++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

การเมืองใหม่

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เสนอหลักการแห่งการเมืองใหม่ไว้ว่า จะต้องป้องกันมิให้คนชั่วเข้าไปมีอำนาจทางการเมือง ต้องส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจทางการเมือง และต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองให้มากที่สุด นอกจากนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังได้กำหนดที่มาของผู้ที่จะทำหน้ าที่ในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ เป็นตุ๊กตาไว้ในอัตราส่วน 30/70
ตัวเลข 30/70 นี้เอง เป็นตัวเลขปริศนาที่จะแสวงหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันว่า จะทำอย่างไร จะเลือกตั้งหรือจะแต่งตั้ง ใครเป็นผู้เลือกตั้ง ใครเป็นผู้แต่งตั้ง ใครจะเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งและใครจะเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้ง กระบวนการดังกล่าวจะสอดคล้องกับหลัการที่ว่า ป้องกันคนชั่วไม่ให้มีอำนาจ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจและประชาชนได้มีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน
หลักการที่ว่า ป้องกันคนชั่วมิให้เข้ามามีอำนาจทางการเมือง เป็นเรื่องที่ท่านผู้รู้ได้พยายามกระทำกันมาอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของคณะกร รมการเลือกตั้งที่ควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริตยุติธรรมเพื่อป้องกันคนชั่วมิ ให้เข้ามาได้ กลั่นกรองคนที่ตั้งใจทำดีให้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง
หากคณะกรรมการเลือกตั้งไม่สามารถจะยับยั้งนักการเมืองชั่วที่ทำชั่วมาตลอดชี วิตจนไม่มีใครจะยับยั้งในขั้นเลือกตั้งได้ ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะขจัดนักการเมืองชั่วที่เข้ามาแล้วผ่านกระบวนการศา ลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองและศาลรัฐธรรมนูญให้ออกไปจากวงจรการเมืองอย่างส ุดความสามารถ
หากประเมินผลขององค์กรที่ทำหน้าที่ขจัดนักการเมืองชั่วให้ออกไปจากวงการเมือ งที่มีอยู่ในขณะนี้ ฟันธงลงไปได้เลยว่า ได้ผลน้อยที่สุดเพราะนักการเมืองชั่วไร้จิตสำนึกสาธารณะยังนั่งหน้าสลอนในสภ าเป็นเสียงข้างมากพร้อมที่จะแสวงหาตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์ให้แก่ตนเองแ ละแก่พวกพ้อง โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของประชาชนแต่อย่างใด
การที่ส.ส.พรรค พลังประชาชนและส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีมติร่วมกันเสนอให้นายสมัครเข้ารับตำแหน่ งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เป็นตัวอย่างที่ชี้ชัดว่า นักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งแล้วไม่สนใจฟังเสียงประชาชนนอกสภาเลย ทุกคนอ้างว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้มอบอำนาจอธิปไตยให้พวกตนมาแล้ว ประชาชนส่วนน้อย ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับกิจการทางการเมืองของพวกตน ขณะนี้ประเทศไทยจึงอยู่ในฐานะที่กำลังล่มจมด้วยการถล่มของนักการเมืองชั่วที ่เข้ามามีอำนาจนี่เอง
ส่วนข้อที่ว่า เปิดโอกาสให้นักการเมืองดีเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ยังไม่เห็นว่ามีกระบวนการใดที่จะเปิดโอกาสให้คนดี มีความสามารถ มีความกล้าหาญ ซื่อสัตย์สุจริตเข้ามาบริหารบ้านเมืองได้ เพราะกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมามีแต่การใช้เงินเป็นปัจจัยชี้ขาด การเมืองไทยทุกระดับจึงอยู่ในเมือของนักธุรกิจการเมืองมากกว่าประชาชนในอาชี พอื่นๆ
แม้นักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งจะชื่อว่า เป็นผู้แทนราษฎร แต่ในทางปฏิบัติหรือความจริงแล้ว ผู้แทนราษฎรเหล่านั้น เป็นตัวแทนของราษฎรเพียงพิธีกรรมตามกฎหมายเท่านั้น มิได้เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ในจังหวัดนั้นๆอย่างแท้จริงเลย ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดสุพรรณบุรี ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวนา ชาวสวน เลี้ยงสัตว์ จะมีนักธุรกิจในสัดส่วนที่น้อยมาก แต่เวลาเลือกตั้ง นายบรรหาร ศิลปอาชา นางสาวกาญจนา ศิลปอาชา นายสราวุธ ศิลปอาชา ซึ่งเป็นนักธุรกิจ มีบ้านหลังใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯได้รับเลือกเป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ ซึ่งทำนา ทำสวน ทำไร่และเลี้ยงสัตว์
