++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นักวิเคราะห์ทำนาย “เฟซบุ๊ก” จะล่มสลายภายใน 8 ปี

 เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - เอริค แจ็คสัน นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทด้านการลงทุน “ไอร์ออนไฟร์ แคปิตอล” สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ หลังออกมาคาดการณ์ว่า ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร “เฟซบุ๊ก” ที่เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์หมายเลขหนึ่งของโลกในเวลานี้ จะถึงคราวต้องล่มสลายภายในระยะเวลา 8 ปี 
       
        แจ็คสัน ระบุว่า ความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าของหุ้นเฟซบุ๊ก หลังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ที่มูลค่าของหุ้นเฟซบุ๊กลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ จนต่ำกว่าระดับ 27 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 850 บาท) แล้วนั้น อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า “สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า” อีกหลายประการ อาจเกิดขึ้นกับเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งนี้ในไม่ช้า
       
        นักวิเคราะห์แห่งบริษัทด้านการลงทุน ซึ่งมีฐานอยู่ที่มลรัฐฟลอริดาในสหรัฐฯ และเขตปกครองพิเศษฮ่องกงรายนี้ ให้ความเห็นว่า เฟซบุ๊กอาจมีอันต้องล่มสลาย และหายไปจากโลกไซเบอร์อย่างแท้จริงภายในเวลา 8 ปี คล้ายกับชะตากรรมที่ “ยาฮู” อดีตยักษ์ใหญ่แห่งโลกอินเทอร์เน็ตกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้โดยปัจจัยสำคัญ คือ การที่เฟซบุ๊กจะประสบปัญหาในการต่อสู้กับคู่แข่งที่มีความสดใหม่กว่าในอนาคต
       
        การให้ความเห็นดังกล่าวของแจ็คสัน มีขึ้นระหว่างการให้สัมภาษณ์ของเขาในรายการ “Squawk on the Street” ทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี โดยเขาชี้ว่า เฟซบุ๊กจะประสบปัญหาอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้เมื่อต้องเผชิญกับ “ความทันสมัย” ในโลกของการติดต่อสื่อสาร ที่พร้อมทำให้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในปัจจุบัน กลายเป็นเรื่องที่ “ล้าสมัย” ได้ในชั่วเวลาเพียงข้ามคืนเท่านั้น
       
        “ใน 5-8 ปี เฟซบุ๊กจะก้าวไปสู่หนทางแห่งการล่มสลายเช่นเดียวกับยาฮู จริงอยู่ที่ยาฮูยังคงเป็นองค์กรธุรกิจที่สามารถทำเงินได้ ยังพอมีกำไร และยังมีพนักงานในสังกัดกว่า 13,000 คน แต่ ยาฮู ในวันนี้ มีมูลค่าคิดเป็นเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงที่ยาฮูรุ่งเรืองสุดๆ ในช่วงปี 2000” แจ็คสัน กล่าว
       
        ทั้งนี้ แจ็คสันได้แบ่งพัฒนาการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโลกอินเทอร์เน็ตออกเป็น 3 ยุค คือ ยุคของบรรดา “เว็บ พอร์ทัล” ที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ มาไว้บนหน้าเว็บ เช่น กรณีของยาฮู, ตามมาด้วยยุคที่ 2 คือ ยุคเฟื่องฟูของเครือข่ายสังคมออนไลน์และโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยยุคที่ 3 คือ ยุคของระบบการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ๆ เป็นต้น
       
        ขณะที่ในปัจจุบันเฟซบุ๊กได้พยายามอย่างหนักที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึง สมาร์ทโฟน ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่มีความหลากหลาย แต่เห็นได้ชัดว่า เฟซบุ๊กประสบปัญหาหนักในการทำให้แอปพลิเคชันต่างๆ ของตนทำกำไรได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้การโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบบ้าระห่ำ จนสร้างความรำคาญแก่ผู้ใช้

- -- - - - -- 


ไม่ว่าอะไรมาอะไรเจ๊ง ก็เพราะ
1 วันๆ เห็นคนถือ มือถือ เล่นเฟสบุ๊ถก ไม่คุยกับเคย ก้มหน้ากดๆ กิน ขี้ ปี้ นอน กดๆ ก้มหน้า
2 บางคนมีปมด้อย ไม่มีใครคบใครคุย ก็ไปเล่นเฟสบุ๊ก เอารูปปลอมๆ หรือรูปแต่งไปโพส คุยไปคุยมานัดเจอตัวจริงกันหงายหลังเยอะ
3 ผัวเมียบางคนต่างคนตางเล่น จนเลิก หย่า กันก็มี
มีเยอะ
4 การเอาเรื่องส่วนตัวไปโพส ดีก็ดีไปไม่ดี ก็มีคนเข้ามาด่า เสียหาย อับอายขายหน้า หาเรื่องมีทุกข์กัน เห็นมาก็เยอะ
ไร้สาระ

เราเป็นคนที่เคยต่อต้านพวก Hi5 หรือ Facebook ไม่สมัครทั้งๆ ที่เพื่อนๆ บอกให้สมัครเถอะจะได้ติดต่อสะดวก เราเคยรู้สึกว่ามันไร้สาระ เสียเวลา บางคนเสียงานเพราะมัวแต่เล่นในเวลางาน บางทีประชุมอยู่มันยังเล่นไม่เลิก


ไม่ว่าเฟซบุค มันจะมีประโยชน์อะไรอยู่บ้างก็ตาม
แต่ลองสังเกตดูสิ มันเป็นลักษณะพยายามจะใช้มันซะล่ะมากกว่า คือว่า ไม่มีมัน ก็ไม่เห็นจะเป็นไร
เฟซบุค มันเป็นแฟชัน ประเทศสาระขันต์เล่นกันมากที่สุดในโลก พอเบื่อมันก็แทบไม่เล่นกันอีกเลย ไม่เชื่อคอยดู
ป้า

แต่เมื่อช่วงปลายปีก่อนที่มีน้ำท่วมใหญ่ ใครๆ ก็แชร์ข้อมูล update กันใน fb เราเลยตัดสินใจสมัครเพื่อเกาะติดสถานการณ์ ทุกวันนี้ติด fb ไปแล้ว เพราะมันทำให้เราได้ติดต่อกับเพื่อนสมัยประถมมัธยมได้เยอะมาก นึกว่าชาตินี้จะขาดหายกันไปซะแล้ว แม้แต่เพื่อนต่างชาติก็ได้กลับมาเจอกันใหม่

ติดแล้ว


เลิกใช้ เฟซมาหลายเดือนแล้ว รู้สึกมีเวลาเหลือที่จะทำอะไรส่วนตัวได้มากกว่าเดิม คงล่มสลาย เพราะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย ข่าวนี้ออกมาทำราย เฟซมาเลยเพราะคนจะไม่ซื้อหุ้นอีกและหุ่นจะตกแบบลงเหวเลย 8 ปีนี้คิดในแง่ดีหรือเปล่าว ข้อดีก็มีช่วยน้ำท่วม สื่อสารระหว่างกลุ่ม โฆษณาสินค้า โปรโมทร้าน ข้อไม่ดีก็เยอะ พอๆ กัน แต่คนบางกลุ่มน้ำเน่า
สยามแลนด์

ผมได้เมียหลายคน ก็เพราะโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค พวกนี้แหละ ผู้หญิงที่อ่อนโลก ก็มักจะเสร็จผู้ชายที่เจนโลก คุณช่วยบอกลูกบอกหลานโดยเฉพาะเด็กหญิงว่า อย่าเล่นเลย เพราะนอกจากความสนุกแล้ว อาจจะได้ทุกข์ตามมาทีหลัง
jr


