วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พลังของความบริสุทธิ์

ไร้เดียงสา จะทำแต่เรื่องโง่ ๆ หรือไร้เดียงสาทำให้คุณไม่เห็นอุปสรรค์ แล้วก็ทำไปแบบโง่ ๆ จนผ่านทุกอย่าง สู่ความสำเร็จ
บางอย่างเราผู้ใหญ่ คิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ แต่กับเด็ก กลับเป็นเรื่องแน่นอน เพราะว่าปีกอันไร้เดียงสาของพวกเด็ก ๆ ยังไม่หายไป
2006-4-6 Katherine Commale อายุแค่ 5 ขวบ ดูสารคดีของทวีปแอฟริกา บอกว่า เฉลี่ย 30 วินาที ก็จะมีเด็กคนหนึ่งตายเพราะโรคมาลาเรีย เธอขดตัวอยู่บนโซฟา แล้วก็เริ่มนับนิ้ว 1-2-3-4..... ตอนเธอนับถึง 30 ก็สีหน้าตกใจ ตะโกนบอกแม่ “แม่ ๆ เด็กแอฟริกาตายไปแล้ว 1 คน เราต้องทำอะไรสักอย่าง”
แม่เธอก็เข้าหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต แล้วบอกแคตเธอรีนว่า “มาลาเรียเป็นโรคที่น่ากลัว เด็ก ๆ เมื่อเป็นโรคนี้ มักจะเสียชีวิต”
“แล้วทำไมถึงเป็นมาลาเรีย ?”
“มาลาเรียติดต่อโดยยุง แอฟริกามียุงเยอะมาก”
“แล้วทำไงดี ?”
“ตอนนี้มีมุ้งที่แช่น้ำยากันยุง เมื่อมีสิ่งนี้ ก็จะป้องกันคนไม่โดนยุงกัด”
“แล้วทำไมพวกเขาไม่ใช่มุ้งแบบนี้ละ ?”
“มุ้งนี้แพงเกินไปสำหรับพวกเขา ๆ ไม่มีปัญญาซื้อ”
“ไม่ได้ เราต้องทำอะไรแล้ว”
ผ่านไปหลายวัน แม่ได้รับโทรศัพท์จากครูที่ รร อนุบาล บอกว่า แคตเธอรีนไม่ได้จ่ายค่าขนม แม่ถามแคตเธอรีน เงินไปไหน
“ถ้าหนูอยู่ รร ไม่กินขนม ปกติไม่กินจุกจิก ไม่ซื้อตุ๊กตาบาร์บี้ อย่างนี้พอจะซื้อมุ้งได้ไม๊คะ ?”
แม่พาแคตเธอรีนไปห้าง ใช้เงิน 10 เหรียญ ซื้อมุ้งใหญ่ ๆ อันหนึ่ง พอเด็ก 4 คน แล้วก็โทรหาองค์กรการกุศลที่ทำงานในแอฟริกา ว่าจะส่งมุ้งไปได้ยังไง และก็บังเอิญเจอหน่วยงานนึ่งที่ชื่อ Nothing but net “ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง” หน่วยงานนี้ จะส่งมุ้งไปให้เด็กแอฟริกาโดยเฉพาะ แคตเธอรีนจึงจัดการส่งมุ้งไปให้หน่วยงานนี้ด้วยมือของตัวเอง
ผ่านไป 1 สัปดาห์เธอได้รับจดหมายขอบคุณจากหน่วยงานนี้ ใน จม. บอกว่าเธอเป็นผู้บริจาคที่อายุน้อยที่สุด และบอกอีกว่า ถ้าบริจาคครบ 10 อัน จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ
แคตเธอรีนขอให้แม่ไปเปิดท้ายขายของกับเธอ เอาหนังสือเก่า ของเล่น เสื้อผ้าเก่ามาขาย ๆ ได้เงินจะได้เอาไปบริจาค แต่ขายไม่ดีเลย เธอคิดว่า “ตอนหนูบริจาคมุ้ง เขายังให้ใบประกาศเกียรติคุณ งั้นคนอื่นซื้อของหนู ให้เงินหนู งั้นเขาก็ต้องได้รับเหมือนกันเน๊าะ”
แล้วเธอก็เริ่มลงมือทำ ใบประกาศเกียรติคุณ แม่ช่วยเธอซื้อวัสดุ พ่อช่วยจัดห้อง น้องชายช่วยวาดรูปหัวใจแห่งรัก ใบประกาศเกียรติคุณทุกใบมีลายมือที่เขียนโดยตัวเธอเองว่า “ในนามของคุณ เราได้ซื้อมุ้ง 1 อัน ส่งไปแอฟริกา” แน่นอน มีลายเซ็นต์เธอด้วย
แค่บริจาค 10 เหรียญ ซื้อมุ้ง 1 อัน ก็จะได้ใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อนบ้านเห็นใบประกาศเกียรติคุณของเธอ รู้สึกว่าไร้เดียงสาอย่างน่ารักมากและก็ซาบซึ้ง แค่ไม่นาน ใบประกาศเกียรติคุณก็ถูกแจกออกไป 10 ใบ เธอก็ส่งเงินไปที่หน่วยงาน“ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง” หน่วยงานก็ส่งใบประกาศเกียรติคุณและตั้งเธอเป็น “ทูตแห่งมุ้ง”
คนที่หน่วยงานบอกแคตเธอรีนว่า มุ้งที่เธอบริจาคถูกส่งไปยังหมู่บ้านหนึ่งในประเทศกาน่า ในหมู่บ้านมี 550 คน
“โอ่ พระเจ้า แล้ว 10 อันพอใช้ที่ไหน”
เพื่อนบ้านนอกจากซื้อมุ้งจากแคตเธอรีนยังช่วยเธอทำใบประกาศเกียรติคุณ กลายเป็นทีมงานแคตเธอรีน บาทหลวงในชุมชนก็เชิญเธอไปพูดในโบสถ์ พูดแค่ 3 นาที ก็ได้เงินบริจาคมา 800 เหรียญ ทำให้เธอมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาก เดินทางไปพูดที่โบสถ์อื่น ตอนเธออายุครบ 6 ขอบ ได้รับเงินบริจาคแล้ว 6316 เหรียญ
“ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง” เอาเรื่องของเธอลงในเวป วันหนึ่งเธอเห็นเบคแฮ่มปรากฎตัวทางทีวี ช่วยทำประชาสัมพันธ์การกุศลให้“ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง” เธอรีบเขียนจดหมายให้เบคแฮ่มขอบคุณเขา แน่นอน ส่งใบประกาศเกียรติคุณไปให้เขา 1 ใบ เบคแฮ่มเอาใบประกาศเกียรติคุณนี้ขึ้นเวปส่วนตัว เรื่องจึงแพร่กระจายออกไปอีก
2007-6-8 เธอได้รับจดหมายจากหมู่บ้านที่รับมุ้ง เด็กในหมู่บ้านเขียนว่า “ขอบคุณมุ้งของเธอ เราเห็นรูปเธอ เรารู้สึกว่าเธอสวยมาก”
แคตเธอรีนดีใจมาก ทำให้มีกำลังใจเพิ่มอีก เธอและทีมงานลงมือทำใบประกาศเกียรติคุณ100 ใบ ส่งให้มหาเศรษฐีที่ติดอันดับในนิตยาสาร ฟร๊อบ ในนั้นมีอยู่ใบนึงเขียนว่า “คุณบิลเกตที่เคารพ ไม่มีมุ้ง เด็กแอฟริกาจะตายเพราะมาลาเรีย พวกเขาต้องการเงิน แต่เงินอยู่ที่คุณ....”
2007-11-5 มูลนิธิบิลเกตประกาศบริจาคเงิน 3 ล้านเหรีญให้ “ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง” บิลเกตบอกว่า “ผมได้รับใบประกาศเกียรติคุณพร้อมจดหมายฉบับหนึ่ง บอกว่า เงินที่ซื้อมุ้งให้เด็กแอฟริกาอยู่ที่ผม ถ้าผมไม่เอาเงินออกมา ไม่ได้แน่”
ปี 2008 มูลนิธิบิลเกตออกเงินถ่ายทำสารคดี “เด็กช่วยเด็ก” แคตเธอรีนจึงได้เหยียบแผ่นดินแอฟริกา ตอนเธอเห็นพวกเด็ก ๆ เขียนชื่อเธอไว้บนมุ้ง พวกเขาเรียกมุ้งช่วยชีวิตนี้ว่า มุ้งแคตเธอรีน หมู่บ้านนี้ เดี๋ยวนี้ชื่อว่า หมู่บ้านแคตเธอรีน
หนูน้อยแคตเธอรีนอายุ 7 ขวบ ได้ช่วยชีวิตเด็กแอฟริกาแล้ว 20,000 คน พลังของความบริสุทธิ์นี้ จะยิ่งมายิ่งแรง เพราะทุกหัวใจของทุกคน ล้วนมีเด็กที่จิตใจบริสุทธิ์อาศัยอยู่

๘ อ ถือปฏิบัติ

   ��หวัดดี..ศุกร์ที่ ๒๔
So Happy...Very Much!
"๘ อ"...ถือ...ปฏิบัติ!
ปฏิวัติ!..การ..อยู่!..กิน!
   ��"อาหาร"...อย่าให้ขาด  ����
สูด.."อากาศ"...อย่าให้สิ้น    ��
"ออกกำลัง"...เป็นอาจิณ ������
ความเครียด..สิ้น.."อารมณ์"...ดี ��
   ��"อุจจาระ"...ต้อง..ขับถ่าย  ��
พัก.."เอนกาย"...ให้แรง..มี!  �� ��
"เอาพิษออก"...จากกาย..นี้    ��
โรค..ไม่มี..สุขกาย..ใจ
   ��จงมี.."อิทธิบาท ๔"
"๘ อ"..นี้..สำเร็จ..ได้
ความดี..มี..สร้างไว้!
พ้นทุกข์ภัย..ทุกท่าน!..เทอญ..��

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เหตุที่คู่สมรสครองเรือนได้ยืดยาว....

เหตุที่คู่สมรสครองเรือนได้ยืดยาว....

พระพุทธเจ้าทรงแสดงสมชีวิกถา 4 ข้อ คือเหตุที่ทำให้คู่สมรสครองเรือนได้ยืดยาว

1. สมศรัทธา ให้เลือกบุคคลที่มีความเชื่อเลื่อมใสในศาสนาหรือสิ่งเคารพบูชาต่าง ๆ เหมือนกัน มีความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเหมือนกัน มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเหมือนกัน ตลอดจนมีรสนิยมตรงกัน

2. สมศีลา ให้เลือกบุคคลที่มีความประพฤติ ศีลธรรม จรรยามารยาท มีพื้นฐานการอบรมพอเหมาะสอดคล้องกัน ไปกันได้ หรืออยู่ในระดับเดียวกัน จะได้ไม่เป็นเหตุให้เกิดความรังเกียจิซึ่งกันและกัน

3. สมจาคา ให้เลือกบุคคลที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี มีใจกว้าง มีความเสียสละ มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น บุคคลที่เสมอกันด้วยจาคะนี้จะทำให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข เพราะเมื่อคนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องเสียสละทั้งทรัพย์สินเสียสละความสุขของตน เพื่อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

4. สมปัญญา ให้เลือกบุคคลที่มีปัญญาเสมอกัน คือ รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์ มีการใช้ความคิดเพื่อแก้ปัญหา

ที่มา ส่วนหนึ่งของบทความใน familynetwork.or.th

วิจัยพบ "ความขัดแย้ง" ทำลายสุขภาพภรรยาสูงกว่าสามี

#วิจัยพบ "ความขัดแย้ง" ทำลายสุขภาพภรรยาสูงกว่าสามี


แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาของครอบครัวที่จะเกิดความขัดแย้ง ความคับข้องใจ ความไม่เข้าใจกัน แต่ทางออกของคนก็มีแตกต่างกันไป หลายคนเลือกที่จะเงียบ หลายคนเลือกเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ หรือบางคู่ก็เลือกการตะลุมบอน ทะเลาะกันรุนแรงหัวร้างข้างแตก ทำลายข้าวของเสียหาย ซึ่งวิธีการแสดงออกยามเกิดความขัดแย้งของคู่สามีภรรยาทั้งหลายเหล่านี้ ได้ถูกนักวิจัยของสหรัฐอเมริกานำมาวิเคราะห์ และพบความเชื่อมโยงบางประการกับปัญหาสุขภาพในระยะยาวด้วย

ทั้งนี้ ในประเด็นที่ว่า ความถี่ในการเกิดความขัดแย้ง หรือต้นเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งนั้น ไม่มีผลต่อสุขภาพของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย หากแต่เป็นการแสดงออก และแนวทางในการเยียวยาแก้ไขความขัดแย้งต่างหากที่ทำให้นักวิจัยจับจุดได้ถึง "โอกาส" ที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมา

จากการศึกษาคู่สามีภรรยาจำนวน 4,000 คนในรัฐแมสซาชูเสตต์ สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 2007 เกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาใช้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งกับคู่รัก และการแสดงออกซึ่งความรู้สึกของตนเองเมื่อความขัดแย้ง พบว่า 32 เปอร์เซ็นต์ของสามี และ 23 เปอร์เซ็นต์ของภรรยายอมรับว่า พวกเขามักจะอดทนอดกลั้น ไม่เปิดเผยความรู้สึกของตนเองให้อีกฝ่ายรับรู้

นักวิจัยเรียกพฤติกรรมการไม่แสดงออกซึ่งความรู้สึกที่แท้จริงเหล่านี้ว่า "self-silencing" ซึ่งในผู้ชายแล้ว "self-silencing" เป็นยุทธวิธีในการสงบศึกที่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้างน้อยที่สุด และไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพแต่อย่างใด แต่สำหรับผู้หญิงแล้วผลกลับตรงกันข้าม

ผู้หญิงที่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างที่ใจต้องการ อาจทำให้พวกเธอมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิงที่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตนเองถึง 4 เท่า ไม่ว่าเธอคนนั้นจะมีความสุขในชีวิตสมรส หรือไม่มีความสุขในชีวิตสมรส

"เมื่อผู้หญิงต้องสะกดกลั้นอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และคำพูดของตนเองไว้ไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับสามี จะทำให้เกิดผลในเชิงลบต่อสุขภาพของผู้หญิงในระยะยาว" Elaine Eaker นักจิตวิทยาหัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยชิ้นนี้กล่าว "แต่เราไม่ได้หมายความว่า ผู้หญิงสามารถเกรี้ยวกราดได้อย่างอิสระ เราแค่จะบอกว่า ยังมีผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการโอกาส และความเสมอภาคในการโต้เถียงกับสามี"

ดร. Dana Crowley Jack จากมหาวิทยาลัย Western Washington เป็นอีกหนึ่งนักวิจัยที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรม Self-Silencing ที่คู่สามีภรรยาใช้เมื่อเกิดความขัดแย้ง โดยพบว่านำไปสู่พฤติกรรมที่ผิดปกติของร่างกายอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นโรคซีมเศร้า หรือพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ รวมไปถึงโรคหัวใจด้วย

"การเงียบอาจเป็นทางออกที่ดี เมื่อถูกนำมาใช้ในการแก้ไขความขัดแย้งในบางเหตุการณ์ หรือบางเวลา แต่คนที่น่าเป็นห่วงก็คือคนที่ต้องทนเงียบตลอดเวลา"

นอกจากนั้น โทนในการแสดงความรู้สึกของสามีภรรยาที่ปรากฏในความขัดแย้งก็มีผลต่อสุขภาพด้วย โดยนักวิจัยจากรัฐยูทาห์ ได้ทำการศึกษาการทะเลาะกันของคู่สามีภรรยา 150 คู่เกี่ยวกับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจจากสไตล์ของแต่ละคนในการโต้เถียงกัน ซึ่งคู่สามีภรรยาที่เข้าร่วมมีอายุประมาณ 60 ปี และทุกคนล้วนแต่แต่งงานกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ปี และต้องไม่เคยมีสัญญาณของการเป็นโรคหัวใจปรากฏออกมาก่อน

การวิจัยนี้พบว่า วิธีการที่คู่สามีภรรยาอาวุโสแต่ละท่านแสดงออกมีผลต่อการเกิดโรคหัวใจ พอ ๆ กับการสูบบุหรี่ หรือการมีคลอเรสเตอรอลในเลือดสูงเลยทีเดียว

