++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอที แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

10 ลางบอกเหตุฮาร์ดดิสก์ใกล้ตาย : คอมพิวเตอร์.ทูเดย์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2550 10:25 น.
ที่มา http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000078216

ว่ากันว่าผู้ใช้บางท่านรู้สึกแย่มาก ๆ ที่อยู่ดี ๆ ฮาร์ดดิสก์สุดที่รักก็จากไปอย่างไม่หวนคืน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นมันมีสัญญาณเตือนให้ทราบอยู่ตลอดเวลา แต่ก็หาได้สังเกตไม่ ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีนิสัยรักการแบ็คอัพ ประเภทรักเดียวใจเดียวไม่สำรองข้อมูลไว้ที่อื่นกันบ้างเลย

ประเด็นที่อยากจะเตือนผู้ใช้ก็คือ อย่ามั่นใจเทคโนโลยีมากเกินไป ควรสังเกตสังกามันบ้าง ต่อไปนี้คือ ลางบอกเหตุสำหรับฮาร์ดดิสก์ที่ใกล้ตาย ซึ่งมีอยู่ 10 ข้อด้วยกัน อ่านเรื่องนี้จบแล้วลองพิจารณาดูด้วยนะครับว่า ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้อยู่มีอาการตามนี้บ้างหรือไม่

1. เสียงดังติ๊กๆ อย่านึกว่าเป็นเข็มนาฬิกา : ฮาร์ดดิสก์ทุกตัวในโลกนี้ไม่เคยติดตั้งนาฬิกาปลุกไว้ข้างใน และถ้ามันเป็นปกติดีก็ไม่ควรจะมีเสียงดังติ๊กๆ ให้ชวนระทึกขวัญด้วย เสียงดังที่ว่านี้ ถ้าจะให้พิจารณากันอย่างละเอียดคุณต้องเอาหูแนบกับฮาร์ดดิสก์ว่าเสียงมาจากส ่วนใด เพราะการวิเคราะห์หาสาเหตุจะทำได้ตรงจุดจริง ๆ ถ้าเสียงมาจากตรงกลางให้สันนิษฐานว่ามาจากชุดขับเคลื่อนมอเตอร์ที่อาจเกิดคว ามผิดพลาดหรือชำรุดขึ้น แต่ถ้าเสียงดังมาจากรอบ ๆ นอกในรัศมีของกล่องฮาร์ดดิสก์ ให้สันนิษฐานว่าปัญหามาจากหัวอ่านติดขัด ซึ่งอาจจะกำลังเคาะกับแผ่นจานอยู่ก็เป็นได้ ตรงนี้อันตรายมากเพราะทำให้ข้อมูลเสียหายได้ทั้งลูกเลย

2. ไฟดับบ่อยๆ ไม่ดีกับฮาร์ดดิสก์ : เครื่องคอมพ์ที่ไม่มี UPS มีโอกาสเสี่ยงที่อุปกรณ์ภายในจะเสียหายเร็วขึ้นถ้าหากมีไฟดับบ่อย ๆ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์นั้น เวลาที่ไฟฟ้าดับอย่างรวดเร็วหัวอ่านข้างในอาจจะยังไม่กลับสู่บริเวณที่ปลอดภ ัย หรือบางทีหัวอ่านอาจจะไปกระแทกกับแผ่นจานในช่วงที่ไฟฟ้ากระชากขึ้นมาทันที ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ นอกจากนี้หากไฟตกบ่อย ๆ แล้วดับลงก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เพราะฮาร์ดดิสก์จะพยายามทำงานตามหน้าที่หากมีกำลังไฟเพียงพอ แต่ถ้าในระหว่างนั้นไฟค่อยๆ ตกลงและดับไป ตำแหน่งของหัวอ่านจะยังไม่กลับที่เดิมแน่ ดังนั้น ควรติดตั้ง UPS ไว้จะปลอดภัยทั้งฮาร์ดดิสก์เองและอุปกรณ์ทั้งหมดด้วยเช่นกัน

3. เครื่องแฮงก์บ่อยๆ : ปัญหาเครื่องคอมพ์ค้างนั้น มีหลายสาเหตุครับ นอกจากซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ Error แล้ว อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ก็สามารถทำให้เครื่องค้างหรือหยุดนิ่งไม่ไหวติงได้เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ฮาร์ดดิสก์ นั่นเอง ทำไมฮาร์ดดิสก์ถึงค้างได้ เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากครับ อย่างแรกเลยก็คือ กำลังไฟที่จ่ายไม่เพียงพอ ถ้าเครื่องของคุณมีอุปกรณ์ต่อพ่วงมาก มีฮาร์ดดิสก์และไดรฟ์ออปติคอลหลายตัว แต่เพาะเวอร์ซัพพลายใช้ของราคาถูก จ่ายไฟไม่พอ แบบนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ฮร์ดดิสก์ค้างได้เลย และอย่างที่สองมาจากอุปกรณ์ภายฮาร์ดดิสก์ในทำงานผิดพลาด ซึ่งตรงจุดนี้ตัวระบบปฏิบัติการเองสามารถส่งผลต่อเนื่องมายังฮาร์ดดิสก์ได้โ ดยตรง เพราะยังไงเสียระบบปฏิบัติการก็เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์นั่นเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับส่วนหนึ่ง ย่อมส่งผลไปยังส่วนที่เหลือได้ไม่ยาก

4. ทำไมมันร้อนเร็วจัง : หลังจากที่คุณเปิดสวิตช์เครื่องคอมพ์ได้ไม่นาน และพบว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณมีอุณหภูมิขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ แต่ยังคงทำงานต่อไปได้ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานถึงความผิดปกติที่พบขึ้นมาทันที อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะฮาร์ดดิสก์จะร้อนขึ้นเมื่อมีการเริ่มเขียน-อ่าน ข้อมูลอย่างจริงๆ จังๆ แค่เปิดเครื่องแล้วอยู่ๆ ก็ร้อนขึ้นขนาดนี้ไม่ดีแน่ครับ อาการที่ว่านี้มาจากอุปกรณ์ภายในโดยตรงที่ส่งความร้อนออกมา มอเตอร์อาจได้รับแรงดันไฟมากเกินไปหรือไม่เสถียรพอจนทำงานผิดพลาด นอกจากนี้หากมีชิ้นส่วนในแผงวงจรเกิดชำรุดเสียหายขึ้นมาก็สามารถแสดงอาการแบ บนี้ได้เช่นกัน

5. โปรแกรมค้างบ่อยๆ : สำหรับโปรแกรมที่กำลังพูดถึงนี้ ผมเหมารวมไปถึงระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ เวลาที่คุณเปิดโปรแกรมสักตัวขึ้นมาแล้วมันหยุดนิ่งหรือค้างไปเฉยๆ นั้น หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่อยากให้ทุกท่านได้ใส่ใจก็คือ ปัญหาที่ว่าอาจมาจากฮาร์ดดิสก์โดยตรง ถ้าฮาร์ดดิสก์ของคุณมีแบดเซกเตอร์ (Bad Sector) กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งฮาร์ดดิสก์ ผมกล้าฟันธงได้เลยว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โปรแกรมหรือแม้แต่ระบบปฏิบัติกา รค้างได้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่คุณสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด

6. ไฟติด แต่ไฟล์ดับ! : ถ้าคุณต่อสายสัญญาณไฟแสดงสถานะของฮาร์ดดิสก์ในเมนบอร์ดถูกต้อง หลอด LED ด้านหน้าเคสต้องแสดงอาการให้เห็นเวลาที่มีการเขียนอ่านข้อมูลเกิดขึ้น หลอดไฟดวงเล็ก ๆ นี้ช่วยให้คุณสังเกตความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง ถ้าในระหว่างที่มีการเขียนข้อมูลหรือไฟล์ลงฮาร์ดดิสก์ หลอดไฟย่อมกะพริบอยู่ตลอด แต่หลังจากคุณกลับเข้าไปดูข้อมูลที่เขียนหรือโอนถ่ายลงไปกลับพบว่าทุกอย่างว ่างเปล่า ไม่มีอะไรถูกเขียนลงไปในฮาร์ดดิสก์เลย แล้วทำไมหลอดไฟถึงได้กะพริบแบบนั้น ตรงนี้บอกอะไรเราได้บ้าง อย่างแรกเลยคือ เกิดความผิดพลาดในระดับโครงสร้างการจัดเก็บไฟล์ ปัญหาที่ว่านี้อาจมาจากระบบ FAT หรือแม้แต่โครงสร้างพาร์ทิชันเสียหาย ไฟที่กะพริบแสดงถึงการโอนข้อมูลไปยังตำแหน่งของเซกเตอร์ที่ใช้เก็บข้อมูล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเขียนลงไปได้สำเร็จจริงๆ ยิ่งถ้าคุณปิดหน้าจอไว้ในระหว่างที่มีการโอนไฟล์ใหญ่ๆ หลอดไฟที่กะพริบอาจทำให้คุณเข้าใจว่าระบบกำลังทำงานอยู่ ตรงนี้ถ้าไม่เปิดดูหน้าจอจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

7. ฮาร์ดดิสก์ตีกลอง : สำหรับอาการที่ว่านี้มีความแตกต่างจากข้อที่ 1 โดยสิ้นเชิง ถ้าคุณได้ยิ้นเสียงรัวกลองดังกึกก้องมาจากฮาร์ดดิสก์ และไม่ยอมหยุดซักที อาการแบบนี้บอกได้อย่างเดียวว่ามันจะขอลาแล้วละครับ เสียงดังที่คล้ายกับการตีกลองนั้นมาจากหัวอ่านไปกระทบกับจานอย่างจัง หรือแม้แต่หัวอ่านเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งล็อก จนไปกระกบกับแผ่นจาน ถ้าเป็นแบบนี้ข้อมูลทั้งหมดในอาร์ดดิสก์อาจได้รับความเสียหายจนถึงขั้นกู้ไม ่ได้เลย ดังนั้น ถ้าเสียงกลองเพิ่งเริ่มรัวให้คุณรีบพาฮาร์ดดิสก์ไปซ่อมด่วนเลยนะครับ!

