วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Thinking School

โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช 9 สิงหาคม 2552 14:15 น.

การเรียนที่ทำให้เด็กเพลิดเพลินคือ การเรียนผ่านการเล่น
และด้วยการลงมือทำ หลายโรงเรียนในต่างประเทศมีวิชาการออกแบบ
และเทคโนโลยีการออกแบบทำให้เด็กต้องใช้จินตนาการ
และถ่ายทอดออกมาเป็นแบบและลงมือทำ บางโรงเรียนก็มีวิชาการทำครัวด้วย
เด็กๆ สนุกสนานมากเพราะได้ลงมือทำปรุงรสและชิมกันเอง
เมื่อผมยังเด็กอายุสัก 8-9 ขวบ ผมก็ชอบทำข้าวผัดแล้วกินเองรู้สึกอร่อยมาก

คุณอนันต์ อนันตกูล
คุยกับผมว่าเด็กสมัยนี้ถูกกักกันอยู่ในโรงเรียนนานเกินไป
แม้จะเลิกเรียนบ่ายสามโมงครึ่ง แต่ก็ยังต้องอยู่ที่โรงเรียนรอพ่อแม่
บางคนก็ต้องไปเรียนพิเศษต่อ

ความคิดในการปฏิรูปการศึกษานั้น มีอยู่สองแนวทางคือ
เน้นการพัฒนาการสอนของครู และเน้นเอาเด็กเป็นศูนย์กลาง
จะว่าไปแล้วก็ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนทัศนคติ
และพฤติกรรมของครูผู้สอนนั่นเอง

การสอนของครูนั้น
ไม่ควรมีเป้าหมายอยู่เฉพาะการให้นักเรียนรู้สาระวิชาการเพื่อไปสอบแข่งกัน
เข้ามหาวิทยาลัย แต่ควรเป็นการให้เด็กได้มีเทคนิค
และทักษะที่ช่วยให้เขาได้นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิต
ไม่ว่าเขาจะประกอบอาชีพอะไร

การศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน และทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง
จากการสังเกตของนักวิจัยพบว่า ผลสำเร็จของการศึกษานั้น
ขึ้นอยู่กับปัจจัยสองประการคือ

ประการแรก ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีความตั้งใจ
มีส่วนร่วมให้ความสนับสนุนทรัพยากรอย่างพอเพียง ถ้าจะให้ดีต้องจัดตั้ง
"กลุ่มพลัง" ไว้คอยผลักดันการเปลี่ยนแปลง

เราจะเริ่มสร้าง Thinking School ได้อย่างไร
ขั้นแรกก็คือสร้างความตระหนักในความสำคัญของทักษะการคิด
และสอนทักษะการคิดให้ทั้งโรงเรียน
โดยครูผู้สอนจะไม่ใช่ผู้สอนเฉพาะสาระวิชา
แต่ต้องสอนเทคนิคและวิธีการคิดที่มีมากมายหลายวิธีด้วย

การจะทำ Thinking School นั้น ต้องเป็นโครงการระยะยาวประมาณ 5 ปี
โดยผู้บริหารจะต้องให้ความสนับสนุนอย่างจริงจัง
ทีมผู้อบรมจะต้องอธิบายให้ครูทั้งโรงเรียนเข้าใจว่า

- ทำไมการคิดจึงมีความสำคัญ

- ครูจะได้รับประโยชน์อย่างไร

- หลักสูตรทั่วไปต่างจากหลักสูตรการคิดอย่างไร

- มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร

- จะพัฒนาสภาพแวดล้อม และบรรยากาศที่ทำให้นักเรียนรู้จักคิดได้อย่างไร

- จะสร้างสภาพแวดล้อมของห้องเรียนให้เกิดการใช้ความคิดได้อย่างไร

- วิธีการคิดง่ายๆ เช่น PMI (Plus, Minus, Interesting) และ 6
Hats ของ Edward de Bono

เวลานี้มี อบจ.ที่เชียงรายและอุดรธานี
ที่ให้ทีมงานที่ประกอบด้วยครูนิวซีแลนด์ และทีมฝึกอบรมอีก 3 คนช่วยทำ
Thinking School ให้โรงเรียนภายในสังกัด อบจ.หลังจาก
สพฐ.ได้เคยสนับสนุนโครงการนำร่องไปแล้ว และต้องมีอุปกรณ์การศึกษา
ให้เวลากับครูในการฝึกอบรมคอยติดตามดูแลความก้าวหน้าอยู่เสมอๆ

ประการที่สอง
จะต้องมีบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค
และความยากลำบากในการปรับปรุงการเรียนการสอน

ประการที่สาม จะต้องส่งเสริมให้ครูทั้งโรงเรียนมีส่วนร่วม

ประการที่สี่ จะต้องมีระบบข้อมูลข่าวสาร
และเอกสารที่สนับสนุนการวางแผน การประเมินผล และกระบวนการรายงานผล

ประการที่ห้า จะต้องมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
โดยมีนโยบายระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน มีการคัดสรรครูที่ดี มีการฝึกอบรม

ขณะนี้ในประเทศนิวซีแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง
ได้มีการพัฒนาการศึกษาไปอีกระดับหนึ่ง นั่นคือ การสร้าง "Thinking
School" การผลักดันให้มี Thinking School นั้น มาจากกลุ่มครูซึ่งสอน
"ทักษะการคิด" ในโรงเรียนซึ่งทำเป็นวิชาเลือก

สำหรับนักเรียนแล้ว
จะเรียนรู้เทคนิคที่เกี่ยวกับการคิดอย่างมีคุณภาพ
สำหรับครูก็จะใกล้ชิดกับนักเรียนมากขึ้น
มีการกระตุ้นให้นักเรียนได้ขบคิดปัญหาทั้งใกล้และไกลตัว

การจะเกิด Thinking School ได้นั้น
ผู้บริหารและครูจะต้องมีความเข้าใจร่วมกัน มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน
และมีการตั้งทีมขึ้นมาผลักดันเรื่องนี้โดยเฉพาะ การประเมินผลแล้ว
ผลปรากฏว่าสิ่งแรกที่ต้องทำอย่างรีบด่วนคือ
การจัดการชั้นเรียนให้นักเรียนตั้งใจเรียนมากขึ้น ทำงานในห้อง
และมีการถกเถียงปัญหากัน
ควรมีการตกแต่งห้องเรียนให้น่าสนใจแทนที่จะเป็นห้องโล่งๆ

ครูที่เชียงรายมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นว่า Thinking School
เป็นอย่างไร เห็นความสำคัญของการจัดสภาพแวดล้อม และบรรยากาศของห้องเรียน
ครูครึ่งต่อครึ่งรู้สึกว่ามีความเข้าใจทักษะการคิดมากขึ้น

เวลานี้มีแต่โรงเรียนในสังกัด อบจ.อุดรฯ
และอบจ.เชียงรายเท่านั้นที่ทำเรื่องนี้ โรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯ
ที่ตื่นตัวและมีการฝึกอบรมเรื่องนี้ได้แก่ โรงเรียนอำนวยศิลป์

หากโรงเรียนในประเทศไทยส่งเสริมให้มีการสอนทักษะการคิดอย่างทั่วถึงแล้ว
การศึกษาของเราคงก้าวไปไกลกว่านี้

ในสิงคโปร์มีการสอนทักษะการคิดอย่างจริงจัง
จนการแข่งขันการแก้ปัญหาในอนาคตที่ทำเป็นประจำทุกปีนั้น ปีนี้โรงเรียน
St. Andrew Girls School และโรงเรียน Raffle Girls School
ได้รับรางวัลที่หนึ่ง

แล้วไทยเราล่ะจะทำอย่างไร

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000090301

1 ความคิดเห็น:

  1. ผมเป็นอีกคนที่เห็นด้วยกับท่านชัยอนันต์ ในเรื่องการปฏิรูปวิธีการเรียนการสอนในระบบการศึกษาบ้านเรา ที่มองข้ามการสอนกระบวนการคิด

    ในปัจจุบันโครงสร้างสัมคมมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากๆ ไม่ว่าเรืองของการยอมรับในความคิดที่แตกต่าง เด็กรุ่นใหม่หรือที่เรียกว่า "เจนวาย" ส่วนในภาคแรงงานก็มีการปลูกฝังความคิดที่ผิดๆ ว่าในสังคมมีคนสองชนชั้นคือชนชั้นนายจ้าง กับชนชั้นแรงงาน หากเราไม่เร่งปรับปรุงวิธีคิดและปลูกฝังวิธีคิดที่ให้ผู้คิดเป็นผู้ตัดสินใจเอง ว่าเขาควรเชื่ออะไร ไม่เชื่ออะไรแล้ว

    ปัญหาสังคมไทยหลังจากปี 2558 ก็คือคนไทย สังคมไทยจะเปิดใจ ปรับตัว เมื่อแรงงงานมีฝึมือจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนเขามาทำงาน มาอาศัยในสังคมไทย ได้อย่างไร ผมไม่อยากเห็นว่ากลุ่มคนบางกลุ่มอาศัยประเด็นนี้มาปลูกฝังความรักชาติแบบผิดๆ ว่าคนจากเพื่อนบ้านเข้ามาแย่งงานของคนไทย ในขณะที่เรายังมีโอกาสมีเวลาปรับตัว แรงงานไทยควรจะต้องมองดูตัวเองว่า ปัจจุบันทำงานมีประสิทธิภาพดีแล้วหรือไม่ และควรต้องพัฒนาปรุงทักษะอะไรเพิ่มเติมอีก

    ตอบลบ

.

Waiting....