++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551

ไส้เดือนทอด - กินพิสดาร

"ลัดดา"

            เมื่อประมาณ๓๐-๔๐ ปีก่อนโน้น บริเวณทุ่งมหาเมฆ ยานนาวายังมีแต่สวนทุเรียน ลิ้นจี่ ระกำ รวมทั้งคนจีนที่ทำสวนผักบ้าง ปลูกข้าวโพดบ้าง มันเทศมันสำปะหลัง อ้อยก็มี บ้านของคุณพ่ออยู่ติดกับสวนผักของคนจีน ตอนนั้นดิฉันยังเด็กอยู่อายุสัก ๙-๑๐ ขวบเห็นจะได้ ดิฉันชอบไปยืนดูตาแปะแก่เอาไม้ไผ่ที่สานเป็นตะแกรงขนาดไม่ใหญ่มากนักมีด้ามท ี่ถือพอเหมาะมือใช้วิดน้ำในท้องร่องรดผักที่ปลูกไว้เป็นแถวยาวเหยียดสุดลูกต า

            บ้านของตาแป๊ะปลูกเป็นกระต๊อบติดกับดินซึ่งแกทุบไว้จนแน่นและเรียบแข็ง และทำแคร่ไม้ไผ่ไว้เป็นเตียงนอน ในบ้านแกก็มีเมียแกซึ่งเป็นอาซิ้มพูดไทยไม่ได้เลย เวลาเราพูดภาษาไทยกันแกก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ที่ต้องไปพูดกับแกเพราะแกเลี้ยงไก่ไว้หลายตัวเวลาที่บ้านลืมซื้อไข่ไก่จากตลาดไว้ พี่ดิฉันก็จะใช้ให้ไปขอซื้อจากบ้านตาแป๊ะมาไว้สำหรับลวกทานตอนเช้า

            ตาแปะแกมีลูกชายอยู่สองคนที่ช่วยแกทำสวนและหามผักผลไม้ไปส่งที่ตลาดตอนเช้ามืด แต่ไม่ได้ไปขายทุกวันหลายๆวันจึงจะออกไป เพราะกว่าจะออกไปถึงตลาดก็ไกลมาก ยิ่งถ้าเป็นหน้าฝนยิ่งแล้วใหญ่ ทั้งแฉะทั้งลื่นเดินตัวเปล่าไม่มีของก็ยังแทบจะหกคะเมนตลอดทาง สมัยนั้นเมื่อเอาของไปส่งแล้วชาวสวนผักหรือไร่ข้าวโพดก็จะซื้อพวกของกินของใช้ที่จำเป็น เช่น แป้ง น้ำมันหมู มาเก็บไว้สำหรับทำกับข้าวกินไปได้หลายวัน

            มีอยู่วันหนึ่งที่บ้านอยากทานอ้อยกัน พี่คนโตก็ใช้ให้ดิฉันกับพี่ชายอีกคนไปขอซื้ออ้อยจากสวนของตาแป๊ะ พอดิฉันเดินมาถึงบ้านของตาแป๊ะ ก็เห็นลูกชายคนเล็กของตาแป๊ะกำลังทอดอะไรอยู่ที่บนเตาที่ตั้งอยู่บนดินข้างกระต๊อบ ตอนนั้นคิดว่ากลิ่นหอมน่ากินเหมือนกัน ก็ถามลูกตาแป๊ะว่า "ทำอะไรกินหอมดีทอดกุ้งหรือ"

            เขาบอกว่า "ไม่ใช่กุ้งหรอก"

            ดิฉันก็ถามอีกว่า "อ้าวไม่ใช่กุ้งแล้วทอดอะไรล่ะ"  เพราะเห็นเป็นแพๆ เหมือนเวลาที่คุณยายที่บ้านของดิฉันทำกุ้งชุบแป้งทอดคล้ายๆกัน

            ลูกชายตาแป๊ะทำท่าอายๆ แล้วบอกว่า "ทอดไส้เดือน"

            ดิฉันสะดุ้ง พี่ชายก็ทำท่าว่าไม่เชื่อที่เขาบอก เขาก็อธิบายให้ฟังว่า เขาเอาไส้เดือนมารีดดินออกให้หมด พอล้างเสร็จก็เอามาคลุกกับแป้งทอดเป็นชิ้นๆอย่างที่เห็นอยู่นั่นแหละ เขายังเรียกให้พี่ชายกับดิฉันกิน แต่ท่านคิดดูเถอะว่าใครจะกินเข้าไปลง เกิดมาก็เพิ่งจะเคยได้ยินว่ามีคนเอาไส้เดือนมาทอดกินก็ได้ พอกลับมาถึงบ้านดิฉันก็มาเล่าให้คุณยายฟัง

            คุณยายบอกว่าเขาอาจจะคิดใช้ไส้เดือนแทนกุ้งก็ได้ แต่พวกเราชาวกรุงเทพฯ ไม่เคยได้รับประทานก็เลยเห็นเป็นของแปลกประหลาดพิสดารไป แต่ถึงอย่างไรจนเดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าก็ยังเห็นเป็นของแปลกแต่จริงอยู่ดีน่ะแหละ

            ถ้าท่านผู้ใดเห็นไม่พิสดารก็ลองทำรับประทานดูก็ได้ แล้วช่วยส่งสูตรหรือตำรามาลงในต่วย' ตูนบ้างก็คงจะดีเหมือนกัน ดิฉันจะได้เอามาลองทำให้พวกขี้เหล้ากินกันบ้าง





ที่มา ตีพิมพ์ใน ต่วย' ตูน พ็อคเกตบุคส์
พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ปีที่ ๑๖ เล่มที่ ๔

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น