++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทำไมโลกนี้ถึงมีความมืด

ก่อนนอนในค่ำคืนหนึ่งท่ามกลางอากาศอันร้อนอบอ้าว
ลูกชายและคุณพ่อเพิ่งเข้านอนได้ไม่นาน

ลูก “พ่อครับทำไมโลกนี้ถึงมีความมืดล่ะครับผมอยากให้มีแต่ความสว่างและเย็นสบาย
จะได้มีแต่ความสุขทั้งวันเลย”

พ่อ “ที่มีความมืดก็เพราะว่าโลกนี้มีความสว่างนะซิลูก”

ลูก “หนูไม่เข้าใจ ทำไมมีความสว่างแล้วต้องมีความมืดด้วย”

พ่อ “สมมุติว่าถ้าโลกนี้ไม่เคยมีแสงสว่างมาก่อน หรือว่าเราตาบอดแต่กำเนิด เราไม่เคย
เห็นแสงใดๆมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลย
ความรู้สึกที่เราไปให้ค่าสิ่งหนึ่งมากกว่าสิ่งหนึ่งนั่นแหละคือปัญหา

มองในอีกแง่มุมหนึ่ง ธรรมชาติก็คือความสมดุล ความสมดุลก็คือไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลง
ถ่ายเทเสมอ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ซึ่งทำให้คนเรายังดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ เช่นเมื่อ
มีมืดแล้วก็มีสว่าง มีหนาวเย็นแล้วก็มีอบอุ่น มีแห้งแล้งแล้วก็มีฝนตก
มีทุกข์แล้วก็มีสุข มีกลางคืนให้เราผักผ่อนหลับนอน แล้วก็มี รุ่งเช้าวันใหม่อันสดใสให้เรา
ได้ชื่นชมทุกๆวันไงล่ะ

แล้วลูกลองคิดดูซิว่า ถ้าโลกนี้มีแต่ความสว่างโลกนี้จะเป็นอย่างไร?”

ลูก “หนูจะได้ไม่ต้องนอนไง จะได้เล่นทั้งวันทั้งคืนเลย”

พ่อ “ใช่แล้วลูกการมองสิ่งต่างๆด้านเดียวอย่างที่ลูกมองนั้นแหละทำให้ลูก ไม่อยากให้มี
กลางคืน แต่ รู้ไหมล่ะว่าถ้ามีแต่กลางวันเราก็จะไม่อยากนอนผักผ่อนเลยเพราะรู้สึกว่า
ไม่จำเป็น แล้วถ้าทุกคนต่างทำงานหรือก็ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ตลอดทั้งวัน
บางคนก็คงเผลอไม่ได้นอนทีละหลายๆวัน แล้วก็คงจะมีเด็กนอนหลับในห้องเรียนแทนที่บ้าน
หรือมีอุบัติเหตุตามท้องถนนมากมาย ถ้าเราหาความสุขกันโดยไม่คำนึงถึงสภาพร่างกายๆ
เราก็จะทรุดโทรมอ่อนแอซักแค่ไหน

ถ้าพ่อแม่และลูกๆต่างแยกกันไปไม่มีเวลามืดค่ำแล้วครอบครัวเราจะได้มาเจอกันตอนไหน
ปัญหาที่เกิดจากไม่มีเวลาให้กันและกันในและความไม่สนใจกันและกันของคนในสังคม
ทุกวันนี้ อยากทำอะไรตามใจนี่แหละคือต้นเหตุของปัญหาใหญ่ที่เราเจอในสังคมตอนนี้”

ลูก “แล้วเราควรจะทำอย่างไรดีเมื่อต้องอยู่ในความมืดล่ะครับ?”

พ่อ “ถ้าลูกสังเกตจะพบว่าช่วงเย็นๆค่ำๆเป็นช่วงเวลาที่คนในครอบครัวเราจะได้มาเจอกัน
พร้อมหน้าทานอาหารได้พูดคุยกัน ปรึกษากัน ทำให้ครอบครัวอบอุ่นเพราะได้เห็นหน้ากัน

ก่อนนอนก็ เป็นช่วงเวลาของความสงบเงียบเป็นเวลาที่เราจะได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง
หลังจากที่เราไปทำหน้าที่ของตนเอง ต้องผ่านเรื่องราวมากมายทั้งดีและร้าย ลูกต้องตั้งใจ
สวดมนต์นั่งสมาธิทำใจให้บริสุทธิ์ให้จิตเป็นกุศล ปล่อยวางสิ่งไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นความกังวล
ความเกลียดชัง ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหลาย ออกไปจากใจของเรา ลูกจะได้ไม่สั่งสมเรื่องร้ายๆ
ที่ผ่านมาในอดีตให้มาทำร้ายจิตใจ ฝึกสติให้ว่องไว เพื่อที่จะรู้เท่าทันกิเลสที่จะมายั่วใจ
ให้หลงไหล จนจิตใจต่ำดำมืดไปกับเรื่องราวทั้งร้ายและดี

คนเราจะสูงแค่ไหนนอนลงแล้วก็เท่ากันเสมอ ถึงจะมีทรัพย์สินเงินทองยศศักดิ์อะไรมากมาย
ก็นอนลงในที่นอนแคบๆนี้เท่านั้นเอง จงหาความสุขให้พบในใจของตัวเอง อย่าคิดพึ่งพาใคร
หรือวัตถุสิ่งใด อย่าคิดว่าใครหรืออะไรจะมาช่วยเราให้มีความสุขได้จริง อย่าทำให้ตัวเอง
และผู้อื่นเดือด ใช้สติ ใช้ปัญญาเพื่อสิ่งดีๆให้แก่ตัวเองและผู้อื่นมีศรัทธามั่นคงในสิ่งที่ตัวเอง
นับถือ ใช้ชีวิตลูกด้วยความพอดีชีวิตลูกก็จะพบแต่ความสุข และจะได้นอนหลับฝันดีทุกๆวัน
ตลอดไป”

ลูก “ครับพ่อ เด็กน้อยฟังอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ทำให้นอนหลับลงได้ในที่สุด”

พ่อ “หลับฝันดีนะลูกรักของพ่อ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น