++

...+

Theขี้ฝุ่นริมทาง

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2552

อันตรายที่ไม่มีใครรู้_โปรดอ่าน

รู้ไว้ใช่ว่า เพื่อเราจะได้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารชนิดนี้พร้อมกับวิตามินซีค่ะ

ด้วยความห่วงใยค่ะ

ปุณณภา คุณดิลกบุญเขต

Subject: FW: อันตรายที่ไม่มีใครรู้_โปรดอ่าน
Date: Tue, 24 Mar 2009 07:32:21 +0000

เสียเวลาอ่านนิดนึ่งนะ...อันตรายทีไม่มีใครรู้...มาก่อน

ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ
เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น
ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ
ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี
ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างในกระเพาะ
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน " ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย
ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า"
ศาสตราจารย์ฟันธง
ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ "มันฆ่า " แล้วสารหนูมาจากไหน
ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน
นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น
กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก็ไม่เห็นเป็นไร
แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ
นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง
พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง
สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร
แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี
ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ
กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O 3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ซึ่งมีพิษ
หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั้นเอง
พิษสารหนูจะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและเอนไซม์ของซัลฟีดรีลขัดข้อง
เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจ ตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน
เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย
จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด
เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง
เพื่อความไม่ประมาท
เมื่ออ่านจบแล้ว โปรดส่งต่อไปยังบุคคล ที่คุณรักและห่วงใยด้วยนะ

FW: ขอน้ำใจท่านส่ง mail ต่อด้วย

Subject: ขอน้ำใจท่านส่ง mail ต่อด้วย
From: wanidas@hits.sahaunion.co.th
Date: Fri, 27 Mar 2009 15:18:07 +0700

เกิดชาติหน้าก็ขอให้สวยๆ,หล่อๆรวยๆนะครับ

เพื่อนของฉัน เพื่อนของฉันคนนี้ชื่อ น.ส ชุติมา หรือ ติ
ทำงานบริษัทเดียวกับฉันเป็นคน จ.อ่างทอง
เธออายุเพียงแค่ 24 ปี เธอมีลูกสองคน 5ขวบกับ
6ขวบเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ช่ายน่ารักทั้งคู่เพื่อนของฉันมี
ความสุขกับชีวิตครอบครัว พ่อ แม่ ลูก
อนาคตไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองรวมทั้งเพื่อน
ฉันด้วย ตอนนี้ชีวิตเธอน่าสงสาร เธอเป็นมะเร็งโพงจมูกระยะขั้นสุดท้าย
ชีวิตของเธอเหลือเวลาอีกไม่
นานที่จะอยู่กับครอบครัวและลูกของเธอสิ่งที่เธอห่วงที่สุดในตอนนี้คือลูกของเธอที่เป็นแก้วตาดวงใจของ
เธอจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่ยังเล็กทั้งคู่
ฉันจึงอยากจะให้เพื่อนๆในโลกใบนี้ที่ได้รับ mail ของฉันแบ่งปัน
ความสุขเล็กๆน้อยๆของท่านให้กับเพื่อนของฉันด้วย
ชีวิตของเธอเหลือเวลาอีกไม่นานและเธอต้องจาก
โลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกับ (ฉันมีโอกาสช่วยเธอได้มากกว่านี้หรือเปล่า)
ขอขอบคุณผู้ที่มีน้ำใจทุกท่าน
ติดต่อให้การช่วยเหลือ 08-02609848 คูณ พัชรี(ติ้ก) ขอน้ำใจท่านส่ง mail ต่อด้วย


(

Wanida Choeichuen
Prc Store Supervisor
Union Technology (2008) Public Co.,Ltd.
Tel : 038-341371-8 ext 3851
Fax : 038-341382
Mobile : 089-7547462
E-mail : wanidas@hits.sahaunion.co.th

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

Weebly l ใช้ "เว็บ" สร้าง "เว็บ" แค่คลิกๆ เขียนๆ ก็เสร็จแล้ว!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์