อีกตัวอย่างหนึ่ง เช่นจังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนส่วนใหญ่ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ คล้ายๆกับประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี แต่พอเลือกตั้งครั้งใด นายชัย ชิดชอบ นายเนวิน ชิดชอบ และนางกรุณา ชิดชอบ ซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ของจังหวัดมาเป็นตัวแทนของชาวไร่ชาวนา ซึ่งผิดฝาผิดตัวอย่างยิ่ง ไม่มีชาวนาหรือชาวสวนเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรได้เลยแม้แต่คนเดียว
หรือหากมองลงไปทางภาคใต้จังหวัดตรังหรือจังหวัดกระบี่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวนยางพารา สวนปาล์ม และสวนผลไม้หลายๆชนิด แต่พอเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้ง นายชวน หลีกภัย อาชีพทนายความ เป็นตัวแทนของประชาชนจังหวัดตรัง นายพิเชษฐ์ พันธุ์พิชาติกุล อาชีพทนายความและนักธุรกิจพันล้านเป็นตัวแทนของชาวกระบี่ทั้งหมด ซึ่งไม่ได้เป็นทนายความและไม่ได้เป็นนักธุรกิจ
กระบวนการเลือกตั้งที่เคยเป็นมาและกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่สามารถจะหาตัวแทนของปวงชนที่แท้จริงได้ ผู้แทนราษฎรตัวปลอมเหล่านี้จึงสะท้อนปัญหาประเทศได้ตามกรอบความคิดจากสาขาอา ชีพของตน เช่นนักธุรกิจจะมองปัญหาธุรกิจเป็นหลัก นักกฎหมายจะมองเรื่องราวต่างๆเป็นเรื่องกฎหมายทั้งหมด แต่ไม่เคยนำเอาปัญหา ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ อันเป็นอาชีพส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยปัญหาต่างๆรุมเร้า ตั้งแต่เกิดจนตาย มาพิจารณาหาทางแก้ไขกันอย่างจริงจังเลย
พูดง่ายๆว่า คนจนไม่เคยมีสิทธิ์สะท้อนปัญหาของพวกเขาผ่านผู้แทนของพวกเขาไปยังรัฐบาลโดยต รงได้เลย คนที่พวกเขาเลือกไปแล้ว ก็รวมตัวกันจัดสรรค์ตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์มหาศาลภายในกลุ่มพรรคพวกเพื ่อนพ้องพี่น้องบริวารของพวกเขาเอง โดยมิได้แบ่งสรรค์ปันสั่นผลประโยชน์มหาศาลเหล่านั้นแก่เจ้าของอธิปไตยเลย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากเรื่องนี้ก็คือ ผู้ที่ถือหุ้นปตทและได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากปตทปีละเป็นหมื่นๆล้าน ล้วนเป็นพรรคพวก พี่น้อง เพื่อนพ้อง ของนักการเมือง จำนวนหยิบมือเดียว ที่ร่ำรวยอยู่แล้ว และร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไป ทั้งนั้น
แต่คนส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆจากการใช้อำนาจของนักการเมืองเลย นักการเมืองทั้งหลายไม่เคยคิดนโยบายแบ่งหุ้นปตทหรือการบินไทยให้แก่ประชาชนส ่วนใหญ่ของประเทศเลย ประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งจึงเป็นผู้ร่วมพิธีกรรมส่งนักการเมืองเข้าไปแสว งหาอำนาจและความร่ำรวยเท่านั้น
นักการเมืองส่วนใหญ่ที่ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนในวันนี้ยังมองปัญหาวิกฤตการ ณ์ทางการเมืองที่ประชาชนกำลังเผชิญร่วมกันขณะนี้ว่า เป็นเพียงปัญหาของชนกลุ่มน้อย ที่ไม่พอใจนักการเมืองเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องให้ความสนใจ ข้อเรียกร้องใดๆของพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาเรียกร้องไป เบื่อเมื่อไรก็หยุดไปเอง แต่นักการเมืองทุกคนสนใจตำแหน่งทางการเมืองที่ตนจะพึงได้และโครงการยักษ์ใหญ ่ที่กำลังจะออกมา เพราะโครงการยักษ์ใหญ่เหล่านี้ต้องใช้เงินมาก พวกพ้องของนักการเมืองเหล่านี้เตรียมเข้ามารับงานจากนักการเมืองเหล่านี้ ที่คอยจัดสรรค์ผลประโยชน์ให้อย่างใจจดใจจ่อแล้วนำรายได้ไปแบ่งกันชนิดที่ไม่ มีองค์กรไหนจะชี้ความผิดนักการเมืองฉ้อฉลเหล่านี้ได้
สาเหตุของปัญหาทางการเมืองที่แท้จริงคือ 1. สภาผู้แทนราษฎรมีแต่ตัวแทนราษฎรจอมปลอม 2. ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีส่วนร่วมน้อยมาก
จึงมีความจำเป็นจะต้องคิดการเมืองใหม่ที่พยายามให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้มีส่วน ร่วมและพยายามให้มีตัวแทนสาขาอาชีพที่มาจากการเลือกสรรค์ของกลุ่มอาชีพแต่ละ อาชีพโดยตรง จึงขอร่วมเสนอสูตร 30/70 ดังต่อไปนี้
1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คนถ้วน
2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวแทนจังหวัดมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งจังหวัดๆละ 2 คนเท่าๆกันรวมเป็น 152 คน
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสาขาอาชีพ ที่ประชาชนในแต่ละสาขาอาชีพเลือกมาโดยตรงจำนวน 348 คน
4. ยกเลิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและสัดส่วนออกไปทั้งหมด เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มนี้เป็นที่มาของนักธุรกิจนายทุนที่มาลงทุนทา งการเมืองโดยตรง มิได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ดูเหมือนว่าส.ส.เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ตำแหน่งเพราะจ่ายเงินให้พรรคมากกว่าที่ป ระชาชนจะเลือกโดยตรง
5. การเลือกตัวแทนของจังหวัดจะต้องทำสองรอบ คือรอบแรกให้ประชาชนแต่ละอำเภอเลือกตัวแทนเข้าไปสมัครผู้แทนในระดับจังหวัดด ้วยคะแนนอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนในแต่ละอำเภอ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รู้จักประชาชนอย่างทั่วถึ งและลดการซื้อเสียงได้เพราะหากใครจะซื้อเสียงต้องซื้อเสียงจากคนทั้งจังหวัด ถึงสองครั้งสองคราเป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับนักซื้อเสียงไม่น้อย
6. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระดับจังหวัดผู้รับเลือกต้องได้คะแนน 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธ์เลือกตั้ง หากจังหวัดใดผู้ที่ได้รับเลือกตั้งมีคะแนนไม่ถึง 70เปอร์เซ็นต์ต้องเลือกตั้งจนกระทั่งได้คะแนน 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นการซักฟอกจนได้คนที่ประชาชนพอใจที่สุด จะได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนปวงชนที่แท้จริง
7. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากสาขาอาชีพ ต้องพยายามออกแบบการเลือกตั้งให้สาขาอาชีพต่างๆได้มีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท ่าที่จะมากได้ วิธีการหนึ่งที่ทำได้ง่ายคือ การจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม หรือสภาของแต่ละสาขาอาชีพขึ้นมา เช่น สภาทนายความ สมาคมแพทย์ สมาคมแพทย์แผนโบราณ สมาคมครู สหภาพแรงงาน สมาคมชาวสวน สมาคมชาวนา สมาคมนักศึกษา สมาคมผู้ค้าปลีก สมาคมหาบแร่แผงลอย หอการค้า สมาคมชาวไร่ สมาชิกที่ลงทะเบียนไว้ในสมาคมนั้นจะเลือกผู้ที่เสนอตัวสมัครเข้ามา
8. จำนวนส.ส.ของแต่ละอาชีพแบ่งตามสัดส่วนจำนวนประชากรของแต่ละสาขาอาชีพ โดยคิดจำนวนผู้แทนราษฎรจำนวน 348 คนเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วเฉลี่ยไปตามจำนวนประชากร โดยพยายามกระจายให้กว้างขวางที่สุด
9. คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละสาขาอาชีพต ้องประกอบอาชีพนั้นๆจริงๆ เช่น ทนายความก็ต้องประกอบอาชีพอยู่จริงๆ ชาวสวนก็ต้องทำสวนจริงๆ ชาวนาต้องทำนาจริงๆต้องตรวจสอบคุณสมบัติทั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ล งคะแนนให้ถูกต้อง
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจากการเลือกตั้งแบบนี้คือ
1. ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีส่วนร่วมในการเลือกฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารอย่างแท้จริง
2. ได้ตัวแทนปวงชนอย่างกว้างขวางครอบคลุมสาขาอาชีพกว่าที่เคยเป็นมา
3. ลดการผูกขาดทางการเมืองที่จำกัดกรอบอยู่เพียงกลุ่มนักธุรกิจการเมืองกลุ่มเล็กๆลงได้
4. ลดการซื้อเสียงลงได้มาก คนเก่งคนดีที่มีทรัพย์น้อยก็จะกล้าเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง
5. เป็นการประกาศให้โลกทราบว่า ประเทศไทยมีการปกครองในระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะมีการเลือกตั้งและประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนแห่งการสรรหานักการเมื องเข้าสู่อำนาจทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร
การเมืองใหม่ที่มีหัวใจอยู่ ที่การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวางในทุกขั้นตอน จะเป็นประชาธิปไตยที่ปลอดภัย เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง เมื่อประชาชนตระหนักในศักดิ์ศรีของตนและประจักษ์แก่ใจว่า ระบบประชาธิปไตยแก้ปัญหาชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมได้ เป็นแหล่งกำเนิดของ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษโรค การศึกษา ความสะดวกสบายในชีวิตตามสมควรแก่อัตภาพ ประชาชนก็จะพากันรักษาประชาธิปไตย โดยมิต้องมีใครมาเรียกร้องเชิญชวนอีกต่อไป
ขอเชิญช่วยกันออกแบบการเมืองใหม่ภายใต้หลักการที่ว่า ป้องกันคนชั่วไม่ให้มีอำนาจ ส่งเสริมคนดีให้บริหารบ้านเมือง และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมกันอย่างกว้างขวางเถิด
คนไทยในอเมริกา

1 ความคิดเห็น: