++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

คุณค่าจากการให้....

พงษ์ดนัย ชายหนุ่มผู้มีชีวิตอาจกล่าวได้ว่าสมบูรณ์แบบ...หน้าตาหล่อเหลา.... การศึกษาสูง...หน้าที่การงานมั่นคง...มีความก้าวหน้าในอนาคต คนรอบข้างต่างรักใคร่ ชีวิตแสนเพียบพร้อมของเขาทำเอาหลายคนต่างชื่นชมและแอบอิจฉา

วันหนึ่งชีวิตที่สมบูรณ์แบบของเขา ก็ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบมากขึ้น เมื่อพี่ชายคนโตยินดีควักเงินก้อนใหญ่ ซื้อรถสปอร์ตคันงามให้เป็นของขวัญวันเกิด ไม่ต้องบอกว่าเจ้าตัวจะยินดีปรีดาเพียงใด เพราะรถสปอร์ตสุดหรูคันนี้ ชายหนุ่มฝันอยากได้เป็นเจ้าของมานานนัก


เมื่อความฝันเป็นจริง สิ่งที่เขาคิดทำอย่างแรกคือ ขับเจ้ารถสปอร์ตตระเวนไปตามที่ต่างๆ ให้สมอยาก ใจหนึ่งต้องการทดสอบแรงม้าที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องเครื่อง ว่าจะมีเรี่ยวแรงเต็มกำลังสักเพียงไหนอีกใจหนึ่งนั้น เป็นที่แน่นอนว่า ลองใครที่มีรถสวยและแรงขนาดนี้ คงไม่เก็บเอาไว้ชื่นชมเพียงลำพังที่โรงรถในบ้านเป็นแน่... ชายหนุ่มขับรถโฉบเฉี่ยวไปยังที่ต่างๆ รอบเมืองพัทยา และยิ้มภูมิใจ เมื่อชำเลืองมองพบว่ามีสายตาหลายคู่ข้างทาง ต่างเหลียวหันมองตามรถคันสวยของเขา

เขาขับโฉบเฉี่ยวไปมาสักพัก จึงชะลอหาที่พักทั้งเครื่องและคน….แล้วปราดเข้าจอดข้างถนนที่ริมชายหาดจอมเทียน




ระหว่างกำลังพักผ่อนอิริยาบถและทอดสายตาออกไปชมทะเลรับลม ยามเย็น เมื่อหันกลับไปมองที่รถ ซึ่งจอดชิดริมฟุตบาธ เขาเห็นเด็กชายอายุราว 10 ขวบ แต่งตัวมอซอแต่ดูสะอาด เดินลูบๆ คลำๆ รอบรถคันงามของเขา ด้วยกิริยาท่าทีชื่นชอบอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มรู้สึกภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ กับสิ่งที่หลายต่อหลายคนใฝ่ฝัน

เขาเดินยืด-อก มาที่รถ พร้อมกระแอม…แล้วเอ่ยทักทายเด็กคนนั้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ดั่งขุนศึกผู้ชนะสงคราม

"ระวังหน่อยน้อง...เดี๋ยวเป็นรอย" ว่าพลางยิ้มมุมปาก

เด็กน้อยหันมองจ้องชายหนุ่มเจ้าของเสียง ก่อนตอบ

"รถของพี่เหรอ.. สุดยอด!" เอ่ยพลางตาโตชื่นชม

"แน่นอน" เขาตอบ พร้อมระบายยิ้ม

"พี่ซื้อมาราคาเท่าไหร่กันเนี่ย " เด็กน้อยถาม

"อืมม์…คนอื่นอาจต้องควักสตางค์ซื้อเองแหละนะ...แต่พี่ไม่ต้อง…เพราะพี่ชายของพี่เพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อไม่กี่วันนี้เอง" ตอบพลางยิ้มปลื้ม

"โอ้โห! ดีจัง ผมอยาก...." เด็กน้อยตะกุกตะกัก ชะงักในตอนท้าย

ชายหนุ่มคิดในใจว่า เด็กคนนี้คงไม่กล้าพูดต่อ เพราะที่อยากจะพูด แต่ ยั้งปากยั้งคำไว้นั้น คงจะต้องการบอกว่า อิจฉา และอยากจะเป็นอย่างเขาบ้างล่ะสิ ที่มีพี่ชายแสนดีซื้อรถสุดหรูให้เป็นของขวัญ...

ทว่าหาได้เป็นอย่างที่ชายหนุ่มคิด...


"ดีจัง ผมอยาก..อยาก เป็นอย่างพี่ชายของพี่จังเลย…ผมจะได้ซื้อรถให้น้องชายผมนั่งบ้าง" ชายหนุ่มฟังแล้วถึงกับจุกที่คอ…




ในสังคมทุกวันนี้ ใครต่อใคร ต่างตั้งหน้าตั้งตาเพียงแต่จะรับ หรือบางคนไม่ยอมรอ...ต่างใช้กำลังความได้เปรียบ แย่งชิงของคนอื่นมาเป็นของตัวเองแต่เด็กคนนี้กลับคิดสวนทางใครๆ...ที่อยากจะเป็นผู้ให้ มากกว่าเป็นผู้รับ......

ชายหนุ่มมองเด็กชายด้วยความรู้สึกทึ่ง และแปลบปลาบในใจ แล้วเอ่ยถาม...


"อยากนั่งรถเล่นกับพี่มั้ย"
"ครับ อยากมากเลย" เด็กชายตอบแทบจะทันที






หลังจากขับรถเล่นกินลมไปตามถนนเลาะเลียบชายหาดอยู่พักหนึ่ง เด็กน้อยหัน มาพูดกับเขาด้วยดวงตามีประกายว่า…

"พี่ครับ...ช่วยขับรถไปทางหน้าบ้านผมหน่อยได้มั้ยครับ"

ชายหนุ่มยิ้มบางๆ เขาคิดว่าน่าจะเดาไม่ผิด และรู้ดีว่าเด็กน้อยต้องการอะไร...คงอยากจะอวดให้เพื่อนบ้านเห็นว่าได้นั่งรถหรูหราคันโตกลับบ้านล่ะสิ…ทว่า…

"พี่ช่วยจอดตรงหน้าบ้านหลังข้างหน้านั้นนะครับ"เมื่อรถจอดนิ่ง เด็กน้อยรีบลงจากรถ แล้ววิ่งขึ้นบันไดหายไปบนบ้านชั้นเดียว ซึ่งปลูกแบบง่ายๆ ยกพื้นเตี้ยๆ มีระเบียงแคบๆ ด้านหน้า





สัก ครู่จึงกลับออกมา แต่ไม่ได้วิ่ง เขาอุ้มน้องตัวเล็กๆ ที่พิการขาลีบทั้งสองข้างมาด้วย แล้ววางน้องลงที่บันไดขั้นแรก กอดน้องไว้ที่ด้านหลัง แล้วชี้มาที่รถ

"นั่นไงหนุ่ย...รถคันที่พี่เล่าให้ฟัง พี่ชายของเขาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด เขาไม่ต้องเสียตังค์เลยนะ......เอาไว้พอหนุ่ยโตขึ้น แล้ววันหนึ่งพี่จะซื้อให้หนุ่ยบ้าง แต่พี่จะขับให้เองนะ...หนุ่ยจะได้ไปดู ไปเห็นของสวยๆ กับตาของหนุ่ยเอง เหมือนที่พี่เคยเล่าให้ฟังไง"




ชายหนุ่มได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน ....เขาลงจากรถ แล้วเดินไปหาเด็กทั้งสอง ก้มลงอุ้มน้องคนเล็ก แล้วนำมานั่งบนเบาะหน้า ฝ่ายพี่ชายรีบปีนตามขึ้นมานั่งใกล้


แล้วทั้งสามก็เริ่มออกเดินทาง…


บัดนี้ชายหนุ่มเข้าใจลึกซึ้งแล้วว่า...


"การให้...เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ" หมายถึงอะไร…

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น