วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทักษะการคิด

โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช 10 ตุลาคม 2552 20:50 น.
เมื่อวันก่อนมีครูจากโรงเรียน King 's มาพูดเรื่อง Thinking School
ให้ครูไทยฟัง King 's School เป็นโรงเรียนประถมตั้งอยู่ที่เมือง Auckland
นิวซีแลนด์ David Mc Ewan ที่มาพูดเป็นผู้ช่วยครูใหญ่
และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำ Thinking School คือ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครูจากการบรรยายไปเป็นการสร้างบรรยากาศของ
การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้

วิธีการที่ใช้ก็คือ ครูจะไม่นั่งหรือยืนพูดอยู่กับที่
แต่จะเดินไปทั่วห้อง คอยสังเกตอากัปกิริยาของเด็กแต่ละคน และถามคำถามมากๆ
ครูพยายามบรรยายให้น้อย โดยให้เด็กเป็นฝ่ายพูด
บางทีก็มีการยกประเด็นมาโต้เถียงกัน เด็กๆ
จะตื่นตัวและเพลิดเพลินจนเวลาล่วงไปหมดคาบเรียนโดยไม่รู้ตัว

การฝึกการคิดไม่ได้หมายความว่าจะไม่สอนให้เด็กท่องจำ
การจำเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะความรู้พื้นฐาน
แต่ระบบการเรียนการสอนที่เราไม่ต้องการก็คือ
การท่องจำและทดสอบความจำมากจนเกินไป

ที่จริงคนไทยเราเป็นคนช่างคิดอยู่แล้ว
หาไม่เราจะมีอาหารมากมายหลายอย่างได้อย่างไร
ผิดกับฝรั่งมีอาหารไม่กี่อย่าง ของเราในแต่ละภาค
และแต่ละจังหวัดก็มีอาหารแปลกๆ เมื่อคิดดูแล้วก็จะพบว่า
อาหารหลายอย่างแต่ก่อนก็ไม่มี เพิ่งมาทำกันขึ้นใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง
ความช่างคิดของคนไทยเรามักเน้นเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่มากกว่าการคิด
ประดิษฐ์แบบวิทยาศาสตร์

ในชีวิตประจำวัน เรามีการคิดเครื่องมือการดักสัตว์
การจับปลามากมาย หากใครเคยไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์จ่าทวีที่พิษณุโลก
จะทึ่งกับเครื่องมือดักสัตว์ที่วางแสดงไว้

แต่ในการเรียนการสอน
เราเห็นเนื้อหาทางวิชาการและทดสอบเนื้อหาที่เด็กๆ ต้องจำ
การคิดวิเคราะห์มีน้อยมาก แม้บางวิชา เช่น
ประวัติศาสตร์อาจมีการวิเคราะห์บ้าง แต่วิชาอื่นก็ไม่ค่อยมี
แม้แต่การเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ ตอนเด็กๆ ผมมีครูที่จดเรื่อง The Cat
และ The Dog บนกระดานดำ และให้พวกเราท่องจำแล้วลอกลงในกระดาษเวลาสอบ
วิชาเรียงความภาษาไทย เราก็จะเน้นการลอกจากหนังสือมา
มีการส่งเสริมให้เด็กใช้จินตนาการน้อยมาก

ถ้าครูอยากให้เด็กคิดเป็นก็เริ่มง่ายๆ ด้วยการให้เด็กคิดด้านบวก
ด้านลบ และด้านที่น่าคิดเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ก็ได้
หรือลองให้เด็กคิดอย่างถี่ถ้วนถึงความเป็นไปได้หลายๆ แง่มุม

de Bono เคยบอกว่า ทำไมเราไม่คิดกันบ้างว่าล้อรถยนต์ทำไมต้องกลม
เป็นสี่เหลี่ยมไม่ได้หรือ แม้แต่รูปร่างลักษณะของรถยนต์เอง
แต่เดิมก็เป็นแบบเดียวกัน ต่อมาก็มีรถบัส
และรถสเตชั่นแวกอนซึ่งพัฒนาเป็นรถตู้ ไปๆ มาๆ ก็มีรถที่เรียกกันว่า
M.P.V.

การคิดแบบหนึ่งก็คือ การผสมผสาน และการดัดแปลง
ไม่มีอะไรที่ใหม่เอี่ยมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หากใครเคยเห็นหนังสือญี่ปุ่นที่เขาแสดงเครื่องมือต่างๆ
ก็จะแปลกใจที่เขาช่างคิดทำอะไรแปลกๆ อย่างที่เราคาดไม่ถึง
รถญี่ปุ่นจึงมีลูกเล่นเพิ่มโน่นเติมนี่มาเรื่อยๆ

การจะสร้างโรงเรียนนักคิดได้
จะต้องเริ่มที่ครูก่อนอย่างน้อยการฝึกหัดครูควรจะบรรจุวิชาทักษะการคิดเข้า
ไปด้วย จะสอนในปีสุดท้ายก่อนจบออกไปเป็นครูก็ได้

การสอนทักษะการคิด มีวิธีการ และเครื่องมือหลายอย่าง แม้แต่เรื่อง
Mindmapping ก็เป็นส่วนสำคัญเพราะทำให้เราต้องคิดถึงคำหลัก
และปัจจัยย่อยต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน ช่วยให้ความคิดของเรามีลักษณะเป็น
"องค์รวม"

บางคนก็ใช้วิธี Six Hats ของ de Bono
เพราะวิธีการนี้ช่วยให้เรารู้จักจัดระบบความคิด ไม่คิดแบบมั่ว
แต่รู้จักแยกว่าเป็นเรื่องข้อมูลหรือเรื่องทัศนคติเรื่องความเห็น

สังคมสมัยนี้เป็นสังคมข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลข่าวสารมีมากมาย
เราต้องรู้จักเลือก และถ้าเราไม่รู้จักคิดแล้ว
เราก็จะตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ หรือการให้ข้อมูลเพียงส่วนเดียว

ปัญหาและปรากฏการณ์หลายอย่าง
บางทีให้เราเห็นภาพแต่เพียงมิติเดียวหรือส่วนเดียว
ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องการเมือง

วิธีการที่ผมชอบใช้ ก็คือ "การต่อภาพ"
แบบที่เราเล่นรูปต่อที่ภาพใหญ่ถูกตัดออกเป็นส่วนๆ
ถ้าเราดูแต่ละส่วนก็จะไม่รู้ว่าเป็นภาพอะไรกันแน่
การต่อส่วนย่อยแต่ละส่วนเพื่อดูภาพใหญ่
ก็เหมือนกับการวิเคราะห์การเมืองอย่างรอบด้าน ดูปัจจัยต่างๆ
ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
หากเป็นการสอนก็จะถามให้ผู้เรียนช่วยกันคิดถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
เท่ากับเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนขบคิดปัญหา

ครูที่สอนทักษะการคิด น่าจะรวบรวมเรื่องตลกๆ ไว้แยะๆ
เพราะเรื่องตลกล้วนแต่มาจากความคิดสร้างสรรค์ที่เราหัวเราะก็เพราะเรื่องตลก
มักเป็นเรื่องหักมุมที่เราไม่คาดคิดมาก่อน

เวลานี้ผมอยู่ว่างๆ
ก็สนับสนุนให้คณะครูที่ได้ไปเรียนรู้เรื่องทักษะการคิดได้ไปเผยแพร่ความรู้
ให้โรงเรียนต่างๆ แต่จะต้องเตือนว่า การจะสร้าง Thinking School
นั้นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็ 3-4 ปี ครูทั้งโรงเรียนจะต้องมีศรัทธา
ครูใหญ่ต้องให้การสนับสนุน และครูต้องสอนทักษะการคิดได้ ในการเรียนการสอน
ครูต้องเป็นเสมือนวาทยกร ส่วนเด็กก็มีส่วนร่วมเหมือนนักดนตรี

การคิดกับการทำกิจกรรมเป็นสิ่งที่เอื้อต่อกัน
เราควรสนับสนุนให้เด็กทำหนังสั้นๆ
เวลานี้มีเครื่องถ่ายวิดีโอที่ราคาไม่แพง เด็กๆ ก็จะเขียนบท
การทำหนังยิ่งสั้นก็ยิ่งต้องมีความคิดสร้างสรรค์ หนังนั้นจึงน่าสนใจ

ในโรงเรียนฝรั่งจึงมีการส่งเสริมให้เด็กๆ เล่นละคร นานๆ
เข้าเด็กก็จะแต่งบทละครเล่นกันเอง การเล่นละครก็ดี การเล่นกีฬาก็ดี
ล้วนแล้วแต่เป็นการส่งเสริมความคิดทั้งสิ้น

ผมเคยสอนวิชาความคิดทางการเมืองไทย ได้ให้นิสิตถกเถียงกันเอง
แม้แต่ให้คะแนนรายงานของเพื่อนๆ และของตัวเอง หากมีการทำเช่นนี้มากๆ
ก็จะมีความสนุกในการเรียนมากขึ้น

เรามาช่วยกันส่งเสริมทักษะการคิดกันเถิดครับ
ให้มีการสอนอย่างกว้างขวางในทุกโรงเรียน


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120217

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

.

Waiting....