++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาลัยรำลึก บันทึกอนุทินชีวิต แด่ วลัย สิงหพรหมสาร โดย ปรุงศรี ภูงามทอง

อาลัยรำลึก
บันทึก...อนุทินชีวิต
แด่...วลัย สิงหพรหมสาร

โดย ปรุงศรี ภูงามทอง




วลัยที่รัก...

ในที่สุดวันนี้ ฉันได้มีโอกาสทำหน้าที่ตามที่เธอมอบหมาย สมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ ทั้งในนามตัวแทนสมาชิกครอบครัว สิงหพรหมสาร ตลอดจนญาติพี่น้องผองเพื่อนผู้เป็นกัลยาณมิตรทังมวล เพื่อร่วมแสดงออกซึ่งความรัก ความผูกพัน และความอาลัย ที่ทุกคนมีต่อเธออย่างสุดซึ้ง

ด้วยความรู้สึกที่หวิวๆ ฉันพยายามย้อนทบทวนลำดับภาพในอดีต ค้นหาคำตอบได้ชัดเจนว่า เหตุไฉนราจึงรู้ใจรักใคร่ใกล้ชิด สนิทสนมแน่นแฟ้นต่อกันยาวนานถึงเพียงนี้ แล้วก็พบว่า เรามีความใกล้เคียงคล้ายคลึงกันในวันเดือนปี ราศีเกิด ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๘๑ วันเกิดของเธอ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๑ วันเกิดของฉัน เมื่อมีการจัดกิจกรรม ฉันและเธอจึงมักจะอยู่ในกลุ่มเดียวกันเสมอ

ช่วงวัยเด็ก วัยเรียน ชั้นประถมเราแยกกัน เธอเรียนจบชั้น ป.๔ ที่โรงเรียนเทศบาล ๑ (กาฬสินธู์พิทยาสิทธิ์) ฉันเรียนที่โรงเรียนเทศบาล ๓ (วัดเหนือ ) ระดับมัธยมเราเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน มีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคน จบมัธยมปีที่ ๖ แล้วเราต่างโชคดีได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนทุนรุ่นแรก ของจังหวัดกาฬสินธุ์ เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) ที่โรงเรียนฝึกหัดครู อุบลราชธานี เวลาเรียน ๒ ปี จบหลักสูตรแล้ว บางคนได้รับการบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการครู ตามสิทธิ์ของนักเรียนทุนรัฐบาล ส่วนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาการซึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) อีก ๒ ปี ที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทากรุงเทพ.. สำเร็จการศึกษาแล้วก็ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็น ครูสอนโดยเธอสอนที่โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสัย ทุนสามัญระดับประถมศึกษา ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๒ ฉันสอนที่โรงเรียนอนุกูลนารี อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ระดับมัธยมศึกษา ด้วยทุนสามัญ ๓ มกราคม ๒๕๐๓ ไม่ห่างกันมากนัก .. เราเรียนด้วยกันรุ่นเดียวกันมาตลอด .. หลังจากรับราชการ เราก็เรียนเพิ่มเติมในระดับปริญญาตรี เธอจบที่วิทยาลัยครูมหาสารคาม ฉันจบที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม ช่วงปฏิบัติหน้าที่ราชการ และเริ่มสร้างครอบครัว จะห่างเหินกันบ้าง แต่ก็ผูกพันกันเรื่อยมา


สมัยที่เรียนมัธยมและเริ่มรับราชการใหม่ๆ เลิกเรียนแล้วเราจะเกาะกลุ่มเพื่อน ๓-๔ คน ถีบจักรยาน แวะมาทานอาหารมื้อเย็นที่บ้านเธอ ณ บริเวณคุ้มโรงเลื่อยเป็นประจำเกือบทุกวัน อย่างสนิทใจ ฝีมือคุณแม่ถนอม คุณแม่ของเธอเลิศรสทั้งรสอาหาร และรสความรัก ความเมตตา อบอุ่นยิ่งนัก เมนูข้าวเหนียวร้อนๆ เนื้อย่าง ไส้กรอกย่าง แจ่ว พริกสด พริกเผา ผักสด ผักลวก ผักนึ่ง และผักดอง ตามฤดูกาล ยอดเยี่ยมจริงๆ แม้นเพื่อนของลูฏสาว จะมากันบ่อยๆ ก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด คุณพ่อของเธอ ใครๆมักจะเรียกขานว่า คุณพ่อหรือคุณครูมหาภา ทราบว่า ท่านผ่านการบวชเรียนมานานพอสมควร ท่านสุขุมเปี่ยมไปด้วยภูมิปราชญ์ เธอเคยเล่าให้ฟังว่า หนึ่งในความสามารถพิเศษ ตำราการดูลายมือของเธอได้รับการถ่ายทอดจากคุณพ่อ ซึ่งแม่นยำพอประมาณ มรดกชิ้นสำคัญที่มีคุณค่าที่สุด คือ ชุดกาน้ำชาที่ได้รับการถวายจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เมื่อครั้งคุณพ่อได้รับกิจนิมนต์ในวังสมัยรัชกาลที่ ๗


คุณพ่อมหาภาประกอบอาชีพเดิมเป็นครูสอนโรงเรียนวัดน้อยบูรพา (อยู่บริเวณข้างธนาคารกรุงเทพปัจจุบัน ซึ่งรื้อถอนยุบวัดและโรงเรียนแล้ว ) เมือวัดและโรงเรียนถูกยุบและรื้อถอนแล้ว จึงได้ประกอบอาชีพฝ่ายบัญชีที่โรงเลื่อยจักรสหไพบูลย์ใกล้บ้านสุขสมถะเรียบง่ายและงดงาม

เมื่อคุณพ่อมหาภา และคุณแม่ถนอมถึงแก่กรรม เราก็ยังคงรักใคร่กันแน่นแฟ้นเหมือนเดิม

เธอแต่งงานกับคุณวิชัย สิงหพรหมสาร คุณวิชัยเป็นครูหนุ่มมีความสามารถพิเศษหลายด้าน โดยเฉพาะวิชาช่างสารพัดช่าง... ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ครบวงจร ต่างก็ช่วยกันเลี้ยงดูลูกสาวสามคน โอ แอน เอ .. เติบโตตามวัยได้รับการศึกษามีครอบครัวมั่นคง .. ยกเว้นแอน (ปิยรัตน์) ลูกสาวคนกลางด่วนจากพี่น้องไปก่อนเวลาอันควร

เมื่อคบรอบเกษียณอายุราชการ ปี ๒๕๔๒ เธอใช้ชีวิตเป็นส่วนตัวแบบสบายๆ ร่วมกิจกรรมสังคมบ้าง สังสรรค์ในกลุ่มสมาชิกบ้าง ดูแล ลูกหลานและญาติพี่น้องบ้าง มีอิสระสนุกสนาน ร่าเริ่งและพึงพอใจ ตามบทบาทและสถานภาพ ในขณะที่เธอมีครอบครัวของน้องสาว คือ วรินทร์ อยู่ใกล้ๆ ได้ปรึกษาหารือกันตามประสาพี่น้อง ซึ่งน้องชายก็จากไปก่อนแล้ว


ด้วยเหตุผลดังกล่าว... เราจึงเป็นเพื่อนกันยาวนาน มีเพื่อนสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน เพื่อนเธอ ก็คือ เพื่อนฉัน ด้วยความเป็นครูมืออาชีพ เธอมีลูกศิษย์หลายรุ่น หลายสาขาอาชีพ เธอมีความสุขมากทุกครั้งที่ลูกศิษย์เข้ามาคารวะทักทายด้วยความเคารพนอบน้อม บางครั้งเธอเล่าให้ฟังว่า


ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ขณะเธอยืนรอรถสามล้อจะกลับบ้าน หลังจากปฏิบัติภารกิจที่ชื่นชอบกับเพื่อนร่วมทางคนหนึ่ง รอนานมาก เพราะเป็นถนนสายเปลี่ยว ปลอดรถ ปลอดคนสัญจรไปมา ด้วยเป็นเวลามืดค่ำ ฝนฟ้ากำลังปั่นป่วน จึงตัดสินใจเดินมาได้สักระยะหนึ่ง มีรถสามล้อถีบตรงเข้ามาจอดใกล้ๆ จ้องหน้าสุภาพสตรีสูงวัยทั้งสองคนแล้วพูดด้วยเสียงดังฟังชัดว่า

"คุณครูวลัยไปไหนมาครับ ทำไมถึงมาเดินมืดๆคำๆ ผมเป็นลูกศิษย์คุณครูครับ!! "

"คุณครูจะไปไหน ผมจะไปส่ง... ขึ้นนั่งรถเลยครับ"

จากนั้นรถสามล้อถีบของลูกศิษย์ก็มาจอดส่งผู้โดยสารจุดหนึ่งหน้าโรงเลื่อย จุดสอง (สี่แยกเตี่ยเลิศ)

ใจที่หายวาบในบัดนั้น เหตุการณ์ก็ผ่านเลยไป

ลูกศิษย์ครูวลัยคนนั้นจะได้รับคำตอบจากครูวลัยหรือเปล่าหนอว่า "ครูไปไหนมา?"

เธอจะมีเรื่องเล่าขาน สนุกสนาน เป็นตำนาน ผ่านเกร็ดชีวิตมากมาย เพียงมองตาเราก็รู้ใจกัน แฝงอารมณ์ขันได้ทุกเรื่องยิ้มง่าย สบายใจ สนทนากันแบบวิเคราะห์ เจาะลึกด้วยข้อมูลอ้างอิงเหตุและผลประกอบ

เราจะซึมซับความรู้สึกนึกคิด ซึ่งกันและกันมีขัดแย้งกันบ้าง แต่ก็เข้าใจกันได้ ห่วงใย เอื้ออาทร แบ่งปันเป็นพื้นฐาน สิ่งดีงามส่วนนี้ จะถ่ายทอดถึงลูกหลานและคนใกล้ชิดเป็นลักษณะนิสัย

เธอชอบทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ ใครๆได้ลองลิ้มชิมฝีมือจะติดใจเธอไม่รู้สึกเบื่อ ที่จะทำอาหารรสเลิศเมนูเด็ดพิเศษคือ แกงคั่ว (หอยแมลงภู่-สับปะรด) หลน (ปลาร้า, ปลาส้ม, เต้าเจี้ยว, เต้าหู้) ลาบ (เนื้อหมู ไก่ ปลา ) ขนมจีน (น้ำยาไก่ ปลาต้ม) เมี่ยงหมู แจ่ว นึ่งปลา ฯลฯ

วันไหนจะผลิตอาหารตามสั่งที่เพื่อนๆชอบ ลูกมือต้องทำงานหนักหน่อย หยิบ จับ ล้าง หั่น ตำ ตามต้องการกลิ่นหอมที่โชยไประยะไกลถึงไหน บ้านนั้นมีสิทธิ์ที่จะได้ชิมแน่นอนเสร็จแล้วจัดส่ง แจกจ่าย จนครบตามถนนสายต่างๆ โดยเฉพาะถนนโสมพะมิตร บ้านภูฉาย ข้างโรงงิ้ว "ร่มขนุนอุ่นเสน่หา" อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า

เธอมีข้อจำกัดในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ เมื่อจะต้องเดินทางไปร่วมกิจกรรมรุ่นบ้าง ท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวความสุขตามวัยอันสมควรบ้าง เยี่ยมลูกหลานบ้าง เธอจะเป็นคนสุดท้าย ที่ตัดสินใจและให้คำตอบว่าจะไปหรือไม่ บ่อยครั้งที่เปลี่ยนใจกระทันหัน ซึ่งเราท่านทั้งหลายเข้าใจธรรมชาติของเธอเป็นอย่างดี เธอให้เหตุผลว่า นั่งรถนานๆ ไกลๆ ไม่ค่อยชอบ กังวล แต่ไปแล้วเพื่อนๆจะดูแลชวนคุยชมบรรายกาศสองข้างทาง ก็จะเพลิดเพลินได้และขอให้พาเที่ยวที่นั่นที่นี่อีกบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จัดให้เพราะต้องการให้เธอมีความรู้สึกดีๆ คลายกังวล มองโลกกว้างที่เธอให้ความสำคัญคือ การเดินทางไปร่วมรุ่นตามจังหวัดต่างๆ ปีละครั้ง

เมื่อพบว่า เธอเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ พวกเราสังเกตว่า ต้นปี ๒๕๕๘ เธอจะขอทานยาแก้ปวดถี่ขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่า มีไข่ต่ำๆ ทานแล้วจะดีขึ้น ท้องเสียเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น มีอาการไอบ่อยครั้ง จะใช้ยาอม ยาดมพกติดตัวตลอด แรกๆ ก็จะเห็นเป็นอาการของคนสูงวัยธรรมดา ซึ่งเมื่อครบกำหนดเดินทางไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น ตามหมอนัด ผลการตรวจอย่างละเอียดจึงทราบว่า ร่างกายแสดงอาหารไม่ตอบสนองยาเป็นเบื้องต้นแล้ว และกำลังจะถดถอยลงเรื่อยๆ

