++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลายเครียด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลายเครียด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2550

อวัยวะสารพัดประโยชน์..

=::= ห น้ า ผ า ก =::=
อวัยวะที่ใช้ประกอบกับเท้าเวลามีทุกข์
เช่นนอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก

=::= ผ ม =::=
เรียกอีกอย่างว่า "ขนหัว" ใช้แสดงอาการตกใจมากๆ เช่น
ขนหัวลุก



=::= ต า =::=
อวัยวะที่ใช้ในการมอง
จะมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อเห็นใครได้ดี

=::= หู =::=
อวัยวะที่ใช้ในการฟัง ส่วนมากจะมีน้ำหนักเบา
จึงก่อให้เกิดเรื่องขึ้นบ่อยๆ

=::= ป า ก =::=
อวัยวะที่ใช้พูด ส่วนมากจะไม่ตรงกับใจ

=::= ค อ =::=
อวัยวะที่เชื่อมระหว่างตัวและหัว
เป็นอวัยวะที่คอยหันหาคนอื่น

=::= ก้ า น ค อ =::=
อวัยวะที่คอยรับแข้งคนอื่น

=::= ไ ห ล่ =::=
อวัยวะที่คู่กับบ่า เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่
มีไว้ให้คนเหงาใจหรือเศร้าใจซบโดยเฉพาะ

=::= บ่ า =::=
อวัยวะที่คู่กับไหล่ เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่
อาชีพจับกังมีไว้แบกข้าวสาร
(ส่วนถนนข้าวสาร จับกังไม่เกี่ยว)

=::= หั ว ใ จ =::=
อวัยวะสูบฉีดเลือดและฟอกเลือดให้กับร่างกาย
มีไว้ให้แสดงความรักและเก็บรักไว้

=::= ป อ ด =::=
อวัยวะที่รับอากาศมาส่งหัวใจ
บางครั้งใช้แสดงระดับความกล้าหาญ (ปอดแหก)

=::= ห น้ า อ ก =::=
อวัยวะที่รองรับเรื่องหนัก อาทิเรื่องหนักอก
ซึ่งผู้หญิงจะหนักกว่าผู้ชาย

=::= น ม =::=
อวัยวะที่บ่งบอกภาระการรับน้ำหนักของอก
ผู้หญิงมีไว้บริการนมให้บุตร
ผู้ชายถึงมีก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์
แต่ก็ไขว่คว้าอยากได้มาเชยชม

=::= ศ อ ก =::=
ข้อต่อระหว่างแขนและข้อมือ มีไว้เป็นอาวุธประจำกาย
และรองน้ำ
สำหรับบรรดาภรรยาน้อย ไม่เป็นที่แนะนำสำหรับสาวๆ
มันอันตราย
และเปงมาตราวัดขนาดอกของผู้ชายด้วย เอิ๊กส์ๆๆ

=::= มื อ =::=
เป็นอวัยวะปลายสุดของแขน มีนิ้วเป็นส่วนประกอบ
นิยมใช้เงินยกเห็นกันมากในสภา

=::= กำ ปั้ น =::=
เป็นอวัยวะชิ้นเดียวกับมือ แต่เปลี่ยนรูปเป็นอาวุธ
นิยมใช้ตัดสินปัญหา ในกรณีที่ไม่ได้ใช้สมองแก้ปัญหา

=::= ตั ว =::=
เป็นชิ้นส่วนใหญ่ของร่างกายให้อวัยวะอื่นได้พักพิง
จะลืมกันมากเวลาได้ดี

=::= ส ะ ดื อ =::=
เป็นอวัยวะที่ใช้เชื่อมต่อกับแม่ยามอยู่ในครรภ์
เมื่อโตขึ้นใช้วัดระดับความสุภาพ ถ้าต่ำกว่านี้ทะลึ่ง!!

