วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2552

รับมือ...“ไบโพลาร์” โรคของคนอารมณ์ 2 ขั้ว / ผศ.พญ.สุทธิพร เจณณวาสิน จิตแพทย์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
โลกเราทุกวันนี้ มีแต่การแข่งขัน แก่งแย่งกันตลอดเวลา จนทำให้คนเราเกิดความเครียดได้ง่าย และนำมาซึ่งโรคต่างๆ ทางจิตเวช อย่างเช่น โรควิตกกังวล ซึมเศร้า ซึ่งพวกเราอาจพอคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว ไม่เหมือนอย่างโรคไบโพลาร์ ซึ่งแม้จะไม่ได้เกิดจากความเครียดโดยตรง แต่ความเครียดก็เป็นปัจจัยกระตุ้น เหมือนการกินน้ำตาลมากในผู้ป่วยที่มีพันธุกรรมเบาหวาน

ไบโพลาร์ คือ โรคที่มีความผิดปกติของอารมณ์เป็น 2 ขั้ว มีทั้งช่วงที่อารมณ์ดีหรือก้าวร้าวผิดปกติ (mania) และบางช่วงที่อารมณ์ซึมเศร้าผิดปกติ (depressed) ฉะนั้นเดิมจึงเรียกโรคนี้ว่า manic-depressive disorder แต่บางคนมีอารมณ์ดีหรือก้าวร้าวผิดปกติอย่างเดียว โดยไม่มีอารมณ์ซึมเศร้าก็ได้

โรคนี้พบได้ในประชากรทั่วไปประมาณร้อยละ 3 ซึ่งนับว่าบ่อยทีเดียว พบได้อัตราเท่ากันทั้งหญิงและชาย โดยมักเริ่มมีอาการในช่วงวัยผู้ใหญ่วัยต้น

ไบโพลาร์เกิดได้อย่างไร
โรคนี้เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง โดยมีสารสื่อประสาทที่ไม่สมดุล และมีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้หรือโรคทางจิตเวชอื่น จะมีโอกาสเป็นโรคมากกว่าคนทั่วไป ส่วนสิ่งแวดล้อม เช่น การเลี้ยงดูในวัยเด็ก หรือความเครียดมักเป็นเพียงปัจจัยเสริม

และถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา อาการต่างๆ อาจจะดีขึ้นเองได้ในบางคน แต่ต้องใช้เวลานาน และกว่าอาการจะดีขึ้น ก็ส่งผลกระทบมากมายทั้งต่อตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง บางคนก่อหนี้สินมากมาย บางคนใช้สารเสพติด บางคนต้องออกจากงานหรือโรงเรียน บางคนทำผิดกฎหมาย และที่รุนแรงที่สุด คือฆ่าตัวตายหรือทำร้ายผู้อื่น และถ้าเป็นหลายๆ ครั้ง อาการครั้งหลังจะเป็นนานและถี่ขึ้น

อาการของโรค
มี 2 ช่วง คือ
1.ช่วงที่อารมณ์ซึมเศร้า
- มีอาการเบื่อหน่ายท้อแท้ ไม่อยากทำอะไร
- มองทุกอย่างในแง่ลบ
- เรี่ยวแรงลดลง
- มีความคิดอยากตาย ซึ่งมีไม่น้อยที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย

2.ช่วงที่อารมณ์ดีหรือก้าวร้าว
- เชื่อมั่นในตนเองมาก รู้สึกว่าตนมีความสำคัญหรือมีความสามารถมาก
- เรี่ยวแรงเพิ่ม นอนน้อยกว่าปกติ โดยไม่มีอาการเพลีย
- พูดเร็ว พูดมาก หรือพูดไม่ยอมหยุด
- ความคิดแล่นเร็ว มีหลายความคิดเข้ามาในสมอง
- สมาธิลดลง เปลี่ยนเรื่องพูดหรือทำอย่างรวดเร็ว ตอบสนองต่อสิ่งเร้าง่าย ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีกิจกรรมมากผิดปกติ อาจเป็นแผนการหรือลงมือกระทำลงจริงๆ แต่มักทำได้ไม่ดี
- การตัดสินใจไม่เหมาะสม เช่น ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายหรือผิดกฎหมาย

สำส่อนทางเพศ บางคนจะหงุดหงิดก้าวร้าวจนถึงทะเลาะหรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น ในรายที่เป็นมากอาจมีอาการของโรคจิตร่วมด้วย

หลายคนอาจสงสัยว่า ในคนปกติก็ต้องมีการขึ้นลงของอารมณ์มากบ้างน้อยบ้างตามนิสัย แล้วเมื่อไหร่จึงเรียกว่าผิดปกติหรือเป็นโรค

การจะบอกว่าป่วยแน่นอนต้องใช้เกณฑ์การวินิจฉัยจากแพทย์ แต่ทั่วไปเราควรนึกถึงโรคนี้และไปปรึกษาแพทย์เมื่อ
- การขึ้นลงของอารมณ์มากกว่าคนทั่วไป หรือมากกว่าปกติของคนนั้น เป็นเวลาติดต่อกันนาน 4-7 วัน
- มีความผิดปกติของการกินการนอนร่วมด้วย
- กระทบต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

การรักษา
โดยทั่วไป แพทย์จะให้ยาและคำแนะนำเกี่ยวกับโรคและยา รวมถึงการดูแลตนเองในด้านต่างๆ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากอาการใน 2-8 สัปดาห์ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนก่อนป่วย แต่ในบางรายอาจต้องให้ทำจิตบำบัดร่วมด้วยเพื่อขจัดความเครียด และลดความขัดแย้งกับคนรอบข้างที่เป็นสาเหตุของความเครียด

เนื่องจากโรคนี้เกิดจากสารสื่อประสาทที่ไม่สมดุล จึงต้องใช้ยาที่จะปรับสารสื่อประสาท ปัจจุบันมียาควบคุมอารมณ์หลายชนิดที่มีประสิทธิภาพ ยาในกลุ่มนี้ไม่ใช่ยากล่อมประสาทหรือยานอนหลับ ไม่ทำให้ติดยาเมื่อใช้ในระยะยาว แต่มักต้องใช้เวลา 2-4 สัปดาห์จึงจะเห็นผล

นอกจากยาควบคุมอารมณ์ แพทย์อาจใช้ยากลุ่มอื่นร่วมด้วยเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีขึ้น ยาทางจิตเวชก็เหมือนกับยาอื่นที่ทุกตัวจะมีผลข้างเคียง แต่อาการและความรุนแรงจะต่างกัน ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายมาก ผู้ป่วยควรได้พูดคุยกับแพทย์เพื่อเลือกยาที่เหมาะสม และปรึกษาแพทย์ถ้ามีอาการข้างเคียง สำหรับสตรีมีครรภ์และให้นมบุตรควรคุยกับแพทย์ถึงประเด็นเหล่านี้ด้วย

โรคนี้มีอัตราการเป็นซ้ำสูงมากถึง 90% ฉะนั้นโดยทั่วไปหลังจากหายแล้ว แพทย์มักแนะนำให้กินยาต่ออย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ หรืออาจนานกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นกับจำนวนครั้งที่เคยเป็นและความรุนแรงในครั้งก่อนๆ ยาไม่ได้ทำให้สมองเสื่อมลงแต่การป่วยซ้ำหลายๆครั้งทำให้สมองแย่ลงได้

การปฏิบัติตัว
1. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
2. ดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น ออกกำลังกาย มีกิจกรรมที่ช่วยคลายเครียด หลีกเลี่ยงสุรา สารเสพติด
3. กินยาตามแพทย์สั่ง ถ้ามีปัญหาผลข้างเคียงจากยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ไม่ควรหยุดยาเอง
4. หมั่นสังเกตอารมณ์ของตน เรียนรู้อาการแรกเริ่มของโรค และรีบไปพบแพทย์ก่อนจะมีอาการมาก
5. บอกคนใกล้ชิดถึงอาการเริ่มแรกของโรค ให้ช่วยสังเกตและพาไปพบแพทย์

การช่วยเหลือผู้ป่วย
1. เข้าใจว่าอารมณ์และพฤติกรรมที่ผิดปกติเป็นการเจ็บป่วย ไม่ใช่นิสัยของผู้ป่วย
2. ช่วยดูแลให้ผู้ป่วยกินยา และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์
3. สังเกตอารมณ์ของผู้ป่วย เรียนรู้อาการเริ่มแรกของโรค และรีบพาไปพบแพทย์ก่อนที่จะมีอาการมาก
4. ช่วยควบคุมการใช้จ่ายและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออันตราย ถ้าเห็นว่าผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการอีก
5. เมื่อผู้ป่วยหายจากอาการ ให้กำลังใจในการกลับไปเรียนหรือทำงาน และไม่หยุดยาก่อนปรึกษาแพทย์

ส รุปว่าโรคนี้รักษาหายได้ และสามารถกลับไปเรียนหรือทำงานได้ตามเดิม เมื่อมีปัญหาด้านสุขภาพจิต อย่ากลัวหรืออาย หมอทุกคนยินดีให้คำแนะนำและรักษาค่ะ สะดวกที่ไหน ติดต่อได้ตามสถานพยาบาลทั่วประเทศ หรือที่หน่วยตรวจโรคจิตเวชศาสตร์ ตึกผู้ป่วยนอก ชั้น 7 รพ.ศิริราช เวลา 08.30-16.00 น. โทร. 0-2411-3405, 0-2419-7373


http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000153278

ขอเสริมนะค่ะ ถ้าเป็นยาที่รักษาฟรี ตามโครงการรัฐบาล

ก็สามารถระงับอาการได้ แต่อาการไม่นิ่งจะแปรปรวน

น่าสงสารสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีเงินรักษาค่ะ

เพราะยาแพงที่รักษาได้ผลดี จะไม่อยู่ในรายการ

รักษาฟรีค่ะ ยาแพงจะอยู่ราคาเม็ดละ สองร้อยกว่าบาท

รักษาอย่างต่ำ 1 ปี เงินไม่ใช่น้อยเลยนะ ที่บอกว่านี่

เพราะคนที่เรารักเป็นโรคนี้อยู่ และก็ใช้ยาดีรักษาด้วย

ถึงคุมอาการได้ แต่ทั้งนี้ถ้าโชคดีเป็นของผู้ป่วย ยาที่

ถูกก็อาจจะใช้รักษาโรคให้หายก็ ได้ แต่ถ้าโชคร้าย

อาการโรคก็จะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ต้องบอกได้ว่า

ยาจำเป็นที่สุด และห้ามหยุดยาเองด้วย
mom

37 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ22 มีนาคม 2553 10:28

    คนใกล้ชิดมีอาการของโรคนี้มาก แต่ไม่กล้าบอกกลัวว่าเค้าจะไม่ยอมรับแล้วต่อต้านไม่ยอมรับการรักษา จะทำอย่างไรดี แต่ยอมรับว่าเค้าเป็นหนักมากแต่ยังไม่ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย

    ตอบลบ
  2. ฝากประชาสัมพันธ์ Bipolar Friend Club
    http://on.fb.me/bipolarfc

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ26 ธันวาคม 2553 16:18

    เพื่อนเป็น อยากจะช่วยค่ะ แต่ไม่รู้จช่วยยังงัย เกรงว่าเค้าจะไม่เข้าใจ
    อยากได้คำแนะนำ เพราะเค้าเป็นคนเก่ง และดีมากค่ะ อยากให้เค้าหายอ่ะคะ

    ตอบลบ
  4. ไม่ต้องเกรงใจครับ ถึงเป็นเพื่อนก็ช่วยเค้าได้ ลองโทรไปขอคำปรึกษาดูครับ ว่า เพื่อนจะช่วยเพื่อนได้ยังไงบ้าง :))

    เป็นกำลังใจให้ครับ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ8 มกราคม 2554 19:40

    มีพี่น้องเป็นค่ะ แต่พอมีสติค่อนข้างจะรู้ตัวจึงแอบหลบบางทีก็กรี๊ดแต่ไม่มีเสียง(กรี๊ดไม่เป็นมั้ง) แต่เราพอมองออก ไม่แน่ใจว่าใช่โรคนี้ไหม แต่อาการค่อนข้างเหมือน ไม่ทราบว่าจะบอกแม่ยังงัย

    ตอบลบ
  6. ค่อยๆบอกแม่นะครับ ค่อยๆพูด ท่านคงเข้าใจอยู่แล้วล่ะ

    ตอบลบ
  7. สวัสดีคะ ลูกชายเป็นคะ เครียดมาก ตอนนี้เขาทานยา Abilify โดยหมอจากโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาเป็นผุ้รักษา ลูกชายอายุแค่ 13 ปี อารมณ์เปลี่ยนตลอดเวลา ก้าวร้าว พุดไม่เพราะ จนบางครั้งดิฉันเครียดมาก จนไม่แน่ใจว่าลูกจะหายมั่ย เพราะอาการยังไม่คงที่ ทั้งที่เขาทานยามาจะ 6 เดือนแล้วคะ เขาทานยา Abilify 15 กรัม และ 5 กรัม ต่อหนึ่งวัน จนตอนนี้ดิฉันมีอาการเบอ อาจจะคิดมากเกียวกับลูก ช่วยด้วยคะไม่รู้จะปฎิบัติต่อลูกยังไง หลายครั้งที่ดิฉันต้องเดินหนี เพราะไม่อยากฟังคำพูดที่ไม่ดีของลูก หลายครั้งต้องร้องไห้

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ11 เมษายน 2554 10:43

    แม่ป่วยเป็นโรคนี้อย่างรุนแรง อยู่ชลบุรี โชคดีเจอคุณหมอช่วยรักษาทำให้ลดความทุกข์ทรมานใจ หากครอบครัวใดต้องการความช่วยเหลือโปรดmailมาที่ onechompoo@yahoo.com จะเล่าเรื่องคุณหมอและการรักษาให้ฟังนะคะ เขียนว่า " สนทนาเรื่องไบโพล่าร์" ด้วย คุณหมอน่ารักมาก และครอบครัวของเราก็คลายจากความทุกข์ได้มาก แม่ก็ดีขึ้นมากแต่ต้องติดตามตรวจกับคุณหมอเป็นระยะ รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลของทางราชการ คุณหมอกำลังจะเปิดคลินิกเร็วๆนี้

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ23 เมษายน 2554 15:59

    สวัสดีค่ะ
    น้องสาวเป็นค่ะ แต่ไม่ยอมรักษา ไม่ยอมพบแพทย์ ไม่รู้จะทำอย่างไร ช่วยแนะนำให้ด้วยน่ะค่ะ ตอนนี้ที่บ่านกลุ้มใจมาก ไม่มีใครมีความสุขเลย เป็นมาสี่ปีแล้ว สายใจครอบครัวไม่เหมือนเดิมเลยค่ะ ทะเลาะกันทุกวันที่น้องสาวเจอเรา คุณแม่ก็ใจอ่อนรักลูกมาก น้องสาวว่าไงก้ตามใจหมดกลัว น้องฆ่าตัวตาย ล่าสุดขับรถไปชน ซ่อมยังไม่เสร็จเลย และเมื่อวานก็ทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือ เรื่องการใช้เงินก็หมดบัญชีแล้วค่ะ ก็ต้องมาขอเงินแม่ ตอนนี้ที่บ้านกลุ้มใจมากค่ะ

