++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

“บุญสร้าง” ย้ำความรุนแรงสลายม็อบไม่ได้ แนะใช้คนกลางเคลียร์ปัญหาความขัดแย้ง

“บุญสร้าง” เชื่อใช้ความรุนแรงสลายม็อบแก้ปัญหาไม่ได้ หนุนแนวคิด “อนุพงษ์” ใช้เจรจายุติปัญหา เตือน รบ.ทหารแก้ไขปัญหาทุกอย่างไม่ได้ แนะใช้คนกลางเคลียร์ปัญหาความขัดแย้ง รบ.-พธม.เชื่อหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สถานการณ์จะดีขึ้น
       

       เมื่อวันที่ 3 ก.ย.51 พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรง ว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้สถานการณ์ความวุ่นวายเบาลง และเชื่อว่า ความรุนแรงต่างๆ จะดีขึ้น ส่วนจะแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จคงไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนการที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบุว่า จะอยู่เคียงข้างประชาชน และใช้วิธีการเจรจาแบบสันตินั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีในการยุติปัญหาความขัดแย้ง
      
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงเวลาหรือไม่ที่ ผบ.เหล่าทัพ ควรหารือเพื่อช่วยกันคิดหาทางแก้ไขปัญหา พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไร เพราะเรื่องหลักทางกองทัพบก และตำรวจดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเหล่าทัพอื่นพร้อมให้การสนับสนุนในการร่วมกันแก้ไขวิกฤติของประเทศ ซึ่งคิดว่าไม่ควรใช้ความรุนแรง เพราะแก้ไขปัญหาไม่ได้ ทั้งนี้ ผบ.เหล่าทัพต่างคนต่างคิดเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่ตนเห็นว่า ต้องหาคนที่ถนัดมาแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ทหารสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง
      
       เมื่อถามว่า ควรจะล้างไพ่ใหม่ทั้งหมดหรือไม่ เพื่อให้สถานการณ์กลับเป็นเหมือนเดิม เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า คงจะหวังว่าจะแก้ปัญหาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ และไม่ควรจะหวัง ความสำคัญคือ การระงับความรุนแรงไม่ให้ประชาชนปะทะกัน ทั้งนี้ เห็นว่า การแก้ไขปัญหาจะต้องคิดกันหลายฝ่าย เพราะคิดคนเดียวคงลำบาก ถึงแม้ว่าจะดูเข้าท่า แต่หากไม่มีคนอื่นร่วมคิดด้วย อาจจะทำให้ทุกคนไม่ชอบ ดังนั้น จะต้องร่วมกันคิด หรือคิดเป็นการบ้าน และมาคุยกันเป็นส่วนรวมจะดีที่สุด
      
       ต่อข้อถามว่า การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนควรนำแกนนำรัฐบาล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และแกนนำกลุ่ม นปช.มาหารือเพื่อหาทางออกหรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ถ้าทำอย่างนั้นได้ถือเป็นเรื่องที่ดี หรือมีคนกลางเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคนที่จะเข้ามาไกล่เกลี่ยต้องเป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย ซึ่งเชื่อว่ายังมีคนที่เหมาะสมที่จะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯประกาศจะไม่เจรจาใดๆ ทั้งสิ้นนั้น หากเป็นอย่างนั้นคงคุยกันยาก เพราะการพูดคุยจะต้องเป็นการตกลงปลงใจกันของทุกฝ่าย เพราะถ้าหากไม่เห็นด้วยการพูดคุยคงเป็นไปได้ลำบาก
      
       “โอกาสที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่ม นปก.กับกลุ่มพันธมิตรฯคงจะเกิดได้น้อยลง เพราะเจ้าหน้าที่ตำวจและกองทัพจะดูแลอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยตี กันอีก ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีทางออก แต่การสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ ้น และอาจจะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ทั้งนี้ แนวทางที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาตินั้น ขึ้นอยู่กับคน ถ้าคนยอมรับหรือยินดี ก็สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามเห็นว่า เป็นงานท้าทายที่ พล.อ.อนุพงษ์ เข้ามารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข ดังนั้น ต้องหาลู่ทางที่เหมาะสมและไม่รุนแรง ต้องสมเหตุสมผล ทั้งนี้ถ้าคนไทยยังตีกันอยู่ ไม่รู้รักสามัคคีอาจจะลุกลามเหมือนครั้งประวัติศาสตร์ แต่ทหาร ตำรวจพยายามทำเพื่อให้เกิดความสงบ” พล.อ.บุญสร้าง กล่าว
      
       เมื่อถามอีกว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ ผบ.เหล่าทัพ จะยื่นข้อเสนอให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พิจารณาตนเองเพื่อยุติปัญหา พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า จะต้องดูอะไรหลายอย่าง และคิดหลายอย่าง ทั้งนี้ นายกฯพยายามบริหารประเทศ ส่วนจะบริหารได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละบุคคล แต่อย่าถามคนนั้นคนนี้ถึงความเหมาะสม เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไร การแก้ไขปัญหาต้องวิเคราะห์ให้ดีว่าจะทำวิธีใดเพื่อให้ปัญหาต่างๆ ยุติ

เห็นด้วยกับ พล.อ.บุญสร้างที่เห็นว่าจะสลายผู้ชุมนุมไม่ได้ เพราะผู้มาชุมนุมเขามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเป็นผู้มีเหตุมีผล มีความรู้ และไม่มีใครมาหลอกเขาได้ และเขาก็ไม่ได้ถูกจ้างมาอีกด้วยและพวกเขามีจิตใจสูงมาก มีจิตใจรักชาติและมุ่งประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ผิดกับไอ้หมักหมูกบานหน้าเหมือนหมูที่มันทู่ซี้ดื้อด้านอยู่เพราะมันต้องคอย อยู่ช่วยเหลือไอ้ทากแม้วจอมโกงชาติพ่อของมัน
wwwthaimail.com


สถาบันทหารประกาศอย่างลูกผู้ชายว่า จะเลือกข้างประชาชน ไม่เลือกข้างพรรครัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ
เหมือนสถาบันตำรวจ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทหารต้อง
ร่วมกับประชาชนสร้างการเมืองใหม่ในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง กำจัดระบอบการเมืองแบบผูกขาด
หรือแบบเครือญาติดังที่เป็นอยู่ เลือกตั้งครั้งใดก็ได้แต่คนในตระกูลเดิม ๆ เข้ามาใช้อำนาจรัฐ
จริงอยู่การเมืองใหม่ที่ฝ่ายประชาชนพันธมิตรอาจจะมอง
ไม่เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องมีการ
ร่วมกันทุกฝ่ายพิจารณาถึงรูปแบบที่เป็นไปได้และเหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทยต่อไป
โดยระดมสมองของปัญญาชนคนไทยที่มีอยู่มากมายมาขบคิดและวางรูปแบบการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั้งยืนต่อไป อย่าให้เป็นระบอบประชาธิปไตย
ที่สุ่มเสี่ยงต่อการแทรกแซงและมุ่งทำลายสถาบันอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหมือนดังที่กำลัง
เป็นอยู่ในทุกวันนี้ให้จงได้ เพราะมิเช่นนั้นแล้วต่อไป
การปกครองของไทยก็คงไม่พ้นระบอบเครือญาติของพวกนักธุรกิจที่ร่ำรวยเพียงกลุ่มเดียว
โดยมุ่งแต่ผลประโยชน์ในทางธุรกิจของตนมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา
เราได้เห็นตัวอย่างนี้แล้วในระบอบทักษิณ จนรัฐธรรมนูญ
2550 ต้องกำหนดให้วุฒิสภามีสมาชิก
จากการสรรหาและการเลือกตั้ง เพื่อตัดวงจรเครือญาตที่
เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2540 แต่รัฐธรรมนูญ
2550 ยังคงปล่อยให้การเลือกตั้ง ส.ส.ยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิม ซึ่งถ้าหากปรับปรุงเช่นเดียวกับการ
ได้มาซึ่ง ส.ว. บ้านเมืองก็คงไม่เกิดวิกฤติการทาง ส.ส.
ถึงขาดนี้ ซึ่งถ้าเราปรับปรุงการได้มาซึ่ง
ส.ส.ได้เช่นเดียวกับ ส.ว. บางทีเราไม่จำเป็นต้องมี ส.ว.
อีกก็ได้ เพราะการเมืองระบอบใหม่ควรจะสมบูรณ์
อยู่ในตัวเอง
ตาสีตาสา

ทำเท่าที่ทำได้นะคะ หากมีข้อผิดพลาดพี่ขอรับไว้แต่ผู้เดียวค่ะ ต้นฉบับเค้าทำดีแล้วค่ะ
=====
จดหมายส่งถึงสื่อต่างประเทศและทูตต่างประเทศ
ไ ด้โปรดสละเวลาอ่านอีเมล์นี้ ซึ่งมาจากคนไทยกลุ่มใหญ่ที่จงรักภักดีและสนับสนุนประชาธิปไตยในมุมมองของการ ประท้วงในประเทศไทย โดยเฉพาะข้อสามกับข้อห้าที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายของนายสมัครและรัฐบาล
1. สื่อต่างประเทศเหมือนจะไม่ได้เข้าใจความเกี่ยวพันทางการเมืองที่เกี่ยวข้องก ับการประท้วง โดยมักจะรายงานสถานการณ์การประท้วงตามสภาพในปัจจุบันมากกว่าที่จะวิจารณ์การ ประท้วงที่นำโดย พธม ที่ต่อต้านรัฐบาลสมัคร โดยมองว่า เป็นการต่อต้านประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลชนะการเลือกตั้งผ่านกระบวนการประชาธิปไตย แต่จริงๆ แล้ว พธม คือ ผู้สนับสนุนประชาธิปไตย