สำหรับมือโปรฯ ที่รู้ว่าการที่จะได้เว็บไซต์เป็นของตัวเอง และสามารถอวดคนทั่วไปได้นั้น จะต้องผ่านทั้งขั้นตอนของการออกแบบ และเขียนโปรแกรมต่างๆ ลงไป ซึ่งก็จะต้องใช้เครื่องมือระดับมืออาชีพที่เบสิกสุดๆ ก็เห็นจะเป็น "โฟโต้ช้อป (Photoshop)" และ "ดรีมวีฟเวอร์ (Dream Weaver)" ยังไม่รวมถึงการจดทะเบียนที่อยู่ของเว็บไซต์ หรือ "โดเมนเนม" และการเช่าพื้นที่ใช้งานเว็บ หรือที่เรียกว่า "โฮสติ้ง"


แต่สำหรับคนที่อยู่ออกห่างจากจากวงการอินเทอร์เน็ต ก็จะพบว่าคำสีแดง 4 คำที่เราไฮไลท์เอาไว้นั้น มันช่าง "น่าสับสน" และดู "ปรมาจารย์" เอามากๆ ฉะนั้นจะเป็นไปได้ไหมที่คนธรรมดาๆ หรือ บริษัท SMEs เล็กๆ จะสามารถมีเว็บไซต์ของตัวเองได้?!

บทความชิ้นนี้พร้อม "คอนเฟิร์ม" ว่า "คุณสามารถทำได้" และง่ายกว่าที่คุณจะคาดคิดได้ ที่สำคัญ มันไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ!


Weebly คือ เว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณมีเว็บไซต์ของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีความรู้ด้านใดๆ เกี่ยวกับเว็บไซต์เลย (ทั้งการออกแบบและโปรแกรม) แค่ตั้งชื่อเว็บไซต์ให้โดดเด่น จากนั้น"ลากแล้ววาง (Drag and Drop)" องค์ประกอบต่างๆ ที่คุณต้องการมีในเว็บ ภายในเวลา 10 นาที คุณก็มีเว็บไซต์ชื่อของคุณเองได้ โดยเม็ดเงินไม่กระเด็นออกจากกระเป๋าสักบาท!


อาจจะกล่าวเชิงเทคนิคให้ลงลึกไปก็คือ เว็บ Weebly เป็นเว็บไซต์ที่ทำให้ออกแบบเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย โดยการที่คุณเห็นอะไร หยิบมันใส่ลงไป ก็จะให้ผลเป็นแบบนั้น (What You See Is What You Get : WYSIWYG) ไม่ ต่างไปจากการออกแบบตารางหรือจัดหน้าในโปรแกรมเวิร์ด คุณสามารถใส่ตัวหนา ใส่กรอบ ใส่รูปได้ทันที่ที่คุณต้องการ แค่คลิกไอคอนต่างๆ ที่คุณคุ้นเคย

ที่สำคัญคือ ไม่ต้อง "ลง" หรือ "ใช้" โปรแกรมใดๆ นอกเสียจากโปรแกรมเปิดเว็บ (เบราว์เซอร์) อย่าง อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์, ไฟร์ฟอกซ์, กูเกิล โครม, ซาฟารี (แต่เท่าที่ลองทดสอบ อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ ถือว่าทำงานได้เสถียรและไวที่สุด)


ดูวิดีโอสาธิตการใช้งานการสร้สางเว็บไซต์ด้วย Weebly ได้ที่นี่




เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ด้วย Weebly
1. เข้าไปที่เว็บ www.weebly.com สมัครสมาชิกไปพร้อมๆ กับการเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ ด้วยการใส่ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และอีเมลที่คุณใช้อยู่ประจำ ติ๊กเลือกการยอมรับเงื่อนไขในการใช้บริการ จากนั้นกดปุ่ม "Start Creating"




2. จากนั้นก็ตั้งชื่อเว็บไซต์ของคุณ (Title Your New Site) และกด "Continue" รอสักพักเพื่อโหลดเครื่องมือต่างๆ สำหรับสร้างเว็บ

3. เมื่อมีปุ่มต่างๆ ปรากฎขึ้นแล้ว ขอให้มองที่แถบเมนูในแนวนอน จะเห็นเมนูต่างๆ อาทิ องค์ประกอบต่างๆ ในการสร้างเว็บ (Elements) การออกแบบเว็บ (Designs) การเพิ่มหน้าต่างๆ ให้กับเว็บ (Pages) และการตั้งค่าเว็บ (Settings)



และแถบในแนวตั้งจะเห็นเครื่องมือพื้นฐาน (Basic), การใส่ความเป็นมัลติมีเดียต่างๆให้กับเว็บ ( Multimedia), การหารายได้ (Revenue), และอื่นๆ (More)

เมื่อเข้าใจเครื่องมือต่างๆ แล้ว ก็เริ่มสร้างเว็บกันอย่างจริงจังได้เลย!

1. เข้าไปที่การออกแบบเว็บ (Designs) คลิกเลือกหน้าตาเว็บที่ต้องการ หน้าเว็บก็จะเปลี่ยนไปตามแบบที่เลือกทันที



2. เข้าไปที่การเพิ่มหน้าต่างๆ ให้กับเว็บ (Pages) แก้ไขและเพิ่มชื่อหน้าต่างๆ ที่ต้องการให้ครบ โดยการกดปุ่ม "New Page" เช่น หน้าแรก ผลิตภัณฑ์ บริการ เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา เป็นต้น



3. จากนั้นก็ลงมือใส่องค์ประกอบให้กับแต่ละหน้าได้เลย โดยการคลิกที่ชื่อเมนูของแต่ละหน้า แล้ว "ลาก"องค์ประกอบที่คุณต้องการมีในหน้านั้นลงมา "วาง" ที่พื้นที่ว่างด้านล่าง อาทิ...

ถ้าต้องการใส่ข้อความพร้อมๆ กับรูป

ให้เลือกเครื่องมือที่เขียนว่า "Paragraph with picture" > ลากปุ่มนั้นลงมาที่ช่องว่าง > เมื่อวางเสร็จแล้ว ไฮไลท์ที่ข้อความ แล้วลบออก > พิมพ์ข้อความใหม่ที่ คุณต้องการลงไป เสร็จแล้วมันจะทำการบันทึกทันที > ส่วนรูปเมื่อคลิกที่กล่องรูปภาพ ก็จะมีแถบเครื่องมือย่อยปรากฎขึ้นที่ด้านล่างของเครื่องมือหลัก ถ้าคุณต้องการใส่รูปก็กด "Upload New Image"



ถ้าต้องการใส่วิดีโอจากยูทูบ หรือกูเกิล วิดีโอ

ให้เลือกเครื่องมือแนวตั้งที่เขียนว่า "Multimedia" จากนั้น ลากปุ่ม "YouTube Video" ลงมายังตำแหน่งที่ต้องการ > คลิกสองครั้งที่ปุ่มนั้น ก็จะปรากฎเป็นวิดีโอตัวอย่าง > ต้องการเปลี่ยนวิดีโอที่คุณต้องการ ให้กดที่หน้าต่างวิดีโอนั้นอีกครั้ง จะมีแถบเครื่องมือย่อยปรากฎขึ้นที่ด้านล่างของเครื่องมือหลัก (ตำแหน่งเดียวกับการใส่ข้อความและภาพข้างบน) > ใส่ลิงก์วิดีโอยูทูบที่ต้องการ ตัวอย่าง http://www.youtube.com/watch?v=u7-44fgpss8 > ก็จะเห็นวิดีโอที่เราต้องการปรากฏขึ้นมาทันที




ถ้าต้องการใส่ที่อยู่เพื่อทำการติดต่อ

ให้เลือกเครื่องมือแนวตั้งที่เขียนว่า "More" จากนั้นเลือกปุ่ม "Contact Form" แล้วทำขั้นตอนทุกอย่างเหมือนสองฟีเจอร์ที่กล่าวไปแล้ว เพียงแค่ขั้นตอนสุดท้ายให้ตรวจสอบอีกครั้งว่าตรงช่อง "Email Comments to:" เป็นอีเมลที่คุณต้องการหรือไม่? ซึ่งสามารถเปลี่ยนมาใช้อีเมลอื่นได้ และทันทีที่มีใครเข้ามาฝากข้อความถึงคุณ ก็จะมีอีเมลจาก Weebly มาถึงคุณ พร้อมข้อความที่ผู้นั้นฝากมา

อย่างไรก็ดียังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้ขั้นตอนแบบเดียวกันทั้งสิ้น อยากให้คุณลองไปสำรวจดูให้ทั่วๆ อีกครั้งหนึ่ง หรือคลิกดูขั้นตอนพร้อมรูปอย่างละเอียดได้ที่นี่

เมื่อคิดว่าทุกอย่างได้ดั่งใจแล้ว ก็คลิกที่ปุ่มสีส้มด้านบนที่เขียนว่า "Publish" ได้ทันที จากนั้น ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องเลือกชื่อเว็บไซต์ของ คุณเองแล้ว (Option A: Subdomain of Weebly.com) หรือถ้าหากใครที่จดทะเบียนชื่อเว็บไซต์ไว้อยู่แล้วก็สามารถตั้งค่าให้ลิงก์ มายังเว็บไซต์ Weebly ที่คุณเพิ่งทำเสร็จไปได้ (Option C: I already own a domain) อ่านรายละเอียดค่าใช้จ่ายได้ที่นี่



สำหรับใครที่เลือก "Option A" แบบใช้โดเมนย่อยของ Weebly ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เช่น cbizreview.weebly.com ก็กด "Continue" รอสักพัก ก็จะพบกับหน้าต่างที่แสดงความยินดีกับเว็บไซต์ใหม่ของคุณ จากนั้นก็คลิกที่อยู่นั้นเพื่อชมผลงานของตัวเองได้เลย! ถึงตอนนี้คุณก็มีเว็บไซต์ของตนเองที่จะเข้ามาแก้ไขเมื่อไหร่ก็ได้ ง่ายเหลือเชื่อ!

อย่างไรก็ดี ขอเรียนอีกครั้งว่าฟีเจอร์ที่เรากล่าวมาทั้งหมดนั้น ทำให้คุณมีเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องเสียเงินแต่สตางค์เดียวจริงๆ แต่ถ้าหากคุณจ่ายเงินเดือนละ 5 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 170 บาท) ก็จะมีการอัปเกรดฟีเจอร์ในเว็บของคุณเพิ่มได้อีก เช่น การใส่รหัสผ่านให้กับหน้าเว็บแต่ละหน้าได้ หรือ สามารถเอาชื่อเว็บของ Weebly ที่อยู่ท้ายสุดของหน้าเว็บออกได้ เพื่อเพิ่มความเป็นมืออาชีพ และสุดท้ายคือความสามารถในการสร้างได้ 10 เว็บไซต์ภายใต้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดิม

นี่คือตัวอย่างของเว็บไซต์ที่ใช้เวลาชงบะหมี่สำเร็จรูปเพียง 2 ชามก็สำเร็จได้





ข้อดี

* มีองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการสร้างเว็บทั่วไป เช่น ใส่ภาพ เพลง หนัง มีช่องติดต่อกับทีมงาน ที่สำคัญสามารถเลือกใช้งานองค์ประกอบเหล่านี้ด้วยวิธีง่ายๆ แค่ลาก แล้ววาง

* มีระบบโปรแกรมให้เรียบร้อย เช่น ช่องติดต่อกลับ เมื่อมีคนส่งเมลเข้ามา ก็จะมีเตือนที่อีเมลของเจ้าของเว็บอีกที

* สามารถรองรับภาษาไทยได้ 99% (ซึ่งเว็บไซต์สร้างเว็บอื่นๆ ยังติดปัญหาตรงนี้เสียเป็นส่วนใหญ่)

* สำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องการทำเว็บขั้นสูงขึ้นมาหน่อย สามารถใช้เว็บที่สร้างฟรีๆ ของคุณโดย Weebly นี่แหละ หารายได้เล็กๆ น้อยๆ ให้กับตัวเองได้ โดยการใส่โฆษณาแบบตัวอักษรของกูเกิล (Google AdSense) โดยที่รายได้ที่ได้มาจะต้องแบ่ง 50% ให้กับทางเว็บ Weeblyด้วย

* สามารถเก็บข้อมูลคนเข้าชมเว็บได้จากเครื่องมือ "Google Analytic" ที่ใช้ได้ฟรีอีกด้วย (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ http://www.google.com/analytics/th-TH/index.html และ ที่นี่ http://www.weebly.com/support/index.php?pg=kb.page&id=23)

* สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์ในรูปแบบไฟล์บีบอัด (Zip File) ลงเครื่องคอมฯ เก็บไว้เพื่อเป็นการสำรองเนื้อหาในเว็บหากเกิดเหตุสุดวิสัยได้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ข้อเสีย

* หากใช้อินเทอร์เน็ต 1 เมกะไบต์ ก็ยังทำให้รู้สึกว่าการทำงานค่อนข้างหน่วงอยู่บางช่วง

* สำหรับการใส่ภาพ ไม่สามารถใส่รูปที่มีอยู่ในเว็บอยู่แล้ว โดยคัดลอกที่อยู่รูปบนอินเทอร์เน็ตมาใส่เข้าไปที่ Weebly เพราะทำได้แค่เพียงอัปรูปขึ้นไปใหม่เอง

* หนึ่งฟีเจอร์ทำได้ 1 ช่อง ไม่สามารถใส่ 2 ฟีเจอร์ในช่องเดียวกันได้ แต่ถ้าต้องการให้หน้าเว็บแบ่งเป็น 2 ฝั่งต้องใช้เครื่องมือแบ่งคอลัมน์ในส่วนเครื่องมือพื้นฐาน (Basic) ที่ชื่อว่า "Two Column Layout"

* สำหรับผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญด้วยเว็บขั้นสูง เว็บ Weebly ยังไม่เปิดโอกาสให้อัปโหลดไฟล์ CSS/HTML ของตัวเองขึ้นไปใช้กับเว็บของ Weebly ได้ ฉะนั้นก็ต้องให้รูปแบบเดิม ๆ ที่ทางเว็บสร้างขึ้นมาให้เท่านั้น

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ Weebly

เว็บไซต์ Weebly สร้างขึ้นเพื่อมีวัตถุประสงค์ให้คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับการสร้างเว็บสามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้โดยง่าย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2006 สร้างโดยนักศึกษาปริญญาตรี 3 คน ได้แก่ David Rusenko, Dan Veltri, และ Chris Fanini โดยได้รับเงินทุนจากบริษัทสนับสนุนการก่อตั้งเว็บไซต์ใหม่ๆ อย่าง "Y Combinator" หลังจากนั้นเพียง 2 ปี ก็มีผู้มาสมัครสร้างเว็บไซต์กับ Weebly กว่า 1 ล้านคนแล้ว สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ Weebly ได้ก็คือ ได้ถูกจัดอันดับให้เป็น 4 จาก 50 เว็บไซต์ที่ดีที่สุดของปี 2007 จากนิตยสาร Time
http://www.manager.co.th/CBizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9520000025701

สถานการณ์สุขภาพคนไทยวิกฤต ความเครียดกระฉูด ยาเสพติดระบาด วิกฤตน้ำมันแพง ฆ่าตัวตายสูงขึ้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    

       ผล สำรวจ 10 สถานการณ์เด่นสุขภาพคนไทย พบสังคมไทยแย่ตกอยู่ในห้วงความทุกข์ เครียดการเมืองแบ่งขั้ว-ยาเสพติดกลับมาระบาด-น้ำมันแพง-ซึมเศร้าฆ่าตัว ตายกระฉูด-ซีแอล-ภัยทางเพศ-เมลามีน-เอดส์ ส่วนสถานการณ์ด้านสาธารณสุข หมอ-พยาบาล แห่ลาออก 40% ย้อนกลับไปเหมือน 30 ปีที่แล้ว ประสิทธิภาพความปลอดภัยของผู้ป่วยตาย 35%

   
       วันที่ 24 มีนาคม ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล คณะทำงานสุขภาพคนไทย 2552 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม กล่าวในการเสวนา “10 สถานการณ์เด่นสุขภาพคนไทยควรรู้” พร้อมเผยแพร่หนังสือ “สุขภาพคนไทย 2552 เพื่อสุขภาวะแห่งมวลมนุษย์หยุดความรุนแรง” ว่า สถาบันจัดอันดับความสุขของโลก ได้จัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีความสุขเป็นอันดับรองสุดท้ายของกลุ่มประเทศอา เซียน ซึ่งก็สอดคล้องกับ 10 สถานการณ์เด่นด้านสุขภาพของคนไทย ที่คณะทำงานสรุปได้ในปีนี้ ซึ่งล้วนบ่งชี้ว่า สังคมไทยกำลังตกอยู่ในห้วงของการเป็นสังคมแห่งความทุกข์
      
       “เรื่องที่ควรต้องให้ความสำคัญมากที่สุด คือ เรื่อง ความรุนแรง ทั้งความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ความรุนแรงจากปัญหาการเมือง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงและเด็ก รวมถึงความรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษา เพราะปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงความซับซ้อนทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งและแก้ไขยากกว่าเรื่องเหล้า บุหรี่ หรือปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ” รศ.ดร.กฤตยา กล่าว
      
       รศ.ดร.กฤตยา กล่าวว่า ทั้งนี้ 10 สถานการณ์ด้านสุขภาพปี 2552 ประกอบไปด้วยความ เครียดของคนไทยอันเนื่องมาจากปัญหาการแบ่งขั้วทางการเมือง ปัญหายาเสพติดที่กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง วิกฤตน้ำมันแพงที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย อาการป่วยของคนไทยที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตายสูงขึ้น การประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ที่มีผลต่อการเข้าถึงยาของคนไทย ภัยทางเพศในสถานศึกษา สารเมลามีนที่ปนเปื้อนในน้ำนม แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผจญชะตากรรมในประเทศไทย ภัยเอดส์ที่คุกคามวัยรุ่นไทย และสุดท้ายคือ การมีสมัชชาสุขภาพที่จะมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาสังคม และสนับสนุนให้สังคมมีสุขภาวะ ใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของหนังสือสุขภาวะของคนไทย สามารถหาอ่านได้ที่ www.ipsr.mahidol.ac.th
      
       ด้าน ดร.อุมาภรณ์ ภัทรวาณิชย์ คณะทำงานสุขภาพคนไทย 2552 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการสำรวจระบบบริการสาธารณสุขของไทยในปีนี้ พบว่า มีข้อเสีย คือ บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระจุกตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนและเขตเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯ และยังมีอัตราการลาออกสูงถึง 40% ซึ่งเท่ากับย้อนไปสู่สังคมไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่มีปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุขมาก
      
       “นอก จากนี้ ยังมีปัญหาด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระหว่างการรักษา ทำให้มีการเสียชีวิตของผู้ป่วย 35% และเกิดปัญหาการฟ้องร้องทางการแพทย์มากขึ้น ขณะที่การป้องกันโรค เช่น วัคซีนต่างๆ แม้จะมีมากขึ้นแต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องการคัดกรองผู้ป่วย ทำให้ไม่สามารถตรวจพบผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะในการกรณีของมะเร็งปากมดลูกและโรคเบาหวาน” ดร.อุมาภรณ์ กล่าว
      
       ดร.อุมาภรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อดีที่พบ คือ ระบบบริการสุขภาพขยายตัวอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะระบบบริการปฐมภูมิ อีกทั้งระบบประกันสุขภาพก็มีความครอบคลุม ทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพลดน้อยลง ส่วนการให้บริการเพื่อป้องกันโรค เช่น วัคซีนต่างๆ ก็สามารถทำได้ทั่วถึงเกือบ 100% ที่สำคัญคือ ระบบบริการสาธารณสุขของไทย ถือว่ามีประสิทธิภาพในการให้บริการดีที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่โรงพยาบาลยโสธร ได้รับรางวัล “UN Putlic Service Awards 2008” ในสาขาหน่วยงานที่มีการปรับปรุงระบบการให้หรือเสนอบริการของตนให้ถึงประชาชน ได้เป็นอย่างดี จากองค์การสหประชาชาติ


http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000033644

สำหรับคนบางคน...ร้องไห้ครั้งเดียวก้อมากพอ

ไ ม่ แ ป ล ก ห ร อ ก
หากเธอจะทรุดเข่าร้องไห้กับประสาททราย
ที่เธอเฝ้าถนอมและเพียรสร้าง
แต่ต้องถูกคลื่นซัดพังทลาย
....เ พี ย ง ชั่ ว พ ริ บ ต า............
จริงอยู่.....
ประสาททราย....ที่บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงเศษทราย
สงบนิ่งที่ปราศจากเรื่องราวใด ๆ
ไม่สามารถบอกได้ถึง ความสูญเสียของเธอ
และไม่สามารถทดแทนได้ด้วยสิ่งใด
แต่เธอจะหวังอะไรนักเล่า....กับทราย.....

เมื่อ วิถีของทราย   ต้องคืนสู่ทะเล
จะหวังอะไรนักเล่า....กับคนบางคน
ที่เธอก็รู้มาตลอดว่า
ไม่ได้แตกต่างอะไรกับ ท ร า ย
จะหวังอะไรนักเล่ากับความฝัน.....
ความฝันที่เธอก็รู้อยู่ตลอดมาว่า
มันไม่มีวันจะเป็นจริงได้
ก็ได้...หากเธอจะคร่ำครวญ  เสียน้ำตา
แต่สำหรับบางคน....ร้องไห้ครั้งเดียวก็มากพอ

Story by : Angel Satan _Aim
Date : 11 May 2004

แพทย์เตือน สารอาหารเกินจำเป็น กระตุ้นภูมิแพ้ในเด็ก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    
       ข ึ้นชื่อว่าพ่อแม่ ใครๆ ก็รักลูก อยากให้ลูกได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุด ยิ่งผลิตภัณฑ์โภชนาการสำหรับเด็ก ที่เติมคุณค่าทางโภชนาการนั่นนี่ก็ยิ่งได้รับความนิยมมาก ถึงขนาดมีการเติมสารอาหารบางชนิดเข้าไป เช่น DHA หลายๆ เท่าเกินกว่าของที่จำเป็น เพราะผู้ผลิตบอกว่าจะช่วยให้ลูกน้อยพัฒนาเร็ว ฉลาด และอื่นๆ อีกมากมาย แต่เอ.... อาหารที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์กับลูก เป็นประโยชน์จริงๆ หรือว่าการกระตุ้นเด็กมากเกินไปจะเป็นโทษต่อลูกกันแน่
      

   
       ผศ.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตและผู้ช่วยเลขานุการ สมาคมโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ การที่เด็กสัมผัสสารกระตุ้นชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไปและติดต่อกันเป็นเวลานา นมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงกว่าเด็กทั่วไป สารกระตุ้นพวกนี้อาจมาจากอาหารที่มีสารบางชนิดในปริมาณมากเกินความจำเป็นที่ รับประทานติดต่อกันนานๆ หรือสารอื่นๆ ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานผิดปกติได้เช่นกัน และนี่ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้สูงถึงร้ อยละ 40 โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เด็กอายุ 1-10 ขวบเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง”
      
       ผศ.พญ. อรพรรณ จึงแนะนำให้พ่อแม่ดูแลให้ลูกได้รับประทานอาหารอย่างหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและการเจริญเติบโตให้ลูกแล้ว ยังลดโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ที่มีสาเหตุมาจากอาหารอีกด้วย รวมทั้งควรสังเกตว่าลูกมีอาการผิดปกติเมื่อรับประทานอาหารบางชนิด ในชีวิตประจำวันหรือไม่ หากสงสัยว่าลูกแพ้สารชนิดนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารชนิดนั้นเสีย

   
       อ าการภูมิแพ้จากการได้รับสารอาหารชนิดหนึ่งชนิดใดมากเกินไป จะแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน บางคนอาจจะมีผื่นแดงทั่วผิวหนัง บางคนอาจจะมีความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง บางคนออกอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ขณะที่บางคนออกอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม บางคนมีหลายอาการร่วมกัน นอกจากนี้ อาการภูมิแพ้จากอาหารแต่ละชนิดก็อาจแตกต่างกันไปอีกได้ ซึ่งพ่อแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการภูมิแพ้ของลูก เมื่อพบอาการที่น่าสงสัย ควรจดรายการอาหาร และปริมาณที่ให้ลูกรับประทานประจำ เพื่อปรึกษาแพทย์
      
       เอาละ ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ต้องหันกลับมาดูอย่างจริงจังแล้วว่า เราเลือกอะไรให้ลูก เกิดประโยชน์จริงหรือไม่ หรือว่าเกินความต้องการโดยเปล่าประโยชน์ รักลูก ก็ต้องรู้จักเลือก เพื่อให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดจริงไหม

Clip video กูไม่กลัวมึง / แสง ธรรมดา



คุณแสง ธรรมดา นักร้องพันธมิตรจากแดนใต้ มาขับร้องเพลง "กูไม่กลัวมึง" ร่วมกับวงดนตรีซูซู บนเวทีชั่วคราวสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันประกาศชัยชนะของพันธมิตรวันที่ 193 ของการชุมนุม ในวันที่ 3 ธันวาคม 2551 เวลา 10.05 น. ก่อนจะแยกย้ายไปกันจนเรียบร้อยในตอนบ่าย