8. สแกนดิสก์ไม่ผ่าน : การตรวจสุขภาพฮาร์ดดิสก์ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองก็คือ สแกนมันให้ทั่วทั้งจาน ไม่ว่าคุณจะใช้บริการจากยูทิลิตีบนวินโดวส์เอง หรือโปรแกรมจากเธิร์ดพาร์ตี้ก็ตาม หากสแกนไม่ตลอดรอดฝั่งแล้วละก็ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานได้เลยว่าฮาร์ดดิสก์กำลังมีปัญหาเกิดขึ้น สาเหตุก็มีทั้งโครงสร้าง FAT เสียหาย รวมถึงตารางพาร์ทิชันที่อาจเสียหายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ หากฮาร์ดดิสก์มีแบดเซกเตอร์ ตรงจุดสำคัญๆ ก็จะส่งผลให้การสแกนฮาร์ดดิสก์ตรงตำแหน่งพื้นที่นั้นๆ ไม่ผ่านด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่ค้างนิ่งไปเลยก็มีให้เห็นด้วย

9. สั่งดีแฟรกแต่ไม่ฉลุย : ดีแฟรก หรือการจัดเรียงข้อมูลหรือไฟล์ที่ไม่ต่อเนื่องซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วฮาร์ ดดิสก์ให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิม เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้ก็จริง แต่ถ้าการดีแฟรกไม่ผ่านฉลุยหรือไม่ยอมจบสิ้นซักทีล่ะ ปัญหาจะมาจากไหนได้ นอกจากฮาร์ดดิสก์นั่นเอง ถ้าคุณพบอาการที่ว่านี้ในระหว่างการดีแฟรกฮาร์ดดิสก์นั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ถึงสุขภาพฮาร์ดดิสก์ของคุณเริ่มไม่ดีแล้ว ความเป็นไปได้ของปัญหามีอยู่สองอย่างครับ อย่างแรกมาจากตัวอุปกรณ์เองที่อาจชำรุดเสียหาย และอย่างที่สองมาจากโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลเกิดความเสียหายในระดั บซอฟต์แวร์ ตรงนี้เราไม่สามารถใช้การดีแฟรกมาช่วยได้นอกจากต้องสร้างพาร์ทิชันและฟอร์แม ตโครงสร้าง FAT ขึ้นมาใหม่

10. สร้างพาร์ทิชันไม่ได้ : สัญญาณอันตรายในข้อสุดท้ายนี้ค่อนข้างรุนแรงครับ ถ้าคุณเผอิญกำลังประสบอยู่ละก็ ขอบอกเลยว่าอาจจะต้องทำใจเอาไว้ด้วย ถ้าอาการที่ว่านี้เกิดกับฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่แกะกล่องคงไม่ต้องซีเรียสอะไร เพราะยังไงก็เคลมได้ชัวร์ๆ แต่ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่หมดประกันไปแล้วล่ะ สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้เวลาที่ไม่สามารถสร้างพาร์ทิชันขึ้นมาได้เลย ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมใดๆ ก็ตาม การตีความหมายไม่ควรอยู่ในวงแคบๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์พังแน่ ๆ หรือมันเพิ่งหล่นมาใช้ไหมนี่ ปัญหาอาจจะมาจากแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย ซึ่งหากคุณหาอะไหล่ที่เป็นรุ่นเดียวกันมาถอดเปลี่ยนเข้าไปใหม่ ก็สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้แล้ว แต่ถ้าแผ่นจานเสียหายละก็หมดสิทธิ์ทันทีครับ ต้องกินยาทำใจอย่างเดียว

อ่านจนจบแล้วคงต้องรีบไปตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ของคุณดูว่าเข้าข่ายอาการใ ดหรือไม่ ถ้ามี คงต้องรีบแก้ไข โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากนิตยสารคอมพิวเตอร์.ทูเดย์ ฉบับปักษ์แรกกรกฎาคม 2550 เรื่อง “Harddisk เน่าเก่าเสียซ่อมได้ … อย่าทิ้ง!!!”

************
อ่านจบกันแล้วก็คงได้ทราบความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์กันมากขึ้น ทีมงานไซเบอร์บิสออนไลนต์ต้องขอขอบคุณกองบรรณาธิการของนิตยสารคอมพิวเตอร์ทู เดย์ด้วยนะคะ ที่แบ่งปันบทความดี ๆ มาให้อ่านกันค่ะ

Company Related Links :
ARiP

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

นำโค๊ตแต่งบล็อกมาฝา แบ่งปั่นก้นใช้ค่ะ



ใส่ Search Google


<!-- Search Google -->
<center>
<FORM method=GET action="http://www.google.com/search"TARGET=_blank>
<input type=hidden name=ie value=tis-620>
<input type=hidden name=oe value=tis-620>
<A HREF="http://www.google.co.th/">
<IMG SRC="http://www.google.com/logos/Logo_40wht.gif" border="0" ALT="Google" align="absmiddle">
<INPUT TYPE=text name=q size=25 maxlength=255 value="">
<INPUT type=submit name=btnG VALUE="Google Search"></FORM></center>


ใส่เพลง

มีรูป console ให้เปิดปิดได้ ใช้สำหรับไฟล์ที่เป็น wma, wav, mp3
<embed src=url ของเพลง autostart=trueloop=false height=45 width=170></embed>

ไม่มี รูป console สำหรับไฟล์ midi , wma, wav, mp3

<BGSOUND balance=0 src=url ของเพลง volume=-600 loop=0>

ไม่มี รูป console สำหรับไฟล์ swf

<embed pluginspage=http://www.macromedia.com/go/getflashplayer src=url ของเพลง swf width=1 height=1 type=application/x-shockwave-flash quality=high></embed>

ใส่นาฬิกา

<embed src="http://www.clocklink.com/Clocks/5001-Blue.swf?TimeZone=GMT0700&DateFormat=DD-mm-YYYY" width="220" height="20" wmode="transparent" type="application/x-shockwave-flash">

แถบข่าว นสพ.ผู้จัดการ
<iframe frameborder=0 height=19 name=result scrolling=no src="http://www.manager.co.th/Home/NewsAlert.asp" width=80%></iframe>

สัญญาลักษณ์ weloveourking
Code มุมซ้าย
<script type="text/javascript" src="http://thaiblogger.org/webbands/weloveourking_left.js"></script>
Code มุมขวา
<script type="text/javascript" src="http://thaiblogger.org/webbands/weloveourking_right.js"></script>

การใส่ background มี 2 วิธีคือ

1. ใส่โดยตรง คือเอารูป background ที่ต้องการ ใส่เข้าไปที่บล็อก แล้วเอา urlของรูปนั้น ไปใช้ในคำสั่งใส่ background

2. ใส่โดยเอารูปไป upload ที่เว็บใดเว็บหนึ่งแล้วเอา url ของรูปมาใช้คำสั่งเดียวกัน แต่วิธีนี้จะไม่ปลอดภัย เพราะถ้า url ถูกเปลี่ยนไป background ก็จะหายไปด้วย
คำสั่งใส่ background มีแบบต่างๆดังนี้
1.ใส่ bg แบบ tile <style>body{background-image:url("XXX");}</style>
2.ใส่ bg แบบ fixed ไม่ให้ bg เลื่อนลงตาม scroll bar <style>body{background-attachment: fixed;background-image:url("XXX");}</style>


ป ล. ให้นำโค๊ตเหล่านี้ไปใส่ที่ ตรงคำสั่ง รูปแบบ ตอนที่เราสร้างบล็อก เลือกลองทำดูค่ะ ว่าต้องการโค๊ตแบบไหนที่จะนำไปใส่บล็อก ขอให้สนุกกับการแต่งบ้านค่ะ ถ้าต้องการภาพสไลด์สวยๆก็ไปสมัครสมาชิกตรงนี้ค่ะ http://www.slide.com



ทีมา http://weblog.manager.co.th/publichome/phakri/


วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550

Google Calendar มากกว่า Organizer ส่วนตัว


คัดลอกมาจาก http://www.dominixz.com/review/review-website-google-calendar-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-organizer-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/


Review Website : Google Calendar มากกว่า Organizer ส่วนตัว



วันนี้รู้สึกเหนื่อยจากการเีรียนมากเลย ขอ Update เรื่องชิลๆ เลยละกันนะครับ วันนี้ผมพามาชิล แต่สิ่งที่ได้อาจจะมีประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ยังไม่เคยลองใช้ Google Calendar นะครับ ทำไมต้อง Google Calendar ณ ทุกวันนี้หากใครยังเรียนอยู่อย่างผมหรือทำงานแล้ว แต่กิจกรรมเยอะมากจัดการเวลาไม่ถูกเลย ไม่รู้ว่าทำไมเวลาหายไปโดยรู้สึกว่าไอ้นู้นก็ยังไม่ได้ทำ ไอ้นี้ก็ยังไม่ได้ทำ ทำไมงานเยอะอะไรแบบนี้ นี้เลยครับเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพตัวหนึ่งของโลก (เน้นเลยว่าของโลก) ไม่ว่าจะทำ To-Do List เป็น Organizer หรือจะเป็น Birthday Alarm ก็ทำได้สารพัดมีประโยชน์สุดๆ



โดยผมจะอธิบายตามตัวเลยนะครับ




  1. เป็นแบบให้เราดูตารางเวลาละครับมีทั้งแบบ วัน , อาทิตย์ , เดือน , 4 วัน หรือแม้แต่เอาเฉพาะวันที่มีงาน (Agenda)

  2. อันนี้เป็นปุ่มการสร้างนัดหมายต่างๆโดยถ้าเป็น Create Event จะสามารถใส่ Detail ได้ละเอียดเลยว่าที่ไหนยังไงบาง จะให้มีเตือนไหมแบบนี้เ้ป็นต้น แต่ถ้าเป็น Quick Add ก็จะใส่เหตุการณ์ลงไปได้ว่าีเกิดอะไรกี่โมงได้โดยต้องใช่การพิมพ์แมบบสั้นเช ่น "ไปบ้านเพื่อน 8am tomorrow" มันก็จะไปสร้างนัดหมายในเวลา 8am พรุ่งนี้ให้

  3. ปฎิทินวันที่ต่างๆเราสามารถกดเพื่อไปดูนัดหมายในแต่ละวันได้ครับ

  4. Google Calendar ต่างๆที่เราได้ใช้งานหรือ share ด้วยเช่น ถ้าเราดึง Google Calendar คนอื่นที่เขาเปิด share เราก็จะเห็นตารางนัดหมายของเขาด้วยในส่วนที่เขาเปิดเป็น Public (เวลาสร้างนัดหมายสามารถกำหนดระดับการเข้าถึงได้)

  5. เป็นการตั้งค่าต่างๆใน Google Calendar รวมถึงตั้งค่า Mobile !!!!




ส่วนอันนี้คือประเด่นที่ผมอยากจะให้ทุกคนได้ใช้มากเลยครับเพราะมัน ฟรี!!!! นั้นคือส่วนของ Mobile Alert ครับผมจะอธิบายวิธีสมัครให้เลยนะครับ




  1. ให้เลือกประเทศที่อยู่ลงไปนะครับ

  2. ใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือลงไป Area Code ตามด้วยเบอร์นะครับ เช่น +66812345555 จะสังเกตุได้ว่าไม่ต้องใส่ 0 นะครับ

  3. เมื่อเราใส่เบอร์เสร็จแล้วก็กดปุ่มเบอร์ 3 ได้เลยครับมันจะส่ง SMS ไปที่เครื่องเราเพื่อให้รหัสมายืนยัน

  4. เมื่อได้รหัสจาก Google แล้วก็ใส่รหัสแล้วกดปุ่ม 4 ได้เลย Verify ผ่านแล้วเริ่มใช้กันได้เลย



วิธีใช้ก็ง่ายๆครับเมื่ออยู่ในหน้านัดหมาย (Event) ใดๆมันจะมีคำว่า Option ให้เราเปิดมันขึ้นมาแล้วมันจะมีให้เลือกแบบในการเตือนมีทั้ง Email , Pop-up , SMS(เฉพาะคนที่สมัคร Mobile แล้วนะครับ)
คำเตือน : สำหรับคนที่ใช้ IE7 นะครับเวลากด Option แล้วมันจะเด้งไปอีกหน้าอะครับผมไม่รู้ว่าแก้ไงนะครับลองใช้ Firefox / IE6 แล้วใช้ได้นะครับ



อธิบายของส่วนของ Event นะครับ




  1. ก็คือส่วนของระบบการเตือนนะครับว่าจะให้มันเตือนเหตุการณ์นี้แบบไหน เช่น แบบ SMS ก็จะส่งผ่าน SMS ไปยังมือถือคุณเพื่อเตือนคุณตามเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ 1 ชม เป็นต้น

  2. ส่วนที่ผมเคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเป็นการกำหนดว่าใครสามารถดูนัดหมาย นี้ได้บาง เอาไว้ใช้ในกรณีที่ Calendar นี้เปิดให้คนอื่นดูได้ด้วย

  3. ถ้าหากต้องการให้ใครรับรู้เหตุการณ์นี้ด้วยเป็นพิเศษก็ยังสามารถส่ง Email จากต้องนี้ไปได้ทันที



วันนี้ก็จบการ Review Website Google Calendar สังเกตุได้ว่าผม Review อันนี้ใช้หลายรูปเหลือเกินเพราะอยากให้ใช้กันเยอะๆนะครับ เพราะมันมีการส่ง SMS ฟรีด้วยสินี้สิข้อดีสำคัญเลยละ ทำให้เราไม่ค่อยพลาดนัดหมายเลยทีเดียว ที่นี้ยังทำประยุกต์เป็น Birthday Alarm ได้ด้วยโดยเราก็ไปกำหนดนัดหมายในวันเกิดของคนๆนั้นซะ แล้วเราก็ให้มันเตือนผ่าน SMS เราจะไม่พลาดวันเกิดใครเลยทีเดียวเชียว :) และยังเหมาะกับคนที่งานยุ่งๆวุ่นๆตลอดเวลาได้ตัวนี้ช่วยเตือนคุยได้ไม่ให้ลื ม นัดหมายที่สำคัญ ฝาก Google Calendar ไว้ให้คนไทยใช้กันเยอะๆนะครับ ไปละวันนี้ Review ยาวไปหน่อย ^^


ปล. หลังจากนี้ผมอาจจะใ้ช้รูปจาก Photobucket หรือไม่ก็ Flickr นะครับเพราะพื้นที่ผมจะหมดแล้ว (เช่าปีละ 100 บาทได้พื้นที่ 15mb เองอะต้องจัดสรรค์ Bandwidth + เนื้อที่หน่อยอ่า) อาจจะทำให้ภาพโหลดช้านะครับ ก็ขออภัยด้วยนะครับ


วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550

การประยุกต์ใช้งานอินทราเน็ตและเอ็กทราเน็ตเพื่อสนับสนุนการค้าบนเวบ (Intranet/Extranet)


ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่าระบบอินทราเน็ตและเอ็กทราเน็ตคืออะไร? และมันเกี่ยวโยงอะไรกับอินเทอร์เนต?


ตามความหมายแล้ว ทั้งสองระบบนี้ หมายถึง ระบบเครือข่ายที่สร้างขึ้นจากการนำหลักการหรือระบบการทำงานของอินเทอร์เนตมาใช้งานภายในองค์กร (Intranet) และระหว่างองค์กรเฉพาะกลุ่ม (Extranet) ซึ่งหน้าที่ต่างๆในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นเรื่องเว็บบราวเซอร์ การรับ-ส่งอีเมล์ การทำการโอนย้ายแฟ้มข้อมูล (FTP) จะเหมือนกันกับที่ใช้อยู่บนระบบอินเทอร์เน็ตปกติ ซึ่งระบบนี้ทำงานด้วยการตั้งอินทราเน็ตเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาภายในองค์กรหรือศูนย์กลางของกลุ่มองค์กรของเรา เช่น ระหว่างบริษัทของเรากับกับกลุ่มตัวแทนจำหน่าย เป็นต้น



อินทราเน็ต/เอ็กทราเน็ต สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานภายในองค์กร และระหว่างองค์กรได้มากมายหลายรูปแบบ โดยสามารถใช้ร่วมหรือทดแทนเครือข่ายหรือระบบ LAN เดิม ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันก็คือ การรับ-ส่งข้อมูลในลักษณะแบบกราฟฟิก และ มัลติมีเดีย เช่น การใช้งานในการสร้างแฟ้มประวัติบุคคล ก็สามารถที่จะใส่ภาพบุคคล กิจกรรม สถิติที่เป็นกราฟสี หรือหากใช้ในการควบคุมสต๊อกก็สามารถแสดงภาพสีของสินค้า หรือ ชิ้นส่วนได้ทุกชิ้น ทำให้มีความแม่นยำในการควบคุมและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น เมื่อเทียบกับระบบ LAN ดั้งเดิม ต่อไปนี้เป็นบางตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากระบบ อินทราเนต/เอ็กทราเน็ตจากประสบการณ์การทำงานของทีมงานบริษัทแห่งหนึ่ง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ มีดังนี้ คือ



  1. ใช้เป็นระบบกระจายอีเมล์ภายใน : ระบบนี้ใช้ตู้อีเมล์กลางบนระบบอินเทอร์เนตเพียงตู้เดียวในรูปของ ชื่อพนักงานแต่ละคน@yourcompany.com และการเปิดตู้และส่งอีเมล์จะสามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติตามเวลาที่ตั้งไว้ได้โดนอินทราเน็ตเซิร์ฟเวอร์จะทำการต่อโมเด็มเข้าสู่ระบบอินเทอร์เนตเองเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ และเมื่อทำการรับ-ส่งอีเมล์เรียบร้อยก็จะยกเลิกการเชื่อมต่อทันที ทำให้ประหยัดเวลาการใช้งาน หลังจากนั้น เครื่องก็จะทำหน้าที่กระจายอีเมล์ที่ได้รับจากตู้กลางเข้าสู่ตู้อีเมล์ภายใน โดยตรวจสอบชื่อที่อยู่หน้าเครื่องหมาย @ ของอีเมล์แต่ละฉบับ ซึ่งวิธีนี้เองที่เราสามารถส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าบนเว็บแล้วกระจายไปยังฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ

  2. ใช้สนับสนุนระบบ Back Office: เป็นการเชื่อมต่อเว็วเซิร์ฟเวอร์ในระบบอินทราเน็ตเข้ากับอินทราเน็ตเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ภายในสำนักงานให้ทำงานประสานกัน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอีคอมเมิร์ซในส่วนจัดการระบบ Back Office เช่น การรับคำสั่งซื้อ บริหารคำสั่งซื้อ เบิกจ่ายสินค้าคงคลัง บันทึกผลงานของสมาชิกหรือตัวแทนขาย หรือแม้แต่ต่อเชื่อมเข้าสู่ระบบวางแผนการผลิต

