++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

" ปาฏิหารย์ ฟ้าเก้าสี " โดยพสกนิกรคนเดินดิน..


สุขุม วงประสิทธิ
‎" ปาฏิหารย์ ฟ้าเก้าสี "
โดยพสกนิกรคนเดินดิน..

นพรัตน์ ฟ้าเก้าสี แสงมงคล
บันดาลดล “ ดวงใจ ” ชนทั้งผอง
ม่านประตู นภาลัย เบิกเนตรมอง
ฟ้าฉลอง ละอองกรุ่น หลังพิรุณ

ฟ้าหลังฝน ปาฎิหารย์ นพรัตน์
ดูคล้ายฉัตร ปกป้อง นภาสูญ
สีเพรชดี ส่องสว่าง พราวจำรูญ
สีเพิ่มพูน บริสุทธิ์ มณีแดง

เขียวสดใส มรกต ให้ไออุ่น
เหลืองเกื้อหนุน บุษรา “คำ”ทอแสง
แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก โอรสแรง
คือยอดแสง รับพลัง ราหู “ ดี ”

สีหมอกเมฆ นิลกาฬ ไพลินรัตน์
แสงพระหัตถ์ ม่วงมงคล งามสดศรี
ไข่มุกแท้ มุกดาหาร หวานอารีย์
แหวกนที แดงเพทาย ประการัง

แสงสังวาลย์ สายไพฑูรย์ ดาวพระเกตุ
ปราบอาเพท เพชรตาแมว ดั่งมนต์ขลัง
เก้าชีวิต เก้าลิขิต เก้าพลัง
ใจยังฝัง อัศจรรย์ "เหนือฟ้าดิน "

" แสงนพรัตน์บนท้องฟ้า "
บนท้องฟ้าเป็นแสง ๙ สี คือสีของแก้ว ๙ ประการ (นพรัตน์ ) แบบที่ไทยโบราณเรียกว่า " ฟ้าเก้าสี "
ที่มา
นพรัตน หรือ นวรัตน และ เนาวรัตน จากภาษาสันกฤต ซึ่งพ้องเสียงกับอีกหลาย ๆ ประเทศในดินแดนเอเชีย [1] สืบทอดต่อกันมาแต่ครั้งบุรพกาล ความสำคัญทั่วแดนสุวรรณภูมินับถือตรงกันว่า เป็นรัตนศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง ซึ่งนอกเหนือจากศาสนาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป เข้าใจว่าชนเอเชียทั้งหลายให้การยอมรับและนับถือในสิริมงคลแห่งนพรัตน์
[แก้] กำเนิดของรัตน 9 ประการ
ในภาษาสันสกฤต เรียกขนานนามว่า "เนาวรัตน" รวมถึงภาษาฮินดี,พม่า,อินโดนีเซีย และเนปาล ส่วนในภาษาสิงหลเรียก "นวรัตเน" และในภาษาไทยเรียก "นพรัตน์" เป็นธรรมเนียมของรัตนโบราณที่อยู่คู่ดินแดนสุวรรณภูมิ แต่ดั้งเดิมจึงไม่ปรากฏที่มา
เกือบทุกประเทศในแถบเอเชียนับถือว่าเป็นรัตนสูงส่งของเทพ ซึ่งตกทอดสืบต่อกันมา ทั้งในประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา สิงคโปร์ พม่า กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย (โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา) [2]
[แก้] การประดับของราชสำนัก
ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ให้ความสำคัญอย่างเป็นทางการ ครั้งหนึ่งพระพุทธชินราชเคยมีนพรัตน์สังวาลย์ทองคำแท้ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้ไว้ประดับ [3] และยกย่องให้นพรัตนเป็นรัตนมงคลโบราณ ตามพระราชบัญญัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ บัญญัติว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประดับสำหรับยศแห่งพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างดวงตรามหานพรัตน สำหรับห้อยสายสะพายขึ้นเป็นครั้งแรกของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[4]
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์


เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ (ฝ่ายหน้า)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ (น.ร.) องค์ประกอบสายสะพายชั้นเดียวของเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตน์ฯ
• มหานพรัตน์ ด้านหน้าเป็นดอกประจำยามประดับ 9 รัตน ใช้ห้อยกับแพรแถบ สะพายบ่าขวาเฉียงลงทางซ้าย (สำหรับบุรุษ) ส่วนสำหรับสตรี ใช้ห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
• ดารานพรัตน์ เป็นรูปดาราประดับ 9 รัตน เหมือนมหานพรัตน
• แหวนนพรัตน์ ทำด้วยทองคำเนื้อสูงและฝังพลอยมงคล 9 ชนิด (การพระราชทานแหวนนพรัตน์มายกเลิกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงเปลี่ยนเป็นการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แทน แต่ยังคงพระราชทานแก่พระบรมวงศ์ษานุวงศ์ระดับสูงอยู่) ใช้สวมใส่ในงานมงคลเท่านั้น ให้สวมที่น้วชี้มือขวา
และนพรัตนยังเป็นส่วนหนึ่งของนามกรุงเทพฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระราชทานนาม โดยทรงเปรียบเทียบเมืองหลวงของไทยนี้ดั่งเมืองในสรวงสวรรค์แห่งเทพ อันเป็นที่มาของรัตนชาติทั้ง 9 ประการว่า "กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์" [5]
ซึ่งจากเอกสารในหอสมุดของสยามสมาคมฯระบุว่าครูมนตรี ตราโมท เป็นผู้นำกลอนนพรัตน์มาแต่งท่วงทำนองใช้ร้องเป็นระบำนพรัตน์กล่าวคือ "เพชรดี มณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองสวยสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์ฯ"
[แก้] รัตนชาติกับดวงดาว
การให้ความหมายของรัตนชาติทั้ง 9 ประการนี้ท่านพันเอก (พิเศษ) ประจวบ วัชรปาณ และท่านเทพย์ สาริกบุตรได้ระบุไว้ใน"คัมภีร์ปาริชาตชาดก" (บทที่ 2 โศลก 21 หน้า 36-37)
"ทับทิมบริสุทธิ์ เป็นรัตนของอาทิตย์ ไข่มุกที่ขาวบริสุทธิ์โดยแท้ธรรมชาติ เป็นรัตนของจันทร์ ปะการังแก้วประวาล เป็นรัตนของอังคาร มรกต เป็นรัตนของพุธ บุษราคัม เป็นรัตนของพฤหัสบดี เพชร เป็นรัตนของศุกร์ ไพลิน เป็นรัตนของเสาร์ โกเมนเอก เป็นรัตนของราหู และไพฑูรย์ เป็นรัตนของเกตุฯ" กล่าวคือ
• เพชรดี - คือรัตนของดาวพระศุกร์
• มณีแดง - คือทับทิมบริสุทธิ์ของดาวพระอาทิตย์
• เขียวใสแสงมรกต - คือรัตนของดาวพระพุธ
• เหลืองสวยสดบุษราคัม - คือรัตนของดาวพระพฤหัสบดี
• แดงแก่ก่ำโกเมนเอก - คือโคเมทส้มรัตนของดาวพระราหู
• สีหมอกเมฆนิลกาฬ - คือไพลินรัตนของดาวพระเสาร์
• มุกดาหารหมอกมัว - คือไข่มุกแท้รัตนของดาวพระจันทร์
• แดงสลัวเพทาย - คือปะการังรัตนของดาวพระอังคาร
• สังวาลย์สายไพฑูรย์ - คือเพชรตาแมวรัตนของดาวพระเกตุ
[แก้] ตารางความสัมพันธ์ของดวงดาวกับจักรราศี
ดวงดาว รัตน จักรราศี
พระอาทิตย์ ทับทิม สิงห์
พระจันทร์ มุกดา กรกฎ
พระอังคาร เพทาย เมษ/พิจิก
พระพุธ มรกต เมถุน/กันย์
พระพฤหัสบดี บุษราคัม ธนู/มีน
พระศุกร์ เพชร พฤษภ/ตุลย์
พระเสาร์ ไพลิน มังกร/กุมภ์
พระราหู โกเมนเอก -
พระเกตุ ไพฑูรย์ -
[6]
หลักฐานอ้างอิงจากแหล่งอื่น นอกจากใน"คัมภีร์ปาริชาตชาดก" บทที่ 2 โศลก 21 หน้า 36-37 ซึ่งท่านพันเอก (พิเศษ) ประจวบ วัชรปาณ และเทพย์ สาริกบุตร เรียบเรียงเป็นสยามพากย์จากต้นฉบับภาษาสันสกฤตโดยปราชญ์ไวทยะนาถ บุตรแห่งโยคีเวงกฎาทริ แล้ว โศลกเดียวกันนั้นบัญญัติไว้เช่นกันโดย เอส.เอ็ม ฐากูร (พ.ศ. 2422) ในพระคัมภีร์ "มณีมาลา" หน้า 575 โศลก 79

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น