++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความเรื่อง จุดเปลี่ยนและบทเรียนชีวิต....โดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความเรื่อง จุดเปลี่ยนและบทเรียนชีวิต....โดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
" ชีวิตข้าพเจ้ามีจุดเปลี่ยนมากมายหลายวาระ แต่การเปลี่ยนแปลงทุกครั้งล้วนเป็นคุณที่หนุนเนื่องให้เกิดการพัฒนาตนเป็นลำดับ แม้วัดจากค่านิยมของผู้คนทั่วไป เป็นการถดถอยหรือหนีห่างจากความเจริญที่โลกยึดถือ ( คือ ความร่ำรวย มีการงานที่มั่นคง มีตำแหน่งสูงส่ง มากด้วยบริษัทบริวาร)ไกลขึ้นทุกทีก็ตาม เมื่อใคร่ครวญดูข้าพเจ้าคิดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ช่วยให้ชีวิตข้าพเจ้าเมื่อถึงจุดเปลี่ยน ก็ไม่ใช่การหันเหไปในทางที่ตกต่ำ นอกจากครูบาอาจารย์และกัลยาณมิตรที่ให้ข้อคิดและความเห็นอันเป็นประโยชน์มาโดยตลอดแล้ว ที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ คุณค่าหลายประการที่ถูกปลูกฝังมาแต่เล็ก
ตั้งแต่เล็กทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ข้าพเจ้าถูกปลูกฝังให้มีวินัยและความขยันขันแข็ง โยมแม่จะคอยดูแลและเคี่ยวเข็นให้ลูก ๆ กินข้าวและนอนเป็นเวลา ไม่ว่าจะไปเล่นที่ไหนหากเลยเวลาก็จะได้ยินเสียงโยมแม่เรียกให้กินข้าว อาบน้ำ และเข้านอน (ในสมัยที่เรายังไม่มีโทรทัศน์ที่บ้าน การเข้านอนเป็นเวลาดูจะไม่ใช่เรื่องยากเท่ากับสมัยนี้) แม้โยมพ่อจะไม่ค่อยใกล้ชิดกับลูก แต่ถ้าถึงช่วงสอบ ลูก ๆ จะถูกบังคับให้อ่านหนังสือเตรียมตัวสอบทั้งวัน ไปเล่นที่ไหนไม่ได้ แต่ความเข้มงวดที่บ้านนั้นเทียบไม่ได้กับที่โรงเรียน ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความเจ้าระเบียบ (โดยเฉพาะการตรงต่อเวลาและความสะอาด) อีกทั้งยังเอาจริงเอาจังเรื่องการเรียน นักเรียนถูกฝึกให้ขยันด้วยการทำการบ้านมาก ๆ จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อนักเรียนกลับบ้าน อย่างแรกที่ต้องทำหรือนึกถึง คือ การบ้าน เพราะหากละเลยหรือบกพร่อง เป็นต้องถูกตีในวันรุ่งขึ้น ๑๒ ปีที่อัสสัมชัญทำให้ความมีวินัยและความขยันขันแข็งฝังอยู่ในนิสัยของข้าพเจ้า ซึ่งนอกจากช่วยให้ครองตนหรือคุมอารมณ์ของตนได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ไม่กลัวความยากลำบาก บ่อยครั้งแม้จะประสบอุปสรรค ทั้ง ๆ ที่สติปัญญาไม่มาก แต่อาศัยใจสู้ พึ่งความเพียรเป็นหลัก ก็สามารถฟันฝ่าจนลุล่วงไปด้วยดี
มีอีกหลายอย่างที่ข้าพเจ้าได้รับจากโรงเรียน ที่สำคัญก็คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ความสมถะและความเสียสละ คุณธรรมเหล่านี้ข้าพเจ้าได้เห็นจากครูทั้งที่เป็นนักบวช(คาทอลิก)และฆราวาส ซึ่งแสดงให้ประจักษ์อยู่ตลอดเวลา นักบวชหลายท่านเป็นชาวต่างชาติแต่มาอุทิศชีวิตให้แก่ยุวชนไทยจนวาระสุดท้ายของชีวิต โดยที่ทุกท่านอยู่อย่างเรียบง่าย เป็นแบบอย่างได้เช่นเดียวกับครูหลายท่านที่สอนพวกเราอย่างทุ่มเทจนวัยชรา โดยไม่สนใจเรื่องเงินทองเลย ยังไม่ต้องพูดถึงศิษย์เก่าอีกนับไม่ถ้วน ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นชื่อที่ข้าพเจ้าคุ้นแต่เล็ก เช่นเดียวกับอีกหลายท่านที่คนยุคนี้คงลืมไปแล้ว
คุณธรรมเหล่านี้ (รวมทั้งความมีวินัย และความขยันหมั่นเพียร) แม้คนยุคนี้จะมองว่าเป็นสิ่งพื้น ๆ คร่ำครึ หรือ “เชย” ไม่แปลกใหม่ทันสมัยเท่ากับ ความเป็นตัวของตัวเอง การมีความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าแสดงออก หรือความรักเสรีภาพ แต่ก็เป็นคุณค่าสากล ที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าโลกจะก้าวสู่ยุคโลกาภิวัตน์ หรือยุคดิจิตัล เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยประคับประคองให้ชีวิตสามารถเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายเพียงใด อีกทั้งยังช่วยกำกับให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ก่อความทุกข์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางชีวิตสายใดก็ตาม จะมุ่งความสำเร็จทางโลก หรือหวังความก้าวหน้าทางธรรม คุณธรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ
หากเปรียบชีวิตเหมือนการเดินทาง ข้าพเจ้าก็เดินมาไกลแล้ว แต่ยังต้องเดินต่อไป เพราะจุดหมายปลายทางยังอยู่อีกไกล นั่นคือ จิตใจที่ไกลจากกิเลส เข้าถึงความสงบเย็นเป็นอิสระอย่างแท้จริง บนทางสายนี้จุดเปลี่ยนยังสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ไม่ว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็หวังว่าจะยังคงแน่วแน่ในจุดหมายดังกล่าวอยู่เสมอ..."

1 ความคิดเห็น: