วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2558

๖๖ "ทรัพย์ล้ำค่าแห่งลุ่มแม่น้ำไทย"?; : สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินี ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร


สารคดีเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร ตอนที่ ๖๖ "ทรัพย์ล้ำค่าแห่งลุ่มแม่น้ำไทย"?;

น้ำเงินคือเงินยวง ขาวพรายช่วงสีสำอาง
ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง งามเรืองเรื่อเนื้อสองสี ปลากรายว่ายเคียงคู่ เคล้ากันอยู่ดูงามดี
แต่นางห่างเหินพี่ เห็นปลาเคล้าเศร้าใจจร
(ตอนหนึ่งของกาพย์เห่เรือชมปลา ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์)

ปลาไทยที่เคยมีหลากหลายในท้องน้ำอาจจะเหลื?อแต่เพียงชื่อในความทรงจำเท่านั้น ถ้าไม่มีพระราชปรารถของสมเด็จพระนางเจ้าสิ?ริกิติ์ พระบรมราชินีนาถว่าปลาไทยหายไปไหนหมด ตั้งแต่พระราชเสาวนีย์ในวันนั้นก็คิดได้ว่?าคงลืมความสำคัญของชนิดปลาไทย ถึงความหลากหลายทางชีวภาพ เราคงจะมองแต่ในเรื่องของการเพาะเลี้ยง การทำอย่างไรให้สามารถเพิ่มผลผลิตให้ได้เย?อะที่สุด แต่เมื่อหลังจากมีพระราชเสาวนีย์แล้ว ก็ทำให้ต้องหันกลับมามองว่าจริงๆ แล้วในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพมีความส?ำคัญ ก็เลยได้เริ่มหวนกลับมาคิดและเริ่มดำรงพัน?ธุ์ปลาไทยซึ่งถือว่ายังไม่สายเกินไป ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าส?ิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สายพันธุ์ปลาไทยจึงสามารถดำรงอยู่ได้อันเป?็นฐานทรัพยากรทางชีวภาพเปรียบดั่งสมบัติอั?นล้ำค่าแห่งลุ่มแม่น้ำของประชาชนชาวไทยสืบ?ไป
https://www.youtube.com/watch?v=aHGPzByLju4



วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

การนวด ทุยหน่า ศาสตร์แพทย์แผนจีน : คลินิกหัวเฉียว

การนวดด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน (ทุยหน่า)

ทุยหน่า คือ ศาสตร์การนวดของแพทย์แผนจีนอย่างหนึ่ง เป็นศาสตร์ที่มีมายาวนาน โดยจะใช้ส่วนต่างๆของร่างกายในการกด การคลึง การถู การบีบ การดีดหรือการกลิ้ง เป็นต้น กระทำลงบนจุดต่างๆของเส้นลมปราณบนร่างกาย เพื่อให้ช่วยกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี บรรเทาอาการปวดและปรับสมดุลของร่างกาย การนวดทุยหน่าสามารถใช้แทนยาหรือการฝังเข็มได้ในบางโรค รักษาได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กทารกถึงผู้สูงวัย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายในขณะรับการรักษา ไม่มีผลข้างเคียงจากการนวด

การนวดทุยหน่านั้นจัดเป็นสาขาหนึ่งของศาสตร์การแพทย์แผนจีน อ้างอิงจากหลักทฤษฎีของแพทย์แผนจีน มาทำการรักษา โดยอาศัยการกดนวดจุดตามเส้นลมปราณ แต่ละจุดก็มีสรรพคุณในการรักษาโรคที่แตกต่างกัน สามารถรักษาโรคได้ทั้งทางอายุรกรรม นรีเวช กุมารเวชเป็นต้น ซึ่งอาจผสมผสานกับการฝังเข็ม การทานยาสมุนไพรจีนหรือ การจัดกระดูก เพื่อให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้น..

โรคที่เหมาะกับการนวดทุยหน่า ได้แก่ ปวดหัว ไมเกรน ปวดต้นคอ คอตกหมอน ปวดบ่า ไหล่ติด ปวดเอว หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดเข่า ข้อเท้าเคล็ด ปวดประจำเดือน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การนวดทุยหน่ายังมีข้อจำกัดในการรักษาโรคบางประการ ผู้ป่วยที่สนใจการรักษาแขนงนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีทักษะและความชำนาญเฉพาะด้าน

ผู้เขียน แพทย์จีนจูเหว่ย แพทย์ประจำแผนก..

รายละเอียดเพิ่มเติม ..
..คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทย สาขาโคราช
2 ถ.มิตรภาพ (โค้งวัดศาลาลอย) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
โทร 044-258555

11ประโยชน์ของการดื่มกาแฟ

คอกาแฟยิ้มออก! (coffee)(coffee)(coffee)(coffee)(coffee)(coffee)(coffee)(coffee) กาแฟดำล้วนๆไม่ชวนดื่ม แต่โคตรปลื้มคุณภาพ มาดูกันนะ ส่งมาให้คอกาแฟโดยเฉพาะ หวังว่า คงได้ประโยชน์นะ ประโยชน์ 11 ประการของการ "ดื่มกาแฟ"ที่ไม่ใส่น้ำตาลและ ไม่ใส่คอฟฟี่เมท หมายถึงดื่มแต่ กาแฟล้วนๆ อย่างเดียว (1) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B มีผู้วิจัยพิสูจน์แล้วว่า กาแฟมี ประโยชน์ ในการป้องกันได้ (2) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคหอบ โรคนี้คือ อาการภูมิแพ้ ชนิดหนึ่ง โดยทั่วไป เมื่อมีประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้น จะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูก กระตุ้น จะเกิดอาการหอบทันที คาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียดของ ประสาทสัมผัสสำรอง ลดการเกิดโรคหอบ (3) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้วพบว่า กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับได้อย่างมีนัยสำคัญ (4) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งในช่องปาก จากผลการทดลองจริง พบว่ากาแฟมีประสิทธิ ภาพป้องกันโรคขั้นต้น โดยเฉพาะ ในคาเฟอีนมีกรด อะซิติก ที่ช่วย ป้องกันโรคต่างๆดังกล่าวได้ (5) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยขับไล่ความชรา อ็อกซิเจน เป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มี โอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้น จะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการเกิดมะเร็งได้ กระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกายได้ดี (6) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลส เตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกัน โรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัวได้ (7) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ดื่มหลัง อิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทน จึงลดความอ้วนได้ด้วย (8) กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่าคนที่ดื่มกาแฟ บ่อยๆ จะมีไขมันชนิด HDLเพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือด แข็งตัวได้ (9) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยแก้ปวดศีรษะ กาแฟมีส่วนผสม ของคาเฟอีน ที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด และยังช่วยขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมาสุราได้ (10) การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับ เรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟ ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น (11) ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อย ในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่มกาแฟเล็กน้อยหลังทาน อาหารเสร็จ คาเฟอีนในกาแฟจะมี ประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนจะเพิ่ม ขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญได้ดีมากขึ้น อ่านแล้วชอบอ่ะ... (happy)

วันเริ่มต้นแห่งความทรงจำของชีวิตคู่

วันเริ่มต้นแห่งความทรงจำของชีวิตคู่..

เมื่อคู่รัก ที่รู้จักกันทาง facebook ติดต่อคุยกัน จนเริ่มคบหาดูใจกัน และแล้ว ฝ่ายชาย ก็มาพบฝ่ายหญิง พบเจอตัวจริงของกันและกันในวันนี้ 18 เมษายน 2558 ก็ถือได้ว่า เป็นวันเริ่มต้นของหลายสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนับต่อจากนี้...

คู่รักที่พบกัน มีโอกาสที่จะพัฒนาความรัก ความใกล้ชิด เรียนรู้ดูใจกัน จนถึงสร้างครอบครัวร่วมกัน.. อีกมุมหนึ่ง หากได้เรียนรู้จักกันแล้ว พบว่า.. ไม่ใช่อย่างที่คิดหวัง ไม่ใช่คนที่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน สร้างครอบครัวด้วยกัน ก็คงแยกย้าย ห่างหายจากกันไป..

