วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

@ ป้องกันและคัดกรอง วิธีหลีกเลี่ยงมะเร็งที่ดีที่สุด

@ ป้องกันและคัดกรอง วิธีหลีกเลี่ยงมะเร็งที่ดีที่สุด
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 เป็นต้นมา องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์เป็นวันมะเร็งโลก หรือ World Cancer Day เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกหันมาสนใจป้องกันตัวเอง และเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น HealthToday จึงเรียนเชิญแพทย์หญิงสุดสวาท เลาหวินิจ อายุรแพทย์ด้านมะเร็งวิทยา และนายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย มาให้ข้อมูลกับผู้อ่านเกี่ยวกับอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งในเมืองไทย รวมถึงวิธีการตรวจคัดกรองและป้องกันตัวเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งมากขึ้น
อุบัติการณ์และการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งในเมืองไทย
สถิติล่าสุดของการเกิดมะเร็งในเมืองไทยทั้งประเทศยังเป็นตัวเลขของปี พ.ศ. 2544-2546 ซึ่งรายงานในปี พ.ศ. 2553 ที่พบว่า คนไทยเป็นมะเร็งประมาณ 241,051 ราย ใน 3 ปี หรือเฉลี่ย 80,350 รายต่อปี ถ้าคิดเป็นต่อประชากรแสนคนจะพบว่า ผู้หญิงเป็นมะเร็ง 120 คน ส่วนผู้ชายเป็นมะเร็ง 140 คน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสถิติปี พ.ศ.2541-2543 ที่คนไทยป่วยเป็นมะเร็ง 195,780 คน หรือ 65,260 รายต่อปี ก็จะพบว่าคนไทยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นร้อยละ 23
สำหรับสถิติการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งจะพบว่า ในปี 2552 คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 56,058 ราย หรือ 88.34 รายต่อประชากร 1 แสนคน หรือ 4,671 รายต่อเดือน 156 รายต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 10.7 % เมื่อเทียบกับสถิติปี พ.ศ. 2548
5 อันดับมะเร็งยอดนิยม
สำหรับชนิดของมะเร็งที่พบบ่อย 5 อันดับแรกในช่วงปี 2544-2546 มีดังนี้
ผู้ชาย
1. มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี
2. มะเร็งปอด
3. มะเร็งลำไส้ใหญ่
4. มะเร็งต่อมลูกหมาก (ขยับจากอันดับ 9 ในปี 2541-2543)
5. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ผู้หญิง
1. มะเร็งเต้านม (ขยับจากอันดับ 2 ในปี 2541-2543)
2. มะเร็งปากมดลูก
3. มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี
4. มะเร็งปอด
5. มะเร็งลำไส้ใหญ่
แต่สำหรับมะเร็งที่ทำให้คนไทยเสียชีวิต 6 อันดับแรกในปี พ.ศ. 2551 ได้แก่
1. มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี
2. มะเร็งปอด
3. มะเร็งเต้านม
4. มะเร็งเม็ดเลือดขาว
5. มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
6. มะเร็งปากมดลูก
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
แม้ว่าปัจจุบันวงการแพทย์จะยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดมะเร็งหลายประเภท แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีวิธีการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการเป็นโรคมะเร็งเลย ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการเกิดมะเร็งคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือวิถีชีวิตให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้น อาทิ
- การหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็ง ซึ่งได้แก่ การสูบบุหรี่ อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด ความอ้วน ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งหลายประเภท ตั้งแต่มะเร็งเต้านม มะเร็งทางเดินอาหาร หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการได้รับไวรัสตับอักเสบบีและซี ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งตับ การมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก
- การรับประทานอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะการรับประทานผัก ผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่ให้พลังงานสูง แอลกอฮอล์ เนื้อแดง อาหารปิ้งย่างต่างๆ รวมถึงไม่กินปลาดิบ เพื่อป้องกันพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งทางเดินน้ำดี
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและไม่อ้วน
การตรวจคัดกรอง
นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว การตรวจคัดกรองมะเร็งหรือการตรวจมะเร็งระยะแรกยังเป็นวิธีการที่สำคัญมากที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง และลดโอกาสการเสียชีวิต เพราะจากสถิติทางการแพทย์พบว่า หากมีการตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจะมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่าการเป็นมะเร็งในระยะแพร่กระจาย แต่ที่น่าเสียดายคือ ผู้ป่วยมักไปพบแพทย์เมื่อเป็นมะเร็งระยะแพร่กระจายแล้วค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่นมะเร็งเต้านม สถิติในปี พ.ศ. 2544-2546 พบว่าผู้ป่วยที่ไปพบแพทย์ ร้อยละ 9-66.4 เป็นระยะที่มะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว โดยพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกร้อยละ 3.5-41.7 และพบในระยะแพร่กระจายไปแล้วร้อยละ 2.4-18.2
ทั้งๆ ที่อัตราการอยู่รอดชีวิตที่ 5 ปีของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาเมื่อโรคยังอยู่เฉพาะที่จะสูงถึงร้อยละ 98 ขณะที่หากโรคอยู่ในระยะแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองอัตราการรอดชีวิตจะอยู่ที่ร้อยละ 81 และลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 26 หากโรคอยู่ในระยะแพร่กระจายไปไกล ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีของมะเร็งปากมดลูก คือหากตรวจพบในระยะเฉพาะที่ (localized) จะอยู่ที่ร้อยละ 92.2 แต่หากพบเมื่อโรคแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้วจะอยู่ที่ร้อยละ 54.7 ถ้าโรคมีการแพร่กระจายไปไกลจะอยู่ที่ร้อยละ 16.5

ภัยแบบใหม่ หลอกให้ปิดโทรศัพท์

<ภัยแบบใหม่ หลอกให้ปิดโทรศัพท์>
สำคัญอย่าลืมบอกคนที่บ้านด้วย
ภัยจากมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ Phone scams
เมล์ฉบับนี้ Forward มาจากผู้เสียหายรายหนึ่ง
>มีพนักงานโทรหาผู้เสียหายรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ให้ผู้เสียหายทำการปิดโทรศัพท์มือถือประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อที่จะทำการ update ข้อมูล ผู้เสียหายไม่ทันรอบคอบและสอบถามให้แน่ชัด จึงได้ทำการปิดโทรศัพท์มือถือ...จากนั้นเป็นเวลาเกือบ 45 นาที ผู้เสียหายนึกแปลกใจว่าพนักงานคนดังกล่าว ไม่ได้แจ้งชื่อและรายละเอียดใดๆที่ชัดเจน จึงตัดสินใจเปิดเครื่อง เขาพบว่ามีคนในครอบครัวและคนอื่นๆโทรหาเขาหลายสาย เขาจึงรีบโทรหาพ่อกับแม่ และเขาก็ต้องตกใจที่พ่อแม่ถามเขาว่าปลอดภัยดีหรือไม่ พ่อแม่ของผู้เสียหายเล่าว่า.....มีคนโทรศัพท์มาหา และต้องการให้พวกเขาโอนเงินเพื่อช่วยลูกเขาที่กำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาได้ยินเสียงผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือ และพ่อแม่ของผู้เสียหายรายนี้กำลังรอโทรศัพท์ เพื่อที่จะโอนเงินให้กลุ่มมิจฉาชีพรายนี้ แต่ผู้เสียหายได้โทรหาพ่อกับแม่ได้ทันเวลา
อย่างไรก็ตามผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และอยากให้เพื่อนๆทุกคนให้สอบถามรายละเอียดให้รอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร รวมทั้งระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เพราะหากพลาดพลั้งหลงกลไปแล้ว ก็ยากที่จะได้เงินส่วนนั้นกลับคืนมา
# โปรดช่วยกัน Forward mail นี้เพื่อเตือนเพื่อนๆที่รักของเรา เพราะไม่แน่วันข้างหน้าเราอาจจะประสบเรื่องแบบนี้ กับเพื่อนๆหรือตัวเราก็เป็นได้...