    ตอบลบ
  10. เปนอยู่ค่ะ ตอนนี้รักษารอบที่สอง หายดีจาการรักษา6เดือนด้วยยาฉีดรวมค่าใช้จ่ายประมาน1แสนสองหมื่นบาท และยาที่ใช้รักษาอยู่ในปัจจุบันเม็ดละ200บาทขนาด15มิลลิกรัมทานต่อเนื่อง5ปีห้ามหยุดยา คิดว่ามันเปนส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วว555+

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ25 ตุลาคม 2554 19:49

    เป็นอยู่เหมือนกันรักษามาหลายปีแล้ว กินยาตลอด และจะกินตลอดไปในชีวิตนี้
    บางครั้งก็อารมณ์ดี บางครั้งก็โมโห มองโลกในแง่ร้าย ต้องการกำลังใจมากๆเลย

    ตอบลบ
  12. ลูกชายเป็นกลุ้มใจมากก้าวร้าว พาไปหาหมอแล้ว ดื้อทานเหล้าด้วย ขัดใจไม่ได้เลย ต้องตามใจถึงจะดี พูดผิดหูหน่อยเดียวก็โวยวาย

    ตอบลบ
  13. สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลชาวไบโพลาร์ มาคุยกันที่ http://www.facebook.com/bipolarfc ได้เลยครับ

    ตอบลบ
  14. เหมือนจะเริ่มแรก22 ธันวาคม 2554 18:44

    ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นหรือป่าวนะครับ

    แต่ผมควบคุมอารมณ์ ตัวเองไม่ค่อยได้ ชอบ ตะโกนออกมา เพื่อระบาย
    หรือพูดอะไรแปลกๆ ประมาณ ควบคุมตัวเองไม่ได้น่ะครับ
    บางทีก็จิตตก อยากฆ่าตัวตาย ฮ่าๆ เลยชอบกั้นหายใจ แต่กลัวตาย 5 5+
    ถ้ามีปืน ผมคงยิงหัวตัวเองแล้วล่ะครับ 5 5 +

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ24 ธันวาคม 2554 10:37

    เรียน สอบถามผู้รู้คะ

    คุณย่าล้มคะ แล้วสมองได้รับการกระทบกระเทือน น่าจะเป็นโรคนี้อะ เดี่ยวอารมณ์ดี(อารมณ์ปกติ) และอารมณ์ร้ายแบบสุดๆ ขว้างปาข้าวของ พอตอนอารมณ์ดีก็จะคุยมาก ตอนอารมณ์ร้ายจะงอแง และจะจำตัวเองตอนอารมณ์ปกติไม่ได้ คุณย่าเป็นเบาหวาน สงสารมาก อยากถามผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์ ช่วยแชร์การปฎิบัติตัวกับคุณย่าคะ เพราะเคยจ้างพยาบาลพยาบาลเอาไม่อยู่คะ ช่วยหน่อยนะคะส่งสารคุณย่ามากๆ

    ตอบลบ
  16. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ16 ตุลาคม 2555 21:26

    คือไม่รูว่าตัวเองเป็นึป่าวค่ะ เพราะบางทีก็ร่าเริงสนุกสนาน แต่บางครั้งก็รู้สึกอยากอยู่คนเดียว เงียบๆ จิตใจห่อเหี่ยวค่ะ แต่ไม่ถึงอยากฆ่าตัวตายนะคะ

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ17 ตุลาคม 2555 23:55

    ผมเป็นโรคนี้อยู่ครับ รักษามา สิบเจ็ดปีแล้ว
    หายมาห้าครั้ง ครั้งที่หกเป็นซ้ำคิดฆ่าตัวตาย
    และพยายามด้วยการกินยาไป 4 กระปุก แต่ไม่สำเร็จ
    คุณแม่ช่วยชีวิตไว้ได้ทัน
    โรคนี้อันตรายมากต้องใช้ทุนรักษาแพงมาก
    ตอนป่วยแจกเงินให้คนอื่นไปทั่ว
    พอหายแต่ละครั้ง ก็มีโอกาสกลับมาเป็นอีก เงินก็หมดบัญชี
    คิดว่า ถ้ากลับมาป่วยซ้ำอีก จะฆ่าตัวตายให้สำเร็จ
    ลาก่อน ไม่โรค ก็ผม

