สมุทโฆษคำฉันท์ - วรรณคดีสมัยกรุงศรีอยุธยา

            ผู้แต่ง -  พระมหาราชครู สมเด็จพระนารายณ์ และสมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส
            ทำนองแต่ง - แต่งด้วยกาพย์และฉันท์ ตอนจบเป็นโคลงสี่สุภาพ ๔ บท
            เรื่องย่อ - เริ่มต้นกล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า พระพรหม พระพิษณุ และพระเจ้าแผ่นดิน แล้วสรุปเรื่อง พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระสมุทโฆษ ได้ นางพินทุมดี เป็นชายา จนได้รับเวนราชสมบัติ พระสมุทโฆษทรงทราบจากนายพรานว่า มีช้างป่ามากมาย จึงตรัสลาพระบิดา มารดา และพระมเหสีประพาสป่า พระสมุทโฆษ ประทับแรมใต้ต้นโพธิ์ ก่อนบรรทมได้ตรัสสุดดีและขอพร เทพารักษ์ ครั้นบรรทมหลับ เทพารักษ์เมตตาอุ้มไปสม นางพินทุมดี จวนสว่างจึงพามาไว้ ณ ที่เดิม พอตื่นบรรทม ทรงคร่ำครวญหากัน พระสมุทโฆษ เสด็จกลับเมือง นางพินทุมดี ร่ำหาพระสวามี
            นางธารี พระพี่เลี้ยงต้องวาดรูปถวาย และอาสาจะไปพาพระสมุทโฆษมาให้ พอดีกับท้าวสีหนรคุปต์พระบิดานางพินทุมดี จะทำการสยุมพรนางพิมทุมดี
            ในการประลองศร พระสมุทโฆษ มีชัยได้อภิเษกกับนางพินทุมดี วันหนึ่งได้พบพิทยาธรจนหนึ่งถูกพิทยาธรอีกตนหนึ่งแย่งนางของตนไป และถูกทำร้ายอยู่ในสวน พระสมุทโฆษได้พยาบาลให้เป็นอย่างดี พิทยาธรจึงได้ถวายพระขรรค์วิเศษ พระสมุทโฆษพานางพินทุมดีไปเที่ยวป่าหิมพานต์และได้บรรทมหลับไปทั้งสองพระองค์ พิทยาธรตนหนึ่งเหาะมาพบเข้าจึงลักเอาพระขรรค์ไป พระสมุทโฆษพานางพินทุมดีกลับเมืองถึงแม่น้ำใหญ่ต้องเกาะขอนไม้งิ้วข้าม ขณะข้ามเกิดพายุใหญ่พัดขอนขาดทั้งสององค์จึงพลัดกัน นางพิมทุมดีขึ้นฝั่งได้แปลงเป็นพราหมณี และตั้งศาลาโรงทาน และเขียนภาพเรื่องของนางกับพระสมุทโฆษไว้ ส่วนพระสมุทโฆษลอยน้ำอยู่เจ็ดวัน นางมณีเมขลาจึงได้ช่วยเหลือ พระอินทร์ทรงทราบรับสั่งให้พิทยาธรนั้นเอาพระขรรค์มาคืน พระสมุทโฆษเทียวติดตามพระมเหสีอยู่เก้าเดือนจึงพบเสด็จกลับเมือง แล้วได้รับเวนราชสมบัติ ตอนท้ายได้แสดงถึงการกลับชาติว่า ผู้ใดในเรื่องได้กลับชาติมาเกิดเป็นใครในชาตินี้ตามแบบชาดกทั้งปวง

            ข้อคิดเห็น - สมุทโฆษคำฉันท์ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ ๖ ว่าเป็นยอดแห่งคำประเภทฉันท์ ทั้งนี้เพราะนอกจากความไพเราะเพราะพริ้งของฉันท์แต่ละบทแล้ว ยังประกอบด้วยวรรณคดีครบถ้วน เช่น บทโลมลานาง บทรำพันสวาท บทสังวาส บทโศก บทรบอันสยดสยอง บทชมบ้านเมือง บทชมธรรมชาติ บทชมกระบวนทัพ และแทรกคติธรรมอันสูงไว้ด้วย เช่น ความรักอันมั่นคง ความเมตตากรุณาและความเพียร เป็นต้น สมุทโฆษคำฉันท์มีประวัติความเป็นมาน่าอัศจรรย์ ที่ต้องใช้กวีแต่งต่อเนื่องมา ๓ ท่าน และใช้เวลาถึง ๓ สมัย คือ กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ กวีทั้งสามไม่ได้ร่วมแต่งพร้อมกัน แต่งต่อช่วงกัน แต่สามารถรักษาระดับรสของกวีนิพนธ์ไว้ได้เท่าเทียมและกลมกลืนกันสนิท
            สมุทโฆษคำฉันท์ ดำเนินเรื่องตามสมุทโฆษชาดก ซึ่งเป็นชาดกทางพุทธศาสนาเรื่องหนึ่ง ในปัญญาสชาดก (ชาดก ๕๐ เรื่อง) ซึ่งภิกษุชาวเชียงใหม่แต่งไว้เป็นภาษาบาลี ส่วนที่เป็นของพระมหาราชครู และสมเด็จพระนารายณ์ มีเรื่องแทรกผิดแผกไปจากชาดกบ้าง เช่น กำหนดให้พระสมุทโฆษมีพระชายา คือ นางสุรสุดาอยู่ก่อนจึงไปได้ยางพิมทุมดี บทอุ้มสม และสงครามชิงนางพิมทุมดี เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ปรากฏในชาดก ส่วนที่ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้าฯ ทรงนิพนธ์เป็นไปตามชาดกอย่างใกล้ชิด ในด้านภาษา ที่เป็นของพระมหาราชครูและสมเด็จพระนารายณ์ ใช้คำสันสกฤตมาก แต่ในส่วนของสมเด็จพระมหาสมณะเจ้าฯ ใช้คำบาลีมากกว่าสันสกฤต

Related Posts by Categories



Widget by Hoctro | Jack Book

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

.

Waiting....
 

Design in CSS by TemplateWorld and sponsored by SmashingMagazine
Blogger Template created by Deluxe Templates