ทุกวันเวลาที่ผ่านไป มีความหมาย มีคุณค่าแห่งความทรงจำทั้งนั้น...

หากนับวันนี้ เป็นวันเริ่มต้นแห่งความหมายของชีวิตคู่ ทุกวัน..นับจากวันนี้ จะยิ่งมีความหมายมากยิ่งขึ้น.. ยกเว้น.. วันเวลาที่ผ่านไป ต่อจากนี้ จะไม่มีการพัฒนาความสัมพันธ์ และก้าวเดินอะไรเกิดขึ้นเลย...

..คือ มีแต่ความนิ่ง..ๆๆๆๆ

วันเริ่มต้นแห่งความทรงจำของชีวิตคู่ อาจจะไม่ใช่การเริ่มต้น อย่างที่คิดไว้ก็ย่อมได้...

ก็ขึ้นอยู่กับคู่รักทั้งสองคนนั้นเอง...

การรักษาโรคกระดูกเอ็นและกล้ามเนื้อด้วยแพทย์จีน : คลินิกหัวเฉียว

การป้องกันรักษาโรคกระดูก เอ็นและกล้ามเนื้อด้วยศาสตร์การแพทย์จีน

ผู้เขียน ศาสตราจารย์แพทย์จีนหลี่จงหมิน
ผู้แปล.: แพทย์จีนบดินทร์ ก่อกวิน
- แพทย์จีนปิยะมาศ เมืองใชย

แผนกกระดูก

การรักษากระดูกด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนเป็นวิธีการรักษา กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและกระดูก คนโบราณเรียกว่า "วิชาต่อกระดูก วิชาจัดกระดูก จัดร่างกาย" เป็นต้น วิธีการรักษากระดูกด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งได้รวบรวมประสบการณ์ ผลการรักษาโรคทางกระดูกของบรรพบุรุษชนชาติจีนอันเป็นมรดกล้ำค่าในวงการแพทย์จีน ซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อหาที่โดดเด่น สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ วิชาการรักษากระดูกนี้เป็นแขนงหนึ่งของศาสตร์การแพทย์แผนจีน

ปัจจุบันประเทศจีนได้นำวิธีจัดกระดูกที่หักเข้ามาใช้กับผู้ป่วยกระดูกหักแบบปิด (ไม่มีบาดแผลภายนอก) ถึง 80% ซึ่งมีจุดเด่น คือ ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัด แต่จะใช้วิธีจัดกระดูกให้เข้าที่ แล้วใช้แผ่นไม้ยึดดามเอาไว้ ควบคู่กับการประคบยาสมุนไพรจีน เป็นการรักษาผสมผสานระหว่างการนิ่ง- เคลื่อนไหว กล่าวคือ ตำแหน่งที่กระดูกหักถูกยึดไว้เป็นอย่างดี แต่แขน ขา ยังขยับได้ บรรเทาอาการเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี กระดูกที่หักสามารถหายเป็นปกติและใช้งานได้เร็วขึ้น นอกจากนี้นังช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ป่วยได้อีกด้วย

วิธีจัดกระดูกที่หักให้เข้าที่แบบ แพทย์แผนจีน มีจุดเด่น ดังนี้

1.การจัดกระดูกเพื่อคืนหน้าที่การงาน หลังการจัดกระดูกให้เป็นไปตามหลักสรีระแล้ว ทำให้สามารถกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ

2.เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ได้ผลดี ประหยัด ต้นทุนต่่ำ อุปกรณ์ราคาย่อมเยาว์ และด้วยความชำนาญของแพทย์แผนจีน

3.เป็นการใช้วิธีผสมผสานระหว่างนิ่ง- เคลื่อนไหว ช่วยฟื้นฟูหน้าที่การทำงานได้เป็นอย่างดี

โรคที่ผู้ป่วยสามารถทำการรักษาแล้วได้ผลดี ได้แก่
1.โรคกระดูกคอเสื่อม (รวมถึงอาการวิงเวียนหรือปวดศีรษะ เนื่องจากความผิดปกติของกระดูกคอ) กลุ่มอาการคอและไหล่ กล้ามเนื้อบริเวณคอกดทับเส้นประสาท รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ หลังและเอวอักเสบ

2.เนื้อเยื่อรอบไหล่อักเสบ (ไหล่ติด) เอ็นกล้ามเนื้อรอบไหล่อักเสบ

3.ปวดศอก (เทนนิสเอลโบ Tennis Elbow) กลุ่มอาการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ปลอกเอ็นกล้ามเนื้อข้อมืออักเสบ เดอเคอแวงค์ นิ้วล็อค

4.หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทบริเวณเอว โพรงกระดูกสันหลังตีบบริเวณเอว หินปูนเกาะกระดูกสันหลังเอว ปวดเอวเนื่องจากกระดูกสันหลังเอวข้อที่สาม กล้ามเนื้อเอวอักเสบ อาการหลงเหลือจากการผ่าตัดคอและเอว โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดยึดติด (Bamboo Spine)

5.หินปูนเกาะข้อเข่า เอ็นเข่าอักเสบ ถุงน้ำใต้เข่าอักเสบ หมอนรองกระดูกเข่าอักเสบ เยื่อหุ้มเข่าอักเสบ

6.ข้อเท้าบาดเจ็บเรื้อรัง กลุ่มอาการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อเท้า นิ้วหัวแม่เท้าบิดออกด้านนอก โรคเก๊าท์รองช้ำ

7.กลุ่มอาการปวดสะโพกจากกล้ามเนื้อพิริฟอร์มิส การเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก ปวดข้อรูมาตอยด์ ข้อต่อแข็ง หลังการผ่าตัด กลุ่มอาการปวดหลังการผ่าตัด

โรคดังกล่าวเมื่อใช้วิธีรักษากระดูก ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ต่างได้ผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำวิธีดึงกระดูกใช้กับผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทบริเวณเอว กระดูกคอเสื่อมและโรคข้อเข่า ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

โรคที่ผู้ป่วยนิยมเข้ารับการรักษา คือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ส่วนมากจะเป็นในผู้สูงอายุ เนื่องจากหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกงอกและมีอาการผิดรูปของกระดูกสันหลัง จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป โรคเหล่านี้นับวันคนอายุน้อยก็มีโอกาสเป็นได้มากขึ้น ทั้งจากลักษณะท่าทางการทำงานที่ต้องก้มๆเงยๆเป็นเวลานาน การยกของหนัก การขับรถเป็นเวลานาน การนั่งทำงานที่ไม่ถูกท่า ทำให้หมอนรองกระดูกถูกกดเป็นเวลานาน จากนั้นก็ปริหรือแตกออกมากดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดหลัง แล้วร้าวลงขา รู้สึกชาที่เท้า ข้อเท้า ความรู้สึกบริเวณขาผิดปกติไป เวลาไอ จาม หรือ เบ่งอุจจาระ มีอาการปวดหลังมากขึ้น เวลาเคลื่อนไหวจะปวดมาก พอพักสักระยะอาการปวดก็จะลดลง

อีกโรคหนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมในการรักษา คือ อาการปวดเข่า ส่วนมากจะพบได้ในผู้สูงอายุเช่นกัน เนื่องจากน้ำไขข้อเข่าลดลง หมอนรองกระดูกเข่าเสื่อม เอ็นรอบเข่าเกิดการอักเสบ กระดูกพรุน เป็นต้น แต่คนวัยทำงานโดยทั่วไปก็มีอาการเช่นนี้ได้ จากการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เย็นที่ทำงาน การยืนเดินหรือนั่งคุกเข่า หรืองอเข่าเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบภายในข้อเข่า เวลาเคลื่อนไหวมักมีเสียงดัง อาการหลักๆที่มารักษาคือ ปวดหัวเข่า เวลายืนหรือเดินเป็นเวลานานๆ ขึ้นลงบันไดหรือคุกเข่าแล้วลุกขึ้นมาอาการปวดจะเป็นมาก บางรายอาจเป็นมากจนเดินกระเผลก หรือไม่สามารถงอเข่าได้