Timothy W. Smith นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยยูทาห์กล่าวว่า สำหรับผู้หญิงที่เป็นภรรยา การที่สามีเลือกจะโต้เถียงด้วยอารมณ์รุนแรง หรือ แสดงออกว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับเธอมีผลรุนแรงที่สุดต่อสุขภาพของฝ่ายหญิง ขณะที่ระดับของความรุนแรงที่แสดงออกไม่มีผลต่อสุขภาพหัวใจของผู้ชาย แต่ความเสี่ยงต่อโรคนี้ของฝ่ายชายจะเพิ่มขึ้นเมื่อต้องใช้กำลังเพื่อควบคุมสถานการณ์ (ไม่จำกัดว่าผู้ใช้กำลังจะเป็นฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง)

"ความเห็นไม่ตรงกันในชีวิตคู่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่าคุณควบคุมตนเองอย่างไรมากกว่า" ดร.สมิธกล่าวปิดท้าย

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
เรียบเรียงจากนิวยอร์กไทม์

ปฏิบัติได้ครบครัน รับรองสุขสันต์ปลอดโรค

ขอแบ่งปันอีกครั้ง สำหรับสิ่งดีๆสู่พี่สู่น้อง...

คาถาอายุยืนยง..จร้า
๑ ดื่มน้ำเป็นยา
๒.กินปลาเป็นหลัก
๓.กินผักเกินครึ่ง
๔.ไข่ไก่ฟองหนึ่ง
๕. อย่าพึ่งกาแฟ
๖.อย่าแก่ของเค็ม
๗.อย่าเข้มของหวาน
๘.อย่าทานของทอด
๙.อย่ากอดแต่เหล้า
๑๐.อย่าเฝ้าสูดควัน
๑๑.สุริยันต์วันทา
๑๒.เริงร่าออกกำลังกาย
๑๓.ยืดเส้นสายเป็นนิจ
๑๔.สมาธิจิตประจำ
๑๕.สำคัญ"ปล่อยวาง"
ปฏิบัติได้ครบครัน รับรองสุขสันต์ปลอดโรค
?(•?•)?.....?(•?•)?
.._/?\_........._/?\_
__-?.?-_______-?.?-__

?.•??.•*??) ?.•*?)
(?.•? (?.•` วันนี้คุณยิ้มแล้วหรือยัง

เครื่องประดับที่มีค่ามากที่สุดของร่างกาย คือ รอยยิ้ม

ข้อคิด...

เครื่องประดับที่มีค่ามากที่สุดของร่างกาย คือ รอยยิ้ม
สิ่งที่ต้องปกป้องมากที่สุด คือ สติ
สิ่งที่ต้องรอบคอบมากที่สุด คือ ความดิด
สิ่งที่ต้องควบคุมมากที่สุด คือ อารมณ์
สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด คือ คำพูด
สิ่งที่ต้องถนอมมากที่สุด คือ ความรัก
สิ่งที่ต้องพัฒนามากที่สุด คือ นิสัย
ของใช้ประจำตัวที่มีค่ามากที่สุด คือ ปัญญา

อาการเริ่มต้น 10 อย่างที่บ่งบอกว่าไม่มีความสุขในการทำงาน

#อาการเริ่มต้น 10 อย่างที่บ่งบอกว่าไม่มีความสุขในการทำงาน

อาการหลายอย่างเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความรู้สึกไม่แฮปปี้ในที่ทำงาน แม้อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าเราไม่มีความสุข 100% แต่อย่างน้อยถ้าเกิดอาการขึ้น เราควรหยุดคิดพิจารณาว่าเราทำงานด้วยความรู้สึกอย่างไรกันแน่ อย่างน้อยเพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของตนเองมากขึ้นและหาทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

1. เริ่มถ่วงเวลาหรือทำงานช้า

2. รู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นมาทำงานในเช้าวันจันทร์

