++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปฏิบัติการตะลอนทัวร์ เที่ยวงาน “เกษตรแฟร์” @ ม.เกษตร บางเขน





หากจะพูดถึงกิจกรรมการเกษตรที่ยิ่งใหญ่ในรอบปี 2555 คงต้องยกให้ “เกษตรแฟร์ ประจำปี 2555” ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเพื่อประชาชน” ริมรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ในระหว่างวันที่ 30 พ.ค. - 7 มิ.ย. ‘55 ซึ่งนำผลงานนวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริงเป็นจุดเด่นและไฮไลต์ของการจัดงาน โดยเน้นถึงประโยชน์สูงสุดเพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าชมผลงานวิจัยที่สามารถจับต้องได้และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
     
       ปีนี้ Life On Campus ถือโอกาสเยือนงานเกษตรแฟร์ โดยมีไกด์สาวอาสาสมัคร อย่าง “มน” รัฐมน สุภาวรธรรม นิสิตชั้นปี 4 คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขออาสาพาตะลุยทัวร์รอบงาน จุดแรกของการเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นที่ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทันที
     
       มน บอกว่า ภายในอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มีการจัดแสดงนวัตกรรมดีเด่น ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงนวัตกรรมเด่น แบ่งเป็นกลุ่ม 9 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มภัยพิบัติธรรมชาติ แบบจำลองที่พักสำหรับผู้ประสบอุทกภัย (2) กลุ่มพลังงานทดแทน เครื่องต้นแบบผลิตไบโอดีเซลขนาด 50 ลิตร (3) กลุ่มกรีน เทคโนโลยี การปุ๋ยหมักโดยใช้ถังหมักผลิตปุ๋ยอินทรีย์วัสดุเพาะกล้าพืช สูตร เคพีเอส-1 (4) กลุ่มเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์พืชที่พัฒนาโดย มก.เช่น สบู่ดำประดับพันธุ์กำแพงแสน ถั่วฟักยาวไร้ค้าง (5) กลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีด้านการเกษตร เครื่องสีข้าวชุมชน เครื่องปอกผิวมะกรูด (6) กลุ่มผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล ใบหม่อนแผ่นปรุงรส เส้นโซบะชาใบหม่อมจากแป้งข้าว (7) กลุ่มงานที่ได้รับรางวัล ชุดลำเลียงและหุ่นยนต์แบบขนาน แอปภาษาไทย (8) กลุ่มงานตลาดนวัตกรรม มก.อาหารพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสุนัขทางเลือก e-dogs และ ไฮไลต์เด็ดที่สุด อยู่ที่ (9) กลุ่มสัตว์เลี้ยงพิเศษ มีจัดแสดง 55 สัตว์ลึกลับของไทย
     
       “ทีเด็ดของงานเกษตรแฟร์ปีนี้ มีสัตว์แปลกและสัตว์ลึกลับของไทยมาร่วมโชว์มากกว่า 55 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น หมูแฝดสยาม, วัว 7 ขา, มัมมี่วัว และหมาตาเดียว พะยูน โลมา ฉลามวาฬ หอยมหาสังข์ และสัตว์เลื้อยคลานประจำถิ่นของประเทศไทย ซึ่งสัตว์ทุกชนิดมีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้ชาติใดในโลก นอกจากนี้ ยังจะได้เพลิดเพลินไปกับความน่ารักของกระต่ายหลากหลายพันธุ์จากทั่วโลกใน “เมืองกระต่าย” และอีกมากมายกับ “สุดยอดแมลงยักษ์ของไทย” โดยภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร”
     
       จากนั้นไกด์สาวไม่รอช้า รีบพาชมบริเวณโซน A บริเวณทางเข้า-ออก ประตูพหลโยธิน 1 ซึ่งมีสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของดี 77 จังหวัดจำหน่ายมากมาย งานนี้ดูเหมือน ไกด์ สาวของเราจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อพบเห็นของดี ของอร่อยที่แต่ละจังหวัดขนมาประชันกันในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น หมอนขิดยโสธร รองเท้าเชือกสาน เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย สิ่งประดิษฐ์จากไม้ ของขวัญของแต่งบ้าน สมุนไพรแปรรูป ปลาส้มกำนันจุน เบเกอรี่ดงลำดวน ข้าวซอยตัด ขนมเปี๊ยะครูสมทรง หมูอบน้ำผึ้งย่างแม่กลอง มะเขือเทศราชินีสด ฯลฯ
     
       จากนั้นเดินลัดเลาะมา โซน B ตลาดน้ำเกษตร ตลาดโบราณ ไกด์สาวของเราบอกว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ ม.เกษตรขยายพื้นที่งานเกษตรแฟร์ให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ด้วยการเนรมิตรตลาดน้ำชื่อดัง อาทิ ตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดน้ำลำพญา ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดท่าน้ำบ้านต้นตาล ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำวัดสะพาน ตลาดร้อยปีสามชุก ตลาดน้ำมหานคร ตลาดน้ำคลอง 9 และตลาดน้ำนครเนื่องเขตมารวมกันไว้ที่นี้
     
       “สีสีนของตลาดน้ำ ทำให้งานเกษตรแฟร์ดูมีสีสันมากขึ้น และเป็นอีกตัวเลือกที่ให้ผู้เข้าร่วมงานเลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่อประจำตลาดน้ำของเมืองไทย และที่สำคัญยังให้เล่าแม่ค้า พ่อค้าแต่งกายย้อนยุค นุ่งโจงกระเบน ห่มสไบ พูดแล้วอยากใส่บ้างจัง”
     
       งานนี้รู้สึกว่า ไกด์สาวเริ่มจะหลงเสน่ห์ตลาดน้ำเสียแล้ว จนต้องรีบจูงมือพาต่อมาที่ โซน C สวนสนุกสุดหรรษา มีเครื่องเล่นมากมาย อาทิ เช่น ม้าหมุน สไลด์เดอร์ บ้านลม รถไฟฟ้าเด็ก ปาลูกโป่ง ปืนจุกน้ำปลา และซุ้มเกมส์ต่างๆ และ โซน D สวนสมุนไพรเพื่อสุขภาพ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลผลิตที่เป็นสมุนไพร เช่น พืชสมุนไพร ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ อโรมาเธอราปี ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อความงาม นวด อบ ประคบ สปาและนวดแผนไทยและ โซน E บริเวณหน้าอนุเสาวรีย์สามบูรพาจารย์ เป็นจุดที่จำหน่ายเครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องสีข้าว รถไถ เครื่องตัดหญ้า เครื่องมือเก็บเกี่ยวผลผลิต เครื่องสับย่อยอเนกประสงค์
     
       ส่วนใครที่เดินทางเข้าบริเวณหน้าประตูงามวงศ์วาน ประตู 1-2-3 จะพบกับ โซน F ต้นไม้ (พื้นที่พิเศษ) พันธุ์ไม้ กล้าไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล พืชผักสวนครัว ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือการเกษตร โซน G พรรณไม้ในสายหมอก จำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ ปุ๋ยและอุปกรณ์ตกแต่งสวน โซน H ต้นไม้ ปุ๋ย และอุปกรณ์ตกแต่งสวน ต้นไม้ชนิดไม้ผล ไม้ผล ไม้หายาก ไม้แปลก พันธุ์ไม้ อุปกรณ์ตกแต่งสวน พืชผักสวนครัว ปุ๋ยเมล็ดพันธุ์ วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือการเกษตร โซน I สวนไม้ผล ต้นไม้ และผลสด อาทิ มะม่วง ขนุน ฝรั่ง องุ่น ฯลฯ และ โซน J สัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์ สัตว์เลี้ยงทุกชนิด อาหารสัตว์ ยารักษาโรคและอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
     
       เดินทางมาไกล เกือบจะถึงครึ่งทางแล้ว เราขออนุญาตพักดื่มน้ำ กลัวว่าไกด์สาวของเราจะเป็นลมไปเสียก่อน แต่เจ้าตัวกลับยิ้มและตอบกลับมาว่า เดินเล่นงานเกษตรแฟร์ทุกปี ไม่มีเบื่ออยู่แล้ว เพราะสีสันของงานเกษตรแฟร์ยังมีอีกเยอะ โดยเฉพาะโซนนิสิตเกษตร
     
       “คนทั่วไปอาจยังติดภาพร้านค้า ร้านอาหาร เต็มพื้นที่ แต่ในรายละเอียดเบื้องลึก งานเกษตรแฟร์ก็นับเป็นพื้นที่ให้นิสิตได้ “ปล่อยของ” ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย การนำสินค้าที่ผลิตเองมาจำหน่าย รวมไปถึงร้านอาหารของนิสิตทั้ง10 คณะ 1 ค่าย ที่กระจายไปตามจุดต่างของงานเกษตรแฟร์ ต่างขนของดี ของอร่อยมาให้ชิมเพียบ โดยส่วนใหญ่จะมีรุ่นพี่มาช่วยจัดเตรียมของตั้งแต่เช้า พอถึงช่วงสายๆ จะมีรุ่นน้องมาช่วยเป็นลูกมือ และจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงเวลา 17.00 จนกระทั่งงานเลิก ถือเป็นการหารายได้เพื่อนำไปทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อไป และที่สำคัญยังเป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องอีกด้วย”
     
