วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ลูกคุณก็น่ารักสำหรับคุณเท่านั้น

ลูกคุณก็น่ารักสำหรับคุณเท่านั้น...

ทุกคนล่ะ ย่อมที่จะเข้าข้างตัวเอง มองด้วยมุมของตัวเอง นึกถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก

หลายครั้งเลย กับคนที่เราคิดว่า ดีเลิศ เหมาะสม น่ารัก น่าเอ็นดู แต่กับคนอื่นๆแล้ว ไม่รู้สึกดี น่ารำคาญ น่าเบื่อ ไม่อยากอยู่ใกล้

หลายต่อหลายครั้ง ที่ความรัก ความสุขในสายตาของคุณ กับลูกของคุณ เป็นความทุกข์ของคนอื่น เวลาที่ลูกคุณซน เล่นกับเด็กอื่นๆ เมื่อเกิดเรื่องราว ทะเลาะเบาะแว้งกัน พ่อแม่หลายคน รีบตัดสินทันทีว่า ลูกของตน ถูกเสมอ ทั้งๆที่ยังไม่ได้สอบถาม เรื่องราว ต้นสายปลายเหตุใดๆเลย

เรียกว่า ลำเอียง เข้าข้างกันตั้งแต่แรก....

พ่อแม่หลายคน ลูกทำสิ่งที่น่ารำคาญ ก็ยังบอกว่ามันน่ารัก
ลูกพูดโกหก ตอแหล ก็บอกว่า ไม่เป็นไร เด็กยังไร้เดียงสา ทำอะไรก็น่ารัก
เวลาลูกไปทำบางอย่าง ที่ไม่เหมาะสม ไปกะเพื่อน แล้วมีคนเห็น เอามาบอกพ่อแม่ อยากให้ตักเตือนลูก ไม่ให้ทำผิดอย่างนั้น พอลูกมาแก้ตัวว่า คนที่มาฟ้องน่ะ เกลียดหนู พยายามหาเรื่อง ใส่ความหนู .. คนที่มาฟ้อง ก็โดนด่า อีกล่ะ .. ลูกตัวเอง ดีตลอด ถูกเสมอ

"เกลียดนัก กับคนที่เลี้ยงลูก ตามใจลูกแบบนี้"
"นี่ละตัวปัญหาสังคมในอนาคต"

พ่อแม่ยุคก่อน ยังรู้ว่า อะไรควรไม่ควร แต่..ยุคนี้ ยุคที่คนเห็นแก่ตัวมากเหลือเกิน ทำอะไรไม่ค่อยแคร์ใคร อาจเป็นเพราะว่า ถูกตามใจมาก่อน พอมาถึงรุ่นลูก ก็ตามใจลูกแบบที่ตัวเองเคยถูกตามใจ จึงไม่รู้ว่า อะไรควรไม่ควร อะไรผิดหรือถูก... ความผิดถูก คือ ความรู้สึกของตัวเองที่จะตัดสินว่า อะไรดีไม่ดี...

"ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็จะมีแต่คนหน้าด่านน่ะสิ"
"สังคมคงจะวุ่นวายมากกว่านี้"
"นี่ ทุกวันนี้ ยังไม่วุนวายมากพอเหรอ"
"โอย แค่จิ๊บๆ เดี๋ยวยิ่งจะวุ่นวายหนักกว่านี้ ยังกะโลกจะระเบิด"

ยิ่งคนมีมากขึ้น ความโลภมากขึ้น ความเห็นแก่ตัวมากขึ้น โลกเบี้ยวๆใบนี้ ยิ่งวุ่นวายมากขึ้น แต่ยังดี ที่ในสังคม ยังมีคนที่รู้จักผิดชอบ ชั่วดี ความเหมาะสม ไม่เหมาะสมอยู่มากเช่นกัน เลยเกิดความขัดแย้ง ระหว่างคนสองแบบ สองความคิด .. ความน่ารักสำหรับคนนึง จึงเป็นความน่าเกลียดสำหรับคนอีกคน

"เรามีความรู้ มีข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก มากมาย หลายวิธี แต่คนยุคนี้ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้ว กลับโง่ที่จะสนใจเลือกสิ่งที่ดีๆ วิธีการเลี้ยงลูกที่ดีๆ เอาแต่มัวสนใจสิ่งจอมปลอม มัวแต่ยุ่งกับตัวเอง ยุ่งกับหน้าจอ เห็นแก่ตัวมากขึ้น สังคมและผู้คนยุคใหม่ จึงเป็ยแบบนี้ล่ะ"

เป็นคนที่ทำตัวน่ารัก สำหรับพ่อแม่ คนในครอบครัวเท่านั้น
แต่ในสายตาคนอื่นๆ โคตรน่าเกลียดจริงๆ

เราจะทำตามสัญญา

เราจะทำตามสัญญา

เห็นประโยคนี้ หลายคนคงคิดว่า นี่ จะพูดเรื่องการเมืองของไทยอีกแล้วล่ะสิ...

"เป็นสาวกของ คสช.แล้วเหรอ"
"ศรัทธา ชื่นชอบ ยกย่องทหารแล้วล่ะสิ"
"ฟังเพลงนี้ทุกวัน จนชอบร้อง กลายเป็นเพลงฮิตเพลงโปรดไปแล้วเหรอ"

แหม เพียงแค่เห็นข้อความ ทำให้หลายคน คิดไปไกลถึงโน่นเลย ทั้งๆที่ หยิบข้อความนี้มา เพื่อจะพูดในอีกแง่มุมหนึ่งต่างหาก

พูดในแง่มุม ที่แตกต่างออกไป

ไม่ว่าจะมี คสช หรือ ไม่ แต่ประเด็นนี้ ก็เป็นสากล ที่ทุกคนนึกถึง

นั่นคือ คำว่า "สัญญา"

ถ้านึกถึงเรื่องการเมือง เราได้ยินนักการเมือง พูดถึงสิ่งที่จะทำหลายอย่าง เหมือนกับให้สัญญาไว้ว่า จะได้อย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าคนของพรรคฉันได้รับเลือกตั้งเยอะๆ

ถ้านึกถึงเรื่องการสอบเข้าเรียนต่อ หรือ สอบปลายภาค ถ้าลูกสอบได้ที่ 1 หรือ สอบเข้าคณะวิชานั้นได้ พ่อกับแม่สัญญาว่าจะให้......."

ไม่ว่าเร่องอะไรก็ตาม มนุษย์จะต้องมีสัญญากับใครสักคนเสมอ

เมื่อหวังสิ่งใดก็ตาม การจูงใจที่จะให้ลงมือทำสิ่งนั้น หรือเพื่อให้ได้สิ่งนั้น มักจะมีคำสัญญา ว่าจะให้บางสิ่ง เป็นการตอบแทนความพยายามนั้น

ถ้าไม่มีสัญญา ก็เหมือนไม่มีแรงจูงใจที่จะกระทำสำเร็จตามสิ่งที่หวัง

"สัญญา" ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันความเป็นมนุษย์ เราไม่เคยเห็นว่า มด หมา แมว นก หนู ช้าง ม้า วัว ควาย เคยให้สัญญาอะไรกับพวกเดียวกัน ก็ใแต่มนุษย๋เรานี่ล่ะ ที่สัญญิงสัญญา อะไรไว้มากมาย..

ไม่รู้สินะ ทำไมต้องเอาอะไรมาล่อ ต้องมาให้สัญญาว่าจะ... อย่างนั้นอย่างนี้ หลายคนลงมือทำสิ่งต่างๆตามเป้าหมาย โดยไม่ต้องมีใครมาสัญญาว่าจะให้ ว่าจะ... อะไรต่อมิอะไร

สิ่งนี้ ก็แสดงว่า มนุษย์เรา ขี้เกียจ หรือ มีความมั่นใจในตัวเองน้อยเกินไป ไม่ยอมทำสิ่งที่ควรจะทำ แต่ไปทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

เมื่อสัญญา เป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันความเป็นมนุษย์

เราจึงต้องทำตามสิ่งที่ลั่นวาจาไว้

10วิธีสร้างความสำเร็จในวิชาชีพ

10วิธีสร้างความสำเร็จในวิชาชีพ วิธีช่วยการทำงานให้ประสบความสำเร็จ 10 ข้อ (จากหนังสือของสมชาติ กิจยรรยง)



1.กัลยาณมิตร
2.ความถนัดส่วนตัว
3.อิทธิบาท 4 ได้แก่
- ฉันทะ - ความพอใจ รักชอบ
- วิริยะ - ขยัน - พากเพียร
- จิตตะ - เอาใจจดจ่อ
-วิมังสา - ทบทวน วิจัย ประเมิน

4.การวางแผน - การวางแผนล่วงหน้า ก็ได้ประโยชน์
5.ติดเป้าหมาย -- มุ่งมั่นสู่เป้าหมาย + มีความรัก , พอใ, เข้าใจในงาน
6.รู้จักบริหารกาย - ช่วยให้ทำงานสำเร็จ
ร่างกายที่มีกำลัง เป็นบ่อเกิดของความสุข ความสำเร็จ

7.บริหารชีวิต
- พยายามอยู่ในที่สงบ สะอาด ไม่อึกทึก
- หลีกเลี่ยงการโต้เถียง ขัดแย้ง จู้จี้ขี้บ่น
- ใจกว้าง รับฟังทัศนะผู้อื่น ไม่กดดันผู้อื่น
- มีเมตตา ปิยวาจา และให้อภัย
- สนใจธรรมะ
- ฝึกให้
- ฝึกทำงานให้เป็นสุข สนุกกับงาน
- เจริญสติ สมาธิ
- เจริญปัญญา,ฟัง, คิด, เฝ้าดูสังเกต
- เปลี่ยนความสำเร็จ เป็นความสมบูรณ์

8.ทำงานทุกชนิดให้เป็นสุข
9.อ่าน พูด เขียน เรียนเรื่องจัดการ
10.ความดีและความจริงใจ

อนาคตของเด็กคนหนึ่ง ที่อยากให้ชีวิตเติบโต ก้าวหน้า

อนาคตของเด็กคนหนึ่ง ที่อยากให้เติบโตอย่างก้าวหน้าในชีวิต

ผู้ใหญ่หลายคน อยากกลับไปเป็นเด็ก ช่วงชีวิตที่มีแต่ความสุข ไม่ต้องแบกรับภาระ ความรับผิดชอบ ความปวดหัวมากมาย มีชีวิตอยู่ที่การไปโรงเรียน ดูทีวี เล่น กิน นอน ..แค่นั้น

มองแววตา สีหน้าของเด็ก มีแต่ความสดใสน่ารัก แต่ผู้ใหญ่ กลับตรงกันข้าม มีเรื่องที่จะต้องเอามาคิดมากมาย มีแต่ปัญหามารุมเร้า

โลกของเด็ก เป็นโลกที่มีแต่ความสดใส บริสุทธิ์ อยากให้ผู้ใหญ่ รัก อยากเล่น อยากสนุก เวลาที่ผู้ใหญ่ สั่งสอนแนะนำ ให้ทำอะไร ก็ทำๆไป บางทีก็ไม่รู้หรอกว่า ที่ให้ทำนะ ทำไปทำไม แต่ผู้ใหญ่บอกว่า ทำแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดี ก็ทำตาม ไม่งั้นจะโดนดุ

ส่วนผู้ใหญ่ จะมองอนาคต คิดถึงความอยู่รอด คิดถึงเรื่องปากท้อง เด็กน้อยเรียนจบชั้นประถมแล้ว จะไปเข้าเรียนมัธยมที่ไหน จะเรียนต่ออะไร จะมีปัญญาหาเงินมาส่งเสียให้เรียนต่อได้มากแค่ไหน

มีเด็กคู่หนึ่ง ติดตามผู้ปกครองมาพักที่บ้านพี่สาว น้องสาวมีลูกชายมาด้วย 1 คน และอีกคนเป็นหลาน ที่เธอเอาลูกชายของลูฏสาว ที่ตอนนี้โตแล้ว มีสามี และมีลูกแล้ว เอามาเลี้ยง ..แต่ความจริงคือ เอามาคอยรับใช้ เป็นลูกไล่ ลูกน้องของลูกชายตัวเองตะหาก เอามาให้ลูกชายข่ม สิ่งของที่ดีกว่า จะให้ลูกชายได้สิ่งนั้นก่อน ที่เหลือจะเป็นของหลานชาย

เมทื่อผู้เป็นพี่สาว มองไกลถึงอนาคต หลานชายของน้องสาว กลายเป็นผู้ที่ไม่มีอนาคตซะแล้ว เพราน้องสาว ไม่มีเงิน แต่ที่ผ่นามา ได้พบรักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง หลังจากใช้เวลาคบหากันพอสมควร ก็ตัดสินใจที่จะคบกันแบบแฟน และวางแผนที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่งงานกัน ฝ่ายชายหนุ่มบอกว่า ก็คงเอาลูกชายของเธอมาเลี้ยงดูด้วย แต่ถ้าจะให้เอาหลานขายไปด้วย ยอมรับว่า คงไม่ไหว เพราะปัจจุบัน ก็ทำงานรับจ้างหาเงิน มีรายได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถแบกรับภาระไปได้มากกว่านี้

ดังนั้น หลานชายคนนั้น .. ก็คงไม่ได้ไปอยู่กับลูกชายของเธอ เธอคงจะต้องฝากให้พี่สาวของเธอ ช่วยเลี้ยง !!

"แล้วในเรื่องอะไรของคนเป็นพี่สาวล่ะ ที่จะต้องมารับเลี้ยงดูแลหลานชาย แล้วไปพากมาจากอกแม่ของเค้าทำไม พอเอามาก็เลี้ยงดูแลได้ระดับนึง พอจะไปมีครอบครัวใหม่ ก็จะสลัด ผลักภาระไปให้พี่สาว"

เมือดูไม่มีอนาคต เพราะไม่มีใครจะส่งเสียให้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ ผู้เป็นแม่ของหลานชาย ก็มีลูกสาวตัวน้อยอีกคน วัยก่อนเข้าเรียนอนุบาลน่นก็ต้องกินต้องใช้ คนเป็นแม่ก็ทำงานหาเงินได้แค่พอประทังชีวิต รอดไปในแต่ละเดือน แล้วทีนี้ แค่เงินที่ส่งมาให้เพื่อเป็นค่าดูแล ลูกชายของตัวเอง ก็ได้เดือนละไม่กี่พัน

ดูติดขัด มีปัญหาไปหมด ตอนจะมี จะท้อง จะทำอะไรกัน ทำไมไม่คิดไว้บ้างว่า ถ้ามีลูกแล้ว สามารถที่จะดูแลเค้าได้ดีแค่ไหน แล้วนับจากนี้ ยังจะมีลูกอีกมั้ย

มีลูกแบบไม่พร้อมทั้งการเงิน ความมั่นคงในครอบครัว และเวลาในการดูแล ญาติพี่น้องจึงต้องรับภาระช่วยเลี้ยงดูกันไป แต่ละคนก็ขยันออกลูก กันเหลือเกิน

เมื่ออยากให้เด็กที่ไม่มีอนาคต ..ได้มีชีวิตที่ก้าวหน้า เติบโตไปตามเส้นทางที่ถนัดของเค้า ก็คงต้องมองหาโอกาส ที่เค้าจะได้เรียน ได้ทำงานที่ถนัด และเหมาะกับตัวของเค้า แล้วมันคืออะไรล่ะ

- บวชเรียน
- หาทุนการศึกษา สอบชิงทุน
- มองหาสถานศึกษาทางเลือก ที่มีค่าใช้จ่ายที่พอจะจ่ายไหว

หลากหลายแนวทางที่ต้องคิดเตรียมไว้แล้ว เพราะการนั่ง นอน กิน เล่น อยู่ที่บ้าน อยู่ไปวันๆ จนโต แต่ไม่มีอนาคต ไม่มีเส้นทางที่จะก้าวเดินต่อไป อนาคตมืดมน ต้องอยู่อย่างนี้ ตลอดไป ก็ไม่ดีแน่

เมื่อเก็บกระเป๋าเงินริมถนนย่านใจกลางเมืองได้ คุณจะทำอย่างไรดี ?

เมื่อเก็บกระเป๋าเงิน ริมถนนในย่านใจกลางเมืองได้ คุณจะทำอย่างไรดี ?

เมื่อเห็นกระเป๋าเงิน หล่นบนทางเท้า ในย่านใจกลางเมือง เป็นบริเวณที่มีคนขึ้น ลง รถโดยสารสองแถวในย่านนั้น คุณจะทำอย่างไร

1. ถ้าไม่มีใครเห็น กูก็เก็บสิ ลาภลอยแล้ว ได้เงินใช้ฟรีว่ะ

2.ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่ของเรา รีบไปทำธุระของตัวเองดีกว่า เสียเวลา

3. บอกคนที่อยู่บริเวณนั้น ว่า กระเป๋าเงินตก ใครรู้ใครเห็นว่า เจ้าของเป็นใครบ้างนะ

4. เก็บกระเป๋า เอาไปแจ้งตำรวจ ให้ประกาศหาเจ้าของ

เคยมีคนทำการสำรวจ , มีการตั้งกล้องแอบถ่าย ดูพฤติกรรมของคนไทยว่ามีน้ำใจสักแค่ไหน ก็มีทั้ง ไม่สนใจ, เก็บเอากระเป๋า และจะเอาเงินในนั้น และมีที่เป็นพลเมืองดี เอากระเป๋าไปแจ้งตำรวจประกาศหาเจ้าของ

มีเยอะเหมือนกัน ที่เก็บกระเป๋า รื้อเอาเงิน แล้วทิ้งกระเป๋าไว้ เดี๋ยวนี้เงินทองหายาก คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ถ้าได้ของฟรี ได้เงินมาฟรีๆ ใครจะไม่เอา

มีบางคน ที่มีจิตใจที่ดี อยากจะเก็บกระเป๋าไปประกาศหาเจ้าของ แต่เพื่อนที่มาด้วยกันบอกว่า เสียเวลาว่ะ เดี๋ยวก็มีคนเอาไปช่วยประกาศหาเจ้าของเอง แล้วก็จูงมือพาเพื่อนรีบไปทำสิ่งที่ตั้งใจจะไปทำ

เวลาที่ดูข่าว พลเมืองดี เก็บกระเป๋าเงินคืนเจ้าของ มีภาพข่าว ยกย่องคนทำความดี ได้ชื่อเสียง คำชื่นชม ยกย่องมากมาย .. นักเรียนโรงเรียนนั้น เก็บกระเป็นเงิน มีเงินสด หลานพัน หลายหมื่น อยู่ในกระเป๋า เป็นข่าวให้สื่อมาทำข่าว แล้วเจ้าของกระเป๋าและพลเมืองดี มายืนถ่ายรูปร่วมกัน บางสื่อ ได้ไปสัมภาษณ์ครูผู้สอน หรือ ผอ.โรงเรียนแห่งนั้น ได้หน้ากันทั้งโรงเรียน ได้ทั้งชื่อเสียงเลยทีเดียว

ยิ่งในกระเป๋านั้น มีจำนวนเงินสด มากเท่าไหร่ ยิ่งถูกยกย่อง เชิดชูมากขึ้นเท่านั้น

ถ้ามีคนเก็บกระเป๋าที่มีเงินสดในนั้น แสนกว่าบาท กับ คนที่เก็บกระเป๋าที่มีเงิน หลักร้อย หลักพันกว่าบาท สื่อจะพุ่งความสนใจไปที่คนที่เก็บกระเป๋าที่มีเงินแสนกว่าบาท มากกว่า ...

การทำดี คนทำ ไม่ได้คิดหวัง ผลประโยชน์อยู่แล้ว แต่คนที่เกี่ยวข้อง บางครั้ง ก็หวังผลประโยชน์ จากชื่อเสียงและหน้าตาจากผลของการทำความดีนั้น

ทุกคน ไม่มีใครอยากเสียผลประโยชน์ ไม่อยากสูญเสียอะไรทั้งนั้น เจ้าของกระเป๋าเงิน ที่เผลอทำกระเป๋าตกหล่น ก็เช่นกัน เค้าไม่อยากจะทำกระเป๋าตกหรอก แต่เพราะความเร่งรีบ การเก็บกระเป๋าไว้ในที่ที่มันหล่นง่ายๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็หากระเป๋าไม่เจอซะแล้ว คราวนี้ ก็วัดดวง ว่า จะได้กระเป๋าคืนรึเปล่า

จะโชคดี เจอพลเมืองดี เก็บกระเป๋าของตัวเองไปแจ้งตำรวจรึเปล่า

ถ้าคิดแบบใจเขาใจเรา เงินที่มีในกระเป๋า ก็คงเตรียมไว้เพื่อใช้จ่าย กับอะไรสักอย่าง

กระเป๋าที่หล่นบนริมถนน คนที่จะมาเดินถนน ย่อมเป็นคนที่มีฐานะปานกลาง จนถึงยากจนข้นแค้น ... ส่วนพวกเศรษฐี คุณหนูไฮโซ ร่ำๆรวยๆ มีเงินใช้เป็นฟ่อน ไม่ขาดมือ ไม่ค่อยจะมาเดินบนนริมถนนแบบสามัญชนคนทั่วไปหรอกนะ เมื่อเค้าร่ำรวยขนาดนั้น ชีวิตเลือกความสะดวกสบายได้ นั่งรถที่สะดวกสบาน แพงๆ จะต้องมาเดินริมถนนทำไมให้ยุ่งยากลำบากกายาล่ะ

คนที่ทำกระเป๋าเงินตก ก็มีแต่ คนธรรมดา ดินเดินกินข้าวแกงนี่ล่ะ

เอาล่ะ ไม่ว่า คุณจะเก็บกระเป๋าเงินที่หล่นบนถนนรึเปล่า แต่นั่น เป็นโอกาสที่ทำให้ คุณได้เป็น "พลเมืองดี" มีโอกาสที่จะได้รับการยกย่อง ได้รับการขอบคุณ และมีโอกาสได้ออกสื่อ เพิ่มชื่อเสียง การยอมรับในสังคมของคุณได้ด้วยนะ และยังเป็นการทำบุญ สร้างความสุข ความโล่งใจให้กับคนที่ทำกระเป๋าเงินหายอีกด้วย

แต่ถ้าคุณเก็บกระเป๋าเงินแล้ว เอาเงินทั้งหมดไป แล้วทิ้งกระเป๋าไว้ คุณกำลังทำให้เจ้าของกระเป๋าเดือดร้อน เป็นทุกข์ อย่างมาก ถ้าเงินในกระเป๋านั่น เขากำลังจะเอาไปจ่ายค่ากับข้าว ไปจ่ายหนี้ หรือเอาไปใช้อะไรสักอย่าง กว่าจะหาเงินมาได้ ก็ลำบากมากพอแรงแล้ว แล้วยังซวย เผลอทำกระเป๋าหาย แล้วยังโดนคุณขโมยเงินเอาไปอีก... แม้คุณจะสบายใจ ที่ได้เงินมาฟรีๆ ส่วนกระเป๋าเงิน คุณก็โยนมันทิ้งไป ไม่แยแส

แต่กฎแห่งกรรม มีจริง คุณเคยทำอะไรกับใครไว้ วันนึง ผลนั้น จะย้อนกลับมาเกิดกับคุณ

หากวันนึงข้างหน้า คุณทำกระเป๋าเงินของตัวเอง หล่นโดยไม่รู้ตัว หรือ รีบ..จนลืมกระเป๋าเงินวางไว้ที่ไหนซักแห่ง กว่าจะนึกได้ กระเป๋าก็หายไปจากที่นั่นแล้ว ..

วันนั้นล่ะ คุณจะรู้ซึ้งถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ถึงตอนนั้น คุณคงจะรู้ซึ้งว่า เจ้าของกระเป๋า ก็ไม่อยากให้กระเป๋าเงินหาย อยากจะใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ที่หามาได้ เอาไปจ่ายสิ่งต่างๆ ตามที่ตั้งใจ หรือ ครบกำหนดเวลาที่จะต้องจ่ายเงินนั้น..

แต่สมัยนี้ พูด หรือเขียนไปก็เท่านั้น คนส่วนใหญ๋ ไม่ได้รู้สึก รู้ซึ้งอะไรนักหนาหรอก ความเห็นแก่ตัว ความโลภ มันนบดบังคุณธรรม เมตตาธรรมในใจไปหมดแล้ว

ทุกคนคงต้องพึ่งตัวเอง คอยดูแล ตรวจสอบว่า กระเป๋าตังยังอยู่มั้ย อย่าเผลอเรอ ทำให้ตัวเองเดือดร้อน จากการขี้ลืม จากความพลั้งเผลอของตัวเองเลยนะครับ

บรรยากาศ ถ่ายทอดสด สวดพระอภิธรรม หลวงพ่อคูณ 21 พค 2558

บรรยากาศ ถ่ายทอดสด สวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ 21 พ.ค.2558

เดี๋ยวนี้เทคโนโลนีทันสมัย สามารถทำการถ่ายทอดสด กิจกรรม หรือ พิธีการต่างๆ อย่างเช่น การสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล หลวงพ่อคุณ ปริสุทโธ ที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 21 พ.ค.2558 ซึ่งสามารถติดตามการถ่ายทอดสด ทางช่องทาง Youtube ชองมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ไม่มีโอกาสได้ไป ก็ฟัง ดูบรรยากาศเหมือนไปอยู่ที่ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก มข.ได้

19.54น. ช่วงที่ผู้คน เข้าแถวไปวางดอกบัว และถ่ายภาพสรีระร่างของหลวงพ่อคุณ ช่วงนี้ พระมหาสมปอง ซึ่งมาที่งานนี้ด้วย กำลังถูกพิธีกร พระ สัมภาษณ์คุยให้ฟัง การถ่ายทอดสด มีถึง 4 ทุ่ม

วันนี้ ประธานมาเร็ว สวดพระอภิธรรมจึงเสร็จเร็ว วันนี้ จะอยู่ที่นั่นกันถึงสี่ทุ่ม พระมหาสมปอง พูดถึงช่วงเวลาที่ได้ไปกราบหลวงพ่อคุณ ที่วัดบ้านไร่ ถึงสองครั้งในช่วงที่ท่านกำลังป่วย ได้เข้าไปล้างเท้าของหลวงพ่อคุณด้วย ... พระมหาสมปอง พูดเป็นภาษาอีสาน

19.57น. เห็นคนมามากขนาดนี้ พระมหาสมปอง ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้กี่คครั้งแล้ว พระมหาสมปองบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่ได้มางานแบบนี้ เห็นคลื่นมหาชนมากมายอย่างนี้ พระมหาสมปอง เกิดที่ชุมพวง จ.นครราชสีมา เป็นคนโคราชนี่เอง

19.58น. ประกาศ รถโรงพยาบาลบัวใหญ่ จอดตันรถอยู่ ขออนุญาติเลื่อนรถด้วย.. แหม ประกาศยังเป็นภาษาอีสาน

มีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทุกคณะ ทุกสาขามาช่วยกัน

ขอร้องไปยังมิจฉาชีพ ที่มาแฝงตัว ถ้าหลวงพ่อคุณอยู่จะบอกว่า อย่าไปทำสิ่งไม่ดีนะ ลูกหลานเอ๊ย มีแต่คนมาทำสิ่งที่ดีๆ อย่าทำอย่างนั้นเลย

หลวงพ่อคุณบอกว่า ความไม่ประมาท , ชาวพุทธต้องรักษาศีล 5 , คลื่นมหาชนมาจากทั่วทุกสารทิศ โฆษก พยายามพูดทุกภาษาถิ่นทั้ง เหนือ กลาง ใต้ ระยอง ชลบุรี ไม่ใช่เฉพาะภาคอีสาน ...
, พระยืนถ่ายรูปไม่เหมาะสมนะครับ.. พระอาจารย์สมปอง นั่งลงเลย

พระมหาสมปอง มาช่วยทอล์คโชว์ธรรมะ ฟังเพลินเลย

" มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีดีอย่างไร, ความจริงใจ ความเอาใจใส่ ความพร้อม .. ความเรียบร้อย

ที่นี่ จะเปิดคลิป 15 นาทีที่หลวงพ่อคูณพูดไว้ ซึ่งที่นี่ จะนำมาเปิดทุกๆวัน....

ดูบรรยากาศงานสดๆดูใกล้ชิด เหมือนๆกับได้อยู่ในสถานที่นั้น

20.05น. สมรักษ์ คำสิงห์ ขึ้นไปช่วยพูดเป็นโฆษกร่วมบนเวที

"โยมที่เดินทางมาไหว้แล้ว เดินออกทางซ้ายเลยนะครับ"
"คิดว่า ญาติโยมทุกท่านตั้งใจมาจริงๆนะ งานอื่นอาจจะไม่ได้ใกล้ขนาดนี้นะ"
" มาถึงแล้ว ก็รีบวางรีบถ่ายรุป แล้วออกไปรอข้างนอกเด้อครับ"
"วันนี้ พึ่งไปเทศน์ในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ให้น้องๆทหาร ที่อาจจะไปติดยาเสพติด ไปให้ข้อคิด" พระมหาสมปอง พูด
"โทรศัพท์ใครครับนี่ เดินไประวังกระเป๋าเงินด้วยนะครับ "
"ใครเก็บไอโฟน 4 ของพระ ช่วยส่งคืนที่หน้าเวทีด้วย"
"เจ้าหน้าที่ตรงกลาง กั้นตรงนี้ไว้ก่อนนะ ให้ช่องนี้เข้ามาให้หมดก่อนนะครับ ทางนั้นออกซ้ายครับ"
"ง่ายแต่งามครับ อย่าอารมณ์เสียกันนะ มางานอย่างนี้ อยากให้ได้ธรรมะกลับไป ขอให้โกรธน้อยลง หลงน้อยลง ไม่โลภ โกรธ หลงได้ก็ยิ่งดี"
"ตรงนี้ว่างแล้ว ยืนกราบ ยืนไหว้ได้เลย"
"ตอนคุณสิทธิชัย หยุ่น หลวงพ่อ ก็ตอมชัดเจน คุณสุทธิชัย ถามว่า หลวงพ่อ มีญานมั้ย..ท่านตอบว่า กูไม่มีญาณอะไรหรอก มีแต่ยานโตงเตง"

คนเลี้ยงเทวดา

คนเลี้ยงเทวดา

"เครียดมากๆเลย ออกไปทำงานรับจ้างตังแต่เช้า กลับมาตอนเย็น ลูกสาวก็จะเอาเงินไปใช้ พ่อก็ต้องให้ไป ต้องหาเก็บผัก ไปตกปลามาทำกินกัน หาเงินมา ว่าจะเอาไปซื้อของเข้าบ้านซะหน่อย ไม่เหลือแล้วนี่"

คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มีชีวิตที่ทุกข์ยากลำบากอยู่แล้ว แม้จะมีความขยันทำมาหากิน แต่ดูเหมือนชีวิตจะมีความทุกข์มากขึ้น เม่อคนในบ้านหลังนี้ มีคนอาศัยอยู่ในชายคาเดียวกันนี้ ถึง 10 คน มีคนที่ทำงานหาเงินอยู่ 2 คน เพื่อเอามาเลี้ยงดูคนทั้งหมดในบ้าน

คนในบ้าน แต่ละคน ก็อยากจะได้นั่น อยากได้นี่ 2 คน พ่อแม่ ที่ทำงานหาเงิน ก็ต้องตามใจ หยิบเงินให้ตลอดมา

"เลี้ยงลูกยังกะเทวดา ไม่เคยสอนให้ทำงานอะไรเลย เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์ อยากได้เงิน ก็ขอจากพ่อ จากแม่ พอแต่งงานมีผัว ผัวมีเงินก็ไปเที่ยวกิน กะผัว สนุกสนาน พอหมดเงิน ก็มาขอจากพ่อแม่ แล้วแบบนี้จะไหวเหรอ"

"ปกตินะ คนเรา มักจะบนบาน ขอพรจากเทวดา แต่นี่ คนเลี้ยงดูเทวดา ลำบากแทบตาย เพื่อให้เทวดาสบาย"

"กูอยากเห็นเทวดาตกสวรรค์จริงๆ"

มันเป็นความผิดของเทวดาเหรอ ที่ทำแบบนี้
ตั้งแต่เกิดมา เทวดาเคยสุขสบายมาตลอด พ่อแม่ ดูแลเลี้ยงดู ไม่ยอมให้ทำงาน เพราะกลัวลูกเหนื่อย ลูกลำบาก แล้วมันก็ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ไม่เคยลำบาก เป็นเทวดาอยู่ที่บ้าน

"ก็เลี้ยงลูกให้เป็นเทวดาเองนี่นา"

เมื่อชีวิต มีแต่ความทุกข์ แต่ละวัน มีเรื่องปวดหัว เดือดร้อนใจอยู่ตลอด เวลาที่มองเห็นคนที่รู้จัก มีความสุข หรือ ชีวิตดูไม่มีปัญหา ไม่ทุกข์ยากเลย .. บางช่วงก็อิจฉา ริษยาในโชคชะตาของคนๆนั้น จนเผลอบ่น นินทาถึง ด้วยความน้อยใจ พูดไม่ดีกับคนๆนั้น ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวกันเลย แต่ละคน มีวิถีการดำเนินขีวิตที่ต่างกันอยู่แล้ว

"แม่เลี้ยงลูกมาอย่างดี พอลูกแต่งงาน ก็เอาใจแต่ครอบครัวของผัว มาเอาเงินที่พึ่งหามาได้ ไปซื้อของให้ครอบครัวแม่ผัว ข้าวของที่บ้าน ก็ยกเอาไปให้ครอบครัวแม่ผัวใช้ ข้าวที่หุงไว้กินในบ้าน มันก็ยกข้าวไปที่บ้านของแม่ผัว.. โอ๊ย คนในบ้านจะเอาอะไรกินล่ะ"

"เลี้ยงลูกยังไงหว่า รักลูก แต่ลูกกลับไปรักผัว รักครอบครัวของผัวมากกว่า"

"มันคงอยากจะหนีจากสภาพครอบครัว ที่เคยอยู่มาตั้งแต่เล็ก อยากไปอยู่กับครอบครัวผัว ตลอดไป"

"นั่นแม่แท้ๆของมึงนะ ทำกะแม่แบบนั้นได้ยังไง เบียดเบียนแม่"

"ความจริง มันควรจะเลี้ยงลูกให้เป็นคนนะ ไม่ใช่เลี้ยงลูกให้เป็นเทวดา"

"เทวดาต้องกินของดีๆ ได้แต่ของดีๆ แต่คนที่หาเลี้ยง กว่าจะหาเงินมาได้ เลือดตาแทบกระเด็น เหน็ดเหนื่อยมาก ร่างกายทรุดโทรมลงทุกๆวัน แต่เทวดา ยังสุขสบาย อยากได้อะไร ก็ต้องได้ นอนเล่นโทรศัพท์มือถือ เล่น facebook ไปวันๆ นอนจิ้มๆ แล้วก็คิด สร้างปัญหาให้ตัวเองจากความว่างงาน ไปเรื่อยๆ ทำให้พ่อแม่ต้องมาปวดหัวกับการสร้างปัญหาของมันอีก"

"มันคงเลี้ยงดูเทวดาไปได้ไม่นาน คนในบ้านจะอดตายกันซะก่อน แล้วเทวดา จะได้ตกสวรรค์กันละคราวนี้"

ถ้าหากวันนึง เทวดา ไม่มีคนเอาเงินให้ใช้ ไม่มีใครให้ขูดรีด เบียดเบียน วันนั้น เทวดาคงจะรู้สึกล่ะ วันนั้น คงมีคนรอซ้ำเติม สมน้ำหน้า แต่ก็เป็นความจริงของชีวิต ที่ คนเป็นพ่อแม่ เลี้ยงลูกไม่เป็น ปล่อยลูกให้เป็นเทวดา ไม่เลี้ยงดูให้ทำงานเป็น ให้ลูกเป็นคนปกติ ที่สู้ชีวิจ จิตใจเข้มแข็ง ไม่ใจเสาะ อ่อนแอ ฟุ้งซ่าน อยู่กับสิ่งจอมปลอม มายาภาพ หลอกลวงไปวันๆ จนสร้างปัญหา เป็นลูกเทวดา เบียดเบียนบั่นทอนคนอื่นๆ

"ถ้าเป็นกู รีบถีบมันทิ้ง ไล่มันหนีไป เพราะคนอื่นในบ้าน จะอดตายกันแล้ว แทนที่จะแบ่งปัน อยู่กันช่วยเหลือกัน แต่มาทำตัวเป็นเทวดา แบบนี้จะได้ล่มจมกันหมด"

แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครจะทำแบบนั้น เพราะความรัก ความผูกพัน ความเป็นลูกหลาน เชื้อสาย ตระกูลเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ต้อมตามใจ ปล่อยเลยตามเลย คนก็ยังต้องเลี้ยงดูเทวดาต่อไป จนกว่าจะหมดลมหายใจกันไปข้างนึง

รับมือกับเด็กซน : ท่องสูตรคูณ

รับมือกับเด็กซน : ท่องสูตรคูณ
ยากเหมือนกันนะ กับการอบรมสั่งสอนเด็กซน เด็กวัยประถม ที่พ่อ แม่เลี้ยงดู ดูแลไม่เป็น ลูกเลย ซุกซน ชอบเล่น ไม่ตั้งใจเรียน เมื่อจะเปลี่ยนพฤติกรรม ก็ต้องทน และพยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมของเด็กกันก่อน


การท่องสูตรคูณ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ถ้าจดจำได้ ก็สามารถคิดเลข คิดคำนวณตัวเลขทางคณิตศาสตร์ได้ เป็นพื้นฐานที่เด็กๆต้องมี ความพยายามให้เด็กๆท่องสูตรคูณได้ จึงบังเกิดขึ้น

เด็กแต่ละคน ต่างกันน คนหนึ่ง สมองดี ตั้งใจเรียน อีกคนไม่เก่งเท่า แต่ถนัดทางด้านกีฬาและศิลปะมากกว่า การให้ท่องสูตรคูณ ก็ต้องพยายามหาวิธีการให้เด็กไม่เก่ง เท่าทันเด็กที่เก่ง

การมีรางวัลจูงใจ เป็นอีกหนึ่งวิธี ให้ได้ลองใช้ความพยายาม ถ้าท่องสูตรคูณได้ทั้ง 12 แม่ ท่องได้คล่องก็จะให้กินพิซซา หรือขนมที่อยากกิน งั้น ไปพยายามท่องให้ได้

การมีแรงจู.ใจ ก็เป็นสิ่งที่ดี เช่นกัน

เรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่ง

#เรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่ง

แฮชแท็ก ประโยคหนึง่ที่เห็นในโซเชียลมีเดีย "เรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่ง" ฟังดูเป็นคำพูดของวัยโจ๋ วัยรุ่น แต่ถ้าเอามาคิดดีๆ มันก็มีความหมาย สาระดีๆที่เติมเต็มชีวิตเราได้เช่นกัน

เมื่อใคร โพสต์ บ่น เรื่องอะไรลงในโซเชียลมีเดีย บรรดาเพื่อนๆ จะเข้ามาแสดงความคิดเห็น ทั้งๆที่มันไม่ได้เกี่ยวกับชีวิตตัวเองเลย แต่เข้ามาเม้น เพราะเพื่อน โพสต์ ขอให้ได้พูดได้เม้นบ้างสิ

หลายครังที่เรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องที่ขยายใหญ่โต ออกไปเรื่อยๆ เพราะมีคนมายุ่ง มาแสดงความคิดเห็น วิจารณ์กันไปตามอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว ถ้าคอมเม้นต์นั้น ขัดกับอารมณ์ ความรู้สึกส่วนตัวของใครคนไหนเข้า ก็จะเกิดการทะเลาะ เถียงกันผ่านหน้าเพจนั้น เถียงกันไปเถียงกันมา คอมเม้น ยาวเป็นหางว่าว คนที่คิดเห็นไปในทางเดียวกัน ก็จะเข้ามาช่วยเม้น ด่าคนที่คิดต่างออกไป เม้นกันไป เม้นกันมา จนเกิดอาการดราม่า จากประเด็นเดียว แตกเป็นหลายประเด็น ทะเลาะทุ่มเถียงกัน วุ่นวายไปหมด....

เมื่อมีแฮชแท็ก #เรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่ง
ประโยคนี้ อาจจะขัดหูขัดตาหลายคน ที่อยากได้แนวร่วม คนสนับสนุน แต่มีคนๆนึง มาแฮชแทกแบบนี้ อ้าว แบบนี้ ถือว่า ไม่เห็นด้วยกับเรา เป็นคนละฝ่ายกับเราแล้วสิ.. แล้วก็เริ่มเม้นด่าคนนั้นซะเลย ถ้าคนที่ใส่แฮชแทก ไม่สนใจ ไม่เล่นด้วย เร่องก็จะค่อยๆเงียบไป เพราะคนที่เม้าด่า ก็จะไปด่าคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ แต่ถ้าหันไปสนใจ หรือตอบโต ก็จะมีคู่ทะเลาะกันเพิ่มขึ้นอีกคู่ล่ะ

เรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่ง ถ้ามองในมุมของธรรมะ มันก็คือ หลักธรรมอุเบกขา คือ การวางเฉยนั่นเอง

บางที การทำความดี ก็คือ การไม่สร้างกรรมเพิ่มนั่นเอง ทุกวันนี้ มีสิ่งที่ยั่วยุอารมณ์ ความรู้สึก ให้ออกมาวิจารณ์ ทะเลาะเบาะแว้งกันมากมาย การวางเฉย ก็ต้องตั้งสติ และมีปัญญาในการวางอุเบกขาเช่นกัน ถ้าหากไปยุ่งกับทุกๆเรื่อง เราก็จะต้องปวดหัว แบกปัญหาไปทุกๆเรื่อง ยุ่งไปทุกๆเรื่อง แล้วแบบนี้ จะหาความสงบได้จากที่ไหนกันล่ะ

อุเบกขา ในวันนี้ คุณสามารถที่จะวางเฉยกับเรื่องบางเรื่องได้มั้ย ไม่งั้ย จะเป็นการเข้าไปยุ่งกับทุกๆเรื่อง

.

Waiting....