++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

เด็กสอนผู้ใหญ่


เด็กสอนผู้ใหญ่
ครั้งหนึ่ง มีบ้านหลังหนึ่งมีสามีภรรยา ลูกชายและอาม่าแก่ๆคนหนึ่ง อาม่าแก่มากและไม่แข็งแรง
มีอาการมือสั่นตลอดเวลาทำให้ถือของลำบาก โดยเฉพาะเวลาที่อาม่า ทานข้าวร่วมกับครอบครัว
อาม่าจะถือชามข้าวได้ลำบากและทำข้าวหกลงบนโต๊ะตลอด เวลาลูกสะใภ้อาม่ารำคาญกับเรื่องนี้มากจึงปรึกษากับสามีว่า เวลาอาม่าทานข้าวเขาจะทำข้าวหกเกลื่อนโต๊ะนางทนไม่ได้เพราะมันทำให้รู้สึกกินข้าวไม่ลง สามีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาไม่สามารถทำให้อาม่าหายมือสั่นได้

อีกไม่กี่วัน ลูกสะใภ้ก็พูดกับสามีเรื่องนี้อีกว่าจะไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ นางทนไม่ได้แล้ว หลังจากโต้เถียงกันไปสักพัก สามีก็ยอมตามภรรยา โดยเมื่อถึงเวลาทานข้าว เขาจะจัดให้แม่นั่งแยกโต๊ะต่างหาก เพียงคนเดียว และใช้ถ้วยข้าว ถูกๆ บิ่นๆ เพราะอาม่าทำถ้วยแตกบ่อยๆ

เมื่อถึงเวลาทานข้าว อาม่าเศร้าใจมาก เพราะอาม่าก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไขอะไรได้ นางนึกถึงอดีตที่นางเลี้ยงดูลูกชายด้วยความรักเสมอมา นางไม่เคยบ่นต่อ ความเหนื่อยยากและเวลา ที่ลูกชายเจ็บไข้ นางก็ดูแลอย่างดีเวลาลูกชายมีปัญหาก็ ช่วยแก้ไขทุกครั้ง แต่ตอนนี้อาม่ารู้สึกว่าถูกทิ้ง
อาม่าเสียใจมากหลายวันผ่านไปอาม่ายังเศร้าใจ รอยยิ้มเริ่มจางหายไปจากใบหน้าของอาม่า

หลานชาย น้อยๆของอาม่าซึ่งเฝ้าดูทุกอย่างมาตลอดก็เข้ามาปลอบใจและบอกคุณย่าว่า เขารู้ว่าคุณย่าเสียใจมากที่พ่อแม่ของเขาทำแบบนี้แต่หลานชายมีวิธีที่จะให้อาม่ากลับไป ทานข้าวรวมกับทุกคนได้

ความหวังเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของหญิงชรา จึงถามหลานชายว่าจะทำอย่างไร หลานก็ตอบว่าเย็นนี้ให้คุณย่าแกล้งทำชามของคุณย่า ตกแตกเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจ อาม่าได้ฟังก็แปลกใจ แต่เด็กน้อยยืนยันว่า ให้คุณย่าทำตามที่บอก ที่เหลือปล่อย เป็นหน้าที่ของหลานเองและแล้วเมื่อได้เวลาอาหารเย็น หญิงชราก็ตัดสินใจลองทำตามที่หลานพูดเพื่อจะดูว่า หลานมีแผนอะไร

หญิงชรายกถ้วยข้าวเก่าที่เต็มไปด้วย รอยบิ่นขึ้นแล้วแกล้งปล่อยลงบนพื้นเหมือนกับหลุดมือถ้วยข้าวเก่าๆแตกกระจายยับเยิน ลูกสะใภ้เห็นถ้วยแตกเสียหายก็ลุกขึ้นเตรียมจะด่าว่าอาม่า

แต่ลูกชายตัวน้อยของนางกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน ว่า " คุณย่าทำไมทำชามแตกหมดเลยล่ะครับหนูกะว่าจะเก็บไว้ให้คุณแม่ใช้ตอนแก่นะ " แล้วคุณแม่จะ ได้ใช้ชามเก่าที่ไหนกันล่ะเนี่ย..."

ลูกสะใภ้เมื่อได้ยินลูกชายพูด เช่นนี้ก็หน้าซีดและด่าอาม่าไม่ออกอีกต่อไป นางรู้ทันทีว่าสิ่งที่นางทำจะเป็นตัวอย่างให้ลูกชายของนางปฏิบัติ เมื่อนางแก่ตัวลง นางรู้สึกอับอายและสำนึกกับการกระทำของตัวเองตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็ทานข้าวรวมกันมาตลอด ตรงกับคำยอดฮิตตอนนี้พอดี "ทำดีให้เด็กดู"

Cr.ครูบ้านนอกblog เจ้าของบล็อก สุภาภรณ์ นิลยกานนท์(เพชรสุภา)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น