2.แม้ว่าสมัครและลูกน้องของทักษิณจะชนะก ารเลือกตั้ง แต่ก็รู้กันว่า เสียงข้างมากที่ชนะ เป็นการซื้อเสียงในต่างจังหวัด การซื้อเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นประชาธิปไตยจอมปลอมเพราะทำให้เกิดการทุจริตและทำผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับที่ทักษิณและภรรยาทำในหลายกรณี ทั้งนี้สองข้อกล่าวหาได้ตัดสินโดยศาลแล้วว่าผิดจริง ส่วนข้อกล่าวหาที่เหลืออยู่ในกระบวนการพิจารณา

3. การซื้อเสียงส่วนใหญ่ เป็นประเภทหนึ่งของประชาธิปไตยที่นำไปสู่การมีรัฐบาลประชาธิปไตยจอมปลอม หรือ รัฐบาลเบ็ดเสร็จ ที่มีอำนาจจะทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองต้องการก็ได้ ครั้งหนึ่ง รัฐบาลสมัครพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อล้มคดีทุจริตของทักษิณ นั่นคือสาเหตุว่าทำไม พธม ต้องต่อต้านการกระทำเช่นนั้น

4 อีกสามเหตุผลคือ
4.1 รัฐบาลสมัคร แอบเซ็นสนธิสัญญากับกัมพูชา โดยไม่ผ่านสภา โดยอนุญาตให้กัมพูชามีอำนาจอธิไปไตยเหนือเขตร่วมบริเวณเขาพระวิหาร โดยกัมพูชาอนุญาตให้ทักษิณพัฒนาโครงการส่วนตัวในกัมพูชาได้
4.2 รัฐบาลสมัครแอบตกลงให้กัมพูชามีอำนาจนอกชายฝั่งในพื้นที่เหลื่อมที่เต็มไปด้วยก๊าซธรรมชาติ เพื่อความต้องการของทักษิณอีกครั้ง
4.3 รัฐบาลสมัครพยายามที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์โดยมีหลังฐานการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีคนหนึ่ง (นายจักรภพ) ที่ต่อต้านระบบกษัตริย์
ท ี่จริงแล้วคนไทยหลายคนได้เสนอให้ทนายของ พธม นำสี่กรณีเหล่านี้ สู่ศาลเพื่อฟ้องสมัครและรัฐบาลในสี่ข้อหาฐานกบฎเป็นปฎิปักษ์ต่อ รัฐธรรมนูญ ต่อสถาบันกษัตริย์ ต่ออำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนทั้งบนฝั่งและชายฝั่ง

6) ผลจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของรัฐบาล นำมาซื่งการประท้วงโดย พธม ไม่ได้เฉพาะเกิดในกรุงเทพฯ แต่ในหลายจังหวัดทั้งทางอีสานและทางใต้ของไทย
ส ื่อต่างประเทศควรยินดี (Happy)ที่สถานการณ์การประท้วงที่เกิดขึ้น คือ ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมประชาธิปไตย เหมือนโรมันกล่าวไว้ว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลานานในการพัฒนา
รัฐบาลจอมปลอมที ่ซื้อเสียงและทุจริต แต่การประท้วง โดย พธม กำลังจะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างความโปร่งใสในระบบคานอำนาจและตรวจ สอบ.
7) ที่กล่าวมาทั้งหมดเราหวังว่า ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะสื่อต่างชาติจะตระหนักว่าเหตุผลเบื้องหลังการประท้วงและมุมมองของกา รคานอำนาจมากกว่าการเข้าข้างรัฐบาลเบ็ดเสร็จหรือรัฐบาลประชาธิปไตยจอมปลอม
เ ราได้ส่งความเห็นไปยังสื่อต่างประเทศและสถานทูตในกรุงเทพฯ เพื่อให้รู้ความเกี่ยวพันทางการเมืองกับการประท้วง เพื่อเขาจะได้เลิกประนามการประท้วงโดย พธม
ขอบคุณที่ให้ความสนใจและเข้าใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากของชาวไทยในครั้งนี้
แปลความเห็นที่11

   

1 ความคิดเห็น: