++

...+

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แนะนำเวบใหม่ Theขี้ฝุ่นข้างทาง

มีหลายสิ่ง หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป..
..คนที่เคยร่วมทำงาน เมื่อวันเวลาผ่านเลย เงื่อนไขหลายอย่างของชีวิต ก็เปลี่ยนไป. มาทำแบบเดิม ไม่ได้อีกแล้ว...

เช่นเดียวกับทีมงาน "กลุ่มจุดตะเกียง" หลายคนมีภาระหน้าที่มากขึ้น ไม่มีเวลามาดูแล เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในกลุ่มจุดตะเกียง อีกแล้ว.. แต่ก็มีบางคน อยากทำต่อ แต่ทำในแนวทางของตัวเอง.. เขาถือว่า ที่นี่ เหมือนครู เป็นเหมือนโรงเรียนเล็กๆที่บ่มเพาะประสบการณ์ให้พวกเขา...

มีหลายบล็อก หลายเวบ เกิดขึ้นใหม่ จากคนที่เคยร่วมทำ "กลุ่มจุดตะเกียง" วันนี้ ขอแนะนำ บล็อกแรก

Theขี้ฝุ่นริมทาง
Http://soilontheway.blogspot.com

ข้อมูลที่อยากจะบอก.. บอกในแนวทางของเค้า ถือว่าเป็นหนึ่งบล็อก ที่ต่อยอด จาก "กลุ่มจุดตะเกียง" ที่ปัจจุบัน ไม่ค่อยได้อัพเดทอะไรบ่อยๆ เช่นวันวาน...

ฝากติดตาม Theขี้ฝุ่นริมทาง
http://soilontheway.blogspot.com
ไว้เป็นอีกแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจด้วยนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

40 ภาพบรรยากาศ ปั่นเพื่อแม่ Bike For MoM จ.กาฬสินธุ์ 16 ส.ค.2558

40 ภาพบรรยากาศ ปั่นเพื่อแม่ Bike For MoM จ.กาฬสินธุ์ 16 ส.ค.2558

ถึงแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่พี่น้องประชาชน ชาว จ.กาฬสินธุ์ ก็ออกมาร่วมปั่นเพื่อแม่ กันอย่างคับคั่ง ดังภาพที่นำมาฝากกันนี้

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

Bike for Mom kalasin, ปั่นเพื่อแม่ กาฬสินธุ์

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ฟัง 220 สุดยอดข้อคิดคำคมเตือนหัวใจ พร้อมสียงอ่านจาก 2 เด็กชาย

กับความตั้งใจพิเศษ จากด่านใน

รวม 220 สุดยอดข้อคิด คำคมแปลจากสำนวนอังกฤษ เสียงอ่านโดย ด.ช.ปาณัสม์ ซื่อฐากร + ด.ช.ศิวโรจน์ โล้เจริญรัตน์ ร.ร.บ้านดอนด่านใน ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

https://www.youtube.com/watch?v=ZPdw4RYAndE


2clip เสียงอ่าน ด.ช.ปาณัสม์ ซื่อฐากร อ่าน คำคมเตือนใจ

ปาณัสม์ ซื่อฐากร อ่าน 45 สุดยอดคำคม
Thai quote read by panus ข้อคิด สอนใจ สุภาษิต คำคม กำลังใจ แรงยันดาลใจ เสียงอ่านโดย ดช. ปาณัสม์ ซื่อฐากร ( มิ.ย.2558) ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านดอนด่านใน ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา Proverb



20 คำคมบุคคลสำคัญ แปลจากภาษาอังกฤษ (1) คำคมบุคคลสำคัญ เสียงอ่านโดย ดช. ปาณัสม์ ซื่อฐากร (8 มิ.ย.2558) ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านดอนด่านใน ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา


2 Clipเสียงอ่านของ ด.ช.ศิวโรจน์ โล้เจริญรัตน์ อ่านคำคม ข้อคิดเตือนใจ


ศิวโรจน์ โล้เจริญรัตน์ อ่าน 45สุดยอดคำคม
Thai quote read by siwaroj ข้อคิด สอนใจ คำคม กำลังใจ แรงบันดาลใจ เสียงอ่านโดย ดช. ศิวโรจน์ โล้เจริญรัตน์ (มิ.ย.2558) ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านดอนด่านใน ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา




20 คำคมบุคคลสำคัญ (2) แปลจากภาษาอังกฤษ คำคมบุคคลสำคัญ เสียงอ่านโดย ดช.ศิวโรจน์ โล้เจริญรัตน์ (8 มิ.ย.2558) ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านดอนด่านใน ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

+++++++++++++

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บัญญัคิการค้า 16 ประการของเถาจูกง

บัญญัติการค้า 16 ประการของ เถาจูกง นักเศรษฐกิจของจีน

ในหนังสือของสมชาติ กิจยรรยง เล่มหนึ่ง ที่บอกหลักการทำการค้า ที่น่าสนใจหลายข้อ หลักการสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างธุรกิจหลายอย่าง น่าสนใจตลอดทั้งเล่ม เนื้อหาเข้มข้นจริงๆ มีบทกวี บัญญัติการค้า 16 ประกาส ที่เขียนเป้นร้อยกรอง ซึ่งน่าจะท่องจำไว้ จะได้เป็นประโยชน์ในการทำการค้าให้ประสบความสำเร็จ และได้กำไรตามที่ต้องการ

เรื่องการค้าขายนั้น ชาวจีนมีฝีมือ และประสบการณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี หลายประเทศหลายเมืองที่มีคนจีนอาศัยอยู่ เราจะพบว่า กิจการค้าขาย เจริญรุ่งเรืองมากๆ คนจีนค้าขายเก่ง จึงมีหลักคิด หลักการปฏิบัติที่น่าสนใจและนำมาปฏิบัติมากมายหลายข้อ หนึ่งในนั้นคือ บัญญัติการค้า 16 ประการ ซึ่งกลุ่มจุดตะเกียงขอหยิบยกส่วนหนึ่งนำมาถ่ายทอด ณ ที่แห่งนี้

หนึ่งจักทำ การค้า อุตส่าห์เกิด
วิริยะ จะประเสริฐ สมใจหวัง
แม้นเกียจคร้าน บอกตรงตรง ว่าคงฟัง
จะต้องนั่ง ตรอมใจ ให้ลำเค็ญ

หนึ่งวางของ ที่จะขาย รายเรียงเรียบ
เป็นระเบียบ หายก็รู้ อยู่ก็เห็น
วางกระจาย หายไม่รู้ ดูยากเย็น
มักต้องเต้น ตรวจสอบ รอบด้านไป

หนึ่งรายจ่าย ทั้งผอง ต้องประหยัด
มัธยัสถ์ เงินงอก ออกไสว
ทำนักเลง เบ่งวุ่นวาย จ่ายเป็นไฟ
เงินจะไม่ ติดเก๊ะ เละเทะแฮ

หนึ่งลูกจ้าง เก่งไพร่ เราใช้ชิด
จะสนิท หรือห่าง ต่างกระแส
ความเที่ยงธรรม ต่อเขา เฝ้าดูแล
ใจแน่วแน่ เลืองลือ นับถือเรา

หนึ่งนั้นหรือ คือสภาพ ไม่หยาบหยาม
พยายาม ดับโมโห อย่างโง่เขลา
อารมณ์ร้าย ขายลำบาก ยากไม่เบา
คนไม่เข้า เหยียบร้าน อานจริงจริง

หนึ่งรับจ่าย รอบคอบ ประกอบไว้
เผลอไม่ได้ เป็นอันขาด อาจยุ่งยิ่ง
ความมักง่าย ร้ายนัก มักประวิง
ความเจริญ หยุดนิ่ง ไม่ใกล้กราย

หนึ่งตื่นตัว อยู่เสมอ เจอโอกาส
กระวีกระวาด ขมีขมัน ทันซื้อขาย
แม้นร่ำไร พลาดโอกาส ตลาดวาย
จะซื้อขาย ไวว่อง จ้องให้ดี

หนึ่งสินค้า เขา เราตระหนัก
ซึ้อมากนัก ขายไม่หมด ลดราศี
ซื้อพอขาย มีของใหม่ ไร้ราคี
จึงควรที่ จดจำ เป็นตำรา

หนึ่งซื้อของ ต้องดู ให้รู้แจ้ง
ความโต้แย้ง กันก่อน ตอนซื้อหา
ครบจำนวน ตรงประเภท ตามเจตนา
คลุมเครือหา โต้เถียงบ่อย พลอยเสียการ

หนึ่งการเปิด บัญชี มีกำหนด
ต้องวางกฎ จ่ายเมื่อไร ให้ไขขาน
ปล่อยให้เชื่อ ยืดเยื้อ เรื้อรังนาน
จะแน่นร้าน แต่คนเก เก๊เต็มทน

หนึ่งรู้ใจ ลูกค้า ที่มาซื้อ
อย่าพร่ำเพื่อ ตามใจ ไปทุกหน
เขาชักดาบ ฟันยับ เราอับจน
กำไรป่น ต้นทุนขาด อนาถนัก

หนึ่งการเงิน การทอง ต้องจะแจ้ง
ขืนเคลือบแคลง รั่วไหล ไม่ประจักษ์
เหมือนตักน้ำ เติมตุ่มรั่ว กลัวจะชัก
ท่านผู้รัก การค้า น่าคะนึง

หนึ่งบัญชี มีเท่าไหร่ ให้หมั่นตรวจ
อย่ายิ่งยวด ตรวจให้รู้ ดูให้ถึง
แม้นเกียจคร้าน การหมุนเวียน หันเหียนตึง
เหมือนถูกดึง อยู่กับที่ ไม่ดีพอ

หนึ่งงานใน ในความ รับผิดชอบ
ควรรอบคอบ ประกอบกิจ ประสิทธิ์หนอ
ยอมทำงาน คร่ำเครียด ละเอียดลออ
ไม่นน่อท้อ แชเชือน เหมือนถูกน็อก

หนึ่งสินค้า เลว หรือดี นี้ต้องชัด
ตัวเองตัด สินใจ ต้องขายออก
อย่าลังเล รีบมุ รุสต๊อค
จึงไม่งอก ดอกเบี้ย เสียเชิงครู

หนึ่งดวงจิต อุเบกขา อย่าหวั่นไหว
ความเสียหาย เกิดเพราะเรา ถูกเป่าหู
ทำการค้า หูเบา เศร้าน่าดู
หมดประตู จะจำเริญ เดินไส้กลวง

จะทำยังไงกับคนสมาธิสั้นในยุคนี้

จะทำยังไงกับคนสมาธิสั้นในยุคนี้

อาจจะเป็นเพราะระบบการศึกษา (เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคน กล่าวโทษ) ที่ทำให้ คนยุคสมัยนี้ สมาธิสั้น ทั้งๆที่มีเทคโนโลยี เครื่องมือมากมาย ที่จะทำให้คนเรา เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น และเลือกสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตมากขึ้น แต่กลับพบว่า ท่ามกลางสิ่งที่มีให้เลือกใช้ เทคโนโลยีมากมาย แต่สมาธิของคนไทย กลับสั้นลง

หรือ เทคโนโลยี มากมาย มันกระชากสมาธิไปจากคนเรา

นาย - " แปลกนะ ยิ่งเจริญก้าวหน้า อะไรๆก็ลดลง คุณธรรม ก็ลดลง น้ำใจก็น้อยลง เทคโนโลยี ความเจริญมากมาย กลับทำให้ คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น"
นาง - " ไม่รู้มันจะรีบอะไรนักหนา ทำอะไรก็ต้องให้เร็ว จะอดทนรออีกนิดก็ไม่ได้"
นาย - "รออะไรเหรอ"
นาง - " ไปเข้าคิว ซื้อส้มตำเจ้าอร่อย แม่ค้าก็สับมะละกอ ใส่เครื่อง และตำให้ตามคิว แต่ไอ้เด็กเวร พยายามเร่ง จะแซงคิว มันจะรีบแดกอะไรนักหนา"
นาย - "มันคงรีบไปทำงาน หรือ มีนัดมั้ง"
นาง - "ถ้ารีบขนาดนั้น มันน่าจะไปสั่งข้าวมันไก่ หรือ ซื้อมาม่ามาต้มกินจะดีกว่า จะได้ทันใจมัน"
นาย - "มันจะรอนิดหน่อยไม่ได้เรอะงัย ทำยังกะเวลาในชีวิตมันเหลือน้อย จะตายวันตายพรุ่งซะงั้นล่ะ"

นาง - "เรื่องอื่นๆ รอไม่ได้ แต่แม่ง มีเวลาอยู่ที่หน้าจอทั้งวัน ทีงี้ ไม่เห็นรีบเล่น แล้วรีบไปทำอย่างอื่นมั่ง อยู่หน้าจอ ไม่เห็นเสียดายเวลาเลย แค่มารอซื้อส้มตำ รอคิวแค่นี้ ทำเป็นจะตาย รอไม่ได้ซะงั้น"
นาย - "ชีวิตมันมีแค่ หน้าจอ อยู่หน้าจอ และหน้าจอ"

นาง - "ถ้าวันนึง เกิดภัยพิบัติ ไฟฟ้าถูกตัดขาด ระบบการสื่อสารล่ม ชีวิตพวกนี้ จะอยู่กันยังไงนะ จะหายใจต่อไปได้รึเปล่า"

นาย - "พูดถึงเรื่องนี้ทีไรก็เซ็งนะ ลูกหลาน แม่งโคตรสมาธิสั้นกันจริงๆ แค่พูด หรือ สอน มันยังไม่ใส่ใจจำเลย เหมือนพูดเข้าหูซ้าย แล้วทะลุออกหูขวาไปเลย ไม่รู้จะทำยังไงดี"
นาง - "สงสัยจะต้องไปพูด ไปสอนใน facebook เพราะมันอยู่หน้าจอตลอด"
นาย - " ไปสอนมันแบบนั้น มันไม่กดไลท์แหงๆ อาจจะบล็อกอีกด้วย"
นาง - "เด็กวันนี้ สมาธิสั้น ชอบอะไรที่สั้นๆง่ายๆ อะไรที่ซับซ้อนมากเกินไป แม่งไม่รู้เรื่อง"
นาย - "พวกนักการเมือง พวกโจรปล้น มิจฉาชีพ คงชอบล่ะ วางแผนปลดทรัพย์ ขโมย โกงเงิน ไอ้พวกสมาธิสั้นคงตามไม่ทัน ถ้าคิดอะไรสั้นๆอย่างงี้"
นาง - " เวลาจะพูดกับมัน ต้องพูดสั้นๆ อย่าซับซ้อนมาก เดี๋ยวมันไม่รู้เรื่อง บางที พูดสั้นๆ คิดว่าจะเข้าใจก็แล้ว แต่มันยังไม่เข้าใจ ไม่ใส่ใจ สงสัยจะต้องแปลงให้เป็นภาษาวัยรุ่น เปลี่ยนคำพูดให้เหมือนที่โพส ใน facebook หรือ twitter"
นาย - " นี่จะต้องจำกัดความยาว 140 ตัวอักษร จะพูด จะบอกอะไรต้องย่อความให้สั้นก่อนงั้นเหรอ"
นาง - "หลายเรื่อง ก็ต้องพูด อธิบายให้เข้าใจที่มาที่ไป รายละเอียด นี่จะให้ย่อเหลือ 140 ตัวอักษร ทำเป็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์งั้นสิ"
นาย - "พาดหัวหนังสือพิมพ์นี่ละตัวดีเลย หลายข่าวพาดหัวแรงๆ คนอ่านก็คิดว่า มันรุนแรง มันแย่มากๆขนาดนั้น หลายพาดหัว เป็นแค่คำพูด หรือ สิงที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่ทำให้คนคิดว่า มันเป็นจริง มันรุนแรงและมันยังเกิดเหตุการณ์นั้นอยู่ ... ถ้าเปิดอ่านรายละเอีนด เนื้อหาข่าว คนอ่านจะเข้าใจที่มาที่ไปของข่าวนี่น แต่หลายคนเห็นหัวข้อ ก็รีบมโนไปเองว่า มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คิดเอาเอง ยังกะเป็นคนเขียนบท หรือ ผู้กำกับการแสดง"
นาง - " คนยุคนี้ มันไม่ยอมเสียเวลาที่จะอ่านอะไรยาวๆ ถ้าไม่สนใจเรื่องนั้นจริงๆ ชอบมโนเอาเอง"
นาย - " เหนื่อยเลยนะ ลูกหลาน ยิ่งคิดน้อยๆ ใช้สมองน้อยๆ ไม่อดทน แบบนี้ ยิ่งจะเป็นคนไม่รอบคอบ คิดไม่เป็น เพราะมีข้อมูล ความรอบรู้ในสมอง มีน้อย ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด ถ้ามีใครมาหลอกลวง กว่าจะรู้ตัว ก็เสียอะไรไปเยอะแล้ว"
นาง - " สอนเด็กยุคนี้ ที่สมาธิสั้น คงต้องเหนื่อยหน่อยล่ะ พูด บอก เตือน สอน กว่าจะเข้าหู กว่าจะสำนึก คงต้องย้ำๆๆๆ หลายสิบหลายร้อยครั้ง เด็กสมาธิสั้น ก็จะเสียเปรียบเด็กที่สมาธิยาว สมาธิสูง เพราะพวกนั้น สามารถที่จะควบคุมคนสมาธิสั้นไว้ใต้อำนาจได้เลย"
นาย - "เราสอนเด็กๆตอนที่อยู่ในบ้าน อยู่กับเราได้ แต่พอเค้าเติบโต ออกไปสู่โลกภายนอก เราไม่สามารถที่จะตามไปดูแล ปกป้องพวกเขาได้ตลอดเวลานะ ที่เหลือจากนั้น ก็อยู่ที่ตัวของพวกเขาเองล่ะ"

วิธีลืมเรื่องเลวร้ายที่ได้ผล

วิธีลืมเรื่องเลวร้ายที่ได้ผล

1.จดจ่อกับปัญหาและความเจ็บปวดให้ได้
2.หาวิธีแก้ไขที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้สมองไม่ต้องค้นหา สมองจะได้ผ่อนคลาย
3.กำหนดเวลาและสั่งสมองว่า เราจะแก้ปัญหาเมื่อไร เมื่อถึงเวลานั้นสมองก็จะหยุดค้นหา และเลิกคิดถึงปัญหานั้นๆ
4.ไม่ต้องใส่ใจสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่นำไปสู่ความทรงจำเลวร้ายอีก
5.ให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในปัญหา ด้วยการเขียนหรือเล่าให้รู้
6.ลดอารมณ์ที่ควบคู่กับความทรงจำ ต่อสู้ จดจ่อ และสั่งความคิด เราได้ลบมันทิ้งไป

