++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

ผมคนนึงละ ขอไม่มีลูกดีกว่า มีแล้วทุกข์

ผมคนนึงละ ขอไม่มีลูกดีกว่า มีแล้วทุกข์

ทุกข์ว่า จะเลี้ยงเขาให้เป็นคนดีได้ไหม

โ ตขึ้นจะ เป็นตุ๊ด เป็นเกย์ เป็น ทอม เป็นดี้ (ถึงแม้เขาจะเป็นคนดี แต่ลึกๆแล้วจะมีพ่อแม่สักกี่คนที่ทำใจได้ กว่าจะทำใจได้ก็เป็นทุกข์อยู่นาน)

ใหนก็กลัวเป็นนักเลงอันธพาล หรือโดนพวกเด็กช่างกลรุมทำร้าย

ใ หนจะกลัวเรื่องสิ่งเสพติด ความคาดหวังในการเรียน ความเครียดสารพัดสารพัน คือถ้าผมมีอันจะกินก็ไม่มีปัญหา แต่ทุกวันก็ต้องดิ้นรน ตัวเองก็ประคับประคองไปเรื่อยๆ ขอมีภรรยาเป็นเพื่อนชีวิต เพื่อนคู่คิด เป็นเพื่อนตาย แต่เรื่องลูก คงไว้โปรแกรมหน้า(แต่วิญาญาณคงไม่อาฆาตหรอกนะ)

ย ิ่งดูสารคดีของนาย อัล กอร์ เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อนแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าเด็กที่เกิดมาตอนนี้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้างในอนาคต .....เด็กเกิดมากขึ้นทุกวัน อัตราการจ้างงานมีแต่ลดต่ำลง คนตกงานเพิ่ม เกิดปัญหาอาชญกรรม ปัญหาสิ่งแวดล้อม เฮ้อ แต่เวลาไปโรงพยาบาลทีไร เด็กทารก นอนเต็มไปหมด

ผมเลยเกิดคำถามว่า
เรากินข้าวเพราะอะไร............เพราหิว

เราออกกำลังกายเพราะอะไร.........เพราะให้ร่างกายแข็งแรง

เรากู้ชาติเพราะอะไร..........เพราะเราถูกรัฐบาลคดโกง คอรัปชั่น

เราดูหนังเพราะอะไร........เพราะความสนุก..ความบันเทิง

แล้วเรามีลูกเพราะอะไร...????

ขอสรุปเป็นคำตอบให้คุณเลือกกันนะ
1. มีลูกเพราะเกิดมาจากการมีเพศสัมพันธ์ (กลุ่มนี้ไม่เคยคิดอะไรเลย พอค่ำ พออยู่กัน 2 คนแฟนก็ จ้ำจี้อย่างเดียว เด็กเกิดมายังไม่รู้จะเอาอะไรให้กิน)

2. มีลูกเพื่อต้องการผู้สืบสกุล (กลุ่มนี้คิดก่อนจะมีลูก มีการวางแผน เพื่อให้ลูกดูแลกิจการ การค้าของพ่อแม่) แต่ขอถามหน่อย ถ้าเด็กมันไม่อยากทำงานอย่างที่พ่อแม่วางไว้ละ

3.มีลูกเพราะอยากมี ....(บางคนอยากมีเด็กรักเด็ก..โดยเฉพาะคนเป็นผู้หญิง มันเหมือนมีฮอร์โมนที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้เค้าเกิดความรู้สึกอย่างเป็นแม่ เพื่อให้กำเนิดบุตร เพื่อดำรงเผ่าพันธ์ของมนุษย์ต่อไป

4.มีเพราะอยากสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ (กลุ่มนี้ต้องมีฐานะการเงินที่ดีจริงๆ)

บ างคนอาจจะว่าผมคิดมาก แต่ถ้าคิดดูดีๆ อนาคตเราต้องเผชิญกับกลุ่มนายทุน ผู้ไร้มนุษยธรรมทางการค้า เอาสารเมลามีนผสมนมเด็ก ของเล่นก็ปนเปื้อนสารตะกั่ว ขนมถุงก็มีแต่ผงชูรส ฯลฯ

