++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ลดความเครียดด้วยเทคนิค..ตายก่อนตาย



วิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบกับความเครียดเป็นประจำ เพราะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตประจำวันมากมาย อีกทั้งระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่เสี้ยมสอนให้คนไทยแก่งแย่งแข่งขันกัน ทำให้ผู้คนในสังคมต่างคนก็มุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ผลก็คือ สังคมไทยกลายเป็นสังคมไร้น้ำใจ ผู้คนต่างรู้สึกแปลกแยกจากกันและกัน แต่ละคนมีความรู้สึกว้าเหว่โดดเดี่ยว ทั้งนี้เพราะว่าไม่มีใครสนใจที่เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกันอีกต่อไปนั่นเอง
การที่คนเราทั้งเครียด (จากปัญหาที่รุมเร้า ) และ ทั้งโดดเดี่ยว อ้างว้าง (เพราะไม่มีใครมาสนใจใยดี) บางทีมันก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน ดังนั้นจึงบางคนที่อาจจะมีความคิดแวบ ๆ เข้ามาในสมองว่า มันน่าจะฆ่าตัวตายหนีปัญหาให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย คือ ให้มันจบ ๆ กันไปเสียที

เทคนิค "ตายก่อนตาย " คือ กระบวนปลดปล่อยจิตวิญญาณของคุณให้เป็นอิสระจากปัญหาทั้งปวง ทำให้คุณมีความรู้สึก เป็นอิสระ โล่งโปร่งเบา เกิดกำลังใจที่จะลุกขึ้นเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ที่มารุมเร้า ต่อไปอย่างกล้าหาญ

วิธีปฏิบัติ

๑. นอนหงายลงบนพื้น เท้าแยกออกจากกันพอประมาณ ปลายเท้าเบนออก จากลำตัว แขนแยกจากลำตัวเล็กน้อย หงายมือขึ้น ขยับลำตัวให้สมดุลไม่ เอียงซ้ายหรือขวา ขยับคางเข้าใกล้ลำคอเล็กน้อย

๒. หายใจเข้าออกลึกๆ ๓-๕ รอบ แล้วปิดตาลงเบาๆ

๓. เริ่มผ่อนคลายจากปลายเท้าโดยทำความรู้สึกว่าเท้ามีน้ำหนักวางทอดบน พื้นอย่างเป็นอิสระ เลื่อนความรู้สึกนี้ครอบคลุมเรื่อยขึ้นมาจากน่อง ต้นขา ลำตัว แขน มือ ลำคอ ศีรษะ หย่อนกรามลงโดยไม่เปิดปาก คลายใบ หน้า ทำความรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างกายวางพักลงกับพื้นอย่างสงบ

๔. รู้สึกกับลมหายใจ ปล่อยให้การหายใจเป็นไปอย่างอิสระ เมื่อหายใจเข้า ทำความความรู้สึกว่าอากาศบริสุทธิ์และความสดชื่นแจ่มใสเข้ามาพร้อม กับลมหายใจเมื่อหายใจออกทำความรู้สึกว่าความเหนื่อยล้า ความตึง เครียดต่างๆ ผ่านออกไปพร้อมกับลมหายใจ ดำรงความรู้สึกเช่นนี้ไว้อย่าง ต่อเนื่อง

๕. นึกจินตนาการว่าร่างกายของคุณกำลังเน่าเปื่อย ผุพัง ไปทีละนิด ๆ ทำให้คุณเห็นความจริงของชีวิตว่า แท้ที่จริงแล้วร่างกายของคุณมันเป็นแค่เพียงยานพาหนะชั่วคราวให้คุณอาศัยดำเนินชีวิตไปเท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อหมดวาระของมัน เราก็ต้องทิ้งมันไป เพราะไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป

๖. ในเมื่อเรากำลังจะจากโลกนี้ไป ให้นึกปล่อยละวางสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคย เกี่ยวข้องอยู่ในโลกนี้ โดยให้นึกว่ามันเป็นเพียงภาพของความคิดที่เรา ยึดถึอมั่นเท่านั้นเอง นึกถึงภาพ "ตัวของฉัน" คนนี้ ที่เผชิญชีวิตหนักหนามาเป็นเวลาหลายสิบปี ว่าที่แท้ก็คือ "ภาพมายา" อีกภาพหนึ่งเช่นเดียวกัน นึกให้ความรู้สึกว่า "ตัวฉัน" นี้ ค่อย ๆ สลายหายไป คล้ายฟองสบู่ที่แตกกระจายจนหมดไป เหลือแต่จิตใจที่มีแต่ความว่างเปล่า ปราศจากความรู้สึกว่า "ตัวฉัน ของฉัน " อีกต่อไป มีแต่ความ สงบ สันติสุข เท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่
(ให้นึกมโนภาพเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อย ๑๐ นาที)

๗. คืนความรับรู้ต่อสิ่งแวดล้อม ขยับเท้า ขา มือและแขนเบาๆ ยกแขนทั้ง สองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ประสานนิ้วมือเข้าด้วยกันแล้วพลิกฝ่ามือหงายขึ้น เหยียดทุกส่วนของร่างกายรวมทั้งขมวดใบหน้าแล้วคลาย พลิก ลำตัวไปอยู่ในท่านอนตะแคงด้านในด้านหนึ่ง ลืมตาแล้วลุกขึ้น

เมื่อคุณตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง อุปมาเหมือนกับคุณได้เกิดใหม่มาอีกชาติหนึ่ง คุณจะพบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่คุณเผชิญอยู่มันไม่ได้หายไปไหนเลย มันยังคงรออยู่ให้คุณแก้ไขเช่นเดิม ดังนั้นจึงป่วยการที่คนเราจะคิดสั้น ทำร้ายชีวิตของตนเองเพื่อหนีปัญหา เพราะเราไม่มีทางหนีมันพ้นไปได้เลย มีหนทางเดียวเท่านั้นคือให้คุณมีความมั่นใจในตนเองที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ อย่างกล้าหาญ เพื่อแก้ไขให้มันลุล่วงไปด้วยดี ด้วยสติปัญญาของคุณเอง

ประการที่สำคัญ คุณจะเข้าใจด้วยตัวเองว่า ความรู้สึกที่ปราศจาก "ตัวฉัน" (อนัตตา) นั้น มีความสงบสุขแค่ไหน ทุก ๆ วันก่อนนอน หรือ ตอนเช้า หากคุณได้ผ่อนคลายสลายความเครียดด้วยเทคนิค "ตายก่อนตาย" เป็นประจำ คุณจะมีพลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไป เพื่อให้ถึงฝั่งแห่งนิพพานในปัจจุบันชาติ เครือข่ายชาวพุทธ ฯ ขอให้กำลังใจ มา ณ โอกาสนี้ครับ

ที่มาhttp://www.budpage.com/budlife.shtml

1 ความคิดเห็น: