++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ทำไม อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ถึงทำให้หนุ่มๆกระชุ่มกระชวย!!!!

เปิดประเด็น
==============
อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ดารานักแสดงในสังกัดช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ เป็นดาราสาวที่มีคนกล่าวถึงมากที่สุด เพราะความเซ็กซี่ น่ารักของเธอ เล่นละครเรื่องไหน มีคนคอยจับตาดูตลอด ถ่ายโฆษณาก็เป็น talk of the town ได้ มีแต่คนจับตา

เป็นคนที่มีเสน่ห์รุนแรงมากๆ




ทำไมอั้ม พัชราภา ถึงโดนใจหนุ่มๆมากนัก
=========
หลายคนบอกว่าเธอเซ็กซี่ มีบางสัดส่วนชวนจ้องมอง
เสียดายที่อั้ม มีแฟนแล้ว แฟนหนุ่มชื่อ ต๊อด อายุน้อยกว่า แหม ทำไมช่างโชคดีอะไรเช่นนั้น

ที่อั้ม พัชราภา โดนใจหนุ่มๆมากมาย แน่นอน การแต่งตัวของอั้มนี่เอง ที่ดึงดูดสายตาของหนุ่มๆมากมาย
เล่นละครก็นุ่งเสื้อผ้าสั้นๆมาตลอด ไปถ่ายโฆษณา ก็จะมาในชุดที่เซ็กซี่
เรียกว่า เห็นอั้มทีไร สายตาของหนุ่มมักจะมีจุดที่จะจ้องมองด้วยความกระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ

ดารานักแสดงคนอื่นๆก็เซ็กซี่ไม่แพ้กัน แต่ที่อั้มมาแรง น่าจะเป็นแผนการตลาดที่โดนใจผู้ดู ผู้ชม


ทำไมหนุ่มๆถึงหัวใจกระชุ่มกระชวยเมื่อเห็นอั้ม
============
ทั้งๆที่เธอมีแฟนแล้ว แต่ทำไม หลายคนถึงยังคงมองอั้ม
นอกจากการแต่งตัวของอั้มแล้ว ข่าวคราวเกี่ยวกับอั้ม ล้วนมีสีสันทั้งนั้น
ต่างจากดาราสาวคนอื่นๆ ที่จะมีสีสันในช่วงสั้นๆ แต่อั้ม มีข่าวตลอด
ทั้งๆที่มีแฟนแล้ว แต่ก็ยังเป็นข่าวได้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตลาดของเจ้าของช่อง เจ้าของละครได้
เมื่อมีจุดขายที่ชัดเจน กลุ่มเป้าหมายย่อมกระชุ่มกระชวยได้ง่ายๆ


อั้ม พัชราภา เซ็กซี่ จริงหรือ
===========
ถ้าให้อั้ม อยู่เฉยๆ แต่งตัวเรียบร้อย มิดชิด นุ่งกางเกงขายาว
นิ่งๆเงียบๆ เป็นกุลสตรีไทย
อั้มก็คงเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง ที่ไม่มีใครสนใจมองมากถึงขนาดนี้
แต่นักการตลาด ที่มีสายตาแหลมคม มองหาจุดเด่น และจุดขาย
ทำให้อั้ม กลายเป็นดาราดังขึ้นมาได้
ถ้าผู้หญิงคนอื่น รู้จักบริหารเสน่ห์ได้เหมือนอั้ม พัชราภา
หนุ่มไทย คงกระชุ่มกระชวยกันทั้งประเทศ


จะดีมั้ย ถ้าแฟนสาวของคุณจะเซ็กซี่แบบอั้ม พัชราภา
==============
หลายคนชอบ อั้ม พัชราภา
อยากมีแฟน สไตล์อย่างอั้ม พัชราภา
ถ้ามีแฟนอย่างนี้ คงจะทำให้ใครต่อใครอิจฉาตาร้อน

แต่ถ้ามีแฟนสไตล์ อั้ม คงจะเหนื่อยไม่เบา
ต้องคอยระวังมือที่สาม ที่สี่ ที่อยากจะมาแย่งแฟนเธอไปจากคุณ
ถ้าแฟนคุณเซ็กซี่แบบอั้ม คงต้องดูแลเป็นพิเศษ ระวังผู้ชายรอบทิศที่จะมาเกาะแกะกับแฟนคุณ
เซ็กซี่มากๆ ก็อันตราย ไปเดินคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียวไม่สะดวก
อาจจะโดนทำมิดีมิร้าย กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง นสพ.ได้
เป็นตัวของตัวเองดีกว่า
แฟนคุณมีดีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีดี คุณคงไม่ตกหลุมรัก เป็นแฟนกับเธอแน่นอน
ก็ขนาดเธอยังไม่เซ็กซี่แบบ อั้ม พัชราภา
คุณยังรักเธอแล้วนี่นา....

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เทคนิคโทรศัพท์เพื่อให้ได้แฟน


เวลาติดตาต้องใจใครสักคน คุณจะสานต่อ สัมพันธภาพกะเค้าต่อไปยังไงดี?


บุกไปหาเค้าที่บ้านเลยดีไหม (อ้าวก็คิดถึงนี่) หรือแวะไปทักเค้าที่ทำงาน ให้ตื่นเต้นเล่นก็ไม่เลว แต่ก่อนจะทำอย่างที่เล่า คุณควรโทรศัพท์ไปหาเค้าก่อนไม่ดีกว่ารึ ขืนทะเล่อทะล่าบุกไปหาถึงบ้าน หรือออฟฟิศ แหงล่ะเค้าย่อมเซอร์ไพรส์ แต่อีกใจอาจนึกตำหนิในความอุตสาหะ ที่ไม่รู้จักกาลเทศะของผู้มาเยือนก็ได้ ยิ่งถ้าไม่ได้นัดหมายกันไว้ล่วงหน้า ก็อย่าหวังว่า คนที่คุณปิ๊งไว้ จะมีเวลาเจียดมาให้ จีบ ซะให้ยากเลยหนู


ใน บันได 10 ขั้น สำหรับการโทร.หาคนที่คุณหลงใหลได้ปลื้มเป็นครั้งแรก (Top 10 : Tips For The First Phone Call) บอกว่า เวลา นี่แหละเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงที่สุด เพราะผู้มีอารยะและสมบัติผู้ดีควรไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ก่อนว่า เวลาไหนน้าถึงจะเหมาะสมที่จะโทร.ไปขายขนมจีบ หวานใจไทยแลนด์ เอ๊ย หวานใจฉันเอง ที่เล็งไว้แล้วว่าจะคว้ามาเป็นแฟนให้ได้ (ไม่ได้เป็นแฟน เผื่อเป็นกิ๊กก็ยังดีฟะ) ซึ่งช่วงเวลาปลอดภัยและคาดว่า เค้าคงไม่มีงานมีการติดพันยุ่งเหยิง หรือถ้ายังเป็นนิสิตนักศึกษาก็น่าจะปลอดจากการเรียน ได้แก่ ตอนพักทานอาหารกลางวัน กับเวลาเลิกงาน น่านล่ะเจ๋ง


แต่ถึงแม้ 2 ช่วงเวลาที่บอกไว้ว่าน่าจะปลอดโปร่งโล่งสบาย ก็อย่าคาดหมาย 100% เต็มว่า เค้าจะว่างตลอดนะ เพราะมีเหมือนกันที่บางทีคุณโทร.ไป แต่ดั๊นเป็นช่วงติดพันกับการประชุมหรืออาจสัมมะนง สัมมนาอยู่ก็ได้ เหตุนี้จึงควรทำใจไว้บ้าง แต่ช่วงเวลาที่ว่านั่นน่ะเซฟตี้สุดขีดแล้วล่ะจ้ะ


ส่วนโทร.แล้วจะหลอกล่อให้เค้าติดใจคุณจนหนึบหนับได้ หรือไม่ ลองใช้ยุทธวิธี ดังนี้


1. ขอให้กล้าโทร.ไปหาก่อนเหอะ ผลลัพธ์จะเป็นไงอย่าเพิ่งคิด


รวบรวมความกล้า แล้วควักเบอร์ โทร.ของเค้าออกมา จัดแจงกดหมายเลข แต่อย่าลืมล่ะว่าควรโทร.ช่วงปลอดภัยไว้ก่อนอย่างที่เล่าให้ฟังข้างต้น ถ้าโทร. ค่ำ ควรโทร.หลังสองทุ่ม เพื่อเลี่ยงการขัดจังหวะทานข้าวเย็นน่ะสิ แต่ต้องโทร.ก่อนสี่ทุ่มนะ เพราะเค้าอาจเข้านอนเร็วก็ได้ ถ้าน้ำเสียงทางนู้นฟังดูเหมือนยุ่งหรือวุ่นวาย ลองเปรยเป็นนัยๆ ว่า ถ้าเวลานี้ไม่เหมาะคุยแล้วจะให้โทร.ไปหาใหม่วันไหนและเวลาไหนดี ให้อีกฝ่ายเค้ากำหนดเองก็ดีเหมือนกัน จะได้ถูกกาลเทศะหน่อย เวลาคุยฉอเลาะออเซาะจะได้ออกรสออกชาติ แต่ถ้าถูกเค้าตัดรอนชนิดตัดเยื่อไม่เหลือใยว่าอย่าโทร.มาเลยน่ะดี โห...โดนอย่างงี้ ตูจบเห่ดีก่า ขี้เกียจหน้าด้านเชอะ


2. โทร.หาเค้าจากที่ที่คุณสบายใจ


ใครก็ตามที่รู้สึกสบายใจและผ่อนคลายจะแสดงความสนุกสนานเบิกบานผ่านทางน้ำเสียง ดังนั้น ถ้าคุณคว้าโทรศัพท์หมุนไปหาตอนที่ใจคุณกำลังดี๊ด๊าอยู่ละก็ เจ้าบรรยากาศที่สร้างเสริมอารมณ์ดีนี่แหละจะช่วยให้อีกฝ่ายอยากคุยโขมงโฉงเฉงด้วย แหมจะหว่านเสน่ห์ให้เค้ารักก็ควรอยู่ในมู้ดที่เกื้อให้เกิดการปิ๊งปั๊งกันซี่


3. มีน้ำเสียงเชื่อมั่น


อย่างน้อยก็น่าจะมีน้ำเสียงมั่นใจในตัวเองนิดนึงว่า คุณอยากคุยกะเค้าจริงๆ ไม่ใช่ว่าทำเสียงสั่นเครือ ประหม่าหรือหวั่นวิตกจนพูดอะไรติดขัดไปหมด ถ้าเป็นงี้ต้องปรับปรุงอย่างแรงแล้วหนูเอ๋ย โธ่ อยากจีบเค้า แล้วยังไม่กล้า ก็อย่าสะเหร่อไปจีบเลย ต้องมั่นใจสู้ตายสิจ๊ะ เอ้าชูสองนิ้วเร้ว!


