by bonkalasin
ในการร่วมต่อสู้กับพี่น้องพันธมิตร สารวัตรจ๊าบทุ่มเททั้งกายและใจอย่างเต็มที่ ด้วยความที่เป็นนักสู้เต็มตัว หากย้อนกลับมาดูชีวิตตั้งแต่วัยเด็กแล้ว จะพบความเป็นนักสู้มาตั้งแต่ตอนนั้น
ในการร่วมต่อสู้กับพี่น้องพันธมิตร สารวัตรจ๊าบทุ่มเททั้งกายและใจอย่างเต็มที่ ด้วยความที่เป็นนักสู้เต็มตัว หากย้อนกลับมาดูชีวิตตั้งแต่วัยเด็กแล้ว จะพบความเป็นนักสู้มาตั้งแต่ตอนนั้น
by jimcrow
เราต่างไม่เคยรู้จักกัน แต่เราสื่อสารเหมือนคนเข้าใจกัน ต่างพร่ำรำพัน ถึงความเป็นมนุษย์ ถกเถียงเย็นร่ำค่ำเช้า เราจะดำรงอยู่ เราจะใฝ่ฝัน หรือเราจะละทิ้งภาระกิจ สุนทร มีศรี
เราต่างไม่เคยรู้จักกัน แต่เราสื่อสารเหมือนคนเข้าใจกัน ต่างพร่ำรำพัน ถึงความเป็นมนุษย์ ถกเถียงเย็นร่ำค่ำเช้า เราจะดำรงอยู่ เราจะใฝ่ฝัน หรือเราจะละทิ้งภาระกิจ สุนทร มีศรี
by greenmblog
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าในท่ามกลางสภาวะโลกร้อน ประกอบกับทรัพยากรโลกที่นับวันจะร่อยหลอลงทุกที นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์จึงพยายามมองหาพลังงานทางเลือก ซึ่งได้มาจากแหล่งพลังงานที่สะอาด และไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ พลังงานจากแสงอาทิตย์ และ พลังงานจากลม ดูจะได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหาได้ทุกที่ที่อยู่ใต้ผืนฟ้าอันกว้างใหญ่นี้ วันนี้หนูอุ่มก็มีของเล่นใหม่ ที่จะทำตัวเป็นขุมพลัง ที่จะเก็บกักพลังงานสะอาดจากทั้ง ลม และแสงแดด ไว้ในที่เดียวกัน อยากรู้ว่ามันมีชื่อว่าอะไร และใช้งานอย่างไร ต้องคลิกค่ะ
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าในท่ามกลางสภาวะโลกร้อน ประกอบกับทรัพยากรโลกที่นับวันจะร่อยหลอลงทุกที นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์จึงพยายามมองหาพลังงานทางเลือก ซึ่งได้มาจากแหล่งพลังงานที่สะอาด และไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ พลังงานจากแสงอาทิตย์ และ พลังงานจากลม ดูจะได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหาได้ทุกที่ที่อยู่ใต้ผืนฟ้าอันกว้างใหญ่นี้ วันนี้หนูอุ่มก็มีของเล่นใหม่ ที่จะทำตัวเป็นขุมพลัง ที่จะเก็บกักพลังงานสะอาดจากทั้ง ลม และแสงแดด ไว้ในที่เดียวกัน อยากรู้ว่ามันมีชื่อว่าอะไร และใช้งานอย่างไร ต้องคลิกค่ะ
by greenmblog
บริษัท Green Peak เปิดตัวรีโมท คอนโทรลรุ่นใหม่ที่ไม่มีวันจะต้องเปลี่ยนถ่าน ลองนึกถึงแค่บ้านของคุณเอง หากไฮเทคมากหน่อย ก็จะมีรีโมทมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ไหนจะรีโมททีวี เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเสียง ฯลฯ จึงเป็นเหตุให้ถ่านประเภท 2A-3A ถูกขายและทิ้งกันเกลื่อนเมือง ดังนั้นจึงมีองค์กรอิสระจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาระบบรีโมทใหม่ ที่ประหยัดไฟ และไม่ได้ใช้ถ่าน 2A-3A แบบเดิมอีกต่อไป อยากทราบรายละเอียด ต้องคลิกเข้ามาดูกันค่ะ
บริษัท Green Peak เปิดตัวรีโมท คอนโทรลรุ่นใหม่ที่ไม่มีวันจะต้องเปลี่ยนถ่าน ลองนึกถึงแค่บ้านของคุณเอง หากไฮเทคมากหน่อย ก็จะมีรีโมทมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ไหนจะรีโมททีวี เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเสียง ฯลฯ จึงเป็นเหตุให้ถ่านประเภท 2A-3A ถูกขายและทิ้งกันเกลื่อนเมือง ดังนั้นจึงมีองค์กรอิสระจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาระบบรีโมทใหม่ ที่ประหยัดไฟ และไม่ได้ใช้ถ่าน 2A-3A แบบเดิมอีกต่อไป อยากทราบรายละเอียด ต้องคลิกเข้ามาดูกันค่ะ
by leelawadee2u
เมื่อคุณนายลีฯ ไม่มีคนขับรถดังเช่นเคยมี คุณนายลีฯ ก็ต้องลดตัวลงมาเป็นพลขับซะเอง อิอิ สบายมาหลายปีแล้วนี่นา กลับมาลำบากลำบนซะบ้าง ชีวิตจะได้มีครบทุกรสชาติไงล่ะ...เฮ้อ มารุโกะ (อยากรู้มารุโกะหมายถึงอะไร ต้องไปบ้านคุณเมย์ Xanax71 นะคะ อิอิ)
เมื่อคุณนายลีฯ ไม่มีคนขับรถดังเช่นเคยมี คุณนายลีฯ ก็ต้องลดตัวลงมาเป็นพลขับซะเอง อิอิ สบายมาหลายปีแล้วนี่นา กลับมาลำบากลำบนซะบ้าง ชีวิตจะได้มีครบทุกรสชาติไงล่ะ...เฮ้อ มารุโกะ (อยากรู้มารุโกะหมายถึงอะไร ต้องไปบ้านคุณเมย์ Xanax71 นะคะ อิอิ)
by blackplums
พระบวชใหม่รูปหนึ่งเดินบิณฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนจอแจ ขณะเดินสำรวมก้มหน้าแต่พอประมาณเพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆ นั่นเอง จู่ๆ มีชายผู้หนึ่งใส่สูท ผูกเนคไท สวมแว่นตาดำ เดินเข้ามาหาท่าน พร้อมชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย พระรูปนั้นตกตะลึง รีบเดินหนี แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว แต่เสียงด่าทอของเขา ยังก้องอยู่ในโสตประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ
พระบวชใหม่รูปหนึ่งเดินบิณฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนจอแจ ขณะเดินสำรวมก้มหน้าแต่พอประมาณเพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆ นั่นเอง จู่ๆ มีชายผู้หนึ่งใส่สูท ผูกเนคไท สวมแว่นตาดำ เดินเข้ามาหาท่าน พร้อมชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย พระรูปนั้นตกตะลึง รีบเดินหนี แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว แต่เสียงด่าทอของเขา ยังก้องอยู่ในโสตประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ
by sazzie
" แกก็ใจเย็นๆหน่อยสิวะ แต่ก็คงเต็มที่แล้วใช่ไหม .. " เพื่อนฉันที่ลูกเรียกว่าป้าโวยผ่านทางโทรศัพท์ แต่สำทับลงท้าย ไม่วายที่จะยืนอยู่ข้างฉันเหมือนเช่นตลอดมา หลายปี .. นานหลายปีมากแล้วที่ไม่เคยตีลูกเลย และไม่เคยคิดว่าจะต้องมาตีกันตอนนี้ แต่ถ้าไม่ตีเสียเลย ลูกก็คงไม่รู้จักเจ็บจักจำ เพราะที่พร่ำสอนมันเป็นเพียงคำพูดที่ไม่เห็นเป็นรูปธรรม เวลาที่เรื่องยังไม่เกิด เหตุยังไม่มี ลูกก็คงคิดแต่ว่าที่แม่มันบ้าพูดซ้ำซากทุกๆวัน มันก็แค่ความกลัวของแม่ แต่ถ้าเหตุมันเกิดเมื่อไหร่ ไม่หรอก .. ยังไงแม่ก็ไม่อยากและไม่ยอมให้เกิดอะไรร้ายๆกับลูกของแม่ แม้ว่ามันจะทำให้แม่นำมายืนยันกับลูกได้ว่า .. " เห็นมั้ยแม่บอกแล้วใช่ไหม " แม่ยอมให้คำสอนคำเตือนของแม่ เป็นเรื่องที่ลูกคิดว่าเป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อที่แม่กลัวดีกว่า
" แกก็ใจเย็นๆหน่อยสิวะ แต่ก็คงเต็มที่แล้วใช่ไหม .. " เพื่อนฉันที่ลูกเรียกว่าป้าโวยผ่านทางโทรศัพท์ แต่สำทับลงท้าย ไม่วายที่จะยืนอยู่ข้างฉันเหมือนเช่นตลอดมา หลายปี .. นานหลายปีมากแล้วที่ไม่เคยตีลูกเลย และไม่เคยคิดว่าจะต้องมาตีกันตอนนี้ แต่ถ้าไม่ตีเสียเลย ลูกก็คงไม่รู้จักเจ็บจักจำ เพราะที่พร่ำสอนมันเป็นเพียงคำพูดที่ไม่เห็นเป็นรูปธรรม เวลาที่เรื่องยังไม่เกิด เหตุยังไม่มี ลูกก็คงคิดแต่ว่าที่แม่มันบ้าพูดซ้ำซากทุกๆวัน มันก็แค่ความกลัวของแม่ แต่ถ้าเหตุมันเกิดเมื่อไหร่ ไม่หรอก .. ยังไงแม่ก็ไม่อยากและไม่ยอมให้เกิดอะไรร้ายๆกับลูกของแม่ แม้ว่ามันจะทำให้แม่นำมายืนยันกับลูกได้ว่า .. " เห็นมั้ยแม่บอกแล้วใช่ไหม " แม่ยอมให้คำสอนคำเตือนของแม่ เป็นเรื่องที่ลูกคิดว่าเป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อที่แม่กลัวดีกว่า
by mblogtips
ตามที่ได้มีการแจ้งเปิดโครงการ "MBlog บนสื่อในเครือผู้จัดการ" วันจันทร์ที่ 12 ม.ค. 52 MBlog ได้นำบทความของสมาชิกลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ส่วนปริทรรศน์(หน้า 34) 2 เรื่องดังนี้
ตามที่ได้มีการแจ้งเปิดโครงการ "MBlog บนสื่อในเครือผู้จัดการ" วันจันทร์ที่ 12 ม.ค. 52 MBlog ได้นำบทความของสมาชิกลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ส่วนปริทรรศน์(หน้า 34) 2 เรื่องดังนี้
by henggy
ขนมจีนแม่วัลลา คู่กับน้ำยาพระอภัย ถั่วงอกเสาวคนธ์ คู่กับพริกป่นหัสชัย ครรชิตคู่เพชรา แต่พี่ยังหาคู่ไม่ได้ แม่สาวบ้านนา นัยน์ตาหวาน ได้โปรดสงสาร พี่หน่อยเป็นไร พี่เบื่อกรุงเทพหนักหนา เช้าตื่นขึ้นมา โอ้ยเดินขวักไขว่ อยู่สี่พระยาย่ำมาบางลำพู อยู่บางปูย่ำมาพระยาไท ย่ำจากกรุงเทพไปทุ่งเศรษฐี โอ้ยเจอสาวที่นี่เลยติดใจ พี่เบื่อกรุงเทพเต็มทน พี่เบื่อรถยนต์ เหมือนยุงฝูงใหญ่ เบื่อบังกาโลว์ตึกโตระฟ้า เบื่อเที่ยวบาร์ ไนท์คลับประดับไฟ พี่เบื่อถนนมันแคบน่าคิด โอ้ยรถราก็ติดทั่วไป พี่อยากมาอยู่บ้านนา ฟังเสียงนกกา สายลมยอดไผ่ ฝากชีวีพี่ไว้ที่แม่โฉมฉิน เหลือบยุงริ้น พี่จะคอยปัดไป พี่ช่วยตักน้ำตำข้าวให้น้อง โอ้ยแขนพี่จะป้องคู้มภัย พี่อยากมาทำนาดู เลี้ยงเป็ดหอยปู เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ เสร็จจากทำนา ขายค้าลองทำ หมักแป้งทำขนมจีน ขายเรื่อยไป พี่ก็ขยันหมั่นอย่างนี้ โอ้ยก็เป็นเศรษฐีขึ้นไว ขนมจีนแม่วัลลา คู่กับน้ำยาพระอภัย ถั่วงอกเสาวคนธ์ คู่กับพริกป่นหัสชัย ครรชิตคู่เพชรา แต่พี่ยังหาคู่ไม่ได้ แม่สาวบ้านนานัยน์ตาหวาน ได้โปรดสงสาร หน่อยเป็นไร เพลงโฆษณาหนังเรื่อง “ทุ่งเศรษฐี” ปี พ.ศ. ๒๕๑๔..ไพบูลย์ บุตรขัน ร้องโดย รุ่งเพชร แหลมสิงห์ เก๊าเก่าเนอะ จำได้ว่าตอนที่เพลงนี้กำลังดัง ดิฉันยังวิ่งเล่นอยู่เลย เห็นคุณพ่อเล่นแผ่นเสียง แผ่นใหญ่ๆ ดำๆ สมัยนี้หาดูยากแล้วซิเนอะ
ขนมจีนแม่วัลลา คู่กับน้ำยาพระอภัย ถั่วงอกเสาวคนธ์ คู่กับพริกป่นหัสชัย ครรชิตคู่เพชรา แต่พี่ยังหาคู่ไม่ได้ แม่สาวบ้านนา นัยน์ตาหวาน ได้โปรดสงสาร พี่หน่อยเป็นไร พี่เบื่อกรุงเทพหนักหนา เช้าตื่นขึ้นมา โอ้ยเดินขวักไขว่ อยู่สี่พระยาย่ำมาบางลำพู อยู่บางปูย่ำมาพระยาไท ย่ำจากกรุงเทพไปทุ่งเศรษฐี โอ้ยเจอสาวที่นี่เลยติดใจ พี่เบื่อกรุงเทพเต็มทน พี่เบื่อรถยนต์ เหมือนยุงฝูงใหญ่ เบื่อบังกาโลว์ตึกโตระฟ้า เบื่อเที่ยวบาร์ ไนท์คลับประดับไฟ พี่เบื่อถนนมันแคบน่าคิด โอ้ยรถราก็ติดทั่วไป พี่อยากมาอยู่บ้านนา ฟังเสียงนกกา สายลมยอดไผ่ ฝากชีวีพี่ไว้ที่แม่โฉมฉิน เหลือบยุงริ้น พี่จะคอยปัดไป พี่ช่วยตักน้ำตำข้าวให้น้อง โอ้ยแขนพี่จะป้องคู้มภัย พี่อยากมาทำนาดู เลี้ยงเป็ดหอยปู เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ เสร็จจากทำนา ขายค้าลองทำ หมักแป้งทำขนมจีน ขายเรื่อยไป พี่ก็ขยันหมั่นอย่างนี้ โอ้ยก็เป็นเศรษฐีขึ้นไว ขนมจีนแม่วัลลา คู่กับน้ำยาพระอภัย ถั่วงอกเสาวคนธ์ คู่กับพริกป่นหัสชัย ครรชิตคู่เพชรา แต่พี่ยังหาคู่ไม่ได้ แม่สาวบ้านนานัยน์ตาหวาน ได้โปรดสงสาร หน่อยเป็นไร เพลงโฆษณาหนังเรื่อง “ทุ่งเศรษฐี” ปี พ.ศ. ๒๕๑๔..ไพบูลย์ บุตรขัน ร้องโดย รุ่งเพชร แหลมสิงห์ เก๊าเก่าเนอะ จำได้ว่าตอนที่เพลงนี้กำลังดัง ดิฉันยังวิ่งเล่นอยู่เลย เห็นคุณพ่อเล่นแผ่นเสียง แผ่นใหญ่ๆ ดำๆ สมัยนี้หาดูยากแล้วซิเนอะ
by chaleejang
เรื่องเล่า โดย : ชาลี พระเอกของฉัน มีสามคนค่ะ สามคนสามแบบแต่ฉันก็ชอบเขาทุกคนเลย ตัดสินใจไม่ถูกว่าชอบคนไหนมากกว่ากัน แต่แล้วก็มีบางอย่างมาทำให้ฉันลืมพวกเขาไปชั่วขณะ มันเป็นรักแรกพบค่ะ วันนั้นที่เราพบกัน มันเป็นแรกสบตาเลยนะ พอเขาเห็นฉันเท่านั้นเอง เขาก็รี่เข้าหา จนฉันตั้งตัวไม่ทัน เขาคอยป้วนเปี้ยน วนเวียนอยู่รอบตัวฉัน จนฉันรู้สึกหวั่นๆๆพิกล แฮะ เพราะเขาน่ะ ท่าทางเจ้าชู้มากเลย แค่เจอกันครั้งแรกก็จะหอมแก้มฉันซะแล้ว
เรื่องเล่า โดย : ชาลี พระเอกของฉัน มีสามคนค่ะ สามคนสามแบบแต่ฉันก็ชอบเขาทุกคนเลย ตัดสินใจไม่ถูกว่าชอบคนไหนมากกว่ากัน แต่แล้วก็มีบางอย่างมาทำให้ฉันลืมพวกเขาไปชั่วขณะ มันเป็นรักแรกพบค่ะ วันนั้นที่เราพบกัน มันเป็นแรกสบตาเลยนะ พอเขาเห็นฉันเท่านั้นเอง เขาก็รี่เข้าหา จนฉันตั้งตัวไม่ทัน เขาคอยป้วนเปี้ยน วนเวียนอยู่รอบตัวฉัน จนฉันรู้สึกหวั่นๆๆพิกล แฮะ เพราะเขาน่ะ ท่าทางเจ้าชู้มากเลย แค่เจอกันครั้งแรกก็จะหอมแก้มฉันซะแล้ว
by bonkalasin
เมื่อต้องเข้าไปทำภารกิจต่างๆใน กทม.ตั้งแต่เช้า 10 ม.ค. 2552 เมื่อเข้า กทม.ทั้งที เลยถือโอกาสไปเยี่ยมคุณ Sazzie และไปร่วมงานสังสรรปีใหม่ของชาว TGO ที่จัดขึ้นแถวรามอินทราอีกด้วย เก็บเกี่ยวบรรยากาศทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เติมเต็มความเป็น พันธมิตรทั้งผองคือพี่น้องกัน...แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มีความหมายหลายอย่างที่ไม่อาจมองข้ามไปได้...