การรักษาโดยส่วนใหญ่จะใช้การนวดเป็นหลัก ในบางกรณีอาจมีการจัดกระดูกร่วมด้วย ประกอบด้วยการฝังเข็ม การใช้ยาสมุนไพรจีนทั้งภายในและภายนอก การอบสมุนไพร เพื่อลดการตึงของกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น บรรเทาอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยให้กระดูกเข้าที่ ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาส่วนมากมักจะทานยาแผนปัจจุบันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จึงหันมารับการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน แต่ถ้าอาการเพิ่งเริ่มต้นควรรีบเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนจะให้ผลเร็วและมักไม่กำเริบ

ในผู้ป่วยบางรายที่มีความผิดปกติของกระดูก ผลการรักษาค่อนข้างได้ผลดี โดยสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าเป็นหนักมากควรได้รับการผ่าตัด ทั้งนี้ผู้ป่วยควรบริหารร่างกายและระมัดระวังเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดร่วมด้วย จึงจะได้รับผลการรักษาที่ดี

คลินิกหัวเฉียวไทย-จีนแพทย์แผนไทย สาขาโคราช
2 ถ.มิตรภาพ (โค้งวัดศาลาลอย) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000

โทร 044-258555

แล้วคุณจะเชื่อไหม.. ถ้าเชื่อ..โง่หรือฉลาด?

ครั้งหนึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งมาถามปัญหาท่านอาจารย์ชา (หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี) เรื่องชาติหน้าภพหน้า เขาสงสัยว่า คนตายแล้วเกิดหรือไม่?

ผู้ถาม : หลวงพ่อครับ ชาติหน้ามีจริงไหม?
ท่านอาจารย์ชา : ถ้าบอกจะเชื่อไหมล่ะ?
ผู้ถาม : เชื่อ
ท่านอาจารย์ชา : ถ้าเชื่อ......คุณก็โง่
ผู้ถาม : คนตายแล้วเกิดไหม?
ท่านอาจารย์ชา : จะเชื่อไหมล่ะ? ถ้าเชื่อ......คุณโง่หรือฉลาด?

แล้วท่านจึงสอนต่อไปว่า...

หลายคนมาถามอาตมาเรื่องนี้ อาตมาก็ถามเขาอย่างนี้เหมือนกันว่า ถ้าบอกแล้วคุณจะเชื่อไหม? ถ้าเชื่อคุณก็โง่ เพราะอะไร ก็เพราะมันไม่มีหลักฐาน-พยานอะไรที่จะหยิบมาให้ดูได้ ที่คุณเชื่อเพราะคุณเชื่อตามเขา คนเขาว่าอย่างไร คุณก็เชื่ออย่างนั้น คุณไม่รู้ชัดด้วยปัญญาของคุณเอง คุณก็โง่อยู่ร่ำไป ที่นี้ถ้าอาตมาตอบว่า คนตายแล้วเกิดหรือว่าชาติหน้ามี อันนี้คุณต้องถามต่อไปอีกว่า ถ้ามี พาผมไปดูหน่อยได้ไหม? เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มันหาที่จบลงไม่ได้ เป็นเหตุให้ทะเลาะทุ่มเถียงกันไปไม่มีที่สิ้นสุด

ที่นี้ ถ้าคุณถามว่าชาติหน้ามีไหม? อาตมาก็ถามว่า พรุ่งนี้มีไหม? ถ้ามีพาไปดูได้ไหม? อย่างนี้คุณก็พาไปดูไม่ได้ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะมีอยู่ แต่ก็พาไปดูไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าวันนี้มี พรุ่งนี้ก็ต้องมี แต่สิ่งนี้เป็นของที่จะหยิบยกเอามาเป็น วัตถุตัวตนให้เห็นไม่ได้

