++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แปรรูปเพิ่มมูลค่า มะเดื่อภูฟ้า แคลเซียมเทียบนมสด-ผักโขม

จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ไปในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อ
ความหลากหลายทางชีวภาพ ของสิ่งมีชีวิตอย่างยิ่งยวด และด้วยเห็นถึง
ความสำคัญดังกล่าว สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลน่าน (รม.)
จึงส่งเสริมให้บุคลากร ของสถาบันทำการวิจัย ค้นคว้าความหลากหลายทางชีวภาพ
ในท้องถิ่น นำเทคโนโลยีที่มีผสาน กับภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ตลอดจนนำความรู้ ที่ได้พัฒนากลับคืนสู่ชุมชน
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ "มะเดื่อภูฟ้า" เป็นอีกผลงานหนึ่งที่ รม.น่าน
ได้ศึกษาโดยเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีแนวทางในการดำเนินงาน 3
ด้าน คือ เรียนรู้ทรัพยากร ใช้ประโยชน์
และสร้างจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืช
และยังได้เข้าร่วมโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
อีกด้วย "มะเดื่อภูฟ้า" เป็นพืชในตระกูลมะเดื่อ
ที่คนไทยรู้จักมาช้านานแล้ว มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป เช่น โพธิ์ ไทร ไกร
กร่าง พบมากในเขตพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ชาวบ้านท้องถิ่น
มักเก็บมารับประทานเป็นเครื่องเคียง หรือกับแกล้มอาหารประเภทลาบ น้ำพริก
และแกงบอน ผลสุกนำมารับประทาน เป็นผลไม้สดได้ มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว
เด็กๆ ชอบรับประทาน ส่วนผู้ใหญ่เชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ
มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง กระตุ้นการหลั่งน้ำนมหลังคลอด ผลแก้ท้องเสีย
บำรุงโลหิต สร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันกระดูกผุ
รากใช้รักษาโรคทางเดินปัสสาวะ แก้ไข้กาฬ ปวดศีรษะและโลหิตจาง
ใบต้มดื่มรักษาม้ามโต เหง้าแก้ปวดเมื่อย นอกจากนี้ ยังใช้ในพิธีกรรมต่างๆ
อีกด้วย

นอกจากสรรพคุณดังกล่าวข้างต้นแล้ว
มะเดื่อภูฟ้ายังมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ปริมาณแคลเซียมที่สูงระดับเดียวกับน้ำนมโคสดและผักโขม
ขณะที่ธาตุเหล็กก็มีปริมาณสูงเช่นกัน เมื่อเทียบกับผลไม้และผักอื่นๆ
โดยเนื้อมีปริมาณเหล็กพอๆ กับสตรอเบอร์รี่ กล้วย กีวี ลิ้นจี่ มะม่วง
เสาวรส และมะละกอ ด้วยสรรพคุณมากมายดังกล่าว คณะวิชาเทคโนโลยีอาหาร
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จึงได้ศึกษาการใช้ประโยชน์
ด้วยการนำมาดองเค็มในน้ำเชื่อม แช่อิ่มอบแห้ง และสามรส
เรียกว่าพัฒนารสชาติ จนเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค
และวันนี้ทีมงานก็ได้นำสูตร "มะเดื่อภูฟ้าสามรส" มาฝากกันด้วย
การทำมะเดื่อภูฟ้าสามรสแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน
เริ่มจากนำมะเดื่อภูฟ้ามาดองเค็ม ในน้ำเกลือเข้มข้น 10% โดยละลายเกลือ 1
กก. ต่อน้ำ 9 กก. ดองทิ้งไว้อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนนำมะเดื่อ
ที่ผ่านการดองเค็มแล้วมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นขนาดตามต้องการ
แล้วแช่ในน้ำสะอาดจนกระทั่งหายเค็ม
จากนั้นนำมะเดื่อฯมาคลุกเคล้ากับน้ำตาล เกลือ และกรดซิตริก
บรรจุลงถุงพลาสติก รัดปากถุงแล้วนำไปแช่ ไว้ในตู้เย็น 1 คืน
วันรุ่งขึ้นจึงนำไปอบที่อุณหภูมิที่ 60 ํC จนแห้ง (ใช้เวลา 3-4 ชม.)
อาจเพิ่มรสชาติด้วยการคลุกกับผงบ๊วย
เท่านี้ก็จะได้มะเดื่อภูฟ้าเลิศรสไว้รับประทานยามเปรี้ยวปาก
หรือถ้ามีจำนวนมากจะแปรรูปขายเป็นรายได้เสริมก็ไม่เลว
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2282-9340, 0-2282-9341.

ดวงแก้ว ผุงเพิ่มตระกูล

กินข้าววันละ 2 มื้อดีกว่า 3 มื้อช่วยให้หนีมะเร็งลำไส้ได้ไกลกว่า

หัวหน้าคณะวิจัย ดร.เจฟฟรีย์ ที.เหว่ย ที่มหาวิทยาลัยนอร์ท
แคโรไลนาของสหรัฐฯ
แจ้งผลต่อที่ประชุมของแพทย์โรคอันเกิดกับกระเพาะอาหารและลำไส้ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกว่า
ศึกษาพบว่า "ผู้ชายผู้ที่กินอาหารเพียงแค่วันละ 2 มื้อ
จะมีโอกาสที่จะเป็น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยกว่า ผู้ที่กินข้าววันละ 3-4
มื้อ กว่ากันตั้งครึ่ง" รายงานกล่าวต่อไปว่า "ยิ่งผู้ที่กินมากมื้อ
วันหนึ่งเกินกว่า 4 มื้อ เทียบกับผู้ที่กินเพียงวันละ 3 มื้อแล้ว
จะยิ่งเสี่ยงกับเป็นโรคมะเร็ง สูงยิ่งกว่า 2.3 เท่า
หากแต่ผลการศึกษาทั้งหมดนี้ ไม่เกี่ยวพันถึงผู้หญิงเลย
เขากับคณะได้ศึกษาจากคนไข้โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 643 ราย
เทียบกับผู้ที่แข็งแรงดี 1,048 ราย ที่มีอายุเฉลี่ย 65 ปี
ด้วยการให้คนเหล่านั้นกรอกแบบสอบถาม
เกี่ยวกับการกินอาหารและของขบเคี้ยวต่างๆ ตามที่ได้ปฏิบัติมาเมื่อปีกลาย

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะยอมรับกันว่า ผลการศึกษาเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่
ดร.เจฟฟรีย์ก็ยอมรับว่า
คงเป็นเรื่องยากของผู้ชายส่วนใหญ่ที่จะเปลี่ยนนิสัยการกินเสียใหม่ได้
เพราะเรื่องนี้ได้ประพฤติปฏิบัติมาตั้งแต่เกิดแล้ว และอีกประการหนึ่ง
การจำกัดให้กินเพียง 2 มื้อ ก็อาจจะมีผลร้ายขึ้นได้เหมือนกัน
เพราะการกินอาหารให้มากขึ้น ในแต่ละมื้อ
อาจจะไปทำให้ระดับอินซูลินในเลือดหลังอาหารพุ่งสูงขึ้น
ซึ่งพลอยทำให้ไขมัน ในเลือดสูงด้วย" ดังนั้น ผลดีของการกินอาหารน้อยมื้อ
ทำให้ไม่ค่อยเป็นมะเร็ง อาจจะเกิดผลเสีย
ไปเสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจมากขึ้นได้.

บ้านเพื่อนใจวัยทีน...ห้องสมุดเพศศึกษาของวัยรุ่น

บ้านเพื่อนใจวัยทีน...ห้องสมุดเพศศึกษาของวัยรุ่น

วัยรุ่นหรือวัยทีนเอจ เป็นวัยที่เปี่ยมไป ด้วยพลัง สร้างสรรค์
อยากรู้อยากเห็น แต่ความเชื่อที่ว่า เรื่องเพศเป็นเรื่อง ที่ห้ามพูด
ทำให้วัยรุ่นถูก จำกัด โอกาสเรียนรู้เรื่องเพศที่เหมาะสม
และเกิดการแสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง อย่างผิดๆถูกๆ จนเกิดปัญหาต่างๆตามมา
โดยเฉพาะอย่าง ปัญหาการตั้งครรภ์ ด้วยความไม่พร้อม ดร.สุธีรา วิจิตรานนท์
นายกสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ หนึ่งในองค์กร
ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กและสตรี ที่ประสบปัญหาต่างๆ จึงเกิดแนวคิดเปิด
"บ้านเพื่อนใจวัยทีน" ขึ้นที่บ้านพักฉุกเฉิน 1 ถ.สุโขทัย โดยผู้ว่าฯ กทม.
นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งให้ความช่วยเหลือเรื่องการปรับปรุงสถานที่
ได้ทำพิธีเปิดไปเมื่อวันศุกร์ (23 พ.ค.) ที่ผ่านมา ดร.สุธีรากล่าวว่า
จากคำบอกเล่าของผู้ที่ประสบปัญหาท้องไม่พร้อมกว่า 4,000 คน
ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากบ้านพักฉุกเฉิน ของสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่าสาเหตุสำคัญของปัญหาท้องไม่พร้อมคือ
การขาดความรู้และข้อมูลเรื่อง การคุมกำเนิดและการวางแผนครอบครัว
ตลอดจนมีความเชื่อที่ผิดๆ ในเรื่องเพศสัมพันธ์และความรัก
และถูกปล่อยให้เผชิญปัญหาโดยลำพัง
ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหาพยายามทำแท้งหรือฆ่าตัวตาย และจากสภาพปัญหาดังกล่าว
ก็สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น เป็นปัญหาที่ซับซ้อน
และกำลังทวีความรุนแรง ต้องการการแก้ไขโดยด่วน
โดยเริ่มจากการสร้างสังคมการเรียนรู้ เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์
ควบคู่กับการสร้างทางเลือกให้แก่ ผู้ประสบปัญหาท้องไม่พร้อม
บ้านเพื่อนใจวัยทีนจึงเกิดขึ้น
เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาหรืออนามัยเจริญพันธุ์สำหรับวัยรุ่น
โดยวัยรุ่นสามารถค้นหาข้อมูลเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ
ทั้งรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
อีกทั้งยังจัดให้เป็นสถานที่ พบปะสังสรรค์และ
จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนและนักจิตวิทยา
เพื่อร่วมกันค้นหาทางแก้ไขปัญหาอนามัยเจริญพันธุ์
ตลอดจนปัญหาความสัมพันธ์ของวัยรุ่น

การที่ กทม.เข้ามาให้ความช่วยเหลือ โครงการบ้านเพื่อนใจวัยทีน ว่า เพราะ
กทม.เล็งเห็นถึงความสำคัญของ องค์กรเอกชน ที่เข้ามาทำงาน ช่วยเหลือสังคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการบรรเทา ความรุนแรง ในครอบครัว
ตลอดจนปัญหาการท้อง ไม่พร้อม ซึ่งการที่กลุ่มเยาวชนเข้ามา
มีส่วนร่วมช่วยกันแก้ปัญหา ด้วยการจัด กิจกรรมต่างๆ
ในลักษณะของรุ่นพี่สอน รุ่นน้องนั้น ก็เป็นหนทางหนึ่ง
ที่จะช่วยกันบรรเทาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โอกาสนี้ผู้ว่าฯ
สมัครยังได้นั่งรับฟังการทำ กิจกรรมค่ายเพื่อนใจวัยทีน
ที่กลุ่มวัยรุ่นเพิ่งทำเสร็จไป ซึ่งมีการตั้งหัวข้อต่างๆ ขึ้นมา อาทิ
เรื่องน่าเบื่อที่ผู้ใหญ่ชอบบอก, สิ่งที่วัยรุ่นอยากรู้เรื่องเพศ,
คำสอนเรื่องเพศที่ผู้ใหญ่ชอบสอน ตลอดจนปัญหาที่ประสบเกี่ยวกับเรื่องเพศ
ซึ่งผู้ว่าฯสมัครได้ให้ความสนใจ
สอบถามถึงรายละเอียดที่ลึกลงไปอย่างเป็นกันเองกับเด็กๆ
และยอมรับว่าผู้ใหญ่ต้องเปิดใจ ให้กว้างในการรับฟังความคิดเห็นของเด็กๆ.

