++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

จากแผ่นฟิล์มสู่ "เมล็ดพันธุ์แห่งน้ำใจ"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    
ป็อบ-นก สองผู้กำกับสาว “ปักษ์ใต้บ้านเรา” ต่อยอดกิจกรรมบุกรั้วม.มหิดลชวนวัยโจ๋ เผยนิยาม "น้ำใจ" สู่เพื่อน พี่ น้อง และสังคม หวังขยายโอกาสให้เยาวชนร่วมแบ่งปันความสุขกว่า 25 สถาบัน
      
       โครงการ “ปลูกน้ำใจในบ้านเรา” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมต่อยอดจากการจัดทำภาพยนตร์สารคดี “ปักษ์ใต้บ้านเรา” ของ สองผู้กำกับสาว “นก”นิสา คงศรี และ “ป็อบ” อารียา ศิริโสภา ที่เน้นเรื่องของความมีน้ำใจ เพราะเชื่อว่าคนไทยยังไม่ลืมคำว่าน้ำใจ
      
       นิสา คงศรี หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ “ปักษ์ใต้บ้านเรา” กล่าวถึงที่มาโครงการ ปลูกน้ำใจในบ้านเรา “ โครงการนี้เพียงแต่ปรารถณาจะแบ่งบันให้กับคนไทยด้วยกันได้รับรู้ถึงเรื่องรา วดีๆ ที่ยังพอมีอยู่ในสังคม ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ปักษ์ใต้บ้านเรา” จึงถือว่าเป็นเรื่องราวการส่งต่อน้ำใจ เพราะเชื่อว่าคนไทยยังลืมคำว่าน้ำใจ แต่อาจแค่ทำมันหล่นหาย จึงถือโอกาสเลือกที่จะสื่อสารกับนักศึกษา ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นปัญญาชนและเป็นอนาคตของชาติ ผ่านกิจกรรมที่มาจากความคิดของเขาเอง”
      
       สำหรับเหตุผลที่สองผู้กำกับคนเก่งเลือกวัยรุ่น นักศึกษา เป็นกระบอกเสียงต่อความหมายดีๆ ของคำว่า น้ำใจ นั้นมาจากความรู้สึกที่ละอยากให้เยาวชนมีส่วนร่วมทำกิจกรรมเพื่อตัวเองและสั งคม
      
       “ มีคนบอกว่านักศึกษาสมัยนี้ไม่ได้เรื่อง ไม่เอา แต่เราเชื่อว่ายังมีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่สนใจและชอบทำกิจกรรมระหว่างเรีย น เพราะเราเคยเป็นนักศึกษา และชอบทำกิจกรรม เราจึงสะกิดใจด้วยการนำภาพยนตร์เรื่อง “ปักษ์ใต้บ้านเรา” ไปให้ชม และร่วมกันพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ แม้ว่าจะยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุด แต่เรามีความรู้สึกว่า นักศึกษาที่ร่วมงานกับเรา น่าจะได้มีส่วนร่วมในการสร้างกิจกรรมของตัวเอง โดยเน้นไปที่การปลูกจิตสำนึก ในเรื่องของ “น้ำใจ” ซึ่งเป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่เขาอยากทำ จะเล็กจะใหญ่ไม่สำคัญ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ตรงที่น้องๆ ได้ร่วมมือร่วมแรงกัน เพื่อสร้างสรรค์บางอย่างให้เกิดขึ้น และทุกคนจะได้พบกับคำว่า “น้ำใจ”จากเพื่อนร่วมงาน”
      
       สำหรับโครงการ “ปลูกน้ำใจในบ้านเรา” มีรูปแบบการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพี่น้อง และเพื่อน เพื่อสอดรับกับคอนเซ็ปต์ของแต่ละกิจกรรม ซึ่งมาจากความคิดของนักศึกษาทั้งหมด
      
        “ เราขอความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย และคณะอาจารย์ เพื่อค้นหานักศึกษาที่จะมาร่วมกิจกรรมกับเรา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของมหาวิทยาลัยนั้นๆ อย่างเช่น เขาอยากทำประโยชน์ให้กับชุมชน ไปทำความสะอาดวัด มีน้ำใจให้วัด ให้ชุมชน แต่เรามองว่า นักศึกษาเหล่านี้สามารถนำสิ่งที่เรียนมาทำประโยชน์ให้กับชุมชนได้ เราลงไปช่วยต่อยอดกิจกรรม เอาความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ ช่วยชาวบ้านเปลี่ยนหลอดไฟฟ้า ช่วยซ่อมพัดลม พี่ช่วยลงทุน แต่น้องช่วยลงแรง”
      
       “ ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ไม่เหมือนใคร เพราะเราเชื่อว่า ในระหว่างการทำงานนั้นย่อมมีสิ่งดีๆมากมายเกิดขึ้น ถ้าหากว่าสิ่งที่เราเลือกทำ เกิดมาจากความตั้งใจจริง สิ่งที่มีค่าที่ได้รับนั้นอยู่ระหว่างคำว่า เพื่อน ระหว่างพี่น้อง หากน้องๆ นักศึกษาทุกคนเข้าใจและสามารถส่งต่อน้ำใจเหล่านี้ไปยังครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรอบตัวได้ นั้นถือว่าเราทำหน้าที่นี้สมบูรณ์แล้ว"
      
