++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การเป็นอยู่เหนือโลก

ดวงตาเห็นธรรม (ตอนที่ ๖)
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี

การเป็นอยู่เหนือโลก
สมเด็จพระบรมศาสดาท่านจึงตรัสว่า พระอรหันต์ทั้งหลาย นั้นไกลกิเลส ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าท่านจะไปไกลไปไหน ไม่ใช่ว่าท่าน จะหนีไปจากกิเลส ไม่ใช่ว่ากิเลสจะหนีไปจากท่าน มันมีอยู่อย่างนั้น แหละ มีอยู่อย่างนั้น ท่านจึงเปรียบเสมือนกับ น้ำกับใบบัว ใบบัวก็อยู่ ในน้ำ น้ำก็อยู่กับใบบัว ถึงแม้ใบบัวกับน้ำจะอยู่ด้วยกันก็จริง เมื่อน้ำ กระเด็นขึ้นมาบนใบบัว น้ำก็กลิ้งถูกันอยู่เหมือนกัน แต่น้ำไม่สามารถ ซึมซาบเข้าไปในใบบัวได้
กิเลสทั้งหลายก็เปรียบเสมือนน้ำ จิตของผู้ประพฤติปฏิบัติก็ คือใบบัว ถูกกันอยู่ไม่หนีไปไหน แต่ว่าไม่ซึมซาบเข้าไป จิตของพระ โยคาวจรเจ้า ผู้ปฏิบัติก็เหมือนกัน ไม่ได้หนีไปไหน อยู่ที่นั่นแหละ ความดีมาก็รู้ ความชั่วมาก็รู้ ความสุขมาก็รู้ ความทุกข์มาก็รู้ ความ ชอบมาก็รู้ ความไม่ชอบมาก็รู้ รู้หมด รู้หมดอยู่ที่นั่น แต่ว่าท่านรับ ทราบไว้เฉยๆ มันไม่ได้เข้าไปในจิตของท่าน เรียกว่าไม่มีอุปาทาน เป็นผู้รับทราบไว้เรื่อยๆ ๆ ๆ ไป
อาการที่ท่านรับทราบไว้นั้น ก็อย่างที่ภาษาเราว่า รับทราบไว้ วางใจเป็นกลางๆ วางใจเป็นกลาง ตามภาษาสามัญว่ารับทราบไว้ คือไม่ไปแตะไปต้อง รับทราบไว้เฉยๆ อาการเช่นนี้เหล่านี้มีอยู่ตลอด กาลตลอดเวลา เพราะสิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ในโลก มันมีโลก พระพุทธ เจ้าท่านก็ตรัสรู้อยู่ในโลก ท่านเอาอาการของโลกนี้ไปพิจารณา ถ้า ท่านไม่พิจารณาก็ไม่เห็นโลก ท่านก็จะอยู่เหนือโลกไม่ได้
ฉะนั้น องค์พระบรมครูของเรา ตรัสรู้ก็ด้วยเอาเรื่องของโลกนี้ แหละมารู้เท่าโลกนี่เอง โลกก็ยังมีอยู่อย่างนั้น ลาภก็มี เสื่อมลาภก็มี ยศก็มี เสื่อมยศก็มี สรรเสริญก็มี สุขก็มี ทุกข์ก็มี นินทาก็มี (หมายเหตุ 10) ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีอะไรจะตรัสรู้
เมื่อท่านตรัสรู้ตามเป็นจริงแล้ว คือรู้โลกนี้ โลกธรรม ธรรมอัน ครอบงำสัตว์โลกอยู่ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามธรรม ครอบหัวใจสัตว์ ครอบหัวใจคน มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ สุข ทุกข์ นินทา เป็นของโลก
ถ้าหากว่าใจมนุษย์ทั้งหลายเป็นไปตามอำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทุกข์ เป็นไปตามอำนาจของมัน นั่นแหละคือโลก ท่าน จึงเรียกว่า โลกธรรม โลกธรรมเป็นธรรมอันหนึ่ง ทำให้มองไม่เห็นทาง มรรคแปดที่จะเดินไปหาทางพ้นทุกข์นั้น มีแต่โลกท่วมหัวอยู่นี่ ชื่อว่า สัตว์โลกเป็นไปตามธรรม ธรรมนั้นมันให้สัตว์เป็นโลก โลกก็เดินไป ตามธรรมนั้น มันจึงเป็นโลกธรรม ผู้อยู่ในโลกธรรมคือเป็นสัตว์โลก วุ่นวายอยู่ตลอดกาลตลอดเวลา
ฉะนั้นในการประพฤติหรือปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนา ท่านจึงสอนว่า ให้เจริญมรรคคือตัวปัญญา รวมแล้วคือ ปฏิบัติศีลให้ มันยิ่ง สมาธิให้มันยิ่ง ปัญญาให้มันยิ่ง นี่คือเครื่องทำลายโลก นี่ หนทางเดินเข้าไปทำลายโลก โลกมันอยู่ที่ไหนล่ะทีนี้ โลกมันอยู่ที่ใจ ของสัตว์ที่ลุ่มหลงนั่นแหละ อาการที่มันติดลาภ ติดยศ ติดสรรเสริญ ติดสุข ติดทุกข์ นั่นแหละ เมื่อมีอยู่ในใจเมื่อใด ใจก็เป็นโลก เมื่อใจ เป็นโลก อยู่ที่ไหนโลกก็อยู่ที่นั่นแหละ
หลวงปู่พจนารถ โอภาโส

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น