3. ไม่อยากทำงานเพื่อให้ได้เลื่อนขั้นหรือเลื่อนตำแหน่ง

4. รู้สึกไม่อยากช่วยงานคนอื่น

5. รู้สึกว่าเวลาทำงานแต่ละวันยาวนานเหลือเกิน

6. ไม่มีเพื่อนในที่ทำงานเลย

7. ไม่แคร์อะไรทั้งนั้นไม่ว่าจะดีหรือร้าย

8. รำคาญแม้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

9. เริ่มระแวงสงสัยในเจตนาของผู้อื่น

10. เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ

ผู้เขียน : อรวรรณ ไกรรอด

ฟัง รายการ ในหลวงในดวงใจ Radio ตอน 21 การศึกษา - โดย Thida Weangsamoot & Maliwan Pukka Keewiriyakul

ฟัง รายการ ในหลวงในดวงใจ Radio ตอน  21 การศึกษา -  โดย Thida Weangsamoot & Maliwan Pukka Keewiriyakul

http://www.youtube.com/watch?v=us3jYK406QA

ช่วงในหลวงในดวงใจ 21 การศึกษา
ช่วง"ในหลวงในดวงใจ" ตอน21 (การศึกษานอกระบบโรงเรียน) ในรายการวิทยุรักพ่อ  โดย ธิดา เวียงสมุทร (Thida Weangsamoot) และ มะลิวัลย์ กี้วิริยะกุล (Maliwan Pukka Keewiriyakul)

 ฟังเเพลง  Candle light Blues , เรื่องเล่าในหลวงกับการศึกษานอกระบบโรงเรียน, ชะตาชีวิต-ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี,สารคดี ๙ คำพ่อสอน ตอน  พูดจริง ทำจริง : อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ กล่าวถึงพระกรุณาธิคุณของในหลวง พร้อมเล่าถึงโครงการ ที่มอบความสุขให้กับผู้สูงอายุ, ฟังเพลงของขวัญจากก้อนดิน,  เพลงบรรเลง Friday Night Rag, พระราชดำรัสปิดท้ายรายการ


ดูวิดีโอทั้งหมด http://www.youtube.com/playlist?list=PLVsD_y46lu19NJdvLk3XHzdc1DoPcoCE-



ชุมชนพอเพียง สร้างอาชีพ สร้างสายสัมพันธ์ : 108 วันมหัศจรรย์พอเพียง ตอนที่ 97

 ชุมชนพอเพียง สร้างอาชีพ สร้างสายสัมพันธ์ : 108 วันมหัศจรรย์พอเพียง ตอนที่ 97
ตอนที่ 97 : ชุมชนพอเพียง สร้างอาชีพ สร้างสายสัมพันธ์
ครอบครัว เป็นหน่วยเล็กที่สุดของสังคม หน่วยสำคัญที่สร้างคนคุณภาพให้กับประเทศ ขณะเดียวกันชุมชนก็เป็นหนึ่งในมือที่โอบอุ?้มสมาชิกชุมชนที่สำคัญไม่แพ้กัน ชุมชนบ้านพราน เป็นหนึ่งในชุมชนที่เห็นโอกาสในโครงการชุม?ชนพอเพียง และสร้างอาชีพเสริมขึ้นจากโครงการนี้ และที่สำคัญพวกเขายังเติมเต็มช่องว่างที่ห?ายไปของการอยู่ร่วมกันของคนหลากวัย ให้กลับคืนมาใหม่ ชาวบ้านพราน เป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนงบปร?ะมาณจากโครงการชุมชนพอเพียง เพื่อจัดหาเครื่องมือที่เขาต้องการใช้สำหร?ับสร้างรายได้เสริม จักรเย็บผ้ากว่าสิบตัวที่ตั้งเรียงราย เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของพวกเขา ที่ได้ทำโครงการตามที่ตั้งใจ ความมหัศจรรย์ของโครงการที่ชุมชนคิดและทำด?้วยตัวเอง ทุกเส้นด้ายที่ย้ำลงไปในผืนผ้าเต็มไปด้วยค?วามใส่ใจ โครงการชุมชนพอเพียง จึงเป็นโครงการที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วย?กัน ดั่งเส้นด้ายที่ผูกเกลียว เหนียวแน่น ไม่เสื่อมคลาย
http://www.youtube.com/watch?v=7HGHn_O3lmg

.

Waiting....