@ อาหารอะไรทำให้เกิดมะเร็ง”

@ อาหารอะไรทำให้เกิดมะเร็ง”
อาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อราในกลุ่ม "แอสเปอจิลลัส" พบว่ามีอันตรายสูง ให้สารพิษที่ชื่อว่า “อะฟลาท็อกซิน” ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ และพบได้ในถั่วลิสง พริกแห้ง หอม กระเทียม เป็นต้น ดังนั้น การเลือกซื้อหรือเลือกบริโภคอาหารดังกล่าวจึงต้องมั่นใจว่าอาหารนั้นๆ แห้งสนิท บรรจุในภาชนะที่สะอาด ปิดสนิท ไม่มีเชื้อรา
อาหารที่มีไขมันสูง
การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งมดลูกได้ นอกจากนี้อาหารที่มีไขมันสูงยังก่อให้เกิดโรคอ้วนซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง 6% ในมะเร็งทุกชนิด มะเร็งที่พบว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อมีภาวะอ้วนได้แก่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับ และถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ และมะเร็งลำไส้ใหญ่
อาหารดิบๆ สุกๆ
เสี่ยงต่อการได้รับพยาธิใบไม้ในตับ พยาธิจะทำให้ท่อน้ำดีและตับเกิดการอักเสบ ส่งผลให้เป็นมะเร็งที่ท่อน้ำดีในตับได้ อาหารที่ปิ้งย่าง รมควัน หรือเนื้อสัตว์ที่ไหม้เกรียม จะมีสารเคมีประเภทไฮโดรคาร์บอนซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งในช่องปาก มะเร็งหลอดอาหารและกล่องเสียง มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งเต้านมทั้งในระยะก่อนและหลังหมดประจำเดือน โดยที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2-3 ดริ้ง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งช่องปากและมะเร็งในหลอดอาหารมากขึ้น 2-3เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่ม ในสหรัฐอเมริกาให้คำแนะนำว่าไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 ดริ้ง ในผู้ชาย และ 1 ดริ้ง ในผู้หญิง และการดื่มมากกว่า 3-4 ดริ้งในกลุ่มสตรีที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม กลับจะเพิ่มความเสี่ยงให้พบการลุกลามของโรคขึ้นซ้ำอีก โดยเฉพาะในกลุ่มสตรีหลังหมดประจำเดือน และกลุ่มสตรีที่มีน้ำหนักเกิน
@อาหาร“ป้องกันมะเร็ง”
เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่าและปลาจากทะเลน้ำลึก นอกจากจะมีไขมันต่ำแล้ว ไขมันที่พบในปลาเหล่านี้ยังเป็นไขมันไม่อิ่มตัวจำพวกโอเมก้า 3 ซึ่งควรรับประทานร่วมกับไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 จากน้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันทั้งสองประเภทมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ
พืชตระกูลถั่ว
เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลิสง ในถั่วเหล่านี้พบว่ามีสารต้านโปรติเอสในปริมาณสูงมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ข้อมูลที่เด่นชัดคือสารไฟโตเอสโตรเจนและไอโซฟลาโวนในถั่วเหลือง ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ในถั่วยังอุดมไปด้วยกากใยที่สามารถละลายน้ำได้ ซึ่งจะช่วยในขบวนการขับถ่ายของร่างกายตามธรรมชาติ
เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ ข้าวโพด ข้าวสาลี ซึ่งมีกากใยมากเป็นผลดีต่อการขับถ่าย และอุดมด้วยวิตามินและสารไฟโตเคมีคอลที่เป็นประโยชน์ต่อการชะลอความเสื่อมของร่างกาย
ชาเขียว ชาขาว
พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด และPhenolic Compound ซึ่งมีส่วนในการต่อต้านมะเร็ง เฉพาะในชาเขียวประเภทเดียว พบว่ามีสาร Catechin ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
ผลไม้เบอร์รี่
เช่น ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ เบอร์รี่สีดำ เพราะในเบอร์รี่จะมีสารต้านอนมูลอิสระในปริมาณสูง กลุ่มผักมีสี เช่น บีทรูท ผักโขม แครอท มะเขือเทศ ยิ่งมีสีเข้มมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงว่ามีสารที่มีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องร่างกายและยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้พืชผักในกลุ่มกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี บล็อกโคลี่ กะหล่ำดอก ยังอุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระเช่นวิตามินซี อี ซีเลเนียม และสารไฟโตเคมิคอลหลายชนิด เช่น Carotenoids Flavonoids Isoflavones และ Ligans นอกจากนี้ กากใยในพืชผักช่วยให้การขับถ่ายเป็นปรกติ
กลุ่มเครื่องเทศ
มาสตาร์ด พริก พริกไทย กระเทียม หัวหอม ขิงโรสแมรี่ อบเชยและเครื่องเทศอื่นๆ ที่ใช้ปรุงแต่งรส สามารถต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน จะเห็นได้ว่า “อาหาร” ที่เราบริโภคนั้น หากรู้จักเลือกรับประทานก็จะเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งได้ เช่นเดียวกันหากเราเลือกรับประทานตามใจปากบ่อยๆ จนลืมคำนึงถึงผลที่จะเกิดกับร่างกาย วันหนึ่งสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปก็จะย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายเราได้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงโรคมะเร็งก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณพลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการพลังงานของร่างกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ ลดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอและหมั่นตรวจเช็คสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองสุขภาพอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ เพราะโรคมะเร็งอาจเกิดขึ้นกับคุณได้ทุกเมื่อ และการป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าการรักษา
ที่มา รพ. จุฬาภรณ์

