++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550

เมื่อยังไม่ได้เจอกันเสียที - แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล กับประตูผู้ที่เชื่อมโยงตัวอักษรกับความเป็นจริง


จะมีสักกี่คนที่อ่านหนังสือ ชื่นชอบผลงานเขียนของนักเขียนในดวงใจ และติดตามผลงานเขียนมาหลายต่อหลายเล่ม
จากช่วงต่อระหว่างวัย ตั้งแต่วัยแสวงหาตัวตน จนถึงวันทำงาน
ยังคงติดตามผลงาน - ซึมซัม สะสม หนังสือผลงานเขียนของนักเขียนในดวงใจไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย
มีน้อนคนนัก ที่จะได้มีโอกาสได้พบกับ นักเขียนในดวงใจ และวันหนึ่ง ยังมีโอกาสได้ช่วยเผยแพร่ผลงานของนักเขียนในดวงใจ
ออกสู่สาธารณะมากขึ้น


คุณนิด แฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล จากบุรีรัมย์ มีโอกาสได้พบกับความฝันที่เป็นจริง จากการช่วยเหลือของ คุณต้อม สุขพงศ์ คหวงค์อนันต์
บรรณาธิการและนักเขียนจากสำนักพิมพ์สายธาร - วิญญูชน
ติดต่อประสานกับ อ.วิทยากร จนสาวน้อยจากบุรีรัมย์ ได้พบกับ อ.วิทยากร เชียงกูลสมดังใจ
และยังมีโอกาสได้พบเป็นครั้งที่ 2 , 3 และ ต่อมาอีกหลายครั้ง

ที่สำคัญ เธอยังได้มีส่วนช่วยเหลือ เผยแพร่ผลงานของ อ.วิทยากร เชียงกูล ผ่านระบบ internet โดยสร้าง blog ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล
อยู่ที่ http://witayakornclub.wordpress.com รวบรวมบทความและผลงานของ อ.วิทยากร เชียงกูล เผยแพร่ในเวบไซต์อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทาง อ.วิทยากร เชียงกูล และเลขานุการ คุณเหมียวได้ส่งข้อมูลให้เธอทางอีเมล์อย่างต่อเนื่อง
จากวันที่เริ่มต้นสร้างเวบไซต์ และเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ มีคนคลิกเข้าไปอ่าน ค้นหา ดาวน์โหลดบทความของ อ.วิทยากร เชียงกูลในเวบไซต์ของชมรมฯ
เกินกว่าหมื่นครั้งเข้าไปแล้ว
จำนวนมากกว่าคนที่ติดตามอ่านหนังสือเลยทีเดียว

เมื่อมองกลับไปถึงวันวาน
การที่คุณนิด อฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล จะมาถึงวันนี้ได้นั้น
ต้องอาศัยประตู ที่พาเธอก้าวออกจากความฝัน มาพบกับความจริง
พบกับตัวจริงเสียงจริงของ อ.วิทยากร เชียงกูล

แต่เมื่อเธอเดินผ่านประตูนั้นมาแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่า เธอกลับยังไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัสว่า ประตูบานนั้น เป็นอย่างไร
เพียงเพราะเธอเดินผ่านบานประตูที่เปิดให้เข้ามาสัมผัสกับบุคคลที่เธออยากพบ
ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว
และคนที่เปิดประตู ก็ยืนมองเธอด้วยรอยยิ้ม ชื่นชม ยินดี
ยินดี และไม่ผิดหวังที่เอื้อมมือไปเปิดประตูให้เธอเดินเข้ามา

"ถ้าไม่มีผู้เปิดประตูให้เธอก้าวเดินเข้ามา เธอคงไม่มีวันที่จะได้พบกับบุคคลที่เธออยากพบได้เร็วถึงเพียงนี้...."

มองกลับไปที่บานประตูที่เธอเดินผ่านเข้ามา
คุณต้อม ยังคงยืนยิ้มอยู่ที่ประตูบานนั้น
ควงถึงเวลาเสียทีที่เธอจะเดินไปหาคนที่เปิดประตูให้เธอเดินเข้ามา
ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมา เธอจะมีโอกาสได้พูดคุยกับคนเปิดประตู ผ่านทางโทรศัพท์ และอีเมล์
แต่ยังไงก็ไม่เหมือนกับการที่มีโอกาสได้พบกับตัวจริงเสียงจริง

หากมีโอกาสได้พบเจอตัวจริงเสียงจริง
ชายผู้ที่ยืนอยู่ที่ประตูบานนั้น ย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอจะได้ค้นพบอีกมากมาย
นอกจากเขาจะเปิดประตูให้เธอได้พบกับความหมายที่หลากหลายจากป่าอักษรแล้ว
เขายังเปิดประตูให้กับคนอื่นๆ
และเปิดประตูให้กับตัวเอง เข้าไปยังห้องแห่งความหมายอีกมากมายหลายห้องอักษรแห่งโลกใบนี้

คราวนี้ ต้องคอยดูว่า เธอจะเปิดประตูเข้าไปค้นพบสิ่งใดอีก

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ถ้าลงมือหาสมาชิกชมรมฯ อย่างจริงจัง คงได้สมาชิกเพียบ (witayakorn)


คุณน้อย ลิขิต ซึ่งติดตามข่าวคราวของชมรมศึกษาผลงานอาจารย์วิทยากร เชียงกูลทางเวบไซต์
เมื่อเห็นข้อมูลสมาชิกที่สนใจเรื่องชมรมฯ ได้ให้ความเห็นว่า


"ถ้าหากลงมือประชาสัมพันธ์ข่าวสารอย่างจริงจัง จะได้สมาชิกที่สนใจมากขึ้น เพราะวิทยากร เชียงกูลนั้น มีผลงานมานานหลายปี หากสอบถามผู้ที่สนใจติดตามผลงาน ย่อมที่จะมีผู้รู้จักไม่น้อยเช่นกัน"


"ชมรมฯ น่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น หากเป็นสมาชิกชมรมแล้ว จะง่ายในการตัดสินใจเข้าร่วมในชมรมนี้มากขึ้น เป็นแล้วจะมีส่วนร่วมอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง"