ธรรมะไม่ฝังลงไปในใจ ใกล้พระแต่ใจมีกิเลส

ธรรมะไม่ฝังลงไปในใจ ใกล้พระแต่ใจมีกิเลส

หลวงพ่อคูณ เป็นพระที่หลายคนนึกถึงในแง่มุมต่างๆ ส่วนนึง คือ ท่านมีหลักธรรมะคำสอนที่ใช้คำพูด และภาษาง่ายๆ เข้าใจง่าย ประชาชนทั่วไป นำไปยึดถือ ปฏิบัติ หรือทำสติกเกอร์ติดรถ เห็นข้อความแล้ว จำได้ขึ้นใจ

หลวงพ่อคุณ อยู่ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา แต่มีคนรู้จัก เคารพศรัทธา และนับถือท่าน ทั่วประเทศ เมื่อท่านมรณภาพ และมีการนำสรีระร่างของท่านไปที่ จ.ขอนแก่นตามพินัยกรรมของท่าน พุทธศาสนิกชน จากทั่วสารทิศ ต่างมุ่งหน้าเดินทางไปกราบสรีระร่างกายของหลวงพ่อคุณ ที่ขอนแก่นกันมากมาย ถึงแม้หลวงพ่อคูณจะพูดภาษาไทยแท้ "กู มึง" ที่ฟังดูไม่สุภาพสำหรับคนยุคปัจจุบัน แต่คำสอนกลับเข้าไปอยู่ในใจคนมากมาย .. มากกว่า พระหลายรูป ที่มีเทศนาธรรม ได้ออกสื่อ มีตารางเดินสายไปบรรยายธรรมะในสถานที่ต่างๆ

แต่พระหลายรูป ที่เดินสายไปเทศนา บรรยายธรรมะ ยังไม่ค่อยมีใครทำสติกเกอร์ คำพูด คำสอนออกมาเผยแพร่ เหมือนสติกเกอร์ของหลวงพ่อคุณ

พระหลายรูป มีชื่อเสียง และผู้คนศรัทธา นับถือ เพราะการบรรยายธรรมะ พูดธรรมะ จนผู้คนยกย่อง ศรัทธา นับถือ แต่สำหรับหลวงพ่อคุณ ท่านปฏิบัติยิ่งกว่านั้น จนอยู่ในใจผู้คนเป็นระยะเวลายาวนาน

แม้ธรรมะ คำสอนของหลวงพ่อคูณ อยู่ในใจของหลายคน แต่มนุษย์ มีหลายระดับ เปรียบเหมือนบัวสี่เหล่า แต่ละระดับ ก็จะรับรู้ เข้าใจ สิ่งต่างๆ ได้ไม่เท่าเทียมกัน

มีคนสงสัย และถามว่า ทำไม กลุ่มคนที่อยู่ใกล้หลวงพ่อคูณ อยู่ใกล้วัดบ้านไร่ ทำไมถึงไม่ซึมซับ เอาคำสอนของหลวงพ่อคูณเข้าไปในจิตใจของตนเองบ้าง อยู่ใกล้น่าจะรับคำสอน ได้อย่างเข้มข้น เข้าใจได้มากกว่าคนที่อยู่ไกลๆ.. ทำไม ถึงเกิดเรื่องราวความขัดแย้ง เร่องทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติภายในวัดบ้านไร่ หลังจากที่หลวงพ่อคูณมรณภาพไปแล้ว ทั้งๆที่หลวงพ่อคูณ ท่านเขียนพินัยกรรมไว้อย่างชัดเจน มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจน แต่ทำไม คนที่อยู่ใกล้ๆหลวงพ่อคูณ ไม่ซึมซับ ไม่คิดอย่างที่หลวงพ่อคูณ ปฏิบัติ และสอนไว้บ้าง

ขึ้นชื่อว่า มนุษย์ไซร้ จิตใจยากแท้หยั่งถึง เห็นเข้ามาอยู่ในวัด อยู่ใกล้พระ รับใช้ใกล้ชิด ก็ใช่ว่า ทุกคนจะปฏิบัติตามคำสอนได้ทั้งหมด...

เรื่องแบบนี้ต่างจิตต่างใจกันจริงๆ