คอร์สล้างพิษตับ ณ พัทยา รุ่น 17 "คอร์สผสมบุญ" 21 ก.พ.2558 กับ 5 วิดีโอที่น่าชม

อ.ขวัญดิน สิงห์คำ บรรยายเรื่องการดูแลสุขภาพและล้างพิษตับ ในคอร์สล้างพิษตับ ณ พัทยา รุ่น 17 "คอร์สผสมบุญ" 21 ก.พ.2558
https://www.youtube.com/watch?v=A7uTGClaRB8



ไก่ แมลงสาบ กับ 2 เพลงช่วงดื่มน้ำมันมะกอก คอร์สล้างพิษตับ ณ พัทยา รุ่นที่ 17
http://www.youtube.com/watch?v=iqdQtq8oZR8
http://youtu.be/iqdQtq8oZR8



ช่วงรำวง ล้างพิษตับ 21 กพ2558
https://www.youtube.com/watch?v=Cdrm6VQ1kEs



หน่อง ปณิธาน ,ต่อ+ไก่ แมลงสาบ 21กพ58
https://www.youtube.com/watch?v=dYyiEeiNft8



คุณวิเชียร ตั้งธรรมสถิต  เล่าประสบการณ์การรักษาสุขภาพและการล้างพิษตับ 21 กพ 2558
http://youtu.be/EgYKuzwhzU4

?#?รู้จักโรคติดแป้ง? โรคที่ทำให้แก่เร็ว

?#?รู้จักโรคติดแป้ง? โรคที่ทำให้แก่เร็ว
นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ซึ่งไม่กิน “ข้าว” กินแต่ “กับข้าว” มาเป็นเวลากว่า 5 ปี แล้ว บอกว่า เหตุผลส่วนตัวที่ไม่กินข้าว หรือ ละเว้นอาหารประเภทแป้ง เพราะ แป้ง และน้ำตาล เป็น ศัตรูของความแก่ ความชรา ดังนั้นหากต้องการให้ร่างกายแก่ช้าลง ไม่เสื่อมโทรมเร็ว จะต้องเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล
ทั้งนี้เป็นเพราะการกินแป้งมากเกินไปจะทำให้ปริมาณอินซูลินสูงขึ้น ซึ่งอินสุลินมีหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้ร่างกายแก่และโทรมเร็ว อินซูลินยังไปทำให้แป้งเปลี่ยนเป็นไขมันทำให้มีไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง
วิธีสังเกตว่า เป็นโรคติดแป้งหรือไม่ คือ กินข้าวอิ่มแล้วยังหิวอีก จะต้องหาอะไรกินอีกหลังอาหาร กินแล้วอยากกินอยู่เรื่อย ๆ เพราะมันไม่พอ ไม่อิ่ม หลังกินข้าวต้องกินของหวานล้างปาก แต่ถ้ากินข้าวแล้วไม่อยากกินอาหารอย่างอื่นต่ออีกก็ถือว่า ไม่เป็นโรคติดแป้ง
ข้อเสียของแป้ง โดยเฉพาะ “แป้งขัดขาว” ที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ คือ เวลาที่เรากินแป้งขัดขาวเข้าไป มันจะเปลี่ยนน้ำตาลภายใน 3 นาที และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว น้ำตาลเหล่านี้จะชอบโปรตีนมาก มันจะไปจับโปรตีนและทำลายโปรตีนตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้ร่างกายแก่ตั้งแต่หัวจรดเท้านั่นเอง อาการแก่ในตอนแรกอาจจะยังไม่เห็นชัดเจน แต่อาการจะเหมือนกับเวลาที่เรากินของหวาน ร่างกายจะสดชื่นในช่วงแรก แต่หลังจาก 30 นาทีผ่านไป ร่างกายจะรู้สึกโหย มีอารมณ์หงุดหงิด เหนื่อย ไม่สดชื่น หัวตื้อ ๆ สมองไม่ปลอดโปร่ง ไม่กระปรี้กระเปร่า คิดเลขช้าลง
อาการโหยที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแป้งซึ่งเปลี่ยนเป็นน้ำตาลถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วเข้าสู่กระแสเลือดจะไปกระตุ้นฮอร์โมนอินสุลินให้พุ่งกระฉูดขึ้น ซึ่งอินสุลินนี้ทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อสูงเกินไปก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมามากจนรู้สึกโหย
แต่เนื่องจากข้าวเป็นปัจจัยสำคัญของคนไทยเรา จนมีคำว่า "ข้าวปลาอาหาร" จึงขอให้หลักสำคัญในการเลี่ยง "แป้งขัดขาว" เช่น ข้าวเจ้า ขนมจีน เส้นก๋วยเตี๋ยว ทุกท่านไม่จำเป็นต้องเลิกกินข้าว แต่ขอให้ลดปริมาณลง ขณะเดียวกันควรค่อย ๆ เพิ่มเป็นแป้งเชิงซ้อนขึ้น เช่น เดิมเคยกินข้าวเจ้า 3 มื้อ ขอให้ใช้แป้งเชิงซ้อน เช่น ข้าวมันปู หรือข้าวซ้อมมือ หุงเพิ่มเข้าไปด้วยกัน แต่ไม่ใช่แยกกินนะครับ ไม่ใช่ข้าวเจ้า 2 มื้อ แล้วข้าวกล้องอีกมื้อหนึ่ง เพราะการกินรวมกันจะดีกว่าตรงที่ว่า แป้งเชิงซ้อน เช่น ข้าวซ้อมมือนี้จะมี "กาก" หรือ "เส้นใย" ที่เหมือนกับฟองน้ำช่วยดูดซับไม่ให้น้ำตาลจากข้าวเจ้าดูดซึมเข้าเลือดเร็วเกินไป จนทำให้เรามีอาการติดแป้ง
นอกจากข้าวมันปูและข้าวซ้อมมือแล้ว “แป้งเชิงซ้อน” ยังมีใน ลูกเดือย ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต นอกจากนี้ยังพบในผักและผลไม้ เช่น หอมหัวใหญ่ ผักคะน้า ฟักทอง กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ขนุน แก้วมังกร ส้มโอ ฝรั่ง เป็นต้น ซึ่งแป้งเชิงซ้อนจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที กว่าจะสลายเป็นน้ำตาลเข้ากระแสเลือดต่างจากแป้งขัดขาวที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลเร็วมาก
หากจะไม่กินแป้งเลย สูตรของ นพ.กฤษดา คือ ลดข้าวแต่ละมื้อลงก่อนในช่วงแรก แล้วหนักที่กับข้าว โดยมากจะเป็นผักที่มีแป้งเชิงซ้อน เช่น ผัดหอมใหญ่ คะน้า ฟักทอง กล้วย ในช่วง 2 สัปดาห์แรกจะรู้สึกหิวมาก เหนื่อย ไม่กระฉับกระเฉง ก็ต้องกินกับข้าวให้มากเพื่อให้หนักท้อง แต่ผ่านพ้น 2 สัปดาห์ไปแล้ว ประมาณ 1 เดือน จะเริ่มอดข้าวหรือแป้งได้ ร่างกายจะอยู่ตัว ไม่โหย ทั้งนี้ต้องค่อย ๆ ลดแป้งลง อย่าหักดิบ เพราะการหักดิบแล้วกลับมากินอีกจะยิ่งทำให้กินแบบอุตลุดจนเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์จนอ้วนมากขึ้น
นพ.กฤษดา แนะนำว่า การไม่กินแป้งเลย ต้องดูความเหมาะสมด้วย เช่น ในเด็ก กำลังเจริญเติบโต จะต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้นก็ไม่ต้องตัดอาหารประเภทแป้งทิ้งไป แต่ควรฝึกให้เด็กกินแป้งเชิงซ้อนมากขึ้น ในขณะที่ผู้สูงอายุควรเน้นกินแป้งเชิงซ้อนมากขึ้น อย่าเน้นอาหารโปรตีน เพราะโปรตีนจะยิ่งทำให้ไตไม่ดี ถ้าอยากลดไขมันให้กินข้าวโอ๊ตวันละ 1 ถ้วยตวง กินสักประมาณ 2 เดือน ไขมันกับน้ำตาลจะลดลงอย่างแน่นอน.
ที่มา www.the-than.com

10 VDO ทัวร์รวมพลคนรักสุขภาพ มูลนิธิหัวใจดีสัญจร ครั้งที่ 1 : 24-26 กพ 2558

รวมบรรยากาศ ทัวร์รวมพลคนรักสุขภาพ มูลนิธิหัวใจดีสัญจร ครั้งที่ 1
ระหว่างวันที่ 24-26 ก.พ.2558 ณ เมาเทนพาร์ค สวิสเซอร์แลนด์รีสอร์ท เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

มูลนิธิหัวใจดีสัญจร : โจ้กขำขำยามเช้า 26/02/2559
http://youtu.be/rcXiwpWCAFE



พอกโคลน ดินสอพอง25กพ58
http://youtu.be/M0GL-Kc3atg



มูลนิธิหัวใจดีสัญจร : คุยกันฉันท์พี่น้อง 24กพ2558
http://youtu.be/AvqFZ3e_0Fk
https://www.youtube.com/watch?v=AvqFZ3e_0Fk




มูลนิธิหัวใจดีสัญจร :สมรภูมิรบในอดีตที่เขาค้อ 25/02/2558
http://youtu.be/kzd5VHCcTT8



เต้นคาวบอย 25กพ58 ทัวร์รวมพลคนรักสุขภาพ@เขาค้อ
http://youtu.be/EYfKTzt25gA
https://www.youtube.com/watch?v=EYfKTzt25gA



สเต็ปเท้าประกอบเพลง 25กพ58 @เขาค้อ
http://youtu.be/HmrPbNwHehQ



รื่นเริงบันเทิงใจที่เขาค้อ 25กพ58 มูลนิธิหัวใจดีสัญจร
http://youtu.be/USBlmaDT1c4
https://www.youtube.com/watch?v=USBlmaDT1c4




อ.บุญมา ทวิภักดิ์ 26กพ2558 : มูลนิธิหัวใจดี
http://youtu.be/0bjOif3lOCU



ปาร์ตี้แฮปปี้เบิร์ดเดย์ 26กพ2558 : มูลนิธิหัวใจดีสัญจร
https://www.youtube.com/watch?v=HU_5qshxDi8



แนะนำคณะกรรมการมูลนิธิหัวใจดี 26กพ2558 @เมาเทนพาร์ค สวิสเซอร์แลนด์รีสอร์ท
https://www.youtube.com/watch?v=fHbzrjN8g1k



มูลนิธิหัวใจดีสัญจร :ร่วมร้องเพลงก่อนจาก แล้วพบกันใหม่ 26/02/2558
https://www.youtube.com/watch?v=yq8HAr4gPzo



ฅนของแผ่นดิน : วิทยาศาสตร์ฯ

ฅนของแผ่นดิน : วิทยาศาสตร์ฯ
สารคดีแนวคิดสร้างสรรค์ จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ?พระเจ้าอยู่หัว
"การพบกันของ 84 เจ้าความรู้ กับ 84 เจ้าหนูช่างสงสัย"
จัดทำโดย ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
https://www.youtube.com/watch?v=Iz3Q3gCp-EM



๔๒ "วันนั้น...วันที่คืนชีวิต" : สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินี ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร

๔๒ "วันนั้น...วันที่คืนชีวิต" : สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินี ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร
สารคดีเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชุดพระเมตตาดั่งสายธาร ตอนที่ ๔๒ "วันนั้น...วันที่คืนชีวิต"
"วันนั้นระยะทางกว่า ๓๐ กิโลเมตรที่ต้องเดินทางไปเข้าเฝ้า ไม่ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกย่อท้อเลย เพราะทุกคนตั้งใจว่า จะเข้าไปเข้าเฝ้ารับเสด็จทั้งสองพระองค์สั?กครั้งหนึ่งในชีวิต พอกำนันประกาศว่ามีรับเสด็จที่เนินธัมมัง อยากไปเห็นพระองค์จริงๆ เพราะไม่เคยเห็น ก็ชวนกันไปหลายคน ทั้งหมด ๗๐ กว่าคน ไม่มีรถไป พระองค์ท่านก็ถามว่ามาจากไหนกันจ๊ะ ก็ตอบว่ามาจากขอนหาด พระองค์ท่านก็ถามว่ามากันลำบากไหม ก็ตอบว่ามาลำบาก อยู่ไกลเดินเข้ามา และวันนั้นก็เป็นวันที่ทำให้ชีวิตของดิฉัน?และชาวบ้าน บ้านตรอกแคเปลี่ยนไป เพราะตอนหลังพระองค์ท่านก็ให้เจ้าหน้าที่ม?าสืบ แล้วก็บอกกับนายอำเภอกับกำนันว่าจะเสด็จมา?เยี่ยมที่ขอนหาด ก็ไม่ได้คิดได้ฝันว่าพระองค์ท่านจะมาเยี่ย?มถึงที่นี่ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถถามว่าไม?่มีงานอดิเรกทำหรือ ก็ตอบไปว่าไม่มี พระองค์ท่านก็บอกว่าแล้วจะทำอะไร ดิฉันก็ตอบไปว่าอยากจะทอผ้า พระองค์ท่านก็ตกลงแล้วก็บอกว่าจะมีอาจารย์?มาสอน ตอนนี้ก็อยู่สบายกันหลายครัวเรือน ปัจจุบันก็มีสมาชิกเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ดิฉันก็ภูิมิใจที่ลูกหลานได้อยู่กินสบาย ก็สบายใจ พอพูดถึงตรงนี้มันก็ปลื้มทุกที น้ำตาไหลทุกที ถ้าถามว่าปลื้มใจไหม ปลื้มใจจริงๆ" นางสมใจ ชนกแก้ว ประธานกลุ่มแม่บ้าน หมู่ที่ ๔ ต.ขอนหาด อ.ชะมอด จ.นครศรีธรรมราช
https://www.youtube.com/watch?v=rOpcoskBE3k



มิตรภาพบนรถแท็กซี่

แท๊กซี่: พากันมาแต่ไส ? ( สำเนียงอีสาน )
ภราดรภาพโดยสารมาจนหัวใจยิ้ม
" ออ..ผมไปส่งหนังสือมาครับ "
แท๊กซี่ : ( นิ่งสักครู่ ) หนังสือขายหัวเราะบ่ครับ !

ผมหันหลังกลับไปเบาะหลัง สบตากับบักนาย แล้วเราก็ปล่อยเสียงหัวเราะพร้อมกัน
( ขายหัวเราะก็ขายหัวเราะว่ะ ! ) ผมฉีกยิ้มให้ภราดรภาพเคลื่อนที่ของผม

แท๊กซี่ : เจ้าฮู้บ่ โทรศัพท์ข่อยมันคือลายในยูทูป เบิ่งให่ข่อยแน..ข่อยฟังหมอลำ

ผมรับโทรศัพท์มาดูพร้อมกับพูดขึ้น " ลองดูวีดีโอ ของคณะอื่นดูมันลายคือกันบ่ "
" เข้าไปค้นหาในยูทูป ลองเบิ่ง "

รายชื่อไล่เรียงหลายคณะ

แมน มณีวรรณ
เฉลิมพล มาลาคำ
เอกพล มนต์ตระการ
ดร เพียงดิน
จตุพร พรหมพันธ์ ล่าสุด
ปอฝ้าย มาลัยพร
ศักดิ์ ภูเวียง
โด่ง อรรถชัย ล่าสุด
สุรชัย แซ่ด่าน
ประวัติพระพุทธเจ้า ฯ
..............

" อืม..หมอลำเจ้านี่ หลายคณะดีเนอะ "

( ภราดรภาพของผมน่ารักเสมอ )
ผมยิ้มให้ภราดรภาพ แดดบ่ายชุ่มเย็น...

ที่มา facebook คุณปณิธาน

.

Waiting....