เตาประสิทธิภาพสูงทางเลือกใหม่ของผู้ผลิต-ผู้บริโภค

เตาประสิทธิภาพสูงทางเลือกใหม่ของผู้ผลิต-ผู้บริโภค

แม้โลกเทคโนโลยี จะก้าวหน้าไปมากแค่ไหน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
จะทันสมัยมากเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงพบเห็น
ตามบ้านเรือนผู้คนสมัยนี้ก็คือ "เตาถ่าน" เนื่องจากเตาถ่าน
มีสิ่งที่เตาไฮเทคอื่นไม่มี นั่นก็คือความหอมกรุ่น ของเชื้อเพลิงจากถ่าน
อันต่างจากอุปกรณ์ให้ความร้อน อย่างเตาแก๊สหรือเตาอบ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายครอบครัว ยังคงมีไว้ประจำบ้าน
บ้างก็มีไว้แก้ขัดเวลาไฟฟ้าดับ แต่เนื่อง จากที่ผ่านมาได้มีการศึกษา
และพบว่าเตาที่ใช้อยู่ทั่วไปมีข้อด้อยหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นเส้าวางภาชนะหุงต้มที่ถูกออกแบบมาสูงกว่าขอบเตา
ขอบเตาเว้ามากทำให้ความร้อนสูญเสียสู่บรรยากาศมาก
ที่สำคัญช่องบรรจุถ่านใหญ่ทำให้ต้องใส่ถ่านมาก
ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ยังคงมีการตัดไม้ทำลายป่ากันอยู่

นอกจากนี้ ตัวเตายังมีลักษณะหนาเทอะทะ น้ำหนักมาก
ถังเปลือกเตาผุกร่อนเร็ว ปากเตาตรง วางภาชนะหุงต้มได้น้อย รังผึ้งบาง
ทำด้วยดินปั้นเตาทั่วไป ชำรุดง่าย รูรังผึ้งใหญ่ไม่ดูดอากาศ
เนื้อเตาทำด้วยดินปั้นเตาทั่วไป ไม่มีฉนวนกันความร้อนระหว่างเตากับตัวเตา
ให้ความร้อนต่ำ อุณหภูมิกลางเตาแค่ 500-600 ํC อายุการใช้งานไม่เกิน 1 ปี
ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ
แต่ปีหนึ่งก็ทำให้เกิดการสูญเสียไม่น้อย
ด้วยเหตุนี้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น กรมพัฒนาและอนุรักษ์ อยู่ในความดูแลของ
กระทรวงพลังงาน ร่วมกับกรมป่าไม้ประดิษฐ์คิดค้นเตาแบบใหม่ขึ้น
เพื่อช่วยประหยัด พลังงานฟืนและถ่าน เรียกว่า "เตาประสิทธิภาพสูง"
โดยมีจัดแสดงไว้ที่ สวนสาธิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทน
สำนักงานพลังงานทดแทนจังหวัดเชียงใหม่ โดยหลังจากที่เปลี่ยนชื่อแล้วกรมฯ
ไม่ได้ทำแค่พลังงานทดแทนอย่างเดียว
แต่ยังทำในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานด้วย "เตาประสิทธิภาพสูง"
เป็นหนึ่งในแผนงานดังกล่าว
ซึ่งมีข้อดีต่างจากเตาถ่านทั่วไปตรงที่มีลักษณะเพรียว น้ำหนักเบา
ถังเปลือกเตาใช้โลหะหนา ผุกร่อนช้า ทนทานแข็งแรง ปากเตาลาดเอียงลงด้านใน
วางภาชนะหุงต้มได้ 10 ขนาด สูญเสียความร้อนน้อย ช่องบรรจุถ่านจุได้
400-500 กรัม พอเพียงต่อการหุงต้มอาหาร แต่ละมื้อโดยไม่ต้องเติมถ่านอีก
รังผึ้งหนาทำด้วยดินปั้นเตาคุณภาพดี รูรังผึ้งเล็กและเรียว ดูดอากาศได้ดี
มีฉนวนกันความร้อน ระหว่างถังเปลือกเตากับตัวเตา ให้ความร้อนสูง
อุณหภูมิกลางเตา 1,000-1,200 ํ C ประหยัดถ่านกว่าเตาท้องตลาด 25-50%
อายุการใช้งานสูงกว่า 2 ปี
หากผลิตจำหน่ายก็จะได้ราคาแพงกว่าเตาอั้งโล่ในท้อง ตลาด 2-3 เท่า
ปัจจุบันมี โรงงานเตาทองที่จังหวัดราชบุรี
นำไปผลิตและจำหน่ายแทนเตาถ่านแบบเก่า
ซึ่งผู้ประกอบการรายใดที่คิดจะเปลี่ยนมาผลิตเตาประสิทธิภาพสูง
จำหน่ายบอกได้เลยว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก โดย เฉพาะขั้นตอนการทำนั้น
เหมือนกับการผลิตเตาถ่านที่ผลิตอยู่ทั่วไป (แตกต่างกันที่แบบปั้นเตา)
คือมีวัตถุดิบ (ดิน) แบบปั้นเตา การขึ้นรูป ตบแต่ง ผึ่งให้แห้ง ทำรังผึ้ง
นำไปเผา ทำถัง และบรรจุเตา
เท่านี้ก็จะได้เตาประสิทธิภาพสูงไว้จำหน่ายในราคาดีขึ้น
ส่วนผู้บริโภคเองก็จะได้เตาหุงต้มรูปแบบใหม่ที่จุดไฟติดเร็ว เปลวไฟแรง
ประหยัดถ่าน ทนทาน ใช้งานคุ้ม ไว้ติดบ้านติดช่อง
ไม่ต้องนั่งตบยุงเวลาไฟดับแล้วล่ะค่ะ!!!