"การหาสมาชิกทาง internet นั้น ดูดี แต่ถ้าสอบถามจากผู้คนที่มีโอกาสพบเจอ น่าจะได้ผลมากกว่า จากข่าวที่ได้อ่าน คนที่สนใจเป็นสมาชิก มาจากในสถาบันการศึกษา ซึ่งน่าจะหาได้ง่ายกว่า คุณนิดอยู่ที่บุรีรัมย์ น่าจะเริ่มต้นสมาชิกจากสถาบันการศึกษาในบุรีรัมย์ นับตั้งแต่ครู นักศึกษา หากมีโอกาสได้พบปะพูดคุย จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้แนวทางมากขึ้น"


"แนวทางการรับสมัครสมาชิกในสถาบันการศึกษา รูปแบบที่ง่ายๆ อาจจะ Print ข้อความใส่กระดาษ A4 นำไปติดในบอร์ดประชาสัมพันธ์ในสถาบันการศึกษา เชิญสมัครสมาชิกชมรม ฯ สนใจคลิกดูรายละเอียดในเวบไซต์ หรือสอบถามที่เบอร์โทรที่ระบุไว้ แบบนี้จะได้สมาชิกที่เป็นตัวตนชัดเจน และมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาสอบถามโดยที่ไม่ต้องไปเดินหาสมาชิกด้วยตนเอง"



วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ทึ่งน้องต๊อดตี้ ซึ่งตาบอด เข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมฯ


น้องต๊อดตี้ ซึ่งเป็นนิสิตตาบอด แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็รู้จักกับวิทยากร เชียงกูลด้วย



น ้องตี้ฝันอยากเป็นนักเขียน เมื่อคุณนิดที่กำลังจะตั้งชมรมศึกษาผลงานอาจารย์วิทยากร เชียงกูล เล่าให้น้องตี้ฟัง น้องตี้สนใจขอเป็นสมาชิกชมรมนี้ทันที




คุณนิดได้โทรคุยกับอาจารย์วิทยากร ซึ่งท่านรู้สึกทึ่งมากถามว่าเค้าอ่านได้ยังไงเหรอ มีอักษรเบรลล์หรือเปล่าหรือฟังเสียงได้ ว่าแล้วท่านจะส่งบทความมาให้ทางอีเมล์พร้อมส่งหนังสือไปให้ 2 เล่ม


คุณแมวเหมียว ซึ่งเป็นเลขานุการของ อ.วิทยากร เชียงกูล เมื่อทราบข่าวและเรื่องราวโดยบังเอิญ รู้สึกชื่นชมน้องต๊อดตี้อย่างมาก โดยเขียนความรู้สึกไว้ที่บันทึก นิสิตตาบอดจาก DSS มมส กับโอกาสเดินตามความฝัน+แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสัมผัสกับนักเขียนไทย "วิทยากร เชียงกูล"



แมวเหมียว
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 10:30

"....เป็นนิสิตรุ่นพี่ของน้องตี้ค่ะ ตอนนี้ทำงานเป็นเลขาฯให้ อ.วิทยากร เชียงกูล ยังไงถ้าน้องเค้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็โทรมาหาพี่ได้นะคะ


(ฝากข้อมูลไว้ให้พี่หนิงแล้วกันค่ะ)


089-7104642


จากพี่เอกไทยรุ่น 36 จ้า


ชื่นชมในอุดมการณ์และความพยายาม"





Technorati :

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ก้าวเดินตามความฝันอีกขั้นของคุณนิด ; การหาสมาชิกและเวบไซต์ของชมรม


ด้วยศรัทธาและความฝันที่สุขใส เป็นแรงผลักดันให้คุณนิด แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล ริเริ่มตั้งชมรมขึ้นมา
จากแนวคิดที่เริ่มเป็นรูปร่างมากขึ้น นำมาสู่การเปิดเวบไซต์ของชมรมศึกษาผลงานอาจารย์วิทยากร
http://witayakorn.blogspot.com


เป็นจุดเริ่มต้นเดินตามความฝันของเธอ
และเมื่อ 12 มิ.ย.2550 คุณนิดได้แวะเข้าไปเยี่ยมเยือนรุ่นพี่ที่รู้จักที่ ม.มหาสารคาม
และได้สมาชิกใหม่ที่สนใจเข้าร่วมชมรมของเธอได้แก่

คุณพนัส ปรีวาสนา ผู้เป็นเสมือนดั่งพี่ชายที่เธอสนิทสนมอีกมากคนหนึ่ง
และน้องต๊อดตี้ นิสิตพิการ (ตาบอด) ของ ม.มหาสารคาม ที่ฝันอยากเป็นนักเขียน และรู้จักวิทยากร เชียงกูลด้วย
ถือว่า ได้สมาชิกของชมรมฯ ที่คาดไม่ถึงทีเดียว
ทำให้คุณนิด ปลื้มใจอย่างมาก ที่มีคนสนใจต่อผลงานของวิทยากร เชียงกูล เช่นเดียวกันกับเธอ


ในส่วนของการพัฒนาเวบไซต์ของชมรม ฯ เธอคงจะหาโอกาสปรึกษาหารื่อกับสมาชิกชมรมในโอกาสต่อไป
ซึ่งจะเปิดช่องทาง โดยอาจจะให้สมัครสมาชิกรับข่าวสารทางอีเมล์ หรือสามารถที่จะสื่อสารผ่านทาง MSN Messanger ได้ตามความสะดวก


วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2550

น้ำใจของคุณสุขพงศ์ ต่อความตั้งใจในการจัดตั้งชมรมคนรักผลงานของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล ของคุณนิด


เมื่อคนจุดตะเกียงได้แจ้งที่อยู่ในเวบ blog แด่คุณสุขพงศ์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของ อ.วิทยากร ที่
http://onknow.blogspot.com/search/label/witayakorn


คุณสุขพงศ์ได้แวะเข้ามาอ่าน และฝากข้อความไว้ สำหรับการหาแนวร่วมของชมรมนี้
http://www.rsu.ac.th/csi/mr_witayakorn.htm


โดยให้ดูข้อมูลกิจกรรมนักศึกษาที่ อ.วิทยากร ดูแลอยู่

นอกจากการหาสมาชิกชมรมจากคนที่สนใจทั่วไปแล้ว
ในส่วนของคนใกล้ๆตัว คือ นักศึกษา ม.รังสิต ที่เรียนกับ อ.วิทยากรนั้น ก็น่าสนใจเช่นกัน
น่าจะมีคนที่มีความฝัน คล้ายคุณนิดอยู่บ้าง


นอกจากแนวร่วมจาก สมาชิกที่สนใจทั่วไป นักศึกษา ม.รังสิตแล้ว คุณสุขพงศ์ย่อมถือว่า เป็นแนวร่วมที่สำคัญตั้งแต่เริ่มต้นของคุณนิดเลยทีเดียว

คุณนิด มีพี่ชายท่านหนึ่งทำงานที่กองกิจการนักศึกษา มมส. ที่เป็นนักอ่านหนังสือตัวยง และอ่านผลงานเขียนของ อ.วิทยากร มาแล้วหลายเล่ม เธออยากจะลองทาบทามให้มาเป็นแนวร่วมในชมรมนี้ด้วย..


วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2550

คุณนิดแฟนพันธุ์แท้ เขียนบันทึก "รับสมัครสมาชิก.. ชมรมคนรักผลงานของอาจารย์วิทยากร"

คุณนิดได้เขียนบันทึก รับสมัครสมาชิกที่บันทึก
ด่วนค๊าด่วน!!!! รับสมัครสมาชิก.. ชมรมคนรักผลงานของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล
http://gotoknow.org/blog/Myself/101750


ประเด็นสำคัญที่หนูนิดต้องการแจ้งให้ทราบมากที่สุดคือ หนูนิดแจ้งขออนุญาตกับอาจารย์ว่าอยากจะหาแฟนพันธุ์แท้ วิทยากร เชียงกูล ที่ชื่นชอบอาจารย์และผลงานของอาจารย์มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านต่า งๆ ที่สนใจ กับอาจารย์จะได้มั้ย ซึ่งคำตอบของอาจารย์ก็เป็นที่ยินดีมากค่ะ อาจารย์บอกว่า

"ได้ซิ มาเลย ไม่มีปัญหาแจ้งวันเวลามาแล้วกันนะ " หนูนิดเลยถามอาจารย์ต่อไปว่า

"อาจารย์จะตั้งชื่อชมรมว่ายังไงดีค่ะ" ซึ่งอาจารย์ก็บอกว่า

"ชมรมคนรักผลงานของอาจารย์วิทยากร ก็ได้นะ"



ติดตาม อ่านบันทึกนี้ได้ที่
http://gotoknow.org/blog/Myself/101750

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ต่อยอดความฝันแด่ 40 ปี วิทยากร เชียงกูล

คุณนิด แฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล แสดงความเห็นต่อทัศนะของคุณน้อย ลิขิต เรื่อง 40 ปี วิทยากร เชียงกูลว่า


"เห็นด้วยในหลายประเด็น เช่น การตั้งกลุ่ม หรือ ชมรม, การทำเวบไซต์ เป็นที่รวมข่าวสาร เป็นช่องทางสื่อสารระหว่างผู้สนใจ และในประเด็นที่จะไปทำบุญร่วมกับ อ.วิทยากร แต่เรื่องทำเสื้อทีมนั้น ยังไม่เห็นด้วย"

อ.วิทยากร ได้เสนอชื่อของกลุ่มว่า "ชมรมศึกษางานหนังสืออาจารย์วิทยากร" ซึ่งคุณนิดจะใช้ชื่อนี้เป็นชื่อกลุ่มอย่างเป็นทางการต่อไป

ในส่วนของเวบไซต์ หรือ blog หรือ กระดานข่าว คุณนิดจะได้ search หาที่ที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งน่าจะเป็นเวบที่เปิดดูได้เร็ว สะดวก ไม่ถูกบล็อกจากหน่วยงานของรัฐบาล และมีเนื้อที่เก็บข้อมูลมากพอสมควร เพราะคุณนิดมีแผนที่จะนำผลงานหนังสือต่างๆของ อ.วิทยากร เชียงกูล เผยแพร่ในเวบไซต์ของชมรมฯ ในโอกาสต่อไป


เมื่อแฟนพันธุ์แท้ อ.วิทยากร โทรสายตรงถึงนักเขียนในดวงใจ


ในช่วงบ่ายของวันที่ 7 มิ.ย.2550 คุณนิด แฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ วิทยากร เชียงกูล สุดยอดนักเขียนในดวงใจของเธอ โดยก่อนหน้านั้น ได้ส่งเมล์ไปแจ้งรายละเอียดของการนำคลิปวิดีโอที่พบปะกับ อ.วิทยากร เชียงกูลลงที่ http://onknow.blogspot.com/2007/06/blog-post_03.html รวมทั้งทำการเผยแพร่ข้อมูลในส่วนนี้ในวงกว้างในเวบอื่นๆ

โดยแจ้งว่า เพื่อเป็นกำลังใจ อ.วิทยากร ในการสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ดีๆออกมาอย่างต่อเนื่อง



อ.วิทยากร ซึ่งคุ้นเคยกับคุณนิดเป็นอย่างดีแล้ว จึงแจ้งว่า มีผลงานหนังสือเล่มใหม่ อยากจะส่งให้เธอ ให้แจ้งชื่อที่อยู่มา เธอจึงแจ้งที่อยู่ปัจจุบันให้ อ.วิทยากร ส่งหนังสือมาให้เธอตามความประสงค์ของอาจารย์...



คุณนิด ได้โทรแจ้งทางโทรศัพท์ เพื่อขออนุญาติรวมกลุ่มตั้งชมรมคนรักผลงานเขียนของวิทยากร เชียงกูล ซึ่งท่านได้ยินดีและเห็นด้วยอย่างยิ่ง และอยากให้ใช้ชื่อว่า "ชมรมศึกษางานหนังสืออาจารย์วิทยากร " ซึ่งคุณนิดรีบจดไว้ทันที


โดยรูปแบบในการรวบรวมคนที่สนใจผลงานเขียน คาดว่า จะจัดทำ blog เวบไซต์ หรือกระดานข่าว เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และทำความรู้จักกับกลุ่มคนที่สนใจในผลงานของ อ.วิทยากร เชียงกูลร่วมกัน ส่วนหนังสือเล่มใหม่ที่ อ.วิทยากร จะส่งมาให้เธอนั้น เธอจะได้มอบให้กับคนที่สนใจและชื่นชอบผลงานของ อ.วิทยากร ซึ่งจะเข้าร่วมในชมรมศึกษางานหนังสือของ อ.วิทยากรที่จะได้รวบรวมกลุ่มในอนาคตอันใกล้นี้


ต่อยอดความฝันให้สุดๆ แด่ 40 ปี วิทยากร เชียงกูล (ตอน 2)

(ต่อครับ..)

"วิทยากร เชียงกูล มีผลงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนดารา ที่มีคนรู้จักในวงกว้าง
การหานักอ่านที่ชื่นชอบวิทยากร แบบคุณนิดนั้น คงยากเหมือนกัน แต่ถ้าหาเจอแล้ว จะเหนียวแน่นมากๆ"


"เห็นคุณนิดในคลิป ไปพบ อ.วิทยากร เชียงกูล ยังปลื้มมากขนาดนั้น ถ้ามีคนที่ชื่นชอบไปพบวิทยากร เชียงกูลหลายๆคน 40 ปีของวิทยากร เชียงกูล ย่อมมีคุณค่ายิ่งขึ้น"



"คุณนิด คนจุดตะเกียง น่าจะคุยกับคุณสุขพงศ์ ในเรื่องนี้ แล้วทำ blog หรือ กระดานข่าว ค่อยๆประชาสัมพันธ์ รวมกลุ่มคนรักผลงานวิทยากร แล้วทำอะไรสักอย่าง เป็นพิเศษให้แก่ วิทยากร เชียงกูล เช่น อาจจะทำเสื้อทีม ชมรมแฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล, จัดกิจกรรม ไปร่วมทำบุญกับวิทยากร ในวันหยุด หรือ เขียนการ์ดอวยพร หรือ ร่วมกันทำหนังสือทำมือ เขียนข้อความจากใจแฟนนักอ่าน ถึงนักอ่าน มอบให้วิทยากร เชียงกูลไปเลย ถ้าทำในแบบนี้ 40 ปี ของวิทยากร เชียงกูล จะมีคุณค่าต่อตัวนักเขียนขึ้นมาทันที"

ต้องยอมรับว่า ไอเดียของคุณน้อย ลิขิตนั้น สร้างสรรค์อย่างมากครับ จึงขอบันทึกประเด็นต่างๆไว้ใน ที่นี้ แล้วจะได้ปรึกษาหารือกับท่านอื่นๆต่อไปครับ





ต่อยอดความฝันให้สุดๆ แด่ 40 ปี วิทยากร เชียงกูล (ตอน 1)

คุณน้อย ลิขิต ที่ติดตาม blog คนจุดตะเกียงแห่งนี้อยู่บ่อยๆ หลังจากที่ได้อ่านบันทึกที่เกี่ยวกับแฟนพันธุ์แท้ วิทยากร เชียงกูล จนถึงการได้พบกับนักเขียนในดวงใจ ซึ่งมีคลิปวิดีโอและภาพถ่ายมาให้ชมแล้วนั้น

คุณน้อย ได้แสดงความคิดเห็นในแบบคนรุ่นใหม่กับคนจุดตะเกียงดังนี้
"40 ปี วิทยากร เชียงกูลทั้งที น่าจะทำอะไรให้กับนักเขียนในดวงใจนะครับ และบรรดาแฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล คงอยากที่จะมีส่วนร่วมในส่วนนี้ด้วย แต่ไม่รู้ว่าจะติดต่อ จะรวมกลุ่มได้อย่างไร"

"น่าจะ ให้คุณนิด เป็นผู้ประสานให้เกิดการรวมกลุ่ม เป็นชมรมนักอ่านผลงานของวิทยากร เชียงกูล หรือชื่ออื่นที่เหมาะสม แล้วสร้างเวบไซต์ หรือ blog หรือกระดานข่าวเป็นที่ติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกในกลุ่ม สำหรับคนรักวิทยากร เชียงกูลโดยเฉพาะ ถ้าทำแบบนี้ น่าจะรวบรวมแฟนผลงานของวิทยากร ได้มากขึ้น"

"ถ้ารวมกลุ่มได้แ ล้ว ก็นัดพบกัน นัดกินข้าวกับวิทยากร เชียงกูล เหมือนกับกลุ่มแฟนคลับของดารานักร้องอื่นๆ ซึ่งแบบนี้จะเหนียวแน่นกันมากๆ"

(ยังมีต่อนะครับ)

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2550

คำทักทายของบุคคลที่เริ่มจะคุ้นเคย ; ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันอยู่


เมื่อได้บันทึกเกี่ยวกับ ความฝันของคุณนิด แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล จนกระทั่งเดินตามฝันได้พบกับนักเขียนในดวงใจ จากการช่วยติดต่อของ คุณสุขพงศ์ คหวงศ์อนันต์

คุณนิดได้พบบุคคลที่อยากพบสมใจ แต่คุณสุขพงศ์ไม่ว่างที่จะมาพบด้วย



คนจุดตะเกียง จึงคลิกกลับไปที่ blog http://anan.blogrevo.com และเขียนบันทึกถึงคุณสุขพงศ์อีกครั้งในบันทึก


เมื่อได้ติดตามอ่านบันทึกใน blog ของบุคคลที่เริ่มคุ้นเคย : วาทกรรม- วรรณกรรม
http://onknow.blogspot.com/2007/06/blog_05.html



คุณสุขพงศ์ ได้คลิกเข้า มาอ่านความคิดเห็นใน blog ของตัวเอง ในบันทึก หมู่บ้านพิลึกและทิ้งความคิดเห็นไว้ว่า
"ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันอยู"

ช่วงนี้เขากำลังยุ่งกับการต้องเร่งรีบออกหนังสือเล่มใหม่ของสำนักพิมพ์ให้ทันภายในเดือนนี้
จากบันทึกของเขา คนจุดตะเกียงได้ทำ link มายังบันทึกที่เขียนถึงเขาที่ blogspot.com และคลิปวิดีโอที่ อ.วิทยากร เชียงกูล ได้พบกับคุณนิด และยัง link ไปยัง blog ของคุณนิดที่ gotoknow



ซึ่งคุณสุขพงศ์ คงจะคลิกเข้าไปตาม ลิงค์ที่ทิ้งไว้จาก blog ของตัวเอง มาที่ blogspot และ เชื่อมโยงไปเจอบันทึกคุณนิด ที่ gotoknow จึงได้เขียนข้อความ ฝากความคิดเห็นทิ้งไว้ให้คุณนิด

บุคคลที่ให้ความช่วยเหลือ เป็นธุระ ให้อย่างเต็มใจนั้น ไม่ใช่บุคคลที่จะลืมได้ง่ายๆนัก
อย่างน้อย แม้สิ่งที่ได้เอื้อเฟื้อและมีน้ำใจนั้น
แม้ จะตีเป็นราคา ค่าเงินไม่ได้ แต่กลับมีความหมายมากล้น
มีความหมายต่อ แฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูลอย่างยิ่ง
เพราะหากไม่ได้รับความเอื้อเฟื้อและน้ำใจเช่นนี้
คุณนิด คงไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับ วิทยากร เชียงกูล สุดยอดนัก เขียนในดวงใจได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้


ในช่วงที่ได้รับการติดต่อกลับจากคุณสุขพงศ์ในช่วงเดือนก่อนๆ ทั้งทางอีเมล์และโทรศัพท์
คุณนิด เกิดความรู้สึกปิติยินดีทุกครั้ง
ดังนั้น ความรู้สึกเหล่านี้ ที่เกิดขึ้น ย่อมไม่สามารถที่จะลืมได้อย่างง่ายดายแน่นอน
โดยเฉพาะ ความเอื้อเฟื้อและน้ำใจที่มีให้อย่าง เกินความคาด หมาย



วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เมื่อถึงเวลาที่แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล จะได้พบนักเขียนในดวงใจ

หลังจากที่ติดต่อกับ อ.วิทยากร เชียงกูลได้ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2550 แล้ว แต่ติดขัดกับอุปสรรคบางประการ ทำให่แฟนพันธุ์แท้ต้องเลื่อนนัดมาพบนักเขียนในดวงใจในเดือน พ.ค. นี้

ซึ่ง คุณสุขพงศ์ ที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ ได้นัดหมายให้เธอไปพบ อ.วิทยากร ในช่วง 25-27 พ.ค.
แฟนพันธุ์แท้ตัดสินใจจะไปพบ อ.วิทยากร ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค.

อ.วิทยากร ท่านมีนัดมาอัดรายการทีวี ที่สำนักพิมพ์ผู้จัดการ ... สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ที่ ถ.
.พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม ในเวลา 16.00 น.

คนรู้ใจของแฟนพันธุ์แท้ที่จะติดสอยห้อยตามไปด้วย เสนอว่า นัด อ.วิทยากรในช่วงบ่ายๆ แล้วตอน 4 โมงเย็น ก็เข้าไปรับฟังการถ่ายทำรายการที่สถานี ASTV ด้วยเลย

ซึ่งรายการในช่วงสี่โมงเย็น - 6 โมงเย็น น่าจะเป็นรายการ เสาร์รังสิต อาทิตย์ รังสรรค์ ซึ่งเป็นรายการสนทนาเชิงวิเคราะห์ปัญหาสังคม และการเมือง ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ออกอากาศทาง ASTV ช่อง News 1

อ.วิทยากร มีผลงานเขียนที่ให้แง่คิด ซึ่งแฟนพันธุ์แท้ประทับใจในแง่มุมทางความคิดของท่านแล้ว
นอกจากจะมีโอกาสได้พบตัวจริงของนักเขียนในดวงใจแล้ว
การได้สัมผัสกับแนวคิดแบบสดๆ ที่ถูกผู้ดำเนินรายการซักถาม ท่าน อ.วิทยากร และออกอากาศไปทั่วโลกด้วย
ยิ่งจะทำให้ได้สัมผัสแง่มุม ความคิด ไหวพริบ มุมมองแบบสดๆร้อนๆที่ปรากฏ ณ เวลานั้นทันที

ถือว่า เหมือนได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ ที่เป็นปัจจุบันของ อ.วิทยากร เชียงกูล ณ เวลานั้นๆ

คุ้มเกินคุ้ม

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2550

เมื่อแฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ ไปพบวิทยากร เชียงกูรไม่ได้ในเดือน เม.ย.2550 นี้

เป็นความตั้งใจของแฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์ ที่อยากจะไปพบตัวจริง เสียงจริงของนักเขียนในดวงใจของเธอ
”วิทยากร เชียงกูร”
สักครั้งหนึ่งในชีวิต

ตั้งใจ เตรียมใจ ที่จะไปพบให้ได้
ติดต่อกับคณสุขพงศ์ คนที่ทำหนังสือให้กับ อ.วิทยากร ซึ่งเป็นผู้ติดต่อประสาน นัดหมายเพื่อให้เธอได้พบกับ อ.วิทยากร

ตั้งใจว่า ปลายเดือน เม.ย.50 นี้ น่าจะได้ไปพบกับ อ.วิทยากร ใน กทม
แต่เมื่อ สงกรานต์ผ่านไป ปรากฏว่า เธอไม่สบายเสียแล้ว

ทำให้ไม่สามารถที่จะเดินทางไปพบ อ.วิทยากร ในช่วงปลายเดือน เม.ย.50 นี้ได้
คงได้ไปพบ อ.วิทยากร ในช่วงเดือน พ.ค.50 นี้แน่นอน
ถึงจะช้าไปนิด แต่เธอรอได้เสมอ

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2550

น้ำใจของการช่วยเหลือของคนขายหนังสือ หัวใจของการแบ่งปัน เชื่อมโยงความฝันที่เป็นจริงของแฟนพันธุ์แท้กับนักเขียนในดวงใจ

เจ้าของร้านหนังสือบางแห่ง ตั้งความหวังต่อลูกค้าเพียงการควักเงินออกมาซื้อหนังสือที่วางขายบนแผง
หน้าที่ของเขาคือ การรอเก็บเงินค่าหนังสือ...เท่านั้น


แต่ยังมีคนขายหนังสือหลายคน มีความสุขในการแนะนำหนังสือที่วางขาย
ไม่เคยเหน็ดเหนื่อยในการพูดจาบอกเล่าถึงหนังสือที่ลูกค้าสนใจ ด้วยอยากให้ผู้อ่านได้หนังสือที่ดีๆกลับไปอ่าน


แม้ลูกค้าลังเลเดินจากไป ไม่ซื้อสักเล่ม ก็ยังคงมีรอยยิ้มจากคนขายหนังสือก่อนจากลาในวันนั้น


นักอ่านหนังสือคนหนึ่งติดตามผลงานของวิทยากร เชียงกูลในแบบแฟนพันธุ์แท้


นอกจากการได้ผลงานหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดของนักเขียนในดวงใจแล้ว การมีโอกาสได้พบนักเขียนในดวงใจตัวจริง คือความฝันอันสูงสุด

ในรถเข็น...ว่าง
บัญชี | ตะกร้า




คุณสุขพงศ์ แห่งสำนักพิมพ์วิญญูชน ซึ่งเฝ้าติดตามความสนใจของแฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์ รีบติดต่อประสานงานให้เธอตามความฝันทันที





นัดหมาย อ.วิทยากร เชียงกูล ให้เธอได้พบจริงๆ


น้ำใจของการช่วยเหลือของคนขายหนังสือโดยการยกหูโทรศัพท์ติดต่อให้ แม้จะดูเป็นการออกแรงเพียงเล็กน้อยในเวลาไม่กี่นาที



แต่น้ำใจเล็กๆนี้ กลับยิ่งใหญ่ในหัวใจของแฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์
หากคุณสุขพงศ์ ไม่ช่วยเหลือ ไม่สนใจ ก็ไม่มีใครว่า


แต่แฟนพันธุ์แท้เอง ยังนึกไม่ออกว่า หากไร้การช่วยเหลือครั้งนี้แล้ว
ในช่วงชีวิตนี้จะมีโอกาสได้พบปะกับนักเขียนในดวงใจได้อย่างไร




คำขอบคุณที่เธอเอ่ยออกมาผ่านโทรศัพท์ต่อคุณสุขพงศ์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดูเหมือนจะยังน้อยเกินไป ต่อน้ำใจของเขาในการช่วยเหลือในครั้งนี้


คนขายหนังสือกับนักเขียนในดวงใจ ย่อมโทรศัพท์ติดต่อกันจนคุ้นชิน
แต่ความคุ้นชินนี้ ที่แฟนพันธุ์แท้ได้รับ คือความทรงจำที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในชีวิตของเธอ


การช่วยทำความฝันของใครสักคนให้เป็นจริงขึ้นมา
ผลพวงแห่งความสุขที่บังเกิดขึ้น ย่อมสะท้อนกลับไปยังคนขายหนังสือ อย่างคาดไม่ถึง....


To be continue….


//// บทความน่าอ่าน ////

60 ปี วิทยากร เชียงกูล

ฝันที่เป็นจริงของแฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล

หลังจากเขียนบันทึกจากใจไปไม่นาน
คุณสุขพงศ์ ได้ช่วยติดต่อประสานกับ อ.วิทยากร เชียงกูล ให้แฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ ได้สมหวัง

และวันนี้ คุณสุขพงศ์ได้เมล์ไปแจ้งให้เธอทราบทั้งอีเมล์และเบอร์โทรติดต่อ
ทั้งเบอร์ของคุณสุขพงศ์เองและเบอร์ของ อ.วิทยากร เชียงกูล



ทำให้แฟนพันธุ์แท้รีบโทรหาคนจุดตะเกียง
ด้วยความตื่นเต้น ดีใจ อย่างเกินคาด

เมื่อสิ่งที่เป็นความฝัน กำลังจะกลายเป็นจริง

”จะทำยังไง จะพูดยังไง จะบอกยังไง”


ขนาดยังไม่เจอตัวจริง ยังทำตัวไม่ถูก
คนจุดตะเกียง จึงบอกให้ติดต่อกลับไปยังคุณสุขพงศ์ เสียก่อน ว่าจะไปพบวันไหน

สาระและความคิดผ่านตัวอักษรจากมันสมองของ อ.วิทยากร เชียงกูล ที่แฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์ได้ซึมซาบมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้หล่อหลอมวิธีคิด มุมมองต่อโลกของเธอหลายอย่าง

และนี่จะเป็นโอกาสสำคัญ ที่ทำให้แฟนพันธุ์แท้ได้พบต้นแบบทางความคิด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่มีอิทธิพลต่อมุมมองการมองโลกของตัวเธอ

คนจุดตะเกียงก็จะตามไปสัมผัสบรรยากาศในวันที่ฝันเป็นจริงของแฟนพันธุ์แท้ท่านนี้ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2550

เมื่อแฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์อยากเจอวิทยากร เชียงกูล จริงๆ

เขียนไว้ในบัันทึก ตามรอยวิทยากร เชียงกูล กับแฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์...
เธอมาอ่าน แล้วโทรมาถาม จะพาไปเจอจริงๆหรือ

อ้าว! ถ้าทำให้จริงๆไม่ได้ จะเขียนหรือ
เป็นคนจริง พูดจริง ทำจริง


หลายคนที่ได้เจอนักเขียนในดวงใจแล้ว ตะลึง ทำตัวไม่ถูก เขิน พูดไม่ออก ....
ก็ช่างเค้า

อยากพลาดโอกาสที่ดีๆในชีวิต

โอกาสเข้าไปพูดคุย, ถ่ายรูปคู่, ขอลายเซ็นต์, สัมผัสมือ, ทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว, แลกเปลี่ยนทัศนะ ฯลฯ

หรืออยากจะเอาแต่ยืนจ้องตาแป๋ว + ยิ้มเฉยๆ ก็ตามใจ
หากว่า จะพอใจ เพียงแค่นั้น

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550

ตามรอยวิทยากร เชียงกูล กับแฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ : มหัศจรรย์ของโอกาสและกาลเวลา

มีนักคิด นักเขียนของไทยหลายท่าน ที่ผู้อ่านประทับใจ และติดตามผลงานอย่างต่อเนื่องในแบบแฟนพันธุ์แท้ เรียกว่า มีผลงานเล่มใหม่ของนักเขียนในดวงใจออกวางขายเมื่อไหร่ ก็ไม่พลาดที่จะหามาไว้ในครอบครอง

วิทยากร เชียงกูล เป็นหนึ่งนักเขียนที่มีแฟนพันธุ์แท้ติดตามผลงานอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
แต่จะเป็นกลุ่มนักอ่านที่อาจจะมีการแสดงตัวน้อยกว่า กลุ่มอื่นๆ อาจเป็นเพราะเนื้อหางานเขียนของวิทยากร เชียงกูล มีสาระที่เข้มข้นไปด้วยสาระและข้อคิดมากมาย




ในขณะที่คนส่วนใหญ่ ชอบอ่านหนังสือในแนวบันเทิง สบายๆ

แฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ ซึ่งเล่น internet ในระดับชำนาญ ค้นหาข้อมูล ท่องเวบไซต์ต่างๆ จนเริ่มเขียน blog เป็นของตัวเอง และมีโอกาสได้รู้จักกับผู้คนจาก internet มากมาย

และวันหนึ่ง เธอบอกว่า เธอชอบอ่านหนังสือของวิทยากร เชียงกูล พร้อมกับกล่าวถึงหนังสือหลายเล่มของวิทยากรที่เธอประทับใจ จนกระทั่งนำมาสู่การเขียนบันทึกใน blog ของเธอ

เมื่อคนจุดตะเกียงมีโอกาสได้พบเธอในห้องสมุดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ค้นหาหนังสือของวิทยากร เชียงกูล พอเห็นปก เล่มนั้น เธอก็บอกว่า มีแล้ว เนื้อหาเป็นอย่างไร น่าอ่านอย่างไร....

เมื่อลองค้นหาเล่มเก่าๆ เมื่อไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งของวิทยากร เชียงกูล เธอยังไม่มี แต่สีหน้าท่าทางของเธอ ดีใจสุดๆ เหมือนดั่งค้นพบบ่อน้ำมันเลยทีเดียว รีบหยิบไปถ่ายเอกสาร เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวทันที

เมื่อมีโอกาสได้เข้า กทม. คนจุดตะเกียงชวนเธอไปยัง หอสมุดแห่งชาติ ค้นหาหนังสือของวิทยากร เชียงกูลที่มีทั้งหมดในหอสมุดแห่งชาติ เพียงเห็นรายชื่อที่แสดงผลการค้นออกมา เธอสามารถบอกได้ทันที เล่มไหนมีแล้ว หน้าปกเป็นอย่างไร เล่มที่เธอมี เป็นเล่มที่พิมพ์ครั้งที่เท่าไหร่.... เมื่อไล่ๆดูชื่อเอกสารจากการค้นไปเรื่อยๆ พบหลายเล่มที่เธอยังไม่มี ก็แสดงอาการดีใจ รีบจดเลขหมู่ เพื่อไปค้นหนังสือเล่มนั้นมาดู เพื่อที่จะถ่ายเอกสาร ครอบครองเป็นเจ้าของ

ด้วยเวลาที่มีจำกัด ทำให้เธอค้นหนังสือบนชั้นได้บางเล่ม แต่จากเล่มที่พบ ก็ทำให้เธอตื่นเต้น พลิกดูหน้าปก ลูบคลำอย่างดีใจ.....

..ถ้ามีเวลามากพอ คงจะนั่งอ่านจนจบทุกเล่มที่เธอยังไม่ได้อ่าน......


ด้วยความที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ เปิดเผยตัวเองว่า ชอบหนังสือของวิทยากร เชียงกูล จนนำมาเขียนใน blog ของตัวเอง จนทำให้พบกับคุณสุขพงศ์ คหวงศ์อนันต์ ที่เข้ามาติดต่อผ่านทาง blog ของเธอและสื่อสารทางอีเมล์ ซึ่งเขาเป็นคนที่ทำหนังสือให้กับ อ.วิทยากร เชียงกูล พร้อมกับส่งปกหนังสือเล่มใหม่ของ อ.วิทยากร มาให้เธอดูด้วย

ทำเอาเธอปลาบปลื้มใจไปหลายวัน ที่มีโอกาสได้รู้จักกับคนทำหนังสือให้ อ.วิทยากร เชียงกูลอย่างมหัศจรรย์
เธอจึงติดต่อสื่อสารผ่านทางเมล์ ตามที่หัวใจอยากจะเขียน ด้วยความยินดีปรีดาในแบบสุดๆ





คุณสุขพงศ์ เป็นคนทำหนังสือ เป็นบรรณาธิการ ในสำนักพิมพ์วิญญูชน ที่จัดพิมพ์หนังสือของ อ.วิทยากร เชียงกูล , อ,ธีรยุทธ์ บุญมี เขาเคยเข้ามาเขียนความเห็นใน blog คนจุดตะเกียงแห่งนี้ และชวนให้ลองเขียนหนังสือเพื่อการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์อีกด้วย...

ช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2550 คนจุดตะเกียงได้ร่วมเดินทางไปกับแฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล ไปที่งานสัปดาห์หนังสือในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเธอตั้งใจที่จะเป็นเจ้าของหนังสือเล่มใหม่ของ อ.วิทยากร เชียงกูลอีกด้วย



เมื่อเดินทางถึงบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ สถานที่จัดงานแล้ว หลังจากรับแผ่นพับที่ให้รายละเอียดที่ตั้งบูธและสำนักพิมพ์ต่างๆ เธอก็ใช้เวลานั่งดูและติ๊กเลือกบูธที่ตั้งใจจะไปเยี่ยม นับตั้งแต่ สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน, สามัญชน, 113 (วินทร์ เลียววาริน) , วิญญูชน..