       ส่วนเคล็ดลับและคำนิยามสำหรับ "ความมีน้ำใจ" ในมุมมองของ นก หนึ่งในผู้กำกับหญิงคนนี้ คือ “ถ ้าคิดถึงน้ำใจ ทุกคนจะคิดว่าเดี๋ยวนี้ฉันจะไปยืนรอคนแก่เดินข้ามถนน หรือขึ้นเดินบนสะพาน บางครั้งมันไม่จำเป็น แค่เราโทรไปบอกคุณแม่ว่าวันนี้เราจะกลับไปกินเย็น น้ำใจเราเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งครอบครัว เพื่อน แค่คุณนั่งฟังเพื่อนเล่าเรื่องทุกข์ใจ ร้องไห้ น้ำใจคำเดียวสั้นๆ คือการเห็นอกเห็นใจคนอื่น แค่คุณมีน้ำใจกับสถานที่ มีน้ำใจกับคนที่มาใช้ของต่อจากเราก็สามารถขยายความคำว่าน้ำใจให้กับชุมชน และสังคมได้”
      
       ด้าน รศ.โสภา ศรีจำปา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า
      
       "อาจารย์เป็นเพียงผู้ดูแลอยู่ข้างหลัง แม้ว่าอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะกิจกรรมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นักศึกษาปริญญาโท และปริญญาตรีได้ร่วมกันทำกิจกรรม สำหรับรุ่นพี่ที่อายุมาก และรุ่นน้องที่ยังเป็นวัยรุ่นมาร่วมกันทำงานภายใต้คอนเซ็ปต์ของคำว่า น้ำใจ มันทำให้เราเห็นได้จาก แรงกาย แรงใจที่พวกเขาร่วมแบ่งปันน้ำใจให้กับผู้ร่วมงาน ในขณะเดี๋ยวกันเราอยากให้ทุกคนได้คิดทบทวนว่าตอนนี้สังคมไทยเราขาดตรงนี้ หรือว่าเรามีน้อยเกินไปหรือเปล่า อย่างน้อยเยาวชนไทยจะได้ตระหนักถึงคำว่า น้ำใจได้อย่างแท้จริง”
      
       “เก๋” วนิดา เจียมรัมย์ นักศึกษาปริญญาโท ประธานนักศึกษาสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล เอ่ยว่า การส่งต่อน้ำใจด้วยการเขียนความรู้สึกลงบนผ้าใบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เยาวชนสามารถแสดงความรู้สึกให้กันได้
      
       “ เราเดินตามมุมต่างของมหาวิทยาลัยให้ทุกคนร่วมกันแสดงน้ำใจลงบนพื้นผ้า ว่าเขามีวิธีการแสดงน้ำใจต่อตัวเอง ต่อสังคม และโลกอย่างไรบ้าง ทุกคนได้ใส่ความรู้สึกที่ดีๆ ลงไป ช่วยกันแสดงน้ำใจด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป กิจกรรมนี้ถือว่าสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือของเยาวชนที่ถือว่าเป็นทั้งปัจจุบ ันและอนาคตของชาติ มาช่วยกันเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่และขยายน้ำใจออกไปเรื่อยๆ”
      
       ถัดมาที่ “พรรณ” อรพรรณ แก้วสวย นักศึกษาชั้นปี 4 ภาควิชาพยาบาลศาสตร์บัณฑิต คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกถึงวิธีการแสดงน้ำใจในแบบฉบับของตัวเอง
      
       “ น้ำใจ คือการแสดงอะไรก็ได้ด้วยความตั้งใจ อย่างการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสุนัข การที่เราให้อาหาร ดูแลมันทุกคนอาจจะคิดว่าเป็นหน้าที่ แต่นี้คือการแสดงความมีน้ำใจ เพราะเราไม่ปล่อยให้มันอด มีเมตตากรุณาต่อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เดรัชฉานก็ตาม”
      
       ทิ้งท้ายด้วย “น้ำใจ” สไตล์หนุ่มนักดนตรี อย่าง “เป้” สฐิร จุฬาพงษ์วินช และ “มาย” พุทธบุณ ยมรักษ์ นักศึกษาชั้นปี 4 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาร่วมขับร้องเพลงให้กับกิจกรรมครั้งนี้
      
       มาย บอกว่า เมื่อพูดถึงน้ำใจ ต้องนึกถึงความรัก เพราะถ้าทุกคนในโลกมีความรัก คำว่าน้ำใจก็จะตามมา “เวลาที่คนเรามีความรัก ก็จะมีคำว่าน้ำใจอยู่ด้วย และไม่จำเป็นต้องจำเป็นขอบเขต เพราะเราสามารถให้กับคนที่ไม่ได้รักด้วยก็ได้”
      
       เช่นเดียวกับ เป้ " ดนตรีนี้มาจากคำว่า ความรักและน้ำใจ เพราะทุกครั้งที่ร่วมงานกับเพื่อนๆ จะพบกับสิ่งนี้เสมอ เช่นเดียวกับกิจกรรมนี้ เรามาด้วยใจ มาร่วมกันร้องเพลงให้เพื่อนๆ ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงน้ำใจอย่างหนึ่ง”

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000002079

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น