ขึ้นชื่อว่านักเลง ไม่ใช่สุนัข ย่อมไม่กลัวใคร กลัวแต่ความดีเท่านั้น
คนเราถ้าหวังดีต่อชาติบ้านเมือง ไม่ต้องหวั่นไหวในการทำดี เพราะ
คนที่เสียผลประโยชน์ย่อมไม่เห็นด้วยกับเราอยู่แล้ว
ส ังคมที่สมบูรณ์ ย่อมมีบุคคลทุกประเภท ซึ่งแต่ละประเภทอาจส่งเสริมกันได้
หากเรามีระบบบริหารจัดการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราต้องให้คนดี
ได้มีโอกาสบริหารบ้านเมือง ควบคุมคนที่ไม่ดี
อย่าให้ทำความเดือดร้อนวุ่นวาย(ตามพระบรมราโชวาทฯ)
ในทางกลับกัน คำว่าดี ชั่ว
อยู่ที่ความรู้สึกของแต่ละบุคคล(ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน
และสิ่งแวดล้อมในการเจริญเติมโต และมาตรการแห่งสำนึกดีของบุคคลนั้น)
การที่กลุ่มเสื้อแดง - รักทักษิณ
การที่กลุ่มเสื้อเหลือง - รักประเทศชาติ และสถาบัน
การที่กลุ่มริบบิ้นขาว - รักรู(ไม่ยอมโผล่มา เพราะรอ
จังหวะ ข้างไหนได้เปรียบค่อยมาเห่าหอนร่วมด้วย)
ใ ครอยู่ฝ่ายไหนก็มองว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ดี แต่การตัดสินว่าดี ชั่ว ถูก ผิด
น่าจะเอาผลประโยชน์ที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
และเป็นประโยชน์ที่ฝังรากลึกได้ ไม่ใช่ประโยชน์เดี๋ยวเดียว
เหมือนผักชีโรยหน้า
หรือแบบเอาเงินไปแจก แล้วกลับ
โดยไม่รู้ว่าเงินที่แจกให้นั้นเอาไปทำอะไรให้เกิดการพัฒนาบ้าง
นักเลงจริง ถ้าหากจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ต้องหวั่นไหว
จะเอาฝ่ายแดง ฝ่ายเหลือง ฝ่ายขาว มาช่วยพัฒนาประเทศชาติ จงดำเนการเลย
ทำดีอย่ากลัวคนด่า เพราะทำงานการเมือง
แน่นอนที่สุดคือผู้ที่เสียผลประโยชน์ย่อมโวยวาย....แต่ให้ดูว่าที่เขาโวยวายนั้น
โวยวายเพื่อใคร
1. เพื่อตนเอง และพวกพ้อง
2. เพื่อประเทศชาติ และประชาชน ส่วนรวม
3. เพื่อดิสเครดิส ขัดแข้งขัดขา อิจฉาริษยา ไม่อยากให้มีหน้ามีตากว่าพรรค
หรือพวกตนเอง
ที่สำคัญ รัฐบาลต้องอธิบายได้ว่าสิ่งที่กระทำนั้น คืออะไร เวลาเหลือน้อย
ต้องดำเนินการสร้างความเจริญโดยเร่งด่วน
...."พุทธคริสลาม...๙๙๙"
เอากันชัดๆ อย่าชกแอบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น