เมื่อต้องเข้าไปทำภารกิจต่างๆใน กทม.ตั้งแต่เช้า 10 ม.ค. 2552 เมื่อเข้า กทม.ทั้งที เลยถือโอกาสไปเยี่ยมคุณ Sazzie และไปร่วมงานสังสรรปีใหม่ของชาว TGO ที่จัดขึ้นแถวรามอินทราอีกด้วย เก็บเกี่ยวบรรยากาศทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เติมเต็มความเป็น พันธมิตรทั้งผองคือพี่น้องกัน...แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มีความหมายหลายอย่างที่ไม่อาจมองข้ามไปได้...
by chaiyan00
การมีชีวิตอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยความต้องการของการเงินในขณะนี้ดูเหมือนว ่ามันแสนจะลำบากยากเข็นเสียนี่กระไร..บ่อยครั้งที่เราได้ขับรถผ่านไปตามท้อง ถนน ได้พบได้เจอประชากรระดับหนึ่งที่ต้องใช้ถนนเป็นที่อยู่ที่กินหรือภาษาฝรั่งเ ศสเรียกว่าพวก SDF หรือ Sans domicile fixe..เรียกเป็นภาษาไทยว่าคนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง..ชีวิตของพวกเขาต้อง ผ่านร้อนผ่านหนาว หากินอยู่กับการขอทานหรื่อรับจ้างต่างๆที่พอจะเลี้ยงชีวิตของต้นไปได้วันๆหน ึ่ง..วันนี้ขับรถผ่านเข้าไปในปารีสเพื่อไปหาซื้อของดีราคาถูกในช่วงฤดูการลด ราคาได้เห็นภาพเหล่านี้แล้วมันช่างสลดใจเสียนี่กระไร ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องต่อสู้กับชีวิตประจำวันเพียงอย่างเดียวแต่อากาศที่ห นาวเย็นตามท้องถนนดูเหมือนว่าจะไม่เอืออำนวยในการมีชีวิตอยู่ของพวกเขาเหล่า นี้เสียเลย..สภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันกับการมีชีวิตอยู่ในสังคมไม่ใช่เรื่อ งง่ายเพราะสิ่งที่เห็นอยู่อาจจะตกเข้ามาในชีวิตใดชีวิตหนึ่งในวันข้างหน้าโด ยที่เราคาดไม่ถึง....
การมีชีวิตอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยความต้องการของการเงินในขณะนี้ดูเหมือนว ่ามันแสนจะลำบากยากเข็นเสียนี่กระไร..บ่อยครั้งที่เราได้ขับรถผ่านไปตามท้อง ถนน ได้พบได้เจอประชากรระดับหนึ่งที่ต้องใช้ถนนเป็นที่อยู่ที่กินหรือภาษาฝรั่งเ ศสเรียกว่าพวก SDF หรือ Sans domicile fixe..เรียกเป็นภาษาไทยว่าคนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง..ชีวิตของพวกเขาต้อง ผ่านร้อนผ่านหนาว หากินอยู่กับการขอทานหรื่อรับจ้างต่างๆที่พอจะเลี้ยงชีวิตของต้นไปได้วันๆหน ึ่ง..วันนี้ขับรถผ่านเข้าไปในปารีสเพื่อไปหาซื้อของดีราคาถูกในช่วงฤดูการลด ราคาได้เห็นภาพเหล่านี้แล้วมันช่างสลดใจเสียนี่กระไร ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องต่อสู้กับชีวิตประจำวันเพียงอย่างเดียวแต่อากาศที่ห นาวเย็นตามท้องถนนดูเหมือนว่าจะไม่เอืออำนวยในการมีชีวิตอยู่ของพวกเขาเหล่า นี้เสียเลย..สภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันกับการมีชีวิตอยู่ในสังคมไม่ใช่เรื่อ งง่ายเพราะสิ่งที่เห็นอยู่อาจจะตกเข้ามาในชีวิตใดชีวิตหนึ่งในวันข้างหน้าโด ยที่เราคาดไม่ถึง....
by phakri
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้พิพากษาศาลฎีกา(9 ม.ค.) 1. “ในหลวง”ทรงย้ำให้ “ผู้พิพากษาศาลฎีกา”รักษาความยุติธรรม เพื่อนำประเทศสงบสุข!
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้พิพากษาศาลฎีกา(9 ม.ค.) 1. “ในหลวง”ทรงย้ำให้ “ผู้พิพากษาศาลฎีกา”รักษาความยุติธรรม เพื่อนำประเทศสงบสุข!
by phakri
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 23.15 น. นับคะแนนไปแล้ว ร้อยละ 98.54 โดยการนับคะแนนเสร็จสิ้นทุกเขตเลือกตั้งแล้ว ยกเว้นเขตพญาไทเพียงเขตเดียว เนื่องจากมีการร้องเรียนและอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อนับคะแนนภายในคืนวันน ี้
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 23.15 น. นับคะแนนไปแล้ว ร้อยละ 98.54 โดยการนับคะแนนเสร็จสิ้นทุกเขตเลือกตั้งแล้ว ยกเว้นเขตพญาไทเพียงเขตเดียว เนื่องจากมีการร้องเรียนและอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อนับคะแนนภายในคืนวันน ี้
by saksit2
เงื่อนไขสำหรับการเมืองใหม่ พี่น้องพันธมิตรฯที่เข้าร่วมชุมนุม ๑๙๓ วัน หรือได้เฝ้าติดตามข่าวอยู่ที่ต่างๆตลอดเวลานั้น จะมีประมาณ ๑๕-๒๐ ล้านคน จะเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่การเมืองใหม่ได้อย่างดี ยังต้องการพี่น้องชาวรากหญ้าหรือเกษตรกร และพี่น้องร้านโชว์ห่วยยุคใหม่ อีกประมาณ ๓๕ ล้านคน ให้มีโอกาสเข้าร่วมสนับสนุนการเมืองใหม่ ปัญหาเรื่องปากท้องและความยากจนของพี่น้องเกษตรกรที่ขาดที่ดินทำกินและบ้านท ี่อยู่อาศัยกำลังจะถูกธนาคารเจ้าหนี้ยึดไปทำการขายทอดตลาด ปัญหาใหญ่เหล่านี้สร้างความทุกข์ความกังวลให้แก่พี่่น้องเหล่านี้เป็นอย่างย ิ่ง ปัญหาความยากจนควรได้รับการช่วยเหลือโดยตรงโดยศักยภาพของ ASTV และเพื่อนๆพันธมิตรให้พี่น้องเกษตรกรพ้นจากความยากจนและมีเงินเหลือใช้อย่าง พอเพียง พี่น้องเหล่านี้จึงจะมีเวลาและโอกาสมาศึกษาสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองในการเ มืองใหม่ เพิ่มจำนวนประชากรที่ให้้การสนับสนุนการเมืองใหม่ร่วมกับพี่น้องพันธมิตรฯชุ ดแรกที่ผ่านการศึกษาอบรมเข้ม ๑๙๓ วัน และในการช่วยพี่น้องเกษตรกร ก็ช่วยให้พี่น้องร้านโชว์ห่วยได้เปิดร้านโชว์ห่วยยุคใหม่ไปด้วย ให้มีศักยภาพที่เหนือกว่าร้านขายปลีกของต่างชาติ ยกตัวอย่างใช้ทุนน้อย สถานที่ไม่กี่ตารางเมตร ไม่ต้องสต๊อคสินค้า และไม่ต้องส่งสินค้าถึงลูกค้าด้วยตนเอง สามารถขยายกิจการได้รอบทิศทางออกไปทุกแห่งทั่วประเทศ และในนาๆประเทศด้วยในระยะต่อๆไป พี่น้องเหล่านี้จะเป็นศูนย์ติดต่อขยายจำนวนสมาชิกให้ทั้งแก่ตนเองและการเมือ งใหม่ไปด้วยพร้อมๆกัน และรับซื้อผลิตผลของพี่น้องเกษตรกรกลับมาจำหน่ายด้วย การช่วยเหลือพี่น้องทั้งเกษตรกร และร้านโชว์ห่วยยุคใหม่จะเกิดขึ้นได้ ด้วยแกนนำปูทางธุรกิจให้โดย ASTV และบรรดาพี่น้องพันธมิตรฯนั่นเอง นอกจากปูทางให้พี่น้องโชว์ห่วยสามารถเลือกทำเลเปิดร้านของตนเองได้แล้ว ASTV ยังเฝ้าติดตามความคืบหน้าเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรที่เป็นลูกค้าของร้านโชว ์ห่วยอย่างสม่ำเสมออีกด้วย เพื่อแจ้งข่าวดีต่างๆที่พี่น้องเกษตรกรได้รับ ทั้งทำข่าวและประชาสัมพันธ์ขยายงานให้ร้านโชว์ห่วยให้เปิดกว้างขยายตัวมากยิ ่งขึ้น เสมือนการจัดชุมนุมพี่น้องเกษตรกรผ่านจอ เพิ่มความคึกคักตื่นเต้นตลอดเวลา ASTV มีทั้งผูู้บริหาร วิทยากร และสต๊าป และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆอีกมาก ที่ผ่านการรบมาด้วยกัน ๑๙๓ วัน ควรเข้ามามีส่วนร่วมกับ ASTV และมีส่วนแบ่งปันรับรายได้จากธุรกิจที่ขยายตัว สร้างความมั่นคงแบบยั่งยืนให้แก่ ASTV และทุกๆคน ที่เกี่ยวข้อง ยามทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน ยามพอจะสบายบ้างก็ควรแบ่งปันกันโดยทั่วหน้า ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะช่วยแก้ปัญหา ให้แก่ ASTV มีรายได้รายวัน พี่ืน้องเกษตรกร และร้านโชว์ห่วย สามารถทำกิจการแบบเศรษฐกิจพอเพียงได้ และผลพลอยได้คือ พี่น้องพันธมิตรฯจะมีพี่น้องชาวรากหญ้าเข้ามาร่วมสนับสนุนทำการเมืองใหม่กับ พี่น้องอย่างมั่นคงยั่งยืน ทั้งหมดที่เล่ามานี้หลายๆท่านจะเข้าใจว่าอย่างไร กำลังฝันไปหรือเปล่า ที่ต้องการได้การเมืองใหม่ ถ้าจะบอกว่าหาก ASTV ที่มุ่งหน้าทำการเมืองให้ชัดเจนมาโดยตลอด ในการเผยแพร่ความจริงทั้งหลาย ถ้าตัดสินใจเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากรัฐบาล สิ่งที่กล่าวมาก็ใกล้ความเป็นจริงเข้ามาอีก จะให้เป็นจริงอย่างชัดเจนต้องการตัวช่วยอีก ๒-๓ ตัว ทุกๆฝ่ายจึงจะมีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง พี่น้องท่านใดต้องการลุ้นบ้างลองเข้ามาช่วยกันออกความคิดเห็น ทั้งนี้เพื่อพี่น้องเราทุกๆคนทั่วประเทศ จะได้มีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง และสร้างการเมืองใหม่ที่ยั่งยืนร่วมกัน
เงื่อนไขสำหรับการเมืองใหม่ พี่น้องพันธมิตรฯที่เข้าร่วมชุมนุม ๑๙๓ วัน หรือได้เฝ้าติดตามข่าวอยู่ที่ต่างๆตลอดเวลานั้น จะมีประมาณ ๑๕-๒๐ ล้านคน จะเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่การเมืองใหม่ได้อย่างดี ยังต้องการพี่น้องชาวรากหญ้าหรือเกษตรกร และพี่น้องร้านโชว์ห่วยยุคใหม่ อีกประมาณ ๓๕ ล้านคน ให้มีโอกาสเข้าร่วมสนับสนุนการเมืองใหม่ ปัญหาเรื่องปากท้องและความยากจนของพี่น้องเกษตรกรที่ขาดที่ดินทำกินและบ้านท ี่อยู่อาศัยกำลังจะถูกธนาคารเจ้าหนี้ยึดไปทำการขายทอดตลาด ปัญหาใหญ่เหล่านี้สร้างความทุกข์ความกังวลให้แก่พี่่น้องเหล่านี้เป็นอย่างย ิ่ง ปัญหาความยากจนควรได้รับการช่วยเหลือโดยตรงโดยศักยภาพของ ASTV และเพื่อนๆพันธมิตรให้พี่น้องเกษตรกรพ้นจากความยากจนและมีเงินเหลือใช้อย่าง พอเพียง พี่น้องเหล่านี้จึงจะมีเวลาและโอกาสมาศึกษาสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองในการเ มืองใหม่ เพิ่มจำนวนประชากรที่ให้้การสนับสนุนการเมืองใหม่ร่วมกับพี่น้องพันธมิตรฯชุ ดแรกที่ผ่านการศึกษาอบรมเข้ม ๑๙๓ วัน และในการช่วยพี่น้องเกษตรกร ก็ช่วยให้พี่น้องร้านโชว์ห่วยได้เปิดร้านโชว์ห่วยยุคใหม่ไปด้วย ให้มีศักยภาพที่เหนือกว่าร้านขายปลีกของต่างชาติ ยกตัวอย่างใช้ทุนน้อย สถานที่ไม่กี่ตารางเมตร ไม่ต้องสต๊อคสินค้า และไม่ต้องส่งสินค้าถึงลูกค้าด้วยตนเอง สามารถขยายกิจการได้รอบทิศทางออกไปทุกแห่งทั่วประเทศ และในนาๆประเทศด้วยในระยะต่อๆไป พี่น้องเหล่านี้จะเป็นศูนย์ติดต่อขยายจำนวนสมาชิกให้ทั้งแก่ตนเองและการเมือ งใหม่ไปด้วยพร้อมๆกัน และรับซื้อผลิตผลของพี่น้องเกษตรกรกลับมาจำหน่ายด้วย การช่วยเหลือพี่น้องทั้งเกษตรกร และร้านโชว์ห่วยยุคใหม่จะเกิดขึ้นได้ ด้วยแกนนำปูทางธุรกิจให้โดย ASTV และบรรดาพี่น้องพันธมิตรฯนั่นเอง นอกจากปูทางให้พี่น้องโชว์ห่วยสามารถเลือกทำเลเปิดร้านของตนเองได้แล้ว ASTV ยังเฝ้าติดตามความคืบหน้าเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรที่เป็นลูกค้าของร้านโชว ์ห่วยอย่างสม่ำเสมออีกด้วย เพื่อแจ้งข่าวดีต่างๆที่พี่น้องเกษตรกรได้รับ ทั้งทำข่าวและประชาสัมพันธ์ขยายงานให้ร้านโชว์ห่วยให้เปิดกว้างขยายตัวมากยิ ่งขึ้น เสมือนการจัดชุมนุมพี่น้องเกษตรกรผ่านจอ เพิ่มความคึกคักตื่นเต้นตลอดเวลา ASTV มีทั้งผูู้บริหาร วิทยากร และสต๊าป และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆอีกมาก ที่ผ่านการรบมาด้วยกัน ๑๙๓ วัน ควรเข้ามามีส่วนร่วมกับ ASTV และมีส่วนแบ่งปันรับรายได้จากธุรกิจที่ขยายตัว สร้างความมั่นคงแบบยั่งยืนให้แก่ ASTV และทุกๆคน ที่เกี่ยวข้อง ยามทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน ยามพอจะสบายบ้างก็ควรแบ่งปันกันโดยทั่วหน้า ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะช่วยแก้ปัญหา ให้แก่ ASTV มีรายได้รายวัน พี่ืน้องเกษตรกร และร้านโชว์ห่วย สามารถทำกิจการแบบเศรษฐกิจพอเพียงได้ และผลพลอยได้คือ พี่น้องพันธมิตรฯจะมีพี่น้องชาวรากหญ้าเข้ามาร่วมสนับสนุนทำการเมืองใหม่กับ พี่น้องอย่างมั่นคงยั่งยืน ทั้งหมดที่เล่ามานี้หลายๆท่านจะเข้าใจว่าอย่างไร กำลังฝันไปหรือเปล่า ที่ต้องการได้การเมืองใหม่ ถ้าจะบอกว่าหาก ASTV ที่มุ่งหน้าทำการเมืองให้ชัดเจนมาโดยตลอด ในการเผยแพร่ความจริงทั้งหลาย ถ้าตัดสินใจเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากรัฐบาล สิ่งที่กล่าวมาก็ใกล้ความเป็นจริงเข้ามาอีก จะให้เป็นจริงอย่างชัดเจนต้องการตัวช่วยอีก ๒-๓ ตัว ทุกๆฝ่ายจึงจะมีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง พี่น้องท่านใดต้องการลุ้นบ้างลองเข้ามาช่วยกันออกความคิดเห็น ทั้งนี้เพื่อพี่น้องเราทุกๆคนทั่วประเทศ จะได้มีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง และสร้างการเมืองใหม่ที่ยั่งยืนร่วมกัน
by singingintherain
ถ้าจะต้องเอาตัวเข้าแลก เพื่อที่จะให้ได้เงิน ข้าวของทองหยอง หรือตำแหน่งงานดี ๆ ฉันยอมตกงาน แล้วนอนแทะฝาเล่นอยู่กับบ้านดีกว่า.....
ถ้าจะต้องเอาตัวเข้าแลก เพื่อที่จะให้ได้เงิน ข้าวของทองหยอง หรือตำแหน่งงานดี ๆ ฉันยอมตกงาน แล้วนอนแทะฝาเล่นอยู่กับบ้านดีกว่า.....
by chaba2550
รายการ สงคราม สังคม ธรรมะ การเมือง ออกอากาศเป็นประจำ ทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อมนุษยชาติ FMTV http://www.fm-tv.tv/ เป็นประจำทุกวัน จันทร์-เสาร์ เวลา 18.00 - 20.00 น. จัดรายการโดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ แต่วานนี้ 10 มกราคม 2551 ได้ไปจัดสดที่โรงเรียนผู้นำ ของลุงจำลอง ศรีเมือง วันนี้ชบาแวะไปดู ปรากฏว่าคลิปขึ้นแล้ว เลยเอามาให้ได้ชมได้ฟังกันที่นี่.. ... :)
รายการ สงคราม สังคม ธรรมะ การเมือง ออกอากาศเป็นประจำ ทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อมนุษยชาติ FMTV http://www.fm-tv.tv/ เป็นประจำทุกวัน จันทร์-เสาร์ เวลา 18.00 - 20.00 น. จัดรายการโดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ แต่วานนี้ 10 มกราคม 2551 ได้ไปจัดสดที่โรงเรียนผู้นำ ของลุงจำลอง ศรีเมือง วันนี้ชบาแวะไปดู ปรากฏว่าคลิปขึ้นแล้ว เลยเอามาให้ได้ชมได้ฟังกันที่นี่.. ... :)
by showshow
จากนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รถออกตัวไปตามปกติมุ่งหน้าตามกันไปในทิศทางเดียวกัน รถเก๋งออกตัวทีหลังแต่ถึงก่อน เขาขับปาดหน้ารถเมล์อย่างกระชั้นชิด รถเมล์เบรก บีบแตรดังสนั่น ผมขับตามหลังดูลักษณะที่เป็นไป คิดอยู่ในใจว่า ...งานเข้าแล้วครับท่านผู้โดยสาร!!!
จากนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รถออกตัวไปตามปกติมุ่งหน้าตามกันไปในทิศทางเดียวกัน รถเก๋งออกตัวทีหลังแต่ถึงก่อน เขาขับปาดหน้ารถเมล์อย่างกระชั้นชิด รถเมล์เบรก บีบแตรดังสนั่น ผมขับตามหลังดูลักษณะที่เป็นไป คิดอยู่ในใจว่า ...งานเข้าแล้วครับท่านผู้โดยสาร!!!
by nelumbo
ในวันหยุดอันสงบของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าใช้เวลาอ่านมหากาพย์มหาภารตะเล่ม ๒ ตอน เหตุแห่งสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร ของท่านอาจารย์วีระ ธีรภัทร จบไปแล้ว และยังติดตามฟัง เรื่องเล่า ฯ ที่ท่านอาจารย์เล่าผ่านรายการวิทยุของท่าน ต่อไป เมื่อคืนก่อนข้าพเจ้า เกิดต้องการพักผ่อน อ่านหนังสือ จำพวกบันเทิงเริงใจดูบ้าง ... จึงหยิบนวนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน เล่ม ๑ ขึ้นมาอ่านซ้ำอีกรอบหนึ่ง อ่านไปอ่านมา จนถึงตอนที่พลอย จำต้องออกจากบ้านคลองบางหลวง เพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง พลอยได้เข้าไปลาคุณอุ่น พี่สาวต่างมารดา และบุตรของคุณหญิง ของพลอย คุณอุ่น พูดกับพลอยคำหนึ่ง ซึ่งแม้ว่า พลอยจะยังเป็นเด็กมาก ๆ แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้ ... “ผู้ดีแปดสาแหรก” ...
ในวันหยุดอันสงบของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าใช้เวลาอ่านมหากาพย์มหาภารตะเล่ม ๒ ตอน เหตุแห่งสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร ของท่านอาจารย์วีระ ธีรภัทร จบไปแล้ว และยังติดตามฟัง เรื่องเล่า ฯ ที่ท่านอาจารย์เล่าผ่านรายการวิทยุของท่าน ต่อไป เมื่อคืนก่อนข้าพเจ้า เกิดต้องการพักผ่อน อ่านหนังสือ จำพวกบันเทิงเริงใจดูบ้าง ... จึงหยิบนวนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน เล่ม ๑ ขึ้นมาอ่านซ้ำอีกรอบหนึ่ง อ่านไปอ่านมา จนถึงตอนที่พลอย จำต้องออกจากบ้านคลองบางหลวง เพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง พลอยได้เข้าไปลาคุณอุ่น พี่สาวต่างมารดา และบุตรของคุณหญิง ของพลอย คุณอุ่น พูดกับพลอยคำหนึ่ง ซึ่งแม้ว่า พลอยจะยังเป็นเด็กมาก ๆ แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้ ... “ผู้ดีแปดสาแหรก” ...
by phakri
ว่าด้วยเมืองหงษาดีต่อไป ค จ.ศ.๑๑๐๕ พวกกะเหรี่ยงร้อยห้าสิบคน ยกลงมาจากปลายแม่น้ำ เข้าปล้นเมืองหงษาวดีเวลากลางคืน พระเจ้าหงษาวดีหนีไปอยู่นอกเมือง กะเหรี่ยงได้เมืองไว้คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นพระเจ้าหงษาวดีก็เข้าไปจับพวกกะเหรี่ยงฆ่าเสีย ในปีนั้นพวกเมืองมฤต เมืองตนาว ยกไปตีเมืองมรแมน คือ เมืองเมาะลำเลิง ไม่ได้เมือง ได้แต่ครอบครัวประมาณพันหนึ่งแล้วกลับไป
ว่าด้วยเมืองหงษาดีต่อไป ค จ.ศ.๑๑๐๕ พวกกะเหรี่ยงร้อยห้าสิบคน ยกลงมาจากปลายแม่น้ำ เข้าปล้นเมืองหงษาวดีเวลากลางคืน พระเจ้าหงษาวดีหนีไปอยู่นอกเมือง กะเหรี่ยงได้เมืองไว้คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นพระเจ้าหงษาวดีก็เข้าไปจับพวกกะเหรี่ยงฆ่าเสีย ในปีนั้นพวกเมืองมฤต เมืองตนาว ยกไปตีเมืองมรแมน คือ เมืองเมาะลำเลิง ไม่ได้เมือง ได้แต่ครอบครัวประมาณพันหนึ่งแล้วกลับไป
by ampk1234
วัดพระธาตุหริภุญไชย วรมหาวิหาร พระอารามหลวง ชั้นเอก ขนิดวรมหาวิหาร วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทาง ทิศตะวันออก และถนนอินทยงยศทางทิศตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในรัชสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ต่อมาได้รับการบูรณะต่อเติมมาเป็นลำดับ ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญไชย ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ - ซุ้มประตู - ซุ้มประตู ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็นชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่า บนแท่น สูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระเจ้าอาทิตยราช เมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆาราม วิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่เรียกว่า "วิหารหลวง" เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระระเบียงรอบด้าน และมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466 วิหารหลวงใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล และประกอบศาสนากิจทุกวันพระ ภายในวิหารประดิษฐานพระปฏิมาใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง บนแท่นแก้วรวม 3 องค์ และพระพุทธ ปฏิมาหล่อโลหะขนาดกลางสมัยเชียงแสนชั้นต้น และชั้นกลางอีกหลายองค์ พระบรมธาตุหริภุญไชย เป็นพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ (ตั้งอยู่ หลังวิหารหลวง) เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ ที่ลงตัวสวยงาม ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะ ใกล้เคียงกับพระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ สูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ มีสัตติ- บัญชร (รั้วเหล็กและทองเหลือง) 2 ชั้น สำเภาทองประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือ และทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม และหอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ บรรจุพระพุทธรูปนั่งทุกหอ นอกจากนี้ยังมีโคมประทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป พระบรมธาตุนี้นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งในล้านนาไทยมาตั้งแต่สมัยโบร าณ ในวันเพ็ญ เดือน 6 จะมีงานนมัสการ และสรงน้ำพระธาตุทุกปี ตามประวัติกล่าวเมื่อ พ. ศ. 1440 พระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์วงศ์รามัญผู้ครองนคร ลำพูนได้สร้างมณฑปครอบโกศทองคำบรรจุพระบรมธาตุไว้ภายในและมีการสร้างเสริมกั นต่อมาอีกหลาย สมัยต่อมาในปี พ.ศ. 1986 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ครองนครเชียงใหม่ได้ทรงกระทำการปฏิสังขรณ์บูรณะ เสริมองค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่ การสร้างคราวนี้ได้สร้างโครงขึ้นใหม่เป็นรูปแบบลังกา ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ ทั้งนี้เพราะในสมัยพระเจ้าติโลกราชได้มีความสัมพันธ์กับลังกาอยู่มาก พระสุวรรณเจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ทางขวาของพระบรมธาตุ สร้างขึ้น โดยพระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช ภายหลังเมื่อสร้างพระธาตุฯ เสร็จแล้วได้ 4 ปี พระ สุวรรณเจดีย์องค์นี้เป็นรูปแบบพระปรางค์ 4 เหลี่ยม ฝีมือช่างละโว้มีพระพุทธรูปประจำซุ้ม ฝีมือและแบบขอมหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ยอดพระเจดีย์มีทองเหลืองหุ้มอยู่ ภายใต้ฐานชั้นล่างเป็นกรุบรรจุพระเปิม ซึ่งเป็นพระเครื่องชนิดหนึ่ง
วัดพระธาตุหริภุญไชย วรมหาวิหาร พระอารามหลวง ชั้นเอก ขนิดวรมหาวิหาร วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทาง ทิศตะวันออก และถนนอินทยงยศทางทิศตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในรัชสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ต่อมาได้รับการบูรณะต่อเติมมาเป็นลำดับ ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญไชย ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ - ซุ้มประตู - ซุ้มประตู ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็นชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่า บนแท่น สูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระเจ้าอาทิตยราช เมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆาราม วิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่เรียกว่า "วิหารหลวง" เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระระเบียงรอบด้าน และมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466 วิหารหลวงใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล และประกอบศาสนากิจทุกวันพระ ภายในวิหารประดิษฐานพระปฏิมาใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง บนแท่นแก้วรวม 3 องค์ และพระพุทธ ปฏิมาหล่อโลหะขนาดกลางสมัยเชียงแสนชั้นต้น และชั้นกลางอีกหลายองค์ พระบรมธาตุหริภุญไชย เป็นพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ (ตั้งอยู่ หลังวิหารหลวง) เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ ที่ลงตัวสวยงาม ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะ ใกล้เคียงกับพระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ สูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ มีสัตติ- บัญชร (รั้วเหล็กและทองเหลือง) 2 ชั้น สำเภาทองประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือ และทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม และหอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ บรรจุพระพุทธรูปนั่งทุกหอ นอกจากนี้ยังมีโคมประทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป พระบรมธาตุนี้นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งในล้านนาไทยมาตั้งแต่สมัยโบร าณ ในวันเพ็ญ เดือน 6 จะมีงานนมัสการ และสรงน้ำพระธาตุทุกปี ตามประวัติกล่าวเมื่อ พ. ศ. 1440 พระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์วงศ์รามัญผู้ครองนคร ลำพูนได้สร้างมณฑปครอบโกศทองคำบรรจุพระบรมธาตุไว้ภายในและมีการสร้างเสริมกั นต่อมาอีกหลาย สมัยต่อมาในปี พ.ศ. 1986 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ครองนครเชียงใหม่ได้ทรงกระทำการปฏิสังขรณ์บูรณะ เสริมองค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่ การสร้างคราวนี้ได้สร้างโครงขึ้นใหม่เป็นรูปแบบลังกา ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ ทั้งนี้เพราะในสมัยพระเจ้าติโลกราชได้มีความสัมพันธ์กับลังกาอยู่มาก พระสุวรรณเจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ทางขวาของพระบรมธาตุ สร้างขึ้น โดยพระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช ภายหลังเมื่อสร้างพระธาตุฯ เสร็จแล้วได้ 4 ปี พระ สุวรรณเจดีย์องค์นี้เป็นรูปแบบพระปรางค์ 4 เหลี่ยม ฝีมือช่างละโว้มีพระพุทธรูปประจำซุ้ม ฝีมือและแบบขอมหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ยอดพระเจดีย์มีทองเหลืองหุ้มอยู่ ภายใต้ฐานชั้นล่างเป็นกรุบรรจุพระเปิม ซึ่งเป็นพระเครื่องชนิดหนึ่ง
by chaba2550
... เต็นท์ที่พักและข้าวของ ของญาติธรรม ที่ไม่ได้ย้ายของไปตามคำสั่ง ของลุงจำลองเสียหาย บางส่วนสูญหาย ทั้งของพันธมิตรที่ยังพักที่มัฆวาน ก็เป็นเช่นเดียวกัน ทำให้เสียววาบในใจว่า นี่ถ้าเรายังนอนที่มัฆวานอีกคืนหนึ่ง ไม่ย้ายไปตามคำสั่งของลุงจำลอง มีหวังข้าวของ ของเราก็ต้องย่อยยับเช่นเดียวกัน ....
... เต็นท์ที่พักและข้าวของ ของญาติธรรม ที่ไม่ได้ย้ายของไปตามคำสั่ง ของลุงจำลองเสียหาย บางส่วนสูญหาย ทั้งของพันธมิตรที่ยังพักที่มัฆวาน ก็เป็นเช่นเดียวกัน ทำให้เสียววาบในใจว่า นี่ถ้าเรายังนอนที่มัฆวานอีกคืนหนึ่ง ไม่ย้ายไปตามคำสั่งของลุงจำลอง มีหวังข้าวของ ของเราก็ต้องย่อยยับเช่นเดียวกัน ....
by ampk1234
พระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่ ๙ โดยพระเจ้ากือนาทรงรับสั่งให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาสุมนเถระ นำมาจากเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งได้ขุดพบจากนิมิตฝันของพระมหาสุมนเอง เมื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาสู่เชียงใหม่แล้ว พระธาตุได้แยกเป็นสองส่วน พระเจ้ากือนาทรงเลื่อมใส ได้อัญเชิญบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนองค์ที่สอง ได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างเพื่อเสี่ยงทายว่า ช้างหยุดที่ใด ก็จะสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่นั่น แล้วปล่อยช้างไป ช้างได้มุ่งหน้าไปสู่ทิศตะวันตก ขึ้นไปยังดอยสุเทวะฤาษี หรือดอยสุเทพปัจจุบัน แล้วมาหยุดที่ยอดดอยสุเทพ พระเจ้ากือนาทรงรับสั่งให้สร้างพระเจดีย์ ณ ที่นั้น มีขนาดสูง 5 วา เมื่อ พ.ศ. ๑๙๑๖ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๖๘ พระเจ้าเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ ๑๒ ของเชียงใหม่ ได้ทำการบูรณะพระเจดีย์ โดยได้นิมนต์พระมหาญาณมงคลโพธิ จากลำพูนมาเป็นประธานการบูรณะ โดยขยายพระเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม สูง ๑๑ วา กว้าง ๖ วา ที่ปรากฏทุกวันนี้ รอบองค์พระบรมธาตุ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ ๕ ประการ ได้แก่ ๑. ฉัตร ๔ มุม ทำด้วยทองเหลือง สร้างโดยพระเจ้ากาวิละ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๘ มีความหมายว่า ฉัตรเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น ซึ่งแสดงให้ถึงความสงบร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในท ั้ง ๔ ทิศ ๒. สัตติบัญชร หรือ รั้วหอก ที่อยู่รอบพระธาตุ ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์ เมื่อภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แย่งพระบรมสารีริกธาตุของเมืองต่างๆ เพื่อนำไปไว้บูชาประจำเมือง โทณพราหมณ์จึงทำหน้าที่แบ่ง โดยให้ทหารถือหอกรอบล้อมพระบรมสารีริกธาตุไว้ เพื่อป้องกันการแย่งชิง จึงเป็นที่มาของรั้วหอกรอบพระบรมธาตุ ๓. หอยอ ลักษณะเหมือนวิหารขนาดเล็ก ประจำอยู่ ๔ ด้าน ของพระบรมธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ มีความหมายถึงการบูชาหรือสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า (ยอคุณ) ๔. หอท้าวโลกบาล ซึ่งเป็นหอยอดแหลมขนาดเล็ก ประจำอยู่ ๔ มุมของพระบรมธาตุ หมายถึง ที่ประดิษฐานของท้าวโลกบาลทั้ง ๔ ซึ่งเป็นเทพที่ปกปักรักษาสิ่งสำคัญต่างๆ ๔ ทิศ ทำหน้าที่รักษาพระบรมธาตุ ได้แก่ ๑. ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศเหนือ ๒. ท้าวธตรัฐ มีพวกคนธรรพ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาทิศตะวันออก ๓. ท้าววิรูฬปักข์ มีฝูงนาคเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศตะวันตก ๔. ท้าววิรุฬหก มีอสูรเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศใต้ ๕. ไหดอกบัว หรือ ปูรณะฆะฏะ (ปูรณะ แปลว่า เต็ม,สมบูรณ์, ฆฏะ แปลว่า หม้อ) แปลว่า หม้อที่แสดงถึงความสมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนาในล้านนาไทย สิ่งสำคัญรอบองค์พระบรมธาตุ ฉัตร ๔ มุม ทำด้วยทองเหลือง รั้วหอก (สัตติบัญชร) หอยอ (ยอกุณพระเจ้า) ซุ้มท้าวโลกบาล ทั้ง ๔ ไหบัว ( ปูรณะฆฏะ) คำไหว้พระบรมธาตุดอยสุเทพ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่า ๓ รอบ) สุวัณณะเจติยัง เกสาวะระมัตถะลุงคัง วะรัญญะธาตุง สุเทวะนามะกัง นะระเทเวหิ สัพพะปูชิตัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา.
พระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่ ๙ โดยพระเจ้ากือนาทรงรับสั่งให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาสุมนเถระ นำมาจากเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งได้ขุดพบจากนิมิตฝันของพระมหาสุมนเอง เมื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาสู่เชียงใหม่แล้ว พระธาตุได้แยกเป็นสองส่วน พระเจ้ากือนาทรงเลื่อมใส ได้อัญเชิญบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนองค์ที่สอง ได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างเพื่อเสี่ยงทายว่า ช้างหยุดที่ใด ก็จะสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่นั่น แล้วปล่อยช้างไป ช้างได้มุ่งหน้าไปสู่ทิศตะวันตก ขึ้นไปยังดอยสุเทวะฤาษี หรือดอยสุเทพปัจจุบัน แล้วมาหยุดที่ยอดดอยสุเทพ พระเจ้ากือนาทรงรับสั่งให้สร้างพระเจดีย์ ณ ที่นั้น มีขนาดสูง 5 วา เมื่อ พ.ศ. ๑๙๑๖ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๖๘ พระเจ้าเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ ๑๒ ของเชียงใหม่ ได้ทำการบูรณะพระเจดีย์ โดยได้นิมนต์พระมหาญาณมงคลโพธิ จากลำพูนมาเป็นประธานการบูรณะ โดยขยายพระเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม สูง ๑๑ วา กว้าง ๖ วา ที่ปรากฏทุกวันนี้ รอบองค์พระบรมธาตุ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ ๕ ประการ ได้แก่ ๑. ฉัตร ๔ มุม ทำด้วยทองเหลือง สร้างโดยพระเจ้ากาวิละ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๘ มีความหมายว่า ฉัตรเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น ซึ่งแสดงให้ถึงความสงบร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในท ั้ง ๔ ทิศ ๒. สัตติบัญชร หรือ รั้วหอก ที่อยู่รอบพระธาตุ ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์ เมื่อภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แย่งพระบรมสารีริกธาตุของเมืองต่างๆ เพื่อนำไปไว้บูชาประจำเมือง โทณพราหมณ์จึงทำหน้าที่แบ่ง โดยให้ทหารถือหอกรอบล้อมพระบรมสารีริกธาตุไว้ เพื่อป้องกันการแย่งชิง จึงเป็นที่มาของรั้วหอกรอบพระบรมธาตุ ๓. หอยอ ลักษณะเหมือนวิหารขนาดเล็ก ประจำอยู่ ๔ ด้าน ของพระบรมธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ มีความหมายถึงการบูชาหรือสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า (ยอคุณ) ๔. หอท้าวโลกบาล ซึ่งเป็นหอยอดแหลมขนาดเล็ก ประจำอยู่ ๔ มุมของพระบรมธาตุ หมายถึง ที่ประดิษฐานของท้าวโลกบาลทั้ง ๔ ซึ่งเป็นเทพที่ปกปักรักษาสิ่งสำคัญต่างๆ ๔ ทิศ ทำหน้าที่รักษาพระบรมธาตุ ได้แก่ ๑. ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศเหนือ ๒. ท้าวธตรัฐ มีพวกคนธรรพ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาทิศตะวันออก ๓. ท้าววิรูฬปักข์ มีฝูงนาคเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศตะวันตก ๔. ท้าววิรุฬหก มีอสูรเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศใต้ ๕. ไหดอกบัว หรือ ปูรณะฆะฏะ (ปูรณะ แปลว่า เต็ม,สมบูรณ์, ฆฏะ แปลว่า หม้อ) แปลว่า หม้อที่แสดงถึงความสมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนาในล้านนาไทย สิ่งสำคัญรอบองค์พระบรมธาตุ ฉัตร ๔ มุม ทำด้วยทองเหลือง รั้วหอก (สัตติบัญชร) หอยอ (ยอกุณพระเจ้า) ซุ้มท้าวโลกบาล ทั้ง ๔ ไหบัว ( ปูรณะฆฏะ) คำไหว้พระบรมธาตุดอยสุเทพ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่า ๓ รอบ) สุวัณณะเจติยัง เกสาวะระมัตถะลุงคัง วะรัญญะธาตุง สุเทวะนามะกัง นะระเทเวหิ สัพพะปูชิตัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา.
by ampk1234
ประวัติพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณดึกดำบรรพ์มากเท่าๆกับองค์พระธ าตุพนม ในตำนานพระธาตุพนมนั้นพระโบราณาจารย์ท่านจดหมายเหตุไว้ว่า พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกโดยพญาทั้ง ๕ หัวเมือง พระมหากัสสปะเป็นประธานพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ นำพระอุรังคธาตุจากชมพูทวีปที่กรุงราชคฤห์เพื่อจำพรรษาและทำปฐมสังคายนาพระธ รรมวินัยดังนี้ ถ้าถือตามนี้ก็คำนวณได้ว่าสร้างพระธาตุพนมยุคแรก เมื่อพระพุทธเจ้าเข้าสู่นิพพานแล้วราวไม่เกิน ๒ เดือน เพราะทำปฐมสังคายนา เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานแล้วได้ ๓ เดือน ( เดือน ๙ เพ็ญ ) สร้างครั้งแรกได้เพียงชั้นเดียว ครั้นต่อมาตำนานบอกว่า พระพุทธเจ้าเสด็จนิพพานแล้ว ๗ ปี ๗ เดือน ( ที่จริง ๖ เดือน ) ถึงเดือน ๑๒ เพ็ญ วันพุธพญาอินทร์สั่งให้วิสสุกัมมเทวบุตรลงมาสลักลวดลายพระเจดีย์ให้ละเอียดว ิจิตรต่าง ๆ ซึ่งปรากฏในตอนต้นแล้วและในคืนวันนั้นพญาอินทร์เป็นประธานแห่งเทพทั้งหลายทุ กหมู่เหล่า ตั้งแต่ชนชั้นจาตุมมหาราชขึ้นไป ได้มาชุมนุมกันเฉลิมฉลองตลอดคืนยังรุ่ง ก่อนกลับและเลิกได้มอบให้เทวดา ๔,๐๐๖ พระองค์รวมทั้งหัวหน้าและเทวบุตรผู้มีฤทธิ์อีก ๓ ตน ให้คอยดูแลปกปักรักษาพระบรมธาตุ เหตุนั้นพระธาตุพนมจึงปรากฏว่าศักดิ์สิทธิ์กว่าพระเจดีย์ทั้งหลายอื่นเป็นพิ เศษ เรื่องนี้ผู้ใกล้ชิดและผู้เคยไปกราบไหว้บูชาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจตนเอง วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร โบราณจึงย่อคัมภีร์อุรังคนิทานให้สั้นแล้วใส่ศักราชเข้าไปว่า พระพุทธเจ้าเข้าสู่นิพพานไปแล้วได้ ๗ ปี ปลาย ๗ เดือน เดือน ๑๒ วันพุธ เกณฑ์ฤกษ์ชื่อว่า “กัตติกา” มีพระมหากัสสปะเถรเจ้าพร้อมด้วยอรหันตา ๕๐๐ ได้นำพระอุรังคธาตุมาบรรจุไว้ในอุโมงค์ มีพญาทั้ง ๕ ได้สร้างไว้ต้อนรับ ดังนี้ คนต่อมาก็เลยถือเอาว่า สร้าง พ.ศ. ๘ ที่จริงใน พ.ศ. ๘ ( ล่วงแล้ว ๗ ปี ๖ เดือนเศษ ) ที่กล่าวนี้เป็นปีฉลองใหญ่เมื่อสลักลวดลายเสร็จต่างหาก พระธาตุได้สร้างมาก่อนนั้นแล้ว พระพุทธเจ้านิพพานแล้วได้ ๕๐๐ ปี พญาทั้ง ๕ ที่สร้างพระธาตุพนมยุคแรกได้จุติมาเป็นพระอรหันต์ทั้ง ๕ ได้เดินทางมาขอความอุปถัมภ์บูรณะพระเจดีย์ธาตุพนมที่เรียกในสมัยนั้นว่า “อุโมงค์ภูกำพร้า” กับพญาสุมิตธรรมวงศา หรือสุมินทราชกษัตริย์องค์ครองเมืองมรุกขนคร ที่ย้ายจากศรีโคตบูร พระเจ้าสุมิตธรรมวงศา ได้ให้พละเอวะอำมาตย์ คุมประชาชนมาถากถางปรับปรุงบริเวณภูกำพร้า ต่อเติมพระเจดีย์ขึ้นเป็นชั้นที่ ๒ ก่อกำแพงรอบทั้ง ๔ ด้าน ย้ายพระอุรังคธาตุจากพื้นล่างขึ้นตั้งไว้ที่บน ตรงปากระฆังคว่ำชั้นบน อันเป็นปากระฆังเดี๋ยวนี้ มียอดและระฆังคงไม่สูงเท่าไหร่ สร้างวิหารให้พระเถระทั้ง ๕ อาศัย ได้แก่ เนินพระอรหันต์ทั้ง ๓ ด้าน คือ เหนือได้แก่หอพระนอน ทิศใต้ได้แก่ เนินหินแลงริมคูรอบพระธาตุข้างกุฏิศิลาภิรัตน์รังสฤษฏิ์ ด้านทิศตะวันตก ได้แก่ วิหารเล็กบนเนินพระอรหันต์ที่ปลูกโพธิ์พุทธคยาปรับปรุงเป็นลานโพธิ์และสร้าง มหารัตนศาลาไว้หลัง สร้างวิหารและพระพุทธสัมโพธิญาณไว้ด้านหน้า ออกประตูหลังพระธาตุไปท่านจะพบเห็นทันที เมื่อเราถือตำนานที่กล่าวมานี้เป็นหลัก ก็จับใจความได้ว่า ในสมัยพญาสุมิตธรรมวงศา เมือมรุกขนคร พุทธศักราชประมาณ ๕๐๐ ปี ได้มีพระภิกษุเถระมาอยู่ภูกำพร้าวัดพระธาตุพนมเป็นครั้งแรก และทางบ้านเมืองอุปถัมภ์ ได้สร้างกุฏิวิหารให้อยู่ ๓ หลัง ๓ ด้านขององค์พระธาตุพนมเป็นครั้งแรก แต่พญาทั้ง ๕ ได้สร้างอุโมงค์ไว้ จะถือว่าเริ่มเป็นวัดแต่นั้นมาก็อาจจะถือได้ แต่ไม่มีเรื่องติดต่อมา พญาสุมิตธรรมวงศาเป็นองค์แรกที่สละผู้คน ๗ บ้าน เป็นคน ๓,๐๐๐ คน ให้มาตั้งบ้านโดยรอบพระธาตุในวัดก็คงมีพระภิกษุสามเณรอยู่เฝ้ารักษา แต่ตำนานมิได้กล่าวถึง การสร้างวัดพระธาตุพนม สร้างคร่อมองค์พระธาตุ คือ มีวัดทั้ง ๔ ด้าน เรียกหัวหน้าคณะทั้ง ๔ ว่าเจ้าด้านทั้ง ๔ อย่างเจดีย์สำคัญทางลานนาและล้านช้าง คือ พระธาตุลำพูน พระเจดีย์หลวง มักมีวัดตั้งรอบอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ผู้สร้างครั้งแรกคงเป็นพญาสุมิตธรรมวงศา เชื้อพระวงศ์กษัตริย์ศรีโคตบูรย้ายมาตั้งเป็นเมืองมรุกขนคร เพื่อให้วัดดูแลอุปัฏฐากพระบรมธาตุ และควบคุมข้าโอกาสทั้งหลาย เรื่องวัดพระธาตุพนมยุคแรก ได้เงียบหายไป พร้อมกับการร้างของเมืองมรุกขนคร ประชาชนอพยพขึ้นไปอยู่ทางเหนือ แต่เมืองล่าหนองคายไปจนถึงหนองเทวดาที่เรียกว่า ห้วยเก้าเลี้ยวเก้าคดที่ตั้งอยู่เหนือนครเวียงจันทน์เดี๋ยวนี้ ครั้นต่อมาไทยล้านช้างได้โยกย้ายจากเหนือมาสู่ใต้ตามลำแม่น้ำโขง คือ ตั้งอยู่เมืองเซ่า หรือชวา ได้แก่ หลวงพระบางเดี๋ยวนี้ พระองค์ได้ธิดาพญาอินทปัตนคร ( กัมพูชา ) มาเป็นบาทปริจาริกา พระเจ้าตาคือพ่อของนาง ได้ถวายตำนานพระธาตุพนมแด่พญาโพธิสาล พระองค์ได้ทราบเรื่องราวพระบรมธาตุดีแล้ว ก็ให้ความอุปถัมภ์วัดพระธาตุพนมเป็นอันมาด ได้สร้างวิหารหลวงมีระเบียงโดยรอบ หลังคามุงด้วยตะกั่ว ( ดีบุก ) ทั้งสิ้น ได้สละคนเป็นข้าโอกาสเพิ่มเติมที่ขาดตกบกพร่อง สละดินถวายครอบ ๒ ฝั่งแม่น้ำโขง ให้พวกอยู่ในเขตดินแดนส่งส่วยข้าวเปลือกข้าวสารประจำปี บำรุงพระธาตุและได้สละมหาดเล็ก ๒ นาย คือ ข้าซะเองและพันเฮือนหิน ให้เป็นข้าพระธาตุ นำส่งดอกไม้ธูปเทียนเครื่องราชสักการะมาบูชาพระธาตุในวันมหาปวารณาออกพรรษาท ุกๆ ปี สมัยพระไชยเชษฐาธิราช โอรสพระเจ้าโพธิสาล ย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่เวียงจันทน์ ก็ได้เสด็จมาไว้พระธาตุ ตรวจตราวัดวาอยู่เสมอจนสิ้นรัชกาล แต่จดหมายเหตุไม่ได้บันทึกชื่อสมภารไว้เลย ต่อมา พ.ศ. ๒๑๕๗ ปรากฏในศิลาจารึกว่า “พญานครหลวงพิชิตราชธานีศรีโคตบูรหลวง” ได้แก่เมืองนครเก่าอยู่ใต้เมืองท่าแขกฝั่งประเทศลาวเดี๋ยวนี้ ได้มาบูรณะพระธาตุ ก่อกำแพงชั้น ๒ รอบทั้ง ๔ ด้าน ถือปูนสะทายตินพระธาตุ พระภิกษุผู้รักษาวัดก็คงมีอยู่แต่ไม่ปรากฏชื่อ ต่อมา พ.ศ. ๒๒๓๓ - ๔๕ เป็นเวลาที่สมเด็จพระสังฆราชาสัทธัมมโชตนญาณวิเศษ ( ตามจารึกทองคำที่ค้นได้เวลาพระธาตุล้ม) แต่เรียกกันทั่วไปว่า “เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก” ท่านองค์นี้เป็นพระมหาเถระที่มีพลังจิตสูง เป็นที่เคารพรักของประชาชน ตั้งแต่ราชสกุลลงมาถึงคนสามัญธรรมดาทั่วแผ่นดิน จึงมีชื่อเกิดขึ้นเองเช่นนั้น เวลานั้น ในนครเวียงจันทร์ การเมืองปั่นป่วนสับสน ท่านจึงได้นำครัวราษฎรประมาณ ๓,๐๐๐ มาตั้งปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมอยู่ราว ๑๐ กว่าปีจึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ คือท่านต่อตั้งแต่ปากระฆังขึ้นไปจนสุดยอด ดังนั้นพระธาตุพนมจึงสูง ๔๓ เมตร ( ดูรูปถ่ายพระธาตุพนมองค์เดิม ) เจ้าราชครูองค์นี้ได้นำมหัคฆภัณฑ์มีค่าเข้าบรรจุมากที่สุด เพราะมีญาติโยมและคนเชื่อถือมาก มีเจ้าศรัทธาผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยเหลือสร้างผอบสำริดบรรจุของมีค่า มีพระเจดีย์ศิลาและผอบทองคำบรรจุพระบรมอุรังคธาตุและพระสารีริกธาตุ พระพุทธรูปทองคำหนัก ๔,๗ ก.ก. และหนัก ๑๘ ก.ก. เป็นต้น บริจาคร่วมกุศลกับทานเป็นอันมากต่อมาก เมื่อบูรณะพระธาตุพนมเสร็จแล้ว ท่านได้พาครอบครัวญาติโยมอพยพลงไปตั้งหลักอยู่ภาคใต้ ตั้งเมืองจำปาศักดิ์ขึ้นเป็นนครหลวงปกครองชาวล้านช้างภาคใต้เป็นครั้งแรก เข้าใจว่าวัดพระธาตุพนม ท่านคงตั้งลูกศิษย์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ไว้ดูแลรักษาแทนท่าน และปกครองข้าโอกาสทั้งหลาย แต่ตำนานมิได้ระบุไว้ว่าตั้งผู้ใด พ.ศ. ๒๓๔๙ - ๕๖ เป็นสมัยต้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตกอยู่ในรัชกาลที่ ๒ เจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์มีศรัทธาได้เสด็จมาบูรณะพระธาตุและวัดพระธาตุพนม ร่วมกับพระบรมราชาสุตตา เจาเมืองนครพนม และพระจันทสุริยวงศา ( กิ่ง ) เจ้าเมืองมุกดาหารปรับปรุงบริเวณและสร้างหอพระ ทำถนนปูอิฐตั้งแต่วัดถึงฝั่งโขง กว้าง ๓ เมตร ยาว ๕๐๐ เมตรเศษ ทำฉัตรยกฉัตรใหม่ในปีสุดท้าย ในระยะนี้ ที่วัดพระธาตุพนมก็ต้องมีพระผู้ใหญ่เป็นหลักวัดอยู่ ปรากฏตามจารึกของพระจันทสุริยวงศา เจ้าเมืองมุกดาหาร ผู้มาบูรณะโรงอุโบสถว่า ได้ให้ข้าราชการผู้ใหญ่มาปัคคหะ คือ กราบไหว้เจ้าสังฆราชาวัดพระธาตุพนมขอโอกาสปฏิสังขรณ์ ฯลฯ บันทึกมิได้ระบุว่า สังฆราชา ( เจ้าอาวาส เจ้าคณะสงฆ์ ) มีชื่อว่าอย่างไร เหตุการณ์ได้ผ่านจากนั้นมานาน จนถึง พ.ศ. ๒๔๔๔ พระธาตุพนมชำรุดมาก พระครูวิโรจน์รัตโนบล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีองค์แรก ได้มาเป็นหัวหน้าบูรณะซ่อมแซมชำระสะสางเหงื่อไคลพระบรมธาตุให้สะอาดสดใส เพื่อมทองคำประดับยอด และประดับแก้วกระจกที่ปากระฆัง ปรากฏวาพระอุปัชฌาย์ทาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ท่านองค์นี้มีฝีมือช่างปั้นอยู่บ้าง ยังมีเหลือให้เห็นอยู่หลายชิ้น นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก วัดพระธาตุพนม ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิด “วรมหาวิหาร” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ ปูชนีย์ที่สำคัญ ประวัติการสร้างและสมโภช พระธาตุพนม เป็นปูชนียะสำคัญยิ่งของวัดและชาติด้วย มีคนรู้จักทั่วประเทศ การสร้างก็สร้างมาแต่พระพุทธเจ้านิพพานแล้วไม่ถึง ๒ เดือน มีการฉลองใหญ่เมื่อเดือน ๑๒ เพ็ญ วันพุธ พุทธปรินิพพานแล้วได้ ๗ ปีกับ ๖ เดือน และบูรณะใหม่มาแล้วอย่างน้อย ๓ ครั้ง จนถึงได้พังลงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลานี้ได้บูรณะองค์พระธาตุพนมเสร็จแล้ว ยังแต่บริเวณอาคารอื่นโดยรอบ มีการสมโภชใหญ่ประจำปีมาแต่โบราณ คือ แต่เดือน ๓ ขึ้น ๑๐ ค่ำ จนถึง แรม ๑ ค่ำ เป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน เป็นงานชั้นเอกใหญ่ยิ่งมโหฬารของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระนามและประวัติพระประธานในพระอุโบสถและพระวิหาร พระประธานในพระวิหาร พระนามว่า “พระพุทธมารวิชัยศาสดา” เข้าใจว่าสร้างแต่สมัยพระเจ้าโพธิสาลราช นครหลวงพระบาง เสด็จมาสร้างพระวิหารหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๐๗๓ - ๒๑๐๒ เมื่อสร้างวิหารใหญ่เข้าใจว่าได้หล่อพระประทานไว้ประจำเลย เพราะสืบแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ก็บอกว่า เห็นประจำอยู่ในพระวิหารหอพระแก้วตั้งแต่ก่อนเกิด ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ เจ้าอาวาสได้ให้ช่างสร้างนาค ๗ เศียรแบบขอมประดับ ดูสวยงามมาก แต่เวลานี้พระธาตุล้มทับพังแล้ว คงเหลือแต่พระประทานไม่เป็นอันตราย เวลานี้ทางศิลปากรไดลงรักปิดทองและกั้นฉัตร ๕ ชั้นไว้กลางแจ้งบนฐานพระวิหาร หลังคาและผนังพระวิหาร กรมศิลปากรรื้อจะสร้างใหม่ พระประทานในพระอุโบสถ เป็นพระปางมารวิชัยเหมือนกัน แต่มีขนาดย่อมกว่าพระประทานในพระวิหาร มีพระนามว่า “พระองค์แสนศาสดา” เป็นพระประจำอุโบสถมานานแล้ว ที่ฐานมีจารึกเลขศักราชไว้ดังนี้ “ ศักราชได้ ๘๖๔ ตัว “ ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๓๕ ถึงปีมะแมนี้ได้ ๔๘๗ ปีแล้ว ที่ฐานมีห่วงสำหรับหาม เข้าใจว่าแต่โบราณคงเอาออกแห่เวลาตรุษสงกรานต์ พระพักตร์นูน จมูกโด่งงาม พระองค์เกลี้ยงเกลา ไม่ทราบประวัติว่าหล่อที่ไหน ใครสร้าง ดูพระพุทธลักษณะและฝีมือช่างเป็นนักปราชญ์ชั้นสูงสร้าง ส่วนโรงอุโบสถนั้น สร้างมานานแล้ว ต่อมา พ.ศ. ๒๓๔๙ - ๕๖ คราวเจ้าผู้ครองเวียงจันทน์ลงมาบูรณะวัดพระธาตุพนม ปรากฏตามจารึกว่า พระจันทสุริยวงศา เมืองมุกดาหาร ได้ปฏิสังขรณ์สร้างอุโบสถไว้เป็นพุทธบูชาเป็นส่วนของท่านโดยเฉพาะด้วย ต่อมา พ.ศ. ๒๔๖๙ ท่านพระครูศิลาภิรัต เจ้าอาวาส พร้อมด้วยหลวงพิทักษ์พนมเขต ( ท้าวสีกะทูมจันทรสาขา ) นายอำเภอธาตุพนม ลูกหลานเหลนของพระจันทสุริยวงศา ได้รื้อโรงอุโบสถเก่าที่ชำรุดสร้างใหม่ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ พระเทพรัตนโมลี ขอทุนฉลอง ๒๕๐๐ มาบูรณะโรงอุโบสถใหม่ คือ รื้อหลังคาแปลงเป็น ๓ ชั้น เพิ่มฝาผนังขึ้น ขยายหน้าโบสถ์ออกอีก ๗ เมตร ทำช่องประตูหน้าต่างใหม่ทุกห้อง ประตูหน้า ๓ ช่อ เป็นซุ้มกรอบประตูหน้าต่างประดับลวดลายดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้
ประวัติพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณดึกดำบรรพ์มากเท่าๆกับองค์พระธ าตุพนม ในตำนานพระธาตุพนมนั้นพระโบราณาจารย์ท่านจดหมายเหตุไว้ว่า พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกโดยพญาทั้ง ๕ หัวเมือง พระมหากัสสปะเป็นประธานพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ นำพระอุรังคธาตุจากชมพูทวีปที่กรุงราชคฤห์เพื่อจำพรรษาและทำปฐมสังคายนาพระธ รรมวินัยดังนี้ ถ้าถือตามนี้ก็คำนวณได้ว่าสร้างพระธาตุพนมยุคแรก เมื่อพระพุทธเจ้าเข้าสู่นิพพานแล้วราวไม่เกิน ๒ เดือน เพราะทำปฐมสังคายนา เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานแล้วได้ ๓ เดือน ( เดือน ๙ เพ็ญ ) สร้างครั้งแรกได้เพียงชั้นเดียว ครั้นต่อมาตำนานบอกว่า พระพุทธเจ้าเสด็จนิพพานแล้ว ๗ ปี ๗ เดือน ( ที่จริง ๖ เดือน ) ถึงเดือน ๑๒ เพ็ญ วันพุธพญาอินทร์สั่งให้วิสสุกัมมเทวบุตรลงมาสลักลวดลายพระเจดีย์ให้ละเอียดว ิจิตรต่าง ๆ ซึ่งปรากฏในตอนต้นแล้วและในคืนวันนั้นพญาอินทร์เป็นประธานแห่งเทพทั้งหลายทุ กหมู่เหล่า ตั้งแต่ชนชั้นจาตุมมหาราชขึ้นไป ได้มาชุมนุมกันเฉลิมฉลองตลอดคืนยังรุ่ง ก่อนกลับและเลิกได้มอบให้เทวดา ๔,๐๐๖ พระองค์รวมทั้งหัวหน้าและเทวบุตรผู้มีฤทธิ์อีก ๓ ตน ให้คอยดูแลปกปักรักษาพระบรมธาตุ เหตุนั้นพระธาตุพนมจึงปรากฏว่าศักดิ์สิทธิ์กว่าพระเจดีย์ทั้งหลายอื่นเป็นพิ เศษ เรื่องนี้ผู้ใกล้ชิดและผู้เคยไปกราบไหว้บูชาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจตนเอง วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร โบราณจึงย่อคัมภีร์อุรังคนิทานให้สั้นแล้วใส่ศักราชเข้าไปว่า พระพุทธเจ้าเข้าสู่นิพพานไปแล้วได้ ๗ ปี ปลาย ๗ เดือน เดือน ๑๒ วันพุธ เกณฑ์ฤกษ์ชื่อว่า “กัตติกา” มีพระมหากัสสปะเถรเจ้าพร้อมด้วยอรหันตา ๕๐๐ ได้นำพระอุรังคธาตุมาบรรจุไว้ในอุโมงค์ มีพญาทั้ง ๕ ได้สร้างไว้ต้อนรับ ดังนี้ คนต่อมาก็เลยถือเอาว่า สร้าง พ.ศ. ๘ ที่จริงใน พ.ศ. ๘ ( ล่วงแล้ว ๗ ปี ๖ เดือนเศษ ) ที่กล่าวนี้เป็นปีฉลองใหญ่เมื่อสลักลวดลายเสร็จต่างหาก พระธาตุได้สร้างมาก่อนนั้นแล้ว พระพุทธเจ้านิพพานแล้วได้ ๕๐๐ ปี พญาทั้ง ๕ ที่สร้างพระธาตุพนมยุคแรกได้จุติมาเป็นพระอรหันต์ทั้ง ๕ ได้เดินทางมาขอความอุปถัมภ์บูรณะพระเจดีย์ธาตุพนมที่เรียกในสมัยนั้นว่า “อุโมงค์ภูกำพร้า” กับพญาสุมิตธรรมวงศา หรือสุมินทราชกษัตริย์องค์ครองเมืองมรุกขนคร ที่ย้ายจากศรีโคตบูร พระเจ้าสุมิตธรรมวงศา ได้ให้พละเอวะอำมาตย์ คุมประชาชนมาถากถางปรับปรุงบริเวณภูกำพร้า ต่อเติมพระเจดีย์ขึ้นเป็นชั้นที่ ๒ ก่อกำแพงรอบทั้ง ๔ ด้าน ย้ายพระอุรังคธาตุจากพื้นล่างขึ้นตั้งไว้ที่บน ตรงปากระฆังคว่ำชั้นบน อันเป็นปากระฆังเดี๋ยวนี้ มียอดและระฆังคงไม่สูงเท่าไหร่ สร้างวิหารให้พระเถระทั้ง ๕ อาศัย ได้แก่ เนินพระอรหันต์ทั้ง ๓ ด้าน คือ เหนือได้แก่หอพระนอน ทิศใต้ได้แก่ เนินหินแลงริมคูรอบพระธาตุข้างกุฏิศิลาภิรัตน์รังสฤษฏิ์ ด้านทิศตะวันตก ได้แก่ วิหารเล็กบนเนินพระอรหันต์ที่ปลูกโพธิ์พุทธคยาปรับปรุงเป็นลานโพธิ์และสร้าง มหารัตนศาลาไว้หลัง สร้างวิหารและพระพุทธสัมโพธิญาณไว้ด้านหน้า ออกประตูหลังพระธาตุไปท่านจะพบเห็นทันที เมื่อเราถือตำนานที่กล่าวมานี้เป็นหลัก ก็จับใจความได้ว่า ในสมัยพญาสุมิตธรรมวงศา เมือมรุกขนคร พุทธศักราชประมาณ ๕๐๐ ปี ได้มีพระภิกษุเถระมาอยู่ภูกำพร้าวัดพระธาตุพนมเป็นครั้งแรก และทางบ้านเมืองอุปถัมภ์ ได้สร้างกุฏิวิหารให้อยู่ ๓ หลัง ๓ ด้านขององค์พระธาตุพนมเป็นครั้งแรก แต่พญาทั้ง ๕ ได้สร้างอุโมงค์ไว้ จะถือว่าเริ่มเป็นวัดแต่นั้นมาก็อาจจะถือได้ แต่ไม่มีเรื่องติดต่อมา พญาสุมิตธรรมวงศาเป็นองค์แรกที่สละผู้คน ๗ บ้าน เป็นคน ๓,๐๐๐ คน ให้มาตั้งบ้านโดยรอบพระธาตุในวัดก็คงมีพระภิกษุสามเณรอยู่เฝ้ารักษา แต่ตำนานมิได้กล่าวถึง การสร้างวัดพระธาตุพนม สร้างคร่อมองค์พระธาตุ คือ มีวัดทั้ง ๔ ด้าน เรียกหัวหน้าคณะทั้ง ๔ ว่าเจ้าด้านทั้ง ๔ อย่างเจดีย์สำคัญทางลานนาและล้านช้าง คือ พระธาตุลำพูน พระเจดีย์หลวง มักมีวัดตั้งรอบอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ผู้สร้างครั้งแรกคงเป็นพญาสุมิตธรรมวงศา เชื้อพระวงศ์กษัตริย์ศรีโคตบูรย้ายมาตั้งเป็นเมืองมรุกขนคร เพื่อให้วัดดูแลอุปัฏฐากพระบรมธาตุ และควบคุมข้าโอกาสทั้งหลาย เรื่องวัดพระธาตุพนมยุคแรก ได้เงียบหายไป พร้อมกับการร้างของเมืองมรุกขนคร ประชาชนอพยพขึ้นไปอยู่ทางเหนือ แต่เมืองล่าหนองคายไปจนถึงหนองเทวดาที่เรียกว่า ห้วยเก้าเลี้ยวเก้าคดที่ตั้งอยู่เหนือนครเวียงจันทน์เดี๋ยวนี้ ครั้นต่อมาไทยล้านช้างได้โยกย้ายจากเหนือมาสู่ใต้ตามลำแม่น้ำโขง คือ ตั้งอยู่เมืองเซ่า หรือชวา ได้แก่ หลวงพระบางเดี๋ยวนี้ พระองค์ได้ธิดาพญาอินทปัตนคร ( กัมพูชา ) มาเป็นบาทปริจาริกา พระเจ้าตาคือพ่อของนาง ได้ถวายตำนานพระธาตุพนมแด่พญาโพธิสาล พระองค์ได้ทราบเรื่องราวพระบรมธาตุดีแล้ว ก็ให้ความอุปถัมภ์วัดพระธาตุพนมเป็นอันมาด ได้สร้างวิหารหลวงมีระเบียงโดยรอบ หลังคามุงด้วยตะกั่ว ( ดีบุก ) ทั้งสิ้น ได้สละคนเป็นข้าโอกาสเพิ่มเติมที่ขาดตกบกพร่อง สละดินถวายครอบ ๒ ฝั่งแม่น้ำโขง ให้พวกอยู่ในเขตดินแดนส่งส่วยข้าวเปลือกข้าวสารประจำปี บำรุงพระธาตุและได้สละมหาดเล็ก ๒ นาย คือ ข้าซะเองและพันเฮือนหิน ให้เป็นข้าพระธาตุ นำส่งดอกไม้ธูปเทียนเครื่องราชสักการะมาบูชาพระธาตุในวันมหาปวารณาออกพรรษาท ุกๆ ปี สมัยพระไชยเชษฐาธิราช โอรสพระเจ้าโพธิสาล ย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่เวียงจันทน์ ก็ได้เสด็จมาไว้พระธาตุ ตรวจตราวัดวาอยู่เสมอจนสิ้นรัชกาล แต่จดหมายเหตุไม่ได้บันทึกชื่อสมภารไว้เลย ต่อมา พ.ศ. ๒๑๕๗ ปรากฏในศิลาจารึกว่า “พญานครหลวงพิชิตราชธานีศรีโคตบูรหลวง” ได้แก่เมืองนครเก่าอยู่ใต้เมืองท่าแขกฝั่งประเทศลาวเดี๋ยวนี้ ได้มาบูรณะพระธาตุ ก่อกำแพงชั้น ๒ รอบทั้ง ๔ ด้าน ถือปูนสะทายตินพระธาตุ พระภิกษุผู้รักษาวัดก็คงมีอยู่แต่ไม่ปรากฏชื่อ ต่อมา พ.ศ. ๒๒๓๓ - ๔๕ เป็นเวลาที่สมเด็จพระสังฆราชาสัทธัมมโชตนญาณวิเศษ ( ตามจารึกทองคำที่ค้นได้เวลาพระธาตุล้ม) แต่เรียกกันทั่วไปว่า “เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก” ท่านองค์นี้เป็นพระมหาเถระที่มีพลังจิตสูง เป็นที่เคารพรักของประชาชน ตั้งแต่ราชสกุลลงมาถึงคนสามัญธรรมดาทั่วแผ่นดิน จึงมีชื่อเกิดขึ้นเองเช่นนั้น เวลานั้น ในนครเวียงจันทร์ การเมืองปั่นป่วนสับสน ท่านจึงได้นำครัวราษฎรประมาณ ๓,๐๐๐ มาตั้งปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมอยู่ราว ๑๐ กว่าปีจึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ คือท่านต่อตั้งแต่ปากระฆังขึ้นไปจนสุดยอด ดังนั้นพระธาตุพนมจึงสูง ๔๓ เมตร ( ดูรูปถ่ายพระธาตุพนมองค์เดิม ) เจ้าราชครูองค์นี้ได้นำมหัคฆภัณฑ์มีค่าเข้าบรรจุมากที่สุด เพราะมีญาติโยมและคนเชื่อถือมาก มีเจ้าศรัทธาผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยเหลือสร้างผอบสำริดบรรจุของมีค่า มีพระเจดีย์ศิลาและผอบทองคำบรรจุพระบรมอุรังคธาตุและพระสารีริกธาตุ พระพุทธรูปทองคำหนัก ๔,๗ ก.ก. และหนัก ๑๘ ก.ก. เป็นต้น บริจาคร่วมกุศลกับทานเป็นอันมากต่อมาก เมื่อบูรณะพระธาตุพนมเสร็จแล้ว ท่านได้พาครอบครัวญาติโยมอพยพลงไปตั้งหลักอยู่ภาคใต้ ตั้งเมืองจำปาศักดิ์ขึ้นเป็นนครหลวงปกครองชาวล้านช้างภาคใต้เป็นครั้งแรก เข้าใจว่าวัดพระธาตุพนม ท่านคงตั้งลูกศิษย์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ไว้ดูแลรักษาแทนท่าน และปกครองข้าโอกาสทั้งหลาย แต่ตำนานมิได้ระบุไว้ว่าตั้งผู้ใด พ.ศ. ๒๓๔๙ - ๕๖ เป็นสมัยต้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตกอยู่ในรัชกาลที่ ๒ เจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์มีศรัทธาได้เสด็จมาบูรณะพระธาตุและวัดพระธาตุพนม ร่วมกับพระบรมราชาสุตตา เจาเมืองนครพนม และพระจันทสุริยวงศา ( กิ่ง ) เจ้าเมืองมุกดาหารปรับปรุงบริเวณและสร้างหอพระ ทำถนนปูอิฐตั้งแต่วัดถึงฝั่งโขง กว้าง ๓ เมตร ยาว ๕๐๐ เมตรเศษ ทำฉัตรยกฉัตรใหม่ในปีสุดท้าย ในระยะนี้ ที่วัดพระธาตุพนมก็ต้องมีพระผู้ใหญ่เป็นหลักวัดอยู่ ปรากฏตามจารึกของพระจันทสุริยวงศา เจ้าเมืองมุกดาหาร ผู้มาบูรณะโรงอุโบสถว่า ได้ให้ข้าราชการผู้ใหญ่มาปัคคหะ คือ กราบไหว้เจ้าสังฆราชาวัดพระธาตุพนมขอโอกาสปฏิสังขรณ์ ฯลฯ บันทึกมิได้ระบุว่า สังฆราชา ( เจ้าอาวาส เจ้าคณะสงฆ์ ) มีชื่อว่าอย่างไร เหตุการณ์ได้ผ่านจากนั้นมานาน จนถึง พ.ศ. ๒๔๔๔ พระธาตุพนมชำรุดมาก พระครูวิโรจน์รัตโนบล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีองค์แรก ได้มาเป็นหัวหน้าบูรณะซ่อมแซมชำระสะสางเหงื่อไคลพระบรมธาตุให้สะอาดสดใส เพื่อมทองคำประดับยอด และประดับแก้วกระจกที่ปากระฆัง ปรากฏวาพระอุปัชฌาย์ทาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ท่านองค์นี้มีฝีมือช่างปั้นอยู่บ้าง ยังมีเหลือให้เห็นอยู่หลายชิ้น นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก วัดพระธาตุพนม ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิด “วรมหาวิหาร” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ ปูชนีย์ที่สำคัญ ประวัติการสร้างและสมโภช พระธาตุพนม เป็นปูชนียะสำคัญยิ่งของวัดและชาติด้วย มีคนรู้จักทั่วประเทศ การสร้างก็สร้างมาแต่พระพุทธเจ้านิพพานแล้วไม่ถึง ๒ เดือน มีการฉลองใหญ่เมื่อเดือน ๑๒ เพ็ญ วันพุธ พุทธปรินิพพานแล้วได้ ๗ ปีกับ ๖ เดือน และบูรณะใหม่มาแล้วอย่างน้อย ๓ ครั้ง จนถึงได้พังลงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลานี้ได้บูรณะองค์พระธาตุพนมเสร็จแล้ว ยังแต่บริเวณอาคารอื่นโดยรอบ มีการสมโภชใหญ่ประจำปีมาแต่โบราณ คือ แต่เดือน ๓ ขึ้น ๑๐ ค่ำ จนถึง แรม ๑ ค่ำ เป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน เป็นงานชั้นเอกใหญ่ยิ่งมโหฬารของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระนามและประวัติพระประธานในพระอุโบสถและพระวิหาร พระประธานในพระวิหาร พระนามว่า “พระพุทธมารวิชัยศาสดา” เข้าใจว่าสร้างแต่สมัยพระเจ้าโพธิสาลราช นครหลวงพระบาง เสด็จมาสร้างพระวิหารหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๐๗๓ - ๒๑๐๒ เมื่อสร้างวิหารใหญ่เข้าใจว่าได้หล่อพระประทานไว้ประจำเลย เพราะสืบแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ก็บอกว่า เห็นประจำอยู่ในพระวิหารหอพระแก้วตั้งแต่ก่อนเกิด ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ เจ้าอาวาสได้ให้ช่างสร้างนาค ๗ เศียรแบบขอมประดับ ดูสวยงามมาก แต่เวลานี้พระธาตุล้มทับพังแล้ว คงเหลือแต่พระประทานไม่เป็นอันตราย เวลานี้ทางศิลปากรไดลงรักปิดทองและกั้นฉัตร ๕ ชั้นไว้กลางแจ้งบนฐานพระวิหาร หลังคาและผนังพระวิหาร กรมศิลปากรรื้อจะสร้างใหม่ พระประทานในพระอุโบสถ เป็นพระปางมารวิชัยเหมือนกัน แต่มีขนาดย่อมกว่าพระประทานในพระวิหาร มีพระนามว่า “พระองค์แสนศาสดา” เป็นพระประจำอุโบสถมานานแล้ว ที่ฐานมีจารึกเลขศักราชไว้ดังนี้ “ ศักราชได้ ๘๖๔ ตัว “ ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๓๕ ถึงปีมะแมนี้ได้ ๔๘๗ ปีแล้ว ที่ฐานมีห่วงสำหรับหาม เข้าใจว่าแต่โบราณคงเอาออกแห่เวลาตรุษสงกรานต์ พระพักตร์นูน จมูกโด่งงาม พระองค์เกลี้ยงเกลา ไม่ทราบประวัติว่าหล่อที่ไหน ใครสร้าง ดูพระพุทธลักษณะและฝีมือช่างเป็นนักปราชญ์ชั้นสูงสร้าง ส่วนโรงอุโบสถนั้น สร้างมานานแล้ว ต่อมา พ.ศ. ๒๓๔๙ - ๕๖ คราวเจ้าผู้ครองเวียงจันทน์ลงมาบูรณะวัดพระธาตุพนม ปรากฏตามจารึกว่า พระจันทสุริยวงศา เมืองมุกดาหาร ได้ปฏิสังขรณ์สร้างอุโบสถไว้เป็นพุทธบูชาเป็นส่วนของท่านโดยเฉพาะด้วย ต่อมา พ.ศ. ๒๔๖๙ ท่านพระครูศิลาภิรัต เจ้าอาวาส พร้อมด้วยหลวงพิทักษ์พนมเขต ( ท้าวสีกะทูมจันทรสาขา ) นายอำเภอธาตุพนม ลูกหลานเหลนของพระจันทสุริยวงศา ได้รื้อโรงอุโบสถเก่าที่ชำรุดสร้างใหม่ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ พระเทพรัตนโมลี ขอทุนฉลอง ๒๕๐๐ มาบูรณะโรงอุโบสถใหม่ คือ รื้อหลังคาแปลงเป็น ๓ ชั้น เพิ่มฝาผนังขึ้น ขยายหน้าโบสถ์ออกอีก ๗ เมตร ทำช่องประตูหน้าต่างใหม่ทุกห้อง ประตูหน้า ๓ ช่อ เป็นซุ้มกรอบประตูหน้าต่างประดับลวดลายดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้
by phakri
เปิดกฎเหล็กสำนักนายกฯ-ตร.ไม่เพียงแต่ต้องถอดยศ "ทักษิณ" ต้องเรียกคืนเครื่องราชฯชั้น"เจ้าพระยา"ด้วย การเสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณที่ตกเป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงเพราะในช่วงที่ผ่านมามีนายตำรว จ-ทหารจำนวนมากถูกถอดยศเพราะต้องคำพิพากษาจำคุกถึงที่สุด
เปิดกฎเหล็กสำนักนายกฯ-ตร.ไม่เพียงแต่ต้องถอดยศ "ทักษิณ" ต้องเรียกคืนเครื่องราชฯชั้น"เจ้าพระยา"ด้วย การเสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณที่ตกเป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงเพราะในช่วงที่ผ่านมามีนายตำรว จ-ทหารจำนวนมากถูกถอดยศเพราะต้องคำพิพากษาจำคุกถึงที่สุด
by phakri
ทราบหรือไม่ว่าวันเกิดของเรานั้นมีพรรณไม้มงคลอะไรบ้าง วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก... คนเกิดวันอาทิตย์ มีพรรณไม้มงคล คือ โป๊ยเซียน คริสต์มาส โกสน พุทธรักษา เข็ม กุหลาบ จำปา ชบา หมากแดง เฟื่องฟ้า
ทราบหรือไม่ว่าวันเกิดของเรานั้นมีพรรณไม้มงคลอะไรบ้าง วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก... คนเกิดวันอาทิตย์ มีพรรณไม้มงคล คือ โป๊ยเซียน คริสต์มาส โกสน พุทธรักษา เข็ม กุหลาบ จำปา ชบา หมากแดง เฟื่องฟ้า
by phakri
เพื่อน ๆ ที่นี่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมทั้ง ๆ ที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ามากขนาดนี้ แต่คนเราก็ขยันเป็นโรคกันได้เรื่อย ๆ แม้แต่บางคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองดีมาก ๆ บางครั้งโรคภัยก็มาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ได้คาดหมายก็ยังมีเลย
เพื่อน ๆ ที่นี่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมทั้ง ๆ ที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ามากขนาดนี้ แต่คนเราก็ขยันเป็นโรคกันได้เรื่อย ๆ แม้แต่บางคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองดีมาก ๆ บางครั้งโรคภัยก็มาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ได้คาดหมายก็ยังมีเลย
by chaba2550
ได้รับฟังกันไปอย่างเพลิดเพลินแล้วถึงสองตอน วันนี้มาติดตามกันต่อใน track ที่ 3 นะคะ ชื่อเรื่องว่า .. 1. ศัตรูที่กลายเป็นมิตร 2. ถ่านไฟเก่า 3. กรรมสนองกรรม 4. วีรกรรมของลีลาวดี ..
ได้รับฟังกันไปอย่างเพลิดเพลินแล้วถึงสองตอน วันนี้มาติดตามกันต่อใน track ที่ 3 นะคะ ชื่อเรื่องว่า .. 1. ศัตรูที่กลายเป็นมิตร 2. ถ่านไฟเก่า 3. กรรมสนองกรรม 4. วีรกรรมของลีลาวดี ..
by oldsongs
ผมไม่แน่ใจว่าต้นฉบับที่เขียนนี้จะไปตีพิมพ์พอดีหรือคลาดเคลื่อนกับวันประวัติศาสตร์ของวงการเพลงลูกทุ่ง นั่นคือวันที่เราสูญเสียยอดนักร้องเพลงหวานอมตะผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เขา...ระพิน ภูไท ผมเลือกเขียนถึงเขาด้วยเจตนาอยากจะให้ได้บันทึกวันที่เขาจากไปให้เป็นที่ประจักษ์ เผื่อบรรดานักจัดรายการวิทยุทุกๆ คลื่น จะได้จดจำเอาไปทำรายการดีๆ เพื่อเขาบ้าง อย่าลืมหรือละเลยด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าไม่รู้ ระพิน ภูไท เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณตีสี่ 04.00 น. ของคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2524 ตายเพราะอะไร จะเล่าให้ฟัง ...
ผมไม่แน่ใจว่าต้นฉบับที่เขียนนี้จะไปตีพิมพ์พอดีหรือคลาดเคลื่อนกับวันประวัติศาสตร์ของวงการเพลงลูกทุ่ง นั่นคือวันที่เราสูญเสียยอดนักร้องเพลงหวานอมตะผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เขา...ระพิน ภูไท ผมเลือกเขียนถึงเขาด้วยเจตนาอยากจะให้ได้บันทึกวันที่เขาจากไปให้เป็นที่ประจักษ์ เผื่อบรรดานักจัดรายการวิทยุทุกๆ คลื่น จะได้จดจำเอาไปทำรายการดีๆ เพื่อเขาบ้าง อย่าลืมหรือละเลยด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าไม่รู้ ระพิน ภูไท เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณตีสี่ 04.00 น. ของคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2524 ตายเพราะอะไร จะเล่าให้ฟัง ...
by withwit
ตราบเท่าที่เรายังแก้เรื่องการแซงคิวไม่ได้ อย่าไปฝันถึงอุดมคติอันสูงส่งอื่นทางประชาธิปไตยเลยครับ
ตราบเท่าที่เรายังแก้เรื่องการแซงคิวไม่ได้ อย่าไปฝันถึงอุดมคติอันสูงส่งอื่นทางประชาธิปไตยเลยครับ
by withwit
มันอาจไม่กระทบเศรษศาสตร์ระดับมหาภาคมากนักแต่มันกระทบสุขภาพจิตใจของคนจำนวนมหาศาล ........................................................
มันอาจไม่กระทบเศรษศาสตร์ระดับมหาภาคมากนักแต่มันกระทบสุขภาพจิตใจของคนจำนวนมหาศาล ........................................................
by 11arrows
ที่จริง, เวลาปีเศษๆ, อาจดูน้อยนิด . . . กระนั้น, ข้าพเจ้าก็ปีติยินดี ใน MBlog, ข้าพเจ้ามีน้องๆ มีเพื่อนๆ มีท่านพี่ และ มีท่านป้า . . . และกับท่านป้า ข้าพเจ้ายังได้สนทนา ประสาดอกไม้ ได้แลกเปลี่ยนทัศนะ กับกุลสตรีไทย ผู้ที่ทั้งทรงภูมิรู้ และภูมิธรรม . . . ท่านโพสต์ ความเห็น มาจากลอนดอน, นานๆ ครั้ง ท่านเรียกว่า . . . ท่านป้า . . . Black Diamond . . . . . .
ที่จริง, เวลาปีเศษๆ, อาจดูน้อยนิด . . . กระนั้น, ข้าพเจ้าก็ปีติยินดี ใน MBlog, ข้าพเจ้ามีน้องๆ มีเพื่อนๆ มีท่านพี่ และ มีท่านป้า . . . และกับท่านป้า ข้าพเจ้ายังได้สนทนา ประสาดอกไม้ ได้แลกเปลี่ยนทัศนะ กับกุลสตรีไทย ผู้ที่ทั้งทรงภูมิรู้ และภูมิธรรม . . . ท่านโพสต์ ความเห็น มาจากลอนดอน, นานๆ ครั้ง ท่านเรียกว่า . . . ท่านป้า . . . Black Diamond . . . . . .
by supanika
เมื่อนักเคมีหนีเที่ยว สถานที่ Miami, Florida Photo by EVE ภาพถ่ายในรถไฟฟ้า ดาวน์ทาวน์ ไมอามี่
เมื่อนักเคมีหนีเที่ยว สถานที่ Miami, Florida Photo by EVE ภาพถ่ายในรถไฟฟ้า ดาวน์ทาวน์ ไมอามี่
by phakri
วิเคราะห์ หากยังจำกันได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ทำให้กรรมการบริหารพรรคถูกลงโทษ "ตัดสิทธิทางการเมือง" ผลแห่งการตัดสินครั้งนั้น ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 29 คน ต้องพ้นจากตำแหน่ง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 29 คนนั้น กระจัดกระจายอยู่ในเขตต่างๆ รวม 26 เขต 22 จังหวัด
วิเคราะห์ หากยังจำกันได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ทำให้กรรมการบริหารพรรคถูกลงโทษ "ตัดสิทธิทางการเมือง" ผลแห่งการตัดสินครั้งนั้น ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 29 คน ต้องพ้นจากตำแหน่ง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 29 คนนั้น กระจัดกระจายอยู่ในเขตต่างๆ รวม 26 เขต 22 จังหวัด
by phakri
วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11264 มติชนรายวัน จับกระแสจัดทัพนายพลสีกากี ตั้งย้าย "รอง ผบ.ตร.-ผบก." วัดใจ"สุเทพ"ล้างบางเพื่อน"แม้ว" ? ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า "นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจะมานั่ง "หัวโต๊ะบอร์ดใหญ่สีกากี" เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในยุครัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" "สุเทพ เทือกสุบรรณ" กับฐานะประธาน ก.ตร. ที่อาจจะควบตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. อีกตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านมาตลอด 8 ปี สามารถสลายขั้วรัฐบาลเดิมแล้วรวบมาตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ
วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11264 มติชนรายวัน จับกระแสจัดทัพนายพลสีกากี ตั้งย้าย "รอง ผบ.ตร.-ผบก." วัดใจ"สุเทพ"ล้างบางเพื่อน"แม้ว" ? ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า "นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจะมานั่ง "หัวโต๊ะบอร์ดใหญ่สีกากี" เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในยุครัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" "สุเทพ เทือกสุบรรณ" กับฐานะประธาน ก.ตร. ที่อาจจะควบตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. อีกตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านมาตลอด 8 ปี สามารถสลายขั้วรัฐบาลเดิมแล้วรวบมาตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ
by buadhram
ต่อจากเมื่อวานนี้ แม้ว่า ความขาดแคลนต่อ กฎเกณฑ์ ของโรงเรียนที่กำหนด จะทำให้ฉันเกิดทุกขเวทนา ทุกเมื่อ เชื่อวัน จนเป็นนิจ หลังจาก มีการเปลี่ยนแปลง จาก สีกากี มาเป็น สีดำ ฉัน ก็มิได้ชินชา กับ ทุกขเวทนาที่เป็นอยู่เนืองนิตย์ และ หวังที่จะแก้ไขอยู่ตลอดเวลา
ต่อจากเมื่อวานนี้ แม้ว่า ความขาดแคลนต่อ กฎเกณฑ์ ของโรงเรียนที่กำหนด จะทำให้ฉันเกิดทุกขเวทนา ทุกเมื่อ เชื่อวัน จนเป็นนิจ หลังจาก มีการเปลี่ยนแปลง จาก สีกากี มาเป็น สีดำ ฉัน ก็มิได้ชินชา กับ ทุกขเวทนาที่เป็นอยู่เนืองนิตย์ และ หวังที่จะแก้ไขอยู่ตลอดเวลา
by chaleeja
กวีบทเดียว โดย ชาลี .....๐ เรืองรองทอง ต้องขอบฟ้า ทอทาบทา ฟ้าสุกปลั่ง แสงชีวิต ลิขิตพลัง ไม่หยุดยั้ง ตั้งหน้าเดิน.ฯ
กวีบทเดียว โดย ชาลี .....๐ เรืองรองทอง ต้องขอบฟ้า ทอทาบทา ฟ้าสุกปลั่ง แสงชีวิต ลิขิตพลัง ไม่หยุดยั้ง ตั้งหน้าเดิน.ฯ
by chaiyan00
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ไม่รู้จะเอาอะไรมาเล่าให้ฟัง..จะออกไปไหนมาไหนมันช ่างไม่สดวกสบายเหมือนเมื่อก่อนเพราะความหนาวเย็นและหิมะที่แข็งติดค้างอยู่บ นพื้นดินทำให้การเดินทางไม่ค่อยสดวกเท่าที่ควร..แต่ธรรมชาติที่ไม่ค่อยจะเอื ้ออำนวยก็ห้ามอะไรเราไม่ได้ในการที่จะออกไปตะเวนดูความหนาวเย็นของของสภาพแว ดล้อมข้างๆบ้าน..ตัดสินใจใส่เสื้อใส่ผ้ากันหนาวเหมือนๆกับตอนไปเล่นสกีที่บน เทือกเขา เดินบุกน้ำแข็งออกไปในสวนสาธารณะข้างบ้าน สิ่งที่ได้พบได้เห็นมันช่างไม่ค่อยสดใสเสียเหลือเกิน..น้ำในทะเลสาปแข็งเป็น น้ำแข็งจนทำให้สัตว์ปีกเช่นนกเป็ดน้ำ ห่าน เป็ด และนกอื่นๆที่อาศัยอยู่ต้องเข้ามาร่วมตัวกันอยู่ตามชายฝั่งที่ยังพอจะมีน้ำใ ห้ลงเล่นอยู่ได้.โชคดีที่มีแสงอาทิตย์สองสาดมาทั้งวันทำให้สัตว์เหล่านี้หลุ ดพ้นจากความหนาวเย็นไปได้ในช่วงขณะหนึ่ง...เดินถ่ายรูปอยู่พักใหญ่ก็ต้องรีบ กลับเข้าบ้านเพราะอากาศเริ่มเย็นลงเข้าทุกที พอถึงบ้านก็รีบต้มกาแฟแก้วใหญ่ร้อนๆอามาดื่มเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นในร่างก ายของเราออกไป.
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ไม่รู้จะเอาอะไรมาเล่าให้ฟัง..จะออกไปไหนมาไหนมันช ่างไม่สดวกสบายเหมือนเมื่อก่อนเพราะความหนาวเย็นและหิมะที่แข็งติดค้างอยู่บ นพื้นดินทำให้การเดินทางไม่ค่อยสดวกเท่าที่ควร..แต่ธรรมชาติที่ไม่ค่อยจะเอื ้ออำนวยก็ห้ามอะไรเราไม่ได้ในการที่จะออกไปตะเวนดูความหนาวเย็นของของสภาพแว ดล้อมข้างๆบ้าน..ตัดสินใจใส่เสื้อใส่ผ้ากันหนาวเหมือนๆกับตอนไปเล่นสกีที่บน เทือกเขา เดินบุกน้ำแข็งออกไปในสวนสาธารณะข้างบ้าน สิ่งที่ได้พบได้เห็นมันช่างไม่ค่อยสดใสเสียเหลือเกิน..น้ำในทะเลสาปแข็งเป็น น้ำแข็งจนทำให้สัตว์ปีกเช่นนกเป็ดน้ำ ห่าน เป็ด และนกอื่นๆที่อาศัยอยู่ต้องเข้ามาร่วมตัวกันอยู่ตามชายฝั่งที่ยังพอจะมีน้ำใ ห้ลงเล่นอยู่ได้.โชคดีที่มีแสงอาทิตย์สองสาดมาทั้งวันทำให้สัตว์เหล่านี้หลุ ดพ้นจากความหนาวเย็นไปได้ในช่วงขณะหนึ่ง...เดินถ่ายรูปอยู่พักใหญ่ก็ต้องรีบ กลับเข้าบ้านเพราะอากาศเริ่มเย็นลงเข้าทุกที พอถึงบ้านก็รีบต้มกาแฟแก้วใหญ่ร้อนๆอามาดื่มเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นในร่างก ายของเราออกไป.
by chairojt
ตุ้มๆ ตุ้มๆ ตุ้มๆ เสียงกลองเชิด พร้อมเสียงกีต้าร์ตีรัวเร็วจากรถปราศรัย เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจของพี่น้องที่หน้า บช.น. ตอนวันที่ตำรวจตีประชาชนหน้าที่สะพานมัฆวานฯ เรามาเพื่อทวงคืน "ความยุติธรรม" พร้อม...ไม่พร้อม พร้อม !!! (พี่น้องตะโกนรับ) สู้..ไม่สู้ สู้!!! "แถวหน้าเดินหน้า หนึ่งก้าว" คุณแจ็ค วัชระ รับหน้าที่ปราศัย "แถวหน้าเอามือสัมผัสประตู เบาๆ" "แถวหน้าเคาะประตูเบาๆ" ฮืมๆๆๆๆๆ (แถวหน้ามีประมาณ 30 คน คนละเบาๆ ก็ดังไปทั่วบริเวณ) "พอๆ เดี๋ยวสีประตูถลอก เพราะมันเป็นประตูของประชาชน" ขู่ๆ หยุดๆ อยู่อย่างนี้หลายรอบ
ตุ้มๆ ตุ้มๆ ตุ้มๆ เสียงกลองเชิด พร้อมเสียงกีต้าร์ตีรัวเร็วจากรถปราศรัย เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจของพี่น้องที่หน้า บช.น. ตอนวันที่ตำรวจตีประชาชนหน้าที่สะพานมัฆวานฯ เรามาเพื่อทวงคืน "ความยุติธรรม" พร้อม...ไม่พร้อม พร้อม !!! (พี่น้องตะโกนรับ) สู้..ไม่สู้ สู้!!! "แถวหน้าเดินหน้า หนึ่งก้าว" คุณแจ็ค วัชระ รับหน้าที่ปราศัย "แถวหน้าเอามือสัมผัสประตู เบาๆ" "แถวหน้าเคาะประตูเบาๆ" ฮืมๆๆๆๆๆ (แถวหน้ามีประมาณ 30 คน คนละเบาๆ ก็ดังไปทั่วบริเวณ) "พอๆ เดี๋ยวสีประตูถลอก เพราะมันเป็นประตูของประชาชน" ขู่ๆ หยุดๆ อยู่อย่างนี้หลายรอบ
by phakri
อย.เปิดชื่อ 13 เครื่องสำอาง ครีมทาผิว ทาหน้า แก้ฝ้า แก้สิว ฯลฯ ผสมสารต้องห้ามทั้งไฮโดรควิโนน กรดเรทิโนอิกและสารประกอบของปรอท เตือนระวังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกาย ตั้งแต่เป็นผื่นแดง หน้าดำ จุดด่างขาว อักเสบแสบร้อนรุนแรง และอาจเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ จัดเป็นเครื่องสำอางปลอมมีความผิด ถูกลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ระดมหลายหน่วยงานเร่งสกัดตั้งแต่ต้นตอ หวั่นนำไปผสมกับเครื่องสำอาง พบขายในร้านทั่วกรุง ย่านดอนเมือง บางพลัด ลาดพร้าว สมุทร ปราการ และนนทบุรี
อย.เปิดชื่อ 13 เครื่องสำอาง ครีมทาผิว ทาหน้า แก้ฝ้า แก้สิว ฯลฯ ผสมสารต้องห้ามทั้งไฮโดรควิโนน กรดเรทิโนอิกและสารประกอบของปรอท เตือนระวังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกาย ตั้งแต่เป็นผื่นแดง หน้าดำ จุดด่างขาว อักเสบแสบร้อนรุนแรง และอาจเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ จัดเป็นเครื่องสำอางปลอมมีความผิด ถูกลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ระดมหลายหน่วยงานเร่งสกัดตั้งแต่ต้นตอ หวั่นนำไปผสมกับเครื่องสำอาง พบขายในร้านทั่วกรุง ย่านดอนเมือง บางพลัด ลาดพร้าว สมุทร ปราการ และนนทบุรี
by kathatyai
นานมาแล้ว..ใครเคยได้ดูรายการ " โต้คารมมัธยมศึกษา " หรือรายการ " เวทีวาที " อะไรทำนองนี้กันบ้างหรือเปล่า..? คงจะจำหน้านายคนนี้กันได้ว่าเกิดมากับรายการอะไร..? วันนี้มาลองนึกย้อนหลังดูว่าวันนั้นกับวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น..!
นานมาแล้ว..ใครเคยได้ดูรายการ " โต้คารมมัธยมศึกษา " หรือรายการ " เวทีวาที " อะไรทำนองนี้กันบ้างหรือเปล่า..? คงจะจำหน้านายคนนี้กันได้ว่าเกิดมากับรายการอะไร..? วันนี้มาลองนึกย้อนหลังดูว่าวันนั้นกับวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น..!
by noffon
วันนี้ฉันมีคำถาม ถามกับตัวเองว่า ทำไมคนเราถึงต้องเอาตัวเองไปผูกติดอยู่กับเวลา แล้วเวลาทำไมถึงเป็นข้อจำกัดของคนเรา
วันนี้ฉันมีคำถาม ถามกับตัวเองว่า ทำไมคนเราถึงต้องเอาตัวเองไปผูกติดอยู่กับเวลา แล้วเวลาทำไมถึงเป็นข้อจำกัดของคนเรา
ขอบคุณคับ
ตอบลบขอบคุณมากนะครับ สำหรับบทความ
ตอบลบ