โอ...ลูกสาวคนโต ทำงานเจ้าหน้าที่พยาบาลแผนกวิสัญญี โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น ได้รับทราบจากแพทย์ผู้ตรวจอาการว่า อาการของเธอเริ่มทรุดแล้ว น่าจะมีเวลาอีกไม่นานนัก เธอปรารภกับฉันว่า

"โอ..สั่งให้บอกแม่ปรุงไว้ทุกเรื่องได้เลย เดี๋ยวแม่จะสั่งไม่ทัน"

เธอเล่า คำอธิบายขั้นตอน การเยียวยารักษาให่ทราบพร้อมกับการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า

"ไม่เจาะไม่ผ่าตัดอะไรอีกแล้ว ตายเป็นตาย"

เพราะเธอไม่อยากเผชิญกับความเจ็บปวดและทรมานมากไปกว่านี้ ฉันฟังแล้ว ยังรู้สึกขำๆ ดูๆเธอยังแข็งแรงไม่ผิดปกติ พูดคุยสังสรรค์ ตามอัธยาศัยได้

แต่ก็เป็นที่วิตกกังวลเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ร่างกายภายนอกเธอจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงเป็นรายวัน เหนื่อยบ้าง หิวบ้าง หอบบ้าง จะอาเจียนบ้าง ท้องร่วงบ้าง สลับกันเป็นระยะๆ ทานอาหารได้น้อยลง ในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อร่างกาย

๓ สัปดาห์แรก ฉันขออาสารับเธอมาพักผ่อนที่บ้านภูฉายข้างโรงงิ้ว เพื่อความสะดวกสบายในการปรนนิบัติดูแล สายๆ ก็ให้แหม่ม หลานสาวขับรถไปรับ มีคณะเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจมาสมทบ พี่น้อยเป็นพี่ใหญ่ วัฒนา เพชรทอง บุญเรือน มาร่วมให้กำลังใจ (คณะนี้เกาะติดรักกันเหนียวแน่น ป.กศ.รุ่นเดียวกันกับวลัย) ทานข้าวมื้อกลางวัน รายการอาหารตามสั่ง วัฒนา ป่นปลาอร่อย พี่น้อย (เฉลา) แกงมัสมั่น แกงเขียวหวาน หมูแนม ยำส้มโอฯ เพชรทอง ไม่ค่อยถนัด เพราะอยู่ไกลถึงยางตลาด จะจัดซื้อของขบเคี้ยวมาเพิ่มเติม บุญเรือน มีน้ำใจไมตรีจัดหาผลไม้ตามฤดูกาล บางครั้งก็มีเพื่อนร่วมรุ่นจากมหาสารคามเดินทางมาสนับสนุน ฉันก็ดูแลเธอ จัดหาที่นอนบริการน้ำหวาน เครื่องดื่ม บำรุงร่างกาย เธอสดชื่นขึ้นมาบ้าง

ย่างเข้าเดือนที่ ๒ เธออ่อนเพลีย เหนื่อยหอบถี่ขึ้น ลูกเอ ก็เฝ้าระวังอาการตามที่พี่สาวโอแนะนำ จนต้องนำส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘ แพทย์พยาบาลพยายามอย่างสุดความสามารถ ในที่สุดเธอก็เดินทางถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๐๐ น. โดยประมาณ

ก่อนที่เธอจะเจ็บป่วยถึงขั้นวิกฤติ เธอฝากฝังและสั่งลากับฉันไว้ว่า

ให้ฉันทำหน้าที่บริหารจัดการงานศพให้ดูเรียบง่ายและพอดีพองาม

เธอห่วงใยลูกสาวโอ เป็นคนพูดน้อย และไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิด อาจจะทักทายต้อนรับไม่ทั่วถึง

เธอห่วงใยที่ลูกเอ และลูกเขยมุ ลูกยังเล็กๆ ลูกชายก็กำลังเรียน ช่วยดูแลแทนบ้าง

เธอห่วงใยคุณวิชัย ที่ไม่ค่อยสันทัดในการต้อนรับแขกที่ให้เกียรติมาร่วมงาน ตลอดจนให้ช่วยเป็นธุระการติดต่อประสานงานการรับเงินตอบแทนต่างๆด้วย

ฉันได้ทำหน้าที่ทุกข้อตามเจตนารมณ์ของเธอแล้ว ส่วนลูกหลาน ครอบครัวของเอ มีคุณย่าช่วยเสริมแรงอยู่แล้ว น้องจอย กำลังน่ารัก พี่กร ก็มีป้าโอ ตาวิชัย พ่อมุ นำพบหมอตามนัด เกี่ยวกับปัญหาบางส่วนของสุขภาพ

งานฌาปนกิจศพเป็นไปด้วยความราบรื่น บรรลุตามความประสงค์สมเกียรติยศ สมที่เธอเป็นแม่ของลูก เป็นครู เป็นลูกศิษย์ เป็นภรรยาของสามี เป็นพี่สาวของน้องๆ เป็นยายของหลานๆ และเป็นข้าราชการของแผ่นดิน

หากดวงวิญญาณของเธอสามารถหยั่งรู้ได้ ด้วยญาณวิถีใด โปรดรับรู้ด้วยว่า งานฌาปนกิจของเธอเป็นที่น่าภาคภูมิใจ องอาจและสง่างาม

ฉันพยายามทุ่มเท เสียสละ จัดระบบวางหน้าที่กระจายงาน ตามความถนัดของเจ้าภาพแต่ละฝ่าย ฉันได้แสดงออกเต็มความสามารถเฉพาะตัวของฉันจัดพิมพ์หนังสือวลัยอนุสรณ์ สื่อความรักความอาลัย ปกสีฟ้า เธอบอกว่า เธอเกิดวันพุธ ไม่ชอบสีเขียว กลับชอบสีฟ้าสดใส รูปภาพในหนังสือจะมีจำเพาะสมาชิกกลุ่มเดิมๆ เพราะเรารักกัน อยู่-กิน-ท่องเที่ยว-ด้วยกันตลอด

เธอเคยชื่นชมผลงานของฉันเสมอ จะคอยฟังเสียงอ่านทำนองเสนาะ วันนี้ ฉันเขียนบทกลอนอาลัยรักจากอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริง ฉันอ่านในนามตัวแทนของเพื่อนพ้องน้องพี่ และแขกผู้มีเกียรติด้วยตนเอง ฉันบริหารจัดการแจ้งข่าวให้เพื่อนร่วมรุ่นทุกจังหวัดทราบ ฉันปรึกษาและจัดทำให้เธอสมบูรณ์และบกพร่องน้อยที่สุด ร่วมกับน้องเขย (คุณวีระชาย) น้องสาว (วรินทร์) วางแผนให้งานสำเร็จลุล่วง ราบรื่น เรียบง่ายและงดงาม

ทุกท่านตั้งใจมาร่วมแสดงไว้อาลัยแด่เธอเป็นครั้งสุดท้าย อย่างล้นหลาม (แม้ขณะที่เธอเจ็บป่วย ก็มีผู้แวะเวียนมาเยี่ยมไม่เคยขาด) ครอบครัวของลูฏๆ ครอบครัวของน้องๆ ที่นครพนม ก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้เป็นอย่างดี

ฉันอิ่มเอมในกุศลผลบุญที่เธอได้สร้างสมไว้ตลอดอายุขัย ซึ่งเป็นอานิสงส์หนุนส่งให้คุณงามความดีทั้งมวล เป็นพลังอย่างมหาศาล เธอจากทุกคนไปก็เพียงแต่ร่างกายด้วยสภาวะอายุขัย แต่เธอจะยังคงเป็นที่รักใคร่สำหรับญาติมิตรตลอดไป ตราบนานเท่านาน ขอให้เธอจงหลับสนิทสถิตในทิพย์วิมานดวงวิญญาณ "นางวลัย สิงหพรหมสาร" จงสู่สุคติในสวรรค์ชั้นฟ้า แดนสัมปรายโพ้นเทอญ

ด้วยรักรำลึกถึงเธอเสมอ
ปรุงศรี ภูงามทอง
เพื่อนแท้ของเธอ

1 ความคิดเห็น: