++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

ยุทธศาสตร์รถไฟ…ปรับยุทธศาสตร์ประเทศ

โดย สิริอัญญา    
จุดยืนและท่าทีของรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำเกี่ยวกับการทุจร ิตคอร์รัปชันเท่าที่ปรากฏเบื้องต้นมีแนวโน้มว่าจะไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง ถ้าเป็นเช่นนั้นก็สมแล้วที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือรับสั่งและกำลังทำโจทย์สำคัญที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้กล่าวไว้ว่าแม้เป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่ยากเกิน
      
       กระบวนแรก ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้เตะโครงการถนนปลอดฝุ่นวงเงิน 40,000 ล้านบาทตกไปแล้ว และกระบวนที่ติดตามมาก็มีท่าทีว่าจะต้องปรับปรุงโครงการจัดหารถบัสเอ็นจีวี 4,000 คัน ที่มีข่าวลือกระฉ่อนว่าเป็นโครงการโกงข้ามภพข้ามชาติถึง 5 รัฐบาลด้วย
      
       แต่ทว่ายังคงมีไอ้โม่งทั้งในประเทศและไอ้โม่งที่เป็นทุนใหญ่ข้ามชาติ จากต่างประเทศยังคงผลักดันให้ประเทศไทยเร่งขยายเส้นทางมอเตอร์เวย์ในขอบเขตท ั่วประเทศ ซึ่งต้องลงทุนมหาศาลอีกต่อไป
      
       ขยายเส้นทางมอเตอร์เวย์ทั่วประเทศก็เพื่อให้มีการใช้รถยนต์เพิ่มมากข ึ้นจากที่เกือบจะมากที่สุดในเอเชียอยู่แล้ว นั่นย่อมเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของทุนต่างชาติผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งกำลังจะเจ๊งว ายวอดอยู่ทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้
      
       ด ังนั้นจึงได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะไม่หลงกลอันสุดแสนจะอุบาทว์นี้ เพราะนี่คือกลอุบายที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความหายนะมากขึ้น และทำให้คนไทยพินาศล่มจมมากขึ้น
      
       เพราะแค่จำนวนรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ก็ได้ทำให้ประเทศไทยต้องนำ เข้าพลังงานน้ำมันเป็นจำนวนมหาศาล จนรายจ่ายค่าพลังงานของประเทศโลดขึ้นไปอยู่ลำดับหนึ่งของบรรดาประเภทรายจ่าย ทั้งหมดของประเทศไปแล้ว และได้กลายเป็นต้นตอของวิกฤตต่างๆ ของประเทศไทยมาหลายปีแล้ว เราจึงต้องไม่เพิ่มความเสียหายให้กับประเทศชาติของเราต่อไปอีก
      
       เพราะแค่จำนวนรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ก็ได้ก่อหนี้สินใ ห้กับคนไทยทั่วประเทศ จนแทบไม่มีวันผุดไม่มีวันเกิดอยู่แล้ว เราจะต้องไม่เพิ่มปัญหาขึ้นไปอีก หากจะต้องช่วยกันกอบกู้พี่น้องร่วมชาติให้พ้นจากภาระหนี้สินจากการผ่อนรถให้ ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดด้วย
      
       ป ระเทศไทยทำความผิดใหญ่หลวงในการกำหนดยุทธศาสตร์การคมนาคมทางบกที่กำหนดให้ใช ้รถยนต์เป็นหลัก ทำให้มีการขยายถนนมากขึ้นและทำให้ปริมาณรถยนต์มากขึ้น ประเทศก็มีรายจ่ายจากพลังงานมากที่สุด และคนไทยก็เป็นหนี้ค่าซื้อรถยนต์มากที่สุด
      
       ความจริงประเทศไทยเคยกำหนดยุทธศาสตร์การคมนาคมทางบกที่ถูกต้องมาแล้ว นั่นคือในยุคสมัยพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้าได้ทรงกำหนดยุทธศาสตร์การคมนา คมทางบกให้ใช้รถไฟเป็นหลัก เพื่อทำให้การคมนาคมทั่วทั้งประเทศเชื่อมโยงถึงกัน และประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด อันจะทำให้ค่าขนส่งสินค้าต่างๆ ถูกลง และไม่เป็นภาระด้านพลังงานแก่ประเทศในวันหน้า
      
       เพื่อประกันให้ยุทธศาสตร์รถไฟไม่มีวันล้มเหลว จึงทรงพระราชทานที่ดินสองข้างทางรถไฟข้างละ 10-40 เส้น เพื่อเตรียมสำรองสำหรับทำรถไฟรางคู่ในอนาคต และเพื่อกันที่ดินส่วนหนึ่งไว้สำหรับหาประโยชน์มาบำรุงเลี้ยงรถไฟ เพื่อลูกหลานคนไทยของพระองค์ท่านในกาลข้างหน้า จะไม่ต้องรับภาระสูงขึ้น
      
       แ ค่เฉพาะที่ดินสามแยกลาดพร้าวเพียงแห่งเดียว หากบริหารจัดการที่ดี เนื้อที่ดินขนาด 40 กว่าไร่ก็จะได้ค่าเช่าในระยะเวลา 30 ปี ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งย่อมพอเพียงต่อการบำรุงเลี้ยงรถไฟ ทำให้คนรถไฟอยู่ดีกินดีมีสุขและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของการรถไฟเพื่อให้ประชาช นใช้บริการได้ดีขึ้นและถูกลง แม้ถึงขนาดให้ใช้รถไฟฟรีก็ยังได้
      
       สิ้นยุคสมัยของพระองค์ท่าน เส้นทางรถไฟยาวมากกว่าเส้นทางรถยนต์ คงมีแต่ความผิดพลาดประการเดียว ซึ่งเป็นผลจากอิทธิพลของมหาอำนาจนักล่าอาณานิคมที่ผลักดันให้ประเทศไทยจำเป็ นต้องเลือกใช้ระบบรางขนาด 1 เมตร หรือที่เรียกว่าระบบรางแบบเมตตะเกต ทั้งๆ ที่ทั่วโลกส่วนใหญ่เขาใช้ระบบรางขนาดมาตรฐานที่ใหญ่กว่าหรือที่เรียกว่าระบบ สแตนดาร์ดเกต
      
       สิ้นยุคสมัยของพระองค์ท่าน ความเร็วของรถไฟมีขีดความสามารถที่ระดับ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ครั้นเวลาล่วงเลยมาถึงบัดนี้กิจการของรถไฟเสื่อมทรุด การขยายเส้นทางรถไฟน้อยกว่าน้อยนัก ระดับความเร็วของรถไฟก็ลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น อันมีเหตุมาแต่ความชำรุดของรางและการรอเวลาสวนทางกัน อันเนื่องมาจากเป็นระบบรางเดี่ยว เพราะไม่เคยคิดพัฒนาเป็นระบบรางคู่เลย
      
       ล องนึกดูเถิด หากประเทศไทยพัฒนายุทธศาสตร์รถไฟตามแนวทางที่พระองค์ท่านทรงวางไว้ถึงบัดนี้ ประเทศไทยก็จะมีรถไฟรางคู่เชื่อมโยงทั่วราชอาณาจักรให้ถึงกันได้อย่างรวดเร็ ว ค่าใช้จ่ายพลังงานของประเทศก็จะไม่สูงถึงปานนี้ และประชาชนก็ไม่ต้องไปเที่ยวซื้อหารถมาใช้จนเป็นหนี้เป็นสินกันดังเช่นทุกวั นนี้
      
       แม้ถึงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ คนไทยก็ไม่ต้องล้มหายตายจากเพราะอุบัติเหตุที่มีจำนวนการเจ็บตายมากกว่าสงคร ามที่เกิดขึ้นในโลกเสียอีก
      
       ยุทธศาสตร์รถไฟของพระองค์ท่านชะงักหยุดอยู่กับที่เพราะพวกนักวิชาการ ขี้ข้าตะวันตกและเป็นทาสน้ำเงินของทุนต่างชาติผู้ผลิตรถยนต์ได้ทอดทิ้งยุทธศ าสตร์รถไฟของพระองค์ท่าน แล้วตั้งยุทธศาสตร์ใหม่ให้รถยนต์เป็นหลักของการคมนาคมทางบก
      
       จึงเกิดความพินาศฉิบหายวายวอดขึ้นทั่วทั้งประเทศ ทั้งในส่วนของประเทศชาติและประชาชนดังที่เห็นๆ กันอยู่
      
       หลังสิ้นยุคสมัยของพระองค์ท่านเกือบร้อยปี เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยเหมาเจ๋อตงประกาศสถาปนาประเทศจีนใหม่แล้ว ไม่นานหลังจากเหมาเจ๋อตงประกาศว่า “สาธารณรัฐของประชาชนจีนสถาปนาขึ้นแล้ว ประชาชนจีนลุกยืนขึ้นแล้ว” เขาก็ได้ประกาศยุทธศาสตร์รถไฟของจีนตามมา
      
       เ หมาเจ๋อตงประกาศว่า การคมนาคมมีลักษณะชนชั้น เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชาติจีนส่วนใหญ่ ต้องกำหนดให้รถไฟเป็นหลักของการคมนาคมทางบก เพื่อเชื่อมโยงมาตุภูมิทุกแห่งหนเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้ประชาชาติจีนทุกหนแห่งไปมาหาสู่ถึงกัน และทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนต่ำที่สุด
      
       นับแต่นั้นมาประเทศจีนก็ได้พัฒนากิจการรถไฟเป็นการใหญ่ มีการจัดตั้งกรมรถไฟถึง 12 กรม ขยายเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงทั่วถึงทั้งประเทศ เป็นหลักให้แก่การขนส่งทางบก ทั้งสินค้า ผลิตผลทางการเกษตร การเดินทางของประชาชนแม้ในกิจการท่องเที่ยว
      
       บัดนี้จีนได้กลายเป็นประเทศที่มีเส้นทางรถไฟยาวมากที่สุดในโลก มีขบวนรถไฟมากที่สุดในโลก มีประเภทบริการของรถไฟมากที่สุดในโลก และได้พัฒนารถไฟถึงระยะที่ 7 แล้ว
      
       การพัฒนารถไฟระยะที่ 7 กำหนดให้ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟอยู่ที่ระดับ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งกำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ ในขณะที่บางแห่งก็เริ่มนำร่องรถไฟความเร็วสูงที่มีระดับความเร็วถึง 450 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
      
       ต ลอดเส้นทางรถไฟมีคลังสินค้า สถานีขนถ่ายสินค้า ระบบการขนถ่ายเฉพาะของรถไฟ โรงแรม ศูนย์การค้า และการท่องเที่ยว เฉพาะสถานีรถไฟนั้นกำลังถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์การพาณิชย์ขนาดใหญ่ของทุกเมือง เพื่อแสดงสินค้าของเมืองนั้น และเป็นแหล่งส่งออกและค้าขายสินค้าของเมืองนั้น
      
       ยกตัวอย่างการพัฒนาและยุทธศาสตร์รถไฟของจีนมาเป็นอุทาหรณ์ก็เพื่อให้ รัฐบาลและประชาชนได้ร่วมกันคิดพิจารณาว่าถึงเวลาหรือยังที่ประเทศไทยจะต้องท บทวนยุทธศาสตร์การคมนาคมทางบกของประเทศ
      
       ถ ีบส่งยุทธศาสตร์การคมนาคมทางบกของพวกนักวิชาการขี้ข้าของฝรั่งที่ให้ใช้รถยน ต์เป็นหลักทิ้งไป แล้วฟื้นฟูเชิดชูเอาพระบรมราโชบายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์รถไฟของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 กลับมาใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
      
       เพื่อลดรายจ่ายพลังงานของประเทศก่อนที่จะพินาศฉิบหายไปมากกว่านี้ เพื่อลดภาระหนี้สินและความจำเป็นในการมีรถยนต์ของคนไทยก่อนที่จะพินาศฉิบหาย ไปมากกว่านี้ เพื่อหยุดยั้งการใช้รถยนต์ในการเดินทางระหว่างเมืองก่อนที่คนไทยจะล้มตายมาก กว่านี้
      
       เราหวังที่จะเห็นรัฐบาลประกาศสืบสานพระบรมราโชบายว่าด้วยยุทธศาสตร์ร ถไฟของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในเร็ววันนี้ แล้วชะลอหรือยุติการขยายมอเตอร์เวย์หรือถนนเชื่อมเมืองต่างๆ เอาไว้ก่อน เพราะถึงจะดึงดันก็ไม่มีเงินไปทำการอยู่ดี
      
       บ รรดานักวิชาการผู้รักชาติ ผู้สนใจในกิจการรถไฟของชาติ และบรรดาพนักงานการรถไฟทั้งผอง ควรต้องร่วมกันศึกษาคิดค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์รถไฟให้ปรากฏเป ็นจริง เพราะเมื่อใดที่ยุทธศาสตร์รถไฟชนิดนี้ถูกกำหนดขึ้นแล้วก็จะมีพลังและมีผลอย่ างสำคัญต่อการปรับทิศทางพัฒนาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากวังวนวิกฤตได้อย่างแน่น อน.

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000002847

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น