++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รัฐบาลอภิสิทธิ์ปกป้องสถาบันอย่างไร?

โดย วริษฐ์ ลิ้มทองกุล 4 พฤศจิกายน 2552 16:38 น.
"คำนึงว่า บ้านเมืองวันนี้ต้องการมีในหลวงเป็นสัญลักษณ์ไหม
ถ้าเราไม่ต้องการมีก็พูดกันตรงไปตรงมานะ ทำลายน่ะไม่ยากเลย
รักษาไว้นี่ยากกว่า ผมอยากจะถามพวกเสื้อแดง หลายฝ่ายในนั้นต้องการทำลาย
ผมก็ถามพวกเสื้อแดง ถ้าคุณไปคิดทำลายล้างคุณก็เกิดอคติ
เมื่อคุณมีอคติแล้วปัญญาไม่เกิด ผมถามคุณ
ถ้าทำลายล้างคุณจะเอาอะไรมาแทนที่ จะดีเท่าเก่าไหม จะดีกว่าเก่าไหม ..."

ข้างต้นเป็นคำให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์
ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ แทบลอยด์ฉบับสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-7 พ.ย. 2552)
ซึ่งในภาพรวมถือเป็นบทสัมภาษณ์ที่แม้จะฟังดูรุนแรง
แต่แหลมคมและช่วยกระตุ้นเตือนให้พวกเราได้ฉุกคิด
ในห้วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในภาวะเฉียดโกลาหล
จากกรณีการปล่อยข่าวอัปมงคลเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง
ซึ่งนำมาสู่การดำเนินการจับกุมสมาชิกเว็บบอร์ดของ "เว็บไซต์ประชาไท" และ
"เว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน" ที่โพสต์ข้อความหมิ่นเหม่ว่าจะผิดกฎหมาย
อันก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงอย่างชัดเจน

สัญญาณของความโกลาหล
ไม่นับรวมกับการประกาศเคลื่อนไหวใหญ่ทั้งในและนอกระบบเครือข่ายของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ชักใยผ่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แก๊งสามเกลอ
รวมไปถึงการขยายเครือข่ายสื่อของนักโทษชายผู้นี้
เพื่อหวังจะยึดคืนอำนาจรัฐกลับมาให้ได้ด้วย

หลังการจับกุม น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน และ นายคธา ปาจริยพงษ์ 2
มือโพสต์ข้อมูลเท็จซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างรุนแรง
การจับจ้องต่อเว็บไซต์ประชาไทและฟ้าเดียวกันก็กลายมาเป็นกระแสสูงอีกครั้ง
ภายหลังจากที่เว็บไซต์ทั้งสองแห่งตกเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 112 มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

เท่าที่ผมจำได้
ครั้งหลังสุดที่ประชาไทตกเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์ก็คือเดือนมีนาคม
ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามได้เข้าจับกุม น.ส.จีรนุช
เปรมชัยพร ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท ถึงสำนักงานในย่านห้วยขวาง
จากกรณีปล่อยให้มีการโพสต์ข้อความจำนวนมากที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายอาญา
มาตรา 112 และ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

การจับกุม ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท
ครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มเอ็นจีโอและนักวิชาการในเครือ
ข่ายประชาไท ที่เข้าร้องเรียนและยื่นจดหมายต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี โดยกลุ่มเอ็นจีโอ (ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ คุณสุภิญญา
กลางณรงค์) อ้างว่าการจับกุมดังกล่าวนั้นเป็นการคุกคามสื่อ
และจะยิ่งสร้างบรรยากาศของความกดดัน
ให้เกิดกระแสการต่อต้านในโลกอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น

ทว่า หลังจากนั้นเป็นต้นมาข่าวคราวเกี่ยวกับการจัดการ
หรือจัดระเบียบเว็บไซต์หมิ่นฯ ก็เงียบหายไปกับสายลม
และคุณอภิสิทธิ์ก็แทบจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีก
โดยผมเพียงได้ข่าวแว่วๆ มาว่า
มีความพยายามจากเครือข่ายของประชาไทและเครือข่ายพลเมืองเน็ตในการผลักดันให้
มีการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือในชื่อเต็มคือ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
ซึ่งเป็นไปเพื่อจุดประสงค์อันใด ผมก็มิอาจทราบได้

