++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

รู้ทันเรื่อง "พรุน"

รู้ทันเรื่อง "พรุน"
" ในปัจจุบัน มีการนำพรุน หรืออีกชื่อหนึ่งคือลูกพลัมตากแห้ง มาสกัดให้เข้มข้น แล้วใช้กินเพื่อให้ช่วยในการขับถ่ายที่ดีขึ้น
ประวัติการกินน้ำลูกพรุนนั้น มีมานานแล้ว ในประเทศแถบตะวันตก นิยมกินน้ำลูกพรุนแทนยาถ่าย แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสูตรยาสามัญเลยทีเดียว โดยเฉพาะในคนที่มีอาการท้องผูกไม่มากนัก (mild constipation)
สมบัติสำคัญของพรุนที่มีฤทธิ์ในการช่วยให้ถ่ายได้ง่ายนั้นมาจากสารสำคัญในพรุนคือ sorbitol และ dihydrophenylisatin ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้มีฤทธิ์ดึงน้ำให้เข้ามาสู่ลำไส้มากขึ้น อุจจาระนุ่มลง และช่วยให้ขับถ่ายได้มากขึ้นนั่นเอง (จัดเป็นยาระบายกลุ่ม osmotic agents)
สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจผิดมากๆๆๆๆ เกี่ยวกับพรุนคือ การที่โดนโฆษณาหลอกว่า พรุนมีใยอาหารมากจึงช่วยให้ขับถ่ายได้ดี
จริงอยู่ที่เราจัดว่าพรุนเป็นหนึ่งในอาหารที่มีส่วนของใยอาหารสูง แต่ขอโทษเถอะครับ ปริมาณใยอาหารในพรุนสกัด 1 แก้วนั้น (มีใยอาหารประมาณ 2-3 กรัม) อาจจะน้อยกว่าที่ได้จากการกินกล้วย 1 ลูกเสียอีก (ประมาณ 3-4 กรัม) และมันจะยิ่งน้อยมากๆเมื่อเทียบกับปริมารใยอาหารที่ได้จากถั่ว 1 ถ้วย (ประมาณ 8-9 กรัม)
ดังนั้น ผลของการกินพรุนสกัดบ่อยๆ จึงไม่ได้ต่างอะไรไปจากการใช้ยาระบายเลย นั่นคือเมื่อใช้ไปนานๆแล้ว ร่างกายก็จะเริ่มชิน และต้องเพิ่มขนาดยา ถึงจะได้ผล หากวันใดไม่ใช้ ร่างกายอาจไม่สามารถขับถ่ายเองได้ตามปกติ
สารอาหารตัวอื่นที่พบมากในพรุนได้แก่ Vitamin C และ Vitamin B6 (ประมาณ15 และ 25% ของ RDI ตามลำดับ) ซึ่งปริมาณเหล่านี้ ไม่ได้มีมากมายไปกว่าผักผลไม้หรืออาหารอื่นๆแต่อย่างใด
และถึงแม้การกินพรุนจะสามารถใช้เป็นยาถ่ายอย่างอ่อนได้ แต่ยังไม่มีวิจัยว่า การกินพรุนสกัดเป็นเวลานานๆ จะก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อร่างกาย
ส่วนที่เห็นในโฆษณาว่าให้ดื่มแล้วไปนอนนั้น จริงๆแล้ว จะกินตอนไหนร่างกายก็ได้รับประโยชน์เท่าๆกัน ไม่เกี่ยวกับเวลา
ข้อควรระวัง
ในพรุนสกัด จะมี potassium อยู่ในปริมาณสูง ใน 1 แก้ว อาจมีถึง 700-800 มิลลิกรัม คนที่เป็นเบาหวานหรือคนที่เป็นโรคไต ควรจำกัดปริมาณในการกิน (ไม่ควรได้รับเกิน 2000 มิลลิกรัม/วัน)
ที่มา http://www.bloggang.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น