++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

“ว.วชิรเมธี-ท่านจันทร์-พระไพศาล-พระพงศ์นรินทร์” มอบมงคลชีวิต...รับปีฉลู

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    
       เ ปิดศักราชใหม่ท่ามกลางความหนักใจกันถ้วนทุกคน ภายหลังการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจทั้งหลายว่า “ปีฉลู” ที่มาถึงจะมาพร้อมกับความฝืดเคืองและการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งยังรวมไปถึงสถานการณ์ทางการเมือง และสังคมก็ยังคุกรุ่นอยู่
      
       แต่อย่างไรก็ตาม คนไทยก็จำต้องผ่านวิกฤตนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ และ หนทางที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิตในปี 2552 นี้ คือ การน้อมนำพระพุทธศาสนาเข้ามาไว้ประจำใจ เป็นธงในการดำเนินชีวิต และเนื่องในวาระดิถีรับปีใหม่นี้ พระนักเทศน์และพระนักพัฒนาชื่อดัง ก็ได้อำนวยพรฝากไปยังพุทธศาสนิกชนทุกท่านให้นำมาปรับใช้เพื่อเตรียมตัวเตรีย มใจฝ่าฟันสารพัดปัญหาที่จะมาถึงนี้ให้ผ่านพ้นไปได้

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)
   
       ** “มองลึก นึกไกล ใจกว้าง” พรปีใหม่จากใจท่าน ว.
       พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย ได้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตด้วย พรปีใหม่ที่อยากจะมอบให้แก่ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ที่มีด้วยกัน 3 ข้อที่อยากจะให้ยึดถือและปฏิบัติตาม คือ “มองลึก นึกไกล ใจกว้าง” โดยสามารถขยายความได้ว่า...
       
       มองลึก คือ เมื่อมองไปที่สิ่งไหนก็ตามต้องมองไปที่สาระ แก่นที่แท้จริงของสิ่งๆ นั้น เช่น หากมองการเมือง โดยแก่นแท้คือการสร้างผลประโยชน์ที่จะต้องอยู่กับประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน หากมองการศึกษา แก่นแท้คือเส้นทางของการเกิดปัญญา ไม่ใช่มองแค่ว่าการมีอำนาจ หน้าที่โดยอาศัยเพียงแค่ปริญญาบัตร
       
       นึกไกล คือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าเอาแต่ความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง ควรนึกอยู่เสมอว่า ในขณะที่ตัวเองนั้นได้อะไร แล้วคนอื่นได้รับอะไร... หรือการถามว่า “ฉันควรจะได้อะไร” มากกว่า การถามว่า “ฉันได้อะไร”
      
       ใจกว้าง คือ ควรพร้อมในการใช้ชีวิตร่วมกับความแตกต่างหลากหลาย ทั้งความคิด ความเชื่อ ศาสนา ผิวพรรณ วัฒนธรรม และเพศ ขอให้คิดว่าเป็นเสน่ห์ของการใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งให้ตระหนักเสมอว่า “ยอมรับจุดต่าง แสวงหาจุดร่วม” คือให้ยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่าคนเรามีความแตกต่างกันเป็นพื้นฐาน จึงไม่ควรนำความแตกต่างมาใช้เพื่อให้แตกความสามัคคีกัน อีกทั้งการแสวงหาจุดร่วมอันเดียวกัน คือการใช้ชีวิตด้วยท่าทีแห่งเมตตาและไมตรีต่อคนทั้งโลก หากตระหนักได้ถึงจุดนี้ได้เมื่อไร คนไทยก็จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขมากขึ้น
      
       สุดท้าย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ยังฝากถึงข้อควรระวังสำหรับประชาชนคนไทยในการดำเนินชีวิตในปีใหม่นี้ไว้อีกว ่า สิ่งที่อยากจะฝากเตือนเพื่อให้คนไทยได้ระวังนั้นมีอยู่ 6 ข้อ อันได้แก่ 1. ระวังอย่าให้การเมืองนำไปสู่ความรุนแรง 2.ระวังอย่าใช้จ่ายเกินตัว 3.ระวังอย่าให้เกิดความเกลียดชังของคนในชาติด้วยกันเอง 4.ระวังอย่าทำร้ายตัวเองเมื่อต้องประสบกับมรสุมชีวิต เช่น การตกงาน 5.ระวังอย่าให้ตนเองตกเป็นทาสของผลประโยชน์ จนถูกชักชวนให้เป็นแนวร่วมของคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติ และสุดท้าย 6.ระวังอย่าตื่นตกใจกับกระแสหมอดู “คอนเฟิร์ม” เพราะการกระทำของคนที่ได้ชื่อว่า “หมอดู” ต้องไม่ผิดจรรยาบรรณ โดยการทำนายทายทักผู้อื่นซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ร้องขอ เป็นการทำให้สังคมเกิดความปั่นป่วน ทั้งนี้ หากประชาชนสามารถระวังในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้เชื่อว่าการดำเนินชีวิตรับปีใหม่นี้จะราบรื่นและเกิดสันติสุขได้...เจริญพร

สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์)
   
       ** “ละสิ่งผิด เพิ่มสิ่งถูก ปลูกสิ่งดี ให้ชีวิต” ข้อคิดจาก ‘ท่านจันทร์’
       “ท่านจันทร์” หรือ สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ แห่งสันติอโศก ได้ให้คำแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตไว้เช่นกันว่า ในปีใหม่คนไทยควรสร้างแต่สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้สมกับปีใหม่ ความหมายคือ การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตนเองให้เกิดการพัฒนา ซึ่ง ‘พัฒนา’ มีความหมายเดียวกับ ‘ภาวนา’ ที่แปลว่าทำให้ดีขึ้น แต่พัฒนาจะเน้นในทางวัตถุ ส่วนภาวนาจะเน้นหนักไปที่จิตใจ
      
       สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ คือ คนโดยทั่วไปจะคิดว่า พัฒนาคือการทำให้มากขึ้น แต่ที่แท้จริงคือการทำให้น้อยลง เช่น หากจะพัฒนาบ้าน จัดสถานที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก็ต้องจัดการนำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อความสบายตา เช่นกันกับการภาวนาก็คือการเอาอารมณ์ที่ไม่จำเป็นออกไปจากจิตใจทั้ง ความทุกข์ ความเครียด ความเกลียด ความขุ่นมัว หม่นหมองในใจ ให้เหลือแต่จิตใจที่บริสุทธิ์ มีพลัง
      
       “ หากคนเราสามารถทำควบคู่ไปได้ทั้งพัฒนา และภาวนา โดยการพัฒนาภายนอก ภาวนาภายใน ทำควบคู่กันไป โดยไม่แยกส่วนก็จะเป็นการดีสำหรับการเริ่มชีวิตใหม่ในปีใหม่นี้ โดยการพัฒนาภายนอกอย่างเช่น เมื่อถึงปีใหม่หลายคนต่างก็มุ่งหน้าตั้งหน้าตั้งตาและต้องเสียเวลาไปกับการเ ที่ยวเตร่ ต้องแออัดยัดเยียดกันบนท้องถนน ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ความจริงเราน่าจะนำเวลาวันหยุดยาวเป็นเพื่อพัฒนาบ้านเรือน เพื่อพัฒนาบ้านเก่าให้ใหม่กว่าเดิม จากที่เคยรกรุงรัง ก็จัดการให้เป็นระเบียบ ทำสิ่งที่เก่าให้มีคุณค่า คนที่ฉลาดจริงคือคนที่ไม่ไปหาสิ่งใหม่แต่เป็นการทำสิ่งเก่าให้มีคุณค่าใหม่ นั่นคือความใหม่ที่แท้จริง” ท่านจันทร์บอก
      
       ในด้านครอบครัว ท่านจันทร์ยังแนะแนวทางไว้อีกว่า คนที่คิดว่าปีใหม่อยากมีแต่สิ่งใหม่ มีภรรยาใหม่ มีสามีใหม่ ความจริงก็ไม่ใหม่ แต่กลับเป็นการเพิ่มความทุกข์ให้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่ทั้งคู่สามีภรรยายังเป็นคนเดิมแต่ปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ที่ไม่เ คยทำซึ่งกันและกันจะเป็นการดีที่สุด เช่น ไม่เคยส่งยิ้มให้กันก่อนออกไปทำงานตอนเช้าก็หันมายิ้มให้กัน ระหว่างกินข้าวไม่เคยตักอาหารป้อนกันก็ตักให้กัน ไม่เคยเอื้ออาทรลูก ก็เอื้ออาทรกันบ้าง
      
       “ สิ่งเหล่านี้จะเริ่มต้นได้ต้องมีการตั้งเป็นสัจจะอธิฐาน ว่าตัวเองต้องเป็นคนแรก ที่เกื้อกูล และเสียสละเพื่อคนอื่น โดยไม่ต้องมองไปนอกบ้าน ให้เป็นคนแรกของคนในบ้านนั่นแหละ ปกติคนเราจะเกิดความเคยชิน จนนำไปสู่ความชินชา บางครั้งเรามองว่าคนในครอบครัวเป็นเหมือนของตาย ยังไงก็ได้ จึงไม่ค่อยทำอะไรให้กัน เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเริ่มด้วยการทำความดีเล็กๆ แต่เป็นการทำที่ต่อเนื่อง ปีใหม่นี้ตั้งใจจะทำอะไรซักอย่างก็ได้ แต่ทำอย่างต่อเนื่อง เช่น เงินที่เคยหมดไปกับอบายมุขก็ให้ตัดไว้ให้กับลูกเมียบ้าง ถึงไม่ได้เต็มร้อยก็ลดลงมาส่วนหนึ่ง พยายามทำอย่างนี้ให้ได้ทั้งปี ถ้าทำไม่ได้ก็จะเป็นการล้มเหลวในความตั้งใจ แต่หากทำได้ก็จะสร้างให้เกิดกำลังใจนำไปสู่การทำเรื่องอื่นๆ ที่ดีในอนาคตต่อๆ ไป”ท่านจันทร์ฝาก
      
       สุดท้ายท่านจันทร์ ยังให้ข้อคิดเตือนใจไว้ว่า เศรษฐกิจปี 2552 นี้จะมีปัญหาแน่นอน และวิธีการที่จะอยู่ได้ท่ามกลางภาวะผันผวนดังกล่าวคือการเป็นคนใหม่โดยไม่ซื ้อของใหม่ ใช้ของที่จำเป็น ซึ่งเราต้องจัดการกับนิสัยลูกอีช่างซื้อ ให้มีการยับยั้งชั่งใจ “มีสติก่อนใช้สตางค์ อย่าใช้สตางค์ก่อนตั้งสติ เพราะพอหมดสตางค์ก็ไม่ค่อยมีสติ” ดังนั้นจึงอยากให้มีการพิจารณาทบทวน ไตร่ตรอง อย่าใช้เงินเพื่ออัตตา (ตนเอง) พยายามใช้เงินเพื่อส่วนรวมบ้าง เพื่อการกุศลเชื่อว่าหากทำได้เช่นนี้เราจะมีการบังคับตนเองมากขึ้น... ฉะนั้นเพื่อชีวิตที่ดีกว่า จึงอยากฝากให้ “ละสิ่งผิด เพิ่มสิ่งถูก ปลูกสิ่งดี ให้ชีวิต” เพื่อให้ประชาชนนำไปตระหนักและปฏิบัติในการเริ่มต้นปีใหม่นี้

   
พระไพศาล วิสาโล
       ** “ทำ-งาน-หนัก” คาถาแห่งความสำเร็จจาก ‘พระไพศาล วิสาโล’
       สำหรับแนวทางการดำเนินชีวิตของเยาวชน วัยรุ่นนั้น พระไพศาล วิสาโล ประธานเครือข่ายพุทธิกา และเจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ ได้มอบแง่คิดดีๆ ไว้ว่า วัยรุ่นสมัยนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวก และมีโอกาสที่จะสนุก แต่ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะเข้าถึงความสุขอย่างแท้จริงนัก แต่ถ้าคนหนุ่มสาว แสวงหาความสุขที่ไม่ต้องพึ่งพิงวัตถุ โดยเริ่มจากแยกแยะความแตกต่าง ระหว่างความสนุก และความสุขให้ออกจากกันก็จะเป็นการดี
      
       ความสุขที่ของการเที่ยวแท้จริงไม่ใช่แค่การเสพสุข หรือการเที่ยวเตร่เสมอไป แต่เกิดจากการได้สัมผัสกับความดี เช่น ความดีจากเพื่อน พ่อแม่ เป็นต้น โดยอาจมาจากการเรียน การใช้ชีวิตในครอบครัว หรือการกระทำของตัวเองที่เป็นความเพียร สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคน เกิดความสุขข้างในแทนที่จะเกิดจากสิ่งของที่เป็นแค่ความสุขชั่วคราวเท่านั้น
      
       “ สังคมไทยตอนนี้วิกฤตมาก เพราะคนสมัยใหม่ชอบหาทางลัด ทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องออกแรง เช่น อยากได้เกรดดี ก็ไปขอเกรดจากครู ด้วยวิธีการที่ส่อไปทางไม่ดี สำหรับกรณีคนจน แทนที่จะขยันหาเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ กลับกู้หนี้ยืมสิน สนองความโลภ และตัณหา จนในที่สุดต้องกลายเป็นหนี้ท่วมตัว เพราะไม่รู้จักบริหารเงิน และไม่รู้ถึงความพอดี” พระไพศาลให้ภาพ
      
       นอกจากนี้พระไพศาลยังแนะนำอีกว่า ทางลัดที่จะสร้างอนาคต และทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้ ต้องประกอบด้วย 3 คำ คือ “ทำ-งาน-หนัก” ถ้าทุกคนมีความสุข และความเพียรกับการทำงาน ชีวิตจะมีความสุขควบคู่กับความสำเร็จ แต่ทั้งนี้ต้องแยกแยะว่า ความสุข กับความสำเร็จไม่เหมือนกัน ล้มเหลวแต่มีความสุขก็มีมาก ดังนั้นจึงอยากให้เข้าใจความสุขที่แท้จริง โดยคิดถึงตัวเองให้น้อยลง แต่คิดถึงคนอื่นให้มากขึ้น นั่นคือหนทางที่จะทำให้หัวใจเราใหญ่ เกิดเป็นความสุขตลอดช่วงปีใหม่ และตลอดไป...เจริญพร

   
พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวโส
       ** ‘เปลี่ยนตัวเองเพื่อสังคม’ แง่คิดดีๆ ถึง ‘วัยโจ๋’ จาก ‘พระพงศ์นรินทร์’
       สำหรับ พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวโส จากวัดสุทัศน์เทพวราราม ในฐานะประธานโครงการ “เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” ได้ให้คำแนะนำถึงการใช้ชีวิตรับปีใหม่แก่เยาวชน วัยรุ่นไว้เช่นกันว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยประสบกับปัญหามาโดยตลอด และส่วนใหญ่ตัวการของปัญหาก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ‘ผู้ใหญ่’ ที่เป็นตัวสร้างวิกฤตภายในสังคมให้เกิดขึ้น และเยาวชนเองก็จะผู้ที่ได้รับการซึมซับกับพฤติกรรมต่างๆ เหล่านั้น
      
       เมื่อเป็นเช่นนี้เยาวชนซึ่งเป็นพลังของชาติในการเริ่มต้นปีใหม่ ก็ต้องเริ่มชีวิตใหม่ๆ ที่หวังจะให้เยาวชนแสดงตัวอย่างที่ดีให้ผู้ใหญ่ได้เห็นว่า พลังของเยาวชนก็สามารถสร้างความเป็นผู้นำได้ และยังจะเป็นแบบอย่างให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายต้องมาตระหนักถึง
      
       ดังนั้น เยาวชน โดยเฉพาะกับวัยรุ่นทุกคนต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อตัวเอง และเพื่อสังคม อย่าคิดเพียงแค่ว่าเป็นตัวปัญหาของสังคม แต่ต้องลุกขึ้นมา “สร้างชาติ สร้างโลก ด้วยสองมือ” เพราะทุกคนมีศักยภาพในตัวเองสูง แต่สิ่งที่ขาดคือพลัง ดังนั้นต้องรวมพลัง ตั้งมั่น ตั้งสติ ประสานใจกับเพื่อนเพื่อลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ดีในช่วงโอกาสของปีใหม่นี้ เพื่อที่ในปีต่อๆ ไป สังคมจะได้มีอนาคตของชาติที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ เปรียบได้กับต้นไม้ที่คอยโอบอุ้มประเทศชาติให้หายใจได้ต่อไป
      
       “ โลกจะพินาศ เพราะคนเห็นแก่ตัว แก่งแย่งชิงดีกัน ไม่ให้อภัยแก่กัน เพื่อให้สิ่งเหล่านี้หมดไปก็จงทำลายความเห็นแก่ตัวให้หมดสิ้น ด้วยการลุกขึ้นมาเพื่อทบทวน และเข้าใจตัวเอง เกิดจิตอาสาที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ บางคนทำดีแต่กลัว ไม่กล้าแม้กระทั้งการก้มลงเก็บขยะเพราะกลัวคนมองว่าบ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่วัยรุ่นต้องทำ แต่ถ้าชนะใจ และทำได้โดยไม่อาย รับรองว่า คุณเจ๋ง!! เพราะคุณกล้าจะทำสิ่งที่ดี เพื่อสังคม ถึงแม้ที่ผ่านมาผู้ใหญ่จะทำลายมันไปต่อหน้าต่อตา ฉะนั้น หน้าที่เยาวชน ต้องช่วยกันสร้างชาติ ไม่เพื่อใคร แต่เพื่อโลกของเรา” พระมหาพงศ์นรินทร์อธิบาย
      
       นอกจากนี้ สิ่งที่พระมหาพงศ์นรินทร์ เป็นห่วงที่สุดมีอยู่ 2 กลุ่ม ได้แก่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ที่ขาดความสนใจ และเอาใจใส่หัวใจของวัยรุ่น บ้างเลี้ยงลูกแต่กาย แต่ไม่เลี้ยงด้วยหัวใจ ยัดเยียดแต่วิชาความรู้เพื่อทำคะแนน ทำเกรดตามที่พ่อแม่คาดหวัง โดยไม่เน้นคุณธรรม จริยธรรมให้ลูก ส่งผลให้เรียนเก่งแต่เห็นแก่ตัว ส่วนอีกกลุ่ม คือ พวกประชดชีวิต เกเรแบบสุดๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วมันจะเหลืออะไร อย่างเรื่องการปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวของหญิงสาวในปัจจุบัน ได้กลายเป็นปัญหาที่เหมือน “หมาป่าไล่งับลูกแกะ” ฉะนั้นหนทางที่จะแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ “วัยรุ่นจงเป็นลูกแกะขั้นเทพ รวมตัวกันเพื่อล้อมหมาป่าให้อยู่หมัด สร้างเครือข่ายที่จะกำจัดหมาป่าให้หมดไป”
      
       อ ย่างไรก็ตาม พระมหาพงศ์นรินทร์ ได้ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ปีใหม่ต้องเปลี่ยน และคิดอะไรที่สร้างสรรค์ โดยใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านควบคู่กับการทำความดี โดยสื่อสารความดีที่อยู่ในตัวเองออกมาให้สู่สังคมให้มากที่สุด วัยรุ่นต้องลบคำสบประมาทที่ว่าเป็นตัวปัญหาของสังคมให้ได้ ด้วยการลุกขึ้นมาทำหน้าที่จิตอาสา ท้าทายให้ผู้ใหญ่ได้เห็น เพื่อลดความเห็นแก่ตัว สร้างความรักชาติ และแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำตัวจริง ที่ไม่ใช่เป็นเพียงผู้นำในตำแหน่งหน้าที่การงาน เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กจะเป็นผู้สร้างชาติ และสร้างโลกได้อย่างแน่นอน...เจริญพร

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000153288

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น