คนที่เล่นเฟซบุ๊คแต่ล่ะคนจุดพีคสุดก็ไม่เกิน 2 ปี หลังจากนั้นก็เบื่อแล้วก็จะเล่นบ้างไม่เล่นบ้างสุดท้ายก็ทิ้งร้างไว้เฉยๆ จะมีก็พวกว่างงานกับคนใหม่ๆที่เพิ่งเข้ามาเล่นแล้วก็จะเลิกราไปเป็นวัฐจักรจนกว่าจะมีอะไรใหม่ๆเข้ามาให้ตื่นเต้นกันอีก
ก็แค่เก่าไปใหม่มาช่วงเวลาหนึ่ง


คิดแบบ"นักวิเคราะห์" เฟสบุ๊คจะล่มสลายภายใน ๘ ปี
คิดแบบ "มาร์ค" เฟสบุ๊คก็จะพัฒนาให้สอดคล้องไปกับตามความต้องการของมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่กับที่
คิดแบบไทย คิดอะไรไม่ออก คิดไม่เป็น ไม่คิดอะไรเลย ยอมให้เขาหลอกต่อไปดีกว่า
ใครกันแน่ ที่จะล่มสลาย

มีเพื่อนคนหนึ่งน่าเบื่อมาก..นานๆเจอกันที นัดกินข้าวกัน เราอยากคุยเรื่องสารพัด แต่พี่แกก็ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปเราบ้าง เขาบ้าง เจออะไรถ่ายดะแล้วเอาไปอัพโหลดรูปในเฟชบุ๊ก ถ้าวันไหนไม่มีรูปก็จะโพสข้อความว่า วันนี้ทำอะไรบ้าง เจอใครบ้าง ไปไหนบ้าง กินอะไรบ้าง ประมาณนี้..ยังดีที่ไม่อัพโหลดรูปแล้ว
โพสว่ากำลัง อิ๊บ หรือ เข้าส้วม อึ๊ อยู่..
ข่าวดี สังคมล่มสลาย เพราะเฟชบุ๊ก

เบื่อที่เงื่อนไขเยอะ ต้องล็อคอิน แสดงตน
ผมอ่านเฉยๆ บางหน้าก็เป็นโฆษณาของร้านค้า ดันบังคับล็อคอิน
ไม่รันสคริปก็อ่านไม่ได้ รันเสร็จ โฆษณาก็มาเพียบ
ตอนนี้อ่านหน้าของร้านค้า หรือ PR มากกว่าใช้คุยกับเพื่อน
เห็นคนที่ติดคุยกับเพื่อนแล้วหงุดหงิด งานการไม่ทำเอาแต่ทิ่มๆๆๆๆ
เวรกรรม
กูเกิ้ล ยูทูป ฮอทเมลล์ล่ะ .........
ผมว่าอีกนาน ระดับนี้จะล้มได้คงต้องเปลี่ยนโครงสร้างแหละ

และจะอยู่นานกว่านี้ถ้ามันไม่สะดุดขาตัวเองซะก่อน อย่างเช่นการเปลี่ยนเป็นไทมไลน์
เบื่อมาก
จับตามองกูเกิ้ลพลัสครับ
ถึงแม้กูเกิ้ลจะพยายามตีตลาดเฟซบุ๊คไม่สำเร็จในตอนนี้
แต่หลายๆตัวของกูเกิ้ลก็เริ่มด้วยความแป้กมาโดยตลอด (ไม่ฮือฮาอย่างที่ควรจะเป็น)

แต่เมื่อสังเกต
กูเกิ้ลแอนดรอยด์
กูเกิ้ลแมพ
กูเกิ้ลเมลล์
กูเกิ้ลเพลย์(ด้วยการปรับเปลี่ยนจากแอนดรอยด์มาร์เกต ยอดเริ่มติด)
ทั้งหมดก็ออกตัวได้ไม่ฮือฮาแต่มาแรงแซงโค้งจนยืดหัวหาดได้ในตอนหลัง
ด้วยบุคคลากรของกูเกิ้ล ผมว่าน่าจะแชร์ตลาดได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวในอนาคต
(และจะเร็วกว่านี้ถ้ามีพวกฮิพๆ ดาราไปเล่นกันเยอะๆ)
กอบชัย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น