4. ดึงดูดความสนใจด้วยการพูดสิ่งดีๆ ในบทสนทนาสั้นๆ


เป็นธรรมชาติของคนเพิ่งมาตีสนิทกันอยู่แล้วที่การพูดคุยคราวนั้นย่อมเป็นการคุยสั้นๆ แต่คุณสามารถสร้างคุณภาพให้การคุยจนออกรสชาติได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงที่จะคุยในเรื่องซ้ำซาก หรือเลี่ยงเรื่องน่าเบื่ออย่างเรื่องการเมืองน้ำเน่าเงียะ อีกอย่างคุยไปอย่าบ่นไป และอย่าจับเรื่องไร้สาระมาเล่าด้วยล่ะ เดี๋ยวเค้าเบื่อก่อนละซวยเลย


5. อ้างที่มาที่ไปเพื่อให้เค้าจำได้ว่ารู้จักกันได้อย่างไร


ถ้าเค้าจำไม่ได้ว่าเคยพบหรือเคยให้เบอร์โทรศัพท์ กับคุณที่ไหน ก็รื้อฟื้นอดีตซึ่งเป็นความหลังฝังใจคุณให้เค้าฟังหน่อยดี้ ไม่ใช่คุยกันได้ตั้งนานเค้ายังไม่รู้สักทีว่าคุณเป็นใคร มันเสียน้ำลายเปล่าไหมเนี่ย


6. ทำให้หัวเราะ


นี่เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ใครๆก็อยากพูดคุยกับคนอารมณ์ดีเบิกบานสำราญอุราด้วยกันทั้งนั้นเลย เอางี้ ถ้าคิดอะไรไม่ออกหรือไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้เค้าขำขันหรือหัวเราะได้ละก็ ลองใช้วิธีหยอดมุกแบบที่ดาวตลกเค้าใช้ดูสิ เหตุนี้ก่อนชวนใครสรวลเสเฮฮา คงต้องหมั่นดูตลกบ่อยๆน่ะซี แต่เอามุกที่สุภาพหน่อยนะ


7. พูดให้ถูกกาลเทศะ


การเปิดเผยถึงความชอบที่คุณมีต่ออาหารชาตินั้นชาติโน้นแล้ว ก็ปล่อยทีเด็ดชวนเค้าไปทานข้าวด้วยกันน่ะเป็นสิ่งดี แต่ไม่ควรมัดมือชกยื่นคำขาดให้เค้าไปพบให้ได้ในวันที่เค้าติดธุระหรือไม่อยาก ไปเชียวนะ การบีบคั้นใจน่ะ ไม่ให้ผลดีหรอกย่ะ รู้งี้ก็อย่าทำ


8. ชวนออกเดทกันไหม?


แต่ควรแน่ใจตัวเองก่อนว่าอยากนัดเค้าไปเที่ยวจริงอ่ะ ถ้ามั่นใจก็จงยกหูโทรศัพท์นัดเค้าเลย หากเผอิญเค้าจับได้ไล่ทันขึ้นมาว่า กำลังถูกจีบก็ช่างเซ่ รู้ก็รู้ไป รู้ก็ดีแล้ว เค้าจะได้พิจารณาเราสักที ไม่งั้นก็มองไม่ออกอยู่นั่นว่าอยากเป็นแค่เพื่อนหรือคบเป็นแฟน หวังว่าเค้าจะรับเราไว้พิจารณานะ ถ้าเค้ายังไม่มีแฟน แถมเราก็ไม่ได้เลวชาติ ก็น่าจะลงเอยด้วยดีนี่นา


9. วางหูเมื่อมั่นใจว่ามีการรับนัดแล้ว จะได้ไม่พูดมากจนเสียท่าปล่อยไก่ออกไปน่ะเซ่


อย่ารู้สึกว่า อยากให้การสนทนาดำเนินต่อไปอีกเรื่อยๆแม้เค้าตอบตกลงรับนัดแล้ว เพราะคุณยังมีเวลาอีกเหลือเฟือที่จะศึกษากัน ฉะนั้นเมื่อคุยกับเค้าทางโทรศัพท์และได้คำตอบที่ต้องการแล้วก็จงวางหูซะ การใช้ เวลานิดหน่อย ในการคุยทางโทรศัพท์ย่อมช่วยให้เรา ปล่อยโง่ น้อยลงไปด้วย จริงป่าว


10. อย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์เหลือแค่เพื่อน


เมื่อมั่นใจแต่แรกว่าจะจีบเค้าให้ได้ งั้นตัดความ เป็นเพื่อนออกไปเลย อย่าทำเป็นกระแดะอยากเป็นแฟนแต่ปากบอกว่าเป็นเพื่อนหน่อยเลย...นั่นน่ะปล่อยให้ ดารานักร้องเค้าเป็นกันเหอะ สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆควรตรงไปตรงมาและจริงใจสิถึงจะถูก เอ้า...มีโทรศัพท์ทั้งทีควรใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการจะจีบใครมาเป็นกิ๊กหรือเป็นแฟนก็ทำเข้าเร้ว.


วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2550

อานุภาพความรักรักษาโรคได้บันดาลให้เลือดลมไหลเวียนดี


ด้วยอ้อมกอดและแม้แต่การลูบไล้ จับต้อง มีอานุภาพช่วยให้อาการของโรคภัยไข้เจ็บ ทุเลาเบาบาง เพราะเหตุว่าช่วยบันดาลให้เลือดลมไหลเวียนสะดวกขึ้น
ท ีมนักศึกษาของวิทยาลัยพยาบาล มหาวิทยาลัย นิวยอร์กของสหรัฐฯ ค้นพบอานุภาพของการโอบกอด และลูบไล้สัมผัสว่า ช่วยบันดาลให้ระดับของฮีโมโกลบิน
ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งอยู่ในเม็ดเล ือดแดงของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ทำหน้าที่ลำเลียงแก๊สออกซิเจนไปให้แก่เซลล์ของเนื้อเยื่อในเลือดของอีกคนหนึ ่งเพิ่มพูนขึ้นได้
เป็นเหตุให้โลหิตอิ่มด้วยออกซิเจน ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อของร่างกายเพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยลิยงในฝรั่งเศส ก็ได้พบอิทธิพลของการโอบกอดและจับต้องสัมผัสว่า
มีผลให้คลายความเครียดลง บำรุงภูมิคุ้มโรคให้แข็งแรงขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้ความรู้สึกซึมเศร้าเข้ามาเยือนด้วย
ต ามโรงพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐฯ ได้รักษาคนไข้ที่ป่วยโรคเรื้อรังด้วยวิธี "สัมผัสบำบัด" ด้วยการใช้ฝ่ามือบีบนวดตัวคนไข้ นานประมาณครึ่งชั่วโมงด้วย.