ดวงแก้ว ผุงเพิ่มตระกูล

ฮอร์โมนปั้นนางงามมาตั้งแต่ในท้อง ถ้าจะดูนางสมัยนี้ ต้องดูกันที่นิ้วมือ

ฮอร์โมนปั้นนางงามมาตั้งแต่ในท้อง ถ้าจะดูนางสมัยนี้ ต้องดูกันที่นิ้วมือ

นักจิตวิทยา ดร.นิค นีฟ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทัมเบรีย
รายงานเปิดเผยผลการศึกษา ต่อที่ประชุมประจำปีสมาคมนักจิตวิทยาอังกฤษว่า
"การที่ชายหญิงจะกลายเป็นหนุ่มหล่อ หรือสาวงาม
อาจจะไม่ใช่เรื่องของบุญทำกรรมแต่งแต่อย่างใด หากแต่เป็นมาตั้งแต่
ก่อนเกิดแล้ว" เขาเปิดเผยว่า คนเราจะเกิดมาเป็นหนุ่มหล่อสาวงามนั้น
เริ่มจากการผสมผสาน ของฮอร์โมนเพศผู้และเพศเมีย
ก่อเค้าโครงกระดูกของทารกตัวอ่อนขึ้นก่อนในมดลูกของมารดา
คณะนักจิตวิทยาอังกฤษและออสเตรียได้ระบุผลการศึกษาต่อไปว่า
ตามปกติแล้วในผู้ชาย หากฮอร์โมนเพศผู้เทสโตสเตโรนในมดลูกสูงกว่า
หนุ่มผู้นั้นก็จะมีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้ ขณะที่ผู้หญิง
หากฮอร์โมนเอสโตรเจนเพศเมียสูงกว่า
ก็จะเกิดมามีนิ้วชี้ยาวไม่น้อยกว่านิ้วนาง ยิ่งฮอร์โมนข้างหนึ่งข้างใด
เกิดสูงกว่ากันมาก นิ้วนางของผู้ชายก็ยาวกว่านิ้วชี้มากขึ้น
และนิ้วชี้ของผู้หญิงก็จะยิ่งยาวกว่านิ้วนางขึ้นอีก
ฮอร์โมนเพศในมดลูกที่ผิดส่วนยังมีผล ให้คนผู้นั้น
เติบโตขึ้นกลายเป็นคนขี้โรค และมีรูปร่างหน้าตาผิดส่วนไปได้
เขาอ้างต่อไปว่า การมีนิ้วชี้ยาวเทียบกับนิ้วนางทั้งของหญิงชายถูกขนาด
มีส่วนกับการเป็นคน หน้าตาดี และเท่าที่มีการศึกษาวิจัยกันมา
ก็ยืนยันว่าคนสวยคนงาม คือผู้ที่มีใบหน้าได้สัดส่วน.

แนะคนเป็นหอบหืดเป่าหีบเพลงออกกําลังระบบหายใจให้แข็งแรง

แนะคนเป็นหอบหืดเป่าหีบเพลงออกกําลังระบบหายใจให้แข็งแรง

ครูสอนดนตรีแนะผู้ป่วยหอบหืดเป่าหีบเพลงปาก
กระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินหายใจ การเป่าๆ ดูดๆ อากาศจนเกิดเสียงเพลง
ทำให้กระบังลมทำงานดี เผยเทคนิคหายใจที่ถูกต้อง ต้องหายใจเข้าท้องป่องพอง
หายใจออกท้องแฟบ ชวนผู้ปกครอง ผู้บริหาร ตระหนักถึงความ สำคัญของดนตรี
แม้จะไม่ช่วยให้สอบเอ็นทรานซ์ได้ แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างพลังและคุณค่า
ให้เด็ก ความสามารถด้านดนตรีติดตัวเด็กไปตลอด ช่วยคลายเครียด คลายเหงาได้

นายนพดล ฉิมท้วม ครูสอนดนตรี โรงเรียนนวมินทราชินูทิศบดินทรเดชา กล่าวว่า
ผู้ป่วย หอบหืดมีระบบทางเดินหายใจทำงานได้ไม่เต็มที่ บางคนหลอดลมตีบ
ปอดทำงานไม่ดี สูดเอา อากาศเข้าปอดได้น้อย การเป่าหีบเพลงปาก
หรือฮาโมนิกา จะช่วยกระตุ้นระบบการหายใจ
เพราะดนตรีชนิดนี้มีการเป่าและดูดอากาศจนได้เสียงเพลงออกมา คนเป่าสนุก
ทำให้ ได้ บริหารระบบทางเดินหายใจ
ดนตรีชนิดนี้เล่นได้อย่างกว้างขวางทั้งเด็กปกติและเด็กพิการ
ยิ่งถ้าลักษณะคนเป็นโรคหอบหืดระบบหายใจไม่ค่อยแข็งแรง จะช่วยได้มาก

โดยเฉพาะหีบเพลงปากมีขนาดเล็ก พกพาง่าย เป็นเพื่อนยามเหงาและเวลาว่าง
เป็นการส่ง เสริมคุณภาพชีวิต คนที่เป็นหอบหืดมีปัญหาที่ระบบการหายใจ
เราใช้เพลงเป็นสื่อให้ เขาหายใจ ฝึกการหายใจ หายใจออกจากปากท้องจะแฟบ
หายใจเข้าท้องจะพอง สังเกต ดูเด็กทารก เวลาเขาหายใจท้องจะกระเพื่อม
เป็นการหายใจด้วยกระบังลม ซึ่งเป็นเทคนิค ที่ถูกต้อง
คนที่เป็นนักร้องอาชีพ ต้องหายใจด้วยกระบังลม

โดยการหายใจเข้า เป็นการดึงลมเข้าในปากท้องป่องพอง พอปล่อยลมออกท้องแฟบ
การหาย ใจแบบนี้เป็นการสร้างกล้ามเนื้อกระบังลมให้แข็งแรง นายนพดล กล่าว

นายนพดลกล่าวว่า นักเรียนที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศบดินทรเดชา
เป็นเด็กนักเรียน ปกติ โรงเรียนบรรจุการเป่าหีบเพลงปาก ให้เด็กชั้น
มัธยมศึกษาตอนต้นได้เรียนเป็นดนตรี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
นักเรียนของเราทุกคนเป่าหีบเพลงเป็น ซึ่งเพลงที่สอนเป็นเพลง
ที่โน้ตไม่มาก เด็กเป่าตามศักยภาพตนเองเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
หลาย คนเลิกยาเสพติด แค่เป่าหีบเพลง เป่าๆดูดๆ ก็เหนื่อยแล้ว
ไปทำอย่างอื่นไม่ไหว หากแบ่ง เวลาถูก ผมเชื่อว่ามีผลทำให้การเรียนดี
เพราะการเป่าลมเข้า ดูดลมออก ทำให้ระบบ สูบฉีดโลหิตดี สมองปลอดโปร่ง
หากใช้ให้ถูกน่าจะดีกับการเรียน คลายเครียด เวลา เรียน เครียด
เราเอาหีบเพลงมาเป่า เลือดลมเดินดี เวลาง่วงทำให้กระฉับกระเฉงขึ้น
รับรู้ข้อมูล มากขึ้นเพราะไม่หลับ ครูสอนดนตรี กล่าว.

