++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551

มิใช่ใจไม่อยากอารยะขัดขืน

มิใช่ใจไม่อยากอารยะขัดขืน
แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อขรก.รอบข้างทั้งหมดที่เห็น
ไม่มีใครสนใจเลย ทุกคนนอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น
ถ ้าเราลุกขึ้นยืน ก็แน่นอน100เปอร์เซ็นต์ว่าเรายืนคนเดียวแน่ แม้กระทั้งจนเกิดเหตุ 7 ต.ค. ขรก.ส่วนใหญ่คุยกันแค่ "ที่ตำรวจใช้ ใช่หรือไม่ใช่ระเบิด" ในใจก็มีคำถามว่า "ถ้ามันไม่ใช่ระเบิด ถ้ามันเป็นแก๊สน้ำตา แล้ว...ตำรวจไม่ผิดหรือ ... ความจริงคือตำรวจพยายามฆ่าประชาชน ไม่ว่ามันจะใช้อะไร มันก็เป็นฆาตรกร ... แต่ไม่มีใครพูดถึง"

ที่ทำได้คือเราคนเดียว เดินไปร่วมกับพันธมิตร และก็ไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และเราก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรหน้าบชน. ที่เข้าใจผิดว่าทหารเข้ามาช่วย รถเครื่องเสียงที่หันหลังกลับแล้ว เพราะรู้ว่าตำรวจมีแต่อาวุธหนัก และมันไม่คุ้มถ้าเราจะเสี่ยงไปต่อ แต่เพราะทหารมา เค้าตัดสินใจใหม่ว่า เราตั้งขบวนใหม่และไปช่วยเพื่อนของเรากัน

ดังนั้น พวกเราจึงตั้งขบวนกันใหม่และเดินไปหน้าบชน.หวังไปช่วยเพื่อนเราที่บาดเจ็บ คิดว่าทหารมาแล้ว ตำรวจมันคงไม่ยิงเราแล้ว แต่เราเข้าใจผิด
ทหารไม่ช่วยเ รา เค้าแค่ขับรถผ่านมา และผ่านไป ส่วนเราชาวพันธมิตรเผชิญกับเสียงตูม ตูม ตูม ไม่หยุด ไม่ว่าพวกตำรวจมันจะเรียกไอ้สิ่งที่มันใช้กับเราว่าอะไรก็ตาม ความจริงคือ พวกมันตั้งใจฆ่าเรา

จะเรียกว่าตัวเองโชคดีมั๊ยที่ไม่บาด เจ็บ แต่ภาพรถหน่วยพยาบาลคันแล้วคันเล่าที่บรรทุกเพื่อนพันธมิตรที่บาดเจ็บผ่านไป ได้แต่เดินคอตกเข้าธรรมเนียบ และถามตัวเองว่า "นี่เราโชคดีมั๊ยที่ไม่ถูกสะเก็ดระเบิด แต่เพื่อนพันธมิตรข้างหน้าเรา พวกเค้าถูกซะเก็ดแน่นอน รวมทั้งน้อง ๆ Young PAD ที่อาสาเดินนำขบวนด้วย" และยิ่งเศร้ามากเมื่อรู้ว่า น้องโบว์เสียชีวิตตรงนั้น

อาจารย์ค่ะ เข้าใจคำว่าสิ้นหวังมั๊ย สิ้นหวังกับขรก.ไทย
แต่จะไม่สิ้นหวังกับพันธมิตร
ขรก.ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น