++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

“นิตยา กุระคาน”เทพีกู้ชาติสาวเมืองตากร่วมต้าน“แม้ว”

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน    

ตาก – หนึ่งในตำนานการต่อสู้กับ “ระบอบแม้ว” ของพันธมิตรฯ ในพื้นที่ภาคเหนือถิ่นฐานเสียงสำคัญของ “ทักษิณ – ไทยรักไทย – พลังประชาชน – เพื่อไทย และเสื้อแดง” ที่มิอาจบันทึกไว้ก็คือ “เทพีกู้ชาติ : นิตยา กุระคาน” สาวเมืองตาก ที่นำเพื่อนพ้องแค่ 9 คนออกมาขับไล่ “ทักษิณ” หน้าศาลากลางจ.ตาก ขณะออนทัวร์นกขมิ้นเมื่อปี 49 จนถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ – ลูกจ้าง กว่า 200 คน ตะลุยขับไล่-ทุบตีกลางเมือง
      
       “ASTVผู้จัดการรายวัน” ได้นั่งสนทนากับ “นิตยา ; เทพีกู้ชาติ 49” เพื่อนำเรื่องราวของดอกไม้เหล็กของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ดอกนี้ มาบันทึกไว้ และบอกเล่าถึงที่มา ที่ไป แนวคิดของสาวเมืองตากใจกล้าที่มีส่วนร่วมต่อต้านระบอบแม้ว – ปกป้องสถาบัน ตั้งแต่ปี 48-49 ต่อเนื่องมาจนถึง 193 วันสงครามครั้งสุดท้ายคนนี้ ซึ่งเธอเริ่มต้นบทสนทนาว่า แม้จะผ่าน 193 วันสงครามครั้งสุดท้ายมาแล้วก็ตาม แต่สงครามยังไม่จบ ขณะนี้การชุมนุมยุติลงชั่วคราวเท่านั้น
      
       “วันไหนที่ระบอบทักษิณ ฟื้นคืนชีพขึ้นมา เราก็พร้อมที่จะออกมาต่อต้านอีกแน่นอน”
      
       เธอบอกว่า ตอนนี้เธอกำลังเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ที่สะท้อนให้เห็นว่า สงครามต่อต้านระบอบแม้วของ พธม.ยังไม่จบ อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่า กรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกเธอว่า ระบอบแม้ว จะฟื้นคืนชีพได้หรือไม่
      
       “นิตยา” ย้ำว่า เห็นกันอยู่ว่า คนเสื้อแดง “สู้เพื่อใคร?” โดยเฉพาะบรรดาแกนนำหัวขวด วันนี้ต้องถามว่า ทำเพื่ออะไร ? หมิ่นสถาบันทำไม ? เพราะอะไร ? ซึ่งเป็นคำถามที่รู้คำตอบกันดีว่าเพราะอะไร..,ทำไม...,เพื่อใคร...
      
       ขณะที่คนเสื้อเหลือง ที่ร่วมเคลื่อนไหวกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุค “เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร” ที่เริ่มจากหอประชุมเล็ก – ใหญ่ ธรรมศาสตร์ มาถึงสวนลุมพินี ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปที่ลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า – สนามหลวง จนถึงถนนราชดำเนิน ฯลฯ นั้น พวกเราชุมนุมด้วยใจ ไม่มีใครจ้าง จุดยืนเพราะไม่เอาทักษิณโกงชาติ ขายสมบัติชาติ ไม่เสียภาษี คอร์รัปชันเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ธุรกิจแก่ตนเองและพวกพ้อง และที่สำคัญคือ ต่อต้านพวกที่ความจงรักภักดีต่อสถาบันที่บกพร่องอย่างรุนแรง
      
       “นิตยา” - เทพีหญิงกู้ชาติ ในเวทีเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่จัดขึ้นที่สวนลุมฯ เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่เธอเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า หลังจากที่ เธอพร้อมเพื่อนพ้องพันธมิตร ฯ หญิงจำนวน 8 คนชาย 1 คน ยืนถือป้ายต้านระบอบทักษิณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตาก และถูกชาย ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จากสำนักบริหารจัดการป่าอนุรักษ์ที่ 14 ตาก ที่แต่งตัวนอกเครื่องแบบ กว่า 200 คน เข้าฉุดกระชากแย่งป้ายผ้า และผลักผู้หญิงจนล้มจนต้องหนีกลับ ในการเดินทางมาทัวร์นกขมิ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชันวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในพื้นที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2549
      
       ทำให้เธอตัดสินใจทำและก้าวเข้าสู่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย เพราะได้ติดตามรายการเมืองไทยรายสัปดาห์มาโดยตลอด ซึ่งในขณะนั้นเองชื่อ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล คือใคร ยังไม่รู้จัก นอกจากรู้ว่าเป็นผู้เล่าเรื่องราว ความเป็นไปของ “ทักษิณ” ในฐานะผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
      
       ในขณะนั้นเองต้องยอมรับว่าสื่อส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าออกมายืนอยู่ฝั่ง ตรงข้ามกับ “ทักษิณ” แม้แต่ข้าราชการทุกระดับ นาทีนั้นถือว่า “ทักษิณ” ยิ่งใหญ่มาก แต่คุณสนธิ กล้านำความจริงที่ไม่ควรเปิดเผยของ “ทักษิณ” มาให้ประชาชนได้รับรู้ จนทำให้เมืองไทยรายสัปดาห์ที่ออกอากาศทางช่อง 9 อสมท ต้องถูกยุติ และต้องไปจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ และมีการถ่ายทอดสดผ่าน ASTV นั่นคือครั้งแรกที่เดินทางไปร่วม และไปทุกครั้งที่มีความเคลื่อนไหวทุกระดับ
      
       “วันแรกที่เดินเข้าไปร่วมรับฟังเมืองไทยรายสัปดาห์ เราใส่เสื้อยืดแขนยาวสีเขียว มองไปมีแต่เพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์ใส่เสื้อเหลือง จึงไปหาซื้อเสื้อยืดเรารักในหลวงสีเหลืองมาใส่ ส่วนเสื้อตัวเดิมก็เอามาคาดเอวไว้ จากนั้นก็ไปช่วยพี่ๆ เขาแจกน้ำดื่ม ในซุ้มน้ำดื่ม เราไม่อายที่จะต้องทำหน้าที่ต่างๆ ทุกคนต้องช่วยกัน เก็บขยะ กวาดพื้น ทำกับข้าว แม้กระทั่งการทำหน้าที่การ์ดอยู่หลังเวที เราถือว่า ทุกหน้าที่มีความสำคัญ และเราก็ทำได้ทุกหน้าที่ เพราะเราคือพี่น้องพันธมิตรฯ”
      
       ทุกครั้งที่มีการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ฯ จะมี “ม็อบเถื่อน” เข้ามาก่อกวน บุกทำร้าย “พ่อ-แม่” ที่อยู่ที่จังหวัดตาก โทร.มาหาด้วยความเป็นห่วงตลอด ว่าเราอยู่ตรงนั้นไหม ได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า แต่สุดท้ายคำว่าหัวใจเดียวกัน หัวใจที่รักในหลวงของพวกเรา ทั้งพ่อ แม่ พี่และน้องๆ รวมถึงญาติคนอื่นๆอีก ก็ได้มาร่วมในเวทีพันธมิตรฯด้วย และพวกเรายังมีเพื่อนพ้องน้องพี่เป็นเครือข่ายใน พื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งได้แก่ พิจิตร อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร อุทัยธานี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ พิษณุโลก และตาก
      
       ถามว่า กลัวไหม กับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ก็ตอบอย่างตรงๆ เลยว่า ไม่เคยกลัว
      
       แม้ว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิง แต่ก็เชื่อว่าผู้หญิงก็คือ คนหนึ่งที่รักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ไม่ต่างจากผู้ชาย
      
       “วันที่เราพร้อมกับน้องๆ ผู้หญิงอีก 8 คนและพี่ผู้ชายอีก1 คน ไปยืนถือป้าย แสดงความรู้สึกในนามประชาชนว่า ไม่เอาทักษิณโกงชาติ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดตาก ในวันที่ 16 สิงหาคม 2549 เราเตรียมการเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทันทีที่รู้ข่าวว่าทักษิณเปลี่ยนกำหนดการ ย้ายที่ประชุม จากเดิมลงพื้นที่อำเภอแม่สอด มาที่ศาลากลางจังหวัดตาก เพราะมีกำหนดการว่า พล.ต.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3 ในสมัยนั้นกำลังอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทยพม่าที่อำเภอแม่สอด จึงโทรไปหาร้านทำป้าย ให้เขียนป้ายด่วน 3 ผืน มีข้อความว่า “มาด้วยใจไม่มีใครจ้าง” , ทักษิณโกงชาติ , ทักษิณออกไป”
      
       ต่อมาเวลา 13.00 น.(16 สิงหาคม 2549) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ในขณะนั้น) เดินทางมาถึงและเข้าประชุมที่ศาลากลางจังหวัดตาก ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มพวกเราจึงได้ยืนถือป้ายอยู่ที่นอกรั้วศาลากลางจังหวัด
      
       ระหว่างนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ คาดว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่แต่งตัวนอกเครื่องแบบ ประมาณ 200 คน เข้ามาขับไล่ บางคนผลักผู้หญิงจนล้มลงจนต้องวิ่งหนี และบางคนถูกฉุดกระชากลากตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้แต่งตัวในเครื่องแบบ เดินตามหลังมา สั่งให้ “…เอาอีก… ตะโกนไล่มันอีก… ลุยเข้าไปเลย…”
      
       เหตุการณ์คราวนั้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก พวกตนไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะตั้งใจจะไปยืนถือป้ายเฉยๆ พรรคพวกก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่มาเจอพวกเขาผลัก ไล่ กระชากจนล้ม เจ็บตัวไปหมด ซึ่งวันต่อมาได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองตาก แต่เรื่องก็เงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
      
       นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยน ให้เรากล้าที่จะแสดงจุดยืนในฐานะประชาชนคนไทยที่รักประเทศชาติ และมีปรากฏการณ์ไม่เอาทักษิณกระจายไปทุกแห่งที่ทักษิณไป
      
       “นิตยา” มองว่า เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 คิดว่า ทหารทำถูกแล้ว ที่ทำรัฐประหาร เพราะความขัดแย้งของสังคมมันหนักมาก มีการแบ่งฝ่ายชัดเจน ระหว่างพันธมิตร ฯ และระบอบทักษิณ ซึ่งจัดตั้งมาในรูปของมวลชน การรัฐประหารครั้งนั้นถือว่าประชาชนพอใจมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมือง ไทยเลยก็ว่าได้
      
       แต่ระบอบทักษิณก็ยังอยู่ นักการเมือง ,ข้าราชการ ยังจงรักภักดีกับทักษิณ พวกเขารู้ว่าทักษิณ ไปเพียงชั่วคราว ไม่นานทักษิณจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และจะยังคงครองอำนาจเหมือนเดิม มีรัฐบาลหุ่นเชิด หัวโจกอันธพาลที่พาคนไปบุกทำลายบ้านประธานองคมนตรี ได้เป็นรัฐมนตรี เป็นใหญ่เป็นโตกันทุกคน
      
       วันนี้การดำเนินคดีกับนายจักรภพ เพ็ญแข ในข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ยังไม่มีความคืบหน้า
      
       193 วัน สำหรับการต่อสู่เพื่อขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด พวกเราในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และชมรมยามเฝ้าแผ่นดินทุกๆจังหวัด ผ่านเหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดของกระบวนการอำนาจเถื่อนของรัฐ แต่ก็ได้ก่อร่างสร้างสังคมใหม่ขึ้นมาในประเทศไทย เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยความเป็น “พลเมืองไทย”
      
       ก่อนสิ้นสุดการสนทนา “นิตยา” บอกกับ “ASTVผู้จัดการรายวัน” อย่างเชื่อมั่นว่า วันนี้การชุมนุมของพันธมิตร ฯได้ยุติเป็นการชั่วคราว แต่เชื่อว่าพันธมิตรฯและยามเฝ้าแผ่นดินทุกคนจะจับตาความเคลื่อนไหวทางการ เมืองเหมือนเดิม การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยทักษิณและพวกให้พ้นผิดอยู่
      
       “การกลับมาของระบอบทักษิณ จะเป็นบัตรเชิญให้พวกเรามารวมตัวกันในอนาคต และหนึ่งในผู้ชุมนุมจะมีผู้หญิงที่ชื่อ นิตยา กุระคาน ยืนร่วมเวทีการเมืองภาคประชาชน ในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่อไป”

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000017968

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น