ความจริงแล้ว พระพุทธองค์ท่านไม่ให้เราตามไปดูถึงขนาดนั้น ไม่ต้องสงสัยว่าชาติหน้ามีหรือไม่มี ไม่ต้องไปถามว่า คนตายแล้วจะเกิดหรือไม่เกิด อันนั้นมันไม่ใช่ปัญหา มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา หน้าที่ของเราคือ เราจะต้องรู้จัก เรื่องราวของตัวเองในปัจจุบัน เราต้องรู้ว่า เรามีทุกข์ไหม? ถ้าทุกข์ มันทุกข์เพราะอะไร? นี้คือสิ่งที่เราจะต้องรู้ และเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราจะต้องรู้ด้วย

พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราถือเอาปัจจุบันเป็นเหตุของทุกอย่าง เพราะว่าปัจจุบันเป็นเหตุของอนาคต คือถ้าวันนี้ผ่านไป วันพรุ่งนี้มันก็กลายมาเป็นวันนี้ นี่เรียกว่าอนาคตคือพรุ่งนี้ มันจะมีได้ก็เพราะวันนี้เป็นเหตุ ทีนี้อดีตก็เป็นไปจากปัจจุบัน หมายความว่า ถ้าวันนี้ผ่านไป มันก็กลายเป็นเมื่อวาน นี้เสียแล้ว นี่คือเหตุที่มันเกี่ยวเนื่องกันอยู่ ฉะนั้น พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เราพิจารณาเหตุทั้งหลายในปัจจุบัน เท่านี้ก็พอแล้ว

ถ้าปัจจุบันเราสร้างเหตุไว้ดี อนาคตมันก็จะดีด้วย อดีตคือวันนี้ที่ผ่านไป มันย่อมดีด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเราหมดทุกข์ได้ในปัจจุบันนี้แล้ว อนาคตคือชาติหน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง

คนหนึ่งพูดว่า : กลัวว่าชาติหน้าจะไม่ได้เกิด
ท่านอาจารย์ชา : นั่นแหละยิ่งดี กลัวมันจะเกิดเสียด้วยซ้ำไป

ในครั้งพุทธกาล สมัยที่พระพุทธเจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ มีพราหมณ์คนหนึ่งมีความสงสัยว่า คนตายแล้วไปไหน? คนตายแล้วเกิดหรือไม่? ถ้าพระองค์ตอบได้ก็จะมาบวชด้วย แต่ถ้าตอบไม่ได้หรือไม่ตอบ แกก็จะไม่บวช แกว่าของแกอย่างนั้น พระพุทธเจ้าจึงตอบว่า มันเป็นเรื่องอะไรของฉันเล่า พราหมณ์จะบวชหรือไม่บวช นั่นเป็นเรื่องของพราหมณ์ ไม่ใช่เรื่องของฉัน

พระองค์ตรัสว่า ถ้าตราบใดที่พราหมณ์ยังมีความเห็นว่า มีคนเกิดหรือมีคนตาย คนตายแล้วเกิดหรือคนตายแล้วไม่เกิด ถ้าพราหมณ์ยังมีความเห็นอยู่อย่างนี้ พราหมณ์ก็จะเป็นทุกข์ทรมานอยู่อีกหลายกัลป์ ทางที่ถูกนั้น พราหมณ์จะต้องถอนลูกศรออกเสียบัดนี้

พระพุทธเจ้าท่านว่า ความจริงแล้วไม่มีใครเกิด ไม่มีใครตาย พราหมณ์คนนั้นฟังไม่รู้เรื่อง และจนกว่าแกจะได้ เรียนรู้เรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ให้เข้าใจถ่องแท้เสียแล้วนั่นแหละ จึงจะเข้าใจคำพูดของพระองค์ได้ นั่นจึงจะเรียกว่า การรู้เห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา เป็นการเชื่อด้วยปัญญา

พระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้ ไม่ได้สอนว่า ให้เชื่อว่าคนตายแล้วเกิดหรือไม่เกิด ชาติหน้ามีหรือไม่มี อย่างนั่นไม่ใช่เรื่องเชื่อหรือไม่เชื่อ จะถือเอาเป็นประมาณไม่ได้ จะถือเอาเป็นหลักเกณฑ์ไม่ได้ ดังนั้น ที่คุณถามว่า ชาติหน้ามีไหมนั้น อาตมาจึงถามคุณว่า ถ้าบอกแล้วคุณจะเชื่อไหม? ถ้าเชื่อ โง่หรือฉลาด? อย่างนี้เข้าใจไหม? ให้เอาไปคิดดูเป็นการบ้านนะ...