       หลังจากพักเหนื่อยกันแล้ว เดินทางต่อมายัง โซน K สินค้าเกษตรอุปโภค สินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าจากผ้าไหม และผ้าฝ้าย ผ้าปาเต๊ะเกาะยอ กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง โซน L สินค้าเกษตรบริโภค ประกอบด้วย ขนมพื้นเมืองหลากหลายชนิด อาหารประจำภาค เช่น แกงไตปลาคั่วกลิ้ง ปลาร้าสับ ขนมจีนน้ำยา ไก่ต้มน้ำปลา แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ลูกชิ้นเยาวราช ข้าวแต๋นน้ำแตงโม โรตีสายไหมอยุธยา กาละแมกะทิสด เฉาก๊วยชากังราว เกาลัดคั่ว ฯลฯ และอาหารโบราณซึ่งหาทานยากในปัจจุบัน
     
       โซน M จำหน่ายผักและผลไม้สดทุกชนิด ข้าวสาร หอม กระเทียม พริกแห้ง น้ำผัก น้ำผลไม้ ฯลฯ คลายร้อนกันที่ โซน N ตลาดติดแอร์ N1 จำหน่ายเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ้าไทย และการออกร้านจำหน่ายสินค้าของมูลนิธิ, N2 จำหน่ายสินค้าอุปโภค อาทิเครื่องประดับสร้อยมุก เครื่องใช้ภายในบ้าน ฯลฯ และ N3 จำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค อาทิ เครื่องประดับ กระเป๋า อาหารประจำภาค ฯลฯ
     
       สำหรับ ผลิตภัณฑ์ มก.(KU Outlet) อยู่ที่ โซน O ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาทิ คณะเกษตร(ไก่เคยูเบตง) คณะประมง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมก. สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจ คณะวนศาสตร์ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ สถาบันนิเวศเกษตร คณะสัตวแพทย์ ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ ฯลฯ
     
       ปิดท้ายกันที่ 3 โซนสุดท้าย โซน P เกษตรศาสตร์ช่วยสังคม การออกร้านจำหน่ายสินค้าของผู้ประภัยแล้งจากจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และมีการจำหน่ายสินค้าของมูลนิธิช่วยเหลือสังคม โซน Q องค์กรการเกษตร การออกร้านจำหน่ายสินค้าของหน่วยงานและองค์กรการเกษตร และ โซน R สวนอาหาร ที่รวบรวมอาหารหลากหลาย อร่อย สะอาดถูกหลักอนามัย โดยมีที่นั่งรับประทานมาบริการในงาน
     
       สำหรับการเดินทางเข้าสู่งานเกษตรแฟร์ครั้งนี้ มีจุดที่น่าสนใจไม่น้อย ทำให้หลายคนต่างหอบหิ้วสินค้าการเกษตรมากมาย ติดไม้ติดมือกลับบ้าน บางคนถึงขนาดนำรถลากมาเป็นผู้ช่วยก็ตาม ยังเหลือเวลาสำหรับงานเกษตรแห่งชาติ ของรั้ว มก.อีก 2 วัน
     
       ท้ายนี้ ไกด์สาวคนสวยของเราขออาสาเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มาร่วมงานเกษตรแฟร์ “ขอให้มากันเยอะ ทั้งในปีนี้ และในปีต่อไป มาร่วมใช้สินค้า และบริโภคสินค้าการเกษตรของบ้านเราให้เจริญก้าวหน้าต่อไป สำหรับเส้นทางการจัดงานและการจราจรจะเน้นถึงความสะดวกและความต่อเนื่องในการเข้าชมงานในส่วนต่าง ๆ ของผู้เข้าชมงานเป็นสำคัญ โดยทางมหาวิทยาลัยได้จัดรถสวัสดิการ (รถราง) บริการตลอดงานโดยไม่เสียค่าบริการ นอกจากนี้ยังมีอาคารจอดรถถึง 4 อาคาร คิดค่าบริการจอดชั่วโมงละ 10 บาทต่อคัน”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น