  3. ใช้กับ Off-line Catalog : ในกรณีที่ท่านมีสินค้าจำนวนมาก การจัดพิมพ์แคตาล็อคตามปกติคงจะเป็นเรื่องที่ลำบาก เพราะเสียค่าใช้จ่ายสูง และถ้าต้องส่งให้ ผู้ค้าปลีกของท่านด้วยก้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่ครั้นจะจัดทำในรูปของเวบเพจก็อาจจะมีปัญหาที่ปริมาณข้อมูลมากเกินไป และเสียเวลาในการเปิดดู หรือ ดาวน์โหลดข้อมูลจากระบบอินเทอร์เนต ฉะนั้นทางแก้หนึ่งก็คือ จัดทำเป็น CD-Rom เพื่อใช้ในการเปิดชม Offline ในร้านหรือโชว์รูม แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมัปัญหาในเรื่องการอัพเดทข้อมูล ฉะนั้น วิธีหนึ่งที่ทำได้ก็คือ การจัดสร้างระบบผสมกับระบบเอ็กทราเนต โดยเริ่มจากการถ่ายข้อมูลจาก CD-ROM ลงในฮาร์ดดิสก์และเมื่อต้องการทำการอัพเดทก็สามารถกระทำผ่านระบบเอ็กทราเนตได้โดยตรงและอาจจะหมายรวมถึงการบริหารการซื้อ-ขายของผู้ค้าปลีกผ่านระบบนี้ได้อีกด้วย

  4. ใช้เอ็กทราเน็ตบริหารงานขายและการจัดจำหน่ายของผู้ค้าปลีก : เช่น ให้ตัวแทนของท่านสั่งซื้อสินค้า แจ้งรายการโปรโมชั่น ติดตามผลการขาย เปิดหน้าร้านร่วมกันบนระบบอินเทอร์เน็ต หรือใช้ระบบ Online Catalog ร่วมกัน เป็นต้น

  5. ใช้เอ็กทราเน็ตสนับสนุนการจัดส่งสินค้า: ระบบนี้จะทำให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าบนระบบออนไลน์ได้ และสามารถส่งคำสั่งซื้อที่ได้ไปยังระบบเอ็กทราเน็ตของผู้ค้าปลีกเพื่อให้ตัสแทนที่อยู่ในพื้นที่นั้นจัดส่งสินค้าให้เลย ด้วยระบบนี้เราอาจจะเช็คก่อนก้ได้ว่า ตัวแทนรายใดมีสินค้าอยู่ในสต๊อกหรือไม่? หากไม่มีก็อาจโอนไปให้ตัวแทนรายอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงทำการจัดส่งแทน

  6. ระบบการกระจายรายงานขายผ่านระบบอินเทอร์เนต: เป็นการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายภายในองค์กร เพื่อให้ทำการกระจายรายงานผลการขาย หรือ รายงานด้านการค้าต่างๆไปยังสมาชิกหรือบริษัทในเครือโดยอัติโนมัติโดยอาศัยระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจจะเป็นการส่งรายงานนั้นเข้าสู่อีเมล์ของลูกค้า หรือออกรายงานในรูปของ HTML บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ทางลูกค้าสามารถจะค้นหาดูได้เลย

  7. การประมวลผลคำสั่งซื้อหรือ Enquiry Form: ใช้วิธีการเชื่อมต่อข้อมูลจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ในระบบอินเทอร์เน็ตเข้ามายังระบบเครือข่ายภายในเพื่อนำไปสู่การประมวลผลโดยตรง ซึ่งในแต่ละขั้นตอนสามารถทำงานเชื่อมต่อกันโดยอัติโนมัติ


ข้างต้นนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของการประยุกต์ใช้ระบบอินทราเน็ต/เอ็กทราเน็ตเท่านั้น ในการออกแบบระบบจริงนั้นจำเป็นจะต้องปรับยืดหยุ่นตามความต้องการหรือปัญหาทางธุรกิจของท่านและสามารถที่จะต่อเติม หรือใช้ร่วมกับระบบเครือข่ายเดิมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งต้องเรียนว่า การประยุกต์ใช้งานเหล่านี้ มันไม่รู้จบนะครับ !


นำมาจากบทความถ่ายทอดประสบการณ์ โดย วัชรพงศ์ ยะไวทย์






Technorati : , , , , , ,

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2550

เทคนิคการอ่านบันทึกเฉพาะเรื่องที่สนใจจาก blog คนจุดตะเกียงที่หลายหลาย

ใน blog แห่งนี้ มีบันทึกหลากหลายเรื่อง แล้วแต่ความต้องการในการถ่ายทอด
และสื่อสารเรื่องราวต่างๆสู่ชาวโลก
ไม่มีกรอบ หรือข้อจำกัดแต่อย่างใด
อาจทำให้ค้นหาบันทึกเฉพาะเรื่องที่ต้องการอ่าน หายาก

เช่น บันทึกรัก หรือบันทึกที่เกี่ยวกับวิทยากร เชียงกูล
แต่วันนี้ สามารถที่จะติดตามอ่านบันทึกเฉพาะเรื่องที่สนใจได้แล้ว จาก label ที่ระบุไว้ท้ายบันทึก
ซึ่งจะเป็นหมวดหมู่ของบันทึกนั้นๆ

การติดตามอ่าน
บันทึกรักจากชายคนหนึ่ง
สามารถ save ที่อยู่นี้ คือ
http://onknow.blogspot.com/search/label/NB_love

หากต้องการดึงบันทึกไปอ่านโดยการใช้ระบบ rss feed เพื่อไปอ่านทาง google reader
http://onknow.blogspot.com/feeds/posts/default/-/NB_love

ส่วนการติดตามบันทึกเกี่ยวกับวิทยากร เชียงกูล, แฟนพันธุ์แท้, เรื่องราวของการก่อตั้งชมรมศึกษางานเขียนของ อ.วิทยากร ฯลฯ
สามารถ save ที่อยู่นี้ คือ
http://onknow.blogspot.com/search/label/witayakorn

หากต้องการดึงบันทึกไปอ่านโดยการใช้ระบบ rss feed เพื่อไปอ่านทาง google reader
http://onknow.blogspot.com/feeds/posts/default/-/witayakorn

สะดวกแบบไหน เลือกติดตามอ่านได้เลย



วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

website และ weblog กับการถ่ายทอดข้อมูลเป็นทอดๆ





ในยุคนี้ที่มีข้อมูลอย่างหลากหลายมากกว่าก่อน
ทั้งเวบไซต์ที่หลากหลาย
และเวบ บล็อก ที่ทุกคนสามารถเขียนบันทึกได้อีกเยอะแยะ
การนำเสนอข้อมูลใน อินเทอร์เนตในวันนี้ ใช่ว่าทุกคนจะเห็นข้อมูลที่เรานำเสนอทุกอย่าง
ข้อมูลที่มีเยอะ จึงมีให้เลือกเปิดอ่าน เปิดดูเยอะ
มีข้อมูลหลายเรื่อง ที่ไม่เคยถูกเปิดดูเลย

แนวคิดในการเผยแพร่ข้อมูลของคนส่วนหนึ่ง
มักจะยึดที่ตัวเวบไซต์ หรือ เวบ บล็อกของตัวเอง
ข้อความ บันทึก เป็นสิทธิของเวบตนเอง มีให้อ่านที่เวบของตัวเองเท่านั้น





แต่มีบางคนมองอีกด้าน
ยึดที่ตัวข้อมูลเป็นหลัก
ข้อมูลนั้นจะไปปรากฏที่เวบไหนก็ได้
ยิ่งปรากฏหลายที่ ก็ยิ่งเปิดช่องทางให้ผู้อ่าน เข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น
ที่เห็นๆคือ Forward mail ต่างๆ

จึงมีการนำข้อมูลจากเวบที่ 1 ไปใส่ใน เวบที่ 2 และเวบที่ 3 ไป copy จาก เวบที่ 2 มาใส่ไว้ในเวบอีกที
หรือการใช้เทคโนโลยี การดึงหัวข้อด้วย Rss Feed ไปนำเสนอที่เวบอื่น
โดยที่เวบต้นทาง มีการเพิ่มข้อมูลเมื่อไหร่ เวบที่ดึง Rss feed ไป ก็จะเห็นข้อมูลใหม่ด้วย

เหมือนเช่นที่ เวบ บล็อก onknow แห่งนี้ ที่มีการดึงหัวข้อบันทึกจากเพื่อนพ้องพันธมิตรบล็อกมานำเสนอไว้

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เปลี่ยนมาใช้ Paint.net ของฟรี แทน Photoshop

ถ้าพูดถึงโปรแกรมตกแต่งภาพทั้งหลายแล้ว หลายคนคงนึกถึง Photoshop ซึ่งผมก็คงไม่แย้งล่ะครับ เพราะของเขาดีจริงๆ แต่สิ่งสำคัญตือมันไม่ฟรี

ส ำหรับผู้ใช้ตามบ้านแล้ว การเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อซื้อ Photoshop มาใช้งาน (ไม่นับแผ่นละ 150 นะครับ) ดูจะเป็นการสิ้นเปลืองที่เกินเหตุไปมากเลยทีเดียว เพราะในความเป็นจริง คุณอาจจะไม่ได้ใช้งานเต็มฟีเจอร์ของมัน อีกอย่างหนึ่งคือ Photoshop เป็นซอฟต์แวร์ระดับมืออาชีพ ซึ่งก็ปล่อยให้มืออาชีพเขาใช้งานไปเถอะครับ

ส ำหรับผู้ใช้ตามบ้านแล้วผมขอแนะนำ Paint.net โปรแกรมตกแต่งภาพที่มีลูกเล่นน่าสนใจ ที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่มันเป็นฟรีแวร์ครับ เนื่องจากว่า Paint นี้เป็นโปรแกรมที่เคยเป็นโปรเจ็กต์ของนักศึกษา และได้มีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน และมันก็เป็นซอฟต์แวร์ Open Source ที่คุณสามารถจะนำมาพัฒนาต่อยอดได้ตามความต้องการ โดยต้องใช้ภาษา C++ เป็นพื้นฐานในการพัฒนาครับ