=::= ข า อ่ อ น =::=
เป็นอวัยวะเชื่อมต่อจากสะโพกลงมา นิยมใช้ในการประกวด
เพราะเห็นได้เด่นชัดกว่าสมอง

=::= หั ว เ ข่ า =::=
ข้อต่อระหว่างขาและหน้าแข้ง เป็นอาวุธประจำกาย
ผู้หญิงใช้โจมตี จุดอ่อนผู้ชาย
และบางคนใช้ซับน้ำตาเวลาเศร้า
นิยมมากสำหรับคนหลงรักชาวบ้าน

=::= แ ข้ ง =::=
อวัยวะที่ถัดมาจากเข่า นิยมใช้พาดก้านคอ

=::= น่ อ ง =::=
อวัยวะที่อยู่ด้านหลังของแข้ง
ใช้วัดระดับความแข็งแรงของขา และวัดความกร้านชีวิต

=::= ข น ห น้ า แ ข้ ง =::=
อวัยวะที่วัดระดับของฐานะ
ยิ่งรวยมากขนหน้าแข้งจะร่วงน้อย

=::= เ ท้ า =::=
เป็นอวัยวะที่ใช้ยืน บางครั้งใช้ก่ายหน้าผาก
หรือเป็นอวัยวะที่ใช้ผลัก ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า
"ยัน"

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2550

เทคนิคการแจกเสื้อเพื่อให้พนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน จำหน้าได้

เมื่อคืนนั่งดูรายการ มหานคร ทางช่อง 7 สี เป็นช่วงสัมภาษณ์ คุณนิติพงษ์ ห่อนาค ที่เล่าถึงเรื่องขำๆที่หมู่บ้านที่เขาอยู่

วันหนึ่งเขาปั่นจักรยานไปออกกำลังกาย ปั่นไปรอบๆหมู่บ้าน จนเหงื่อโทรมไปทั้งตัว พอจะเข้าตัวหมู่บ้าน ผ่านป้อมยาม ... ยามคนหนึ่งมองเห็นแล้ว จำหน้าไม่ได้ บอกว่า มาที่นี่ทำไม....

คุณ นิติพงษ์ก็พูดกระเซ้า เล่นหัวกับยามไปด้วยความอารมณ์ดี แต่สักพัก ด้วยความเหนื่อย ก็บอกว่า พอแล้ว จะกลับเข้าบ้านแล้ว



ยามบอกว่า เข้าไม่ได้ ไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้ จนเขาต้องยืนยันว่า เขาคือ นิติพงษ์ ห่อนาค เจ้าของบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านนี้

”ท่านนิติพงษ์ ไม่ใช่คนหน้าตาแบบนี้หรอก”

พอดี ยามอีกคนหนึ่งเดินมาเห็น เลยร้องบอก อ้าว คุณนิติพงษ์ เชิญครับท่าน....

พอคุณนิติพงษ์ นำเรื่องไปเล่าให้ภรรยาฟัง ภรรยาเลยไปทำความรู้จักกับยามทุกคนจนจำได้
และยังมีการทำเสื้อแจกยาม เจ้าหน้าที่ และคนในหมู่บ้านอีกหลายคนด้วย

เขาเริ่มจากการทำเสื้อสีขาว ที่สกรีนข้อความด้านหลังว่า

”หมู่บ้านนี้ อยู่แล้วรวย
หมู่บ้านนี้ รวยแล้วอยู่”


ส่วนด้านหน้าสกรีนตัวโตๆว่า
”หมู่บ้านนี้ รวยอยู่แล้ว”

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2549

ความบริสุทธิ์

ชายหนุ่มท่าทางแข็งแรงคนหนึ่งนั่งจิบยเครื่องดื่มอยู่ที่บาร์ขณะเมื่อสาวไวไฟปราดเข้าเคียงข้างและแบะท่าชักชวน

"ไม่หรอก น้องสาว" เขาปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม "อาจจะเป็นการแปลกประหลาดสำหรับเธออยู่หรอก แต่ฉันตั้งใจจะรักษาความบริสุทธิ์ไว้สำหรับผู้หญิงที่ฉันรัก"

"เป็นเรื่องยากมาก" ฝ่ายหญิงออกความเห็น

"ไอ้ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก น้องสาว" เขาว่า "แต่เมียฉันน่ะซีแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!"


จาก พล.ต. เลิศ กำแหงฤทธิ์รงค์
ธันวาคม พ.ศ. 2540

เธอสวยไหมครับ

ชายหนุ่มเดินทางไปทำธุรกิจต่างเมืองกับนายของเขาซึ่งเป็นคนที่ตระหนี่ถี่ เหนียวที่สุด คืนหนึ่งนายกลับเข้าโรงแรมที่พักดึกมาก เขาบอกว่าเขาไปพบเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งถูกล้วงกระเป๋า และเดินตุหรัดตุเหร่อยู่บนท้องถนน เขาจึงพาหล่อนขึ้นแท็กซี่ไปส่งยังโรงแรมที่หล่อนพัก

"เธอสวยไหมครับ?" ชายหนุ่มถาม

"สวยไหมน่ะเรอะ? ผมจะไปรู้ได้ไง" นายของเขาตอบ "ก็ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถแท็กซี่ ผมได้แต่จ้องดูมีเตอร์บอกราคา"


จาก พล.ต. เลิศ กำแหงฤทธิ์รงค์
ธันวาคม พ.ศ. 2540

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548

ผมถูกขู่ทำร้าย

มอญฟรี ขึ้นไปบนโรงพัก ปรึกษากับสารวัตรสอบสวน

"ผมถูกขู่ทางโทรศัพท์ 2-3 ครั้งแล้ว ตามกฎหมายผมจะแจ้งความเอาผิดกัยคนที่ขู่ทำร้ายผมได้ไหมครับ สารวัตร"

"อ๋อ ได้สิ ว่าแต่คุณรู้ตัวคนที่ขู่ทำร้ายคุณหรือเปล่าล่ะ"

"รู้ซีครับ เขาเป็นผัวของผู้หญิงคนที่ผมไปติดพันอยู่นั่นละครับ


พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2548

สาเหตุ

แล้วกองทัพอากาศอินเดีย ก็ได้ ฮ.ฝูงใหม่มาประจำหน่วยรบ เป็น ฮ. ที่เทคโนโลยีสูงมาก อุปกรณ์การบินทุกอย่างควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ จะบินขึ้น บินตรง บินดิ่ง หรือจะจอดกับที่กลางอากาศ นักบินไม่ต้องเสียเวลาบังคับเลย เพียงกดปุ่มบอก เจ้า ฮ. พิเศษรุ่นนี้ จะทำหน้าที่ทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ

ซิงค์ บุตรเดว์ นักบินมือหนึ่งของกองทัพอินเดียรู้สึกทึ่งกับการทำงานของ ฮ. ไฮเทครุ่นนี้ยิ่งนัก เขาขออนุญาตทดลองขับดู ซึ่งผู้บังคับกองบินก็ไม่ขัดข้อง

พอ ฮ. ทะยานขึ้นฟ้าไปได้ยี่สิบกว่าเมตร ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นขึดขัด ใบพัดหยุดหมุน แล้วเจ้า ฮ. รุ่นใหม่ไฮเทคก็หัวทิ่มลงสู่พื้นดิน หน่ยพยาบาลรีบเข้าไปช่วยหามร่างของ ซิงค์ บุตรเดว์ ออกมาจากเครื่องที่พังยับ

"เกิดอะไรขึ้น ซิงค์" ผู้บังคับบัญชาถาม "นายขับยังไง ฮ. ถึงได้ตก"

"จ๋านเปล่าทำนะนายจ๋า" ซิงค์ละล่ำละลักรายงาน "จ๋านไม่ได้ทำอะไรมันเลย ไอ่ ฮ.นี่มันอัตโนมัติ จ๋านกดปุ่มมันก็บินขึ้นของมันเอง อีทีนี้พอมันบินขึ้นไปข้างบน ลมแรงมาก จ๋านหนาวน่ะนาย จ๋านก็เลยกดปุ่มปิดพัดลมบนหัว เท่านั้นแหละนายจ๋า จ๋านหัวหมุนไม่รู้ร่วงเลย"


จาก มีนา อยู่ตาปี
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

ต้องเปลี่ยนดู

อนงค์นวลนางหนึ่ง เดินหน้าเศร้าเข้าไปปรึกษาหมอ

อนงค์ : คุณหมอคะ ดิฉันทดลองมาตั้งมากต่อมากแล้ว ใบหน้าดิฉันก็ไม่หวานหยดย้อยซักที

หมอ : คุณลองวิธีไหนมาล่ะ

อนงค์ : ดิฉันใช้น้ำนมสดนวดหน้า ใช้นมสดล้างหน้าค่ะ

หมอ : ผมว่าคุณควรจะเปลี่ยนมาใช้นมข้นหวาน ดูจะดีกว่านา


จาก มีนาอยู่ตาปี
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

เสียงสะท้อน

โกสินทร์ ขับรถพาเมียสาวไปเที่ยวเมืองน่าน เขาจอดรถที่ข้างทางแห่งหนึ่งซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า

'หน้าผาสะท้อนเสียง'

ทั้งสองลงจากรถ

"ลองตะโกนดูสิคะ" เมียสาวว่า

"ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย แต่ลองดูก็ได้"

แล้ว โกสินทร์ ก็ตะโกนขึ้นสุดเสียงว่า"

"ไอ้ขี้โม้! "

เสียงของเขาหายลับไป ทางหน้าผาที่เห็นอยู่ลิบๆ เกือบนาทีไม่มีเสียงสะท้อนกลับมา เมียสายกับให้โกสินทร์ตะโกนใหม่ คราวนี้เขาตะโกนว่า

"ฉันเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก !"

ทันใด มีเสียงสะท้อนกลับมาว่า

"ไอ้ขี้โม... โม้.. โม้.."


จาก มีนาอยู่ตาปี
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

คุณปู่จอมซน

และแล้วคุณปู่ก็ต้องไปหาหมออีกครั้งหนึ่ง ด้วยอาการเคืองนัยน์ตาอย่างแรง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ดุลูกชายวัยสิบขวบที่มอบหมายให้ลูกดูแลคุณปู่ในช่วงที่ คุณพ่อคุณแม่ไปต่างจังหวัด แต่กลับให้คุณปู่เป็นแบบนี้

"ทำไมไม่เอาใจใส่คุณปู่เลยล่ะลูก แบบนี้แย่จังเลยรู้มั้ย"

ลูกชายก้มหน้าตอบเสียงอู้อี้ๆว่า

"ก็ผมห้ามคุณปู่แล้วว่า อย่าไปแอบใต้บันไดส่องดูพี่แอ๋งแม่บ้านเวลาขึ้นลงบันไดแต่คุณปู่ไม่ฟังนี่ฮะ"


จาก เบญจกัลยาดัชนี
มีนาคม พ.ศ. 2537

อ.บ.จ.

หลังจากที่เสร็จภาระกิจกับสาวน้อยผีเสื้อราตรีคนนั้นแล้ว โอภาสก็ลงไปสมทบกับเพื่อนๆที่ล็อบบี้ของโรงแรม ซึ่งก่อนจากกันหล่อนได้สั่งลาเขาเป็นครั้งสุดท้ายว่า

"คุณนี่น่าจะเป็น นายก อ.บ.จ. คนแรกได้เลยนะ"

เพื่อนๆได้ยินกันแล้วต่างก็พากันงง พอหล่อนคล้อยหลังก็รีบถามโอภาสว่า

"ทำไมเธอถึงว่านายน่าจะเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดคนแรกได้เลยวะ"

โอภาสหัวเราะแล้วตอบว่า

"อ.บ.จ. ของหล่อน คือ เอาบ่อยจัง ต่างหากล่ะโว้ย"

จาก ท้ายทายเป็นรอยบุบ
มีนาคม พ.ศ. 2537

นาฬิกาสิทธิมนุษยชน

เซนต์ปีเตอร์ ซึ่งนำเขาไปนั่งในห้องแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยนาฬิกา

ด้วยความฉงนที่เห็นนาฬิกาแต่ละเรือนเดินไม่เท่ากัน อดีตผู้นำจึงถามท่านเซนต์ปีเตอร์ว่า

"ทำไมนาฬิกาแต่ละเรีอนเดินไม่เท่ากันล่ะครับท่าน"

"ความเร็วของนาฬิกาบ่งบอกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเทศ ประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนน้อยก็เดินช้า ประเทศที่มีการละเมิดมากก็เดินเร็ว" ท่านเซนต์ปีเตอร์ตอบ

"แล้วเรือนไหนเป็นนาฬิกาประเทศของผมล่ะครับ"

"อ้อ! ของท่านน่ะหรือ เราเอาไว้ในห้องครัวเพราะเข็มมันเดินเร็วมากจนเราไปใช้แทนพัดลมของเราที่เพิ่งเสียไป" เซนต์ปีเตอร์ตอบ


จาก มังกรอมตะ
มีนาคม พ.ศ. 2537

หมอนักเขียน

นายแพทย์ประจักษ์ นอกจากจะเป็นหมอรักษาคนไข้แล้ว ยังเป็นนักเขียนที่ชอบเขียนเรื่องสั้นส่งไปตามนิตยสารต่างๆ ลายมือหมอประจักษ์ จึงสย และชัดเจนเป็นพิเศษ ผิดกับหมออื่นๆ

วันหนึ่ง หมอประจักษ์ได้เปิดคลินิคตอนเย็นตามปกติ แต่วันนี้แปลกกว่าเพื่อน คือ มีคนไข้น้อยเป็นพิเศษ ช่วงขณะที่หมอประจักษ์กำลังว่างอ่านหนังสืออ่านเล่นฆ่าเวลาอยู่นั้น พยาบาลก็ส่งคนไข้หญิงวัยกลางคนท่าทางตื่นๆมาให้หมอตรวจ

หลังจากตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว หมอก็เขียนรายละเอียดการตรวจรักษาลงในการ์ดคนไข้ และรายการยาให้คนไข้ถือไปให้พยาบาลจัดยา คนไข้รับมาอย่างงงๆมองกระดาษในมือแล้วนิ่งเฉยอยู่

"มีปัญหาอะไรล่ะ" หมอประจักษ์ถาม

"อิฉันไม่ค่อยแน่ใจค่ะ ... คือว่าวันนี้ทำไมคลินิคคุณหมอไม่มีคนไข้เลย ทำไมอิฉันไม่ต้องนั่งคอยหมอเป็นครึ่งค่อนชั่วโมงเหมือนคลินิคอื่น ทำไมคุณหมอใช้เวลาตรวจอิฉันนานผิดกับหมอที่ตรวจแป๊บๆ แล้วทำไมลายมือหมอจึงสวยจังคะ อิฉันไม่เคยเห็นหมอที่ไหนเขียนเรียบร้อยอย่างนี้..."

"อ้าว! แล้วทำไมล่ะ"

"ก็..ก็.. อิฉันอยากถามว่า คุณเป็นหมอจริงหรือเปล่าคะ"


จาก มังกรอมตะ
มีนาคม พ.ศ. 2537

โจรขโมยไข่

จู่ๆ ลุงจิต เจ้าของฟาร์มไข่ไก่ก็แจกการ์ดแต่งงานลูกสาวกับอ้ายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่ง ทำเอาเพื่อนบ้านและคนรู้จักต่างสงสัยไปตามๆกัน

"ว่าที่ลูกเขยของเอ็งเป็นใครกันวะ ไม่เคยได้เค้ามาก่อนเลยนี่หว่า"

เพื่อนบ้านคนหนึ่งถามลุงจิต
"ทันขโมยไข่ข้า ก็เลยต้องจับมันแต่งงาน" ลุงจิตตอบ

"อ้าว ! แล้วทำไมไม่จับส่งตำรวจล่ะ เอ็งนี่ท่าจะบ้า"

ถ้าอ้ายไข่ที่มันขโมย เป็นไข่ไก่ธรรมดาๆ ทำไมข้าจะไม่ทำอย่างนั้น แต่นี่มันขโมยเจาะไข่แดงลูกข้าโว้ย และตอนนี้มันฟักเป็นตัวได้สามเดือนแล้วด้วย ไม่จับให้แต่งได้ไงไหววะ"


จาก อินโดไชน่า
มีนาคม พ.ศ. 2537

คิดถึงบ้าน

นักฟุตบอลทีมชาติหน้าใหม่ นั่งซึมเศร้าอยู่ข้างสนามหลังจากที่เดินทางจากเมืองไทยมาแข่งขันที่ต่าง ประเทศ โค้ชเห็นดังนั้นจึงเข้ามาปลอบเพราะเข้าใจดีว่าคนที่เพิ่งจากบ้านมาครั้งแรก นานๆ แบบนี้ก็ต้องมีการคิดถึงบ้านมากเป็นธรรมดา

"เข้มแข็งหน่อยอ้ายน้อง แรกๆก็อย่างนี้ทุกคนแหละ อีกหน่อยก็ชินไปเอง"

เขาเงยหน้ามองโค้ชด้วยน้ำตาที่เปียกชุ่ม พลางเอ่ยเสียงเครือว่า

"ผมพยายามหักใจแล้วครับที่จะไม่คิดถึงบ้าน แต่โอกาสที่ภรรยาผมไปธุระต่างจังหวัดช่วงนี้เหลือแต่น้องสาวเธออยู่ที่บ้าน คนเดียวแบบนี้มันหาไม่ได้อีกแล้วครับโค้ช"

จาก คนอุบล
มีนาคม พ.ศ. 2537

เหมือนกัน

"ผมเรียนจบกฎหมายมา แต่กลับมาทำอาชีพเลี้ยงกุ้ง แปลกจริงๆเลย"

ชายคนแรกเอ่ยขึ้น

"ส่วนผมเรียนจบวิศวะ แต่ดันมาเป็นนักจัดรายการโทรทัศน์ แปลกเหมือนกันนะ"

อีกคนว่า

"แต่ผมแย่กว่านั้น" คนที่มีหนวดเคราดกครึ้มพูดขึ้นบ้าง

"เรียนจบตำรวจมากลับมาเป็นโจรปล้นรถไฟ เอาล่ะครับทีนี้ก็ถอดของมีค่าออกมาให้หมดเร็วๆก็แล้วกัน เดี๋ยวปืนในมือผมจะลั่นโป้งออกมาก่อน"


จาก - นักรบป้ายรถเมล์
มีนาคม พ.ศ. 2537

ขุนเข่าคุมกำเนิด


เซียนมวย : "ข้ายอมรับว่า หน้าสวน มันยุทธพูน เป็นนักชกที่ตีเข้าได้หนักหน่วง สมกับฉายา ขุนเข่าคุมกำเนิดจริงๆว่ะ"

เพื่อน : " ฉายาขุนเข่าคุมกำเนิด มันฟังดูแปลกๆ พิกลๆ อยู่นะ ทำไมหน้าสวนถึงได้ฉายานี้ล่ะ"

เซียนมวย : " เพราะหน้าสวนชอบตีเข่าเข้ากระจับจนนักมวยที่ชกด้วยเป็นหมันไปแล้วหลายคนน่ะสิ"


จาก เขาตังกวน
มีนาคม พ.ศ. 2537



ชอบแบบไหน

เป็นความบังเอิญที่บดินทร์ ได้มีโอกาสเข้าไปสนทนากับเพื่อนๆที่มีรสนิยมพวกอัญมณีเป็นพิเศษ ได้มีการพูดถึงคุณสมบัติ ความงามของอัญมณีแต่ละชนิดอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งตอนหนึ่ง ได้มีคนถามบดินทร์ว่า

"ระหว่างทับทิม พลอย ไพลิน กับมรกต คุณชอบอะไร"

เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบออกมาว่า

"ทับทิมก็สวยดี แต่ยังไม่ชอบเท่าไร พลอยก็งั้นๆแหละ ส่วนไพลินก็ธรรมดา ไม่ค่อยสะดุดตา มรกตซิ ผมชอบที่สุด"

"คุณชอบตรงไหนเป็นพิเศษ" เพื่อนคนหนึ่งถาม

" อวบ ขาว ใหญ่ดี ขนาด 39 นิ้ว อย่างนี้มีใครสู้มรกตได้บ้างล่ะ"


จาก สุภาพบุรุษแดนประหาร
มีนาคม พ.ศ. 2537

ต่อคิว

ผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งหนึ่ง กลับถึงบ้านก็บ่นกับภรรยาว่า

"เด็กเดี๋ยวนี้แย่จัง ชอบต่อคิวกันเสียจริงๆ"

"เด็กชอบต่อคิวก็ดีสิคะ ทำให้เป็นคนมีระเบียบ รู้จักต่อคิว แล้วคุณมาบ่นว่าแย่ทำไมกัน"

"ไม่แย่ได้ยังไง ก็เด็กชอบหนีเรียนไปต่อคิวที่ใช้เล่นสนุกเกอร์พนันกันนี่นา"


จาก - ตี่เล็ก ใหญ่บางส่วน
มีนาคม พ.ศ. 2537

ใช้อยู่วิธีเดียว

สาว 1 : (คุยอวดเพื่อน) "นี่เธอ ตอนนี้ฉันเพิ่งซื้อบ้านหลังใหม่ รถก็เพิ่งเปลี่ยนจากซีตรองมาเป็นเบนซ์ หมาตัวใหม่ที่บ้านก็น่ารักมากเลย เพราะฉันสั่งอิมพอร์ตเข้ามาจากนอก แต่ละอย่างนี่ต้องใช้เงินซื้อเป็นล้านทั้งนั้น อ้อ! เดือนหน้านี้ฉันจะแต่งงานแล้วนะ เธออย่าลืมไปอวยพรด้วยล่ะ จะได้เห็นว่าเจ้าบ่าวหล่อขนาดไหน"

สาว 2 : "งั้นเหรอ แล้วเจ้าบ่าวที่พูดถึงนี่น่ะ เธอซื้อมาแพงมั้ยจ๊ะ"

จาก ปกป้อง
มีนาคม พ.ศ. 2537

ปลอดภัยไว้ก่อน

เมื่อย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน ฝ่ายภรรยาจึงตรวจกุญแจบ้านที่ทำไว้สองชุดก่อนจะร้อยใส่พวงกุญแจแล้วยื่นให้ สามีเก็บไว้ชุดหนึ่ง คุณพ่อบ้านลองนับๆจำนวนดูแล้ว ก็ต้องท้วงขึ้นว่า "กุญแจบ้านสองชุดนี้เหมือนๆกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพวงที่อยู่กับผมถึงมีน้อยกว่าคุณดอกหนึ่งล่ะ"

"อน่าสนใจกุญแจดอกนั้นเลย เพราะยังไงๆคุณก็ไม่ต้องใช้" ผู้เป็นภรรยาอธิบายยิ้มๆ "มันเป็นกุญแจห้องนอนคนใช้น่ะ"

จาก หมอกเมืองเหนือ
มีนาคม พ.ศ. 2537