(ต่อครับ..)
"วิทยากร เชียงกูล มีผลงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนดารา ที่มีคนรู้จักในวงกว้าง
การหานักอ่านที่ชื่นชอบวิทยากร แบบคุณนิดนั้น คงยากเหมือนกัน แต่ถ้าหาเจอแล้ว จะเหนียวแน่นมากๆ"
"เห็นคุณนิดในคลิป ไปพบ อ.วิทยากร เชียงกูล ยังปลื้มมากขนาดนั้น ถ้ามีคนที่ชื่นชอบไปพบวิทยากร เชียงกูลหลายๆคน 40 ปีของวิทยากร เชียงกูล ย่อมมีคุณค่ายิ่งขึ้น"



"คุณนิด คนจุดตะเกียง น่าจะคุยกับคุณสุขพงศ์ ในเรื่องนี้ แล้วทำ blog หรือ กระดานข่าว ค่อยๆประชาสัมพันธ์ รวมกลุ่มคนรักผลงานวิทยากร แล้วทำอะไรสักอย่าง เป็นพิเศษให้แก่ วิทยากร เชียงกูล เช่น อาจจะทำเสื้อทีม ชมรมแฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล, จัดกิจกรรม ไปร่วมทำบุญกับวิทยากร ในวันหยุด หรือ เขียนการ์ดอวยพร หรือ ร่วมกันทำหนังสือทำมือ เขียนข้อความจากใจแฟนนักอ่าน ถึงนักอ่าน มอบให้วิทยากร เชียงกูลไปเลย ถ้าทำในแบบนี้ 40 ปี ของวิทยากร เชียงกูล จะมีคุณค่าต่อตัวนักเขียนขึ้นมาทันที"
ต้องยอมรับว่า ไอเดียของคุณน้อย ลิขิตนั้น สร้างสรรค์อย่างมากครับ จึงขอบันทึกประเด็นต่างๆไว้ใน ที่นี้ แล้วจะได้ปรึกษาหารือกับท่านอื่นๆต่อไปครับ
Theขี้ฝุ่นริมทาง
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2550
ต่อยอดความฝันให้สุดๆ แด่ 40 ปี วิทยากร เชียงกูล (ตอน 2)
วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2550
คำทักทายของบุคคลที่เริ่มจะคุ้นเคย ; ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันอยู่
เมื่อได้บันทึกเกี่ยวกับ ความฝันของคุณนิด แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล จนกระทั่งเดินตามฝันได้พบกับนักเขียนในดวงใจ จากการช่วยติดต่อของ คุณสุขพงศ์ คหวงศ์อนันต์
คุณนิดได้พบบุคคลที่อยากพบสมใจ แต่คุณสุขพงศ์ไม่ว่างที่จะมาพบด้วย


คนจุดตะเกียง จึงคลิกกลับไปที่ blog http://anan.blogrevo.com และเขียนบันทึกถึงคุณสุขพงศ์อีกครั้งในบันทึก
เมื่อได้ติดตามอ่านบันทึกใน blog ของบุคคลที่เริ่มคุ้นเคย : วาทกรรม- วรรณกรรม
http://onknow.blogspot.com/2007/06/blog_05.html
คุณสุขพงศ์ ได้คลิกเข้า มาอ่านความคิดเห็นใน blog ของตัวเอง ในบันทึก หมู่บ้านพิลึกและทิ้งความคิดเห็นไว้ว่า
"ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันอยู"
ช่วงนี้เขากำลังยุ่งกับการต้องเร่งรีบออกหนังสือเล่มใหม่ของสำนักพิมพ์ให้ทันภายในเดือนนี้
จากบันทึกของเขา คนจุดตะเกียงได้ทำ link มายังบันทึกที่เขียนถึงเขาที่ blogspot.com และคลิปวิดีโอที่ อ.วิทยากร เชียงกูล ได้พบกับคุณนิด และยัง link ไปยัง blog ของคุณนิดที่ gotoknow



ซึ่งคุณสุขพงศ์ คงจะคลิกเข้าไปตาม ลิงค์ที่ทิ้งไว้จาก blog ของตัวเอง มาที่ blogspot และ เชื่อมโยงไปเจอบันทึกคุณนิด ที่ gotoknow จึงได้เขียนข้อความ ฝากความคิดเห็นทิ้งไว้ให้คุณนิด
บุคคลที่ให้ความช่วยเหลือ เป็นธุระ ให้อย่างเต็มใจนั้น ไม่ใช่บุคคลที่จะลืมได้ง่ายๆนัก
อย่างน้อย แม้สิ่งที่ได้เอื้อเฟื้อและมีน้ำใจนั้น
แม้ จะตีเป็นราคา ค่าเงินไม่ได้ แต่กลับมีความหมายมากล้น
มีความหมายต่อ แฟนพันธุ์แท้ของวิทยากร เชียงกูลอย่างยิ่ง
เพราะหากไม่ได้รับความเอื้อเฟื้อและน้ำใจเช่นนี้
คุณนิด คงไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับ วิทยากร เชียงกูล สุดยอดนัก เขียนในดวงใจได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้



ในช่วงที่ได้รับการติดต่อกลับจากคุณสุขพงศ์ในช่วงเดือนก่อนๆ ทั้งทางอีเมล์และโทรศัพท์
คุณนิด เกิดความรู้สึกปิติยินดีทุกครั้ง
ดังนั้น ความรู้สึกเหล่านี้ ที่เกิดขึ้น ย่อมไม่สามารถที่จะลืมได้อย่างง่ายดายแน่นอน
โดยเฉพาะ ความเอื้อเฟื้อและน้ำใจที่มีให้อย่าง เกินความคาด หมาย



วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2550
เมื่อได้ติดตามอ่านบันทึกใน blog ของบุคคลที่เริ่มคุ้นเคย : วาทกรรม- วรรณกรรม
ในระหว่างการท่อง internet จนไปพบกับ blog แห่งหนึ่ง ที่ชื่อว่า
วาทกรรม-วรรณกรรม
http://anan.blogrevo.com
คลิกดูรายละเอียด มีระบุชื่อเจ้าของบล็อกไว้ ชื่อ สุขพงศ์ คหวงศ์อนันต์
ชอบในมุมมอง สำนวนของเขา ทั้งๆที่ไม่รู้ว่า เขาเป็นใครมาจากไหน
แต่หลังจากที่แฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์ คุณนิด ได้ติดต่อสื่อสารผ่านทางเขา จนเขาติดต่อประสานงานให้ได้พบกับสุดยอดนักเขียนในดวงใจ "วิทยากร เชียงกูล"
http://onknow.blogspot.com/2007/06/blog-post_03.html
จึงมีโอกาสได้รู้ว่า เขาเป็นคนทำหนังสือ เป็นบรรณาธิการของสำนักพิมพ์วิญญูชน - สายธาร
แฟนพันธุ์แท้แห่งบุรีรัมย์เปิดเผยความรู้สึกกับคนจุดตะเกียงว่า
"ประทับใจในความเอื้อเฟื้อ ความช่วยเหลือที่คุณสุขพงศ์ติดต่อประสานให้ได้พบกับวิทยากร เชียงกูล รวมทั้งติดต่อเธอเป็นระยะๆ"





เมื่อ 27 พ.ค.2550 คุณนิดได้พบกับ อ.วิทยากร เชียงกูล ตัวจริงเสียงจริง แต่ในช่วงนั้น คุณสุขพงศ์แจ้งแก่คุณนิดว่า เขาติดธุระ จึงไม่สามารถที่จะมาพบคุณนิด แฟนพันธุ์แท้ได้ คาดว่า คงจะได้พบในโอกาสต่อไปครับ
ถึงแม้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่มีโอกาสได้พบคุณสุขพงศ์ แต่ใน internet สามารถที่จะสัมผัสกับมุมมอง ความคิดที่ถ่ายทอดออกมาจากตัวตนของเขา จาก blog ของเขานั่นเอง
เช่น ในบันทึกล่าสุดของเขา ที่ทำให้ได้สัมผัสในอีกมิติ มุมมองหนึ่ง
May 9th, 2007
หมู่บ้านพิลึก
ผมพลัดหลงเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายเวิ้งว้าง ทันทีที่ย่างก้าวเข้าเหยียบในอาณาเขต ชาวบ้านหญิงชาย เด็กเล็ก คนชรา ต่างชะเง้อดูอย่างลนลาน บ้างยืนจ้องอยู่หน้าระเบียง บ้างวิ่งถลามากลางถนน บางคนถึงกับปรบมือยินดี ด้วยความหิว ผมจึงเข้าไปที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง และบอกกับชายชราผู้น่าจะเป็นเจ้าของร้านว่าผมต้องการอาหาร ชายชราผู้นั้นบอกว่าผมจำต้องทำบางสิ่งเป็นการตอบแทน ว่างั้นเขาก็เอาเบียร์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเทรดหัวผม ส่งเสียงหัวเราะชอบใจ คนอื่น ๆ ที่อยู่ในร้านต่างตีมือกันอย่างคะนอง ผมเดินออกจากร้าน เมื่อออกมามีคนมากมายวิ่งกรูเข้ามาห้อมล้อม บ้างกระชากเสื้อ บ้างตะโกนเสียงดังใส่หู บ้างลูบหัว เล่นหน้าทะเล้น พวกเด็กที่ล้อมอยู่วงนอกปรบมือร้องเพลงให้จังหวะสะเปะสะปะ ผมเหลือกมองออกไปไกลผ่านเงาชุลมุน เห็นบ้านพักสีขาวโดดเดี่ยวกับกลุ่มคนผู้สงบกลุ่มหนึ่งยืนดูนิ่งงัน บางคนถือไม้เท้าและสวมเสื้อผ้าสะอาดดูต่างออกไป บางคนนั่งอยู่บนพำนักแขนทั้งสองหล่นข้างตัว ส่วนบางคนคุกเข่าหลับตาและพูดพึมพำอะไรสักอย่าง ผมคิดว่าคนที่นั่นน่าจะปกติดีอยู่ จึงค่อย ๆ สลัดจากมือนัวเนียของฝูงชนที่กุยกระชาก เสียงกร่นด่าอลหม่าน และดนตรีพิสดารของพวกเด็ก ๆ วิ่งอ้าวสับสนออกไปอย่างเร็วที่สุด เมื่อไปยืนอยู่หน้าบ้านอย่างเหนื่อยหอบ ผู้สงบนิ่งเหล่านั้นยืนดูผมราวกับกำลังนับเสียงลมหอบของคนแปลกหน้า ผมใจจดจ่อถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ในที่สุด คนหนึ่งในนั้นก็พูดออกมาจนได้ว่า "เพื่อเห็นแก่คุณพระ เลิกทำตัวอย่างนั้นทีเถอะ" แล้วก็ปิดประตูใส่ผม ปล่อยให้ผมนั่งสำนึกผิดอยู่คนเดียว
อ่านบันทึกที่ดูเหมือนจะแฝงนัยอะไรบางอย่าง แม้ว่า เนื้อความที่ถ่ายทอดออกมา ทำให้มองเห็นภาพตามตัวอักษรที่เกิดขึ้น แต่สามารถที่จะตีความได้หลากหลาย
- คนเขียนกำลังคิดอะไร
- คนเขียนสะท้อนบางสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาหรือเปล่า
- หมู่บ้านพิลึก และพฤติกรรมของผู้คนที่กล่าวมา สะท้อนถึงเหตุบ้านการเมือง และกลุ่มบุคคลบางกลุ่มหรือเปล่า
- แล้ว คนแปลกหน้าที่เดินเข้าไปในหมู่บ้าน เขาทำอะไรผิดไป ทำไมจึงได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น
มีมิติให้ขบคิดได้หลากหลายจริงๆ


ปล เมื่อคุณนิด มีโอกาสได้พบกับ วิทยากร เชียงกูลแล้ว ดังนั้น ในครั้งหนึ่งของชีวิต ก็น่าที่จะมีโอกาสได้พบกับ ผู้ที่มีน้ำใจช่วยเหลือเธอให้ฝันเป็นจริง "คุณสุขพงศ์ คหวงศ์อนันต์" ซึ่งคาดว่า น่าจะได้พบกันในอีกไม่นานนี้..
ความประทับใจที่เขียนออกมาอย่างไม่เต็มที่ ของแฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูล
คุณนิดได้มีโอกาสได้พบกับวิทยากร เชียงกูล และเขียนบันทึกความประทับใจของเธอ หลังจากเวลาผ่านไปแล้ว กว่า 1 สัปดาห์ ทำให้เธอสามารถที่จะเขียนความรู้สึกประทับใจได้ในระดับหนึ่ง
ทั้งๆที่เธอมีความประทับใจจากการที่ได้พบกับ วิทยากร เชียงกูลเป็นครั้งแรกในชีวิตอย่างมากมาย
แต่เมื่อกลับมาถึงที่ทำงาน พบกับงานมากมายที่รออยู่ จนเวลาล่วงเลยมาหลายวัน
จึงมีโอกาสที่จะได้เขียนบันทึกที่อยากจะเขียน
"ฉันจึงมาหาความหมาย" กับคำตอบที่รอคอย...
http://gotoknow.org/blog/Myself/100422
ในตอนที่เธอได้พบกับวิทยากร เชียงกูล เธอทั้งพูดคุย ซักถามหลายอย่าง แต่เธอก็ยอมรับว่า ยังคุยได้ไม่เต็มที่อย่างที่หัวใจอยากจะคุยด้วย
เพราะความตื่นเต้นที่ได้พบกับสุดยอดนักเขียนในดวงใจเป็นครั้งแรก และเกิดความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ก่อนหน้าที่จะได้พบตัวจริงของนักเขียนในดวงใจ คุณนิดยังทำตัวไม่ค่อยจะถูก ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร
จะพูด จะคุยอย่างไรดี
แต่เมื่อได้ตัวจริงของวิทยากร เชียงกูล ทุกอย่างดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ เวลา 90 นาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากลาจาก อ.วิทยากรในบ่ายวันนั้น เธอรู้สึกประทับใจหลายอย่าง
อยากมีโอกาสได้พบกับท่านอีกครั้ง ซึงจะเตรียมตัวให้ดี และพูดคุย แลกเปลี่ยนกับท่านให้สมใจอยาก
แม้ว่า บันทึกที่เขียนออกมา อาจจะถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
ในช่วงที่เธอได้คุยกับ อ.วิทยากร เชียงกูล เธอยอมรับว่า เธอเขียนไม่ค่อยเก่ง อ.วิทยากรจึงให้คำแนะนำว่า ต้องหัดเขียนบ่อยๆ แล้วคุณจะเขียนได้เก่ง เขียนได้คล่องเอง

เมื่อคุณนิด อยากจะเขียนบันทึกความประทับใจ เมื่อได้เขียนจริงๆแล้ว เขียนออกมาได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
แม้แต่การพูดคุย ก็ยังพูดคุยได้ยังไม่เต็มที่อย่างที่อยากจะคุย
แบบนี้ย่อมที่จะต้องฝึกฝนตนเอง ในการเขียนถ่ายทอดสิ่งที่คิดให้ออกมาได้อย่างที่ใจอยากจะถ่ายทอด
เหมือนอย่างสุดยอดนักเขียนในดวงใจ "วิทยากร เชียงกูล" แล้วล่ะครับ