++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552

ธรรมะผ่านใจ

โดย น.พ. จักรพงศ์ ไพบูลย์
นิตยสารเส้นขอบฟ้า ฉบับที่ 26 ประจำเดือนเมษายน 2546

ทำบุญให้ได้บุญ

เคล็ดลับของการทำบุญ
คือไม่โลภในบุญ ไม่หวังในบุญ
ไม่ผูกพันในบุญ แต่ให้ทำไปด้วย
ความผ่องใส ด้วยความเสียสละ

บุญ เป็นความลับของฟ้าดินอย่างหนึ่ง เหมือนกับแรงโน้มถ่วงของโลก แรงลม สายฟ้า
ซึ่งเป็นพลังงานที่เปลี่ยนไปมาได้ และแต่ก่อนก็เป็นความลับของฟ้าดินเช่นกัน
เมื่อวิทยาศาสตร์รู้จัก
และเปิดเผยสิ่งเหล่านี้เราจึงนำเอาพลังงานนี้มาสร้างโลก สร้างเขื่อน
สร้างไฟฟ้า สร้างความร้อน
สร้างความเย็น สร้างการสื่อสารของโลก ความลับของฟ้าดิน
วิทยาศาสตร์เป็นผู้เปิดเผย แต่ความลับของบุญ เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงเปิดเผย
ถ้าเราไม่มีพระองค์ท่านเราจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
บุญเป็นเหมือนพลังงานที่คุมใจ คุมภพ คุมชาติ คุมการเกิดแก่เจ็บตาย
คุมสิ่งแวดล้อม ความเจ็บป่วย ความสุข ความรวยจน การเกิดในชาติตระเราลที่ดี
การได้รับการศึกษาดี การมีปัญญาดี มีทรัพย์ มี่ชื่อเสียง มีเพื่อน มีสังคม

บุญคืออะไร บุญมีหลายความหมายแล้วแต่มุมมอง
ความหมายที่จริงแท้และง่ายต่อการเข้าใจ เป็นคำอธิบายของท่านอาจารย์ฝั้น อาจาโร
ซึ่งเป็นพระปฏิบัติของประชาชน ท่านได้กล่าวสอนไว้ว่า " ลักษณะของบุญ คือ
ใจเราดี ใจเรามีความสุข ใจเรามีความสบาย เย็นอกเย็นใจ ไม่ทุกข์ร้อน ไม่วุ่นวาย
นี่แหละบุญ " ในมุมมองของหมอ บุญยังเป็นเสมือนพลังงานในฝ่ายดี มีผลข้ามภพ
ข้ามชาติ ทุกอย่างที่เราทำที่เป็นสิ่งดี จะแปลงมาเป็นบุญหมด เช่น ให้ทรัพย์
สิ่งที่ได้มาคือบุญ ทำสมาธิ สิ่งที่ได้มาก็คือบุญ บุญเป็นของพิเศษต้องรู้วิธีทำ
เป็นของที่เกี่ยวกับคุณภาพใจ บางทีทำน้อยกับได้มาก บางทีทำมากกับได้น้อย
เหมือนจุดไฟ ถ้าไม่รู้วิธี เช่น
นำไม้ที่เปียกน้ำมาทุบกันเป็นวันๆก็ไม่ก่อให้เกิดไฟ
ต่อให้เอาช้างมาจับไม้ฟาดด้วยซ้ำ อย่างไรก็ไม่ทำให้เกิดไฟ
แต่แค่นำไม้แห้งมาสีกัน นาทีเดียว ก็ได้ไฟแล้ว ไฟอาจมากอาจน้อย อาจมีผลยิ่งใหญ่
จากการกระทำเพียงนิดเดียว และไฟให้ต่อๆกันได้ ไม่ดับไม่หมดสิ้น
ประดุจการจุดเทียนต่อๆกันไป บุญก็ให้ต่อๆกันได้ไม่หมดสิ้นเช่นกัน
การก่อกำเนิดไฟมีเคล็ดลับอย่างไร การทำบุญให้ได้บุญก็มีเคล็ดลับเช่นกัน
เคล็ดลับของการทำบุญ คือไม่โลภในบุญ ไม่หวังในบุญ ไม่ผูกพันในบุญ
แต่ให้ทำไปด้วยความผ่องใส ด้วยความเสียสละ ละความยึดมั่นถือมั่น
จิตใจละความตระหนี่ และไม่สนใจผลภายหน้า นั่นจึงจะได้บุญใหญ่

การ ทำบุญสามารถกระทำได้หลายวิธีด้วยกัน
และทุกคนก็สามารถที่จะทำได้โดยไม่ลำบากอะไร หลักของการทำบุญเรียกว่า
บุญกิริยาวัตถุมีถึง 10 วิธีดังนี้คือ

1. ทานมัย คือ บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน
2. สีลมัย คือ บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล
3. ภาวนามัย คือ บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา
4. อปจายนมัย คือ บุญสำเร็จด้วยการประพฤติถ่อมตน
5. เวยยาวัจจมัย คือ บุญสำเร็จด้วยการช่วยขวนขวาย
6. ปัตติทานมัย คือ บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ
7. ปัตตานุโมทนามัย คือ บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ
8. ธัมมัสสวนมัย คือ บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม
9. ธัมมเทาสนามัย คือ บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม
10. ทิฏฐุชุกัมม์ คือ การทำความเห็นให้ตรง และถูกต้อง ไม่เป็นความเห็นที่ผิด

ทานมัย คือ การบริจาคสิ่งของของตนแก่คนที่ควรให้ปัน เช่น
ถวายจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร เพื่อบูชาคุณหรือให้แก่ มารดาบิดา หรือให้แก่
คนตกทุกข์ได้ยาก เพื่อเป็นการอนุเคราะห์ วัตถุที่ควร
จะให้ทานควรเป็นของที่มีประโยชน์แก่ผู้รับอย่างแท้จริง การทำทาน
ที่ได้บุญมากที่สุดประกอบด้วยหลายปัจจัย ประการแรก
ของที่จะให้เป็นทานต้องบริสุทธิ์ ไม่ใช่ของที่ได้มาโดยไม่ถูกต้องเช่นขโมยมา
ประการที่สองผู้ให้มีศีล ประการที่สามผู้รับมีศีลคือเป็นคนดี
และประการที่สำคัญมาก และประเมินยากที่สุด แต่ก็อาจมีผลมากที่สุด
ก็คือจิตใจและกำลังใจขณะที่ให้ ไม่ผูกพัน ไม่หวังในบุญ
แต่เป็นให้เพื่อการละความตระหนี่ ไม่ยึดมั่นในสิ่งใดๆจะได้บุญมากที่สุด
แต่ทั้งหมดนี้แม้จะมีไม่ครบ ลงมีความตั้งใจจะให้ทานก็จะมีผลบุญทั้งสิ้น

สีลมัย คือการรักษากายวาจาให้เรียบร้อย คือ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม
ทำตามที่พระองค์สอน เรื่องของศีลบางครั้งต้องใช้ทั้งความเชื่อและความเข้าใจ
คฤหัสถ์หรือชาวบ้านก็ควรรักษาศีล 5 ได้แก่ ไม่ฆ่าหรือทำร้ายสัตว์ ไม่ขโมย
ไม่ผิดลูกเมียผู้อื่น ไม่โกหก ไม่ดื่มสุราเมรัย คือ เหล้า เบียร์ วิสกี้ กระแช่
รัม ไวน์ ถ้ามากกว่านี้ก็สำหรับชาวบ้านก็คือ ศีล 8 สามเณรก็ควรรักษาศีล 10
และพระสงฆ์ก็รักษาศีล 227

ภาวนามัย คือการอบรมจิตยังกุศลให้เกิดขึ้นในจิตใจ ได้แก่
การเจริญสมถะแปลว่าทำใจให้สงบ จากนิวรณ์ การเจริญวิปัสสนา
คือใช้ปัญญาพิจารณาให้รู้เห็นความจริง สมถะและวิปัสสาเป็นผล
ส่วนวิธีการทำคือการเจริญกรรมฐาน 40 คือประมาณไว้ว่ามีถึง 40 วิธี
ตัวอย่างของการเจริญกรรมฐานด้วยสติ เช่น นั่งหรือตั้งสติ แล้วค่อยๆดูลมหายใจ
เจริญกายสติ เช่น พองหนอยุบหนอ หรือ ดูคำบริกรรมพุทโธ
ก็เป็นการเจริญสติใช้จิตดูจิต หรือการทำกสิณ แบบวัดปากน้ำ คือ
นึกภาพกสิณคือลูกแก้วหรือองค์พระ แล้ว ภาวนา สัมมาอะรหัง
แล้วยังมีวิธีอื่นอีกมาก เช่น การเจริญเมตตา กรุณา ก็เป็นการเจริญพรหมวิหาร
ทั้งหมดนี้จะนำสู่สมาธิ และจะนำสู่ปัญญา ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่า
คนใดกระทำกรรมฐานแบบใดจะได้ผลดีที่สุด
เพราะขึ้นกับหลายอย่างทั้งตัวบุคคลและที่เคยกระทำมาในอดีตชาติ ในอดีตกาล
แม้เป็นถึงพระอัครสาวก ยังให้กรรมฐานที่ไม่เหมาะสม แก่บุคคลคือให้ ไม่ตรงจริต
ทำให้ ปฏิบัติไม่ได้ผลอันรวดเร็ว จนพระพุทธองค์ต้องมาช่วยก็ยังเคยมี ดังนั้น
สมัยนี้อย่างเราๆ จึงควรลองดูตามที่เหมาะสม

อปจายนมัย คือ การประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ หมายถึง
ผู้ที่สูงกว่าเราจะโดยชาติตระเราล โดยวัย หรือ โดยคุณสมบัติก็ได้

เวยยาวัจจมัย คือ การช่วยทำกิจที่ชอบแก่ผู้อื่น ด้วยกำลังกาย ด้วยกำลังทรัพย์
ด้วยกำลังปัญญา เช่นช่วยทำการงานที่ดี เป็นต้น

ปัตติทาน มัย คือ การบอกแบ่งส่วนบุญ อันเกิดจากการให้ทานหรือรักษาศีล เป็นต้น
เช่น การกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญดังกล่าว แก่ผู้ตายหรือเทวดา ขอแนะนำว่า
การอุทิศส่วนบุญให้บอกแม่พระธรณีด้วย และเมื่อเรานึกถึงใครด้วยใจเป็นสมาธิ
บุญจะไปถึง ได้เอง เสมือนมี Email ในปัจจุบัน
นี่ก็เป็นความลับของฟ้าดินเช่นกันครับ

ธัมมัสสวนมัย คือ การฟังธรรมเทศนา ตามกาลเวลาที่สมควร

ธัมมเทสนามัย คือ การแสดงธรรมกถา การสอนธรรมวินัย การบรรยายธรรม

ทิฏฐุชุกัมม์ คือ การทำความเห็นให้ตรงต่อคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี
ทำชั่วได้ชั่ว ไม่คดโกงเป็นต้น

จะ เห็นได้ว่าการทำบุญไม่ใช่ของยากอะไรเลย ไม่ได้จำกัดแค่ การทำทานเท่านั้น
แต่ยังมีได้หลายอย่างแม้แต่การนึกถึงความดี
ที่ทำไว้แล้วและตั้งใจอุทิศให้คนอื่นก็ได้บุญเช่นกัน แม้ผู้ที่ไม่มีทุนทรัพย์
ตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่นก็ได้บุญ
ในผู้ที่เจ็บป่วยเพียงแค่การตั้งใจฟังธรรมก็ได้บุญ
และถ้าฟังแล้วเกิดความคิดเห็นที่ถูกต้อง จะได้บุญที่สูงสุด
ถึงขนาดบรรลุธรรมได้ทีเดียว

ท้ายนี้ขอให้ทุกท่านรู้จักการทำ บุญ หมั่นปฏิบัติทางใจ โดยยึด หลักทำดี
ทำใจให้ผ่องใส และหลีกเลี่ยงความชั่ว หัดมีเมตตา เผื่อแผ่ให้ทุกคนทุกชาติศาสนา
โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่โลกกำลังร้อนด้วยความโกรธ ความหลง
การเจริญแมตตาและแผ่เมตตา จะมีส่วนช่วยไม่มากก็น้อยเสมอ ขอให้มีจิดใจที่สงบ
สว่าง อ่อนโยน ฝึกวินัยให้ตนเอง ไหว้พระสวดมนต์ทุกคืนก่อนนอน บุญก็
จะคุ้มครองรักษา คุณพระรัตนตรัย
ตลอดจนสิ่งศักดิสิทธิในสากลโลกก็จะคุ้มครองรักษาเรา... ธรรมะสวัสดีครับ

--
สว่างตา ด้วยแสงไฟ สว่างใจ ด้วยแสงธรรม
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

สรณะอื่น ไม่มี ชีวิตนี้เพื่อพระรัตนตรัย
ธรรมะสวัสดี กรุ๊ป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น