++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552

“เบิ่งอีสาน ม่วนซื่น โฮแซว” ในงานเทศกาลเที่ยวอีสาน 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    
พระธาตุพนม ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวอีสาน
       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “เทศกาลเที่ยวอีสาน 2009” หรือ “Amazing I-San Fair 2009” ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2552 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเป็นการนำเสนอศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในภาคอีสาน ชมสินค้าศิลปหัตถกรรมจากภาคอีสาน และพลาดไม่ได้กับ ผ้าไหมแพรวา 60 ลาย ความยาว 90 เมตร หนึ่งเดียวในโลก
      
       พรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ได้ประกาศให้ปี 2551-2553 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวภาคอีสาน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคอีสานให้มากขึ้น โดยนำเสนอมนต์เสน่ห์ของภาคอีสาน ตลอดจนความงดงามของศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ นอกจากนี้ ภาคอีสานยังมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลจากอารยธรรมขอม ซึ่งปรากฏให้เห็นผ่านสถาปัตยกรรมปราสาทหินตามเส้นทางอีสานใต้ ทางด้านอีสานเหนือส่วนใหญ่จะเป็นวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมในปร ะเทศลาว เนื่องจากเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันมาโดยตลอด และมีการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตลอดเวลา
      
       “ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวยังภาคอีสานมีจำนวนค่อนข้า งน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ และศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปภาคอีสานนั้น ยังเดินทางในรูปแบบของการกระจุกตัว คือ ยังนิยมท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งที่มีชื่อเสียงเป็นหลัก ในขณะที่มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในภาคอีสานที่น่าสนใจ มีศักยภาพเพียงพอที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จักประวัติความเป็นมา และเรื่องราวของภาคอีสาน รวมไปถึงประเพณี วิถีชีวิตต่างๆ ทำให้ไม่สนใจเดินทางไปท่องเที่ยวยังภาคอีสานมากนัก แตกต่างจากภาคอื่นๆ ของประเทศ” พรศิริกล่าว

พบกับศิลปหัตถกรรมของท้องถิ่นอีสานที่หลากหลายได้ภายในงาน
       ดังนั้น ททท. จึงได้จัดงานเทศกาลเที่ยวอีสาน 2009 หรือ Amazing I-San Fair 2009 ขึ้น เพื่อเป็นการนำเสนอมนต์เสน่ห์ และเอกลักษณ์ของภาคอีสานมาไว้รวมกันในที่เดียว โดยการจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ส่วนที่ 1 การแสดงสินค้าและบริการ น ำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก และบริการต่างๆ ในโปรโมชั่นและราคาพิเศษ นอกจากนั้นยังมีสินค้าพื้นเมือง ของฝากของที่ระลึก เอกลักษณ์อันโดดเด่นของภาคอีสาน ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าซิ่น หมอนขิด เครื่องปั้นดินเผา หัตถกรรมเครื่องจักสาน ทั้งกระติ๊บ กระจาด ตะกร้า เฟอร์นิเจอร์งานไม้ งานหินทราย ของตกแต่งบ้าน เครื่องดนตรี สินค้าและอาหารพื้นเมืองหลากรสหลายเมนูเด็ด สูตรต้นตำรับสั่งตรงมาจากอีสาน อาทิ ส้มตำ ลาบ ก้อย เมนูน้ำพริก เมนูแมลงสารพัน รวมไปถึงสุดยอดของฝากจากอีสาน เช่น กุนเชียง หมูยอ แหนมเนือง ไส้กรอกอีสาน ฯลฯ
      
       ส่วนที่ 2 กิจกรรมสาธิตและการแสดงต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนหัตถศิลป์ถิ่นอีสาน ชมงานหัตถศิลป์ที่เกิดจากการสั่งสมภูมิปัญญาท้องถิ่นจากชาวบ้านโดยตรง อาทิ งานลงลาย การสาธิตงานเขียนลายเบญจรงค์ การทำเครื่องดนตรี และการเล่นเครื่องดนตรีสด การสาธิตเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพเยี่ยมจากด่านเกวียน การทำหมากนอ หรือ บักนอ กระบวยใบน้อยจากลูกสารภีทะเล ต้นไม้มงคล ตลอดจนการสาธิตทอผ้าพื้นเมืองต่างๆที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น เช่น การทอผ้ามุก ผ้าหมี่ ผ้าเบญจสาเกตุ ผ้าไหมแพรวา การสาธิตวิธีการยกขิด การทอเสื่อกก การทำเครื่องจักสานด้วยวิธีดั้งเดิม และไม่ควรพลาดชมผ้าไหมแพรวา 60 ลายในผืนเดียว ความยาว 90 เมตร โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเคยทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถมาแล้ว
      
       โซนเลิศล้ำอารยธรรมโบราณ ร่วมตามรอยอารยธรรมโบราณกับโลกดึกดำบรรพ์ อาทิ โครงกระดูกไดโนเสาร์ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ที่พบในประเทศไทยขนาดเท่าจริง รอยเท้าไดโนเสาร์จำลองจาก จ.นครพนม การจำลองแหล่งอารยธรรมโบราณ อาทิ บ้านเชียง ภาพจำลองผาแต้ม ภาพเขียนสีลายโบราณ จำลองภูผาเทิบ ประติมากรรมธรรมชาติแห่งหินผาน่าอัศจรรย์ แหล่งท่องเที่ยวปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นต้น
      
       โซนพุทธศาสน์นำชีวิต นำเสนอความเชื่อและความศรัทธาของชาวอีสาน การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต คือ พระธาตุพนมจำลอง พร้อมชมนิทรรศการพระอริยสงฆ์จากแดนอีสาน ทั้งพระอาจารย์มั่น พระอาจารย์เสาร์ และเกจิอาจารย์ชื่อดังอื่น ๆ
      
       และโซนสุดท้ายคือ โซนประเพณี วิถีวัฒนธรรม ชมสีสันประเพณีวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้านตามวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวอีสาน สัมผัสกับบรรยากาศการต้อนรับเข้าสู่งานด้วยพิธีสู่ขวัญในแบบชาวผู้ไทยบ้านโค กโกร่ง ด้วยการผูกเสี่ยวข้อมือจากพ่อเฒ่า แม่เฒ่า พบกับการสาธิตการทำหมากสุ่ม หมากเบ็ง พิธีขี่ช้างคู่ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และลองลิ้มเครื่องดื่มของชาวภูไท ที่เรียกว่า “อุ” พบกับปราสาทผึ้งจากจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งปกติจะพบในงานออกพรรษาเท่านั้น พร้อมเรียนรู้การแกะสลักดอกผึ้งโบราณที่ใช้สำหรับปราสาทผึ้ง และพบกับการจำลองบั้งไฟพญานาค ที่ใช้สำหรับเทศกาลบุญบั้งไฟ เป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสาน เพื่อเป็นการบูชาแถนขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล

http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000001306

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น