++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

"ทดเวลาหลับ" เคล็ดไม่ลับฉบับ "บอลโลก"

เปิดสนามมาได้ 1 สัปดาห์พอดิบพอดี สำหรับฟุตบอลโลก 2010 ช่วง 7
วันนี้ หลายคนอาจจะเห็นบรรยากาศในที่ทำงาน
หรือแม้กระทั่งในห้องเรียนที่คล้ายๆ กัน กล่าวคือ
เหลียวซ้ายไปก็เห็นคนหาว เหลียวขวามาก็เจอคนฟุบหลับสัปหงก
อนุมานเอาจากช่วงเวลาได้ว่า บรรดาผู้ที่กำลังง่วงเหงาหาวนอนเหล่านี้
น่าจะเป็นเหล่าคอบอลที่ยอมอดตาหลับขับตานอน รอเชียร์ทีมโปรดของตัวเอง

และแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าการนอนดึกเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายสุขภาพ
แต่เหล่ามิตรรักลูกหนังต่างก็โอดเป็นเสียงเดียวกันว่า 4 ปีจะมีสักหน
บิ๊กแมตช์ขนาดนี้ ถึงง่วงก็ต้องยอม! งานนี้ "พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร"
จิตแพทย์คนเก่งจาก รพ.กล้วยน้ำไท 1 จึงได้แวะเอาเคล็ดลับวิธีการ
"ทดเวลาหลับ" หรือเคล็กไม่ลับการนอนชดเชยช่วงเวลาที่อดนอนระหว่างบอลโลกมาฝากกัน

"คนเราควรจะนอนตอนกลางคืน แล้วตื่นเช้า
แต่หากทำสลับกันจะทำให้ต่อมไพเนียล เริ่มสร้างฮอร์โมนไม่สม่ำเสมอ
ทำให้อารมณ์แปรปรวน ไม่มีสมาธิ สมองและระบบประสาททำงานได้ไม่เต็มที่
การสั่งงานของสมองช้า การทำงานประสานระหว่างมือ และตา
อาการจะเหมือนกับผู้ที่ได้รับสารพิษ ทำให้เกิดอันตรายในการขับรถ
นอกจากนี้ยังทำให้ขี้กังวล ไตทำงานหนักขึ้น ท้องผูก ภูมิต้านทานต่ำ
ป่วยง่ายขึ้น และหายช้าลง"

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรายนี้อธิบายเพิ่มเติมว่า
การนอนของคนเรานั้นเป็นรอบ (Sleeping Cycle) ซึ่ง 1 รอบกินระยะเวลาประมาณ
90-110 นาที ซึ่งไม่เท่ากันในแต่ละคน และแต่ละวันก็แตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในวันนั้น และสิ่งที่ได้รับ เช่น การดื่มกาแฟ
แอลกอฮอลล์ การออกกำลังกาย และความเครียด

"การนอนช่วงดูบอลโลก ควรจะนอนให้ครบรอบการนอน เช่น
ถ้าวันนี้จะต้องตื่นตี 1 ก็ควรนอนหลับไปให้ครบ 1 รอบก่อน
แล้วค่อยนอนอีกครั้งเมื่อดูบอลจบตอนประมาณตี 3
แต่ถ้านอนหลายรอบการนอนมากเกินไปก่อนตื่นขึ้นมาดูบอล
อาจส่งผลให้นอนไม่หลับเมื่อดูบอลจบ แนวทางคร่าว ๆ
ในการนอนที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียน้อยที่สุดในช่วงดูบอลโลก
คือถ้าต้องการดูแมตช์ช่วงตี 1 อาจจะเข้านอนตอน 5 ทุ่ม - 5 ทุ่มครึ่ง
แล้วตั้งนาฬิกาปลุกไว้เพื่อตื่นขึ้นมาดูฟุตบอลตอนตี 1
แล้วค่อยนอนต่อตอนตี 3 แต่ถ้าตื่นไม่ไหวก็ ไม่ควรฝืน
ควรนอนต่อเนื่องไปเลย"

แต่แม้จะแนะนำวิธีการแก้ปัญหาการอดนอนเมื่อยามจำเป็นแบบนี้
พญ.เรขา ก็ยังคงย้ำว่า การนอนแบบที่แนะนำ
ก็ยังทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วไม่สดชื่นเท่ากับการนอนต่อเนื่องตามปกติอยู่ดี
ดังนั้นไม่ควรจะทำบ่อยๆ เรียกได้ว่า
เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินที่อดนอนก็พอจะได้

"การนอนแบบนี้ไม่ได้ทำให้สดชื่นในตอนเช้า ดังนั้น
จึงควรหาเวลางีบหลับในตอนกลางวัน สักประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง บ้าง
ก็จะช่วยลดความอ่อนล้า และง่วงนอนได้ ที่สำคัญ ควรนอนให้มีคุณภาพ
หลับให้สนิท ห้องนอนต้องมืดสนิท อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีกลิ่นอับชื้น
ไม่ควรฟังวิทยุ หรือเปิดทีวีทิ้งไว้ เนื่องจากจะทำให้สมองตื่นตัว
และนอนในห้องนอนที่อุณหภูมิเย็นกำลังสบาย ไม่ร้อน หรือหนาวเกินไป"
พญ.เรขา ทิ้งท้าย ก่อนจะย้ำด้วยว่า
วิธีดังกล่าวไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง โรคหัวใจวาย
ฯลฯ เพราะอาจส่งผลต่อชีวิตได้ ถ้าทำอย่างต่อเนื่อง การนอนที่ดีที่สุด คือ
การหลับสนิทอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6-8 ชั่วโมง
ไม่ควรนอนด้วยวิธีดังกล่าวเป็นประจำ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว


เทคนิคช่วยให้นอนหลับสนิท

1.ที่นอนไม่แข็ง หรือนุ่มเกินไป สะอาด ไม่มีกลิ่นอับชื้น
2.เสื้อผ้าที่หลวมกำลังสบาย เนื้อผ้านิ่มใส่สบาย ไม่รัด หรือทำให้ร้อนเกินไป
3.ปิดไฟ และผ้าม่านให้ห้องมืดสนิท
4.ห้องนอนควรเป็นห้องที่เงียบสนิท ไม่มีเสียงจากรอบๆ ดังรบกวนการนอน
5.เสียงภายในห้องนอน อุปกรณ์บางอย่างในห้องนอน
อาจส่งเสียงรบกวนการนอนได้ เช่น นาฬิกา
เตียงนอนที่ส่งเสียงเอี๊ยดเมื่อขยับตัว เครื่องปรับอากาศ
หรือพัดลมที่ดังเกินไป ฯชฯ
6.กลิ่นสะอาดสดชื่น
ไม่ควรนอนในที่ที่มีกลิ่นอับชื้นหรือกลิ่นกับข้าวฟุ้งอยู่ทั่วห้อง
หรือถ้าชอบกลิ่นหอมอาจใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยของไทย เช่น มะลิ กระดังงา
ฯลฯ
7.ควรนอนในห้องนอนที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ทำได้ง่าย ๆ
โดยการเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้ลมพัดผ่าน
และเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรค
และช่วยแก้ปัญหากลิ่นอับชื้นได้ดี
8.ไม่ควรดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น
เนื่องจากคาเฟอีนอาจตกต้างในร่างกายได้นานถึง 16 ชั่วโมง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น