หน้าตาของโปรแกรมดูเป็นมืออาชีพมากเลยทีเดียว

ม าพูดถึงฟีเจอร์กันบ้างดีกว่า Paint.net นี้เป็นโปรแกรมที่มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย แต่รูปแบบการใช้งานนั้นง่ายมาก คุณลองนึกถึงโปรแกรม Paint เดิมๆที่เคยใช้งานบนวินโดวส์ เพียงแค่มันมีเครื่องมือในการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น ช่วยให้คุณสามารถทำงานในระดับสูงได้ดีขึ้น อย่างเช่นการใช้งาน Layer ซึ่งเป็นจุดเด่นของโปรแกรมกราฟิกอย่าง Photoshop ที่ทำให้คุณสามารถแก้ไขภาพเป็นส่วนๆได้ตามที่ต้องการแยกกันเป็น Layer เพิ่มความสะดวกในการใช้งานดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้มันยังมีการใช้ History แบบไม่จำกัดด้วย ถ้าใครเคยใช้โปรแกรม Paint บนวินโดวส์หรือโปรแกรมกราฟิกกระจอกๆจะรู้ว่าถ้าคุณแก้ไขภาพไประยะหนึ่งแล้วต ้องการย้อนกระบวนการที่ทำไปแล้วหลายขั้นตอน คงจะต้องถึงขั้นโหลดไฟล์ที่เซฟไว้ขึ้นมาทำใหม่กันเลยทีเดียว แต่ Paint.net สามารถสั่ง Undo กลับไปได้ถึงจุดเริ่มต้น แม้ว่าคุณจะแก้ไขภาพมาเป็นร้อยๆจุดก็ตาม

สุดท้ายคงเป็นเรื่องของเอฟเฟ ็กต์ต่างๆที่มีในโปรแกรม ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการเช่นเดียวกัน เพื่อให้ได้ภาพออกมาในลักษณะพิเศษต่างๆ Paint.net ก็มี effect มาให้เลือกได้อยู่พอสมควรเช่นเดียวกัน เพียงเท่านั้นผมก็คิดว่ามันน่าจะตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างเหลือเฟือ แล้วสำหรับใช้งานกราฟิกตกแต่งภาพทั่วไป

Download ได้ที่ http://www.getpaint.net

จาก WinMag ฉบับที่ 165 เมษายน 2550

ที่มา http://www.arip.co.th/2006/blogs.php?g1=0&blogger=winmag&id=406364

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เว็บไซต์ย่อ-ขยายรูป Shrink Picture

เว็บไซต์ย่อ-ขยายรูป Shrink Picture ( http://www.shrinkpictures.com/ )

ใช้งานง่าย ไปที่กรอบด้านล่าง Resize Images กด Browse เพื่อเลือกรูป จากนั้นเลือกขนาดได้เลย ตามข้อ 2 และ กด resize ได้เลย เราก็จะได้รูปตามขนาดที่ต้องการ

สามารถปรับให้ใหญ่ เล็ก ตามต้องการได้อย่างง่ายๆ

ส่วนย่อ ขยายภาพจากเวบไซต์ http://www.shrinkpictures.com/

Resize Images
1 Choose Picture or Photo to Shrink

2 Select New Maximum Image dimension
760 Pixels 600 Pixels 350 Pixels 100 Pixels
75% 50% 25%
Custom maximum 1000px

3 Apply an image Special effect (Optional)
Greyscale Sepia

4 Set resized image quality (jpg compression)
Good Better Best

5 * be patient if original picture is large
Looking for a new Digital Camera or accessory - then bid on one of these great Auctions





ที่มา http://webblogguidestation.blogspot.com/2007/04/guide-12.html

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

"iGoogle"เสิร์ชเอนจินปรับโฉมได้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤษภาคม 2550 16:18 น.
กูเกิลปรับบริการ iGoogle ใหม่ หวังตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการปรับโฉมหน้าเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง แถมยังสามารถแชร์ภาพถ่าย งานเขียน ฯลฯ ได้อีกมากมาย

เจสสิกา อีวิง (Jessica Ewing) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ iGoogle เปิดเผยว่า บริการ iGoogle เปิดให้บริการทั้งสิ้นใน 40 ประเทศ โดยรองรับมากถึง 26 ภาษา พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าบริการ iGoogle จะช่วยปรับโฉมหน้าแบบเดิม ๆ ของ Google ให้มีสีสันขึ้น เนื่องจากผู้ใช้สามารถเลือกฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ปฏิทิน, ข่าว, นาฬิกา, เกม, พยากรณ์อากาศ ฯลฯ มาใส่เอาไว้ได้ และสามารถเลือกวางในจุดที่ต้องการได้อย่างสะดวกง่ายดาย

นอกจากนั้น ทางกูเกิลยังเตรียมธีม (Theme) เอาไว้ให้ปรับเปลี่ยนอีกหลายแบบด้วย และยังยอมรับด้วยว่า บริษัทได้หยิบยืมไอเดียบางส่วนของบริการใหม่นี้มาจากเว็บไซต์ชุมชนชื่อดัง เช่น MySpace, Facebook, Flickr, Bebo หรือ Photobucket ด้วย

ภายในบริการ iGoogle ยังมีเครื่องมือ Gadget Maker สำหรับช่วยผู้ที่ต้องการนำภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือเพลงของตนเองขึ้นไปใส่บนเว็บให้ทำงานได้ง่ายขึ้น

"เราเน้นพัฒนาระบบเสิร์ชที่สามารถปรับแต่งได้ตามความชอบส่วนตัว เนื่องจากทีมงานเล็งเห็นว่า ความสามารถดังกล่าวนี้ได้ทำให้เราประสบความสำเร็จมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน และจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในอนาคต" มาริสสา เมเยอร์รองประธานกูเกิลกล่าว

ด้านเซป คามวาร์ (Sep Kamvar) หัวหน้าทีมวิศวกรในการพัฒนา iGoogle กล่าวว่า "ผู้บริโภคทุกคนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดในการทำงาน เราจึงพัฒนาแอปพลิเคชันชั้นเลิศออกมาเพื่อตอบรับในจุดนี้"

น โยบายการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ได้ตามความต้องการของผู้ใช้นี้ กูเกิลริเริ่มมาแล้วกว่า 2 ปี โดยผู้ใช้จะมีสิทธิเลือกฟีเจอร์ต่าง ๆ มาใส่ในหน้าเว็บได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันมีผู้ทดลองใช้บริการแล้วประมาณ 10 ล้านคน

"ผู้ที่ต้องการอัปโหลดภาพ ส่งอีเมล ฯลฯ สามารถใช้บริการ Gadget Maker ในการสร้างรูปแบบการทำงานได้โดยไม่ต้องมีความเข้าใจในการเขียนโปรแกรมมาก่อน เลย"

และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กูเกิลได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเว็บย้อนหลังได้ ที่สำคัญ ย้อนหลังได้นานหลายปี ทั้งนี้ผู้ที่จะใช้บริการดังกล่าวได้ ต้องเป็นสมาชิกของกูเกิลที่อนุญาตให้บริษัทเก็บข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต เอาไว้เท่านั้น

เมเยอร์กล่าวว่า "บริการค้นประวัติการใช้งานเว็บจะช่วยทำให้เรารู้จักตัวตนของผู้ใช้มากขึ้น และถ้าผู้ใช้รู้สึกไม่เป็นส่วนตัว หรือต้องการลบข้อมูลใดทิ้งก็สามารถทำได้"

Company Related Links :
Google
iGoogle

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2550

วิธีการนำบล็อกไปใส่ในเว็บไซต์ ( RSS to Javascript to Homepage)

สำหรับท่านที่มี blog และอยากจะนำหัวข้อใน blog ไปใส่ไว้ในเวบไซต์ต่างๆ เรามีวิธีการดึงข้อมูลอย่างง่ายๆ ไปใส่ที่เวบไซต์ได้ทันที

เช่น blog ของ blogspot

เว็บไซต์ของท่านจะได้ดู update อยู่ตลอดเวลา

วิธีการที่กำลังจะอธิบายนี้ เรียกว่า RSS to Javascript ขั้นตอนคร่าวๆ คือ
1. นำ RSS ของบล็อก แปลงให้เป็น Javascript โดยใช้บริการจากเว็บไซต์เฉพาะ

นี่คือแหล่้งรวมเครื่องมือเหล่านี้ครับ

Feed and RSS Tools in 5 Steps


http://3spots.blogspot.com/2006/02/feed-and-rss-tools-in-5-steps.html

จากหน้าเวบไซต์ ในที่นี้ เลือก Feed2JS.org
จะเห็นดังหน้าจอ

คลิกที่ Build เพื่อกรอก rss feed
โดยคุณต้อง copy เอาลิงค์ของ RSS มาใส่ไว้

คลิกเข้าไป แล้ว Copy ในส่วน


URL Enter the web address of the RSS Feed

Note: Please verify the URL of your feed (make sure it presents raw RSS) and check that it is valid before using this form.

ตัวอย่าง feed ของเวบนี้ คือ
http://onknow.blogspot.com/feeds/posts/default

จะอยู่ที่
Subscribe to: Posts (Atom)

ตรงตำแหน่งล่างสุดของหน้านี้





ปรับแต่งรายละเอียดตามต้องการ แล้วคลิกที่ Preview Feed ดูตัวอย่าง
เมื่อพอใจแล้ว คลิกที่ Generate Javascript

Show n' Tell!



จะได้ข้อมูลดังภาพ


Using RSS Feeds in your web pages is just a cut 'n paste away!

Build a Feed!

The tool below will help you format a feed's display with the information you want to use on your web site. All you need to enter is the URL for the RSS source, and select the desired options below. Note that we now have a number of mirror Feed2JS sites that can provide the exact same service as we provide here.

First, be sure to use the preview button to verify the content and format. Once the content is displayed how you like, just use the generate javascript button to get your code. Could it be an easier? The last step is exploring your options for stylizing your displayed feed.

Get Your Code Here

cut and paste javascript:

URL Enter the web address of the RSS Feed

Note: Please verify the URL of your feed (make sure it presents raw RSS) and check that it is valid before using this form.

Show n' Tell!


Show channel? (yes/no/title) Display information about the publisher of the feed (yes=show the title and description; title= display title only, no=do not display anything)
yes title no

Number of items to display. Enter the number of items to be displayed (enter 0 to show all available)

Show/Hide item descriptions? How much? (0=no descriptions; 1=show full description text; n>1 = display first n characters of description; n=-1 do not link item title, just display item contents)

Use HTML in item display? ("yes" = use HTML from feed and the full item descriptions will be used, ignoring any character limit set above; "no" = output is text-only formatted by CSS; "paragraphs" = no HTML but convert all RETURN/linefeeds to
to preserve paragraph breaks)
yes no preserve paragraphs only

Show item posting date? (yes/no) Display the time and date for each item.
yes no

Time Zone Offset (+n/-n/'feed') Date and timer are converted to GMT time; to have display in local time, you must enter an offset from your current local time to Thu, 26 Apr 2007 09:10:11 +0000 (GMT). If your local time is 5 hours before GMT, enter -5. If your local time is 8 hours past GMT, enter +8. Fractional offsets such as +10:30 must be entered as decimal +10.5. If you prefer to just display the date is recorded in the RSS, use a value = feed

Target links in the new window? (n="no, links open the same page", y="yes, open links in a new window", "xxxx" = open links in a frame named 'xxxx', 'popup' = use a JavaScript function popupfeed() to open in new window)

UTF-8 Character Encoding
Required for many non-western language web pages and also may help if you see strange characters replacing quotes in your output (see help pages for more information).
use UTF-8 character encoding

Podcast enclosures
For RSS 2.0 feeds with enclosures, display link to media files (see style notes for modifying display of the links)
yes no

Custom CSS Class (advanced users)
Use to create different styles for multiple feeds per page. Specify class for content as rss-box-XXXX where XXXX is the value entered below. Style sheets must be created in accordance with Feed2JS guidelines.

Feed2JS :

แปลงไฟล์เป็นอักษรเบรลล์ง่าย ๆ ด้วย RoboBraille

คราวนี้ เราสามารถช่วยเหลือคนตาบอด ให้มีหนังสือดีๆอ่านเพิ่มขึ้นได้ด้วยโปรแกรมตัวนี้ล่ะครับ

ที่มา http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000043743
หน้าแรกของเว็บไซต์
"RoboBraille" บริการแปลงไฟล์เอกสารเป็นอักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอดฮิต มีคนนิยมใช้เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง พบคุณสมบัติเด่นเรื่องการใช้งานง่าย จึงสามารถดึงดูดผู้ใช้ได้รวดเร็ว

บ ริการแปลงไฟล์ของ RoboBraille เน้นการทำงานแบบอัตโนมัติ ระบบจะเป็นผู้จัดการทั้งหมดเพียงลำพัง ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานคอยให้บริการ เว้นแต่ช่วยในการอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ รูปแบบการให้บริการคือ ผู้ใช้เพียงส่งข้อมูลที่ต้องการจะแปลงเป็นอักษรเบรลล์ให้กับทางเว็บไซต์ผ่าน ทางอีเมล (สามารถส่งได้ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความล้วน (.txt) เอกสารเวิร์ด (.doc) หรือไฟล์ .html) จากนั้นเพียงชั่วอึดใจ ระบบจะส่งไฟล์เสียง (.MP3) ของข้อมูลดังกล่าวกลับมาให้ หรือมิเช่นนั้นจะส่งมาเป็นอักษรเบรลล์แบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่เปิดไฟล์อักษรเบรลล์แบบอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีอุปกรณ์พิ เศษเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ (tactile display) สำหรับช่วยในการอ่านข้อมูลเหล่านั้นโดยเฉพาะ โดยจะประกอบด้วยแป้นหมุดเล็ก ๆ จำนวนมาก สามารถขยับขึ้นลงได้ตามรูปแบบของอักษรเบรลล์ หรือมิเช่นนั้นจะสั่งพิมพ์ทางพรินเตอร์ก็ได้ (ต้องเป็นพรินเตอร์ที่สามารถพิมพ์อักษรเบรลล์ได้เท่านั้น)

โลโก้
"เราต้องการพัฒนาระบบที่ทำงานได้แบบอัต โนมัติ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องยุ่งยากใด ๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงแค่ใช้งานอีเมลได้เท่านั้น เพราะจากการศึกษาของเราพบข้อสรุปตรงกันว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะให้ผู้ใช้ทั่วไปเป็นคนผลิตสื่อที่ใช้อักษรเบรลล์ด้วยต ัวเอง" Lars Balieu Christensen หนึ่งในทีมงานผู้พัฒนากล่าว ซึ่งการพัฒนาระบบดังกล่าว ทีมงานจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับอักษรเบรลล์เพิ่มเติมค่อนข้างมาก ทั้งในแง่ของตัวอักษร และการวางเลย์เอาท์ของข้อความ

ปัจจุบัน บริการของ RoboBraille รองรับทั้งสิ้น 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาเดนมาร์ก ภาษาอังกฤษ ภาษาอิตาเลียน และภาษาโปรตุเกส อ ย่างไรก็ดี บริการของ RoboBraille ยังอยู่ในช่วงทดสอบเท่านั้น ซึ่งทางทีมงานเปิดเผยว่าในอนาคตมีแผนจะเพิ่มฟีเจอร์การแปลงเอกสาร PDF เป็นอักษรเบรลล์ลงไปด้วย

โครงการพัฒนา RoboBraille นี้ได้รับเงินสนับสนุนจากอียูเป็นจำนวน 500,000 ปอนด์ และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบได้ในช่วงต้นปีหน้า โดยจะไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ สำหรับผู้ใช้ที่เป็นประชาชนทั่วไป หรือองค์กรที่ไม่แสวงกำไร

พร้อมกันนี้ นายคริสเตนเซนยังคาดว่า บริการของ RoboBraille จะได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากธุรกิจเอกชนอีกหลายทาง ยกตัวอย่างเช่น บริษัทผู้ผลิตยา ซึ่งในอนาคตจะมีการประกาศใช้กฎหมายที่บังคับให้ผู้ผลิตต้องทำฉลากยาสำหรับคน ตาบอดแปะข้างขวดด้วย หรือในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการผลิตข่าวสารสำหรับแจ้งให้คนตาบอดรับทราบ ก็อาจมีผู้สนใจให้ทุนเพิ่มเติมได้

ป ัจจุบัน มีผู้ใช้บริการของ RoboBraille ประมาณวันละ 400 ครั้ง ซึ่งความสามารถของระบบสามารถรองรับได้สูงสุดถึงวันละ 14,000 ครั้งเลยทีเดียว ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรันระบบช่วงสองปีแรกนี้คาดว่าใช้เงินประมาณ 135,000 ปอนด์

Company Related Links :
RoboBraille

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2550

แหล่งความรู้เกี่ยวกับการทำ Blogger หรือ Blogspot เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับบล็อก

มีเวบไซต์ และเวบบล็อกที่น่าสนใจในการตกแต่ง เพิ่มลูกเล่นสำหรับการตกแต่ง blogspot ของคุณให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
และสามารถทำตามได้อย่างไม่ยากนัก เพราะมีคำอธิบายอย่างละเอียดดี

และยังเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการทำบล็อก การแบ่งปันเทคนิค วิธีการ เืพื่อเพิ่ม Traffic ให้บล็อก

เวบแรกที่จะแนะนำคือ
http://siamblogspot.blogspot.com/



เทคนิคความรู้เพียบเลยครับ อาทิ


อีกเวบที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ blogger & blogspot ให้ชาว blogger ได้เป็นอย่างดี
อยู่ที่เวบไซต์ Blogger Talk > Blog Builder > Blogger & Blogspot

http://www.keng.com/bloggertalk/index.php?showforum=11


มีแหล่งข้อมูลภาษาไทย ถามตอบให้ความรู้ โดยเจ้าของ blog siamblogspot นั่นเอง


และอีกหนึ่ง blog เป็นภาษาอังกฤษ แต่มีภาพประกอบเข้าใจง่าย
เทคนิคเพียบเลยครับ


http://blogger-templates.blogspot.com/


ข้อมูลเพียบทั้ง เทมแพลต และการใส่ลูกเล่นที่น่าสนใจ
ทำให้ blog ของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

Browse Templates:
XML, Classic,
White, Black,
Dark, Red, Blue,
Green, Orange,
colors, Paper,
Nature...

Tips, Hacks & Tools:
Install a Blogger template
Embed a Flickr slideshow
Host your images
Blogger Buttons
Little flash mp3 player

More...
Widgets
Hacks
Tips
Music
Podcasts
Images
Video
Money

..

การใช้ Calendar Archive สำหรับ blogspot



ถ้าใครอยากลองใช้ปฎิทินใน Blog ลองเอาไปเล่นๆ ใน Blog ตัวเองดูนะครับ

http://iake.blogspot.com/2007/04/15-blogge...ar-archive.html


ที่มา http://www.keng.com/bloggertalk/index.php?s=505a85a2ac77c7ab4cf2a6ebd03a6a2a&showtopic=328

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2550

การเขียน blog กับเทคนิคการสร้างสายใยมิตรภาพระหว่าง blog อย่างเหนียวแน่น กับการหาเพื่อนแท้สักคน!!!

