คำว่า Rule of law ว่า แท้จริงคือด้านหนึ่งหรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักธรรมาธิปไตยนั่นเอง ไม่ต้องไปแปลว่า นิติธรรม ให้แปลกประหลาดแต่อย่างใด ธรรมาธิปไตย แปลว่า การที่บุคคลยึดถือความจริง ความถูกต้อง ความดีงาม เหตุผล หลักการกฎกติกาที่ชอบธรรมเป็นบรรทัดฐาน เคารพธรรม เชิดชูธรรม นิยมธรรม ตั้งตนอยู่ในธรรม ประพฤติธรรมด้วยตนเอง หรืออาจกล่าวง่ายๆได้ว่า ถือความถูกต้องชอบธรรมเป็นเกณฑ์ เป็นใหญ่ ในการตัดสินใจ , ธรรมาธิปไตยไม่ใช่ระบอบ/ระบบการปกครอง แต่เป็นแก่นของการปกครองทั้งหลายในโลกที่มีอยู่
ไ ม่ว่าจะเป็นระบอบเผด็จการ , คอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตยฯลฯ ที่อธิบายเกี่ยวกับการปกครองในทุกระบอบจะมีองค์ประกอบสำคัญ คือ อำนาจตัดสินใจ ซึงในถึงที่สุดแล้ว ตัวกำหนดอยู่ที่อำนาจการตัดสินใจ หมายความว่า อำนาจตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ไหน ก็จะออกมาเป็นรูปแบบ/ระบอบการปกครอง
ถ้า อำนาจการตัดสินใจสูงสุดอยู่กับบุคคลผู้เดียว เรียกว่าเป็น ระบอบเผด็จการ
ถ้า อำนาจการตัดสินใจสูงสุดอยู่กับคณะบุคคล เรียกว่าเป็น ระบอบคณาธิปไตย
ถ้า อำนาจการตัดสินใจสูงสุดอยู่กับประชาชน เรียกว่าเป็น ระบอบประชาธิปไตย
ไ ม่ว่าจะเป็นการปกครองในรูปแบบหรือเป็นระบอบใด ดังข้างต้น ครั้นถึงขั้นตอนของการตัดสินใจ บุคคลผู้มีอำนาจตัดสินใจเขาใช้อะไรเป็นตัวกำหนดหรือเอาอะไร/สิ่งใดเป็นเกณฑ์ ในการตัดสินใจ ตรงจุดนี้เองที่ท่านพระพรหมคุณาภรณ์อธิบายต่อไปว่า อำนาจการตัดสินใจแบบตะวันตกที่ถือคติ Rule of law หรือเอากฎหมายเป็นหลักนั้น ไม่เพียงพอหรือยังไม่ดีพอ เพราะท่านเห็นว่าหากมนุษย์ผู้มีอำนาจตัดสินใจถือเอาแต่ตัวบทกฎหมายมาเป็นเกณ ฑ์ตัดสินใจ เนื่องจากมนุษย์บางพวกเอากฎหมายที่เกิดจากเจตจำนงที่ไม่ดีของพวกตนมาตัดสินใ จ จึงเป็นเรื่องที่ถูกตามตัวบทกฎหมาย (ตัวหนังสือ)แต่ไม่ถูกต้องสอดคล้องกับธรรม จะเป็นอันตรายและก่อปัญหาตามมา
ด ังนั้นอำนาจการตัดสินใจ หรือที่เรียกว่าอำนาจสูงสุด /อำนาจอธิปไตยนั้น เป็นสิ่งสำคัญ หรือเป็นหัวใจของการปกครองนั้น บุคคลใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ อธิบายได้ดังนี้
-ถ้าเอาตนเอง เอาความยิ่งใหญ่ของตน เอาความทะนง เอาทิฐิความเห็นความเชื่อยึดถือส่วนตัว เอาผลประโยชน์ของตนเป็นเกณฑ์ตัดสิน เรียกได้เป็น อัตตาธิปไตย
-ถ้าเอากระ แสความนิยม เสียงเล่าลือ คอยฟังว่าใครจะว่าอย่างไร ตนก็จะว่าไปอย่างนั้น ตัดสินใจไปตามกระแสเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นเรื่องแบบพวกมากลากไป ตามแรงกดดันจะเอาใจเขาหาคะแนนหรือตอบแทนการเอื้อประโยชน์ ก็จะเรียกว่าเป็น โลกาธิปไตย
-ถ้าเอา ความจริง ความถูกต้อง ความดีงาม หลักการ กฎกติกาประโยชน์ที่แท้จริงที่ชอบธรรมของชีวิตและสังคมเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน โดยใช้ปัญญาหาข้อมูลตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างกว้างขวางให้ถ่องแท้ ชัดเจน อย่างดีที่สุด เต็มขีดแห่งสติปัญญา ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็จะเป็นธรรมาธิปไตย
ดังนั้น การปกครองแบบเผด็จการ ก็เป็นได้ทั้ง อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตยและธรรมาธิปไตย
คณาธิปไตย ก็เป็นได้ทั้ง อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตยและธรรมาธิปไตย
ประชาธิปไตย เช่นเดียวกันเป็นได้ทั้ง อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตยและธรรมาธิปไตย
ก ล่าวคือ ถ้าผู้เผด็จการใช้เกณฑ์ตัดสินแบบธรรมาธิปไตย ก็เป็นเผด็จการที่ดีได้ และถ้าคณาธิปไตยใช้หลักธรรมาธิปไตยมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน ก็เป็นการปกครองที่ดี และประชาธิปไตยคนใช้อำนาจด้วยเกณฑ์ธรรมาธิปไตย ก็จะเป็นการปกครองที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ผู้ปกครองเท่านั้นที่ต้องใช้หลักธรรมาธิปไตยเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ แต่ยังจะต้องให้ประชาชนทุกๆคนตัดสินใจเลือกด้วยเกณฑ์ ธรรมาธิปไตย โดยเฉพาะในวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นบททดสอบการใช้อำนาจตัดสินใจสำหรับประชาชนในระบอบประชาธิปไตย เท่านั้นยังไม่เพียงพอ จะต้องทำให้ประชาชนมีความเป็นธรรมาธิปไตย โดยการให้การศึกษาอย่างถูกต้องแก่ประชาชน ให้เกิดปัญญาความรู้แจ้ง เข้าไปในจิตใจของบุคคลทุกคน
ศิษย์พุทธะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น