++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

“พิภพ” แฉแผนฆ่า “สนธิ” พร้อม “สุริยะใส” - ปิด ASTV ซ้ำ หวังปลุกเสื้อเหลืองลุกฮือ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

“พิภพ” แฉแผนฆ่า 2 ส. “สนธิ-สุริยะใส” ตามด้วยปิดเอเอสทีวี หวังบีบเสื้อเหลืองลุกฮือ แต่แผนผิดพลาด ย้ำพันธมิตรฯ ไม่หลงกล เชื่อ “มาร์ค” ฟื้นภาวะผู้นำหลังปราบม็อบเสื้อแดง จี้สอบเหตุระบบความปลอดภัยหละหลวม ใครเกียร์ว่างปลดได้ทันที งง “บิ๊กป๊อก” บอกใครๆ ก็มีอาวุธสงคราม แทนที่จะหามาตรการควบคุม เตือนนายกฯ อย่าหลงกลพรรคร่วม แก้ไข รธน.คืนอำนาจให้ “นช.แม้ว”
      
        คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
      
       เวลา 21.15 น.วันที่ 18 เม.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวทีคอนเสิร์ตการเมือง ครั้งที่ 6 ที่ภูเก็ตว่า จากการชุมนุมของพี่น้องพันธมิตรฯ และเกิดการบาดเจ็บนั้น ขณะนี้ได้มีการจ่ายเช็คช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมอย่างต่อ เนื่อง ซึ่งมีเงินบริจาคในส่วนนี้เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการบริจาคขอให้บริจาคในส่วนของพันธมิตรฯ สู้คดี ส่วนเงินที่เหลืออยู่ประมาณ 6 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ต้องผ่าตัดรักษาเพิ่มเติม
      
       นายพิภพกล่าวต่อว่า การลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล นั้น จากข่าวที่ทราบมาเขาต้องการฆ่าพร้อมกัน 2 ส. อีก ส.คือ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ โดยกะจะฆ่าพร้อมๆ กัน หากสำเร็จก็จะฉวยโอกาสปิดเอเอสทีวี เพื่อให้พี่น้องพันธมิตรฯ ลุกฮือออกมาก่อความวุ่นวาย แต่แผนนี้ผิดพลาด และทราบว่ามีแผนจะฆ่าคนต่อๆ ไปอีก แต่พวกเราไม่กลัว เพราะใครที่ผ่าน 193 วันมาแล้ว ย่อมปราศจากความกลัว เราผ่านมาแล้ววันที่ 7 ตุลาฯ ผ่านเหตุการณ์ที่มีคนยิงเอ็ม 79 เข้ามามีคนเจ็บคนตายทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะฆ่าแกนนำแล้วปิดเอเอสทีวี เพื่อให้เรากลัวและออกมาก่อความมั่นวายนั้นอย่าหวังเลย เราไม่หวั่นไหว ไม่เคยตกหลุมกลลวงให้เกิดการเผาบ้านเผาเมือง เพราะเราเคยผ่านการเรียนรู้ด้วยสติปัญญาจากการชุมนุมมาก่อน และยังสั่งสมเตรียมพร้อมสร้างการเมืองใหม่อีกด้วย
      
       “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พยายามแยกเสื้อแดงแท้กับแดงเทียมออกจากกันระหว่างการชุมนุม แต่ไม่ได้พูดว่าการชุมนุมกลุ่มไหนจริงใจ กลุ่มไหนเป็นอันธพาล รับจ้างมาป่วนเมืองแล้วจัดการเป็นส่วนๆ ไป เพราะเราไม่ต้องการให้คนอย่างนักโทษชายทักษิณมายุยงให้แตกแยก แต่เรามียุทธศาสตร์ปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ล้างการเมืองเก่าที่ใช้ข้าราชการ นักการเมืองเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์” นายพิภพ กล่าว
      
       แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายทักษิณต้องการนำคนของเขาเข้ามาเพื่อแก้ไข กฎเกณฑ์ เปิดทางให้ตัวเองเข้ามาเสวยอำนาจและทรัพย์สินได้ ทั้ง 73,000 ล้าน และอีกเป็นแสนล้านที่ซุกซ่อนไว้ที่ต่างๆ โดยไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ทั้งการล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ผู้นำประเทศหนีกระเจิง ทุกประเทศเสียโอกาสที่จะหารือช่วยเหลือฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตของยุโรป อย่างน่าเสียดายและประเมินค่าไม่ได้เลย ทำให้สังคมโลกได้เห็นธาตุแท้ของ พ.ต.ท.ทักษิณว่าเป็นอย่างไร
      