หลังจากเธอเดินไปตามบูธต่างๆ จนขึ้นไปที่โซน C2 เรื่อยๆไปจนพบบูธ R60 ของสำนักพิมพ์วิญญูชน เธอก็ได้พบกับหนังสือเล่มใหม่ของวิทยากร เชียงกูลที่เธออยากได้ และถือโอกาสเข้าไปสอบถามคนขายคนหนึ่ง นั่นคือ ถามหาคุณสุขพงศ์นั่นเอง....

คนขายสาวคนนั้น ร้องอ๋อ คุณสุขพงศ์ หรือ คุณต้อมเคยพูดให้ฟังแล้ว ว่า มีแฟนพันธุ์แท้ของวิทยากรเชียงกูล จะแวะมาที่บูธด้วย ให้ดูแลด้วย ไม่นึกว่าจะเจอแฟนพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบผลงานมากถึงเพียงนี้





และแล้ว ทั้งสองสาวก็คุยกันนานพอสมควร กลายเป็นคนคุ้นเคยในเวลาอันรวดเร็ว...

ในวันถัดมา แฟนพันธุ์แท้แวะมาที่งานสัปดาห์หนังสืออีกครั้ง และเดินผ่านบูธสำนักพิมพ์วิญญูชนอีกครั้ง สาวประจำบูธคนนั้นมองเห็นก็จำได้ ร้องทักทายทันที.. กลายเป็นคนรู้จักไปเสียแล้ว...

คาดว่า คงเป็นเรื่องที่นำไปพูดคุยกันจนรู้เกือบทั้งสำนักพิมพ์แล้วกระมัง :)))

แม้ว่า แฟนพันธุ์แท้จากบุรีรัมย์ จะยังไม่ได้มีโอกาสพบกับคุณต้อม สุขพงศ์ แต่ ณ เวลานี้ก็ได้รับสิ่งที่ดีๆเกินความคาดหมายหลายอย่างแล้วทีเดียว

แฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์ จัดว่า เป็นนักอ่านหนังสือตัวยงทีเดียว และเป็นนักคิดนักเขียนอีกคนหนึ่ง
หนึ่งความฝันคือ การถ่ายทอดเรื่องราวของปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็นหมอดินอาสาที่เธอคอยให้คำแนะนำ และช่วยเหลือดูแลอยู่ คือ คุณตาเหรียญ เจียมทอง ซึ่งเป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาชาวบ้าน องค์ความรู้ที่สะสมมาอย่างมากมาย

หนึ่งความฝันคือ การจัดทำหนังสือ ในรูปแบบพ็อตเกตบุคส์ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวอันทรงคุณค่าเหล่านั้น ออกสู่สาธารณชนต่อไป เมื่อคุณสุขพงศ์ได้ชักชวนคนจุดตะเกียงให้เรียบเรียงเนื้อหา เขียนหนังสือเพื่อการพิมพ์เผยแพร่ และแฟนพันธุ์แท้ก็อยากที่จะเผยแพร่ผลงาน แล้วเธอยังเป็นแฟนพันธ์แท้ของวิทยากร เชียงกูล ติดตามผลงานมาอย่างเหนียวแน่น

พ็อคเกตบุคส์ในฝัน ย่อมจะเป็น เรื่องราวจากการถ่ายทอดของแฟนพันธุ์แท้ในแบบฉบับของเธอเอง ที่ถูกส่งผ่านไปยังคุณสุขพงศ์ ซึ่งเธออาจจะถ่ายทอดเรื่องราวในเนื้อหาที่เข้มข้นเหมือนอย่างหนังสือที่เธอชอบอ่าน หรือเนื้อหาในแนวทางของสำนักพิมพ์วิญญูชน หรือ สายธารก็ย่อมได้

ด้วยความที่เป็นคนคอเดียวกัน ชื่นชอบงานเขียนในแนวทางของวิทยากร เชียงกูล ย่อมที่จะพูดจาภาษาเดียวกันได้ง่ายกว่าใครๆ

หนังสือแต่ละเล่ม ทำให้เกิดความคิด ความรู้ และจินตนาการที่เติบโตอย่างมากมาย ไม่สิ้นสุด เช่นเดียวกับการตามรอยวิทยากร เชียงกูลของแฟนพันธุ์แท้ จากบุรีรัมย์ ที่มีโอกาสได้ติดตามอ่านเนื้อหาหลายเล่ม จนได้รู้จักกับบรรณาธิการที่ทำหนังสือให้วิทยากร เชียงกูล

แล้วทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ที่แฟนพันธุ์แท้ จะได้พบเจอกับวิทยากร เชียงกูล ตัวจริงเสียงจริง

เมื่อได้ติดตามงานเขียนจนเป็นถึงระดับแฟนพันธุ์แท้แล้ว การได้สัมผัสถึงความคิดเห็นแบบสดๆ จากการพูดคุยกันต่อหน้านักเขียนที่ชื่นชอบ ย่อมเป็นสิ่งที่นักอ่านระดับแฟนพันธุ์แท้หลายคน ถวิลหา

ที่อยู่ของสำนักพิมพ์วิญญูชนก็รู้แล้ว, ม.รังสิต สถานที่ที่ อ.วิทยากร เชียงกูล ทำงาน ก็ไม่ยากที่จะเดินทางเข้าไปถึง

และไม่เป็นการยากนัก ในเมื่อแฟนพันธุ์แท้และคุณสุขพงศ์ ได้ทำความรู้จักกันแล้ว ในการที่จะหาวันเวลาที่ลงตัว ในการให้แฟนพันธุ์แท้ ได้พบปะกับ อ.วิทยากร เชียงกูล ตัวจริงเสียงจริง

แม้จะเป็นเพียงเวลาอันสั้น อาจเป็นช่วงเวลารับประทานอาหารสั้นๆเพียง 1 มื้อ ณ สถานที่ทำงาน หรือในวันเวลาที่เหมาะสม แต่ระยะเวลาสั้นๆนั้น อาจจะเป็นเวลาแห่งความทรงจำของแฟนพันธุ์แท้ไปตลอดกาลก็ย่อมได้....