โดยความเห็นส่วนตัว การจับกุม 2
มือโพสต์ในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ประชาไท และฟ้าเดียวกันเมื่อวันอาทิตย์ที่
1 พ.ย. ที่ผ่านมา
หากเป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงไปถึง
"ตัวการใหญ่" ที่มีจุดมุ่งหมายในการปล่อยข่าวเพื่อให้เกิดความโกลาหล
และการล้มล้างสถาบันจริง ผมก็ขอแสดงความเห็นด้วยและชื่นชม

ทว่า หากการจับกุมดังกล่าวรัฐบาลสั่งเจ้าหน้าที่ให้ทำเพียงเพื่อ
"ขายผ้าเอาหน้ารอด" เพื่อลดทอนแรงกดดันของสังคมก็ถือว่าน่าผิดหวัง
และน่าประณามเป็นอย่างยิ่ง
เพราะการกระทำดังกล่าวของรัฐบาลจะยิ่งก่อให้เกิดกระแสต่อต้านและจะยิ่งส่งผล
เสียต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทั้งปวง กล่าวคือ

หนึ่ง การจับกุมปลาซิวปลาสร้อยที่เพียงแปลและโพสต์ข้อความอย่างคึกคะนอง-ไร้สติ
เอาเข้าจริงจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้
เพราะตัวการใหญ่ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศและมีอิทธิพลต่อสื่อต่างประเทศก็จะ
ยังคงสามารถบัญชาการแขน-ขา ของเขาในการปล่อยข่าวเช่นนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ

สอง การจับกุมอย่างมั่วซั่ว
รังแต่จะยิ่งก่อให้เกิดกระแสต่อต้านในหมู่คนรุ่นใหม่บางกลุ่มที่รับไม่ได้
กับการปิดกั้นข่าวสารและจะยิ่งทำให้พวกเขาเกิดทัศนะเชิงลบต่อสถาบันฯ
มากยิ่งขึ้นไปอีก

ปัญหาของเว็บไซต์ประชาไท ฟ้าเดียวกัน และเว็บหมิ่นอื่นๆ นั้น
ผมคิดว่าในท้ายที่สุดแล้วความรับผิดชอบย่อมตกอยู่กับ "รัฐบาลอภิสิทธิ์"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันเข้ารับตำแหน่ง 17 ธันวาคม 2551
คุณอภิสิทธิ์เป็นผู้ลั่นวาจาลูกผู้ชายไว้เองว่า

"ผม ยืนตรงนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอยืนยันว่า
รัฐบาลที่ผมเป็นผู้นำนั้น จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
และจะเทิดทูนสถาบันนี้
มิให้ผู้ใดทำให้สถาบันนี้ไม่อยู่เหนือความขัดแย้งในทางการเมือง
ด้วยประการทั้งปวง ..."

ข่าวเท็จ ข่าวลวง ข่าวปล่อย เว็บไซต์หมิ่นฯ
หรือเว็บไซต์ที่ปล่อยข่าวเพื่อล้มล้างสถาบันมิใช่เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิด
ขึ้นวันนี้ วานนี้ หรือเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
แต่มันเกิดขึ้นมานานนับปีแล้ว และวิธีการจัดการนั้นก็มีทั้ง
การใช้ไม้แข็งและไม้อ่อน การใช้ยุทธวิธีทางเปิดและทางลับ
การแก้ไขเพื่อให้ได้ผลในระยะยาวและระยะสั้น

เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ที่บ่งชี้ให้เราว่าตลอดระยะเวลา
10 เดือนที่เข้ามานอกเหนือจากการล้างผลาญงบประมาณในการประชาสัมพันธ์อย่างไร้
จุดมุ่งหมายผ่านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
และสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว "รัฐบาลอภิสิทธิ์"
ยังไม่ได้ทำอะไรเลยเพื่อปกป้องสถาบันอย่างจริงๆ จังๆ

ซึ่งนั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกสงสัยว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นเพราะรัฐบาลไม่ใส่ใจในการจัดการ
เป็นเพราะไม่เข้าใจปัญหา หรือเป็นเพราะคนของรัฐบาลไม่มีความสามารถกันแน่

คุณอภิสิทธิ์ครับ สุภาษิตฝรั่งเขาว่าไว้ว่า "Fool me once, shame
on you; fool me twice, shame on me."

ผมเพียงอยากกล่าวเตือนให้ทราบไว้ว่า ถ้ามีปล่อยให้ Fool
กันอีกครั้งแม้คุณอภิสิทธิ์และรัฐบาลจะไม่ "อับอาย"
แต่ผมและประชาชนชาวไทย ทั้ง "อับอาย" และทั้ง "โกรธแค้น" ครับ

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000132511

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น