    ตอบลบ
  19. น้องดิฉันเป็นโรคอารมณ์2ขั้ว รักษาที่โรงพยาบาลรามามาแล้วแต่ตอนนี้ถูกส่งตัว
    ไปที่โรงพยาบาลศรีธัญญาตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลที่ถูกส่งไปก่อนหน้านี้น้องมีพฤติกรรมหนีออกจากบ้าน พูดจาโกหก เดินตลอดเวลา ทำร้ายแม่ ชอบของมีคม ดิฉันกลัวว่าเขาจะเป็นภัยต่อสังคมดิฉันและครอบครัวควรทำอย่างไร...ให้น้องกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ...เรียนหนังสือไำด้....ใช้ชีวิตในสังคมนี้ได้....
    ฉันสงสารน้องมาก มีสิ่งใดที่จะช่วยให้น้องฉันอาการดีขึ้นบ้าง
    ขอความกรุณาดิฉันและครอบครัวด้วย

    ตอบลบ
  20. เป็นกำลังใจให้ครับ

    ตอบลบ
  21. มีแฟนเป็นค่ะ ต้องการคำแนะนำเรื่องการดูแลค่ะ

    ตอบลบ
  22. มีแฟนเป็นค่ะ ต้องการคำแนะนำเรื่องการดูแลค่ะ

    ตอบลบ
  23. คือผมสงสัยว่า ผมกำลังจะเป็นแต่ผมมีอายุแค่17ปี ผมรู้สึกว่าตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ และที่อ่านๆมามันตรงกับอารมณ์ผมทั้งสิ้น บางทีแค่ของวางผิดที่ก็ฉุนเฉียวขั้นปาแตกกระจาย และมักจะหงุดหงิดทุกอย่างที่เห็น และเวลาที่อารมณ์ดีจากงานการบ้านที่ไม่มีผมจะหางานอะไรไม่รู้สารพัดมาทำ เอามาคิด และสมองมันแล่นไอเดียมามาก บางทีไม่ต้องนอนก็ไม่ง่วง ไม่ต้องกินข้าวก็ไม่หิวอะไรเลยเป็นวันๆ

    ตอบลบ
  24. ไม่ระบุชื่อ9 กันยายน 2556 10:20

    มีแฟนช่วยๆเตือนนะคะ เป็นมานานแล้ว แต่ไม่รู้ตัวคะ และมาออกอาการเยอะตอนปีที่อายุ26คะ หมอให้ทานยา แต่ไม่อยากทานเลยคะ เพราะผลข้างเคียงเยอะมาก

    ตอบลบ
  25. ไม่ระบุชื่อ21 กันยายน 2556 22:42

    ลูกเป็นคะ่ เหนื่อยมาก ท้อจนอยากหายไปจากโลก ทำงานเหนื่อยจนไม่อยากพูดกับใคร จะเก็บเงินไว้ให้ลูกเรียน แต่ก็โดนลูกขู่กรรโชกจนเป็นหนี้เพราะต้องตามใจเขาจึงสงบ ไม่มีใครให้พึ่งเลยคะ่ ลูกไม่เคยพูดดีๆกับแม่เลย คิดแต่จะเอาให้ได้ดั่งใจอย่างเดียว เขารักษามา 4 ปีแล้วเท่ากับเวลาที่แม่ต้องทนทุกข์มาตลอด เมื่อไรจะหมดเวรกรรมนี้เสียที อยากตาย....

    ตอบลบ
  26. พี่สาวก็เป็น รู้สึกสงสารและเมตตา เพราะเมื่อเค้าเป็นแล้วคนในบ้านก็รับไม่ค่อยได้เพราะความเข้าใจในโรคนี้ยังไม่ดีพอ เผอิญเรานอนกับพี่สาวก็พยายามช่วยด้วยการคิดบวกให้เค้าเมื่อเค้าคิดลบ และอ่านหนังสือธรรมะ ตอนเด่นๆให้ฟับ้าง. เพราะคนที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ไม่สนใจทางธรรมแล้วต้องพูดบ่อยๆ. ให้เข้าใจในอำนาจของกรรมซึ่งกำลังส่งผลอยู่. และให้กลัวกรรมที่คิดทำร้ายตัวเอง และให้สวดมนต์ก่อนนอนก็ช่วยในเรื่องของสมาธิได้แต่ยังไม่ควรนั่งสมาธิ

    ตอบลบ
  27. เป็นโรคนี้เองค่ะรู้ตัวเมื่ออายุ 34 ปี (ตอนนี้39 ปี)ได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและครอบครัวให้การดูแลอย่างดีเสมอมา ตัวเองเป็นอาจารย์อยู่ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี อาศัยออกกำลังกายกับครอบครัวเป็นประจำ สาเหตุน่าจะมาจากพันธุกรรมและจะเข้มแข็งดูแลตัวเองให้หายจนได้ค่ะ

    ตอบลบ
  28. ไม่ระบุชื่อ15 กุมภาพันธ์ 2557 15:51

    หลานชายเป็นอยู่ รับยาจากโรงพยาบาลในจังหวัด พอหมอลดยาก็กลับมาเป็นอีก ควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่พูดจารู้เรื่อง พาไปโรงพยาบาลสวนปรุง เขาให้ยามาทานหนึ่งสัปดาด์ กลับไปโรงพยาบาลที่จังหวัด รับยามา 1 เดือน ตอนนี้อาการยังไม่ดีขึ้น อยากพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุงอีก แบบนอนรักษา เพราะมีหมอ พยาบาลดูแล อยูที่บ้านควบคุมเรื่องการทานยาไม่ได้ ทำให้อาการไม่ดีขึ้น

    ตอบลบ
  29. ไม่ระบุชื่อ19 กุมภาพันธ์ 2557 23:44

    ผมกำลังเป็นอยู่ เป็นอุปสัก กับการทำงานมาก โมโหไปทั่ว พอกลับถึงห้องอารมณ์ก็ตรงกันข้ามทรึมเศร้าผิดปกติ ทานยาก็ไม่ดีขึ้น อยากตาย!!!!!!

    ตอบลบ
  30. ไม่ระบุชื่อ12 มีนาคม 2557 14:07

    http://www.pinkroseshops.com/

    ตอบลบ
  31. ไม่ระบุชื่อ14 มีนาคม 2557 15:39

    เป็นอยู่เหมือนกันกินยาอยู่

    ตอบลบ
  32. ไม่ระบุชื่อ24 มีนาคม 2557 20:16

    คนใกล้ตัวรักษาอยู่ ตอนนี้กินยาเองแล้วใช้เวลา1 เดือนในการรักษาให้ดีขึ้น ออกกำลังกาย ว่ายนำ้ ดูหนัง กินข้าวพร้อมครอบครัว ต้องมีเวลาในการประกบเขา ช่วงแรกกิน xyprexa ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นabilify

    ตอบลบ
  33. ไม่ระบุชื่อ26 มีนาคม 2557 12:47

    ลูกสาวเป็นอยู่ครั้งแรกปี 52 ไม่รับการรักษาใช้เวลาบำบัดทุเลาลงแต่ไม่เหมือนเดิม ปี56 ตุลาเป็นอีกแต่ยอมรับการรักษากับคุณหมอที่ศิริราช กินยาตามหมอแนะนำ แม่เหนื่อยมากสงสารลูกและเห็นใจครอบครัวที่มีญาติเป็นโรคนี้ ทรมารทั้งคนป่วยและคนใกล้ชิดคนป่วยทรมารมากกว่าเพื่อนๆหายหมดไม่คบด้วยช่วงนี้ก็คอยประคองเป็นเพื่อนกับลูกให้กำลังใจเค้า แต่ในใจปวดร้าวมากไม่น่าจะเกิดกับครอบครัวเรา แต่ไม่ท้อน่ะจะพยายามทุกวิธีที่จะให้ลูกหายขาด ลืมโรคนี้ ไม่เคยรู้จัก ใครไม่เคยสัมผัสและใกล้ชิดกับคนป่วยจะไม่เข้าใจ แม่อยากจะบอกกับลูกและคนที่เป็นอยู่ว่าอดทนให้มากๆน่ะอย่าท้อคุณหมอเก่งมากและทุกคนที่รักเอาใจช่วย ปฎิบัติตนตามหมอบอก ออกกำลัง อย่าหยุดยาเอง และอย่ายอมแพ้

    ตอบลบ
  34. รักษามา6ปีแล้วคะก็ยังไม่หายคอยแต่จะเบื่อและโทษว่าตัวเองผิดเสมอไปและๆม่ค่อยมีใครสนใจ

    ตอบลบ
  35. ไม่ระบุชื่อ30 มีนาคม 2557 20:52

    ลูกชายไม่ทราบว่าจะเป็นหรือเปล่าเท่าที่ทราบมาว่าโรคนี้ติดมาทางพันธุกรรมด้วยซึ่งแม่ของลูกเป็นโรคนี้อยู่มีอาการแจกกเงินเข้าใจว่าตัวเองเป็นคนมพลังเหนือคนธรรมดา อาการจะเป็นหากทานอาหารน้อนเบื่ออาหารน้ำหนักลด จะคุยกับคนที่เห็นด้วยกับตัวเอง ส่วนลูกชายตอนนี้มีอาการก้าวร้าว ไม่รักของตัวเอง ให้ของเพื่อนหมด เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ โกหกเก่ง พูดแต่เรื่องเดิมๆ เริ่มแรกยังไม่ออกอาการมาก หลังจากที่ทราบว่าแอบไปใช้ยาเสพติดประเภทกัญชาเหมือนว่าจะไปกระตุ้นให้โรคกำเริบเพิ่มขึ้นตอนนี้หนีออกจากบ้านไปไม่ยอมเข้าบ้านโดยที่ไม่มีเหตุ

    ตอบลบ
  36. ไม่ระบุชื่อ31 มีนาคม 2557 20:15

    สวัสดีครับ จากที่อ่านมา เป็นประโยชน์มากเลยครับ เพราะ เป็นผู้ป่วยเอง มีอาการมานาน แล้ว ราว 15 ปี คือว่า อยากจะไปพบจิตเวช เหมือนกัน
    อาการ ที่รุณแรงที่สุด คือการ อยากฆ่าตัวตาย แล้วเคยคิดที่จะลงมือทำ ประมาณ 10 ครั้ง อีกทั้ง ยังมีปัญหา ของสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย เช่น ครอบครัว สถานที่ทำงาน
    ตอนนี้ ไม่ได้รับการปรึกษาใดๆ จากแพทย์ เพราะพึ่งทราบจากข่าว เมื่อ 2 วันก่อน จากโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่วงข่าวเย็น
    ตอนนี้ ไม่ได้รักษา แต่เพียงแค่ควบคุม อาการไม่ให้เกิด โดยเฉพาะ สิ่งกระตุก ตอนนี้ ผมใช้ สิ่งบันเทิงเข้ามา เป็นตัวยับยั้งอาการ ประเภท เกมส์ เพลง ดูหนังตลก
    ขอเสริม การเดินทางไปพบแพทย์ ไม่สะดวก จึงไม่ได้ไปพบแพทย์

    ตอบลบ
  37. ไม่ระบุชื่อ2 พฤษภาคม 2557 13:58

    รักษามา 17 ปีแล้วค่ะ อาการกำเริบหลายหน แต่ก็กินยาตลอด บางทีก็เบื่อเหมือนกัน แต่ก็ทำงานได้ค่ะ เพื่อนร่วมงานก็เข้าใจ

    ตอบลบ

.

Waiting....