ที่มา http://weblog.manager.co.th/publichome/boas21150/

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ตำนานซุ้มสาวกอด (LAHU)


นี่คือบทความเชิงสารคดีเรื่องเล็กๆ ที่มีคนยึดถือเป็นต้นแบบในการเริ่มต้นเขียนหนังสือเล่าเรื่องราว เป็นบทความที่อยู่ในหนังสือพ็อกเก็ตบ๊คส์ ต่วย'ตูน ปักษ์แรก ฉบับธันวาคม 2540

เรื่องนี้อาจไม่ใช่ผลงานที่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่คุณน้อย ลิขิต ผู้ที่ยึดถือเรื่องนี้เป็นต้นแบบของงานเขียนของเขา จึงภูมิใจที่จะนำเรื่องนี้มาเผยแพร่ เพื่อแบ่งปันให้กับผู้สนใจได้อ่านกันครับ




ตำนานซุ้มสาวกอด


โดย ดิตถ์ ตัณฑไพบูลย์


ณ หุบเขาที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน สูงทะมึน มีดินแดนเขียวขจีของไม้ดอก ไม้ใบ ที่ปลูกไว้บนชั้นบนขั้นของพื้นดินลาดเทสู่พื้นราบที่เรียกว่า "นาขั้นบันใด" ในความเขียวชอุ่มของทิวเขาสลับซับซ้อนและแปลงไร่นาพืชผล ซึ่งส่วนใหญ่ได้ปลูกไม้ดอกโซนหนาว คือ ดอกกุ๊ชชี่ และท่ามกลางความกรุ่นระเหยของโอโซนฝนซึ่งแผ่ซ่านความหอมของกลิ่นดิน ที่นี่เป็นหุบเขานาคามที่เต็มไปด้วยสันติสุข แม้จะเยือกเย็นด้วยสายหมอกที่เรี่ยยอดไม้อยู่ชั่วนาตาปี แต่ก็อบอุ่นด้วยไมตรีจิตที่อวลด้วยสายใยแห่งมิตรภาพบริสุทธิ์

ที่นี่เป็นที่ตั้งของโครงการหลวงห้วยน้ำริน ที่มีวัตถุประสงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแก่ชาวเขาภาคเหนือของประเทศไทย เร่งรัดขจัดการปลูกฝิ่น และปรับปรุงมาตรฐานการครองชีวิตให้ดีขึ้น โครงการนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขานางแก้ว กิโลเมตรที่ 64 และแยกทางเข้าไปตามเส้นทางไหล่เขาอีก 9 กิโลเมตร บนทางหลวงสายเชียงใหม่-เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ ที่มีชื่อภาษาอังกฤษ และจีนว่า LAHU หรือ ล่าหู่

มันเป็นที่ตั้งของแผ่นดิน "ตำนานรักดอกกุ๊ชชี่" เป็นนิวาสถานของชนเผ่ามูเซอดำ ผู้มีประวัติการต่อสู้ของพรานป่า และรักการผจญภัยล่าเสือร้าย-กระทิงเปลี่ยวยิ่งกว่าการนอนกกผู้หญิง

มูเซอ เป็นเสรีชนเผ่าพม่า-ธิเบต ชอบอาศัยอยู่บนเขาที่มีความสูงตั้งแต่ 4,000 ฟุตขึ้นไป อพยพถอยหนีจีนผู้รุกรานเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2518 แล้ว เป็นชนเผ่ารักสงบ พลเมืองมีราว 45,000 คน โยกย้ายเข้ามาตั้งภูมิลำเนาอยู่บ้านห้วยน้ำริน จังหวัดเชียงรายร่วม 100 ปีมาแล้ว มีประชากราว 350 คน

ชาวเขาผู้ใฝ่สันติ มูเซอนี้ นับถือผีป่า ผีดอย ผีฟ้า ผีไร่ อย่างเคร่งครัด เพื่อขอความคุ้มครองให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะผีบรรพบุรุษ จะต้องทำพิธีอัญเชิญวิญญาณมาเป็นประธานงานในวันเทศกาลใหญ่ๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น

มูเซอ จัดเป็นกลุ่มชาวเขาเผ่าเดียวที่รักการผจญภัย ล่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งจะออกป่าล่าสัตว์เป็นพวกเป็นหมู่ หมู่ละ 10-15 คน ยกย่องผู้ล่าสัตว์เก่ง อาวุธที่ใช้ล่าสัตว์มีทั้งปืนและหน้าไม้ที่อาบยาพิษ การล่าสัตว์ป่านิยมการติดตามแกะรอย เมื่อพบรอยสัตว์ที่พึงประสงค์แล้วก็จะบนบานบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าเขาเพื่อขอล่าสัตว์เจ้าของรอยเป็นอาหาร เมื่อล่าสัตว์ได้แล้วก็จะทำพิธีสังเวยด้วยเนื้อสัตว์เคราะห์ร้ายเช่นกัน

การแกะรอยล่าสัตว์ป่า บางวันก็พบง่าย บางครั้งก็ข้ามวันข้ามคืน แกะรอยติดตามเสือลำบากบ้าง กระทิงที่ถูกปืน ป่วยทั้งสาหัสและไม่สาหัส ซึ่งสองกรณีนี้จำเป็นต้องติดตามพิฆาต มิเช่นนั้นจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้าน เพราะมันจะทำร้ายคน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ด้วยความอาฆาตมาดร้าย ดังนั้น บางครั้งผู้ติดตามแกะรอยสัตว์ลำบาก ก็จะเจอจุดจบเสียเองเพราะจะถูกสัตว์ร้ายซุ่มโจมตีจนเสียชีวิตไปก็มีอยู่เสมอ

ในที่นี้ผมใคร่จะกล่าวถึงบทบาทสำคัญอีกประการหนึ่งของชนชาวมูเซอ ที่มีอารมณ์สุนทรีย์ของความรักและระบบการครองเรือนที่ผิดแผกกับชาวเขาเผ่าอื่นๆ

วิถีชีวิตรักของเผ่าชาวเขาบนดอยสูง จะเน้นความอิสระเสรีในการเลือกคู่ครองด้วยพฤติกรรมที่แตกต่างกัน เป็นต้นว่า ชาวมูเซอดำ กลุ่มที่ผมกำลังเขียนถึงอยู่นี้ เป็นชาวเขากลุ่มเดียวที่เน้นระบบผัวเดียวเมียเดียว ไม่นิยมมีเมียครั้งละหลายๆคน เช่น ชาวเขาเผ่าอื่นๆ เมื่อผิดใจไม่ลงรอยกันก็จะขอเลิกรักกัน แม้ฝ่ายหญิงก็มีสิทธิ์ที่จะขอเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนด้วย ในกรณีที่ฝ่ายชายเอาแต่ล่าสัตว์ไม่ใส่ใจทำการบ้านการมุ้ง ปล่อยให้ฝ่ายหญิงว้าเหว่เอกาแต่ผู้เดียว โดยเฉพาะเรื่องนี้ เป็นกติกาที่ผู้หญิงจะต่อต้านที่เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ต้องหาผัวคนใหม่ที่รู้จักอารมณ์อ้าวว้างเดียวดายยามฝนตกพรำๆของผู้หญิง

กลไกควบคุมระบบสังคมเรื่องนี้ หนีไม่พ้นกติกาที่ถูกครอบงำด้วยระบบผี เช่นเดียวกับชาวเขาเผ่าอื่นๆ กรณีไม่ว่าจะได้เสียกัน จะเลิกร้างกัน หรือผิดผัวผิดเมีย เป็นกากีร้อยชู้ ก็จะต้องเสียค่าปรับไหม เป็นเงินรูเปีย (เงินทำด้วยโลหะเงิน 100% เป็นเงินของรัฐบาลอังกฤษสมัยปกครอง ชาวเขานิยมใช้เงิน 1 รูเปียเท่ากับเงินไทย 100 บาท) มากน้อยตามแต่กติกาของสังคม กำหนดบทลงโทษเอาไว้ (ตั้งแต่ 50-150 รูเปีย)

การหย่าร้างจะเกิดขึ้นเสมอ เพราะผู้ชายมูเซอชอบออกล่าสัตว์ ไม่สนใจการบ้านการมุ้ง หรืออาจจะจงใจเพื่อจะได้เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆก็เป็นได้

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ศกนี้ (พ.ศ.2540) ผมได้ร่วมไปทำงานวิจัยกับชาวเขาเผ่ามูเซอ พร้อมด้วย ดร.ไพบูลย์ สุทธสุภา และคุณฐานิศวร์ วงศ์ประเสริฐ นักวิจัยชาวเขาแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณฐานิศวร์ วง์ประเสริฐ เป็นผู้ศึกษาชีวิตชาวเขาโดยเฉพาะเผ่ามูเซอ ผ่านการศึกษาขั้นปริญญาโทจากประเทศออสเตรเลียได้ทำหน้าที่เป็นล่ามให้กับผม โดยได้สัมภาษณ์ทั้งผู้แก่ (ผู้ใหญ่บ้าน) ชื่อ จะก่าโหล และปู่จองหรือครูหมอผีประจำหมู่บ้าน ชื่อจะแบะ ด้วยภาษามูเซอที่นับว่า สื่อความกับชาวบ้านได้ดีเยี่ยม ส่วน ดร.ไพบูลย์ สุทธสุภา ได้ติดกลุ่มมาร่วมดูแลโครงการหลวงในฐานะผู้เชี่ยวชาญการเกษตรจากมหาวิทยาลัยนอตติ้งฉอม ประเทศอังกฤษ พร้อมกับคุณฐานิศวร์ เป็นเวลา 15 ปีมาแล้ว ดังนั้น ข้อมูลต่างๆ ที่ผมเก็บมาเขียนมาเล่านี้ จึงมิใช่ยกเมฆ นั่งเทียนเขียนแน่นอน

ผมมีเรื่อง "โลกเสรีภาพแห่งความรัก" ของชาวเชาเผ่ามูเซอดำมาเล่าให้ฟังพอเป็นกระสาย เพื่อให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่และหนุ่มกลัดมันวัยรุ่นทั้งหลายน้ำลายสอหาโอกาสขึ้นไป Weekend พบปะอีสาวบนเขาสูง แต่ขอเตือนจงระวัง AIDS เอาไว้บ้าง เพราะได้ข่าวฝรั่งฮิปปี้นำเชื้อไปเผยแพร่มานมนานหลายปีมาแล้ว แถวเมืองปายกับชาวเขาเผ่าอื่นๆ ก็มี

เรา- หมายถึงผม ดร.ไพบูลย์ สุทธสุภา และคุณฐานิศวร์ วงศ์ประเสริฐได้พักอยู่บนบ้านพักรับรองของศูนย์วิจัยฯ ห้วยน้ำรินอยู่หลายคืนเพื่อรอดูผลการวิจัยระบบสังคม SEX เสรีของชนเผ่า แล้วเหตุก็พิสูจน์ให้เห็นในคืนที่ 3 นั่นเอง

บนแอ่งเขาฝาชีหงาย สลับภูเขาลูกแล้วลูกเล่าก่ายทะมึนเป็นหลืบเป็นชั้น เบื้องหน้าเป็นดอกระฆังที่แบ่งเขตสามจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ เชียงรายและลำปาง ที่มีความสูงกว่า 2,000 เมตร หม่นมัวด้วยแสงจันทร์ขึ้น 15 ค่ำ เพราะฝุ่นดินลอยขึ้นไปเปื้อนฟ้า ป่าแล้งจัดมาแรมเดือนตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ดาวไก่น้อยเรืองแสงกระพริบอยู่เบื้องตะวันออกแสนไกล แล้วเหมือนฟ้าจะหลั่งเมตตาเกรงผู้คนร้อนตาย จึงประทานห่าฝนลงมาชุ่มดิน เมื่อสองคืนที่แล้วติดต่อกัน พอดับร้อนกระตุ้นดอกกุ๊ชชี่ที่กำลังตูมให้เร่งบาน

พวกเราซึ่งมี ดร.ไพบูลย์ คุณฐานิศวร์ และพนักงานโครงการหลวงห้วยโป่งอีก 2 คน ชื่อ คุณจิระและคุณชาติชาย ซึ่ง คุณจรัล หัวหน้าโครงการห้วยโป่งใช้ให้ขึ้นมาตามพวกเราให้ลงเขาไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกับอธิการบดีของวิทยาลัยอัสสัมชัญ กทม. ซึ่งขึ้นมาควบคุมการก่อสร้างอาคารที่ทางวิทยาลัยเขาได้บริจาคเงินเพื่อร่วมอุทิศ สมทบโครงการด้วย แต่เนื่องจากเป็นเวลาค่อนข้างดึกที่พวกเราเองก็ติดลมกับเจ้าน้ำอมฤตสีอำพันกันแล้ว เราจึงขอผัดลงไปพบในวันรุ่งขึ้น

ไกลออกไป ณ ดินแดนหมอกเหมยไม่เคยจางหายนี้ และเห็นยอดดอยตะคุ่มผลบโผล่เป็นหลืบเป็นชั้นปิดกั้นม่านฟ้า แสงจันทร์นวบสาดประกายผ่องขาวไปทั่วหุบในแอ่งกระทะ เต็มไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลังกระไรปานนั้น

อากาศหัวดึกเริ่มเย็นลงแล้ว ได้ยินเสียงสวบสาบ-กรอบแกรบของกิ่งไม้หักดังขึ้นข้างหู พร้อมกับกลิ่นสาบสาวชาวเขาโชยมากระทบจมูก แลเห็นเงาผู้หญิงสามคนตะคุ่มๆ บนลานบ้านพัก เหมือนสาวเจ้าจะขึ้นมาทักทายร่วมวง แต่ก็เสมือนหมึ่นจะเอียงอายแล้วหลบเร้นเพราะไม่คุ้นเคย


สักครู่ แลเห็นไม้ซีกแยงทะลุขึ้นมาจากพื้นฟากและฝาขัดแตะ แล้วเขี่ยที่ขาของคุณชาติชายและคุณจิระ ชายหนุ่มทั้งสองหันมามองหน้ากันแล้วหันมาสบตากับผมเป็นเชิงบอกขอตัว เพราะมีสาวมูเซอดำมาขอพบ ผมพยักหน้าอย่างรู้ทัน แล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆลงกระไดละจากวงลงไปพบอีสาวและเกี่ยวก้อยจูงแขนกัน 4 คน 2 คู่ลับหายเข้าไปในซุ้มไม้ที่ฝ่ายหญิงตบแต่งเอาไว้ ซุ้มใครซุ้มมัน ได้ยินทั้งเสียงหยอกเอินและตัดพ้อ ถ้าจะแปลความคงต่อว่าที่ทั้งสองหนุ่มหายหน้าหายตาได้เชยชมแล้วก็ลาลับไม่ใยดี ได้ยินเสียงสองชายร้องคงถูกหยิกข่วน สักครู่หนึ่ง เสียงหัวร่อต่อกระซิบก็แว่วตามมา เพราะพุ่มไม้ที่ลาดเทไปตามไหล่เขาอยู่ไม่ไกลบ้านพัก และแล้ว ทั้งสองซุ้มก็แผ่วเสียงลง เสียงครวญครางที่เต็มไปด้วยความสุขความหรรษาก็เข้ามาแทนที่ ภายใต้แสงจันทร์ที่สกาวฟ้า แลเห็นยอดพุ่มไม้ไหวยวบยาบเป็นพักแล้วเงียงเสียงลงในที่สุด

ขอวาดฝันแต่งแต้มลงในลมหายใจของความรักของแต่ละชนเผ่านั้น ย่อมฝังประทับความละไมละมุนของประเพณีไว้ด้วย มันมิใช่สิ่งมาย แต่มันศักดิ์สิทธิ์และอบอวลไปด้วยภาษาของความอ่อนโยนชำแรกแทรกซึมอยู่อย่างมั่นคงสถาพร

ตะวันรอนอ่อนแสงลงเรี่ยยอดไม้ ลมเย็นพัดโชยต้นดอกกุ๊ชชี่ลู่ใบโอนเอน ในไร่ไม้ดอก อีสาว 2-3 คน นั่งร้องเพลงชาวดอย พร่ำรำพันถึงความรักความเสน่หาบ้างคลอด้วยขลุ่ยจาตุแล ที่วิเวกหวานข้ามเนินเขาเล็กๆ ที่จับกลุ่มด้วยหนุ่มน้อยวัยรุ่น 15-16 สองสามคน โต้ตอบเพลงรักกันข้ามเนินที่ขวางกั้นด้วยไร่มะเขือเทศ อีสาวครวญเพลงรักชื่อว่า "พี่ไปไร่กับใคร" ด้วยภาษาเผ่าพอภอดเป็นร้อยแก้ว ดังนี้



" ส่งเสียงเจื้อยแจ้วไป
พี่จำเสียงของน้องได้ไหม
วันนี้ น้องฝากเสียงเพลงลอยตามลมไป
และฝากความคะนึงหาพร่ำบอกไปกับนก
หากพี่ได้ยินเสียงนกร้อง
ได้ยินสายลมครวญมากับพรายน้ำ
นั่นแล คือเสียงพร่ำบอกความคิดถึงของน้อง"





หนุ่มหนึ่งในสามวัยรุ่น โต้กลับด้วยเสียงกังวานก้อง


"จาตุแลดังม่วนล้ำ สาวเฮย
เสียงของสูเจ้าพลิ้วมากับลมโชยพัดเฉื่อย
เหมือนหนึ่งเจ้าจะบอกลาไปไร่หนุ่มอื่น
คนอื่นเขามีคู่แล้ว
เหลืออยู่แต่ข้าคนเดียว
นางนกเอย เจ้าช่วยคาบคำข้า
บอกสาวเจ้าว่าข้าแสนจะห่วงใย"


ดอกกุ๊ชชี่บานเต็มพื้นที่ไร่ที่ลาดเอียง แดง-เหลือง-ขาว-สลับฟ้า แต่งแต้มสีสันระเนระนาดประดับป่า ข้าวแตกรวงเหลืองอร่ามทั่วท้องทุ่ง ทีมีลำห้วยไหลผ่านไม่มีวันทวนไหลกลับคืน - ไม่ทวนไหลกลับคืน













Technorati : , ,

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2550

อันตรายของ “การลุ่มหลง” ในความรัก


อันตรายของ “การลุ่มหลง” ในความรัก

“รักเข้ามาเติมฉันให้เต็ม ในที่สุดฉันก็ได้พบสิ่งที่เฝ้าตามหามาแรมปี ความอ้างว้างในจิตใจได้ถูกเติมเต็มด้วยความรักของคุณ คุณได้ให้ความหมายที่แท้จริงของการใช้ชีวิตหรืออยู่เพื่อที่จะรัก อยู่เพื่อสุดที่รักของฉัน การดำรงตนอยู่จะมีความหมายใดเล่าถ้าปราศจากความรัก คงไม่มีสิ่งใดที่สำคัญไปกว่าการมีชีวิตเพื่อที่จะรัก เพราะรักคือชีวิตนั่นเอง” น้ำเน่าซะไม่มี!!!

คุณกำลังหลงรักใครหัวปักหัวปำ จนกระทั่งว่าทั้งชีวิตนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้รักเขาแล้ว คุณต้องการที่จะอยู่กับคนรักตลอดเวลา ปรนนิบัติพัดวีทั้งวันทั้งคืน?
คุณเคยต้องปรับตัวเองทุกอย่างเพียงเพื่อให้สุดที่รักคุณพอใจ? สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะกำลังเกิดกับคุณโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัวเลยก็ได้ แต่การที่คุณหลงใหลเขาตลอดเวลาอย่างนี้นี่แหละ อาจจะทำให้เขาต้องหันหลังจากคุณไป!! คุณคือสัตว์โลกที่เจ้าอารมณ์หรือไม่?
คุณปล่อยอารมณ์ควบคุมคุณทุกอย่างหรือไม่? ถ้าคุณเป็นเช่นนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณจะย่อมทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่คุณรักพอใจ วันใดก็ตามที่เขา/เธอเดินจากคุณไป ความรู้สึกจะถาโถมเข้ามาหาตัวคุณเองอย่างรุ่นแรงไม่ว่าจะเป็นความเหงา ความว้าเหว่ ความเศร้าหรือความเจ็บปวด รู้สึกได้แม้กระทั้งว่าคุณถูกทรยศมาตลอด บางทีคุณอาจจับผิดตัวเอง พยายามหาข้อแก้ตัวเพื่อที่จะให้ความรักครั้งนั้นได้กลับมาเป็นเหมือนเก่า แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรความรักครั้งนั้นก็คงไม่กลับมาหาคุณ จดไว้ในใจเลยว่าคนที่คุณหลงหัวปักหัวปำนั้นอาจจะไม่ได้คิดกับคุณเหมือนอย่าง ที่คุณคิดกับเขาก็ได้ บางทีการที่เขาจากไปอาจจะเป็นเพราะว่า เห็นคุณหมดประโยชน์เมื่อ หนี้สินที่คุณหามาเพื่อปรนเปรอเขา กำลังทำให้คุณตกที่นั่งลำบากก็ได้ แต่เหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเกิดกับทุกคน เพียงแต่คุณอาจจะต้องมีสติ มีความรอบคอบ รอดูถึงผลตอบรับที่คุณได้หยิบยื่นให้เขาบ้าง อย่าพยายามที่จะขึ้นอยู่กับเขาเพียงคนเดียว บางทีการที่คุณมองหาตัวเลือกหลายๆคนพร้อมๆกัน อาจจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีก็ได้ เพียงแต่ต้องอยู่ในขอบเขตและความพอดีด้วย.

อ่านเรื่อง อันตรายของ “การลุ่มหลง” ในความรัก ได้ที่ลิงค์เลย หาเพื่อน หาแฟนออนไลน์ วัยทำงานที่มีคุณภาพ ที่ www.NadDate.com

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2550

บันทึกรักของชายคนหนึ่ง : โทรมาหาเฉยๆเหรอ ?


วันวาน ชายคนหนึ่งโทรหาเธอผู้เป็นหวานใจในช่วง 4 โมงเย็น
สอบถามไหว้วาน ให้ช่วยแวะร้านหนังสือ ไปถามหา มีหนังสือเล่มที่ต้องการที่นั่นหรือไม่
หลังจากเธอรับปากเสร็จสรรพ
ชายคนหนึ่งเงียบไป

เธอจึงถามว่า โทรมาแค่นี้เหรอ?
ชายคนหนึ่งยังไม่ตอบ..


เธอจึงพูดขึ้นว่า
แล้วไม่คิดถึงเหรอ

ชายคนหนึ่งจึงรีบบอกว่า คิดถึงเหมือนกัน
แหม ต้องให้แจ้งให้รับรู้ทุกครั้งเลยเหรอเนี่ย

แต่ความรัก ถึงจะแจ้งบ่อยๆ หรือไม่ได้บอกในบางวัน
แต่ก็ยังคงรักเธออยู่เสมอ


วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2550

บันทึกรักจากชายคนหนึ่ง : SMS ขออนุญาติเข้านอนตอน 3 ทุ่ม


3 มิ.ย.2550 เวลา 21.14 น.


"Good night ค่ะ ง่วงจัง นอนหลับ ฝันถึงฉันหน่อยนะคะ อย่าดึกมากนะคะ คิดถึงและห่วงนะ นอนแล้วนะจะฝันถึงที่รัก"

นั่นคือ SMS ที่ปรากฏในหน้าจอมือถือของชายคนหนึ่ง
พึ่งจะสามทุ่ม เธอเข้านอนซะแล้ว
ช่วงเวลา 3 ทุ่ม สาวๆหลายคน กำลังตั้งหน้าตั้งตาดูละครโปรด ทั้งช่อง 3 หรือ ช่อง 7
หรืออาจจะเปิดดูรายการอื่นๆ
บาง คนกำลังกลับเข้าบ้าน หรืออาจจะกำลังเตรียมตัวที่จะออกไปท่องราตรี
แต่เธอผู้เป็นหวานใจของชายคนหนึ่ง เข้านอนเสียแล้ว
ง่วงมากๆ

น่าสังเกตว่า
คนที่เข้านอนไว พักผ่อนเพื่อสุขภาพ รูป ร่างจึงดูอวบอ้วน
คนที่เข้านอนช้า นอนดึก รูปร่างเลยผอมๆ


บันทึกรักจากชายคนหนึ่ง : เมื่อเรน นักร้องหนุ่มเกาหลี เป็นที่ชื่นชอบของสาวไทย รวมทั้งเธอด้วย....


ช่วง2-3 มิ.ย.2550 เรน นักร้องหนุ่มเซ็กซี่ ชาวเกาหลี บินมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย
ตามกระแส ข่าวแล้ว สาวๆไทย กรี๊ด คลั่ง ชื่นชอบหนุ่มเรนอย่างมาก
รวมทั้งเธอผู้เป็นหวานใจของชายคนหนึ่งอีกด้วย

ในช่วงปลายเดือน พ.ค.50 ที่ชายคนหนึ่งและเธอแวะเข้าไปทำธุระใน กทม.นั้น
เมื่อเขาและเธอเดินผ่านป้ายโฆษณา เกี่ยวกับคอนเสิร์ตเรน
มีรูปภาพของเรน วันเวลา สถานที่แสดงคอนเสิร์ต และรายละเอียดการซื้อบัตร
เมื่อเธอเดินผ่านป้ายนั้นมาไม่กี่อึด ใจ
เธอถึงกับหยุดชะงัก อยากกรี๊ด อยากไปดูเรน
เพราะชอบเรนมากๆ

ชายคนหนึ่งจึงบอกให้เธอโทรไปติดต่อขอซื้อบัตรเสียสิ
แล้วจะได้พามาชมให้สมใจ เพราะเรนไม่ได้มาเปิดคอนเสิร์ตในเมืองไทย บ่อยนัก
เธอพยายามโทร แต่เงินในโทรศัพท์ที่เติมไว้ หมด...
ชายคนหนึ่งจึงเองมือถือของตัวเองให้เธอโทร
เมื่อเธอโทรไป ก็ ได้รับแจ้งให้ไปซื้อบัตรที่สถานที่ต่างๆ ตามรายละเอียดที่แจ้งไว้

หลังจากนั้น เมื่อแวะ ไปทานข้าวในร้าน เปิดหนังสือพิมพ์ ก็เจอข่าวสารเกี่ยวกับเรนอีก
ทั้งเนื้อหาและรูปภาพ
ดูเหมือนเธอจะชื่นชม กรี๊ด และบอกว่า เรนเซ็ก ซี่ตอนที่ถอดเสื้อโชว์ท่อนบนอย่างมาก
...555 ก็ได้แค่ชื่นชม ได้แต่ตามอง แต่จับต้องไม่ได้
เพราะแฟนคลับของเรนเยอะมากๆ

เมื่อเธอชื่นชอบและอยากกรี๊ด เรน หนุ่มเกาหลีถึงเพียงนี้
แล้วชายคนหนึ่ง ไม่หึง หวงหรอกเหรอ
ชายคนหนึ่งบอกว่า
ปล่อยเธอเถอะ ชื่นชอบไปก็เท่านั้น
ยัง ไงก็ได้แค่ฝันเท่านั้นเอง
555555



เรน (นักร้อง) - วิกิพีเดีย


RainThailand - Smile Land Fan Club - ชมรมคนรักเรนในประเทศไทย


Rain ( เรน ) Wallpaper



































































































































































Rain's Coming !เซ็นลายเซ็นบนปีกเครื่องบินจำลองเรน ยิ้มแฉ่ง แฟนมาดูเพียบ















































































































"สวัสดีครับ" ปรากฏตัวจุดแรกลานสยามดิสคัฟเวอร์รี