++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

น้ำผึ้งแห่งอารมณ์ น้ำผึ้งหยดเดียวของรุ่นพี่รุ่นน้อง

มีกรณีเล็กๆที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งครับ ดูผ่านๆแล้ว ไม่น่าเอามาใส่ใจนัก แต่เมื่อได้รู้เรื่องราวรายละเอียดแล้ว มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง หากได้รู้จักกับบุคคลทั้ง 2  คุณจะรู้ว่า น้ำผึ้งแห่งอารมณ์ น้ำผึ้งหยดเดียว อาจจะกลายเป็นความอาฆาตพยาบาทกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ


มีข้อความของ 2 บุคคล ที่เราก็รู้มาก่อนว่า 2 ท่าน มีเรื่องขัดแย้งไม่เข้าใจกันในประเด็นใด
ท่านหนึ่งที่เป็นรุ่นพี่ ได้เขียนข้อความระบุชื่อ นามสกุลของผู้เป็นรุ่นน้องไว้ชัดเจน  เขียนข้อความในเชิงป่าวประกาศและ ประจาน  ...... น่าสนใจที่ฝ่ายรุ่นน้องก็รู้ เห็นข้อความนั้น แต่ก็ปล่อยข้อความนั้นไว้ แล้วส่งเมล์มาให้เราดู  พร้อมมีข้อความที่ส่งถึงรุ่นพี่คนนี้มาให้อ่านด้วย เลยเอาข้อความนั้นมาลงให้เพื่อนๆได้ดูกัน  วิเคราะห์กันดูใน M นะครับ  เพื่อให้เกียรติ และรักษาชื่อเสียงของทั้งสองท่าน จึงขอใช้ตัวย่อ สำหรับชื่อของทั้งสองท่านนะครับ เพราะดูจากข้อความของทั้งสองท่านแล้ว ทั้งพี่และน้องล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้ง 2 ฝ่าย แต่ไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยกัน ทำความเข้าใจที่ชัดเจนเท่านั้นเอง










------------- ข้อความจากผู้เป็นรุ่นพี่ ที่เข้ามาเขียนไว้ในความเห็นในเวบบล็อกเรื่องหนึ่งผู้เป็นรุ่นน้อง




 สวัสดีครับ
เมื่อ จ. 19 ม.ค. 2552 @ 23:30


เนื่องจากผมคือคนที่นาย  อ.อ นำบทคัดย่อทางวิชาการของผมและคนอื่นๆ มาเผยแพร่ในเว็บบล็อกของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต และทั้

ท ี่ในขณะนั้นบทคัดย่ออยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะะกรรมการจัดงานประชุมวิชากา รแห่งหนึ่ง เพมื่อนาย อ.อ ถูกทางผู้จัดฯ ขอให้เอาผลงานของคนอื่นออก ทำให้นาย อ.อ. ไม่พอใจผม และได้พยายามกวนประสาทโดยการนำชื่อจริงของผมไปโพสต์กล่าวอ้างในเว็บบล็อกของ ตนและมีผู้นำไปแอบอ้างในเว้บบล็อกประเภทเดียวกันด้วย ซึ่งอาจจะเป็นนายอาษาเป็นผู้กระทำ แต่หลังจากนั้นนาย อ.อ ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนออนไลน์

ผมเพีย งแต่อยากมาแสดงความเห็นว่า เมื่อตอนเกิดเหตุการณ์ ผมตัดสินใจไม่เอาผิดกับนาย อ.อ. แต่ภายหลังนาย อ.อ.กับลอบกัดผมโดยการแอบอ้างชื่อหรือกล่าวพาดพิงถึง ผมจึงอยากขอให้ทุกคนได้ทราบความจริงว่า

ด้านหน้าของนาย อ.อ.คือคนที่ได ้รับการยกย่อง แต่เบื้องหลังคือคนที่ทำร้ายคนอื่น ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายผิด แต่กลับมีพฤติกรรมลอบกัดไม่เลิก ซึ่งผมจะดำเนินคดีทางกฏหมายแน่นอน

--------------


-----------------------

มาดูข้อความที่ผู้เ็ป็นน้อง เขียนเมล์ถึงรุ่นพี่ของเขา...

แล้ว ข้อความนี้ นาย อ.อ. เพื่อนของเรา ได้ส่งมาให้อ่านในเมล์ด้วย...
... แล้วถามเชิงปรึกษาว่า  พี่เค้าจะโกรธเรามากขึ้นมั้ย  ลองอ่านดู....



-----------------------


สวัสดีครับ พี่ อส

ขออนุญาติเขียนในฐานะที่เคยเป็นอดีตรุ่นน้องในคณะของพี่นะครับ



เห็นข้อความที่พี่เขียนทิ้งไว้ที่ http://g.......
รู้สึกไม่สบายใจที่พี่ยังมีสิ่งที่ติดค้างคาใจอยู่ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ละลาบละล้วง ค้นหาเมล์ของพี่ เพราะตอนที่เกิดเรื่อง ผมพยายามติดต่อพี่ทางเมล์
ค้นเจอแต่เมล์เก่าๆของพี่ ซึ่งพี่คงไม่ได้ใช้แล้ว วันนี้เห็นข้อความของพี่ เลยนึกขึ้นมาได้ เลยค้นชื่อของพี่ จนมาเจอเวบของพี่นะครับ

http://www.e..........................htm
(อ่านบทความของพี่ในเวบแล้ว ได้ความรู้เยอะมากครับ)


ครั้งแรกที่ผมเจอพี่วันแรก คือ ในห้องเชียร์ วันนั้น ผมออกไปรายงานตัว ซึ่งก็ไม่ผ่าน เดินหน้าตามอมแมม ผมกระเซิงกลับมานั่ง
พี่เป็นคนที่เดินเข้ามา เอามือเขี่ยอะไรบางอย่าง ที่หัวของผมเบาๆ คงเป็นเศษฝุ่น หรืออะไรสักอย่าง ตอนนั้น ผมมองหน้าพี่ และจำพี่ได้ติดตา แม้ว่าต่อมา ผมจะไม่ได้เข้าเชียร์อีกเลย เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่ก็ปากแข็ง กลัวเสียฟอร์ม อายที่จะบอกใครๆ เลยตัดสินใจไม่เข้าเชียร์ซะงั้น


เวลาที่เห็นพี่ในคณะ ผมจำพี่ได้ แต่ไม่กล้าเข้าไปทัก เพราะผมไม่ได้เข้าเชียร์ แต่ยังคงจำวันแรกที่เจอพี่ได้


เมื่อเกิดปัญหาที่ทำให้พี่ไม่สบายใจเรื่องงานวิจัย ผมพยายามแก้ไข และลบบทคัดย่อที่ยังไม่ได้เผยแพร่ ออกให้หมด ในเวบบล็อกที่ผมทำในช่วงที่ผมไปเรียนปริญญาโทที่ ม.มหาสารคาม เกิดปัญหาคือ ไม่มีแหล่งข้อมูลวิจัยให้ค้น เพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน ไม่มีพื้นฐานการทำวิจัย เพราะเรียนสาธารณสุขเน้นปฏิบัติ ดูแลรักษาสุขภาพ ป้องกันโรค  แต่ผมซึ่งจบวิทยาศาสตร์ มีพื้นฐานมาบ้าง เลยช่วยเหลือเพื่อน แต่การเรียนปริญญาโท เป็นภาคพิเศษ เจอเพื่อนๆเสาร์ อาทิตย์ เลยช่วยหาข้อมูล โดยหาบทคัดย่อเอามาลงใน blog ให้เพื่อนๆเปิดดู เมื่อลองทำแล้ว เพื่อนๆชอบ เพราะไม่รู้จักวิธีค้นหาข้อมูล ทำไม่เป็น เลยรู้สึกดี เลยช่วยหาบทคัดย่อมาลง blog ถือเป็นการทำบุญ ซึ่งช่วงนั้น จะยืมหนังสือรวบบทคัดย่อจากห้องสมุด เอามานั่งพิมพ์ลง blog


วันหนึ่งถามเพื่อนที่กำลังเรียนที่มหิดล บอกว่า ถ้าค้นเจอบทคัดย่อในเวบ ช่วยรวบรวมส่งมาให้ทางเมล์นะ จะรวบรวมลงเวบบล็อก เป็นวิทยาทานให้เพื่อนที่เรียนใน มมส. ช่วยหน่อยนะ  อะไรก็ได้ ไม่จำกัดสาขา ถ้าเพื่อนคนอื่นมีบทคัดย่อ ก็ส่งมาให้ลงบล็อกก็ได้ เพื่อให้คนที่ค้นหาข้อมูลไม่เป็น เข้ามาที่นี่ จากนั้น ก็มีเมล์ส่งบทคัดย่อมา ผมก็เอาลง เพราะคิดว่า เพื่อนๆคงไปค้นหามาจากเวบรวมบทคัดย่อ หรือเวบในมหาวิทยาลัย แต่กรณีการนำบทความของพี่ ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับว่า นำมาจากที่ไหน ในตอนเกิดเรื่อง เมื่อถามเพื่อนที่ส่งเมล์มาให้ เพื่อนก็บอกว่า ได้บทความนี้มาจากคนอื่นอีกทีหนึ่ง  ซึ่งผมก็เคยบอกกับพี่ไปตามนี้ ในช่วงที่เกิดเรื่องแล้วพี่โทรมาสอบถามผม


เรื่องราวก็เป็นอย่างที่เขียนนี่แหละครับ การทำบล็อกรวมบทคัดย่อ ไม่ใช่การนำผลงานคนอื่นมาแอบอ้างเป็นของตัวเองนะครับ เพราะระบุชื่อเจ้าของผลงานทุกๆเรื่องรวมทั้งเรื่องของพี่ด้วย และบล็อกที่ทำ ทำให้เพื่อนสาธารณสุขที่มหาสารคาม ที่ค้นหาข้อมูลไม่เป็น ได้มีเวบเข้ามาเปิดดูตัวอย่างข้อมูลวิจัย ซึ่งทำไปแล้ว ไม่ได้อะไรหรอกครับ แต่กลับมีคนเมล์มาถาม อยากได้งานวิจัยฉบับเต็มเรื่องนั้น ช่วยส่งมาให้ด้วย ผมต้องคอยมาตอบว่า ให้ไปค้นหาที่ห้องสมุดนะครับ เพราะนายบอนมีแต่บทคัดย่อ หลายครั้งก็เบื่อเช่นกันที่ต้องมาตอบคำถามเดิมๆ แต่เมื่อคิดดูถึงคนที่ไม่มีพื้นฐานการค้นข้อมูล รู้แต่การเข้า google อย่างเดียว อย่างน้อยบล็อกนี้ก็คงเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบข้อมูลได้บ้าง

พี่อาจจะบอกว่า ไม่น่าจะต้องทำอย่างนั้น ทุกคนต้องขวนขวายเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะนักศึกษาที่อื่นยังทำได้ ...ก็จริงครับ แต่เมื่อผมย้ายสาขามาเรียนทางสาธารณสุข ตอนแรกไม่เข้าใจหรอกว่า สาขานี้เป็นยังไง เพราะจบวิทยาศาสตร์ เลยเข้าไปคลุกคลี ดูการทำงานของชาวสาธารณสุข เห็นถึงความเสียสละในการดูแลคนป่วยจากหลายๆที่  ทั้งวัน ไม่มีเวลาจับหนังสืออ่านเลย ตอนที่มาสอบ ก็พึ่งมาอ่านกัน 1 วันก่อนสอบ ไม่เหมือนกับนักศึกษาที่เรียนเต็มเวลา เห็นแล้ว อึ้งครับ เลยอยากจะช่วยเหลือเพื่อนๆสาธารณสุข เพราะคุณแม่ของผมก็เป็นสาธารณสุข


เป้าหมายในการทำบล็อกรวมงานวิจัย ก็มีเท่านี้เองครับ ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงแต่อย่างใด แล้วยังต้องเสียเวลามาคอยตอบเมล์ที่มีคนขอเอกสารฉบับเต็ม



ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้พี่ หงุดหงิดไม่สบายใจ ในงานประชุมวิชาการครั้งนั้น งานนั้นผมก็ส่งบทคัดย่อเข้าร่วมเช่นกัน แต่คณะกรรมการตัดสินว่า ไม่ผ่านการคัดเลือกให้นำเสนอในงานนั้น เพราะไม่เข้าเกณฑ์ เลยไม่ได้ร่วมนำเสนอผลงานในงานเดียวกับพี่ เมื่อเกิดปัญหา เมื่อพี่โทรมาสอบถามผม และต่อมาคณะกรรมการโทรมาถาม เอาบทคัดย่อของ พี่.ไปลงทำไม บอกให้เอาผลงานของพี่ออกจากบล็อกได้ไหม  ผมได้ตอบอาจารย์ท่านนั้นไปตามที่ผมได้เขียนไปข้างต้นและรีบเข้าไปเอาบทคัดย่อของพี่ออกทันที และลบบทคัดย่อที่คิดว่า ยังไม่ได้เผยแพร่ ออกหมด ซึ่งเป็นบทคัดย่อที่ได้มาในช่วงเวลาเดียวกับบทคัดย่อของพี่ บทคัดย่อในสาขาวิทยาศาสตร์ทั้งหมด  ส่วนบทคัดย่อที่ผมพิมพ์เอง จากหนังสือรวมบทคัดย่อ และงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขปีเก่าๆ เรื่องเหล่านั้น ผมเอาไว้ เพราะในบางเวบของสาธารณสุข ก็มีบทคัดย่อเหล่านั้นเช่นกัน


เมื่อเกิดเรื่อง ผมได้พยายามค้นหาชื่อของพี่ ดูว่ามีที่เวบไหนอีกบ้าง เคยลองเข้าไปค้นในเวบ pantip, sanook  ไม่น่าเชื่อว่า มีชื่อ-นามสกุลของพี่อยู่ในกระทู้หนึ่งด้วย อ่านเนื้อหา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานของพี่ หรือ สิ่งที่พี่ทำอยู่เลย ผมเลยแจ้งให้ลบกระทู้นั้นใน pantip และ sanook นั้นออกไป เจออยู่ 3 กระทู้ และพยายามเข้าไปลองค้นชื่อพี่ในหลายๆเวบ แต่ก็ไม่เจออีกครับ  ซึ่งถ้าพี่มาค้นเจอ พี่อาจจะไม่สบายใจ หรือคิดว่า ผมเป็นคนทำอีกก็ได้ เสียดายที่ผมไม่ได้เก็บหลักฐาน หรือจับหน้าจอกระทู้ที่มีชื่อ นามสกุลของพี่ใน pantip เอาไว้


เวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง พี่โทรบอกเพื่อนผม หรือ เขียนข้อความไว้ที่ไหนสักแห่ง ผมได้อ่านแล้ว พยายามเมล์ติดต่อกับพี่ แต่เมล์ถูกตีกลับ คงเป็นเมล์เก่าที่พี่ไม่ใช้แล้ว ผมอยากจะคุยกับพี่ให้พี่สบายใจ อยากจะตอบทุกคำถามที่พี่สงสัยในตัวผม แต่ไม่ทราบจะติดต่อได้อย่างไร เมื่อเวลาผ่านไป แล้วเห็นข้อความของพี่ที่บอกว่าจะไม่เอาเรื่อง ผมคิดว่า พี่คงสบายใจแล้ว คงแก้ไขปัญหาที่คาใจได้แล้ว


แต่ 19 มค 52 เห็นข้อความของพี่อีกครั้ง เห็นแล้วไม่สบายใจที่ยังมีปัญหาที่ยังค้างคาใจพี่อยู่.... นั่งอ่านข้อความของพี่หลายๆรอบ พี่คงไม่พอใจ แค้นผมมากๆ อยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด  ผมไม่ได้ติดใจในส่วนของการดำเนินคดี แตไม่สบายใจต่อความรู้สึกของพี่ต่างหาก เพราะเวลาผ่านมาหลายเดือน ปีกว่าๆแล้ว พี่ยังมีสิ่งที่ติดค้างคาใจเช่นเดิม


