วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

6ข้อ ความเป็นจริงประเทศไทย 31มีค2558

1.แรงงานไทยยุคใหม่ โดยเฉลี่ยเกิดปัญหาคือ ไ่ม่อดทน เลือกงาน ฟุ่มเฟือย ฝีมือไม่ดี รักสบาย ติดละคร ขี้เมา ความรู้ไม่พอ แต่อยากได้เงินเยอะๆ
2.คนเก่งคนดี ไม่ค่อยมีใครยกย่อง เพราะคนไทยส่วนใหญ่เห่อคนรวย และยศศักดิ์ โดยไม่สนที่มาที่ไปด้วยนะ

3.เด็กไทยรุ่นใหม่ มีความเป็นน้ำเต็มแก้วอยู่มาก แต่งตัวเก่ง แสดงออกเก่ง แต่เลือกรับคอนเท้นต์ที่เกิดประโยชน์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อดทน.ไม่เก่ง
4.ในยุคที่ทุกอย่างไว เลี้ยงลูกกันด้วยแท็ปเลต ก็คงประมาณนี้แหละ

5.ในยุคอินเตอร์เนต คนไทยสนุกแต่เข้า siamdara, ทีวีพูล, คลิปหลุด, ลาซาด้า, ในขณะที่คู่แข่ง เขาสนุกกับการเข้า creative review, HDR, dezeen wired
6.ในขณะที่สิงคโปร์สร้างสวนยักษ์ garden by the bay น่านก็กำลังตัดป่า ตัดอุโมงต้นไม้ ทำนองว่าหลอกให้เศษตังค์ คนท้องถิ่นให้เผาบ้านตัวเอง

cr.Captain Thailand

สูตรน้ำผลไม้สลายนิ่ว ไม่ต้องไปผ่าตัด

*ช่วยกันแชร์นะคะ ได้บุญค่ะ*

สูตรน้ำผลไม้สลายนิ่ว ไม่ต้องไปผ่าตัด

- น้ำมะนาว
-น้ำมะเฟือง
-น้ำสับปะรด
ในอัตราส่วนเท่าๆ กัน ดื่มทุกวัน เช้า-เย็น ก่อนอาหาร ให้ดื่มต่อเนื่อง 3-4 วัน

* นิ่วสลาย หรือหลุดออกมาพร้อมปัสสาวะ ไม่ต้องไปผ่าตัดให้เสียเงินค่ะ

* จากบทความบรรยาย ดร. สนอง วรอุไร *

ธรรมชาติ ...สัจธรรม

เมื่อยามเย็นยอมล่ำลา ฟ้าจึงค่ำ
ตะวันผกตกลงต่ำ อำลาฟ้า
ความมืดแห่งคืนค่ำ จึงนำพา
กาลเวลาเจ้าหมุนวน คนหมุนเวียน

ธรรมชาติเป็นเช่นนี้ มานานนับ
เขาเปลี่ยนปรับตามกฎเกณฑ์ อย่างเสถียร
มิเที่ยงแท้คือเที่ยงแท้ อันแนบเนียน
โลกหมุนเปลี่ยนไปตามพลวัตร...สัจธรรม!

วันนี้อำลามิตรสหายด้วยบทนี้ครับ....

กินโปรตีนมากก็ไม่ดีครับ?.

?#?กินโปรตีนมากก็ไม่ดีครับ?..ผลวิจัยมหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นชี้บริโภคอาหารโปรตีนสูง เสี่ยงเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง-โรคเบาหวาน
6มี.ค.57...มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การบริโภคอาหารที่มีโปรตีนสูงหรือรับประทานโปรตีนเป็นจำนวนมาก มีอัตราเสี่ยงเสียงชีวิตจากโรคมะเร็ง และโรคเบาหวานสูง
หลังศึกษาประชากรตัวอย่างถึง 6,318 ราย จากหลากหลายเชื้อชาติ และประวัติ สุขภาพเป็นเวลานานกว่า 20 ปี จากการศึกษาผู้ป่วยพบว่า พวกเขารับประทานอาหาร ที่มีโปรตีนสูงโดยเฉพาะเนื้อ นม ไข่ และชีส ในที่สุดก็เสียชีวิตจากโรค มะเร็ง อัตราเสี่ยงดังกล่าวสามารถเทียบได้กับการสูบบุหรี่เลยทีเดียว
ผู้วิจัยชี้ชัดว่า โปรตีนในเนื้อสัตว์สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์ ต้น เหตุของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งถึงร้อยละ 74 มากกว่าสาเหตุอื่นๆจากการ ศึกษาตลอด 20 ปี แม้ว่าจะมีการลดปริมาณของไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรตแล้วก็ ตาม อย่างไรก็ตาม อาหารที่ให้โปรตีนอื่นๆอย่าง ถั่ว ไม่มีอันตรายเหมือนกับ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเหตุที่อาหารที่ให้โปรตีนสูงก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสูง เนื่องจากว่า อาหารเหล่านี้มีเส้นใยอาหารหรือไฟเปอร์น้อย ไขมัน คลอเรสเตอร อลสูง ซึ่งนำมาสู่การเกิดโรคมะเร็งลำไส้ โรคเส้นเลือดอุดตัน เป็นต้น
ทั้งนี้ ผู้วิจัยแนะนำว่า คนที่มีอยู่ในวัยกลางคนควรรับประทานโปรตีนแต่พอเหมาะ หญิงและชายกลางคนควร บริโภคโปรตีนวันละ 46 และ 56 กรัมต่อวันตามลำดับ เพราะสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง แต่การรับประทานอาหารโปรตีนสูงกลับส่งผลดีกับคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
ที่มา http://nstda.or.th

แปลกแต่จริง... เบอร์มือถือ มันเป็นไปตามดวงสมพงษ์ของคุณ

*แปลกจริงๆ*
เบอร์มือถือของคุณ มันเป็นไปตามดวงสมพงษ์ของคุณ. ขอให้รู้เบอร์มือถือคุณ ก็จะรู้ว่าคุณอายุอายุเท่าไร?
สูตรนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ค้นพบ เก่งมาก ลองทำดูใช้เวลาไม่มาก อ่านไปลองทำไปจะได้ความสนุก
1.ตรวจดูตัวเลขหลักสุดท้ายของเบอร์โทรมือถือคุณ
2.เอาตัวเลขนี้คูณด้วย 2
3.จากนั้นบวกด้วย5
4.แล้วคูณด้วย 50
5.เอาจำนวนที่ได้บวกด้วย 1765
6ขั้นตอนสุดท้าย เอาจำนวนเลขที่ได้ ไปลบด้วยปีที่คุณเกิด(คริสต์ศักราช)

ตอนนี้คุณจะเห็นตัวเลขเหลืออยู่สามหลัก
*โดยหลักแรก...จะเป็นตัวเลขสุดท้ายเบอร์มือถือคุณ
*เลขต่อไป...จะเป็นอายุจริงของคุณ
แปลกใหม? ส่งให้เพื่อนๆ ลองพิสูจน์ดูบ้าง!!

@ ทำงาน3แบบ...ใครทำแบบไหนครับ

@ ทำงาน3แบบ...ใครทำแบบไหนครับ
(๑) ทำงานด้วยความจำใจ
(๒) ทำงานด้วยความจำเป็น
(๓) ทำงานด้วยความจำหลัก
ประเภทที่ ๑ ทำงานด้วยความจำใจ หมายถึง คนที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีธุรกิจหลักของครอบครัวอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกจะชอบหรือไม่ชอบ รักหรือไม่รัก แต่เมื่อถึงเวลาทำงานก็ต้องรับภาระหน้าที่ในการสืบทอดธุรกิจของครอบครัวต่อไ ป การทำงานในลักษณะนี้ สำหรับบางคนในช่วงแรกอาจเป็นความทุกข์ ความอึดอัดขัดข้อง เกิดความรู้สึกเหมือนได้แต่งงานกับคนที่ตนไม่รัก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ แต่เมื่อทำไปจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้ว ในที่สุดก็จะสามารถยอมรับสภาพของตนเองได้ ส่วนคนที่ยอมรับสภาพไม่ได้ ยิ่งทำงาน คุณภาพชีวิตยิ่งลดลง งานได้ผล แต่คนอาจไม่มีความสุข
ประเภทที่ ๒ ทำงานด้วยความจำเป็น หมายถึง คนที่ได้ทำงานที่ตนไม่รัก ไม่ชอบ ไม่ถนัด ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ บางทีค่าตอบแทนก็แสนจะน้อย ความเครียด ความขัดแย้งในที่ทำงานก็สูง แต่เพราะมองไปทางไหนก็ไม่มีทางไปที่ดีกว่า ก็เลยต้องจำใจก้มหน้าทำงานนั้นๆ ไป ยิ่งทำงาน คุณภาพชีวิตยิ่งหดหาย รายได้ต่ำ ความเครียดสูง
การทำงานในลักษณะที่สองนี้ คือ สภาพของคนทำงานส่วนใหญ่ในโลกนี้ ซึ่งโดยมาก ได้งานทำเพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคมบีบบังคับให้ต้องเลือกทำอะไรสักอย่างหนึ่ ง เพราะหากไม่ยอมทำงาน ก็หมายความว่า ตัวเองและครอบครัวจะต้องเดือดร้อน กินไม่อิ่ม นอนไม่อุ่น
ประเภทที่ ๓ ทำงานด้วยความจำหลัก หมายถึง คนที่ได้ทำงานในสิ่งที่ตนรัก หรือได้ทำงานที่สอดคล้องกับความใฝ่ฝัน ความถนัดของตนเอง เช่น อยากเป็นหมอ ก็ได้เป็นสมใจอยาก อยากเป็นนักธุรกิจ อยากเป็นนักการเมือง อยากเป็นนักหนังสือพิมพ์ อยากเป็นดารา ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ได้ทำงานตามที่ตนต้องการสมใจอยาก
การทำงานในลักษณะที่สามนี้ สิ่งที่จะได้รับอย่างเห็นได้ชัดก็คือ
1 งานก็ได้ผล
2 คนก็เป็นสุขด้วย...
ที่มา http://kri.onab.go.th

?#?แต่ละวันเราต้องการธาตุเหล็กเท่าไหร่??

?#?แต่ละวันเราต้องการธาตุเหล็กเท่าไหร่??
ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปสู่เซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย ธาตุเหล็กจึงมีความ "สำคัญต่อไขกระดูกในการสร้างเม็ดเลือดแดง" เป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อขาดธาตุเหล็ก จะเป็นสาเหตุหลักให้เกิดภาวะซีดหรือภาวะโลหิตจาง หรือ Anemia (โลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก) นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังมีช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยการเจริญเติบโตของเซลล์สมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจและความจำ (Cognitive development) ดังนั้นการขาดธาตุเหล็กจึงมีปัญหาการเรียนรู้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อต่างๆ รวมทั้งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ต่างๆในการนำพลังงานต่างๆไปใช้
ในทางตรงข้าม หากได้รับธาตุเหล็กมากเกินไป หรือจากการเสริมธาตุเหล็กในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุต่างๆ โดยเฉพาะเยื่อบุทางเดินอาหาร เป็นสาเหตุให้มีเลือดออกในทางเดินอาหารได้ รวมทั้งอาจมีอาการเหล่านี้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียปวดท้องปวดศีรษะหายใจลำบากอ่อนเพลียวิงเวียนน้ำหนักลดผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเทา กดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค และอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคภูมิต้านตนเอง (Autoimmune) หรือโรคมะเร็งได้ และหากมีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายในปริมาณมากขึ้น จะส่งผลต่อการทำงานของไขกระดูก ตับ ไต หัวใจ ปอด และสมอง ก่อให้เกิดอาการอ่อนเพลียมากขึ้นภาวะซีดหัวใจเต้นผิดปกติ ตัวเขียวคล้ำชักตับวายไตวายโคม่า และอาจอันตรายถึงเสียชีวิตได้ในที่สุด ดังนั้น จึงไม่ควรได้รับธาตุเหล็กเสริมอาหารเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก
1 เด็กแรกเกิดที่กินนมแม่อย่างเดียวสำหรับทารกแรกเกิดถึงอายุ 2 เดือน จะได้รับเหล็กที่อยู่ในนมแม่ถูกดูดซึมได้ถึงร้อยละ 50 แต่ถ้าได้รับอาหารเสริมอย่างอื่นด้วยการดูดซึมของเหล็กจะลดลง จึงไม่แนะนำอาหารเสริม
2 สำหรับเด็กที่โตขึ้นอายุตั้งแต่ 3-5, 6-8 และ 9-11 เดือน ต้องการเหล็กเพิ่มขึ้นคือวันละ 6, 7 และ 8 มก.ตามลำดับ
3 เด็กอายุ 1-9 ปี ทั้งหญิงและชายต้องการวันละ 10 มก.
4 เด็กชายอายุ 10-15 ปี ต้องการเพิ่มขึ้นเป็น 12 มก.ต่อวัน
5 และผู้ชายอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปต้องการ 10 มก. ต่อวัน
6 ส่วนผู้หญิงอายุตั้งแต่ 10 ถึง 49 ปี ต้องการเหล็ก 15 มก.ต่อวัน
และอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ต้องการน้อยลงเนื่องจากไม่มีประจำเดือนเหลือเพียงวันละ 10 มก.
7 หญิงตั้งครรภ์ต้องการเหล็กเพิ่มขึ้นอีกวันละ 30 มก. ส่วนหญิงให้นมลูกต้องการเหล็กวันละ 15 มก.
พืชที่มีธาตุเหล็กสูงสุด 10 อันดับแรก โดยเทียบจากน้ำหนักผัก 100 กรัม ได้แก่ ผักกูด (36.3 มิลลิกรัม) ถั่วฝักยาว (26 มิลลิกรัม) ผักแว่น (25.2 มิลลิกรัม) เห็ดวัว หรือเห็ดฟาง (22.2 มิลลิกรัม) พริกหวาน (17.2 มิลลิกรัม) ใบแมงลัก (17.2 มิลลิกรัม) ใบกะเพรา (15.1 มิลลิกรัม) ผักเม็ก (11.6 มิลลิกรัม) ยอดมะกอก (9.9 มิลลิกรัม) ยอดอ่อนกระถิน (9.2 มิลลิกรัม)
อ่านความรู้ที่ https://sites.google.com/…/applicat…/thatu-helk-tx-sukhphaph

ฅนของแผ่นดิน : ราคาตั๋วเครื่องบินฯ

ฅนของแผ่นดิน : ราคาตั๋วเครื่องบินฯ
สารคดีแนวคิดสร้างสรรค์ จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ?พระเจ้าอยู่หัว
"การพบกันของ 84 เจ้าความรู้ กับ 84 เจ้าหนูช่างสงสัย"
จัดทำโดย ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
https://www.youtube.com/watch?v=8TqJO0Ep-jI



ที่พึ่งของเรา คือ ใจของเรา

"ที่พึ่งของเรา คือใจของเรา"

" .. อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ ใครจะเป็นที่พึ่งได้ ที่เป็นที่พึ่งที่แน่นอน "ก็คือใจของเรานี่เอง"
ไม่ใช่สิ่งอื่น พึ่งสิ่งอื่นก็พึ่งได้ แต่ไม่ใช่ของที่แน่นอน

เราจะพึ่งได้ก็เพราะเราพึ่งตัวของเรา เราต้องมีที่พึ่งก่อน จะพึ่งอาจารย์ พึ่งญาติมิตรสหายทั้ง
หลาย จะพึ่งได้ดีนั้น เราต้องทำตัวของเราเป็นที่พึ่งให้ได้เสียก่อน .. "

หลวงปูชา สุภัทโท

.

Waiting....