       นายพิภพกล่าวต่อว่า ยังโชคดีที่นายอภิสิทธิ์ตั้งหลักได้หลังจากนั้น จัดการกับกลุ่มเสื้อแดงไม่ให้ต่างประเทศมองเราเป็นตัวตลก แม้ว่านายอภิสิทธิ์จะดูเหมือนหุ่นเชิดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่ก็ตาม แต่เชื่อว่าความเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่จะสามารถลบคำครหานี้ มองนำหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพได้ด้วยการแสดงความเป็นผู้นำ ไม่มีสถานการณ์ใดที่จะเหมาะเท่ากับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการ ประชุมที่เมืองพัทยาได้อีกแล้ว และต้องสอบให้รู้ด้วยว่าใครอยู่เบื้องหลังการพยายามฆ่าตัวนายกรัฐมนตรี ถ้าใครทำงานไม่สนองการแก้ไขปัญหาก็ปลดและปรับเปลี่ยนได้เลย
      
       นายพิภพกล่าวต่อถึงกรณีลอบสังหารนายสนธิอีกว่า มีผู้ใหญ่ในกองทัพบอกว่าเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะใครก็ได้มีอาวุธสงคราม ไม่น่าเชื่อว่าคำคำนี้ออกมาจากผู้บัญชาการทหารบก เราไม่ได้บอกว่าท่านเกี่ยวข้อง แต่ท่านต้องบอกว่าท่านจะรับผิดชอบอย่างไร อาวุธสงครามเหล่านี้ไม่ได้มาจากกลุ่มมาเฟียทหารและตำรวจใช่หรือไม่ ทำไมไม่พูดว่าจะร่วมมืออย่างเต็มที่ที่จะตรวจสอบเหตุการณ์นี้ และทำไมกล้องวงจรปิดต้องมาเสียก่อนเกิดเหตุด้วย นอกจากนี้ทำไม ให้ พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ มารับผิดชอบคดีนี้ ทั้งที่เป้นอริกับนายสนธิ และทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
      
       “ผมเชื่อว่าถ้าท่านใช้กลไกตามปกติคงจะสอบสวนไม่ถูก นายอภิสิทธิ์ต้องแสดงความเป็นผู้นำแก้ไขปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ต้องระวังอย่าตกหลุมพรางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำไปสู่การยุบสภา เพราะพวกนี้เริ่มจะเคลื่อนไหวในสภาเพื่อปลดล็อกให้ 111 คน และ 109 คน เพื่อนำอำนาจเข้าหากลุ่มทักษิณอีกครั้งหนึ่ง ภาวะเช่นนี้ดีที่สุดที่นายอภิสิทธิ์จะต้องสกัดกั้น และแสดงความเป็นผู้นำในระดับประเทศและในสายตาโลกได้” นายพิภพกล่าวทิ้งท้าย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000043597



“ลุงจำลอง” เชื่อเหตุลอบยิง “สนธิ” หวังกำจัดคนปกป้องชาติ-ทำลายการเมืองภาค ปชช.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


   
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “จำลอง” เชื่อเหตุลอบสังหาร “สนธิ” หวังกำจัดตัวการสำคัญปกป้องชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ และสกัดกั้นการเมืองภาคประชาชนไม่ให้เติบโต คากผู้บงการหวังให้ “สนธิ” ตาย จุดชนวนสงครามมวลชนเสื้อเหลืองปะทะเสื้อแดง นำไปสู่การปฏิวัติของผู้ที่กระหายอำนาจในการเมืองไทย
      
        คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย
      
       เวลา 20.30 น. วันที่ 18 เม.ย. นายปานเทพ พัวพงพันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตการเมือง พร้อมกับแกนนำพันธมิตร ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ร่วมกันจังหวัดอื่นๆ โดยได้กล่าวความในใจถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องมีความอดทนต่อการยั่วยุ กลเกมที่ซุกซ่อนเพื่อหลอกล่อให้เพลี่ยงพล้ำ แต่พันธมิตรฯ ก็พยายามที่จะข้ามผ่านสิ่งเหล่านี้ให้ได้ด้วยพลังแห่งสติปัญญา และความอดทน
      
       นายปานเทพ กล่าวว่า การลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล คนบงการคงจะคาดหวังว่าการจัดงานคอนเสิร์ตการเมืองคงจะหวั่นไหว จนต้องเลื่อน หรือยุติลง แต่งานนี้ยิ่งทำให้พลังเสื้อเหลืองได้แสดงพลังเข้มแข็งเข้ามาร่วมงานอย่าง ถล่มทลาย
      
       ต่อมา 4 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้แก่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้ขึ้นเวทีพร้อมร้องเพลงเทียนแห่งธรรมร่วมกับพันธมิตรฯ เสียงกึกก้อง โดยมีน้องบอล วัย 4 ขวบ จาก จ.นครศรีธรรมราช มาขึ้นเวทีด้วย และได้กล่าวว่า “ลุงสนธิสู้ๆ นะครับ”
      
       พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวปราศรัยว่า ตนยืนบนเวที สิ่งที่ไม่เหนือความคาดหมายคือได้เห็นพี่น้องพันธมิตรฯ จากทั่วประเทศเดินทางมาแสดงตัวในเวที จ.ภูเก็ตสุดลูกหูลูกตา ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และตะวันตก แต่ที่เราคาดไม่ถึงก็คือขาดไป 1 แกนนำ คือนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทั้งที่อยากมาร่วมใจจะขาด สาเหตุในการลอบยิงนายสนธิไม่ใช่แค่ขัดแย้งทางการเมือง เพราะถ้าหมายความเช่นนั้นหมายความว่าต่างฝ่ายต่างเห็นการเมืองเป็นคนละอย่าง
      
       “แต่สาเหตุจริงๆ มาจาก 1.นายสนธิเป็นตัวการสำคัญในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทำให้ต้องการกำจัดเพราะมั่นใจว่า ถ้าเกิดเหตุคุณสนธิถึงแก่ชีวิตคนเสื้อเหลืองจะลุกฮือ คนเสื้อแดงก็จะเข้ามาปะทะ และเกิดกลุ่มที่สามฉกฉวยโอกาสปฎิวัติควบคุมอำนาจเพราะอ้างรัฐบาลควบคุม สถานการณ์ไม่ได้ แต่ได้เกิดปาฎิหาริย์ทำให้คุณสนธิรอดมาได้
      
       "ส่วนสาเหตุที่ 2. การเมืองภาคประชาชนเติบโตและเดินหน้า มีคนรู้เรื่องการเมืองมากมายมารวมกลุ่มกันซึ่งไม่เคยมีครั้งไหนเกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะมีคุณสนธิ เป็นศูนย์กลางในการเริ่มต้นรวบรวมคนทั่วประเทศ ถ้าขาดเขาสักคนหนึ่งคงคิดว่าพันธมิตรฯ จะอ่อนระโหยโรงแรง และไม่มี ASTV เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน
      
       “เวลาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯ มีเหตุมีผลและมีความจำเป็น เราทำด้วยความสงบ ไม่มีอาวุธ ต่างจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่สั่งการผ่านจอ บอกว่าจะเลียนแบบพันธมิตรฯ แต่ทำไมยึดรถเมล์ 60 คัน และเผาไปกว่า 30 คัน ยังไม่รวมเอารถแก๊สมาขู่ต่อรองกับความปลอดภัยกับชาวบ้าน แบบนี้พี่น้องต้องโห่ให้หน่อยแล้ว เพราะถ้าทำแบบนี้เราจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมเลย” พล.ต.จำลอง กล่าวในที่สุด

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000043594


“สำราญ” ปูดอำนาจใหม่จ้องล้ม “เหลือง-แดง” จวกรัฐบาลขาสั่น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์     18 เมษายน 2552 20:35 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น


