

ตำแหน่งหุ่นสวยสุขภาพดี ได้แก่หมายเลข 28 นางสาวดวงกมล พรหมเพศ (บิว) ส่งเข้าประกวดโดย ต.อาหลั่ยยนต์ทุ่งสง รับเงินสด 5,000 บาทพร้อมสายสะพาย และถ้วยรางวัล

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติสร้างเครื่อข่ายเฝ้าระวังภัยที่สงขลา



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดโครงการสร้างองค์ความรู้ด้านระบบเตือนภัยพิบัติของพื้นที่เสี่ยงภัยฯ ที่ จ.สงขลา เพื่อเป็นการแจ้งเตือนภัยไปยังพื้นที่ และสามารถช่วยลดความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน

วันนี้ (15 ต.ค.) ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา จ.สงขลา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดโครงการสร้างองค์ความรู้ด้านระบบเตือนภัยพิบัติของพื้นที่เสี่ยงภัย และสร้างเครือข่ายศูนย์เตือนภัยภาคประชาชนเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

นายสมเกียรติ ศิริวัฒนโชค ผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วประเทศ โดยเฉพาะมหาอุทกภัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหากมีแนวทาง และข้อมูลในการป้องกัน หรือแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจากประชาชนในพื้นที่ก็จะสามารถช่วยลดความสูญเสียได้

ประกอบกับทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีนโยบายให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการบริหาร และบูรณาการความร่วมมือเกี่ยวกับการแจ้งเตือนภัย เพื่อรับมือกับภัยพิบัติได้ทันท่วงที จึงได้จัดโครงการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจในการรับข่าวสาร การแจ้งเตือนภัย การให้ความช่วยเหลือ และประสานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มจำนวนผู้มีจิตอาสาในการเป็นเครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติคอยเฝ้าระวังภัย และให้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ และแจ้งเตือนภัยไปยังพื้นที่สามารถช่วยลดความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างทันท่วงที

สำหรับโครงการดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 ตุลาคม ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา โดยจัดให้มีการสัมมนาในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติในพื้นที่ การฝึกซ้อมรายงานเหตุการณ์ และการแจ้งเตือนภัยของเครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมการจัดนิทรรศการ “ภัยพิบัติ รู้ทัน รับมือได้” และการเปิดฉายภาพยนตร์ 4 มิติ

“กินเจ ถูกปาก ถูกใจ ถูกอนามัย ไร้แอลกอฮอล์” ที่หาดใหญ่



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ททท.สำนักงานหาดใหญ่เปิดเทศกาลกินเจ 55 อย่างเป็นทางการ สืบสานประเพณีชาวจีน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจหาดใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่ประชาชนออกมารับประทานอาหารเจบางตากว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้(15 ต.ค.) ที่บริเวณสวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ หน้ามูลนิธีท่งเซียเซี่ยงตึ้ง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ ร่วมกับสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2555 อย่างเป็นทางการ เพื่ออนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของชาวจีน พร้อมกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจของ อำเภอหาดใหญ่ สร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น และประชาสัมพันธ์ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ โดยมีกิจกรรมมากมาย และบริการอาหารด้วยหม้อขนาดยักษ์ พร้อมร่วมกิจกรรม “ทานบุญ” กินอย่างพอเพียงเลี้ยงคนทั้งเมือง ซึ่งจะจัดเป็นซุ้มอาหารเจ นำมาบริการแจกจ่ายให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้ที่เข้ามาเที่ยวงาน

สำหรับเทศการกินเจในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 โดยใช้ชื่องานว่า เทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2555 “กินเจ ถูกปาก ถูกใจ ถูกอนามัย ไร้แอลกอฮอล์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-23 ตุลาคมนี้ บริเวณสวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ หน้ามูลนิธีท่งเซียเซี่ยงตึ้ง ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการออกร้านจำหน่ายอาหารเจหลากหลายชนิด สะอาด ถูกหลักอนามัยมากกว่า 120 ร้านค้า อย่างไรก็ตาม สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปในการกินเจวันที่ 2 ที่บริเวณถนนสายศุภสารรังสรรค์ ประชาชนออกมาหาอาหารเจรับประทานบางตากว่าปีที่ผ่านมา

ระวังมะพร้าวน้ำหอมเป็นโรคยอดเน่าช่วงฝนตกชุก


 ระวังมะพร้าวน้ำหอมเป็นโรคยอดเน่าช่วงฝนตกชุก หากพบ ควรงดปุ๋ย N กำจัดต้นเป็นโรคและใช้ออลดรินน้ำ 5 ช้อนแกง + น้ำ 1 ปี๊บ ราดคอทุก 2 เดือน

จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 15 ตค 2555 - 8.42 น

สุดยอดวิธีแก้อาการสุกรท้องเสีย


สุดยอดวิธีแก้อาการสุกรท้องเสีย ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน นำกล้วยดิบหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้สุกรกินวันละครั้ง นาน 3 วัน อาการจะหายเป็นปลิดทิ้ง

จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 14 ตค 2555 - 8.42 น

หากโค กระบือ แพะ แกะ สุกร มีแผลเป็นหนองและมีหนอน


หากโค กระบือ แพะ แกะ  สุกร มีแผลเป็นหนองและมีหนอน รักษาด้วยวิธีง่ายๆ ใช้ยาสูบ 1 กำมือบดละเอียด ผสมยางดอกรัก 1 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่แผลได้ทันที
จาก SMS FarmerInfo by DTAC - 13 ตค 2555 - 8.42 น

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อวดโง่

อวดโง่

เห็นนู๋พอเพียง มากโพสต์ธรรมะของครูบาอาจารย์ในเว็บแล้วรู้สึกสะเทือนใจ ในตอนที่หลวงปู่ชา สุภัทโทท่านเทศน์ว่า"การที่เราเอาธรรมน้อมมาที่ใจไม่ใช่เอาใจน้อมไปที่ธรรมนั้น เราต้อง"อาวุโส"กว่าธรรมทั้งหลาย เพราะที่ถูกจะต้องเอาใจน้อมเข้าหาธรรมนั้นจึงจะใช่" เขียนบทความทางธรรมะออนไลน์มานานกว่าสามปี ถึงกับสะดุ้ง เอ.........ผู้เขียนอวดโง่หรือเปล่าหนอ แต่เมื่อพิจารณาตามที่ครูบาอาจารย์ท่านคอยตรวจสอบปรู๊ฟให้อีกชั้นหนึ่งแล้วสบายใจขึ้นว่า"ไม่ผิดไปจากหลักธรรม" ขอบใจนะนู๋พอเพียง มาก
แทนสะมะชัยโย

3 อำเภอจันท์อากาศเริ่มเย็น ปชช.นำเสื้อกันหนาวมาสวมใส่กันแล้ว



จันทบุรี - 3 อำเภอในจังหวัดจันทบุรีเริ่มมีอากาศหนาวเย็น ทำให้ประชาชนเริ่มนำเสื้อกันหนาวมาสวมใส่กันแล้ว ขณะที่ในช่วงเช้า เริ่มมีหมอกหนาปกคลุมตามท้องถนน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเปิดไฟหน้ารถเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

วันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจอากาศหนาวในพื้นที่ 3 อำเภอ ของจังหวัดจันทบุรี คือ อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี พบว่า ทั้ง 3 อำเภอเริ่มมีอากาศหนาวเย็น โดยดูจากหมอกหนาในช่วงเช้าจะพบว่าบริเวณเชิงเขาเกลือ เทือกเขาสอยดาว และตามหมู่บ้านทับนคร อำเภอมะขาม หมู่บ้านหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เริ่มมีอากาศหนาวเย็น และมีหมอกหนาปกคลุมตามท้องถนน ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวัง และมีการเปิดไฟหน้ารถเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุขึ้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตามหมู่บ้านพบว่า ประชาชนเริ่มมีการนำเสื้อกันหนาวมาสวมใส่กันแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ใน 3 อำเภอมีอากาศหนาวเย็น โดยในเช้าวันนี้ ทางอุตุนิยมวิทยาจังหวัดจันทบุรี ได้วัดความกดอากาศหนาวที่เป็นความกดอากาศต่ำจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมลงมาในพื้นที่ภาคตะวันออก ในพื้นที่ 3 อำเภอ วัดได้ 22 องศาเซลเซียล

นางจรรยา โตประเสริฐ ชาวบ้านหมู่ 6 ตำบลปัถวี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ในช่วงนี้เริ่มมีอากาศหนาวเย็นหลังจากหมดฝน และคาดว่าในปีนี้อากาศจะหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา ในเบื้องต้น ตนเองได้เตรียมตัวในการนำเสื้อผ้า หรือเสื้อกันหนาวที่เก็บไว้มาสวมใส่หากอากาศหนาวเย็นมากกว่านี้

ส่วนนางจำเนียร ชูจันทร์ ชาวบ้านตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ในช่วง 1-2 วันนี้อากาศหนาวเย็นในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เริ่มมีอากาศหนาว รวมทั้งเริ่มมีหมอกหนาลงจัดบริเวณเชิงเขา และเทือกเขาต่างๆ ในเบื้องต้น ตนเองและครอบครัวต้องมีการนำเสื้อกันหนาวมาสวมใส่เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย และคาดว่าอากาศหนาวในปีจะหนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมาอีกด้วย

อากาศเปลี่ยน คนชรา-เด็กป่วยทางเดินหายใจระนาว



มหาสารคามชี้สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้เด็กและผู้สูงอายุปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศไม่ทัน ป่วยด้วยโรคในระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

นายแพทย์สุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า ระยะนี้เริ่มเข้าสูงฤดูหนาว อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงกลางวันมีอากาศร้อนอบอ้าว ส่วนกลางคืนมีอากาศหนาวเย็น ส่งผลให้เด็กและผู้สูงอายุปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศไม่ทัน ป่วยด้วยโรคในระบบทางเดินหายใจเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคามวันละกว่า 500 ราย

จากการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มารับบริการที่โรงพยาบาลมหาสารคามที่มีอาการอยู่ในกลุ่มคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ เช่น โรคไข้หวัด คออักเสบ และหลอดลมอักเสบ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 ถึงปัจจุบัน รวมจำนวน 14,138 คน จากผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 389,662 คน คิดเป็นร้อยละ 3.6 ของผู้ป่วยนอก

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้ป่วย ซึ่งมีโรคที่ต้องเฝ้าระวังคือ โรคไข้เลือดออก โรคเลปโตสไปโรซีส และโรคไข้หวัดใหญ่ โดยอาการเบื้องต้นผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายคลึงกัน คือ ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดศีรษะ มีไข้ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวเกิน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาและวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง

สำหรับการป้องกันโรคในระบบทางเดินหายใจ ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผักสด ผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน รักษาร่างกายให้อบอุ่น สวมใส่เสื้อผ้าให้พอเหมาะกับสภาพอากาศ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัด เช่น โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า หรือบนรถโดยสาร

วัดภูเก็ตสร้างหุ่นเปรตชวนเยาวชนตระหนักทำความดี



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - วัดขจรรังสรรค์จังหวัดภูเก็ต สร้างหุ่นเปรตแสดงในวัดช่วงวันสารทเดือนสิบ ชักชวนให้เด็ก และเยาวชนตระหนักในการทำความดีมากขึ้น





เด็กๆ เยาวชน และประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตให้ความสนใจเข้าชมหุ่นจำลองเปรตในรูปกายต่างๆ กว่า 10 ตัว ของวัดขจรรังสรรค์ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดให้ชมเนื่องในวันสารทเดือนสิบครั้งที่สอง หรือวันส่งเปรตตามคติความเชื่อของชาวภาคใต้





พระปลัดประสิทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดขจรรังสรรค์ กล่าวว่า การจัดทำหุ่นจำลองเปรตครั้งนี้ ทางวัดทำขึ้นเพื่อต้องการสอนให้เด็ก และเยาวชนรู้จักความดีความชั่ว รู้จักบาปบุญคุณโทษ และให้ละเว้นการกระทำที่เป็นบาป เพราะตามความเชื่อของชาวพุทธแล้ว เชื่อว่าคนที่ทำชั่วมากๆ เมื่อตายไปจะกลายเป็นเปรตชดให้กรรมหลายภพชาติกว่าจะได้ไปเกิด และคอยขอส่วนบุญด้วยการปรากฏกายในร่างสูงใหญ่ และมีเสียงโหยหวนน่ากลัว จากเหตุผลดังกล่าว จึงร่วมกับพระลูกวัด และชาวบ้านสร้างขึ้นมาจำนวน 12 ตัว





สำหรับตัวหุ่นเปรตนั้นสร้างเค้าโครงจากไม้ไผ่ก่อนจะนำกระดาษมาแปะทับหลายชั้นและใช้สีเขียนลวดลาดต่างๆ ด้วยความบรรจง มีทั้งเปรตที่เกิดจากผลกรรมของการเมาสุรายาเสพติด เปรตที่เกิดจากผลกรรมของการฆ่าตัวตาย และฆ่าผู้อื่น เปรตที่เกิดจากการทำแท้ง เปรตหัวขาด เปรตหญิงสาวจากการค้าประเวณี เปรตที่เกิดจากการโกหก เป็นต้น นอกจากนี้ ทางวัดยังได้มีการจัดแสดงภาพวาดพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า และภาพวาดเกี่ยวกับนรกสวรรค์ไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้เด็กเยาวชนใส่ใจการทำความดีมากขึ้น ทั้งนี้ หุ่น และภาพวาดทั้งหมดทางวัดจะจัดให้ชมไปจนหมดวันสารทเดือนสิบ

พังงาทำพิธียกเสาโกเต้งสูงที่สุดในประเทศ



พังงา - จังหวัดพังงา ทำพิธียกเสาโกเต้งสูงที่สุดในประเทศไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประเพณีถือศีลกินผัก มีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

วันนี้ (14 ต.ค.) ที่ศาลเจ้าแม่ม่าจ้อโป๋ อ.เมือง จ.พังงา ดร.ศุภชัย เหลืองแสงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธียกเสาโกเต้งของศาลเจ้าแม่ม่าจ้อโป๋ เพื่อเป็นการเริ่มต้นในประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดพังงา โดยมีนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ นายก อบจ.พังงา นายชูโชติ โกยกุล นายกเทศมนตรีเมืองพังงา พร้อมด้วยประชาชนที่พร้อมใจกันนุ่งห่มชุดขาวเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นายมงคล รัตนะ ประธานกรรมการจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก ปี 2555 กล่าวว่า ศาลเจ้าแม่ม่าจ้อโป๋ ได้เริ่มประเพณีถือศีลกินผักมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 นับเป็นเวลา 29 ปี และมีประชาชนมาร่วมงานประเพณีถือศีลกินผักกับศาลเจ้าเพิ่มขึ้นทุกปี และยังร่วมกันเสียสละเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ในรอบหนึ่งปี





สำหรับพิธียกเสาโกเต้ง และอัญเชิญตะเกียงไฟกิ้วอ๋องไต่เต่ 9 ดวง เพื่อเป็นการประกาศว่า การเริ่มพิธีถือศีลกินผักอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีความเชื่อว่าผู้ที่ได้เข้ามาร่วมในพิธีนี้จะถือว่าได้เป็นผู้ร่วมพิธีถือศีลกินผักอย่างสมบูรณ์