เผยโฉม "เอ็กซ์เอ็มแอล ซุปเปอร์สตาร์ 2009" สุดยอดนักพัฒนาซอฟต์แวร์

เผยโฉม "เอ็กซ์เอ็มแอล ซุปเปอร์สตาร์ 2009" สุดยอดนักพัฒนาซอฟต์แวร์

ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อย สำหรับรายชื่อผู้ชนะเลิศการแข่งขันโครงการ
'ค้นหา เอ็กซ์เอ็มแอล ซุปเปอร์สตาร์ 2009 ' ในระดับภูมิภาคอาเซียน
หลังจาก บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
หรือซิป้า ซอฟต์แวร์พาร์ค (เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย) และ
ชุมชนผู้ใช้ซอฟต์แวร์ดีบีทูนานาชาติ หรือ ไอดียูจี (International DB2
Users Group - IDUG)
จัดกิจกรรมขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
และดำเนินการแข่งขันตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 จนถึงกุมภาพันธ์ 2552
ที่ผ่านมา

โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะของนักศึกษาและผู้
พัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศต่าง ๆ
ในภูมิภาคอาเซียนทางด้านเทคโนโลยีทางด้านเอ็กซ์เอ็มแอล
รวมทั้งทักษะทางด้านการบริหารจัดการฐานข้อมูล
ซึ่งผู้ชนะจากประเทศไทยสามารถกวาดรางวัลทุกรางวัลทั้งในระดับประเทศและระดับ
ภูมิภาคเอาชนะผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 5,000
คนจากทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน

ผลปรากฏว่า นายวชิระ สว่างแก้ว
จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ผู้ชนะประเภทการแข่งขันเขียนโปรแกรม (Programming Contest)
ในระดับประเทศและภูมิภาค

นายพรชัย พันธุ์วิเศษ จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ผู้ชนะการแข่งขันประเภทวีดิโอที่น่าคลั่งไคล้ (Video Mania)
ในระดับภูมิภาค

นายศรัณย์ วงศ์พัชรปกรณ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ชนะการแข่งขันประเภทคำถามสุดท้าทาย (Query Challenge) ในระดับประเทศ

และนายนิติภูมิ ศิลาวรรณา ผู้ชนะการแข่งขันประเภทคำถามสุดท้าทาย
ในระดับประเทศและภูมิภาค

ทั้งนี้ วชิระ สว่างแก้ว
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ผู้พัฒนาโครงการเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยจากเทคโนโลยีเอ็กซ์
เอ็มแอลและเครื่องมือของซอฟต์แวร์ดีบีทูจากไอบีเอ็ม
จนได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคของประเภทการแข่งขัน
เขียนโปรแกรม (Programming Contest) จากการแข่งขันครั้งนี้
เอ่ยถึงความรู้สึกหลังจากได้รับรางวัลครั้งนี้

"ผม รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเข้าแข่งขันทางด้านเอ็กซ์เอ็มแอลในครั้งนี้รวมทั้ง
ภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยและได้มีโอกาสชนะการแข่งขันครั้งนี้ทั้ง
ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค รวมทั้งขอขอบคุณไอบีเอ็มและองค์กรต่าง ๆ
ที่มีส่วนในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ด้วย"

นอกจากนั้นนายวชิระ ยังกล่าวเสริมอีกว่า
ในระหว่างการแข่งขันพบว่าเทคโนโลยีเอ็กซ์เอ็มแอลหรือการใช้ซอฟต์แวร์ดีบีทู
ในการจัดการข้อมูล ไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่หลายคนเข้าใจ "ผม
เชื่อมั่นว่าคนไทยเองก็มีศักยภาพในด้านนี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประเทศอื่น
ๆ ดังนั้นผมจึงอยากรณรงค์ให้ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันสนับสนุน
เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้แสดงศักยภาพและพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของบ้าน
เราให้ทัดเทียมหรือเอาชนะประเทศอื่น ๆ ได้เช่นเดียวกัน"

ด้าน ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการ
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า
หนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขันครั้งนี้

"ผม ย้ำอยู่เสมอว่าคนไทยมีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่าชาติใดในโลก
โดยเฉพาะในด้านความคิดสร้างสรรค์ นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กไทย
หรือคนไทยมีความสามารถทัดเทียมนานาชาติหรือสูงกว่า
เพราะฉะนั้นเราในส่วนของภาครัฐ เราจะต้องส่งเสริมให้เด็กๆเหล่านี้
ได้แสดงออกซึ่งความสามารถ ผ่านเวทีการประกวดแข่งขัน
พร้อมทั้งส่งเสริมพัฒนาทักษะ เพื่อรองรับในอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์
ซิป้าพร้อมให้การสนับสนุนโครงการดีๆ อย่างนี้
ซึ่งจะช่วยพัฒนาเยาวชนไทยด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และดิจิตอลคอนเทนท์"

สุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์ค
(เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย)
ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน กล่าวว่า
ปัจจุบันการแข่งขันทางด้านการเขียนและการใช้ซอฟต์แวร์ทั้งในระดับประเทศและ
ระดับภูมิภาคถือเป็นเวทีที่สร้างคนคุณภาพมาประดับวงการซอฟต์แวร์ของไทยอย่าง
ไม่ขาดสาย
"การที่เยาวชนของไทยสามารถ กวาดรางวัลค้นหา เอ็กซ์เอ็มแอล
ซุปเปอร์สตาร์ ในระดับภูมิภาคเช่นนี้
นอกจากจะทำให้วงการซอฟต์แวร์ของไทยตื่นตัวในภาษาเอ็กซ์เอ็มแอลมากขึ้น
ยังเท่ากับเป็นการผลักดันมาตรฐานการเขียนโปรแกรมและการใช้งานของไทยเข้าสู่
ระดับมืออาชีพขึ้นอีกด้วย
ถือเป็นแนวทางการส่งเสริมของซอฟต์แวร์พาร์คตลอดช่วงที่ผ่านมา"

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072976

บทกวี ฉึกฉัก รถไฟ

บทกวี ฉึกฉัก รถไฟ


*ฉึกฉัก รถไฟ.......แล่นไป คึกคัก
กะฉึก กะฉัก..........หาญหัก บ้านเมือง

*บริหาร ห่วยแตก.....ยิ่งแบก หนี้เปลือง
เครื่องมือ หัวเหลือง.....ป่วนเมือง ร่ำไป

*กรรมกร เทวดา..........ศักดินา ยิ่งใหญ่
สำนึก สิ้นไร้................ไม่ใฝ่ บริการ

*ถือตน เป็นใคร..........ตั้งใจ หักหาญ
หยุดรถ หยุดงาน.........ต่อต้าน ชุลมุน

*เพื่อประโยชน์ตน......ทำคน อื่นวุ่น
รถไฟ ขาดทุน...............เพราะขุน กันเอง

*ไม่ยอม แข่งขัน..........กีดกัน คนเก่ง
สร้างความ อลเวง......เพราะเก่ง หยุดงาน

*ควรรีบ แปรรูป..........เต็มสูบ กล้าหาญ
ให้แข่ง บริการ.............สุขด้าน ปวงชน

*ฉึกฉัก ฉึกฉัก.........คึกคัก คึกคน
คึกคัก คึกผล............ไยทน ขาดทุน
ว ณ ปากนัง

ทักษิณจะถึงฆาต หากสุญญากาศเกิดเมื่อใด

ทักษิณจะถึงฆาต หากสุญญากาศเกิดเมื่อใด
โดย ปราโมทย์ นาครทรรพ


ผมขอทำนายว่าสุญญากาศเกิดขึ้นเต็มรูปเมื่อใด เมื่อนั้นทักษิณจะถึงฆาต

ถามว่าสุญญากาศจะเกิดขึ้นได้จริงๆตอบว่าสุญญากาศกำลังทยอยเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ
และอาจจะเต็มรูปก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม

ทำไมจึงจะเกิดสุญญากาศ สุญญากาศเกิดจากการกระทำ
และการงดเว้นการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหลายกลุ่ม
บางกลุ่มก็มิได้สังกัดพรรคการเมือง
แต่เป็นกลไกของอำนาจในระบบราชการและองค์กรอิสระ ติดกรอบความคิดเก่า
ทั้งที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลระบอบทักษิณ
กลุ่มอำนาจเก่าแปลงสภาพที่เข้าร่วมรัฐบาล
จึงกระทำหรืองดเว้นกระทำจนเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย

แต่สุญญากาศในความหมายดั้งเดิมที่ผมเคยเขียน
อันจะเปิดโอกาสให้พระเจ้าอยู่หัวและรัฐบุรุษการเมืองลงมา "ช่วย"
ประเทศไทย เป็นคนละอย่างกับสุญญากาศที่ทักษิณและขบวนการสุนัขเสื้อแดงต้องการ
นั่นก็คือ การปั่นป่วนทำลายกระบวนการการเมืองทุกอย่างทุกระดับ
ให้ระบอบปัจจุบันและอำนาจปกครองรัฐบาลอภิสิทธิ์ล่มสลายลง
เกิดสงครามกลางเมืองที่คนไทยจะฆ่ากันเลือดนองแผ่นดิน

จุดหมายปลายทางที่แท้จริงของระบอบทักษิณ
อาจจะเป็นอย่างที่หลวงตาบัว และสุเทพ เทือกสุบรรณว่า นั่นก็คือ
สนองตัณหาทักษิณเปลี่ยนระบบการปกครอง ศาลเพิ่งยกฟ้องสุเทพเรื่องนี้
ว่ามิได้ใส่ร้ายเรื่องทักษิณอยากเป็นประธานาธิบดี

ถ้าอย่างนั้น ก่อนจะเกิดสุญญากาศและสงครามการเมืองอะไรจะเกิดขึ้น
ใครจะอยู่ ใครจะไป

ผมไม่แปลกใจที่ทักษิณอาจจะถึงฆาต หนึ่งในสองกรณี คือ (1)
เพราะโรคตามที่แพทย์คณะหนึ่งได้ติดตามวินิจฉัย (2)
ถูกสังหารไม่ว่าในหรือนอกประเทศโดยคนไทยหรือรัฐบาลไทยหรือกองทัพไทยที่ทนไม่
ได้ จ่ายค่าหัวและวางกับดักให้ทักษิณพบจุดจบ

นายกรัฐมนตรีมีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างใด
ขอให้ท่านผู้อ่านวิเคราะห์คำสัมภาษณ์ของอภิสิทธิ์ให้ดีๆ

แต่ผมอยากให้ท่านผู้อ่านศึกษาทัศนะของอภิสิทธิ์ พิมพ์ในวันที่ 7
มกราคม 2550 ในยุครัฐบาลลากตั้งของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์

เดี๋ยวนี้ เงื่อนไขบางอย่างก็ยังคงอยู่ ซ้ำเด่นชัดขึ้น
ไม่แตกต่างหรือเปลี่ยนไปตามเงื่อนเวลา

นั่นก็คือ การดำรงความมุ่งหมาย
และการกระทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงขื่อแปของบ้านเมืองและจริยธรรมใดๆ
ของทักษิณและบริวาร โดยอ้างว่าทักษิณจำต้องกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ
และประชาธิปไตยของบ้านเมือง

ทักษิณอ้อนอีสานว่า สกลนครนำตนเข้าพรมแดนมาแล้ว
ขอให้ศรีสะเกษอุ้มตนเข้าประเทศด้วยเถิด (อย่าปล่อยให้ตายในต่างแดนเลย)

ทัศนะของอภิสิทธิ์เรื่องการแบ่งแยกประชาชน
ผมเห็นว่าเป็นทัศนคติที่ยังทันสมัยเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดี
เราสามารถผูกโยงเข้ากับสุญญากาศส่วนหนึ่งที่ทักษิณพยายามสร้าง

อภิสิทธิ์เกรงว่าหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
มีโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้ง แตกแยก และความรุนแรงจนถึงขั้นใช้กำลัง
อาวุธ เข้าห้ำหั่นกันในบ้านเมือง เพราะการแบ่งแยกประชาชน

"สงครามกลางเมือง" จะเกิดขึ้นได้ 2 ทาง

ทางหนึ่ง เกิดการต่อต้าน คมช.และรัฐบาล ซึ่งถ้ารัฐบาลและ
คมช.หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไข เช่น สืบทอดอำนาจ ก็จะไม่เกิดขึ้น

อีกทางหนึ่ง กลุ่มอำนาจเก่าจนตรอก
จำนนต่อกระบวนการเอาผิดทางกฎหมาย จำต้องลุกขึ้นสู้นอกระบบ
มองเห็นว่าไม่มีทางอื่นที่จะสู้ในที่สุด ก็อาจจะใช้ความรุนแรง ก่อกวน
ก่อเหตุในบ้านเมืองได้

ปรากฏว่ารัฐบาลสุรยุทธ์ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
ทักษิณขี้ขลาดไม่กล้าสู้กับฝ่ายทหาร

การลุกฮือพร้อมๆ
กันของฝ่ายทักษิณเกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์
รัฐบาลผสมที่ส่วนสำคัญมาจากสมุนทรยศของทักษิณนั่นเอง