ใครมีความเห็นย ังไงก็เสนอเข้ามาครับ คืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของหลายๆคน บางทีผมมองอยู่มุมเดียวอาจจะไม่สามารถเห็นอะไรๆได้ทั้งหมด
4432304323

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ7 กันยายน 2552 เวลา 17:18

    ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยคนนะครับ
    ในมุมมองของผม การมีลูกหรือไม่มีนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นกับวิบากกรรมเก่า
    ของสามี ภรรยาคู่นั้นๆครับ การมีลูกเกิดมาสักคนหนึ่งนั้น มีทั้งข้อดีและ
    ข้อไม่ดีคละเคล้ากันไป ส่วนจะเป็นข้อดีหรือข้อไม่ดี มากกว่ากันนั้นก็
    ขึ้นกับวิบากกรรมเก่าของพ่อ แม่ ลูก เองมาเป็นตัวกำหนดให้มี ให้เป็น
    ตามวิบากที่ได้กระทำมาตามกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นกฎอันหนึ่งของกฎแห่ง
    จักรวาล ที่ทุกสรรพสัตว์จะต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรมนี้ ไม่มีข้อยกเว้น
    แม้แต่พระอรหนต์ทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธทั้งปวง หรือแม้กระทั่งองค์
    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ก็อยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมนี้
    ทีนี้เรามาลองพิจารณาดูกันต่อไป ถึงการมีลูก...ในส่วนที่มีข้อดีมากกว่า
    ข้อที่ไม่ดี...อย่างมากๆๆๆๆ ดังเฉกเช่น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    เจ้าชายสิทธัตถะพระองค์ทรงประกอบวิบากกรรมดีมา ด้วยการสั่งสมบารมี
    มาครบทั้ง 30 ทัศน์ เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ พร้อมที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมา-
    สัมพุทธเจ้า พระองค์ที่ 4 แห่งภัทรกัปล์นี้แล้ว แต่ถ้าหากไม่ลงมาเกิดเป็น
    มนุษย์แล้วไซร้ ท้าวสันตะดุสิตก็คงไม่สามารถที่จะตรัสรู้ ตอนที่อยู่บน
    สวรรค์ชั้นดุสิตาเทวภูมิได้เลย พระองค์ต้องอาศัยกายหยาบของมนุษย์
    ในการตรัสรู้ธรรม เพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นก็ต้องมีพรราชบิดา
    และพระราชมารดาที่ดีพร้อม เพื่อเป็นทางมาแห่งการเกิดเป็นมนุษย์
    เห็นไหม การมีลูกก็ไม่ใช่ข้อเสียอะไร ถ้าหากว่าพ่อ แม่ คู่นั้นมีความพร้อม
    ที่จะเป็นแดนเกิดของลูกที่มีบุญ โดยเมื่อเกิดมาแล้วก็จะสามารถสร้าง
    ประโยชน์อย่างเอนกอนันต์ ให้กับมวลมนุษยชาติได้
    แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากพ่อ แม่ คู่นั้น ไม่มีความพร้อม แม้แต่ศีล 5
    ก็ยังรักษาได้ไม่ครบ อันนี้ล่ะ น่าเป็นห่วง ลูกที่เกิดมานั้น จะมาสร้างความ
    วิบัติหรือสิ่งที่ไม่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อย่างแน่นอน พ่อ แม่ อย่างนี้
    แหละที่ไม่สมควรจะมีลูก
    แล้วตัวท่านล่ะ เป็นพ่อ แม่ ประเภทไหน?
    จากนั้น...คำตอบก็จะตามมาเองว่า ตัวท่านเองนั้นดีพอ ที่จะเป็นแดนเกิด
    ของลูกหรือไม่?

    ตอบลบ