++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2547

"ปลวก" วัฏจักรชีวิตในกองดิน

แทบทุกครั้งที่ออกเดินศึกษาธรรมชาติในป่า เรามักพบเห็นจอมปลวกขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างกระจายอยู่ทั่วไป เคยสงสัยไหมว่าปลวกมีวงจรชีวิตเช่นใดภายในกองดินอันแข็งแกว่ง

จอม ปลวก หรือ รังของปลวก ถือเป็นอาณาจักรของแมลงที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากที่สุดรังปลวกบางพันธุ์ ในทวีปแอฟริกามีความสูงเหนือพื้นดินถึง ๖ เมตร มีอุโมงค์เชื่อมต่อใต้ดินครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ๕ ไร่ และมีปลวกอาศัยอยู่รวมกันประมาณ ๕ ล้านตัว รังของปลวกที่มีลักษณะเป็นกองดินขนาดใหญ่ในบ้านเรามักเป็นปลวกในสกุล Macrotemes ความที่ปลวก (Termite) มีรูปร่างคล้ายมดและมีสีค่อนข้างขวาซีด จึงมีชื่อเรียกบางชื่อว่า White ant ทั้งที่จริง ๆ แล้วปลวกจัดอยู่ในอันดับ Isopthera ส่วนมด ผึ้ง ต่อ แตน นั้นจัดอยู่ในอันดับ Hyminoptera เพราะปลวกมีส่วนท้องกว้างกว่าอก ซึ่งผิดกับมดที่ส่วนท้องตอนที่ติดกับอกคอดกิ่ว ปัจจุบันทั่วโลกค้นพบชนิดของปลวกแล้วไม่ต่ำกว่า 1,800 ชนิด 200 สกุล ส่วนในประเทศไทยเองพบว่ามีปลวกอยู่นับร้อยชนิด


ปลวกแต่ละชนิดต่างมี กลวิธีและรูปแบบในการสร้างรังไม่เหมือน แต่ไม่ว่าจะมีขนาดมหึมาราวหอคอยหรือเล็กเพียงแค่เนินดิน ปลวกจำนวนมากมายในแต่ละรังจะแบ่งออกได้เป็น 3 วรรณะคือ ปลวกงาน ผู้คอยวิ่งวุ่นทำงานทุกอย่างภายในรัง เริ่มตั้งแต่ตอนก่อสร้างจอมปลวก ซ่อมแซมรังถ้ามีการสึกหรอ ดูแลรักษาไข่ของนางพญาไปจนถึงการหาอาหารมาเลี้ยงดูปลวกในวรรณะอื่น ถัดมาคือ ปลวกทหาร ซึ่งมีรูปร่างทะมัดทะแมงมีส่วนหัวและกรามใหญ่โตกว่าส่วนอื่น เพื่อใช้เป็นอาวุธในการออกรบ ปลวกทหารจะเป็นผู้ต้อนรับด่านแรกหากมีผู้บุกรุกเข้ามาภายในจอมปลวก และปลวกในวรรณะสุดท้ายได้แก่ ปลวกสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นพวกเดียวที่มีโอกาสเจริญเติบโตจนสามารถผสมพันธุ์และวางไข่ได้ และเชื่อไหมว่าภายในจอมปลวกหนึ่ง ๆ ซึ่งมีปลวกนับหมื่นนับแสนตัวล้วนถือกำเนิดมาจากพญาปลวกเพียงตัวเดียว ส่วนนางพญาปลวกเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น ต้องไล่ค้นไปถึงวงจรชีวิตของปลวกอันเริ่มต้นจากการจับคู่ของมวลหมู่แมลงเม่า



แมลง เม่า (alates) คือปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ที่โตเต็มที่โดยมีปีกยาวเลยลำตัวออกมา เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงฤดูฝน ปลวกหนุ่มสาวที่มีปีกภายในจอมปลวกจะพากันบินออกมาจากรังมารวมหมู่เพื่อ เลือกคู่ครอง พอจับคู่กันได้หนึ่งต่อหนึ่ง ก็ชักชวนกันไปหาทำเลอันเหมาะสม จัดการสลัดปีกทิ้งผสมพันธุ์กันแล้วมุดลงสู่พื้นดิน หลังจากนั้นแมลงเม่าสองตัวก็จะกลายสภาพเป็นราชาและราชินีปลวก รานิชีเริ่มต้นขบวนการวางไข่อย่างต่อเนื่องทันทีหลังการผสมพันธุ์ โดยมีราชาคอยผสมพันธุ์ โดยมีราชาคอยผสมพันธุ์ให้เป็นระยะ ๆ นับจากนี้เธอจะกลายเป็นนางพญาปลวก คอยทำหน้าที่วางไข่สร้างประชากรไปตลอดชั่วชีวิต เมื่อเวลาผ่านไปรูปร่างของนางพญาจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ คือ ส่วนท้องจะขยายใหญ่ขึ้นตลอดเวลาเพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนไข่ที่ต้องวางเพิ่ม เมื่ออายุ 10 ปี ขึ้นไปรูปร่างของนางพญาจะมองดูคล้ายหนอนยักษ์ตัวอ้วนพองที่เคลื่อนที่ไปไหน ไม่ได้อีกต่อไป ประมาณกันว่านางพญาปลวกสามารถวางไข่ได้ 14 ฟอง ในทุก 3 วินาที ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเธอจึงมีลูกจำนวนมหาศาล ประชากรปลวกรุ่นใหม่เหล่านี้เองที่ช่วยกันสร้างอาณาจักรใหม่อย่างแข็งขัน


การ สร้างจอมปลวกเริ่มขึ้นโดยเหล่าปลวกงานจะช่วยกันกัดดินและขนดินมาทีละก้อน แล้วใช้น้ำลายเป็นตัวเชื่อมติด พวกมันค่อย ๆ สร้างผนังจอมปลวกแน่นหนาขึ้นทีละน้อยอย่างอดทน โดยมีปลวกทหารคอยทำหน้าที่อารักขาความปลอดภัยให้ ศัตรูสำคัญของปลวกทหารคือมดพันธุ์ต่าง ๆ ที่ชอบเข้ามารุกรานถึงภายในจอมปลวก เมื่อปราศจากการรบกวนปลวกงานจะสร้างห้องหับต่าง ๆ อย่างเป็นระบบเริ่มตั้งแต่ตำหนักของนางพญาที่จะต้องแข็งแกร่งเป็นพิเศษและ ซ่อนอยู่มิดชิดที่สุดภายในรัง แล้วจึงสร้างห้องเก็บรักษาไข่เพื่อบ่มฟักตัวอ่อน ซึ่งมันจะต้องขนไข่ออกจากตำหนักของนางพญามาจัดเก็บให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ เสร็จจากนั้นปลวกงานส่วนหนึ่งทำการขุดช่องระบายอากาศเพื่อให้ภายในจอมปลวก เย็นสบายอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งขุดอุโมงค์ใต้ดินสู่ภายนอกเพื่อใช้เป็นเส้นทางในการออกไปหาเสบียง อันได้แก่เศษไม้เป็นหลัก ความจริงปลวกไม่สามารถย่อยไม้ได้เองอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นโปรโตซัวซึ่งอาศัยอยู่ในกระเพาะของมันต่างหากที่ช่วยย่อยเซลลูโลส ให้กลายเป็นสารอาหาร ปลวกงานจะนำเชื้อราที่ได้จากการย่อยมาสร้างเป็นสวนเห็ดขึ้นภายในจอมปลวก เพื่อลดภาระในการออกตระเวนหาอาหารจะเห็นว่าปลวกงานมีหน้าที่หนักที่สุดใน บรรดาปลวกทั้ง 3 วรรณะ ปลวกงาน
จึงมีประชากรมากที่สุด
ทั้งนี้นางพญาจะมีฮอร์โมนสังคม (Social Hormone) ควบคุมการวางไข่ให้อัตราส่วนประชากรในวรรณะต่าง ๆ ได้สมดุลอยู่ตลอดเวลา


เมื่อ ทุกอย่างเริ่มเข้าที่ทางนางพญาจะผลิตปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง พอถึงฤดูผสมพันธุ์ปลวกจำนวนนี้จะกลายเป็นแมลงเม่าบินอำลาจากจอมปลวกอันเก่า เพื่อเริ่มต้นจับคู่และสร้างอาณาจักรของมันเองขึ้นมาอีกครั้ง
ปลวกมี บทบาทสำคัญในการช่วยย่อยสลายไม้ เศษไม้ และวัตถุอื่น ๆ เพื่อนำแร่ธาตุหมุนเวียนกลับสู่ระบบนิเวศ และเมื่อแปลงร่างเป็นแมลงเม่าก็ยังเป็นอาหารทรงคุณค่าทั้งต่อนกและสัตว์ต่าง ๆ ภายในกองดินหนาทึบมีโลกเล็ก ๆ ที่กำลังทำหน้าที่ของเผ่าพันธุ์อย่างสัตย์ซื่อให้กับนิเวศธรรมชาติ


จากเพชร 2541 Advanced Thailand Geographic

แนะวิธีเลี่ยงเสี่ยงภัยกินยาไม่จำเป็น ออกกำลังกายประจำ-กินอาหาร5หมู่

น.พ.มงคล ณ สงขลา ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ประกาศเตือนให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้หวัดคัดจมูกที่มีส่วนผสมของ ตัวยาเฟนนิลโพรพาโนลามีน หรือยาพีพีเอ เพราะมีผลการวิจัยที่เชื่อถือได้ว่ายามีอัตราเสี่ยงทำให้เกิดอาการเลือดออก ในสมองได้ อย่างไรก็ดีในช่วงฤดูหนาวนี้ประชาชนมักจะป่วยได้ง่ายขึ้นเนื่องจากความชื้น ในอากาศมีน้อย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจะเป็นหวัดปีละ 6-8 ครั้ง ครั้งหนึ่งนานประมาณ 7-9 วัน ทำให้มีการใช้ยาแก้หวัดกันมากมาย แม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคที่หายได้เองก็ตาม เพราะเกิดจากเชื้อไวรัส แต่อาการของเด็กที่ป่วยคือ อาการไอ เป็นไข้ เจ็บคอเล็กน้อย หรือบางทีเด็กไม่กินนมจะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวล และต้องการยามารักษาให้เด็กหายจากอาการป่วย โดยอาจไปซื้อยาเองหรือพบแพทย์ ซึ่งบางครั้งถึงกับทำให้แพทย์จำเป็นต้องจ่ายยาบางอย่างให้โดยไม่จำเป็น
"การ ดูแลเด็กที่ป่วยเป็นโรคหวัด โดยปกติทั่วไปแพทย์จะไม่แนะนำให้ใช้ยาแก้หวัด หรือยาแก้ไอ แต่จะแนะนำให้กินอาหารตามปกติ ดื่มน้ำบ่อยๆ ให้พักผ่อน หากเด็กมีไข้ให้เช็ดตัวลดไข้ หากมีอาการไอให้กินน้ำอุ่นบ่อยๆ เพราะน้ำจัดเป็นยาแก้ไอที่ดีที่สุด หรืออาจทำน้ำผึ้งผสมมะนาวป้ายลิ้นหรือละลายให้จิบ หากมีอาการคัดจมูกมีน้ำมูกมาก ให้เช็ดหรือดูดออกด้วยลูกยางแดงเบอร์ 2 หากมีน้ำมูกแห้งกรังให้หยดด้วยน้ำเกลือที่ผสมใช้ได้เอง คือใช้เกลือป่น 1/4 ช้อนชาต่อน้ำต้มสุก 1 แก้วข้างละ 1-2 หยด จะทำให้เยื่อจมูกเปียก เด็กจะหายใจโล่งขึ้น" น.พ.มงคลกล่าว
น.พ.สมทรง รักษ์เผ่า อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ กล่าวว่า ยาแก้ไอ แก้หวัด ชนิดน้ำสำหรับใช้ในเด็กที่วางจำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นยาสูตรผสมมีอยู่หลายร้อยตำรับ เช่น ยาลดน้ำมูก ยาลดอาการคัดจมูก ยาแก้แพ้ ยาระงับไอ ยาแก้ไอ เป็นต้น โดยเฉพาะยาลดน้ำมูก และยาลดอาการคัดจมูกนั้น แม้ว่ายานี้จะใช้ได้ผลในผู้ใหญ่ แต่ถ้าใช้ในเด็กเล็กขอให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะยาอาจทำให้เด็กใจสั่น มีอาการกระวนกระวายนอนไม่หลับได้ ส่วนยาแก้แพ้ ยาระงับไอนั้นไม่ได้รักษาหวัด แต่จะบรรเทาอาการไอ โดยฤทธิ์ข้างเคียงของยานี้จะทำให้ง่วงนอน และทำให้น้ำมูกแห้ง ซึ่งอาจทำให้เสมหะอุดตันหลอดลมของเด็กได้
"นอกจากนี้ยาแก้ไอสูตรผสม ซึ่งนอกจากจะไม่มีข้อพิสูจน์ว่าก่อให้เกิดฤทธิ์เสริมขึ้นแล้ว เด็กยังมีโอกาสได้รับยาที่เกินความจำเป็น โดยหากมีความจำเป็นต้องใช้ยาแก้หวัดก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และขอให้ใช้ยาน้อยชนิดเท่าที่จำเป็น ควรศึกษาวิธีใช้จากฉลากข้างขวดให้เข้าใจ ระมัดระวังอย่าใช้ยาเกินขนาด เพราะจะทำให้ลูกของท่านเสี่ยงต่อพิษภัยของยาโดยไม่จำเป็น ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ป่วย โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ" น.พ.สมทรงกล่าว
ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า กองระบาดวิทยา สธ. รายงานสถานการณ์ของโรคระบบทางเดินหายใจว่าเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยของประชาชน ทุกวัยมากเป็นอันดับ 1 พบได้ตลอดปี มีประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคระบบนี้เข้ารับการตรวจรักษาในสถานบริการสาธารณสุข ทุกระดับทั่วประเทศ ประเภทผู้ป่วยนอกประมาณ 13 ล้านคนต่อปี
โดยคุณ : มงคล ณ สงขลา

