++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2548

การุณยภาพสุดท้าย


ร่างร่างหนึ่งคู้ข้างคลองร้องโหวกเหวก
ชักชวนเด็กชี้ตะโกน โน่นคน บ้า
ช่วยกันทุ่มไม้เขวี้ยงทุบเหวี่ยงปา
โซเหมือนหุ่นไล่กาขี้ตากรัง

เพียงซมซานไปนอนซุกศาลาวัด
คงเซซัดซอนหลุดจากคุก ขัง
ทำโถมท้าอาละวาดสาดเสียงดัง
ตะโกนคลั่งหวังแต่ให้ฟ้าได้ยิน


เสียงนั้นกู่ว่าดูเถิดมัจจุราช
ท่านคือเพชญฆาตหัวใจหิน
สิ้น แล้วลมปราณของแผ่นดิน
จ้วงจอบทุบถึงบุบบิ่นถูกหินกระทบ


น้ำซึ่งวักตักดื่มกลับขุ่นขอด
ลมซึ่งสูดซับปอดกลับคงันตลบ
ไฟซึ่งส่อง โชติช่วงใช้เชื้อครบ
ดินมีไว้ใช้ขุดกลบศพเกลื่อนล้น


กระดูกเป็นดิน หินหายเป้นทรายฟุ้ง
เป้นสุสานคว้างคลุ้งคลุมฝุ่นข้น
ทุกลำน้ำร้าง ปลามาว่ายวน
เป็นป่าช้าที่ลอยปนซากกุ้งปู


ร่องดินร้าวแยกระแหงลึก
กร่อนสึกปล้องหญ้ายังกรอบอยู่
ผากเผาร้าวบิ่นหินแหลกรู
จะล้มตายหรือรอดอยู่มิต่างกัน


ขวัญสิ้นลงไปซบดินอนาถา
ตัวพุบฟาดเหนือลาดหนองคูคลองคั่น
ครั้นเงยพบภาพหนึ่งถึงกับงัน
ตื้นตันตีบทั่วทั้งหัวใจ


ลึกสุดก้นคูคลองก้นกองขยะ
เห็นผักบุ้งทอดมาระคลุมดอกให้
ส่วนน้ำเน่าถูกแดดแผดเป็นไอ
กลั่นเป็นฝนหล่อรด ใบเลี้ยงเลือดเนื้อ


คูงวดโคลนข้นแข็งน้ำแห้งหาย
ยังเคี่ยวคั้นหยดสุดท้ายออกแผ่เผื่อ
เถาผักบุ้งรอดความตายได้น้ำเจือ
ก็บานเพรื่อ ประดับคูดูม่วงพร้อย


เสียงแหบพร่าว่าเชิญเถิดมัจจุราช
เชิญพิฆาตทุกสิ่งสรรพให้ยับย่อย
ความเป็นโลกอย่าเร้นเหลือสักเศษรอย
โปรด แต่ปล่อยเถิด ตรงนี้ ขอชีวิต


ร่างร่างหนึ่งคู้ข้างคลองเริ่มร้องไห้
ก้มลงจูบลูบไล้ใบกระจิด
ใครจะถีบถองขู่ไม่สู้ฤทธิ์
ห่วงแต่ปิดป้องใบไว้ มิให้ตาย


อัญชัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น