สำหรับเสาโกเต้งของศาลเจ้าแม่ม่าจ้อโป๋ ทำมาจากไม้เตียวมีความสูงที่สุดในประเทศไทย ขนาดความยาว 21.99 เมตร ขณะเดียวกัน ภายในศาลเจ้าแม่แม่ม่าจ้อโป๋ มีกระถางธูปลายมังกร ลงพระปรมาภิไธย จปร. สืบเนื่องจากครั้งรัชกาลที่ 6 ได้ทรงเสด็จประพาสหัวเมืองทางตอนใต้ และเมื่อเสด็จมาถึงเมืองพังงา พระองค์ได้พระราชทานกระถางธูปให้แก่ศาลเจ้าแม่ม่าจ้อ โป๋ เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่รัชกาลที่ 5 จึงนับเป็นศาลเจ้าเพียงแห่งเดียวแถบชายฝั่งทะเลอันดามันฝั่งตะวันตกที่ได้รับพระราชทานกระถางธูปดังกล่าวนี้





พร้อมกันนี้ ศาลเจ้าบุ๋นเถ้าก๋ง ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาพร้อมด้วย นายก อบจ.พังงา และประชาชนจำนวนมากที่พร้อมใจกันแต่งชุดขาว ได้ร่วมกันประกอบพิธียกเสาโกเต้ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นของเทศกาลถือศีลกินผักในปีนี้

สำหรับการจัดงานประเพณี ถือศีลกินผัก ประจำปี 2555 ของทุกศาลเจ้าในจังหวัดพังงา เริ่มตั้งแต่วันที่ 15-23 ตุลาคม 2555 โดยแต่ละศาลเจ้าจะมีพิธีกรรมทางพระในทุกๆ วัน

ชาวกาฬสินธุ์ฮือฮา! มวยวิกแตก เอเยนต์หนังสือพิมพ์ใหญ่ท้าดวลกำปั้นนักธุรกิจหนุ่ม



กาฬสินธุ์ - คนเมืองน้ำดำฮือฮาศึกมวยการกุศล “อ๋อง นานา” เอเยนต์ใหญ่หนังสือพิมพ์ ประกาศขึ้นชกกับนักชกรุ่นน้องด้วยเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท แบกน้ำหนักชกมวยสากล 30 กิโลกรัม กำหนด 5 ยก ไม่น็อกไม่จ่ายเดิมพัน เผยเป็นการชกหาประสบการณ์เพื่อสนับสนุนวงการมวยเมืองกาฬสินธุ์

เรื่องราวความฮือฮาในวงการมวยกาฬสินธุ์ที่ซบเซามานานหลายปี ถึงแม้จะมีความพยายามในการจัดศึกมวยการกุศลแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่สำหรับศึก ส.รุ่งนิเวช ซึ่งเป็นมวยไทยการกุศล ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2555 ที่สนามมวยชั่วคราวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ กลับได้รับความสนใจจากบรรดาแฟนหมัดมวย และโดยเฉพาะกลุ่มประชาชนพ่อค้าทั่วทั้งจังหวัด ภายหลังมีกระแสข่าวลือว่า นายอนุชิต จูวัฒนาประเสริฐ เอเยนต์ใหญ่ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ จะร่วมลงชกในครั้งนี้ด้วย

ล่าสุดวันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจาก นายนิเวช ฉายรักษา หรือ (ช่างดึง ฉายรักษา) โปรโมเตอร์จัดมวย โดยได้ยืนยันว่ากระแสข่าวที่ว่า นายอนุชิต จูวัฒนาประเสริฐ หรือเฮียอ๋อง เอเยนต์หนังสือพิมพ์จะขึ้นชกเป็นความจริง โดยได้ถูกกำหนดให้เป็นมวยคู่พิเศษ จากมวยทั้งหมด 15 คู่ คู่เอก 7 คู่ และคู่พิเศษ 1 คู่

นายนิเวช ฉายรักษา โปรโมเตอร์จัดมวย กล่าวว่า ในศึกวัน ส.รุ่งนิเวช-สืบสานศิลปะมวยไทย เยาวชนห่างไกลยาเสพติด จะมีขึ้นในวันพุธที่ 17 ต.ค. 2555 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ โดยใช้เป็นสนามมวยชั่วคราว แต่ในเรื่องที่มีมวยคู่พิเศษที่ถือว่าสำหรับคนกาฬสินธุ์จะเป็นศึกที่เรียกได้ว่ามวยวิกแตก เพราะเฮียอ๋องคนในจังหวัดส่วนใหญ่ก็จะรู้จักเพราะที่ร้านเป็นร้านขายหนังสือ ซึ่งการเข้ามาชกมวยครั้งนี้ก็เป็นไปตามความต้องการของเฮียอ๋อง ที่ต้องการจะสนับสนุนมวยไทยในกาฬสินธุ์ เพราะมีปัญหาซบเซามานาน

อีกทั้งต้องการทดสอบร่างกายว่าจะสามารถชกได้หรือไม่ เมื่อมีการจัดก็ได้แจ้งมายังตน จึงได้ลองหาคู่ จนได้ นายถิรวิทย์ มอญขาม อายุ 28 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัวขายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ซึ่งก็ได้ให้ฉายาว่า นักฆ่าหน้าหวาน ซึ่งทั้งคู่ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกัน แต่เป็นการชกเพื่อสนับสนุนกีฬามวย

“เงินเดิมพันที่ทั้งคู่ต่างฝ่ายก็มีเพื่อนฝูงจึงได้วางเดิมพันในการชกครั้งนี้ไว้ 1 ล้านบาท หรือข้างละ 5 แสนบาท แต่ในการชกจริงกติกาจะเป็นการชกมวยตามกติกาสากลทุกอย่าง คือ ชก 3 นาที พัก 2 นาที กำหนด 5 ยก ซึ่งทั้งคู่บอกว่าถ้าไม่น็อกไม่ต้องจ่ายเดิมพัน”

นายนิเวชกล่าวต่อว่า ศึกครั้งนี้จึงได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ หรือแม้แต่นักการเมืองก็จะมาดูเพื่อให้กำลังใจกันทั้งคู่ และสำหรับประวัติ นายถิรวิทย์ มอญขาม ฉายานักฆ่าหน้าหวาน เรียนจบ ม.6 โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จบ ป.ตรี ม.ราชภัฏจันทรเกษม กทม. เป็นลูกอาจารย์อยู่เทคนิคกาฬสินธุ์ ส่วนนายอนุชิต จูวัฒนาประเสริฐ อายุ 42 ปี หรือเฮียอ๋อง เอเยนต์หนังสือพิมพ์ ร้านนานาบุ๊คสโตร์ เรียนจบ ม.6 โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จ.ชลบุรี จบตรีต่างประเทศ

และทั้งคู่ก็เคยเป็นนักมวยสมัยเรียนหนังสือทั้งคู่ ซึ่งก็คงจะต้องมาดูกันว่าใครจะชนะ เพราะเฮียอ๋องมีน้ำหนัก 98 กิโลกรัม ขณะที่นายถิรวิทย์มีน้ำหนัก 63 กิโลกรัม ซึ่งมวยรุ่นน้องต้องแบกน้ำหนักถึง 30 กิโลกรัม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามความพร้อมมวยคู่พิเศษวิกแตกแห่งเมืองน้ำดำ พบว่า ทั้งคู่มีสภาพร่างกายที่พร้อม 80% และต้องการให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปชม และให้ร่วมกันพัฒนากีฬามวยจังหวัดกาฬสินธุ์ให้รุ่งเรืองต่อไป

ผลหาดใหญ่โพลหวยออนไลน์เพิ่มปัญหาสังคม ไม่เอากาสิโนครบวงจร



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา ม.หาดใหญ่ เรื่อง มุมมองของประชาชนใน จ.สงขลา กับหวยออนไลน์ ร้อยละ 65.8 เห็นว่า การดำเนินงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย ร้อยละ 51.9 ให้เหตุผลว่า เป็นการเพิ่มปัญหาสังคม และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกาสิโนครบวงจรในหาดใหญ่

หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดสงขลา เกี่ยวกับมุมมองของประชาชนกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชน จำนวน 1,196 ตัวอย่าง และใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 10-13 ตุลาคม 2555 สรุปผลการสำรวจดังนี้

กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 62.9) อายุระหว่าง 21-30 ปี (ร้อยละ 34.8) รองลงมา มีอายุระหว่าง 31-40 ปี (ร้อยละ 32.6) และอายุ 18-20 ปี (ร้อยละ 13.9) ตามลำดับ มีรายได้ 5,001-10,000 บาท (ร้อยละ 45.2) รองลงมา รายได้ 10,001-15,000 บาท (ร้อยละ 20.5) และรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท (ร้อยละ 12.5) ตามลำดับ นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานบริษัท/ลูกจ้าง (ร้อยละ 24.5) รองลงมา ประกอบกิจการส่วนตัว/ค้าขาย นักเรียน/นักศึกษา รับจ้างทั่วไป และข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ คิดเป็นร้อยละ 21.0, 18.4, 16.9 และ 6.0 ตามลำดับ

รศ.ทัศนีย์ ประธาน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยผลการสำรวจหาดใหญ่โพล ในประเด็นมุมมองของประชาชนกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 64.4 เคยมีการเสี่ยงโชคในรูปแบบต่างๆ โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.7 มีการเสี่ยงโชคในรูปแบบของสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) มากที่สุด รองลงมา ซื้อหวยใต้ดิน (ร้อยละ 58.8) และเล่นหวยมาเลย์ (ร้อยละ 40.3) และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลอตเตอรี่ และหวยใต้ดินประมาณเดือนละ 880 บาท ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 60.5 คิดว่า การเล่นหวยใต้ดิน หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการเสี่ยงโชคมากกว่าคิดว่าเป็นอบายมุข (ร้อยละ 39.5)

ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 65.8 เห็นว่า การดำเนินงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย โดยประชาชนร้อยละ 51.9 ให้เหตุผลว่า เป็นการเพิ่มปัญหาสังคมมากที่สุด รองลงมา เป็นการมอมเมาเด็ก และเยาวชนในสังคม และเกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 38.9 และ 8.2 ตามลำดับ มีเพียงร้อยละ 34.2 ที่เห็นว่า รัฐบาลดำเนินงานเกี่ยวกับหวย 2 ตัว 3 ตัวออนไลน์เหมาะสมกับสังคมไทย

โดยประชาชนร้อยละ 40.5 ให้เหตุผลจะมีส่วนลดการซื้อหวยใต้ดินได้มากที่สุด รองลงมา ช่วยแก้ปัญหาการขายลอตเตอรี่เกินราคา และสามารถนำภาษีไปแก้ปัญหาสังคม คิดเป็นร้อยละ 31.3 และ 19.4 ตามลำดับ

ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาจากการมีหวยออนไลน์ พบว่า ประชาชนร้อยละ 50.2 เห็นว่า การขายหวยออนไลน์สามารถแก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาได้ ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 52.2 มีแนวโน้มการเล่นหวยไม่แตกต่างกับปัจจุบัน และประชาชนมีแนวโน้มจะเล่นหวยมากขึ้น (ร้อยละ 28.5) และลดลงจากเดิม (ร้อยละ19.3)

ประชาชนร้อยละ 32.2 เห็นว่า ควรมีการควบคุมราคาลอตเตอรี่ไม่ให้แพงเกินไปเพื่อแก้ปัญหาหวยใต้ดินมากที่สุด รองลงมา ให้มีนโยบายกวาดล้างหวยใต้ดิน ปปง.ตรวจเส้นทางการเงินของเจ้ามือหวยใต้ดิน และมีการยึดทรัพย์เจ้ามือหวยใต้ดิน คิดเป็นร้อยละ 29.8, 24.0 และ 13.0 ตามลำดับ

ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งกาสิโนครบวงจรในอำเภอหาดใหญ่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.6 เห็นว่า จะเกิดผลเสียมากกว่าหากมีการตั้งกาสิโนครบวงจรในจังหวัดสงขลา มีเพียงร้อยละ 14.3 ที่เห็นว่าจะเกิดผลดี หากมีกาสิโนครบวงจร ทั้งนี้ มีประชาชนเพียงร้อยละ 10 ที่เดินทางไปมาเลเซีย และเล่นการพนันในกาสิโนในประเทศมาเลเซีย