อภิสิทธิ์ทำนายถูกครึ่ง ผิดครึ่ง นั่นก็คือ อภิสิทธิ์ ประเมินว่า
"สงครามกลางเมือง หากจะเกิด
มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นโดยกลุ่มอำนาจเก่ามากกว่า"
ซึ่งทำท่าจะจริงในยุครัฐบาลปัจจุบัน

ที่น่าเศร้าก็คือทักษิณเอาวาทกรรมของพันธมิตรฯ
ที่ขับไล่ทักษิณมาทิ่มแทงอภิสิทธิ์และรัฐบาล
เพิ่มน้ำเน่าและโคลนตมสันดานต่ำของตนเข้าไป
วาทกรรมนั้นได้ผลทั้งในและนอกประเทศ เพราะเงินทักษิณ ความโง่ของฝรั่ง
และฝีมืออ่อนของรัฐบาล แม้กระทั่งชีวิตนายกรัฐมนตรีก็แทบจะรักษาไว้ไม่ได้

อภิสิทธิ์อาจมีความตั้งใจสูงกว่าสุรยุทธ์
แต่การทวงคืนของทักษิณรุนแรงและใหญ่โตขึ้นกว่ายุคสุรยุทธ์หลายเท่า

ถามว่าวันนี้อภิสิทธิ์ทำอะไร
ในเรื่องที่บ่นสุรยุทธ์ไว้หรืออภิสิทธิ์อยากเห็น ผมแถมในวงเล็บให้

(ที่ร้ายที่สุด คือ) "การแบ่งแยกประชาชน"

ทุกนาทีที่ผ่านไปในขณะนี้
โดยที่ยังไม่สามารถทำความเข้าใจกับประชาชน
ไม่ทำให้เหตุผลและความจำเป็นของการทำรัฐประหารประจักษ์ชัด
ไม่เกิดการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ก็จะเกิดผลในทางเพิ่มอันตราย ล่อแหลม
(เช่นเดียวกับที่มาของรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ชอบธรรมยิ่งกว่าทักษิณ+สมัคร+สมชาย
เสียอีกกลับไม่สามารถอธิบายให้ตกไปได้)

ประเมินจากความกระตือรือร้นในการทำงานเพื่อสะสางความไม่ถูกต้องของระบอบ
ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นในรัฐบาล คมช. คตส. ป.ป.ช.
หากไม่ยกระดับการทำงานจากที่เป็นมาในช่วง 3 เดือนแรก
ถ้าอยู่ระดับเดิมก็เป็นเรื่องยาก และอันตราย

ผมมองว่า ภายในต้นปี 2550 ก็จะถึงจุดที่สายเกินไป
อะไรที่จะจัดการคุณทักษิณก็จะถูกกลุ่มอำนาจเก่าปลุกปั่นให้ถูกมองเป็นเรื่อง
การกลั่นแกล้ง

ก่อน 19 กันยายน 2549 กลุ่มคนในสังคม 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มต่อต้านกับกลุ่มสนับสนุนทักษิณ อาจจะมีขนาดใกล้เคียงกัน

เมื่อเกิด 19 กันยายน 2549
กลุ่มต้านทักษิณหลุดออกไปส่วนหนึ่งแล้ว มีขนาดเล็กลง
เพราะบางส่วนเขาปฏิเสธรัฐประหาร หลังจากนั้นมา
กลุ่มต้านทักษิณเดิมก็แตกออกไปเรื่อยๆ
เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องอะไรไม่พอใจรัฐบาลหรือ คมช. เช่น
แต่งตั้งใครบางคนลงในบางตำแหน่ง คนกลุ่มนี้ก็หลุดออกไปเรื่อยๆ
ในขณะที่กลุ่มสนับสนุนทักษิณยังไม่หลุดออกจากกันเลย
เพราะไม่มีกระบวนการอะไรไปบอกว่าไม่ควรเอาทักษิณแล้ว

ถ้ากลัวว่า ก่อน 19 กันยายน
กลุ่มสนับสนุนทักษิณจะใหญ่กว่ากลุ่มต่อต้านทักษิณ ขณะนี้
ก็ใหญ่กว่าไปแล้วจริงๆ เพราะที่ผ่านมา กลุ่มทักษิณไม่ถูกทำให้แตกแยกเลย
ยิ่งกว่านั้น กระบวนการตีแผ่ความจริงของระบอบทักษิณโดยกลุ่มพันธมิตรฯ
ก็ยังต้องหยุดชะงักไปด้วย

รัฐบาล และ คมช.จะต้องตระหนักถึงเรื่องนี้

ทางเดียวที่จะสลายการแบ่งแยกประชาชน คือ
จะต้องเร่งสะสางปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ
และอธิบายให้สังคมเห็นความกระจ่างชัดว่า
บ้านเมืองเสียหายอย่างไรจากระบอบทักษิณ

ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องเน้นหนักในเรื่องนี้
ส่วนเรื่องนโยบายประชานิยมอื่นๆ อย่าไปคิดทำแข่งกับเขา
ถ้าทำอย่างนั้นก็จะเสียประชาชนส่วนที่ปฏิเสธประชานิยมอีก
มันจึงไม่มีทางเลือกอื่น

ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องการสะสางภารกิจตามข้ออ้างของการรัฐประหารตกเป็นของ
คตส. และ ป.ป.ช. ฝ่ายเดียว

ขณะนี้ ที่คนหงุดหงิดกันมาก คือ ไม่เห็นกระทรวง ทบวง กรม
ขับเคลื่อนเรื่องนี้เลย เห็นมีแต่คุณสัก กอแสงเรือง อาจารย์แก้วสรร
อติโพธิ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ฯลฯ บางกรณีสอบสวนอยู่
ทางการกลับแสดงท่าทีปกป้องระบอบทักษิณ ไม่ให้การส่งเสริมสนับสนุน
ร่วมมือในการสอบสวนและดำเนินเอาผิดต่อไป

เชื่อแน่ว่า ถ้าเป็นอย่างนี้อยู่ต่อไป คงจะไม่ไหว
(เดี๋ยวนี้ทุกอย่างซ้ำจะหนักขึ้นเสียอีก จนเขาโทษว่ามีอำนาจไม่รู้จักใช้
ปล่อยให้อดีตบริวารทักษิณชำเราประเทศชาติต่อ)

อย่าลืมว่า ประชาชนที่ถูกแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มๆ จะถูกปลุกปั่นได้โดยง่าย

และด้วยสถานการณ์แบบนี้เอง
ที่จะถูกนำไปอ้างและใช้เป็นเครื่องมือในสงครามกลางเมือง"