ค้นเจอในเวบของพี่ รู้ว่าพี่ลาศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ถ้าพี่อยู่ในประเทศไทย ตั้งใจว่าจะไปหาพี่สักครั้ง ไปนั่งคุยกับพี่ อธิบายในส่วนของผม ส่วนพี่จะดำเนินการอย่างไรกับผมต่อไป ก็คงให้เป็นไปตามความตั้งใจของพี่แหละครับ แต่ในฐานะที่เป็นรุ่นน้อง และยังจำภาพในวันแรกที่เจอพี่  น้องคนนี้ ไม่เคยไม่พอใจพี่ ตอนที่เกิดเรื่อง อยากไปหาพี่ ไปกราบขอโทษพี่ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไป


ผมไม่เคยคิดที่จะลอบกัดพี่นะครับ แต่ผมก็ไม่รู้จะพิสูจน์ยังไง เหมือนเรื่องที่ผมเคยไปแจ้งลบกระทู้ใน sanook, pantip ที่มีชื่อ นามสกุลของพี่ แต่ไม่ได้เก็บหลักฐาน จับภาพหน้าจอเอาไว้  เรื่องที่เคยไปออกรายการทีวี ที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักเขียนออนไลน์ ก็เป็นคำพูดโฆษณาให้รายการวันนั้นน่าสนใจ น่าติดตาม ซึ่งความจริง ผมไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงมากนัก ไม่ใช่ดารา นักร้อง หรืออาจารย์ ข้าราชการ แค่รู้จักพิธีกร เค้าเลยชวนไปออกทีวี  เป็นที่รู้จักเฉพาะคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเองครับ  สำหรับผม เป็นคนธรรมดาครับ มีทั้งความดี ความชั่ว พูดออกไปตรงๆ เป็นอย่างไรก็ว่าไปอย่างนั้น คำพูดอาจจะฟังดูไม่รื่นหู หลายครั้งก็เข้าใจคนอื่นผิดบ้าง แต่เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยทำความเข้าใจกัน เมื่อผิดก็ยอมรับผิดด้วยเหตุด้วยผล


สุดท้าย ถ้าหากทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น ในการดำเนินการใดๆ ก็สุดแท้แต่พี่เถิดครับ แต่ขอให้ค้นหาความจริง ต้นเหตุที่บทคัดย่อของพี่หลุดออกมาว่ามาได้อย่างไร จากจุดไหน เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆ  เกือบกลางปี 2551 เกิดกรณีคล้ายๆกับของพี่ มีงานวิจัยที่ยังไม่ได้เผยแพร่ เจ้าของงานกำลังส่งงานวิจัย ขออนุมัติจบ แต่มีคนเอาไปเขียนอ้างอิงในงานวิจัยของอีกสถาบันหนึ่งแล้ว ลักษณะแบบนี้ อาจจะใช้วิธีเอาผลงานวิจัยออกมาแบบของพี่หรือเปล่า ผมอยากปรึกษากับพี่ในประเด็นนี้เช่นกัน บางทีพี่อาจจะมีโปรแกรมที่ตรวจจับ หรือสืบค้นหาต้นตอได้ กรณีอย่างนี้ อาจจะมีการทำหลายครั้ง



ถ้ารู้ที่มาที่ไป ข้อมูลในส่วนนี้ได้ พี่จะดำเนินการอย่างไรกับผมก็สุดแท้แต่นะครับ แต่ขอให้เรื่องที่ผมสงสัย คาใจนี้ ได้รับการเปิดเผยบ้างนะครับ


* สำหรับข้อความที่พี่เขียนถึงผม เมื่อ จ. 19 ม.ค. 2552 @ 23:30 http://g.......
พี่จะให้คงเอาไว้อย่างนั้น หรือจะให้ลบครับ

ถ้าจะให้คงไว้เช่นนั้น
 ผมจะขออนุญาติ เอาสิ่งที่ผมเขียนมาข้างต้นไปแปะไว้ต่อท้ายข้อความที่พี่เขียนถึงผมนะครับเพราะจะขอใช้สิทธิ์ชี้แจงบ้าง
ถ้ามีคนเข้ามาอ่าน และสอบถามที่มาที่ไป ผมก็ขออนุญาติ เขียนอธิบายความตามที่เขียนชี้แจงพี่ไปแล้วนั่นแหละครับ เพราะผมเปิดเผย เหมือนที่พี่เห็นในบล็อกของผม ที่เอาคลิป  ข้อความลงในนั้น เป็นอย่างไรก็เขียนไปอย่างนั้น

ขอบคุณครับ
น้อง อ.อ.



.......

12 ความคิดเห็น:

  1. รุ่นพี่คือ พี่ อส.
    รุ่นน้องคือ นาย อ.อ.
    เรียก นาย ออ. ละกัน

    -----------

    กลับมาเปิดที่หน้าเวบที่ พี่ อส. เข้าไปเขียนข้อความนั้นไว้ มาจนถึงวันนี้ 7 ก.พ. น้อง ออ. ยังไม่ลบออก ทั้งๆที่พี่ อส. ต้องการประจาน ดิสเครดิตน้อง ออ. ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ น้อง ออ. น่าจะรีบลบออก แต่นี่กลับเฉยๆ แสดงว่า

    1.ไม่เดือดร้อนอะัไร
    2.ลืมไปแล้ว ว่าจะต้องลบ
    3.อาจจะเห็นใจ พี่ อส. ที่เวลาผ่านมานานเป็นปีแล้ว พี่ อส.ยังเจ็บแค้นในใจ จนต้องเข้ามาเขียนระบายความรู้สึกนี้ และอาจจะอยากให้พี่ อส.ได้ืำระบายความรู้สึกออกมาบ้าง จะได้รู้สึกดีขึ้น...

    แต่พี่ อส.จะดีัขึ้นจริงๆหรือ เพราะคนที่เข้ามาเขียนข้อความในลักษณะนี้ ต้องการให้ เป้าหมาย คือ น้อง ออ. เจ็บปวด หวาดกลัว ทุกข์ร้อน แ่ต่เค้าไม่ทุกข์ร้อน อย่างที่พี่ อส. ต้องการ แต่น้อง ออ.ได้เขียนระบายความรู้สึกออกมาเยอะแยะ หลายบรรทัดส่งถึงพี่ อส. แล้วยังส่งมาให้เราได้อ่านด้วย คงอยากให้รับรู้ และเป็นพยานให้ว่า คิดอย่างนี้นะ


    เรื่องของ พี่ อส. และน้อง ออ. ความจริงแ้ล้ว ในตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆ น้อง ออ. เค้าเขียนเล่าเรื่องราวไว้ในบล็อกของเค้า เขียนยาวๆ เล่ารายละเอียดว่า เรื่องเป็นยังไง เค้าทำผิดพลาดอย่างรู้เท่าไม่ึถึงการตรงไหน พอเกิดเรื่อง พี่ อส. โทรมาถาม น้อง ออ. ต่อมา คณะกรรมการในงานประชุมวิชาการแห่งนั้น ก็โทรมาถามน้อง ออ. ถามว่าทำๆไม เพื่ออะไร และขอให้ลบบทคัดย่อของ พี่ อส.ออกไป น้อง ออ. ก็ลบออกให้ และเป็นอย่างที่ ออ.เขียนร่ายยาวส่งถึงพี่ อส.นั่นเอง

    ซึ่งในบันทึกที่เขียนในบล็ิอกของ ออ. เขาเขียนเ่ล่าทุกอย่าง ระบุชื่อนามสกุลคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัว ออ. พี่ อส. ชื่อ อาจารย์ที่โทรมา แต่ต่อมา พี่ อส. มาอ่านเจอ ก็เขียนมาบอกว่า ให้ลบบันทึกนั้นออกไป ไม่งั้นจะเอาเรื่อง ออ. ก็ลบออก....

    ถ้ารู้เรื่องราวมาตั้งแต่ต้น เหตุเ้กิดเพราะไม่ได้มานั่งคุยกันให้ชัดเจน เรื่องเลยยุ่งๆ จนเวลาผ่านมาปี - 2 ปีกว่า ในขณะที่ น้อง ออ. แทบจะลืมไปแล้ว พี่ อส. ก็โผล่มาเขียนข้อความอย่างที่เห็น.....


    น้อง ออ เมล์มาปรึกษาว่า ไม่รู้จะทำยังไงดี ทำไมพี่ อส. ยังติดใจ คาใจนานตั้ง 2 ปีแล้ว....

    ตอบลบ
  2. มีคนถามว่า เรื่องนี้ ผิดตรงไหนยังไง

    จากข้อความที่น้อง ออ. เขียนเล่ามา ปัญหาคาใจอยู่ที่ บทคัดย่อของ พี่ อส. หลุดออกมาได้ยังไง

    ช่วงนั้น เราก็สันนิษฐานว่า

    1.ทางคณะกรรมการ ปล่อยออกมา
    2.ทางพี่ อส.นั่นแหละ ปล่อยออกมา
    3.น้อง ออ. ไปเอาออกมา
    4. ไม่ใช่ทั้ง 3 ข้อข้างต้น แต่มีคนที่ไม่มีใครคาดคิด เป็นคนเอาบทคัดย่อออกมา

    ลองมาคิดดูอีกที

    พี่ อส. คงไม่เอาออกมาหรอก ไม่งั้นคงไม่มาเรียกร้องความถูกต้องในตอนนั้น

    คณะกรรมการ ไม่น่าจะเอาออกมาหรอก มีงานที่ต้องทำเยอะ

    น้อง ออ.?
    อาจจะเป็นไปได้ เพราะเ้ป็นคนเอาบทคัดย่อมาใส่บล็อก แต่เมื่อเกิดเรื่อง พี่ อส. ท้วงติงมา น้อง ออ. ก็ลบออกให้ และลบบทคัดย่อที่สงสัยถึงที่มาว่าคล้ายๆกับกรณีของ พี่ อส. ออกไปหมด ลบทิ้งไปเลย

    สิ่งที่ควรจะทำ ก็คือ ใครส่งบทคัดย่อมาให้ น้อง ออ. ควรจะสืบสวนจากตรงนั้น จะได้ค้นหาที่มา ต้นตอได้ถูกต้อง ซึ่งก็ไม่น่าจะยาก ในการสืบสวนหาคนร้ายตัวจริงว่าใคร เจาะข้อมูลออกมา ข้อมูลรั่วมาจากจุดไหน....

    หรืออาจจะมีใครสักคนที่ไม่พอใจ พี่ อส. แล้วลงมือทำอย่างนี้

    แต่ประเด็นนี้ก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะ พี่ อส.บอกว่า มีบทคัดย่้อจากงานนี้หลุดออกมาหลายเรื่อง


    การหาต้นตอ ก็น่าจะเริ่มต้นที่คนที่ส่งบทคัดย่อมาให้น้อง ออ. แล้วตามไปแกะรอยหาคนร้ายตัวจริง...


    แต่เวลาผ่านมาตั้ง 2 ปีแล้ว ทำไมไม่คิดที่จะสืบสวนในตอนเกิดเรื่องล่ะ....

    ... แต่เรื่องแบบนี้ ต่างคนต่างเครียด จนอาจลืมคิดไปก็ได้ น่าเสียดายเหมือนกัน ที่ต้องคาใจมาถึงเวลานี้

    ตอบลบ
  3. ดูข้อความที่อ่านแล้ว ก็แปลกๆเหมือนกันที่ พี่ อส. จะสรุปอย่างนั้น
    พอมาอ่านที่ น้อง ออ. เขียนเปิดใจ ก็ยิ่งงงๆ ที่ทำไมถึงยังคาใจกันอยู่เป็นปีๆ
    ทั้งๆที่เรื่องก็แค่นี้เอง
    เป็นเรื่องความเดือดร้อนส่วนตัวเท่านั้น
    ดูแล้ว พี่กับน้องคู่นี้ คงจะแค้นกันเรื่องอื่นมากกว่ามั้ง

    มด

    ตอบลบ
  4. เอาข้อมูลที่คุยกันกับเพื่อนใน Msn ในเรื่องนี้ เมื่อวันก่อน
    เพื่อนที่คุยกัน เป็นลูกศิษย์ของ พี่ อส.


    หลังจากพิจารณาข้อความต่างๆแล้ว
    เขามองว่าในเวลานั้น พี่ อส.น่าจะโดน เจาะระบบ หรือ spyware มัลแวร์ ฯลฯ
    ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ เมื่ออยู่ในเครื่องของพี่ อส. จะสามารถเข้ามาดูข้อมูล เอาข้อมูลจากเครื่องของพี่ อส. ออกไปได้


    หรือ โปรแกรมเหล่านี้อาจจะอยู่ในเครื่องของ คณะกรรมการจัดการประชุมวิชาการนั้นก็ได้ ซึ่งประเด็นนี้ มีความเป็นไปได้สูง
    เพราะต้องรับข้อมูลมากมาย อาจติดไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์ก็เป็นได้ แล้วมีใครเข้ามาดึงข้อมูลออกไป



    มีร้านค้าบางแห่งแถวหัวหมาก ที่รับทำเอกสาร งานวิจัย ค้นหางานวิจัยทุกเรื่อง ในการทำวิทยานิพนธ์ ไม่ว่าต้องการเอกสารอ้างอิงเรื่องประเภทไหน สามารถหาให้ได้ทุกเรื่อง แหล่งข้อมูลเหล่านี้ น่าสนใจเหมือนกันว่า หาได้อย่างไร เคยมีคนไปใช้บริการร้านค้าประเภทนี้ เค้าสามารถนำบทคัดย่อจากราชภัฏ, มหาวิทยาลัยทั้งของรัฐ และเอกชน ออกมาให้ได้ ใครที่ทำเอกสารวิจัย จะมีเอกสารอ้างอิง สดๆใหม่ๆ ล่าสุด ประกอบในรายงานได้ทุกเรื่อง และขยายเป็นเครือข่าย สู่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ดังนั้น ตามงานจัดประชุมวิชาการ คงจะมีบุคคลกลุ่มนี้ เอาข้อมูลออกมาไว้ เพื่อรับจ้างทำเอกสารวิจัยต่างๆ


    น่าจะมีการสืบสวนสอบสวนในจุดนี้ให้มากๆ น่าจะได้คนร้ายตัวจริงมากกว่า ไปไล่บี้กับคนปลายเหตุ ซึ่ง พี่ อส. ก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา อย่างมาก ก็แค่ทำให้ น้อง ออ.ได้รับโทษ แต่คนร้ายตัวจริง ยังคงลอยนวล และทำผิดเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ....


    ** ประเด็นต่อมา ได้คุยกับเพื่อนทางห้อง chat เรื่องที่น้อง ออ. ปล่อยข้อความที่ พี่ อส.เขียนประจานไว้ ไม่ลบทิ้ง
    ผิดปกติมาก ทำไมไม่เดือดร้อน


    เมื่อมานั่งอ่าน ข้อความที่น้อง ออ.เขียนถึงพี่ อส. มองได้ว่า น้อง ออ. เห็นใจ เสียใจที่ พี่ อส. ยังคาใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้ว น้อง ออ. ก้ไม่รู้จะช่วยยังไง ชี้แจงยังไง ถ้าพี่ อส. อยากจะประจาน ก็ตามใจ ก็จะไม่ลบ .....


    แต่การที่ พี่ อส. มาเขียนประจาน มันเป็นการทำให้ลดความชอบธรรมของตัวพี่ อส.เอง เพราะพี่ อส.กล่าวหา น้อง ออ.ว่า


    " ......ด้านหน้าของนาย อ.อ. คือคนที่ได ้รับการยกย่อง แต่เบื้องหลังคือคนที่ทำร้ายคนอื่น ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายผิด แต่กลับมีพฤติกรรมลอบกัดไม่เลิก ซึ่งผมจะดำเนินคดีทางกฏหมายแน่นอน...."




    ไปๆมาๆ พี่ อส. ก็ใช้พฤติกรรมที่ไปกล่าวหา น้อง ออ. คือ ใช้พฤติกรรมแบบลอบกัดไม่เลิก หากฝ่ายตรงข้ามยกมาต่อสู้ ก็จะลดทอนความน่าเชื่อถือของ พี่ อส.ได้ ว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างคน 2 คน เหมือนเด็ก 2 คนทะเลาะกัน เขียนด่าว่ากันไปมา และ พี่ อส. ก็เข้าไปเขียนประจานน้อง ออ. บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถ้ามีการสอบถามถึงที่มาที่ไป ก็สามารถที่จะรู้ชื่อของคนเขียนข้อความนี้ คือ พี่ อส. เพราะมีคู่กรณีคนเดียวนี่แหละ และน้อง ออ. เคยเขียนเล่าในบล็อกของเขา ระบุชื่อ นามสกุลจริงของคนที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์มาแล้ว.... พี่ อส. มีแต่เสียกับเสีย เพราะทำงาน มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่เป็นที่รู้จักในแวดวงที่ทำงานอยู่ แถมยังมีระดับการศึกษาที่สูงกว่า แต่น้อง ออ. ไม่ได้อยู่ในแวดวงทำงานนั้น ไม่มีตำแหน่ง แทบไม่มีอะไรต้องเสียหายเลย



    ช่วงที่เกิดเรื่อง ทราบมาเช่นกันว่า พี่ อส. พยายามไปเรียกร้องสิทธิความชอบธรรม และความถูกต้องกับหลายฝ่าย จนดูวุ่นวายไปหมด ตรงจุดนี้กระมังที่ทำให้เกิดเรื่องใหญ่โต ทั้งๆที่ไม่รู้จะหาสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างไร แต่การเรียกร้องความถูกต้อง เหมือนการไปกล่าวหาหลายคน ไม่ว่าใครก็ต้องปกป้องตัวเอง จนทำให้ดูเหมือนกับ พี่ อส. ไปสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว



    ความจริงในเวลานั้น น่าจะระดมสมองวิเคราะห์เหตุที่เกิดขึ้น ด้วยสติ และเหตุผลความเป็นไปได้

    1.ข้อมูลหลุดออกมาได้อย่างไร
    2.ทำไมคนที่เอาบทคัดย่อออกมาถึงรู้ว่า ข้อมูลอยู่ที่ไหน และต้องเอาบทคัดย่อของใครบ้าง
    3.แล้วข้อมูลไปปรากฏที่บล็อกนั้นได้อย่างไร แล้วข้อมูลถูกส่งไปที่ไหนบ้าง

    คนที่ทำผิด ย่อมที่จะต้องระมัดระวังตัว หวาดกลัวไปทุกเรื่องที่จะนำความผิดมาสู่ตัวเอง
    ถ้าคนที่ไม่ได้ทำผิด และบริสุทธิ์ จะเฉยๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เดือดร้อนกระวนกระวายกับสิ่งที่เกิดขึ้นมา

    ตอบลบ
  5. พี่ อส. เค้า post ข้อความนี้ในเวบแห่งหนึ่งอีกแล้วครับ
    เมื่อ April 19, 2009 7:42 PM

    พี่น้อง ควรต้องไปทำความเ้ข้าใจกันแ้ล้วล่ะครับ

    ------------------- ข้อความ -------------

    นาย อ.อ. (บ) เคยนำบทคัดย่อผลงานทางวิชาการของหลายคนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการงานประชุมวิชาการไปโพสต์ในเว็บบล็อกของตน เมื่อทางเจ้าของผลงานแจ้งให้ทางผู้จัดการประชุมสัมมนาฯ ตรวจสอบ ภายหลังนาย อ.อ. ด้โพสต์ข้อความในเว็บบล็อกของตนอีกครั้งในลักษณะกล่าวโทษว่า ผลงานทางวิชาการของผู้สมัครอาจจะถูกแฮ็กไปจากคอมพิวเตอร์ของผู้ที่แจ้งไปยังผู้จัดประชุมฯทั้งที่ความจริงแล้วไม่น่าเป็นไปได้ เพราะมีผลงานของหลายคนจากหลายสถาบันการศึกษาถูกนำไปโพสต์ในเว็บบล็อกของนาย อ.อ. ดังนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรว่าคอมพิวเตอ์ของเจ้าของผลงานหลายคนจะถูกแฮ็กในเวลาเดียวกันและถูกนำไปโพสต์ในเว็บบลอกเดียวกัน

    และอีกอย่างถ้าผลงานของผู้สมัครส่งผลงานไปที่ประชุมถูกแฮ็กจริง แล้วนาย อ.อ.ไปได้บทคัดย่อเหล่านั้นมาจากผู้แฮ็กได้อย่างไร

    แต่ผู้ที่แจ้งไปยังผู้จัดประชุมและถูกนาย อ.อ. แก้ตัวกล่าวโทษไม่ได้คิดจะเอาผิดกับนาย อ.อ.ในตอนนั้น แต่ภายหลัง นาย อ.อ.กลับแก้ตัวกล่าวโทษผู้ที่แจ้งดังที่กล่าวไปข้างตน และสิ่งที่น่ารังเกียจมากกว่านั้นคือ นาย อ.อ. ได้นำชื่อของผู้ที่เป็นเจ้าของผลงานวิชาการคนหนึ่งและเป็นผู้ที่แจ้งผู้จัดการประชุมให้ทราบ ไปโพสต์พาดพิงถึงในเว็บบล็อกของตน และเว็บบล็อกอื่นๆ ซึ่งเป็นการเจตนากลั่นแกล้งและก่อกวนผู้ที่แจ้งให้ทางผู้จัดประชุมทราบ

    สิ่งที่นาย อ.อ. กระทำเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ และไม่สมควรจะได้รับการยกย่อง จึงอยากของแสดงความคิดเห็นไว้ตรงนี้ เพืื่อให้ทางผู้จัดรายการ Only The Lonely ได้พิจารณา ซึ่งเรื่องนี้สามารถตรวจสอบความจริงได้ งานประชุมวิชการที่ว่านั้น มีชื่อย่อว่า วทท.



    Posted by Anonymous to บันทึกเกี่ยวกับรายการ only the lonely ทาง ASTV3 at April 19, 2009 7:42 PM

    ----

    ตอบลบ
  6. พี่ อ.ส. เค้า post ข้อความนี้ในเวบอีกแห่งหนึ่งแล้ว
    เมื่อ 01 กันยายน 2522 | 15:17:40

    --------------------------------


    อยากให้ อ.อ.อธิบายถึงการนำบทคัดย่องานวิจัยของหลายคนที่ส่งไปสมัครนำเสนผลงานไปโพสต์ใน เว็บบล็อกโกโทโนให้ฟังหน่อย เคยได้ยินไหม
    แล้วคนที่แจ้งทางผู้จัดประชุมทราบก็ถูกคนที่แอบนำบทคัดย่อไป ไปแอบอ้างชื่อโพสต์ตามเว็บบล็อกต่างๆ
    เปรตนทำตัวไหนทำ อ.อ.รู้ตัวมันไหม
    ข้อมูลจะถกส่งให้ตำรวจแน่ๆ

    ิbon22@mail55.com | 01 กันยายน 2522 | 15:17:40

    ตอบลบ
  7. รายงานการติดตาม

    ฝั่งคุณ อ.ส. post อีกแล้ว ที่ mblog manager


    ---------------
    นาย บ คนนี้แหละที่เคยแอบอ้างชื่อคนอื่นไปฌพสต์ข้อความตามเว็บบล็อกต่างๆ

    นาย บ ช่วยอธิบายหน่อย
    เมียที่ว่าเสียชีวิต ตายยังไง

    14 ธันวาคม 2552 | 02:10:58

    133.82..251.202

    ตอบลบ
  8. รายงานการติดตาม
    แล้วคุณ อ.ส. ก็ post อีกแล้่ว ที่mblog ข่มขู่ว่า...
    ------
    แน่ใจหรือว่าตำรวจจะจับไม่ได้
    ไม่มีการให้อภัยเด็ดขาด


    -----
    18 ธันวาคม 2552
    133.82.251.202

    ตอบลบ
  9. ถือว่า เป็นวิบากรรมก็แล้วกันนะครับ
    คุณ อ.ส. คงแค้นฝังใจ 10ปีไม่สายที่จะแก้แค้น

    ทั้งๆที่น่าจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีักว่านี้
    ดีกว่าการมา post ด่าเพื่อความสะใจ

    ถ้าคิดอีกมุมหนึ่ง ถ้ามีใครทำแบบนี้ักับคุณ อ.ส. มั่ง เค้าคงคลั่งแค้นมากกว่านี้

    ตอบลบ
  10. เช็ค IP address
    133.82.251.202

    OrgName: Japan Network Information Center
    OrgID : JNIC
    Address : Kokusai-kougyou-kanda- Bldg 6F
    Address : 2-3-4 Uchikanda
    City : Chiyoda-ku
    StateProv : Tokyo
    PostalCode : 101-0047
    Country: JP

    NetRange: 133.0.0.0 -133.255.255.255
    CIDR: 133.0.0.0/8
    NetName: JAPAN-INET
    NetHandle: NET-133-0-0-0-1
    ....

    ตอบลบ
  11. รายงานการติดตาม
    แล้วคุณ อ.ส. ก็ post อีกแล้่ว ที่mblog ข่มขู่ว่า...
    ------

    บ. ภรรยาสบายดีไหม
    ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่ มข.บ้างไหม
    ไปเยี่ยมอาจารย์ที่ปรึกษาบ้างหรือเปล่า
    ช่วยแนะนำแหล่งบทคัดย่อทางวิชา�

    55 ab@ab.com 133.82.251.202
    เมื่อ 21 ธ.ค.2552

    ตอบลบ
  12. บ ถามหน่อยสิ นึกยังไงถึงเอาชื่อแฟนตัวเองไปรวมกับชื่อผู้ชายคนอื่นตั้งเป็นนามแฝง บ รู้สึกอย่างไร ถามอีกหน่อย บ กลัวติดคุกไหม ยิ่งเป็นที่รู้จักของคนเยอะๆ มีรูปบนเว็บอย่างนี้ กลัวถึงวันติดคุกบ้างไหม นี่ที่ถามนี่สมมุตเฉยๆ นะ คืออยากรู้ความรู้สึกน่ะว่าสมมุตถ้าเป็นอย่างนั้นบ จะทำยังไง ปีใหม่ส่ง สคส ไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาที่ มข. บ้างไหม อยากฝากอะไรถึงอจารย์ที่ปรึกษาไหม

    55 | 11 มกราคม 2553 | 00:43:04
    ไอพีตัวเดิม

    ตอบลบ