หลายคนทำ blog ขึ้นมา เพื่อเป้าหมายหลักคือ หารายได้ ติดโฆษณา และพยายามทำให้คนอื่นๆ คลิกเข้ามาดู blog ของตัวเองบ่อยๆ เพื่อเพิ่มยอดสถิติ

พอไม่ได้ดังที่หวัง ก็เลิกกันไป

ความจริงถ้าไม่คิดในแง่ธุรกิจแล้ว เราสามารถสร้าง blog และสานสายใยมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้อย่างเหนียวแน่น
เคยคิดจะทำเช่นที่ว่านี้ไหมล่ะครับ


ในแต่ละวัน คุณมีโอกาสที่จะท่อง net ไปได้หลายเวบ หลายที่ สามารถที่จะเข้าไปอ่าน blog ได้ร้อยแปด พันเก้าแห่ง

แต่ถ้าคุณค้นพบ blog ที่มีเนื้อหาที่บันทึก ในแบบเดียวกับคุณ รอช้าไม่ได้ครับ ควรรีบสร้างสายใยมิตรภาพทันที
เพื่อนที่เรารู้จักนั้น สามารถมีกันได้หลายคน แต่เพื่อนแท้ และเพื่อนตาย มีกันได้ไม่กี่คน
ถ้าเราท่อง blog จนค้นพบคนที่สนใจเรื่องเดียวกับเรา เทคนิคการสร้างสายใยมิตรภาพอย่างเหนียวแน่น คือ เราต้องเกาะติดกับ blog นั้นครับ หากเราจะคบกับคนเขียนบันทึกนั้น ในแบบที่สนิทสนมมากกว่าคนอื่นๆ



เมื่อเขาเขียนบันทึกที่เราโดนใจ อย่ารอช้าที่จะเข้าไป comment
เมื่อ comment แล้ว กลับมาเปิดดูด้วย หากเขา comment ตอบแล้ว เราสามารถที่จะเขียนความเห็นต่อไปได้อีก เรียกว่า คุยให้ลึกซึ้ง แตกฉานกันไปเลย... แต่หลายคน เมื่อเข้าไปเขียน comment แล้ว ไม่ค่อยได้ไปติดตามต่อ หรือเข้าไปเขียน ชวนคุยต่อไปเรื่อยๆ

ยิ่งถ้าเจ้าของ blog นั้น เข้ามาดูบันทึกบ่อยๆ เรียกว่า เขียนความเห็นไปไม่นาน แล้วเขาก็เข้ามาตอบในระยะเวลาไม่นานนัก แล้วเราเขียนความเห็นในบันทึกนั้นต่อลงไปอีก แล้วเค้ายังมาเขียนตอบอีก

แสดงว่า คุณได้ค้นพบคนที่ใส่ใจความรู้สึก และมีเวลาที่จะพูดคุยกับคุณได้บ่อยๆผ่านทาง ง blog ไปจนถึง chat และช่องทางอื่นๆ

แต่กว่าที่เราจะค้นพบเพื่อนแท้ในแบบนี้ เราต้องใช้ความพยายามในการค้นหา และติดตามหน่อย
วิธีที่ง่ายในการติดตาม นั่นคือ การดึง rss feed จาก blog ไปอ่านใน โปรแกรมสำหรับอ่าน Rss Feed เช่นดึงไปอ่านใน mail.yahoo.com, bloglines.com หรือ Google reader



ซึ่งการใช้โปรแกรมนี้ จะทำให้ง่ายในการติดตามความเคลื่อนไหวของหลายๆ blog และสามารถค้นหาเพื่อนแท้จาก blog มากมายได้อย่างไม่ยากนัก

เทคนิคการแก้ไขชื่อคนเขียนบันทึกใน blogspot

ในการเขียนบันทึก หรือเข้าไปเขียน comment ใน blog ต่างๆใน blogspot นั้น
เราสามารถทำการเปลี่ยนชื่อได้ตามที่ต้องการ
เมื่อทำการ log in เข้าระบบ ชื่อที่เปลี่ยนใหม่ จะปรากฏโดยอัตโนมัติทุกๆบันทึก หรือความเห็นที่เข้าไปเขียน
และเมื่อเปลี่ยนชื่อใหม่ ทุกๆที่ที่เคยเข้าไปเขียนไว้ จะเปลี่ยนตามชื่อที่เปลี่ยนไปนั้นโดย

1. login เข้าสู่ระบบของ blogger.com
2. เข้าสู่หน้า Dashboard ดังภาพ แล้วคลิกที่ Edit Profile (or View) (ซึ่งอยู่ด้านขวา ..ดังภาพในข้อ 3)

Screenshot: Dashboard


3. ทำการเปลี่ยนชือในส่วน Display Name ตัวอย่าง ชื่อ Biz stone คลิกแก้ไขที่ Edit Profile
(คุณสามารถใส่รูปภาพได้ตามต้องการ หากไม่ต้องการ ปล่อยว่างไว้)
Edit Profile

4.ดูที่ส่วน Identity section ทำการเปลี่ยนชื่อที่ Display Name:
ซึ่งสามารถพิมพ์้ภาษาไทยได้

Nickname

5. เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว คลิกปุ่ม save

Save your Profile

หมายเหตุ
สำหรับรายละเอียดในส่วน Privacy
กรณีที่ไม่ต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวถูกเผยแพร่ สามารถคลิกเครื่องหมายถูกออกจาก check box ทุกอัน

Share my profile
Show my real name
Show my email address

Show my blogs

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2550

การทำ blog แบบไม่เหงาใจ เทคนิคการติดตามดูอย่างลึกซึ้งว่า มีคนเข้ามาดู blog ของเราขนาดไหน

สำหรับคนที่สร้าง blog เขียนบันทึกในหลายๆที่ เขียนบันทึกไปแล้ว ดูเงียบๆเหงาๆ ไม่รู้ว่า มีใครเห็นหรือเปล่า มีคนมาเปิดอ่านบ้างไหม เขียนมาตั้งนาน ไม่มีใครมาเขียนความเห็นไว้มั่งเล้ย

นานวันไป ชักเหงาใน ท้อใจ จนเลิกเขียนไปเลย

แต่เรามีเทคนิคการติดตามดูอย่างลึกซึ้งว่า มีคนเข้ามาเปิดดู blog ของเราขนาดไหน แม้ว่า จะไม่มีคนมาเขียนความเห็น แต่ถ้าเราเห็นร่องรอยคนที่เข้ามาดูบันทึกของเรา ว่ามาจากที่ไหน เวลาไหน เข้ามาดูกี่นาที มาตอนกี่โมงกี่ยาม ฯลฯ

จะทำให้เราเห็นความลับหลายอย่างซ่อนอยู่

เทคนิคที่ว่านี้ ไม่ยากครับ โดยการติดตัวนับสถิติหรือ stat counter เข้าไปเลย
บางคนอาจจะอาย ที่จะติดสถิติที่โชว์ตัวเลข อายตัวเลขที่น้อยกว่าชาวบ้าน
ตอนเริ่มต้น ก็เริ่มจากตัวเลขน้อยๆ นานวันไป มันก็เพิ่มขึ้นเอง
การที่มีบันทึกให้อ่านเรื่อยๆ คนก็จะได้เข้ามาอ่านเรื่อยๆ ถ้านานๆเขียนบันทึกที ใครจะเข้ามาอ่านบ่อยๆล่ะครับท่าน ถ้าเข้ามาแล้ว เห็นบันทึกเก่าๆหลายหน คนดูก็เลิกเข้ามาดูเหมือนกัน


ตัวนับสถิติที่แนะนำให้ติด เพราะให้ข้อมูลที่ละเอียดมาก คือ sitemeter นั่นเอง

http://www.sitemeter.com/


ตัวนับสถิติตัวนี้ เก็บข้อมูลละเอียดมากๆ โดยคุณที่มีบล็อก สามารถสมัครได้ฟรี จะได้ source code ที่เป็น Java script แล้ว Code เอา code ไปวางไว้ในบล็อกของคุณ แต่นี้ก็เรียบร้อย

แต่มีหลายบล็อก ไม่ยอมให้ใส่ code java ลงไป ให้ใส่แต่ code ธรรมดาๆ ซึ่ง site meter ก็มีเช่นกัน แต่มันจะเก็บข้อมูลไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่

ลองมาดูตัวอย่างข้อมูลผู้เข้าชม blog คนจุดตะเกียงแห่งนี้ที่ sitemeter เก็บไว้


General
Summary
Who's On?
Traffic Prediction
Recent Visitors
By Details
By Referrals
By World Map
By Location
By Out Clicks
By Entry Pages
By Exit Pages
Visits
Day Week Month Year
Visits and
Page Views
Day Week Month Year
Page Ranking
Entry Pages
Exit Pages



Summary - บอกภาพรวมสถิติ (total) มีจำนวนคนเข้าดูทั้งหมดเท่าไหร่ จำนวนเฉลี่ยต่อวัน(Average Per Day), ระยะเวลkเฉลี่ยที่อยู่ใน blog กี่นาที (Average Visit Length), ชั่วโมงที่ผ่านมา มีคนเข้ามาดูกี่คน (Last hour), ยอดรวมผู้ชมในวันนี้(today), ยอดรวมผู้ชมของสัปดาห์นี้ (This week)

Who's On? - มีคนที่กำลังออนไลน์ ณ เวลานั้นกี่คน ใครบ้าง

Traffic Prediction - ทำนายแนวโน้มจำนวนผู้ชมในช่วงเวลาอันใกล้ จะเข้ามากี่คน

Recent Visitors
By Details-
By Referrals - ดูเวบไซต์ที่คลิกเข้ามาเจอ blog เรา
By World Map - แผนที่แสดงพิกัดผู้เยี่ยมชม
By Location - แจ้ง สถานที่ตั้ง ip พิกัดของผู้เยี่ยมชม
By Out Clicks - บอก url เวบไซต์ที่คลิกออกจากที่นี่
By Entry Pages -
By Exit Pages - บอกหน้าที่อยู่ใน blog ก่อนออกไปที่อื่น

Visits
Day - กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมใน 1 วัน รายงาน 24 ชั่วโมง
Week - กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมในรอบ 7 วัน
Month - กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมใน 30 วัน
Year - กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมในแต่ละเดือน

ฯลฯ


มีอีกเพียบเลยครับ ลองคลิกๆดูละกัน


เมื่อคุณเปิดดูสถิติของ blog จะทำให้คุณไม่เหงาใจอีกต่อไป
และยิ่งเห็นจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ย่อมจะทำให้หลายคนมีกำลังใจในการเขียน blog ต่อไป เพราะมีคนเข้ามาดูนี่นา ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิดซะหน่อย...