(ถ้าเกิดสงครามกลางเมืองจะโทษสุรยุทธ์ไม่ได้อีกแล้ว)

ผมเห็นปัจจัยสุญญากาศอยู่สิบอย่าง ฉบับนี้ยกตัวอย่างเพียงสอง คือ
การเลือกซ่อมซังกาบ๊วยกับการออกหมายจับคดีลอบสังหารสนธิ

อย่างแรกจะแสดงความชอบธรรมเทียมของทักษิณ

และอย่างหลังความชอบธรรมไม่แท้ของรัฐบาล

รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาทั้งสอง ซึ่งแบ่งแยกประชาชนกับประชาชน
ประชาชนกับรัฐบาล ถึงทักษิณจะถึงฆาตก็ไม่ต้องสนใจ

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000073053

ที่ว่าคนอิสานเป็นฐานเสียงใหญ่ของทักษิณ .....ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ทั้งๆที่ ทักษิณเลว
อย่างไรกินชาติโกงเมืองอย่างไร....จนทหารต้องปฎิวัติขับไล่ออกไป ซึ่งคนส่วนใหญ่
ก็สำเหนียกถึงความเลวอันนี้กันอยู่.....แล้วคนอีสาน ทำไมไม่รู้.....อันนี้น่าคิด

มีใครบ้างไหมคิดทำโพล หาข้อเท็จจริงกันหน่อย.....ไม่มี...
เห็นมีแต่โพลที่ทำกันสอบถาม
กันแต่ในหมู่คนแถวเมืองกรุง หรือรอบๆพระนคร แ่ค่ร้อยคน พันคนบ้าง.....มันจะไปได้
ความจริงอะไร....ต้องไปโน่นเลย ตามบ้านนอกทางภาคอีสาน แถว เลิงนกทา อาจสามารถ
กุดจับ บ้านเซ ฯลฯ....
เรา จะได้รู้ว่าที่เขายังภักดีต่อทักษิณ
อยู่เพราะเหตุใด........ถ้าเพราะเขาไม่รู้ถึงข้อมูลอันเป็นความจริง
ก็จะได้หาวิธีให้เขาเข้าถึง
จวามจริงให้ได้
ผมรับรองว่า คนอีสานไม่ใช่คนโง่....รู้หรือไม่ว่าคนอีสานเป็นคนเกลียดคนโกงอย่างที่สุดเพราะ
ธาตุแท้คนอีสานนั้นเป็นคนซื่อ เกลียดคนคดโกงคนหลอกลวง แต่ก็เชื่อคนง่าย......
ฉะนั้นผู้มีข้อมูลความจริง
มีเครื่ิงมือที่จะกระจายข้อมูลความจริงสู่คนอีสานได้ก็ต้องทำ
ให้ประจักษ์แจ้ง....ก็คือรัฐบาลนั่นแหละที่มีเครื่องมือเหล่านี้พร้อม.....รัฐ
ต้องทำสิครับ
ถ้าไม่ทำพวกเขาจะรู้ความจริงได้ไง.......
ปัจจุบันเห็นแต่พวกหัวขวด พวกหน้าเหลี่ยม ให้ข้อมูลเอ๊า
ให้ข้อมูลเอา.....เขาได้รับอยู่
แค่นี้ เขาก็ต้องเชื่อเอ๊า เชื่อเอา...เหมือนกัน
nat

--
ทำไม?
1. คนต่งจังหวัดรู้เรื่องความผิดของ นช แม้วน้อย
2. ข้าราชการทหาร มหาดไทย ตำรวจ ก็ยังเป็นคนของ นช แม้ว
3. คนเสื้อแดงก็ยังเดินหน้าปฎิบัติตามแผนได้
4. คดียิงสนธิ ลิ้มทองกุลไม่ก้าวหน้า
5. คดีตำรวจยิงประชาชนเมื่อ7 ตค ไม่คืบหน้า
6. คดีจักรภพ เพ็ญแข ยังไม่มีการฟ้อง
7. คดีของคนเสื้อแดงไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจังเมื่อ เดือน เมย.
...เป็นความล้มเหลวของรัฐบาลที่คิดว่าเนวิน ชิดชอบ ทรยศหักหลัง นช แม้ว
แต่แท้ที่จริงเป็นแผน แยกกันเดิน แยกกันตีเพื่อสู่เป้าหมาย คือยึดประเทศไทย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคประชาธิปัตย์ คือผู้สนับสนุน
--
กระบังลม กำลังเดินเกมซึมลึกแบบเงียบสนิท
เดินสายทอดผ้าป่าตามวัดต่างๆในบ้านนอกแบบถี่ยิบ
แถมทุ่มแจกเงินหัวหน้าคนที่รวบรวมกลุ่มคนเป็นเครือข่ายได้คนละแสนบาทในตอน
นี้ ยังมีการนำเที่ยวเป็นคันรถบัสอยู่ตลอด รัฐบาลอภิสิทธิ์ ทหาร
และพวกอำมาตย์ผู้ใหญ่เก่า
ไม่มีการตอบโต้สงครามมวลชนโดยการใช้สื่อสารมวลชนที่เป็นระบบ
มัวแต่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้ สักวันหนึ่งข้างหน้า กว่าจะรู้ตัว
มีดก็ปักอกเข้าถึงหัวใจไปแล้วแน่นอน หมดหวังปชป.
พวกคุณทำประเทศให้shipหายแน่นอน
ปชป.ทำงานไม่เป็น พูดเป็นอย่างเดียว
--
taksin =take sin คือคนบาป คนที่เอาแต่เรื่องชั่วๆหลอกลวง เลว
สนธิ คือการเกิดให้กำเนิดการเมืองใหม่ที่จะไล่คนบาป
ชะตาฟ้าดินกำหนดแล้ว
ใครเข้าใจเรื่องนี้ จะไม่เป็นคนชั่ว
เพราะเข้าใจฟ้าและดินและเกรงกลัวฟ้าดินลงโทษ คนบาปหนาไม่อาจเข้าใจ
หลังการต่อสู้ยาวนานของพันธมิตร 193 วัน ฟ้าดินรับทราบ
ความ เสียสละ ความอดทน ความตั้งใจทำดีเพื่อส่วนรวม
เมื่อพระจันทร์ยิ้มแล้ว ฟ้าดินจะปกป้องคนดี คนชั่วจะถูกลงโทษ
คนโง่เขลาสะสมบาปให้หนักหนาจนดิ้นไม่หลุดจากการลงโทษของฟ้าดิน
หยินหยาง