ตกงานแต่อย่าตกใจ

ยุคนี้ ใครตกงาน เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ใครได้งานซิเรื่องแปลก แหม ก็คนหางาน เยอะกว่างานรอคนนี่ค่ะ ไม่ว่าคุณจะถูกเลย์ออฟหรือเพิ่งจบซิงๆ แต่ยังหางานทำไม่ได้ก็เถอะ ขออย่าเพิ่งหมดใจเราเชื่อว่า คุณมีโอกาสเสมอ แต่ยังไงก็ตาม มีผู้รู้เสนอแนะในยามที่คุณตกงาน ไว้อย่างนี้ค่ะ...

เสียใจได้แต่อย่าถอดใจ
ถ้า คุณเสียใจที่คุณโชคร้ายกลายเป็นคนตกงานหรือถูกเลย์ออฟ ร้องไห้ให้หนำใจ แต่จงตระหนักไว้ว่า "การสูญเสียงานอาจไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่"

อย่าเก็บตัว
รักษาความสัมพันธ์ที่ ดีกับเพื่อนเก่าญาติผู้ใหญ่ที่คุณใกล้ชิด การได้พบปะกับเพื่อนสนิท หรือญาติผู้ใหญ่ บางคนอาจเป็นช่องทางให้คุณมีงานทำได้

รักษาหุ่น
อย่าปล่อยตัวกับการนอนดูทีวีทั้งวันหรือใช้เวลาว่างอันเหลือเฟือของคุณไปกับการกินอย่างไม่อั้น ใช้เวลาว่าง
ที่ คุณมีอยู่ ออกกำลังกายกันดีกว่า นอกจากจะทำให้คุณกลายเป็นคนหุ่นดี การออกกำลังกายยังทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายกระปรี้กระเปร่า จิตใจสดชื่นขึ้นได้

เพิ่มพูนความรู้
ช่วงเวลานี้นับเป็น โอกาสอันดีที่คุณจะได้ไปเข้าคอร์ส อบรม ศึกษาเพิ่มเติมไนเรื่องทึ่คุณสนใจ หรือเพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มโอกาสในการหางานทำของคุณ

เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส
ลองดูว่ามีอาชีพอิสระอะไรที่คุณสนใจ หรืองานอดิเรกอะไรที่คุณถนัดและสามารถที่จะสร้างอาชีพให้กับตัวคุณได้ โดยใช้เงินเริ่มต้นสำหรับการลงทุนไม่มากนัก หรืออาจจะลองหาโอกาสเข้าร่วมสัมมนา ติดตามข่าวสารในการลงทุนใหม่ๆอาจจะเป็นลู่ทางในการสร้างธุรกิจของคุณขึ้นมา ได้เอง ไม่แน่นะครับคุณอาจจะค้นพบธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้กับคุณได้มากกว่าการ เป็นลูกจ้างก็เป็นได้

แม้ว่าวันนี้ คุณยังเป็นคนหนึ่งที่ตกงานอยู่ แต่ถ้าคุณมีพลังใจที่เข้มแข็งไม่ท้อแท้ ไม่คิดว่าตัวคุณโชคร้าย ไม่ปล่อยเวลาให้ว่างโดยไร้ประโยชน์ รู้จักมองหาโอกาส คุณก็จะประสบความสำเร็จในการหางานทำ ได้อย่างแน่นอน ดังที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า"ใครก็ตามที่ยิ่งใหญ่ มักจะมีประวัติชีวิตที่ยากลำบาก แต่เขาสามารถเปลี่ยนความยากลำบาก ให้เป็นโอกาสของตัวเองได้"

ชี้เรียนในระบบทำลายศักยภาพเด็กผู้ปกครองหันส่งลูกเข้าร.ร.ทางเลือก

ผอ.ร.ร.รุ่งอรุณชี้โรงเรียนทางเลือกกำลังได้รับความนิยม เหตุเพราะผู้ปก
ครองหมดศรัทธากับการศึกษาในระบบแบบเก่าซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการทำ
ลายศักยภาพเด็ก แนะโรงเรียนทั่วไปควรเริ่มต้นปฏิรูปการศึกษาจากคำ
ถามที่ว่า"ทำไปทำไม" เชื่อหากเป็นการรับนโยบายเบื้อง บนมาปฏิบัติ
อย่างที่เป็นอยู่โดยไม่เข้า ใจแก่นสาร การปฏิรูปคงไม่มีวันทำ ได้สำเร็จ
ในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา แวดวงการศึกษาเมืองไทยอยู่ในช่วงตื่น
ตัวของแนวคิดปฏิรูปการศึกษา และการแสวงหาทางเลือกใหม่ในการ
เรียนรู้ โดยได้เกิดมีโรงเรียนทางเลือกขึ้นหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ โรง
เรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเกิดจากแนวคิดในการสร้าง การศึกษารูปแบบใหม่ที่ส่ง
เสริมการเรียนรู้ของเด็กอย่างเต็มศักยภาพ

นางประภาภัทร นิยม ผู้อำนวยการ ร.ร.รุ่งอรุณ เปิดเผยว่าหลังจาก
เปิดการเรียนการสอนเมื่อปี 2540 โดย เริ่มต้นรับนักเรียนในชั้นอนุบาล
1 , ป.1 และ ม.1 ปัจจุบันมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง ป.4 และ ม.
1-ม.4 รวม 654 คน คาดว่า 2 ปีข้างหน้าจะเปิดครบทุกระดับชั้นตั้งแต่
อนุบาล 1 จน ถึงชั้น ม.6 โดยจะมีนักเรียนทั้งหมดรวม 1,125 คน เต็ม
ตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ในแต่ละปีมีเด็กจำนวนมากที่ไม่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าเรียน

ซึ่ง ผอ.ร.ร.รุ่งอรุณกล่าวว่าไม่ใช่เพราะเด็กไม่มีความสามารถ เพราะที่นี่
ไม่ได้ใช้วิธีการให้เด็กสอบคัดเลือกเข้าเรียนแต่ใช้วิธีสัมภาษณ์ผู้ปกครอง
โดยมีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นจากผู้ปกครองของเด็กที่กำลังเรียนอยู่เป็นผู้
สัมภาษณ์ ซึ่งจะทดสอบใน 2 ประเด็น คือ การเลี้ยงดูลูกและความคาด
หวังต่อการศึกษาของลูก

"เรารับนักเรียนได้จำกัด โดยมาสเตอร์แพลนที่วางไว้คือห้องละ 25
คนและจะไม่มีการขยายจำนวนรับมาก กว่านี้ ซึ่งแต่ละปีมีผู้ปกครองพา
เด็กมา สมัครเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะมีความรู้มากขึ้น
และมีความเข้าใจในเรื่องของการศึกษามากขึ้น จึงต้องการ แสวงหาอะไรใหม่ๆ ที่จะ
มาแก้ไขปัญหาการศึกษาในระบบเดิมๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก"

ผอ.ร.ร.รุ่งอรุณ กล่าวว่าปัญหาของการศึกษาไทยที่เป็นอยู่
คือระบบ การเรียนการสอนที่แยกเนื้อหาสาระออกจากการปฏิบ
ัติในชีวิตจริง ทำให้เด็กรู้สึกว่าอึดอัดและเป็นภาระกับการไปโรงเรียน เป็นเรื่องฝืน ใจ
เรียนแค่ให้จบๆ ไป ไม่ได้มุ่งมั่นว่าจะได้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ อะไรขอ
แค่สอบได้ก็พอ


"เห็นได้ชัดว่าระบบการเรียนในโรงเรียนที่เป็นอยู่มันทำลายศักยภาพ
หรือภาวะการเรียนรู้ของเด็กในทุกระดับชั้น ระดับประถมอาจจะดีหน่อย
เพราะเป็นเนื้อหาพื้นฐาน แต่พอเริ่มขึ้นชั้นมัธยมเด็กส่วนใหญ่จะรู้สึกว่า
สิ่งที่เรียนมันห่างจากตัวเขาไปทุกที ตรงนี้จึงเป็นที่มาของร.ร.รุ่งอรุณ ที่
จะพลิกปัญหาที่เกิดขึ้น โดยให้เด็กเข้าใจว่าเขาเรียนวิชานั้นๆ ไปทำไม
และ ความรู้เหล่านั้นนำไปปฏิบัติในชีวิตจริง ของเขาได้ยังไง

"โดยหลักการของร.ร.รุ่งอรุณ คือเด็กต้องเรียนรู้ด้วยความคิดความ
อ่านของเขาเอง ด้วยความเป็นมนุษย์ที่เต็มเปี่ยมของเขา คือ มนุษย์ทุก
คนมีความคิดความอ่านของตัวเอง ซึ่งถ้าเป็น แบบนี้เด็กจะเก่งทุกคน
แต่ ที่เป็นอยู่เด็กจะเก่งน้อยลงๆ เมื่อเข้าโรงเรียน เพราะโรงเรียนทำลาย
ความคิด ทำลาย อะไรต่างๆ ให้หยุดชะงักหมด คิดอะไรก็ไม่เชื่อมโยง แยก
ออกจากกันหมดเลย"

วิธีการของ ร.ร.รุ่งอรุณ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานความคิดของครู
ก่อน เพราะถือว่าครูมีหน้าที่บอกและชี้นำ จึงควรตระหนักรู้ว่าสาระต่างๆ
ที่ จะสอนให้กับเด็กนั้นเพื่ออะไร ความรู้นั้นทำให้ชีวิตของเด็กดีขึ้น
อย่างไรและถ้าไม่เรียนจะเสียหายหรือไม่

"การหาความรู้ไม่ใช่เรื่องยากเย็น จะเปิดหนังสือสักกี่เล่มก็มี แต่มัน
อยู่ที่ว่าครูตระหนักในความรู้นั้นหรือเปล่า และพร้อมที่จะบอกกล่าวกับ
เด็กไหม แล้วก็มาถึงคำถามที่สองตามมาคือ คุณ ไม่ได้สอนวิชานี้ให้จบๆ
ไปนะ แต่คุณ ต้องสอนให้เขารู้สิ่งนี้ด้วยใจของเขาเอง ด้วยความเต็มอก
เต็มใจอยากที่จะรู้ นี่เป็น 2 คำถามหลักๆ ที่เราต้องย้ำกับครูก่อนที่จะ
เป็นครูที่นี่ได้"

นางประภาภัทร กล่าวต่อว่า เช่น เดียวกันกับการปฏิรูปการศึกษา
ที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังส่งเสริมให้กับโรงเรียนต่างๆ นั้น ก็ควรจะ
เริ่มต้น จากการทำความเข้าใจในจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการศึกษาก่อน
ส่วนหลักการหรือวิธีการต่างๆ นั้นควรเป็นเรื่องรอง

"การปฏิรูปการศึกษาที่ทำกันอยู่ เขาไปเน้นที่เทคนิควิธี ซึ่งมันมีอยู่
ร้อย สีพันอย่างทั่วโลก แต่การจะเอามาใช้เมื่อไหร่อย่างไรกับใครที่ไหน
โรงเรียน หรือผู้บริหารเขารู้หรือเปล่าว่าจุดมุ่งหมายที่จะทำนั้นคืออะไร
ถ้าหากว่าการ ปฏิรูปไม่ได้เอาจริงเอาจัง ไม่ได้เริ่มต้น จากจุดนี้ มันก็
แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะว่าจุดตั้งต้นคือการทำ เหตุใหม่มัน
ไม่เกิด" ผอ.ร.ร.รุ่งอรุณ กล่าวทิ้งท้าย
โดยคุณ : ประภาภัทร นิยม

คุณภาพของครูสู่คุณภาพการเรียนรู้ : ข้อคิดจากการตรวจสอบการฝึกหัดครูของประเทศนิวซีแลนด์

การศึกษาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

จากการประชุมการศึกษา วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระหว่างชาติ ครั้งที่ 3 (TIMSS) ชี้ให้เห็นว่า "ประสิทธิภาพในการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ขึ้นอยู่กับความรู้วิชาการที่ครูมีอยู่ และได้รับการฝึกมาอย่างดีในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนให้ถึงระดับ สูงสุด ครูต้องมีทัศนคติเชิงบวกต่อวิชาและนักเรียนมีเวลาเพียงพอที่จะเรียนรู้"


การ ศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นานาชาติ ครั้งที่ 3 (TIMSS) พบว่า การที่ครูขาดความรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ทำให้ผลการเรียนของนักเรียนในประเทศนิวซีแลนด์ตกต่ำ ในการสอบครั้งนั้น โปรแกรมการฝึกหัดครูปัจจุบันให้การศึกษาในวิชาเหล่านี้น้อยมาก คือ เกินเลยกว่าหลักสูตรที่ครูสอนเพียงเล็กน้อย งานวิจัยอื่นๆ ชี้ให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงอย่างชัดแจ้งระหว่างผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์กับระดับความรู้ในสาขาวิชาเหล่านั้นของครู ผู้สอน การศึกษาวิจัยในสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้ ชี้ให้เห็นว่านักเรียนชั้นปีที่ 10 ผู้ซึ่งครูได้รับปริญญาตรีในวิชาคณิตศาสตร์ มีผลการเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ดีกว่านักเรียนซึ่งครูได้ปริญญาตรีในสาขาอื่นๆ
หรือไม่ได้ปริญญาตรีเลย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้ว รัฐบาลพิจารณาเห็นว่าการปรับปรุงมากมายในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียน จะขึ้นอยู่กับการปรับปรุงระดับวิชาการของครูในวิชาเหล่านี้ วิชาเหล่านี้จะทำให้ครูเกิดความเข้าใจในหลักการ และก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและจะนำไปสู่การเกิดทัศนคติเชิงบวกต่อการสอน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อีกด้วย

คุณสมบัติของครู
กลุ่มประเทศ OECD ได้พัฒนานิยามศัพท์การทำงานของครูที่มีคุณภาพ ซึ่งมี 5 มิติ ต่อไปนี้
1. มีความรู้ในหลักสูตรและเนื้อหาวิชาในหลักสูตรอย่างเพียงพอ
2. มีทักษะด้านวิชาชีพครูและมีความสามารถในการใช้ยุทธวิธีในการสอน และการประเมินผลอย่างหลากหลาย
3. สามารถคิดไตร่ตรองและมีความสามารถที่จะวิเคราะห์ตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของวิชาชีพครู
4. มีความเห็นอกเห็นใจ และมีความจริงใจในการรับรู้ศักดิ์ศรีของนักเรียน ผู้ปกครอง และเพื่อนร่วมงานในการดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
5. มีความสามารถในการจัดการ เพราะครูต้องรับภาระ รับผิดชอบในด้านการจัดการหลายๆ ด้าน ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน

การศึกษาของ OECD
สรุปว่า ความจริงใจเป็นบุคลิกภาพที่เด่นที่สุดของครูที่มีคุณภาพสูง และความจริงใจนี้ทำให้ลักษณะอื่นๆ ของคุณภาพครูนั้นเป็นไปได้ ความจริงใจในวิชาชีพเป็นกุญแจสำคัญต่อการปฏิบัติงานที่ประสบผลสำเร็จ
นอกเหนือไปจากความจริงใจแล้ว ความสามารถทางด้านวิชาการอย่างสูง มีความจำเป็นต่อคุณสมบัติของครูด้วย

ดร. สุรศักดิ์ หลาบมาลา
www.rb.ac.th

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2547

คำถามจิตวิทยา มุมมองความรัก

คำถามจิตวิทยา : มุมมองแห่งความรัก"
คำถามข้อที่ 1 ถามว่า
คุณสามารถช่วยชีวิตสัตว์ได้หนึ่งชนิด หากโลกจะแตกคุณจะเลือกช่วยอะไร ?
1.กระต่าย
2.แกะ
3.กวาง
4.ม้า
คำถามข้อที่ 2 ถามว่า
หากคุณได้เดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมเผ่าพื้นเมืองแห่งหนึ่งในแอฟริกา
ขากลับเขาจะให้สัตว์อย่างหนึ่ง เพื่อเป็นที่ระลึก คุณจะเลือกตัวอะไร ?
1.ลิง
2.สิงโต
3.งู
4.ยีราฟ
คำถามข้อที่ 3 ถามว่า
ถ้าคุณได้ทำผิดแล้วถูกพระเจ้าลงโทษสาบให้เป็นสัตว์คุณจะเลือกเป็นตัวอะไร
1.สุนัข
2.แมว
3.ม้า
4.งู
คำถามข้อที่ 4 ถามว่า
ถ้าคุณมีอำนาจ คุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดหายสาบสูญไปจากโลกตลอดกาล ?
1.สิงโต
2.งู
3.จระเข้
4.ฉลาม
คำถามข้อที่ 5 ถามว่า
คุณอยากจะให้สัตว์ชนิดใดพูดภาษาคนได้มากที่สุด ?
1.แกะ
2.ม้า
3.กระต่าย
4.นก
คำถามข้อที่ 6 ถามว่า
หากต้องติดอยู่บนเกาะร้างกลางมหาสมุทร คุณอยากจะให้ใครไปอยู่เป็นเพื่อน ?
1.มนุษย์
2.หมู
3.วัว
4.นก
คำถามข้อที่ 7 ถามว่า
ถ้ามีเวทมนต์ คุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์เลี้ยง ?
1.ไดโนเสาร์
2.เสือขาว
3.หมีขั้วโลก
4.เสือดาว
คำถามข้อที่ 8 ถามว่า
คุณจะเลือกเป็นตัวอะไร ถ้าหากสามารถแปลงเป็นสัตว์ได้ 5 นาที
1.สิงโต
2.แมว
3.ม้า
4.นกพิราบ

เฉลย
คำถามข้อที่ 1 คุณสามารถช่วยชีวิตสัตว์ได้หนึ่งชนิด
หากโลกจะแตกคุณจะเลือกช่วยอะไร?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ
คนที่มีบุคลิกแบบใดที่ดึงดูดใจคุณมากที่สุด?
1. กระต่าย เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบคนที่รักสันโดษ
มองภายนอกเป็นคนสงบนิ่ง ซึ่งต่างจากภายในที่ร้อนเหมือนไฟ
2. แกะ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
คุณชอบคนที่ดูอบอุ่นและเชื่อฟังคุณ
3. กวาง เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบคนบุคลิกดี
สง่างามและดูภูมิฐาน
4. ม้า เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบคนที่รักอิสระเสรี
ไม่ชอบทำอะไรตามกฏเกณฑ์และเป็นตัวของตัวเอง
คำถามข้อที่ 2
หากคุณได้เดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมเผ่าพื้นเมืองแห่งหนึ่งในแอฟริกา
ขากลับเขาจะให้สัตว์อย่างหนึ่ง เพื่อเป็นที่ระลึก คุณจะเลือกตัวอะไร?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ การจีบแบบใดที่โดนใจคุณมากที่สุด?
1. ลิง เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบการจีบแบบสร้างสรรค์
มีอะไรแปลกใหม่มาให้คุณประหลาดใจอยู่เสมอเพราะนั่นจะทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อ
2. สิงโต เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบการจีบแบบตรงไปตรงมา
หากรักก็บอกว่ารักกันไปเลย
3. งู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
คุณชอบการจีบแบบที่ดูโลเลไม่แน่นอน
บางครั้งเขาทำเหมือน รักคุณมากมาย
แต่บางครั้งก็แกล้งทำเหมือนไม่ใส่ใจคุณเลย
เพราะนั่นจะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายตลอดเวลา
4. ยีราฟ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
คุณชอบการจีบแบบที่แสดงถึงความอดทน จริงใจ
และพร้อมที่จะให้อภัยคุณได้ทุกอย่าง คำถามข้อที่ 3
ถ้าคุณได้ทำผิดแล้วถูกพระเจ้าลงโทษสาบให้เป็นสัตว์คุณจะเลือกเป็นตัวอะไร?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ
สิ่งใดที่ทำให้คุณรู้สึกประทับใจในตัวเขา?
1. สุนัข เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความซื่อสัตย์ ความมั่นคง
และจริงใจที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
2. แมว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความโก้เก๋
ความมีรสนิยมในตัวเขา
3. ม้า เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ การมองโลกในแง่ดีของเขา
4. งู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความเป็นคนง่ายๆ สบายๆ
และไม่เรื่องมากของเขา
คำถามข้อที่ 4 ถ้าคุณมีอำนาจ
คุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดหายสาบสูญไปจากโลกตลอดกาล?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ
สิ่งใดที่คุณทนไม่ได้เลยหากคนรักของคุณทำนิสัย แบบนี้?
1. สิงโต เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ การถือตัว ยิ่งยโส
และชอบดูถูกคนของเขา
2. งู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ
เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขา
3. จระเข้ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความก้าวร้าว
หยาบกระด้างของเขา
4. ฉลาม เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
อาการ ขี้ตกกังวลและความไม่มั่นใจในตัวเองของเขา
คำถามข้อที่ 5 คุณอยากจะให้สัตว์ชนิดใดพูดภาษาคนได้มากที่สุด?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ
คุณอยากให้ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักดำเนินไปแบบไหน?
1. แกะ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ สามารถเข้าอกเข้าใจกันได้
และสื่อสารกันด้วยสายตาโดยจำเป็นต้องพูดออกมาและดำเนินความสัมพันธ์ไปเหมือนที
่คนรุ่นพ่อแม่เคยปฏิบัติ
2. ม้า เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
สามารถเปิดอกพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง
โดยไม่มีความลับต่อกัน
3. กระต่าย เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
มีสัมพันธภาพที่อบอุ่นและรักกันหวานชื่นตลอดเวลา
4. นก เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ มีความสัมพันธ์ที่มั่นคง ยาวนาน
เพราะ คุณมองไปถึงการสร้างอนาคตร่วมกันด้วย
คำถามข้อที่ 6 หากต้องติดอยู่บนเกาะร้างกลางมหาสมุทร
คุณอยากจะให้ใครไปอยู่เป็นเพื่อน?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ คุณมีแนวโน้มแค่ไหน เรื่อง
"การนอกใจ"?
1. มนุษย์ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
คุณเป็นคนแคร์สังคมและศีลธรรม
คุณจะไม่คิดนอกใจ หลังจากแต่งงานแล้วเด็ดขาด
2. หมู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณทนต่อการยั่วยุไม่ค่อยได้
ดังนั้นมีแนวโน้มที่คุณจะคิดนอกใจ
3. วัว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณมีความอดทนอดกลั้นดีเยี่ยม
คุณพยายามที่จะไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น
4. นก เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณไม่มีความอดทน
ดัง นั้นมีโอกาสที่จะกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม หากมีแรงยั่วยุ
คำถามข้อที่ 7 ถ้ามีเวทมนต์ คุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์เลี้ยง?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับ
เรื่อง"การแต่งงาน"?
1. ไดโนเสาร์ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณเป็นคนมองโลกแง่ร้าย
ไม่อยากแต่งงาน
2. เสือขาว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
คุณคิดว่าการแต่งงานเป็นสิ่งที่มีค่า
ถ้าได้แต่งงานคุณ จะประคับประคองชีวิตคู่ให้คงไว้ตลอดไป
3. หมีขั้วโลก เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณกลัวการแต่งงาน
เพราะคิดว่ามันอาจทำให้คุณหมดอิสระ
4. เสือดาว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณอยากแต่งงาน ทั้งๆ
ที่ ความจริงแล้วคุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิตคู่เลย
คำถามข้อที่ 8 คุณจะเลือกเป็นตัวอะไร ถ้าหากสามารถแปลงเป็นสัตว์ได้ 5
นาที?
ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับ ความรัก"?
1. สิงโต เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
คุณมักจะเหนื่อยเสมอในเรื่องของความรัก
เพราะคุณยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่รัก แต่ก็ใช่ว่าคุณจะตกหลุมรักใครง่ายๆ
2. แมว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ
คุณรักตัวเองมากกว่าและคุณก็คิดว่าความรักเป็นแค่อารมณ์
อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น
3. ม้า
เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือคุณไม่ต้องการจะทุ่มเทอะไรมากมายเพื่อความรัก
แต่สิ่งที่คุณทำไปทุกอย่างก็เพราะไม่อยากจะอยู่คนเดียวเพียงลำพังในโลกใบนี้เท่า
นั้น
4. นกพิราบ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณคิดว่าความรักนั้น
คือการเปิดใจยอมรับที่จะใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน

เก็บมาฝาก : กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย-คู่ชีวิต

"เก็บมาฝาก" วันนี้จะนำเรื่องกุ๊กกิ๊กน่ารัก จากเว็บไซด์ http://www.nonthavej.co.th ซึ่งนำเรื่องกรุ๊ปเลือดมาอธิบายเรื่องของนิสัย และการเลือกคู่ครอง โดยในเว็บไซด์ดังกล่าวได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า หมู่โลหิตถูกกำหนดโดย
พันธุกรรมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดได้เองตามความพอใจ
การที่นำกรุ๊ปเลือดมาทำนายลักษณะนิสัยของตนเองและบุคคลทั่วไปนั้น
เป็นเพียงผลสรุปของการรวบรวมข้อมูลสถิติที่ว่าด้วยลักษณะนิสัยของบุคคล
ที่มีหมู่โลหิตต่าง ๆ แล้วนำมาวิเคราะห์โดยอาศัยจิตวิทยา
สิ่งที่นำเสนอนี้จะมีประโยชน์ต่อท่านในเรื่องของการศึกษาอุปนิสัยทั้งตัว
ท่านเองและคนรอบข้าง มาดูกันว่าคนในแต่ละกรุ๊ปเลือดมีนิสัยอย่างไร

กรุ๊ป A เป็นคนจริงใจ อ่อนน้อม แต่ชอบคัดค้าน ความรับผิดชอบสูง
อ่อนไหว ทำงานมีหลักเกณฑ์ เป็นคนมีจริงใจเมตตาและเสียสละ เป็นนัก
บริหาร รัก ความแปลกใหม่ข้อบกพร่องคือ ลังเลใจ วิตกกังวัล ทำให้เกิด
การตัดสินใจล่าช้า

กรุ๊ป B เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน เกลียดการผูกมัด รักอิสระ ไม่ชอบ
ประเพณีคร่ำครึโบราณ มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดีมั่นใจในตนเองจิตใจ
กว้างขวาง แต่ขาดความอดทน

กรุ๊ป O เป็นคนช่างสังเกต เฉลียวฉลาด มั่นใจในตนเอง รักการ
ต่อสู้ ตรงไปตรงมา เปิดเผย ดื้อดึง มีทิฐิ จิตใจเข้มแข็ง ไม่ยอมอ่อนน้อม
ให้ใครง่ายๆ

กรุ๊ป AB อ่อนไหว สุขุม เยือกเย็น ชอบค้นคว้าหาเหตุผล ตัดสินใจ
แม่นยำ อ่อนโยนเป็นกันเอง จิตใจเสียสละ รักการเปลี่ยนแปลง

เลือกคู่ดูจากหมู่เลือดชาย + หญิง

A+A = คู่ครองตัวอย่างมีความสุขใจคนอื่นอิจฉา หญิงเอาใจเก่ง
ชายนำหน้าเสมอ

A+B = ได้แฟนจอมหยิ่งและเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มกรุ๊ปเอ เพราะ
ปราบสาวจอมหยิ่งได้

A+O = ได้แม่ศรีเรือนแล้ว ชีวิตแต่งงานมีความสุขยิ่ง

A+AB =ถ้าทั้งสองได้รักกันด้วยน้ำใสใจจริง จะช่วยแก้ไขข้อบกพร่อง
กันและกันได้อย่างน่าเอ็นดู

B+A = จะสุขจะทุกข์อยู่ที่ใจของตน พูดง่ายๆ ต้องทำใจ หากรักกัน
เล่นๆ แต่ต้องแต่งงานจริง ก็คงมองเห็นแต่ความทุกข์นะจะบอกให้

B+B = ในใจทั้งสองจะมีแต่เราเพียงเราคิดถึงซึ่งกันและกัน มีความรัก
ดูดดื่ม จะมีความสุขอย่างหาที่เปรียบมิได้

B+O = จะมีความสุขซาบซึ้งเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกันเป็นคู่ที่แลเห็น
ความงามความดีของกันและกัน ความรักสดชื่น มั่นคง และพร้อมจะฝ่าฟัน
อุปสรรคทุกอย่าง

B+AB = หนุ่มต้องตามจีบสาวในระยะแรก แต่เมื่อตรงลงปลงใจกัน
แล้ว สาวจะคล้อยตามทุกอย่าง เพราะฉะนั้นหนุ่มอย่างเอาเปรียบสาวนะจะ
บอกให้ ไม่ดี

O+A = ถ้ารักกันต้องมีความจริงใจ ไม่ปิดบังซ่อนเร้นกัน มีอะไรต้อง
พูดกัน เป็นคู่รักที่มีความสุขจริง ๆ

O+B = คู่นี้ท่าทางจะดี เพราะมองโลกในแง่ดี หญิงจะมีความรู้สึกอบ
อุ่นปลอดภัย เมื่ออยู่กับหนุ่มกรุ๊ปโอ

O+O = ทั้งคู่มักจะขัดแย้งกัน ชายควรทำใจให้กว้าง หญิงควรลด
ความเจ้าแง่แสนงอน ถ้าตกร่องปล่องชิ้นกัน หญิงจะคอยสนับสนุน ส่งเสริม
ชายให้ ประสบความสำเร็จ

O+AB = ถ้าต้องการให้มีความสุขในชีวิตรัก ควรปรับอารมณ์ให้เย็นลง
อย่าเอาแต่ใจตนเอง

AB+A = เป็นคู่ที่เหมาะสมที่สุด เพราะชายจะเป็นผู้ที่มองการณ์ไกล
ในขณะที่หญิงเป็นแม่บ้าน ที่ดี

AB+B = เมื่ออยู่ในความรักหอมหวานยิ่ง เมื่อแต่งงานแล้วมักจะ
มีปัญหาตามมา โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าครอบครัวมีอันจะกินก็รอดตัวไป
แต่ถ้าหาเช้ากินค่ำควรระวัง

AB+O = ชีวิตสมรสประสบความสำเร็จแน่ แต่สาวต้องเข้มแข็ง
และพร้อมเป็นผู้นำครอบครัว เพราะหนุ่มนิสัยขี้เล่น ชอบเย้าแหย่จนสาวใจ
อ่อนรับรักนั้นเอง

AB+AB =มีกรณีพิพาทเกิดขึ้นได้ทุกเวลาควรระงับจิตใจบ้างเก็บปาก
เก็บคำอย่าพูดให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำน้ำใจ มิฉะนั้นรักจะกลายเป็นพิษนะจะบอกให้

ความรักทำให้คุณตาบอด แต่สมองสว่าง

AP - เมื่อคุณมีความรัก ดวงตาคุณจะเปล่งประกาย หน้าตาเปล่งปลั่ง ต่อมเล็ก ๆ 4 ต่อมบนสมองคุณก็เหมือนกัน

แอนเดรียส บาร์เทลส์ นักศึกษาปริญญาเอกที่ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน เสนอการวิจัยของเขาเกี่ยวกับประสาทวิทยาเมื่อวันอังคาร เขาศึกษานักศึกษา 17 คนที่บอกว่าพวกเขากำลังมีความรัก ซึ่งสนับสนุนโดยการทดสอบทางจิตมาแล้ว เมื่อมีการโชว์รูปหวานใจให้บุคคลเหล่านั้นดู พวกเขามีเลือดไหลเวียนเร็วขึ้นกว่าเมื่อเห็นรูปเพื่อน หรือคนที่รู้จักกันมาเป็นเวลานาน

ทุกส่วนในสมอง ตั้งแต่ 6-20 ส่วนแสดงให้เห็นว่ามีกิจกรรมมากขึ้น โดยต่างกันไปในแต่ละคน แต่มีเพียง 4 ส่วนเท่านั้นที่ตรงกันในผู้หญิง 11 คน และผู้ชาย 6 คน นอกจากนี้การดูรูปหวานใจยังลดกิจกรรมในสามส่วนใหญ่ ๆ ของสมองที่รู้กันว่าจะทำงานเมื่อคนอารมณ์เสีย หรือกดดัน

ดร. มาร์คัส เรชเล่ จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันผู้เข้าร่วมชมการเสนอด้วยกล่าวว่า "ภาพอาจจะชัด แต่อารมณ์ไม่" ภาพการสแกนสมองแสดงปฏิกริยาจริง แต่คำถามคือว่าเขากำลังดึงอารมณ์ไหนออกมา ในขณะที่มีการประเมินระดับความโกรธหรือหวาดกลัวมากมาย เรชเล่กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการศึกษาเรื่องความรักอย่างลึกซึ้ง ความรักก็ต้องมีการประเมินระดับอย่างความรู้สึกด้านลบเหมือนกัน

STRANGENESS (ความแปลกประหลาด)

นายหน้าในวงการธุรกิจบันเทิงคนหนึ่งเข้าแนะนำการแสดงอย่างใหม่แก่เจ้าของไน ท์คลับ และบอกว่าดาราของเขาผมสลวยสวยยิ่งนัก ทั้งมีสัดส่วนบันลือโลก 74-22-36 เจ้าของไนท์คลับทึ่งในสรีระของหญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง และอยากรู้ว่าเธอจะแสดงการเต้นแบบไหน

"โอ..เธอไม่ต้องเต้นต้องรำอะไรทั้งนั้นแหละครับ" นายหน้าตอบ "แค่คลานขึ้นเวทีแล้วพยายามลุกขึ้นยืนให้ได้ก็แปลกประหลาดน่าดูสุด-สุด แล้ว


จาก พล.ต. เลิศ กำแหงฤทธิ์รงค์
ธันวาคม พ.ศ. 2540