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2550

เทคนิคการทำ blog กันเป็นทีมที่ blogspot.com

หลายคนเขียน blog เขียนบันทึก สร้าง blog เป็นของตัวเอง หลายบล็อก รุ่ง มีคนติดตามอ่านตลอด แต่หลายบล็อก ค่อยๆเงียบหายไปจากโลก คือ ไม่มีข้อมูลใหม่ๆมาให้ติดตามอ่านอีกเลย

ทำ blog คนเดียว เขียนคนเดียว ก็ท้อใจได้เหมือนกัน

ถ้าสังเกตดูในหลายบล็อก ที่จะมีการอัปเดตข้อมูลทุกวัน อัปเดตกันบ่อยครั้ง เอาอะไรมาเขียนกันนักกันหนา แต่ถ้ารู้เคล็ดลับอย่างหนึ่ง นั่นคือ มีทีมงานช่วยกันเขียน ช่วยกันทำ ทำให้มีข้อมูลใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ คงจะร้องอ๋อกันเลย

การทำ blog เป็นทีม เป็นการร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้เกิดความคึกคัก ไม่เงียบเหงา เปิดเข้ามาดู ก็มีอะไรให้อ่านเรื่อยๆ มีข้อมูลใหม่ตลอด แบบนี้ค่อยน่าติดตาม เปิดเข้ามาดูทุกๆวันกันหน่อย

สำหรับ blogger.com หรือ blogspot.com นั้น เปิดโอกาสให้สร้างทีมทำ blog ขึ้นมาได้เหมือนกันครับ
วิธีการคือ เมื่อ login เข้าสู่ระบบ ไปที่ Dashboard เข้าไปที่แท็บ Setting แล้วคลิกที่แท๊ปย่อย Permission จะเห็นหน้าจอสำหรับจัดการสร้างทีมปรากฏขึ้นมา ซึ่งในตอนแรก จะมีสมาชิกอยู่เพียงคนเดียว ซึ่งก็คือเจ้าของ blog นั่นเองครับ

ซึ่งในระบบนี้ ถือว่า ทุกคนเป็นสมาชิกในกลุ่ม (Team members) แต่มีสิ่งที่แตกต่างกัน คือ ตำแหน่ง admin ที่มีสิทธิ์สูงสุด ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เขียนบันทึก แก้ไข และลบบันทึกของสมาชิกทุกคนได้ สามารถชวนคนอื่นมาเป็นสมาชิกได้ , ตั้งสมาชิกธรรมดาเป็น admin ได้ ซึ่งเราสามาถแต่งตั้ง admin ได้หลายคน ซึ่งจะปรับแต่งแก้ไข blog ได้ทั้งหมด

แต่ถ้าเป็น admin หลายคน อาจจะยุ่งกันพอดูนะครับ ต่างคนต่างทำตามใจตัวเอง อาจจะลบ แก้ไขกันวุ่นวายก้ได้

สำหรับสมาชิกทั่วไปนั้น ทำได้เพียงแค่ login เข้ามาในระบบ มาเขียนบันทึก สามารถแก้ไข และลบเฉพาะบันทึกที่ตัวเองเขียนได้เท่านั้น นอกจากนั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้เลย




หากคุณมี account ของ gmail , google account คุณสามารถใช้ account นั้น สร้าง blog หรือเชิญคนอื่นมาร่วมเป็นสมาชิก ทำ blog ร่วมกันได้เลย

เช่น คนจุดตะเกียงอาจจะส่งเมล์ไปเชิญคุณมาร่วมเขียนบันทึกใน บล็อกนี้ และคุณเอง อาจจะเชิญคนจุดตะเกียงไปร่วมเขียนบันทึกที่บล็อกของคุณด้วย เป็นการแลกเปลี่ยนกัน สร้างบรรยากาศ สร้างสีสัน เติมเต็มมิตรภาพระหว่างกัน ซึ่งคุณสามารถที่จะเชิญเพื่อนคนอื่นๆมาร่วมเขียนบล็อกได้มากมาย

ถ้า blog ใด ที่มีคนเข้ามาติดตามอ่านมากๆ คนอื่นๆ อาจจะเข้าไปเขียนบันทึกและทำลิงค์มายัง blog ของตัวเอง เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ชมได้อีกด้วย ทำให้เกิดชุมชน มิตรภาพระหว่างชาว blog เพิ่มขึ้น


คลิิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย


มาถึงขั้นตอนการเชิญคนอื่นมาเป็นสมาชิกเขียนบันทึกกันบ้าง จากแท็ปย่อย Permission คุณจะเห็นตาราง
Blog Authors เมื่อคุณคลิกที่ปุ่ม Add Authors จะมีแบบฟอร์มให้กรอกอีเมล์ในช่อง Invite more people to write to your blog หลังจากนั้น คลิกปุ่ม invite แล้ว ทาง blogger จะส่งอีเมล์ไปเชิญให้เขามาร่วมทำ blog กับคุณ ซึ่งเป็นอีเมล์ภาษาอังกฤษจาก blogger

เมือว่าที่สมาชิกใหม่ได้รีบอีเมล์เชิญแล้ว คลิกเปิดดู จะเจอข้อความเชิญชวนมาทำ blog ด้วยกันหน่อย (ดังรายละเอียดแนบท้าย ข้างล่าง) ถ้าตกลงก็คลิกตามลิงค์ที่ให้มา แล้วจะเข้าสู่หน้า blogger.com ทันที ถ้ามี account ของ blogger อยู่แล้ว ก็กรอกเข้าไปเลย หากไม่มีก็ create account เพื่อสมัครสมาชิกใหม่ต่อไป

เมื่อล็อกอินเข้าระบบแล้ว สมาชิกใหม่ก็มีสิทธิเขียนบันทึกใน blog ของคุณได้ทันที

เมื่อส่งอีเมล์ไปเชิญชวนแล้ว ไม่ว่าสมาชิกใหม่จะตอบรับหรือปฏิเสธ จะมีรายงานส่งถึงคุณทางอีเมล์ รายชื่อคนที่ยังไม่ได้ตอบรับ จะอยู่ที่ตาราง Invitations ซึ่งคุณสามารถที่จะส่งเมล์ไปเชิญอีก โดยคลิกปุ่ม invite again หรือ จะ Remove ออกไปเลยก็ได้ครับ

สำหรับ blog ที่มีการอัปเดตบ่อยๆ ยิ่งขยันทำ คนยิ่งเข้ามาอ่านบ่อยๆ จำนวนคนอ่าน สถิติจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นใน blog คนจุดตะเกียงแห่งนี้ มีจำนวนผู้เยี่ยมชมเข้ามาดูเรื่อยๆนะครับ

หากท่านใดสนใจ อยากทดลองเขียน blog ใน blog คนจุดตะเกียงแห่งนี้ คลิกที่ comments หรือ แบบฟอรฺ์มส่งอีเมล์ กรอกอีเมล์ และเขียนบอกมาว่า อยากทดลองร่วมเขียนบันทึกใน blog แห่งนี้ด้วย หรืออยากจะเชิญคนจุดตะเกียงไปร่วมเขียนบันทึกใน blog ของคุณเป็นการเพิ่มสีสัน ความมีชีวิตชีวาบ้าง ก็ดำเนินการตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแหละครับ





/////รายละเอียดแนบท้าย //////////

ตัวอย่างอีเมล์เชิญมาร่วมเขียนบล็อกด้วยกัน

From:" no-reply@google.com
To:ัyour@email
Subject: You have been invited to cont ribute to เธ�เธ�เธ�เธธ เธ”เธ•เธฐเน€เธ�เธตเธข เธ�'s blog



The Blogger user เธ�เธ�เธ�เธธเธ”เธ•เธฐเน€เธ�เธตเธขเธ� has invited you to contribute to the private blog: เธ�เธ�เธ�เธธเธ”เธ•เธฐเน€เธ�เธตเธขเธ�.

To contribute to this blog, visit:
http://www2.blogger.com/i.g?inviteID=295xxxx447828151xxxx&blogID=229xxxxxxxxxxxxxxxx

You'll need to sign in with a Google Account to confirm the invitation and start posting to this blog. If you don't have a Google Account yet, we'll show you how to get one in minutes.

If you are already a Blogger user, please note that this blog uses the new version of Blogger. To post to เธ�เธ�เธ�เธธเธ”เธ•เธฐเน€เธ�เธตเธขเธ�'s blog, you will access this new version with a Google account, instead of your Blogger account.

To learn more about Blogger and starting your own free blog visit http://www2.blogger.com.

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2550

ต่าย อรทัยชุดพิเศษกับการโดน Copy ทั้งอัลบั้ม

นี่คือ ภาพที่เพื่อนๆส่งมาให้ กับแหล่งดาวน์โหลดเพลงทั้งอัลบั้มของนักร้องหลายคน
เป็นแหล่งที่หลายคนกำลังค้นหาครับ

อือม

ที่สะดุดใจตรงที่อัลบั้มเพลงของต่าย อรทัยที่่วางแผงไม่นาน ก็โดน upload เผยแพร่ แจกแถมใน internet (bit-torrent) ไปเรียบร้อยแล้ว ... เฮ้อ