สำราญ รอดเพชร



       
ศูนย์ข่าวภูเก็ต – “สำราญ” เผยข้อมูลวิเคราะห์วงในพบกลุ่มอำนาจใหม่จ้องล้างบางกลุ่มพันธมิตรฯ และเสื้อแดง เพื่อสถาปนาอำนาจตัวเองเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่แกนนำพันธมิตรฯ ไม่ออกมาเคลื่อนไหวสู้กับเสื้อแดง อ่อนใจรัฐบาล “มาร์ค” มัวแต่ยืมจมูกคนอื่นหายใจเลยไม่กล้าตัดสินใจให้กระทบกระทั่งใคร วางเฉยแม้แต่จะปรับโครงสร้างผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงให้ประเทศเสียหน้าใน งานประชุมอาเซียนซัมมิต แถมพกอาวุธสงครามถล่ม “สนธิ ” เย้ยอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกลางกรุง
      
        คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสำราญ รอดเพชร ปราศรัย
      
       วันนี้ (18 เม.ย) เมื่อเวลา 18.50 น. สาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสหภาพแรงงานรัฐวิสากิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้นำทีม สรส.สาขาภูเก็ต ขึ้นเวทีประกาศเจตนารมย์ยืนยันและยืนหยัดอยู่ข้างภาคประชาชน โดยไม่หวั่นต่อความรุนแรงของอำนาจอธรรมที่คุกคาม ด้วยยึดมั่นในความดีที่เชื่อมั่นว่าจะเป็นเกราะกำบังให้แคล้วคลาดจากสิ่งเลว ร้าย ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งปลอดภัยด้วยคุณงามความดีที่กระทำไว้ และนับจากนี้จะพยายามขยายให้ภาคประชาชนร่วมกันสร้างความดีค้ำจุนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้ตั้งอยู่ท่ามกลางด้วยใจของประชาชนอย่างมั่นคง
      
       จากนั้นเวลา 19.05 น. นายสำราญ รอดเพชร พิธีกรสถานีข่าว ASTV ปราศรัยบนเวทีว่า ตนมั่นใจว่าพลังคนเสื้อเหลืองจะสามารถรักษาบ้านเมืองได้อย่างแน่นอน เพียงแค่เวทีคอนเสิร์ตวันนี้ เมื่อมีการวัดจากพลังเสียงมือตบและประเมินด้วยสายตาแล้วมีความสามัคคีมารวม ตัวกันเป็นเรือนแสนแล้ว
      
       นายสำราญกล่าวต่อด้วยว่า นับจากวันที่กลุ่มเสื้อแดงบุกล้อมทำเนียบนั้น เป็นที่แน่นอนว่า นช.ทักษิณ ชินวัตร อยากได้ทรัพย์สินและล้างมลทินให้แก่ตัวเอง แต่เท่าที่ได้เกาะติดข้อมูลค้นพบว่ายังมีความพยายามของบางกลุ่มที่เป็นศูนย์ อำนาจต้องการทำลายทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง เพื่อจะตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจขึ้นมา แกนนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงไม่ต้องการตกเป็นเครื่องมือ เพราะมิฉะนั้นจะมีคนไทยฆ่ากันตายจำนวนมาก
      
       “มีการออกแบบอำนาจอย่างนั้นจริงๆ ผมและหลายๆ คนเชื่ออย่างนี้ รัฐบาลก็น่าจะระแคะระราย แต่ใครจะเป็นศูนย์อำนาจนั้นผมไม่อยากโดนเอ็ม 16 ตรงเวทีนี้ เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องพึ่งจมูกคนอื่นหายใจจึงมากขบเหลี่ยมกัน อยู่ ไม่มีใครเป็นตัวของตัวเองเพราะโครงสร้างต่างๆ ยังซ้อนและผสมกันอยู่ แม้แต่นายเนวิน ชิดชอบ ก็ยังไปปรากฎตัวในงานอาเซียนซัมมิตได้” นายสำราญกล่าวต่อและว่า
      
       ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่การล้อเล่น แต่เอากันถึงตาย ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเลือกและจัดการอย่างไร และเป็นที่น่าเสียดายว่ารัฐบาลก็ยังไม่มีความกล้าหาญที่จะปรับโครงสร้างด้าน ความมั่นคงหลังจากปล่อยให้การประชุมอาเซียนซัมมิตล้มลงต่อหน้าต่อตา มีการใช้ความรุนแรงท้าทาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ โดยลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่สุดท้ายก็แต่งตั้ง พ.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ รับผิดชอบคดี ตราบใดที่ยังไม่กล้าและเข้มแข็งพอบ้านเมืองก็จะอยู่อย่างลำบาก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000043580

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น