++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

กิจกรรมรับน้อง ความขัดแย้งในความรู้สึกช่วงเปิดเทอม

กิจกรรมรับน้อง ความขัดแย้งในความรู้สึกในช่วงเปิดเทอม

ถึงเวลาที่เปิดเทอมใหม่ของหลายสถาบันแล้ว จากที่มีข่าวเกี่ยวกับค่าเทอม ค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าชุดนักเรียน อุปกรณ์การซึกษาที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องหาเงินมาใช้จ่ายกันอย่างเหนื่อยยาก เป็นหนี้เป็นสินก็มากราย แต่อีกข่าวหนึ่งที่ตามมา ก็คือ เรื่องการรับน้อง

หลายปีมานี้ จะได้ยินเรื่องข่าวคราวการรับน้องในระดับมหาวิทยาลัย (ระดับอุดมศึกษา) ที่มีข่าวคราว ความรุนแรง ความไม่เหมาะสมหลายเรื่อง บางปี มีข่าวถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี มีแต่ข่าวแง่ลบเรื่องการรับน้องทุกปี แต่ก็ยังมีกิจกรรมรับน้องมาทุกๆปีน่ะแหละ

และในปีนี้ ก็มีภาพการรับน้องในสื่อสังคมออนไลน์ กับกิจกรรมการรับน้องในระดับมัธยมศึกษา ที่มีภาพที่ทำให้คนเห็นแล้ว ตกใจ เอามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างตื่นตระหนัก ถึงความไม่เหมาะสมอย่างนั้นอย่างนี้.. เฮ้อ เปิดเทอมที ก็มีข่าวแบบนี้ออกมาที แล้วทำไมไม่จัดการควบคุม ดูแลให้กิจกรรมมันออกมาดีๆบ้างล่ะ

เรื่องแบบนี้ เป็นภาพสะท้อนของเมืองไทย ทำอะไรแบบ วัวหายล้อมคอก ต้องให้เกิดเป็นข่าวขึ้นมาซะก่อน ผู้หลักผู้ใหญ่ ถึงจะออกมาให้ข่าว แสดงบทบาทความรับผิดชอบ แก้ข่าวอะไรกันไป

เรื่องกิจกรรมรับน้องนี้ มีหลายสถาบัน มีครู อาจารย์ คอยดูแลให้การจัดกิจกรรมอยู่ในสายตา ซึ่งผู้ใหญ่ จะพิจารณาถึงความเหมาะสม แต่ทว่า ภาพนิ่งเพียงไม่กี่ภาพ มุมกล้องบางมุม ทำให้ภาพที่เห็น ดูรุนแรง ดูไม่เหมาะสม .. เพียงแค่นี้ ก็เพียงพอแล้ว สำหรับคนไทยหลายคนที่จะหยิบเอามาดราม่า โวยวาย ถึงความไม่เหมาะสม อย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งไที่ความจริง ก็ไม่รู้หรอกว่า กิจกรรมเค้ารุนแรงขนาดนั้นรึเปล่า

เรื่องกิจกรรมรับน้องนี้ โดยเฉพาะการรับน้องในระดับมัธยมศึกษา มีนักข่าวช่อง Thaipbs ไปทำข่าวและสัมภาษณ์ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ บางคนก็เห็นด้วย บางคนก็ไม่เห็นด้วย .. ง่ายที่ไม่ค่อยเห็นด้วย ก็บอกว่า มันดูไม่ค่อยมีวุฒิภาวะเลย คนยังปรับตัวไม่ทัน . ยังไม่บรรลุนิติภาวะเพียงพอ เดี่ญวจะเกิดอันตรายอย่างนั้นอย่างนี้

ฟังบางคนพูดแล้ว ก็สะอิดสะเอียน ทำให้รู้สึกว่า เด็กยุคนี้ แตะต้องอะไรไม่ค่อยจะได้เลยนะ เป็นลูกท่านหลานเธอไปหมด.. แล้วแบบนี้ จะมีความอดทนต่อความยากลำบากได้ซักแค่ไหนกันวะ



"เรื่องการรับน้อง ความจริงมันไม่จำเป็นต้องมีด้วยซ้ำ"

"แต่มันก็มีแล้วนี่คะ"

" ถ้าจะจัดก็ควรจะทำแบบน่ารักๆ ให้มีพี่รหัส กะน้องรหัส ได้รู้จักกัน ดูแลกัน ช่วยเหลือให้เรียนในสถาบันนั้นให้ดีๆก็น่าจะพอแล้ว"

" นั่นมองโลกสีชมพูเกินไปรึเปล่า ความจริงเห็นรุ่นพี่ จะเอาแต่แกล้งน้อง เพื่อความสะใจ เพื่อสนองกิเลส ความแค้นของตัวเอง เพราะเคยโดนรุ่นพี่แกล้งมา"

"สมัยนี้ดีนะ ใครทำอะไรไม่เหมาะสม มีภาพ มีเรื่องราวออกสื่อ ได้โวยวาย เป็นข่าวกันมั่ง แต่สมัยก่อน ไม่มีสื่ออะไรแบบนี้ ถ้ารุ่นพี่จัดกิจกรรมรับน้อง รุ่นน้องก็เข้าร่วมกิจกรรมกันไป ไม่เห็นจะรุนแรง เสื่อมเสียเหมือนยุคหลังๆ"

"คงเป็นเพราะสื่อนี่ละ ที่ทำให้ รุ่นพี่ ทำอะไรเลวๆ"

"ยังไงวะ"

"สมัยก่อน มีสื่อทีวี สื่ออะไรต่างๆ เนื้อหาไม่รุนแรงเหมือนปัจจุบันนี้ ทำกิจกรรมก็น่ารักเบาๆ แต่หลังจากที่มีรุ่นพี่บางสถาบัน คิดพิเรน จัดกิจกรรมรุนแรงขึ้น ไปเอาระบบโซตัสเข้ามาใช้ แล้วอ้างว่า เพื่อความเข้มแข็. สามัคคี อะไรของมันน่ะ แล้วก็ทำอะไรให้รุนแรง สะใจยิ่งขึ้น มันจะบ้ากันไปแล้ว"

"ไม่ต้องพูดถึงสื่ออะไรพวกนั้นหรอก เอาแค่ละครทีวี เดี๋ยวนี้ เนื้อหาโคตรรุนแรงมากๆ ทำให้ความคิด ความรู้สึก คำพูด การกระทำของวัยรุ่นยุคนี้ โคตรเหี้ยมากขึ้น"


ฟังที่พรรคพวกพูดแล้ว ก็ชักจะเห็นด้วยนะ

การจะทำอะไรก็สมควรที่จะทำให้มันพอดี และเหมาะสม ไม่ใช่ทำอะไรตามใจพวกกู คือ ความถูฏต้อง แต่ผู้คนด่ากันทั้งโซเชียลเนตเวิร์ค...

ความจริงแล้ว กิจกรรมรับน้องที่น่ารักๆ ที่ดีๆก็มีจัดหลายสถาบัน แต่ไอ้ที่ดีๆ มันไม่ค่อยเป็นข่าว สื่อคงจะหยิบเอามาขายข่าวไม่ได้ แต่ไอ้ที่มันรุนแรง แล้วจะทำให้เกิดกระแส ทำให้คนด่าได้น่ะ อันนี้ ยิ่งเป็นข่าวที่น่าสนใจยิ่งนัก...

มันก็คงจะเป็นแบบนี้ทุกปีล่ะครับ เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

ความคิดเห็นที่แตกต่างเรื่องรับน้อง
ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายคัดค้าน
ทำให้เกิดความรักความสามัคคี ทำให้เกิดความรุนแรง
ทำให้เด็กปรับตัวเข้าหากันได้ไว เด็กอยู่ในสังคม ถึงไม่มีกิจกรรมก็ปรับตัวเข้าหากันได้เอง
ทำให้รักสถาบันมากขึ้น มีวิธีอื่นที่จะทำให้รักสถาบันได้ โดยไม่ต้องใข้ความรุนแรง

1 ความคิดเห็น: