++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551

แนวทางใหม่ในการเลือกตั้งที่สมดุลย์อำนาจของคนเมืองกับคนรากหญ้า

ผมมีแนวทางใหม่ในการเลือกตั้งที่สมดุลย์อำนาจของคนเมืองกับคนรากหญ้าได้ครับ

จากปัญหาที่ว่าคนในแต่ละส่วนในสังคมมีแนวคิดต่างกันระหว่าง

1. คนที่เสียภาษี
2. คนที่ใช้ภาษี
3. กับคนได้รับผลประโยชน์จากภาษี

คนที่เสียภาษีบอกว่าคนใช้ภาษีโกง ก็เงินของกูอ่ะ เอาไปแล้วก็ใช้ดีๆหน่อยดิ อย่ากแดรกกันจนไม่ลืมหูลืมตา

แ ต่คนได้รับผลประโยชน์บอกว่าไม่เป็นไร คนใช้ภาษีบริหารงานดี เป็นเลิศ กูได้ผลประโยชน์ ถือว่าดีแล้ว กูเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ประเทศเป็นของพวกมรึงหรือไง โวยวายอยู่ได้
(แล้วคนกลุ่มนี้ก็เป็นข้ออ้างให้กับคนใช้ภาษีเป็นอย่างดี )

***** เพื่อเป็นกลางระหว่างคนเสียภาษีที่เป็นเจ้าของเงิน และคนได้รับผลประโยชน์ผู้บอกว่าเป็นคนส่วนใหญ่เป็นรากหญ้า เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง
ก็ต้องหาคนใช้ภาษีที่เป็นคนของทั้งสองฝ่ายอย่างสมดุลย์

การคัดสรรคนใช้ภาษีก็ให้ weight ตามมูลค่าภาษีเงินได้บุคคลฯที่เสียแต่ละปีดีมั้ย
โ ดยทุกคนจะมีคะแนนน้ำหนักที่ 1 แล้ว + ด้วยสัดส่วนของ ภาษีเงินได้ขอแต่ละคน ต่อเงินได้ทั้งหมด(เฉพาะภาษีเงินได้) ของเขตเลือกตั้งนั้นๆ สูตรน้ำหนักคะแนนก็จะง่ายๆดังนี้

นำหนักคะแนน = 1 + (จำนวนคนที่มีสิทธิเลือกตั้งในเขต X (ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา / รวมภาษีรายได้บุคคลธรรมดาของทั้งเขตเลือกตั้ง))

ดังนั้น หากเขตการเลือกตั้ง มี 100 คน จะมี 200 คะแนนเต็ม
โดย 100 คะแนนแรกมาจากสิทธิ์พื้นฐานของทุกคนที่ได้
และ 100 คะแนนหลังจะได้จากสิทธิตามภาษีของแต่ละคน

ดังนั้น คะแนนของคนที่เสียภาษี แม้จะมีน้อยคนแต่น้ำหนักคะแนนไปคูณกับผลที่เค้าเลือก ก็มีน้ำหนักเท่าๆกันคนส่วนใหญ่ที่ไม่เสียภาษี เหมือนกัน
ดังนั้น ประชาธิปไตย์ไม่ได้แปรว่าเสียงส่วนใหญ่อย่างเดียว แต่เป็นเสียงส่วนใหญ่ตามสิทธิ์ที่เค้ามีส่วนรับผิดชอบกับสังคมด้วย

และในการ implement แนวคิดนี้ดังต่อไปนี้

*** คะแนนนี้จะระบุไว้ในทะเบียนผู้มีสิทธิลงคะแนนแต่ละหน่วยเลือกตั้ง
*** และจะถูกเขียนลงในบัตรลงคะแนนของแต่ละคนตอนรับบัตรเลือกตั้ง
*** คะแนนนี้ไม่ละเอียดมากเพื่อใม่ให้เกิดความแตกต่างกันที่ทศนิยมแล้วทำให้การตรวจสอบย้อนหลังถึงคะแนนได้ภายหลัง
*** คะแนนนี้จะถูกนำไปคูณกับผลการเลือกตั้งที่เค้าเลือกตอนนับคะแนน

# ด้วยวิธีนี้ จะทำให้คนที่เสียภาษีรู้สึกว่าคะแนนเค้ามีค่ามากขึ้น ถ้ายังแพ้คนที่มีคะแนนน่อยกว่าอยู่ก็ต้องยอมรับ ถือว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่จริงๆ
ไม่ใช่เหมือนปัจจุบัน ที่เสียภาษีไปมากมาย แต่คะแนมีค่าแค่ 1 เท่ากับคนที่ไมเคยเสียภาษีที่เลือกคนที่ให้เงินให้ทองเข้ามาทำลายประเทศ

# ด้วยวิธีนี้ คนรากหญ้าที่ไม่ได้เสียภาษีมากมาย คะแนนที่ของเค้าโดยกล้าวหาว่าซื้อขายกันมาก็ไม่ได้มีน้ำหนักต่อบ้านเมืองมาก นัก ไม่มีผลมากมาย

!!!! แต่ แนวคิดนี้ออกจะผ่าโลก ผ่าแนวคิดที่ว่าประชาธิปไตย์คือความเสมอภาค แต่กลายเป็นมองว่าประเทศเหมือนห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งจริงๆมันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ

อาจจะฝืนความรู้สึกของนักประชาธิปไตยทั้งหลายแหล่ แต่มันก็หุบปากของทุกส่วนในสังคมได้ไม่ใช่เหรอครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น