++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

นรกขุมพิเศษ โลกันตนรก

นรกขุมพิเศษ โลกันตนรก
โลกันตนรก เป็นนรกขุมพิเศษมีโทษหนักกว่าอเวจีมหานรก


"..โลกันตนรก เป็นนรกขุมพิเศษ ซึ่งไม่นับเนื่องกับนรกขุมใหญ่ ๘ ขุมหรือนรกบริวารหรือยมโลกียนรก นรกขุมนี้แปลกประหลาดกว่านรกขุมอื่นๆ เพราะว่านรกขุมอื่นๆ มีการลงโทษด้วยความร้อน แต่ทว่านรกขุมนี้มีการลงโทษด้วยความเย็น และสถานที่ตั้งก็ไม่ได้อยู่เรียงรายกับบรรดานรกทั้งหลาย สถานที่ตั้งของนรกขุมนี้อยู่ในระหว่างโลกทั้งสาม เปรียบเหมือนกับเอาดอกบัว ๓ ดอกมาตั้งติดกันเข้า ก็จะเกิดมีช่องว่างระหว่างกลาง ที่ตรงช่องว่างนั้นแหละเป็นสถานที่ตั้งของ โลกันตนรก แปลว่า นรกอันอยู่ที่สุดของโลก ๓ โลกคือ เทวโลก มนุษยโลก นรกหรือยมโลกียนรกหรือยมโลก




ถ้าท่านทั้งหลายที่ได้มโนมยิทธิเวลาที่จะไปดูโลกันตนรก ตั้งจุดไว้ว่าจากโลกมนุษย์เราจะมุ่งหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก มีทางใหญ่ขาวโพลนแลดูสะอาดจะว่าเหมือนสีขาวทาก็ไม่ใช่ ใสกว่าดีกว่าถนนชั้นหนึ่งในเมืองมนุษย์ เดินไปตามทางทิศตะวันออกจะไปพบทาง ๔ แพร่ง จะพบท่าน "เทวดาอิน" ยืนยามอยู่แต่ไม่ใช่ท่านปู่พระอินทร์ สมัยท่านเป็นมนุษย์ท่านเป็นพระชื่อว่า "หลวงตาอิน" คือจากที่เราเดินไปสายหนึ่ง แล้วมีทางขึ้นทางซ้ายเป็นทางเดินค่อยๆ ลาดเป็นเนินขึ้นไปน้อยๆ เป็นทางขาวใหญ่นั่นเป็นแดนสวรรค์ อีกสายทางขวาจะเป็นทางชันเป็นแดนพรหม จากนั้นมองไปข้างหน้าเป็นทางขาวใหญ่ค่อยๆ ลาดลงตํ่าถึงที่สุดของทางนั้นเป็นแดนของนรก ถ้าถึงที่สุดทางนั้นจะเลี้ยวซ้ายนิดหนึ่งเรียกว่าตะวันออกเฉียงเหนือก็ได้ เป็นช่องว่างเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์ เทวโลกและยมโลก ณ จุดนี้จะเห็นเป็นภูเขาใหญ่ ภายในเป็นถํ้าที่ใหญ่โตมโหฬารมากเรียกว่า "โลกันตนรก" ภายในถํ้ามีแต่ความมืดหาแสงสว่างไม่ได้เลย ไม่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ จากดวงจันทร์และดาว มองอะไรไม่เห็นทั้งหมด แต่แสงที่จะปรากฏในโลกนี้ได้ก็คือแสงของพระพุทธเจ้า ขณะใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณวันไหน วันนั้นจะปรากฏแสงของพระองค์ลอดเข้าไปสู่ในโลกนี้แว้บหนึ่งเหมือนกับสายฟ้าแลบเท่านั้น



บรรดาสัตว์นรกทั้งหลายมีร่างกายใหญ่โต มีเล็บมือเล็บเท้ายาว ใช้เล็บมือเล็บเท้าเกาะเชิงเขาคือข้างถํ้าไต่ไปไต่มา มองไม่เห็นกัน ในถํ้ามีความเย็นสูงมากไม่สามารถจะเอาอะไรมาเปรียบเทียบกับความเย็นในโลกมนุษย์นี้ได้ เครื่องทำความเย็นทั้งหลายที่ว่าเย็นหรือตู้เย็น ถ้าจะเอาแสนมาคูณก็ยังมีความเย็นไม่เท่ากับความเย็นในโลกันตนรก มองลงไปส่วนลึกในถํ้าจะเห็นนํ้าใสเต็มไปด้วยความเย็นมาก แต่ความเย็นของนํ้าเป็นอันตรายกับร่างกาย เพราะนํ้าเย็นนี้เป็นนํ้ากรดที่มีความคมจัดสามารถจะละลายสัตว์นรกทั้งหลายที่ตกลงไปในนํ้านั้นให้ละลายหายไปในพริบตาเดียว บรรดาสัตว์นรกจะมีทั้งความเจ็บความแสบและความเย็นเข้ามาทับถม จะเกิดทุกขเวทนาอย่างสาหัสและมีความหิวเพราะไม่มีอะไรจะบริโภค ต่างคนต่างไต่ไปตามข้างๆ ขอบของถํ้าใหญ่ บรรดาแง่หินที่มีความคมก็เชือดเฉือนร่างกายของสัตว์นรกที่ผ่านไปเป็นแผลเหวอะหวะทั้งตัว เลือดไหลโทรมอยู่ตลอดเวลา และสัตว์นรกทั้งหลายเหล่านั้นถูกความเย็นเผาผลาญเกือบจะไม่มีแรงเคลื่อนตัวไปไหนอยู่แล้วแต่ก็ต้องไปเพื่อหนีให้พ้นจากความคมของแง่หิน แต่จะไปทางไหนก็ตาม ไปเกาะหินอันไหนก็ตามมันก็คมบาดตลอดเวลา ต่างก็ร้องครวญครางหาการเงียบเสียงไม่ได้ และการไต่ไปนั้นก็มองไม่เห็นแม้แต่มือและเท้าของตน





เมื่อสัตว์นรกกระเสือกกระสนไปกระทบกันเข้า ร่างกายมันมีความนุ่มนิ่มกว่าหิน สัตว์นรกมีความหิวอยู่แล้วก็เข้าใจว่าเป็นอาหาร ต่างคนต่างก็เอาเล็บจิกเนื้อซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างปลํ้ากันแต่ไม่ทันจะได้กินสักที ก็หล่นลงไปในนํ้า จะเห็นกระแสนํ้ามีควันพุ่งขึ้นมาปรากฏว่าเป็นนํ้ากรดค่อยๆ ละลายเนื้อและหนังของสัตว์นรกไปทีละน้อยๆ แต่ว่าเร็วมาก ชั่วเวลา ๒-๓ นาทีจะเห็นว่าร่างกายของสัตว์นรกไม่มีเนื้อไม่มีหนังเหลือแต่กระดูก กระดูกก็ดิ้นไปดิ้นมามีการแสบหนักขึ้นแต่ก็ไม่ตาย เมื่อถูกทรมานพอสมควรร่างกายก็มีเนื้อเต็มขึ้นมาใหม่ บรรดาสัตว์นรกก็ว่ายกระเสือกกระสนเข้าหาฝั่ง บางตัวก็ว่ายไปกลางถํ้ากว่าจะไปหาผนังถํ้าได้ก็แสนจะลำบาก ตอนนั้นถ้าพบกันเข้าก็จิกเนื้อกันกินในนํ้าอีก ปลํ้ากันไปปลํ้ากันมาต่างคนต่างจะจิกกินซึ่งกันและกัน ตอนนี้นํ้ากรดก็แผลงฤทธิ์ใหม่ค่อยๆ ละลายเนื้อและหนังของสัตว์นรกทั้งหลายเหล่านั้นที่กำลังจะกินกันออกไปทีละน้อยๆ จนกระทั่งหมดตัวเหลือแต่กระดูกล่อนจ้อน กระดูกก็ดิ้นเร่าๆ มันดิ้นสุดฤทธิ์สักครู่หนึ่งก็ปรากฏว่ามีเนื้อหนังขึ้นมา ค่อยๆ เกิดเป็นร่างกายขึ้นมาใหม่ คราวนี้ก็ว่ายไปเกาะฝั่งได้ก็ไต่ขึ้นไปข้างเขา ก็ถูกความคมของหินเหล่านั้นบาดเอาเลือดไหลโทรม วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ไม่มีการหยุดพัก ต้องถูกทรมานไปจนกว่าจะถึงที่สุดของกรรม เพราะโลกันตนรกไม่มีอายุ แล้วก็จะไปเสวยทุกขเวทนาต่อไปในอเวจีมหานรกและไล่ขึ้นมาแต่ละขุม แสดงว่าโลกันตนรกมีโทษหนักกว่าอเวจีมหานรก ถือว่าเป็นนรกขึ้นต้น





โลกันตนรกเป็นที่อยู่ของคนอกตัญญูไม่รู้คุณคน ประกอบกรรมที่ร้ายกาจหยาบช้ามากได้แก่การประทุษร้ายบิดามารดาหรือการทรมานบิดามารดาโดยปราศจากความกตัญญูรู้คุณ และคนที่ไม่รู้คุณงามความดีของครูบาอาจารย์ สามารถจะทำลายครูบาอาจารย์ได้ทุกอย่างหรือทำลายบิดามารดาได้ทุกอย่าง นินทาว่าร้าย อิจฉาริษยาท่าน เป็นคนจอมอกตัญญูไม่รู้คุณคน.."

อ้างอิง .จากหนังสือ ตายแล้วไปใหน ตอนที่ ๔๗
โดยพระเดช พระคุณ พระราชพรหมยาน
วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น