++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550

ตามรอยวิทยากร เชียงกูล กับแฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ : มหัศจรรย์ของโอกาสและกาลเวลา

มีนักคิด นักเขียนของไทยหลายท่าน ที่ผู้อ่านประทับใจ และติดตามผลงานอย่างต่อเนื่องในแบบแฟนพันธุ์แท้ เรียกว่า มีผลงานเล่มใหม่ของนักเขียนในดวงใจออกวางขายเมื่อไหร่ ก็ไม่พลาดที่จะหามาไว้ในครอบครอง

วิทยากร เชียงกูล เป็นหนึ่งนักเขียนที่มีแฟนพันธุ์แท้ติดตามผลงานอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
แต่จะเป็นกลุ่มนักอ่านที่อาจจะมีการแสดงตัวน้อยกว่า กลุ่มอื่นๆ อาจเป็นเพราะเนื้อหางานเขียนของวิทยากร เชียงกูล มีสาระที่เข้มข้นไปด้วยสาระและข้อคิดมากมาย




ในขณะที่คนส่วนใหญ่ ชอบอ่านหนังสือในแนวบันเทิง สบายๆ

แฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ ซึ่งเล่น internet ในระดับชำนาญ ค้นหาข้อมูล ท่องเวบไซต์ต่างๆ จนเริ่มเขียน blog เป็นของตัวเอง และมีโอกาสได้รู้จักกับผู้คนจาก internet มากมาย

และวันหนึ่ง เธอบอกว่า เธอชอบอ่านหนังสือของวิทยากร เชียงกูล พร้อมกับกล่าวถึงหนังสือหลายเล่มของวิทยากรที่เธอประทับใจ จนกระทั่งนำมาสู่การเขียนบันทึกใน blog ของเธอ

เมื่อคนจุดตะเกียงมีโอกาสได้พบเธอในห้องสมุดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ค้นหาหนังสือของวิทยากร เชียงกูล พอเห็นปก เล่มนั้น เธอก็บอกว่า มีแล้ว เนื้อหาเป็นอย่างไร น่าอ่านอย่างไร....

เมื่อลองค้นหาเล่มเก่าๆ เมื่อไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งของวิทยากร เชียงกูล เธอยังไม่มี แต่สีหน้าท่าทางของเธอ ดีใจสุดๆ เหมือนดั่งค้นพบบ่อน้ำมันเลยทีเดียว รีบหยิบไปถ่ายเอกสาร เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวทันที

เมื่อมีโอกาสได้เข้า กทม. คนจุดตะเกียงชวนเธอไปยัง หอสมุดแห่งชาติ ค้นหาหนังสือของวิทยากร เชียงกูลที่มีทั้งหมดในหอสมุดแห่งชาติ เพียงเห็นรายชื่อที่แสดงผลการค้นออกมา เธอสามารถบอกได้ทันที เล่มไหนมีแล้ว หน้าปกเป็นอย่างไร เล่มที่เธอมี เป็นเล่มที่พิมพ์ครั้งที่เท่าไหร่.... เมื่อไล่ๆดูชื่อเอกสารจากการค้นไปเรื่อยๆ พบหลายเล่มที่เธอยังไม่มี ก็แสดงอาการดีใจ รีบจดเลขหมู่ เพื่อไปค้นหนังสือเล่มนั้นมาดู เพื่อที่จะถ่ายเอกสาร ครอบครองเป็นเจ้าของ

ด้วยเวลาที่มีจำกัด ทำให้เธอค้นหนังสือบนชั้นได้บางเล่ม แต่จากเล่มที่พบ ก็ทำให้เธอตื่นเต้น พลิกดูหน้าปก ลูบคลำอย่างดีใจ.....

..ถ้ามีเวลามากพอ คงจะนั่งอ่านจนจบทุกเล่มที่เธอยังไม่ได้อ่าน......


ด้วยความที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ เปิดเผยตัวเองว่า ชอบหนังสือของวิทยากร เชียงกูล จนนำมาเขียนใน blog ของตัวเอง จนทำให้พบกับคุณสุขพงศ์ คหวงศ์อนันต์ ที่เข้ามาติดต่อผ่านทาง blog ของเธอและสื่อสารทางอีเมล์ ซึ่งเขาเป็นคนที่ทำหนังสือให้กับ อ.วิทยากร เชียงกูล พร้อมกับส่งปกหนังสือเล่มใหม่ของ อ.วิทยากร มาให้เธอดูด้วย

ทำเอาเธอปลาบปลื้มใจไปหลายวัน ที่มีโอกาสได้รู้จักกับคนทำหนังสือให้ อ.วิทยากร เชียงกูลอย่างมหัศจรรย์
เธอจึงติดต่อสื่อสารผ่านทางเมล์ ตามที่หัวใจอยากจะเขียน ด้วยความยินดีปรีดาในแบบสุดๆ





คุณสุขพงศ์ เป็นคนทำหนังสือ เป็นบรรณาธิการ ในสำนักพิมพ์วิญญูชน ที่จัดพิมพ์หนังสือของ อ.วิทยากร เชียงกูล , อ,ธีรยุทธ์ บุญมี เขาเคยเข้ามาเขียนความเห็นใน blog คนจุดตะเกียงแห่งนี้ และชวนให้ลองเขียนหนังสือเพื่อการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์อีกด้วย...

ช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2550 คนจุดตะเกียงได้ร่วมเดินทางไปกับแฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล ไปที่งานสัปดาห์หนังสือในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเธอตั้งใจที่จะเป็นเจ้าของหนังสือเล่มใหม่ของ อ.วิทยากร เชียงกูลอีกด้วย



เมื่อเดินทางถึงบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ สถานที่จัดงานแล้ว หลังจากรับแผ่นพับที่ให้รายละเอียดที่ตั้งบูธและสำนักพิมพ์ต่างๆ เธอก็ใช้เวลานั่งดูและติ๊กเลือกบูธที่ตั้งใจจะไปเยี่ยม นับตั้งแต่ สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน, สามัญชน, 113 (วินทร์ เลียววาริน) , วิญญูชน..

หลังจากเธอเดินไปตามบูธต่างๆ จนขึ้นไปที่โซน C2 เรื่อยๆไปจนพบบูธ R60 ของสำนักพิมพ์วิญญูชน เธอก็ได้พบกับหนังสือเล่มใหม่ของวิทยากร เชียงกูลที่เธออยากได้ และถือโอกาสเข้าไปสอบถามคนขายคนหนึ่ง นั่นคือ ถามหาคุณสุขพงศ์นั่นเอง....

คนขายสาวคนนั้น ร้องอ๋อ คุณสุขพงศ์ หรือ คุณต้อมเคยพูดให้ฟังแล้ว ว่า มีแฟนพันธุ์แท้ของวิทยากรเชียงกูล จะแวะมาที่บูธด้วย ให้ดูแลด้วย ไม่นึกว่าจะเจอแฟนพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบผลงานมากถึงเพียงนี้





และแล้ว ทั้งสองสาวก็คุยกันนานพอสมควร กลายเป็นคนคุ้นเคยในเวลาอันรวดเร็ว...

ในวันถัดมา แฟนพันธุ์แท้แวะมาที่งานสัปดาห์หนังสืออีกครั้ง และเดินผ่านบูธสำนักพิมพ์วิญญูชนอีกครั้ง สาวประจำบูธคนนั้นมองเห็นก็จำได้ ร้องทักทายทันที.. กลายเป็นคนรู้จักไปเสียแล้ว...

คาดว่า คงเป็นเรื่องที่นำไปพูดคุยกันจนรู้เกือบทั้งสำนักพิมพ์แล้วกระมัง :)))

แม้ว่า แฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ จะยังไม่ได้มีโอกาสพบกับคุณต้อม สุขพงศ์ แต่ ณ เวลานี้ก็ได้รับสิ่งที่ดีๆเกินความคาดหมายหลายอย่างแล้วทีเดียว

แฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์ จัดว่า เป็นนักอ่านหนังสือตัวยงทีเดียว และเป็นนักคิดนักเขียนอีกคนหนึ่ง
หนึ่งความฝันคือ การถ่ายทอดเรื่องราวของปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็นหมอดินอาสาที่เธอคอยให้คำแนะนำ และช่วยเหลือดูแลอยู่ คือ คุณตาเหรียญ เจียมทอง ซึ่งเป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาชาวบ้าน องค์ความรู้ที่สะสมมาอย่างมากมาย

หนึ่งความฝันคือ การจัดทำหนังสือ ในรูปแบบพ็อตเกตบุคส์ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวอันทรงคุณค่าเหล่านั้น ออกสู่สาธารณชนต่อไป เมื่อคุณสุขพงศ์ได้ชักชวนคนจุดตะเกียงให้เรียบเรียงเนื้อหา เขียนหนังสือเพื่อการพิมพ์เผยแพรและแฟนพันธุ์แท้ก็อยากที่จะเผยแพร่ผลงาน แล้วเธอยังเป็นแฟนพันธ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล ติดตามผลงานมาอย่างเหนียวแน่น

พ็อคเกตบุคส์ในฝัน ย่อมจะเป็น เรื่องราวจากการถ่ายทอดของแฟนพันธุ์แท้ในแบบฉบับของเธอเอง ที่ถูกส่งผ่านไปยังคุณสุขพงศ์ ซึ่งเธออาจจะถ่ายทอดเรื่องราวในเนื้อหาที่เข้มข้นเหมือนอย่างหนังสือที่เธอชอบอ่าน หรือเนื้อหาในแนวทางของสำนักพิมพ์วิญญูชน หรือ สายธารก็ย่อมได้

ด้วยความที่เป็นคนคอเดียวกัน ชื่นชอบงานเขียนในแนวทางของวิทยากร เชียงกูล ย่อมที่จะพูดจาภาษาเดียวกันได้ง่ายกว่าใครๆ

หนังสือแต่ละเล่ม ทำให้เกิดความคิด ความรู้ และจินตนาการที่เติบโตอย่างมากมาย ไม่สิ้นสุด เช่นเดียวกับการตามรอยวิทยากร เชียงกูลของแฟนพันธุ์แท้ จากบุรีรัมย์ ที่มีโอกาสได้ติดตามอ่านเนื้อหาหลายเล่ม จนได้รู้จักกับบรรณาธิการที่ทำหนังสือให้วิทยากร เชียงกูล

แล้วทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ที่แฟนพันธุ์แท้ จะได้พบเจอกับวิทยากร เชียงกูล ตัวจริงเสียงจริง

เมื่อได้ติดตามงานเขียนจนเป็นถึงระดับแฟนพันธุ์แท้แล้ว การได้สัมผัสถึงความคิดเห็นแบบสดๆ จากการพูดคุยกันต่อหน้านักเขียนที่ชื่นชอบ ย่อมเป็นสิ่งที่นักอ่านระดับแฟนพันธุ์แท้หลายคน ถวิลหา

ที่อยู่ของสำนักพิมพ์วิญญูชนก็รู้แล้ว, ม.รังสิต สถานที่ที่ อ.วิทยากร เชียงกูล ทำงาน ก็ไม่ยากที่จะเดินทางเข้าไปถึง

และไม่เป็นการยากนัก ในเมื่อแฟนพันธุ์แท้และคุณสุขพงศ์ ได้ทำความรู้จักกันแล้ว ในการที่จะหาวันเวลาที่ลงตัว ในการให้แฟนพันธุ์แท้ ได้พบปะกับ อ.วิทยากร เชียงกูล ตัวจริงเสียงจริง

แม้จะเป็นเพียงเวลาอันสั้น อาจเป็นช่วงเวลารับประทานอาหารสั้นๆเพียง 1 มื้อ ณ สถานที่ทำงาน หรือในวันเวลาที่เหมาะสม แต่ระยะเวลาสั้นๆนั้น อาจจะเป็นเวลาแห่งความทรงจำของแฟนพันธุ์แท้ไปตลอดกาลก็ย่อมได้....

4 ความคิดเห็น:

  1. การตั้งใจจริงกับสิ่งใดอย่างแน่วแน่
    ดูจะเกิดผลสำเร็จทุกครั้งไป
    ..........
    ศรัทธาวิทยากร เชียงกูล
    ส่วนใหญ่ ก็รู้จักกันแต่ "ฉันจึงมาหาความหมาย"
    และก็มีวรรณกรรมล้อเลียนประเภท
    ฉันจึงมาหาความหงอย ฉันจึงมาหาความเหงา
    ..อีกเยอะแยะ
    ...........
    ขอบคุณที่นำเรื่องน่าสนใจมาให้อ่าน
    http://pimpila.exteen.com/

    ตอบลบ
  2. น่าปลื้มมากๆค่ะ อ่านแล้วเห็นถึงความตั้งใจของแฟนพันธุ์แท้เลยค่ะ ชื่นชมๆ ;)))

    ตอบลบ
  3. ฉัน เยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง...^^ เวลาได้เจอนักเขียนในดวงใจ รู้สึกดีใจมากมาย แม้จะแค่ยิ้มให้ ไม่ได้พูดจาอะไร แค่นี้ก็เป็นปลื้มแล้วค่ะ ^^

    ตอบลบ
  4. ผมเชื่อว่าความหวังของคุณจะต้องเป็นจริงสักวันครับ

    ตอบลบ