วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บ้านคือที่วางใจ คือที่รองรัก

บ้านคือที่วางใจ คือที่รองรัก
จาก 靜思語

หนุ่มหนึ่งกลับบ้านหลังดื่มจนตัวเบา พอเข้าบ้าน เปิดไฟ ร้องเรียกเมีย ไร้เสียงขาน ก้มหน้าพบหนังสือขอหย่าบนตู้รองเท้า

หนุ่มงง ไม่นึกว่าเจ้าหล่อนจะเอาจริง ผัวเมียทะเลาะกันบ่อย อย่างมากหล่อนเพียงงอนไม่พูดด้วย หรือกลับบ้านแม่ไปสักพัก จากนั้นก็คืนมาเป็นปกติ ทว่าครั้งนี้ เรื่องไม่เล็กเสียแล้ว เมียบอกให้เขาไปงานประชุมผู้ปกครองของลูกสาว เขาบอกว่างานยุ่ง ไม่มีเวลา เมียว่ายุ่งอะไรทั้งวัน ไม่เคยใส่ใจฉันกับลูกเลย เราเลิกกันแล้วกัน

หนุ่มไม่คิดว่าจะมีปัญหา เขาถือว่าต้องเห็นงานสำคัญกว่าครอบครัว และที่ยุ่งวุ่นนั้นก็เพื่อบ้านนี้ไม่ใช่หรือ ตนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ในนาทีนี้ บ้านว่างเปล่าเงียบเชียบไร้ลูกไร้เมียนี้มันช่างไม่เป็นบ้านเอาเสียเลย ความสำเร็จของเขา ถ้าไม่มีเมียร่วมปัน ก็ไร้ความหมาย

วันรุ่งขึ้นเขาไปเยี่ยมพ่อแม่ ทั้งสองงงมาก ถามว่าทำไมมีเวลากลับบ้าน คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ? ทะเลาะกับแม่อีหนูหรือ? คำถามเป็นชุดทำให้เขาละอาย เขาคงกลับบ้านน้อยเกินไปกระมัง? แต่พ่อแม่ตื่นเต้นยินดีกันมาก พ่อรีบออกไปจ่ายตลาด แม่อยู่บ้านนั่งคุยกับเขา หาขนมถั่วต้มให้กิน แต่ไม่ทันนั่ง เสียงโทรศัพท์ดัง เขาได้ยินเสียงพ่อดังลอดมาจากโทรศัพท์ว่า "ลืมบอกไป ชาเก๊กฮวยน้ำผึ้งที่ชงไว้ให้น่ะ อยู่บนธรณีหน้าต่าง เธอรีบดื่มซะ เดี๋ยวจะเย็น"

แม่วางหู ดื่มชาไปอึกเดียว โทรศัพท์ดังอีก พ่อนั่นแหละ "เราต้องจ่ายค่าน้ำแล้วใช่ไหม? ฉันลืมเอาบิลมา ช่วยบอกเลขบิลให้หน่อย จะแวะไปจ่าย" วางหูไม่ทันไร พ่อโทรฯ มาอีก เสียงดีใจทีเดียว "เธอชอบกินปลาสีนวลใช่ไหม เดี๋ยวซื้อไปให้นึ่งกิน"

ยี่สิบนาที พ่อโทรฯ 3 ครั้ง แม่ก็รับและคุยอย่างไม่รู้หน่าย เขาอดบ่นไม่ได้ว่า ทำไมพ่อจุกจิกขึ้นทุกที? ไม่เห็นมีเรื่องอะไรที่จำเป็นต้องโทรฯ กลับมาบอกไม่ได้หรือ?

แม่ยิ้มแล้วพูดว่า "เด็กโง่เอ๊ย เจ้าจะไปรู้ใจพ่อได้ไง? แกไม่ได้จุกจิก แต่แกวางหัวใจไว้ที่บ้าน มีที่ฝากฝังมีความห่วงหา จึงได้โทรฯ ครั้งแล้วครั้งเล่า ตัวพ่ออยู่นอกบ้าน แต่ใจอยู่ในบ้าน เรื่องในบ้านไม่มีใหญ่เล็ก ทุกอย่างล้วนห่วงใย เจ้าอย่าคิดว่าเอาเงินเข้าบ้านก็พอ บ้านไม่ใช่ที่ที่วางเงิน แต่เป็นที่ที่วางใจ มีแต่เอาใจวางไว้ที่บ้าน ความรักกับความสุขจึงจะอยู่ที่บ้าน เจ้าเข้าใจไหม?"

เขาเห็นสายตาลึกล้ำของแม่ เข้าใจในบัดดล คิดถึงตนเอง ไม่เคยโทรศัพท์กลับบ้าน แม้แต่เมียโทรฯ หาก็รีบตัดสาย คิดถึงที่ตัวเองไปงานไปกินกับหัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานจนดึกดื่น ไฟที่บ้านก็สว่างคอยเขาจนดึกดื่น แต่เขาไม่เคยคิดถึงความเดียวดายของเธอ ลูกอายุหกขวบ ขอให้เขาพาเที่ยว แต่คำมั่นสัญญาของเขาไม่เคยเป็นจริง

เพราะงานยุ่ง หรือเพราะว่าไม่เคยเอาใจวางไว้ที่บ้านเล่า?

คืนนั้น เขาไปรับเมียกลับ เธอรีรอไม่ยอมกลับ เขารีบอธิบายว่า จะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว ก่อนนี้ฉันละเลยเธอ ละเลยบ้านของเรา ฉันคิดว่าเพียงแค่ส่งเงินให้ไม่ขาดก็จะรับประกันความสุขของเรา แต่ฉันเกือบทำความรักหล่นหาย ต่อไปนี้ ฉันจะเอาใจวางไว้ที่บ้าน เอาบ้านวางไว้ในใจ เธอกลับบ้านกับฉันเถอะนะ?

เมียไม่ตอบ ค่อยๆ เดินเข้าหาเขา น้ำตาร่วง

ถูกต้องแล้ว บ้านคือที่วางใจ คือที่รองรัก

ใช่แล้ว งานยุ่ง ไม่อาจเป็นเหตุผล ใจอยู่ รักอยู่ มีห่วงมีใย ความสุขจึงเกิดได้ ไม่เสื่อมสลาย

อยากไปปฏิบัติธรรมที่วัด จัดเป็นการติดความสงบ จากการทำสมาธิหรือไม่?

อยากไปปฏิบัติธรรมที่วัด จัดเป็นการติดความสงบ จากการทำสมาธิหรือไม่?

ปุจฉา - กราบนมัสการ พระอาจารย์ครับ ผมเคยไปปฏิบัติธรรมมา เมื่อเรากลับมาอยู่ในสังคมปัจจุบัน ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ ก็มีมากเหมือนเดิม ช่วงที่ปฏิบัติธรรมก็มีบ้างเป็นระยะ บางครั้งก็มีจิตใจเป็นห่วงทางบ้าน การที่จะกลับไปปฏิบัติธรรมอีกรอบที่วัด ถือว่าเป็นการติดสมถะไหมครับ

พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอะไรจากการกลับไปปฏิบัติธรรมที่วัดอีก หากต้องการความสงบอย่างที่เคยได้รับ อย่างนี้ก็เข้าข่ายติดสมถะ แต่หากคุณต้องการฝึกจิตเพื่อให้มีสติรู้ทันความคิด หรือรู้จักระงับความฟุ้งซ่าน สามารถรักษาใจให้เป็นปกติได้ท่ามกลางสังคมที่วุ่นวาย อย่างนี้ก็ไม่เรียกว่าติดสมถะ
ที่มา https://www.facebook.com/visalo?fref=ts

เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคของปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกแล้ว

ยุคบริโภคนิยมกับชีวิตที่เร่งรีบและวุ่นวายนั้นเป็นสิ่งคู่กันก็ว่าได้ เราถูกกระตุ้นให้อยากไม่รู้จบ ดังนั้นจึงต้องเร่งรีบแสวงหาสิ่งต่างๆ เพื่อสนองความอยาก ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี จนความเร็วกลายเป็น พระเจ้าในทุกเรื่อง ไม่ว่าการศึกษา การทำงาน การเดินทาง การบริโภค ความบันเทิง และความสัมพันธ์กับผู้คน

เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคของปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกแล้ว แต่เป็นยุคปลาเร็วกินปลาช้า ไม่มีใครอยากจะช้าเพราะกลัวจะเสียเปรียบ เราควรหยุดคิดก่อนที่
จะปล่อยชีวิตให้พลัดหลงไปในกระแสแห่งความเร่งรีบอย่างไร้สติ พึงตระหนักว่าเราสามารถกำหนดจังหวะชีวิตของเราเองได้ แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายก็ตาม แต่จะทำเช่นนั้นได้ดีเราจำต้องร่วมมือกันเป็นเครือข่าย และใช้ชีวิตให้เรียบง่าย เมื่อมีความต้องการน้อยลง ชีวิตก็จะช้าลงไปเอง

พระไพศาล วิสาโล

ที่มา จิตใส ใจสุข

สิ่งสำคัญที่ควรมีในชีวิต..

(sparkling 2)คนจีนเชื่อว่า(sparkling 2)
(flower)ภูเขามีความสูง(flower)
(sparkling 2)น้ำมีความลึก(sparkling 2)
(bamboo)ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกัน(bamboo) เหมือนคนแต่ละคนก็มีข้อดีของตัวเอง(crystal heart)

(snowy)ลมมีอิสระของลม
(snowy)เมฆมีความอ่อนโยนของเมฆ
(daffodil)ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบกัน(daffodil)

(snowy)คนก็มีบุคคลิกของตัวเอง
(snowy)สิ่งที่เห็นว่าสนุกก็ไปตามหา
(snowy)สิ่งที่เห็นว่าคุ้มค่าก็ไปเฝ้ารอ
(snowy)สิ่งที่เห็นว่าเป็นความสุขก็ควรหวงแหนไว้

(daffodil)ปฏิบัติตามจิตได้...ก็ไม่เสียใจในชาตินี้....

(lotus)ชีวิตคนมี 1 ทางเดิน(lotus)ของตัวเอง
(crystal heart)แต่มีของมีค่าอยู่ 2 อย่าง(crystal heart)
(sparkling 2)สุขภาพกาย
(sparkling 2)สุขภาพจิต

(daffodil)ชีวิตคนมี 4 ทุกข์(daffodil)
(sparkling 2)มองไม่ทะลุ
(sparkling 2)สละไม่ลง
(sparkling 2)แพ้ไม่เป็น
(sparkling 2)ปล่อยวางไม่ได้

(lotus)คนมีทรัพย์สมบัติอยู่ 6 สิ่ง(lotus)
(daffodil) ร่างกาย.
(daffodil)ความรู้.
(daffodil)ความฝัน.
(daffodil)ทัศนคติ.
(daffodil)ความเชื่อมั่น..
(daffodil)ความกล้าหาญ

(heart wit blue bow)วันนี้เป็นวันเพื่อนแห่งโลก. (heart wit blue bow)
(lotus)ส่งให้เพื่อนที่ดี(lotus)(sparkling 2)ที่สุดของคุณ (sparkling 2)

(daffodil)คิดถึงใคร(daffodil)
(sunflower)ส่งให้คนนั้น!(sunflower)

“ในทุกข์มีความไม่ทุกข์ ในโกรธมีความไม่โกรธ ในหลงมีความไม่หลง

“ในทุกข์มีความไม่ทุกข์ ในโกรธมีความไม่โกรธ ในหลงมีความไม่หลง
เปลี่ยนทุกข์ให้กลายเป็นความไม่ทุกข์ เปลี่ยนโกรธให้กลายเป็นความไม่โกรธ เปลี่ยนหลงให้กลายเป็นความไม่หลง ความทุกข์ทำให้ไม่ทุกข์ ความโกรธทำให้ไม่โกรธ ความหลงทำให้ไม่หลง”

พวกเราที่ฟังคำบรรยายของท่านเป็นประจำคงเห็นเหมือนอาตมาว่า นี่เป็นข้อความที่ท่านพูดบ่อยมาก และถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่ามีครูบาอาจารย์น้อยคนที่พูดแบบนี้ หรืออาจไม่มีเลยก็ได้

คงไม่ผิดถ้าจะบอกว่าข้อความแบบนี้เป็นเอกลักษณ์ของหลวงพ่อคำเขียนเลยทีเดียว แต่มันเป็นมากกว่าเอกลักษณ์ เพราะมันมีสาระที่ลึกซึ้ง แฝงอยู่ในข้อความในคำพูดเหล่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มาจากความคิดของท่าน แต่เกิดจากประสบการณ์การปฏิบัติ เกิดจากสภาวธรรมที่ท่านได้เห็นและเข้าถึง

“ในทุกข์มีความไม่ทุกข์ ในโกรธมีความไม่โกรธ ในหลงมีความไม่หลง” ข้อความนี้บอกอะไรเราบ้าง มันบอกเราว่า ความทุกข์ก็ดี ความหลงก็ดี ความโกรธก็ดี มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ต้องกำจัด ถ้าเราต้องการแสวงหาความไม่ทุกข์ แสวงหาความไม่โกรธ แสวงหาความรู้ตัว ก็หาได้จากความทุกข์ ความโกรธ และความหลงนั้นเอง

ผู้คนมักจะเข้าใจว่าความทุกข์ ความโกรธ และความหลงเป็นสิ่งที่ต้องกำจัด แต่หลวงพ่อพูดอีกแบบหนึ่งว่า ไม่ต้องกำจัดมันหรอก เพียงแค่ดูให้ดีๆ ในความทุกข์จะพบความไม่ทุกข์ ในความโกรธจะพบความไม่โกรธ ในความหลงจะพบความไม่หลง นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากมักมองความทุกข์ ความโกรธ และความหลงว่าเป็นสิ่งที่ต้องกำจัด ต้องทำลาย จึงนำไปสู่การกดข่มผลักไส วิธีนี้มีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการทำความดีและต้องการรักษาศีล เวลามีความโกรธ ความโลภ ความหลงเกิดขึ้นก็ต้องกดข่มเอาไว้ เช่นอยากจะทำร้ายใคร อยากจะด่าใคร อยากจะขโมยของใคร ก็ต้องกดต้องข่มความอยากเอาไว้โดยอาศัยขันติ คือความอดทน ความอดกลั้น อันนี้เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการทำความดี

แต่หลวงพ่อสอนให้เราก้าวไปไกลกว่านั้น คือไม่ใช่แค่ทำดีและเว้นชั่ว แต่ควรฝึกจิตให้เห็นความจริง เพราะปัญญาที่เห็นความจริงอย่างแจ่มแจ้งเท่านั้นที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ การที่จะมีปัญญาเช่นนั้นได้ก็ต้องเริ่มต้นจากการเห็นความจริงที่ปรากฎในลักษณะต่างๆ รวมทั้งความจริงที่มาในรูปของทุกข์ มาในรูปของความโกรธ มาในรูปของความหลง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสภาวธรรมที่สามารถสร้างปัญญาให้แก่เราได้

พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo
http://www.visalo.org/article/person15lpKumkien8.html

“ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด”

คนเรานั้นจะมีปัญญาต่อเมื่อจิตใจแจ่มใส สามารถคิดหาเหตุผลดี ๆ ได้ แต่เมื่อใดที่จิตใจนั้นถูกอารมณ์ฝ่ายลบ เช่น ความโกรธ ความเศร้า ความหดหู่ครอบงำ ก็จะตกอยู่ในภาวะ “มืดแปดด้าน” คือคิดอะไรไม่ออก

ใช่แต่เท่านั้นบ่อยครั้งยังไม่สามารถรับฟังคำแนะนำที่มีเหตุผลจากใคร ๆ ได้เลย เปรียบเสมือนแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำขุ่น เติมน้ำใสเข้าไปก็ล้นออกมาหมด

ดังนั้นคิดเก่งหรือรู้มากอย่างเดียวย่อมไม่พอ แต่จะต้องรู้จักเท่าทันอารมณ์ของตัวด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะถูกอารมณ์เหล่านั้นครอบงำจนคิดไม่ออก หรือเอาความรู้ที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้ เข้าทำนอง “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด”

พระไพศาล วิสาโล
http://www.visalo.org/article/Image255308.htm

เวลาเพื่อนเศร้าโศกเสียใจเพราะสูญเสียคนรัก

เวลาเพื่อนเศร้าโศกเสียใจเพราะสูญเสียคนรัก เราแนะนำเพื่อนได้ทันทีว่า ทำใจเถิด ชีวิตนี้ไม่เที่ยง ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย เขาไปดีแล้ว ฯลฯ แต่พอเราสูญเสียคนรักบ้าง กลับเศร้าซึมไม่เป็นอันกินอันนอน

เหตุใดเมื่อประสบปัญหากับตัวเอง เราจึงไม่สามารถสอนตัวเองได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะแนะนำคนอื่นได้อย่างไรหากประสบปัญหาอย่างเดียวกัน คำตอบน่าจะเป็นเพราะว่าอารมณ์ต่าง ๆ ครอบงำใจเราจนไม่สามารถคิดอะไรออกได้

พระไพศาล วิสาโล
http://www.visalo.org/article/Image255308.htm

ฟัง รายการ ในหลวงในดวงใจ Radio ตอน 32 ยึดมั่นการประหยัด - โดย Thida Weangsamoot & Maliwan Pukka Keewiriyakul

ฟัง รายการ ในหลวงในดวงใจ Radio ตอน 32 ยึดมั่นการประหยัด   -  โดย Thida Weangsamoot & Maliwan Pukka Keewiriyakul
ในหลวงในดวงใจ 32 ยึดมั่นการประหยัด
ช่วง"ในหลวงในดวงใจ" ตอน32 ( ยึดมั่นการประหยัดอดออม) ในรายการวิทยุรักพ่อ โดย ธิดา เวียงสมุทร (Thida Weangsamoot) และ มะลิวัลย์ กี้วิริยะกุล (Maliwan Pukka Keewiriyakul)
ฟังเพลง รอยเท้าพ่อ, ตามรอยพระราชา , เรื่องเล่าในหลวง - ยึดมั่นการประหยัดอดออม,สารคดี ๙ คำพ่อสอน , พระราชดำรัสปิดท้ายรายการ
http://www.youtube.com/watch?v=vyP76qavC-o



เอาผ้าห่มให้ป้า แม้ใส่ซองน้อย : บันทึก

เมื่อเธอหอบผ้าห่มไปให้..
" โอ้ย วันงานน่ะ ป้าใส่ซองนิดเดียวเอง ไม่ต้องเอาให้ป้าก็ได้"
"หนูอยากให้ป้า ป้ารับไว้เถอะค่ะ"

ในวันงาน ป้ามาร่วมงานมงคล รวบรวมเงินใส่ซอง เท่าที่พอมีติดตัว .. แต่เธอไม่ได้อยากได้ซอง แค่มาร่วมอวยพรให้ในวันงาน ก็เป็นมงคลกับชีวิตแล้ว แต่เมื่อตั้งใจใส่ซองมาตามประเพณี เธอจึงตั้งใจนำผ้าห่มไปมอบให้...

วันนี้หนาวแล้ว ป้าดีใจมากๆ ฉลองผ้าห่มใหม่ อุ่นกาย อุ่นใจ ไปแล้ว...

.

Waiting....