โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 ธันวาคม 2551 10:23 น.
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9510000149087
“คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม...ถ้าคุณไม่ เชื่อ ฉันขอถามอะไรบางอย่าง คุณคิดว่าอะไรทำให้คนที่ไกลคนละขั้วโลกได้มาพบกัน ถ้ามันเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดเหตุการณ์เดิมๆซ้ำอย่างนี้ 2-3 ครั้ง คุณยังจะใช้คำว่าบังเอิญอยู่อีกรึเปล่า??..”
นี้คือที่มาของ “พรหมลิขิตที่ว่างเปล่า” เรื่องสั้นของสาวน้อย นักจินตนาการ “อิ๋ว” อาทิตยา มากระจันทร์ น ักศึกษาชั้นปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่หยิบยกเรื่องราวความรักเล็กๆ ที่สะท้อนมุมมองของความรัก แนวสดใส เรื่องราวจะสนุกแค่ไหน จะหักมุมเพียงไหน ต้องติดตาม
//////////////////////////////////////////////
ฉันก็เหมือนมนุษย์โลกทั่วไป มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง ไม่ได้แตกต่างจากใคร อาจโชคดีอยู่บ้างที่ฉันมีครอบครัวที่อบอุ่นและคนที่ฉันรักคอยโอบอุ้มฉันอยู่ ถึงแม้ฉันจะได้เจอเรื่องร้ายแรงที่สุด จนแทบไม่อยากหายใจอีกต่อไป
ฉันเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิตและเนื้อคู่ จนกระทั่งวันหนึ่งฉันได้พบกับเขา เขาที่แตกต่างกับฉันโดยสิ้นเชิง ทุกครั้งที่ฉันเห็นเขา รอยยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปากสวยนั้น มันทำให้ฉันแทบละลาย ฉันอิจฉารอยยิ้มที่แสนอบอุ่นและนุ่มนวล เมื่อไรกันนะ ที่ฉันจะสามารถมีรอยยิ้มที่นุ่มนวล อ่อนหวาน เหมือนเดิมได้อีกครั้ง
การที่คนสองคนชอบอะไรคล้ายๆกัน บังเอิญเจอกันตลอดเวลา เรื่องเหล่านี้พวกคุณคงคิดว่ามันก็แค่เรื่องธรรมดา แล้วถ้าฉันขอถามคุณว่า บังเอิญคนที่ช่วยคุณจากการถูกกระชากกระเป๋าคือเขา วันที่คุณวิ่งหนีแทบเอาชีวิตไม่รอดจากผู้ชายเลวๆ ที่รุมโทรมคุณคือเขา และบังเอิญสุดท้ายวันที่คุณคิดจะจากโลกนี้ไป เขากลับพาคุณไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน ทำให้คุณต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป โดยมีเขาเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ เสมอไม่ว่าคุณจะทุกข์จะร้อนเพียงใด คุณจะเรียกมันว่า พรหมลิขิตเหมือนกับฉันหรือเปล่า??
หัวใจที่ได้ตายไปแล้วของฉันค่อยๆ ฟื้นขึ้นใหม่ สิ่งเหล่านี้มันทำให้ฉันรักและรับเขาได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร
“เอาล่ะ วันนี้เราต้องบอกความในใจให้เต้รู้ให้ได้เลย มิ้มรักเต้นะ เต้คบกับมิ้มได้ไหม” มิ้ม ยิ้มให้กับกระจก ความรัก และความศรัทธาในการมีชีวิตอยู่ต่อของสิ่งมีชีวิต ของมิ้มเกิดขึ้นได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่มิ้มได้เจอเต้
“จะออกไปข้างนอกเหรอลูก วันนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะ เย็นนี้เราจะได้ไปไหว้ สวัสดีปีใหม่คุณยายด้วยกัน” ผู้หญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างให้กับลูกสาวที่เดินลงบันไดอย่างอารมณ์ดี
“ค่ะ แม่” มิ้มสวมกอดแม่กลับ แม่มองมิ้มอย่างมีความสุขและอยากจะได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของมิ้มอย่างนี้ตลอดไป
ครั้งแรกที่ได้เจอกัน เต้มาช่วยมิ้มไว้จากการถูกโจรวิ่งราวกระเป๋า มิ้มจึงขอเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณ ครั้งที่สองมิ้มเจอเต้อีกครั้งที่มหาวิทยาลัย
“เต้เป็นเด็กกลางปี เพิ่งย้ายมาเรียนวันแรก ยังไม่มีเพื่อนเลย”เต้พูดยิ้มๆ แต่รอยยิ้มของเต้พิมพ์ลงไปในใจมิ้มอย่างไม่ยากเย็น
“งั้น ให้มิ้มเป็นเพื่อนเอาไหมเต้” “จริงหรือเปล่า ขอบคุณนะมิ้ม มิ้มใจดีจัง” มิ้มยิ้มเขินๆ ก่อนจะนั่งโต๊ะข้างๆ เต้
การพบกันครั้งที่สาม เป็นวันที่แสนโชคร้าย มิ้มที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมโทรม ขณะที่มิ้มพยายามที่จะหนี เต้มาช่วยมิ้มได้ทันก่อนที่พวกมันจะทำร้ายมิ้มอีกรอบ เต้พามิ้มไปส่งโรงพยาบาล ช่วยดูแล ให้กำลังใจมิ้ม ในช่วงเวลาที่มิ้มอยากตาย เต้เป็นคนเดียวพยายามให้มิ้มเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ทำให้มิ้มเริ่มกิน เริ่มพูด…ทั้งหมดนี้ทำให้มิ้มเชื่อว่านี่คือ พรหมลิขิต
“มิ้มต้องอยู่ต่อไป อย่าทิ้งเต้ได้ไหมมิ้ม...สัญญาซิ เต้รักมิ้มนะ พอมิ้มหายดีออกจากโรงพยาบาลแล้วเรามาคบกันนะ มิ้มอยู่ต่อไปเพื่อเต้นะ..อย่าทำร้ายตัวเองอีกได้ไหม..มิ้ม” นี่เป็นคำพูดที่กึกก้องอยู่ในโสตประสาทมิ้มอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่มิ้มจะหมดสติไป
“เต้ มิ้มจะอยู่ต่อไป จะไม่หนีอีกแล้ว มิ้มจะตอบแทนเต้ด้วยความรักทั้งหมดแด่คนที่ไม่เคยทอดทิ้งมิ้ม” เหตุการณ์จากการทำร้ายตัวเองครั้งนั้นของมิ้ม มันทำให้มิ้มเปิดใจยอมรับเต้มากยิ่งขึ้น
“ทำไมนะ เวลาที่เราคิดถึงเต้ เราถึงรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขจริงๆ ทำไมกันนะ มันใช่ความรักหรือเปล่า??” สาวหน้าหวานยิ้มอย่างเป็นสุขใจเมื่อรับรู้คำตอบจากหัวใจตัวเอง
“เต้ มาเร็วจัง.... เอ๊ะนั้นมัน” คิ้วสวยขมวดปมทันที ขณะเปิดประตูเข้ามาในร้าน ซึ่งดูเหมือนเต้จะไม่รับรู้การมาถึงของมิ้มเลยซักนิด เต้กำลังคุยกับเพื่อนสนิท อดีตคนรักของมิ้ม คนที่ใจร้ายหักหลังมิ้มหลอกให้มิ้มรักแต่กับทรยศไปมีอะไรกับเพื่อนสนิทของมิ ้ม เกิดความสับสนขึ้นในใจของมิ้ม นี่มันเกิดอะไรขึ้น สองคนนี้รู้จักกันได้ยังไง
“ไอ้เต้ แกพอได้แล้วนะ แค่นี้มิ้มก็เสียใจแย่แล้ว ไอ้นัทมันก็ตายไปตั้งนานแล้ว แกเลิกจองเวร...”อั๋นพูดยังไม่ทันจบ เต้ก็สวนขึ้นทันที
“ผู้หญิงเลวๆ มันไม่มีจิตใต้สำนึก สิ่งที่ฉันทำมันยังน้อยเกินไป ชดใช้กันไม่หมดกับความเลวที่มันทำให้ไอ้นัทต้องตาย...”เต้ พูดอย่างเครียดแค้น คนฟังถึงกลับผงะ นัทตาย....เกี่ยวอะไรกับเรา คนที่โดนทำร้ายคือเราต่างหาก
“แกมันบ้า แค่แกส่งคนไปรุมข่มขืนก็เหมือนแกฆ่ามิ้มทั้งเป็นแล้ว แกหยุดซักทีเถอะ อย่าให้เรื่องมันร้ายแรงไปกว่านี้เลย” เต้ทำร้ายเรา เต้ทำร้ายเรา หัวใจของมิ้มเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว ความรู้สึกตอนนี้เหมือนถูกหินหนักๆ มากระแทกที่ศีรษะอย่างจัง
“แรงไปตรงไหน ยังน้อยเกินไปต่างหากฉันกำลังสั่งสอนนังผู้หญิงไม่รู้จักพอ แกอย่าสงสารเลย ดูซิแค่ฉันอยู่ใกล้แล้วดีกับมัน มันก็หลงฉันหัวปรักหัวปรำแล้ว”
“เต้..ฮือ ๆทำไม เพราะอะไร ทำไมถึงใจร้ายกับมิ้มนัก..ฮือ ๆ...”มิ้มร้องไห้โฮ ระบายความรู้สึกเสียใจที่ถูกคนหลังหักหลัง วูบแรกที่เต้เห็นมิ้ม มิ้มรับรู้ได้ถึงความตกใจของเขาก่อนที่จะปรับสีหน้าชิงชังแทน
“อย่ามีตีหน้าเซ่อ นังฆาตกร แกทำให้เพื่อนฉันต้องตาย” เสียงตะคอกที่ดังพยายามปลดปล่อยความทุกข์ออกจากใจ
“คนที่โดนทำร้ายคือมิ้มต่างหากฮือๆ...นัทนอกใจมิ้มไปมีอะไรกับเพื่อน สนิทของมิ้ม จะให้มิ้มยอมรับได้ยังไง บอกมิ้มได้ไหม ถ้าคนที่เต้รักเขาแอบไปมีอะไรกับเพื่อนสนิท เต้จะคบต่อไปไหม ฮือๆ
...เพี๊ยะ!! เต้ตะลึงไม่คิดว่ามิ้มจะกล้าตบเขา แต่สิ่งที่ทำให้สมองเขาหยุดทำงานได้คือเรื่องที่เขาได้ยิน...มันต้องไม่จริง เต้ค้านอยู่ภายในจิตใจ
“แกตาสว่างได้แล้ว มิ้มจับได้ได้ว่าไอ้นัทนอกใจเลยขอเลิก แต่ไอ้นัทไม่ยอม พยายามง้อแต่มิ้มไม่เล่นด้วย มันถึงไปกินเหล้าแล้วก็....เฮ้อทำไมแกไม่ฟังฉันบ้างว่ะ...”เต้ทรุดตัวนั่งลง บนพื้น นี่เขาทำอะไรลงไป เขาทำร้ายผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
มิ้มขับรถกลับบ้านด้วยหัวใจที่แตกสลาย ทำไมมิ้มต้องเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้อีกนะ ทำไม!!.. มิ้มค่อยๆ หยิบมีดคัตเตอร์ในลิ้นชักออกมา แล้วค่อยๆกรีดลงไปจนเกิดรอยเลือดเป็นเส้นยาวตามข้อมือทั้งสองข้าง
“มิ้มทำอะไรลูก...พ่อช่วยมิ้มด้วย..พ่อ!!!”เสียงสุดท้ายที่มิ้มได้ยินก่อนที่สติจะวูบดับลงไป
“ตื่นแล้วเหรอลูก...หนูไม่เป็นอะไรแล้ว อย่าทำร้ายตัวเองอีกนะ แม่ขอร้อง”แม่ร้องไห้จนตัวโย กอดมิ้มแน่น
“ขอโทษค่ะ...หนูขอโทษ..ฮือๆ หนูขอโทษ ยกโทษให้ลูกคนนี้ด้วยนะค่ะ...”มิ้มกอดแม่กลับเช่นกัน พ่อยืนมองสองแม่ลูกกอดกัน น้ำตาซึมสะเทือนใจกับเรื่องที่เห็น
ก็อก..ก็อก..ก็อก
“สวัสดีครับ ผมมาเยี่มมมิ้มครับ”อั๋นยกมือไหว้แสดงความเคารพพ่อแม่ ก่อนจะเดินมาที่ด้านข้างเตียงนอน
“ขอโทษนะ เรื่องทั้งหมดเราผิดเอง ที่ไม่อธิบายให้ทุกคนเข้าใจ” อั๋น ยกมือไหว้มิ้ม ขอโทษกับเรื่องราวทั้งหมด มิ้มเบือนหน้าหนีเวลานี้มิ้มไม่ต้องการรับรู้อะไรอีกแล้ว ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว
“เอ่อ..มีอีกเรื่องคือ...มิ้ม ตอนนี้เต้อยู่ห้องไอซียู โอกาสรอดห้าสิบๆ เรารู้ว่ามันอยากเจอ อยากขอโทษมิ้มนะ”ขอบตาสวยเริ่มมีหยดน้ำไหลออกมา
“เราอยากให้มิ้มไปหามันได้ไหม ก่อนที่จะสายเกินไป...” มิ้มเม้มปากแน่น เสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้น มิ้มไม่รู้ตัวเองจริงๆ ว่าควรทำอย่างไร
.....สามเดือนผ่านไป อาการของเต้เริ่มดีขึ้น เขารู้ว่ามิ้มมาเยี่ยมวันแรกที่เขาเข้าโรงพยาบาลเพียงครั้งเดียว เขาพยายามติดต่อมิ้มทุกทางแต่ก็ช่างดูเลือนราง บ้านที่มิ้มเคยอยู่บัดนี้กลายเป็นโรงเรียนสงเคราะห์เด็กด้อยโอกาส
“สวัสดีครับ..” เต้ยกมือไหว้แม่ของมิ้ม ใบหน้าของแม่ดูแก่ลงอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีจ๊ะ ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วหรือ” แม่ยกมือรับไหว้แต่ ถึงแม้บนใบหน้านั้นจะเปื้อนรอยยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นช่างดูหงอยเหงาเหลือเกิน
“ครับ ผมมาหามิ้ม มิ้มอยู่บ้านไหมครับ ผมอยากจะมาขอโทษมิ้มในทุกๆ เรื่องที่ผมได้ทำร้ายเขา” น้ำตาเริ่มคลอที่ขอบตาของคนทั้งคู่ แม่จึงพาเต้มาที่หลังบ้านที่จัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ และเป็นที่อยู่ของมิ้ม แม่ค่อยๆ ยื่นกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆ ให้กับเต้
ถึง พ่อกับแม่
....ยกโทษให้ลูกเนรคุณคนนี้ด้วยนะค่ะ ที่ต้องจากพ่อแม่ไปอย่างกะทันหัน แม่ค่ะ ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้มิ้มเกิดเป็นลูกแม่อีกครั้ง มิ้มจะไม่ดื้อกับแม่อีกแล้ว แม่ช่วยมิ้มซักเรื่องนะค่ะ ช่วยบอกเต้ว่ามิ้มให้อภัยเขาทุกอย่าง หัวใจของมิ้มให้เขาแล้ว ช่วยอยู่ดูแลมันเพื่อมิ้ม...
รักพ่อกับแม่ที่สุด
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมมิ้มถึงมาหาเขาแค่ครั้งเดียว มิ้มมอบหัวใจให้เขาจริงๆ มิ้มรู้ว่าหากเขาไมได้เปลี่ยนหัวใจ เขาต้องตาย มิ้มยอมตายเพื่อเขา น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งออกมาอย่างไม่อายใคร
“มิ้มครับ เต้จะอยู่ต่อไป เต้จะอยู่เพื่อดูแลหัวใจของมิ้ม เต้รักมิ้มนะครับ” เต้พร่ำบอกความรู้สึกที่แท้จริงไปกับสายลม เขาหวังแค่เพียงสายลมที่บางเบามันจะพัดพาไปให้มิ้มได้รับรู้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น