Cr : www.dharma-gateway.com

อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เพราะทุกเวลามีความหมาย

บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง

เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง

เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง

เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น

เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า

แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…………

เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง

เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง

เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง

ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ

เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว

จงแสวงหา การหยั่งรู้

จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…

จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….

กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป

ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด

เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย

น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้

เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม

บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น

ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย

เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง...

การป้องกันรักษาโรคเบาหวานด้วยศาสตร์การแพทย์จีน.: คลินิกหัวเฉียว

การป้องกันรักษาโรคเบาหวาน ด้วยศาสตร์การแพทย์จีน

ผู้เขียน ดร.แพทย์จีนกงย่าปิน
ผู้แปล แพทย์จีนอรกช มหาดิลกรัตน์

..การรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน เน้นการรักษาที่พื้นฐานการเกิดโรคเป็นสำคัญ ซึ่งแนวทางในการป้องกันและยืดเวลาการเกิดโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน จะมีความโดดเด่น การป้องกันโรคแทรกซ้อนตั้งแต่ระยะแรกๆจะเป็นการรับประกันคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ การตรวจน้ำตาลในเลือด

จุดเด่นของการรักษาโรคเบาหวานด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน

1.สามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆของโรคลงได้ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

เช่น อาการของโรคเบาหวานจะมีลักษณะเด่น คือ "3มาก 1น้อย" (กินมาก ดื่มน้ำมาก ปัสสาวะมาก น้ำหนักลด) อาการตามัว หรือเห็นคล้ายแมลงหรือยุงบินไปมา อาการบวมน้ำ อ่อนเพลียเนื่องจากโรคไตจากโรคเบาหวาน อาการใจสั่นหรือนอนไม่หลับจากโรคเบาหวาน ความจำถดถอย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวแขนขา หรือการพูด เนื่องมาจากโรคหลอดเลือดสมองจากโรคเบาหวาน อาการปวดและเนื้อตายบริเวณขา เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดจากโรคเบาหวาน หลังจากแพทย์จีนวินิจฉัยแยกแยะกลุ่มอาการในการรักษา โดยทำร่วมกับการรักษา แบบการแพทย์ตะวันตก ก็สามารถบรรลุแก้ไขอาการต่างๆลงได้ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2.สามารถช่วยลดปริมาณยาปัจจุบันลงได้ ช่วยปกป้องการทำงานของตับและไต

3.ช่วยปรับปรุงการทำงานของอวัยวะภายในให้ดีขึ้น ชะลอการพัฒนาของโรค

การรักษาโรคเบาหวานของแพทย์แผนปัจจุบัน คือ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี แต่ไม่สามารถที่จะป้องกันบรรเทาการเกิดโรคแทรกซ้อนได้ การรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนในสถานการณ์เช่นนี้จึงมีความโดดเด่น สามารถเลือกตำรับยาที่มีความเหมาะสมกับผู้ป่วย ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มรายการ แต่ละช่วงเวลาการทำงานของอวัยวะภายใน ปรับการไหลเวียนของเลือด ชี่ สารน้ำในร่างกายให้เป็นปกติ ยับยั้งการเกิดโรคแทรกซ้อน ส่งผลให้ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นได้ และยังลดอัตราการทุพลภาพจากโรคเบาหวานได้อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกหัวเฉียวไทย-จีนแพทย์แผนไทย สาขาโคราช
2 ถ.มิตรภาพ (โค้งวัดศาลาลอย) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทร.044-258555

การคัดเลือกปูม้าจำหน่าย

สัตว์)การคัดเลือกปูม้าจำหน่าย เพียงจับสะดือปู หากนิ่มเนื้อจะไม่เต็ม ไม่แน่น หากจับแล้วแข็ง ไม่บุ๋ม แสดงว่าเนื้อเต็ม เนื้อแน่น จับขายได้เลย

จาก sms farmerInfo

.

Waiting....