Author: chaba2550
Keywords: แสง ธรรมดา กู้ชาติ สุวรรณภูมิ สนามบิน พันธมิตร 193 วัน ชัยชนะ การต่อสู้ ชุมนุม PAD Thailand ซูซู กูไม่กลัวมึง
Added: February 3, 2009

ปฏิรูปการเมืองเรื่องน่าเบื่อ


โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช

ดูเหมือนว่าเราจะทำการ “ปฏิรูปการเมือง” ตลอดเวลา โดยไม่รู้ว่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้นอย่างไร ผมเองเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์อะไรที่จะมาทำการปฏิรูปการเมืองโดยไม่ทำความ เข้าใจกันเสียก่อนว่า เวลานี้การเมืองเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด

การเมืองเปลี่ยนไปมากในยุคโลกาภิวัตน์ อย่างน้อย 9 ประการคือ

1. หน่วยวิเคราะห์ทางการเมือง เวลานี้มีมากขึ้นเพราะมีกลุ่มหลากหลายเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง

2. การเชื่อมโยงกันทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปโดยเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นต้นเหตุ ทำให้เกิด “ชุมชนที่ไม่มีตัวตน” เป็นชุมชนที่สัมพันธ์กันทางอินเทอร์เน็ต ไม่เห็นตัว ทำให้เกิดพฤติกรรมทางการเมืองที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และกลุ่มบุคคล

3. พลวัตทางการเมืองเปลี่ยนไปคือ มีความรวดเร็วขึ้น มีระยะเวลาสั้นลง มีความผันผวนมาก มีความชั่วคราวเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

4. รัฐไม่ใช่หน่วยทางการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด หรือมีอำนาจในการกำหนดทิศทางการเมืองแต่ฝ่ายเดียว หากมีองค์กรเหนือรัฐและนอกรัฐอีกมากมาย

5. หน่วยและพลังด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การต่างประเทศและศาสนา มีความเกี่ยวพันกันมากขึ้น

6. แม้พลังของอุดมการณ์ทางการเมืองจะลดความสำคัญลง แต่ก็มีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดความแตกแยก แบ่งคนออกเป็นกลุ่ม (เช่น เสื้อเหลือง-เสื้อแดง) ทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองยากที่จะเกิดการประนีประนอมกัน

7. ระบบทุนนิยมทำให้ประชาธิปไตยกลายสภาพเป็นธนาธิปไตย

8. ประชาธิปไตยแบบมีตัวแทน “representative democracy) มีปัญหาในด้านความชอบธรรม เพราะอิทธิพลของธนาธิปไตยมีการเรียกร้องให้เกิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (participative democracy) มากขึ้น และต้องการให้รัฐบาลสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม และขอคำปรึกษาความเห็นชอบจากประชาชนในการดำเนินนโยบายสาธารณะมากขึ้น

9. โลกภายนอก ต่างประเทศมีอิทธิพลต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมภายในประเทศมากขึ้น มีการกำหนดคุณภาพ-มาตรฐานระดับโลก ทำให้ประเทศต่างๆ ต้องยกระดับความเป็นสากลเพิ่มขึ้น จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาชนด้วย

ถ้าเช่นนั้น เราจะปฏิรูปการเมืองอย่างไร เวลานี้เมื่อพูดถึง “การปฏิรูปการเมือง” เรามักนึกถึง

1. การปรับเปลี่ยนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

2. การสร้างมาตรการในการตรวจสอบอำนาจทางการเมือง

3. การพัฒนาพรรคการเมือง และระบบการเลือกตั้ง

4. การสร้างคุณธรรม และจริยธรรมของนักการเมือง

การปฏิรูปการเมืองมักเกี่ยวกับเรื่อง 4 เรื่องนี้ เรื่องที่ยากที่สุดคือเรื่องที่ 4 ที่ทำง่าย และทำบ่อยๆ ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

หากย้อนไปดูการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั้ง 9 ข้อข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก่อให้เกิด “ช่องว่าง” ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางโลกกับระบบการเมืองไทย มิหนำซ้ำระบบการเมืองไทยยังมีปัญหาในตัวของมันอีก ก็ยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างสภาพแวดล้อมทางการเมืองใหม่กับระบบการเมืองแบบ เก่ามีมากขึ้น เราจึงได้ยินข้อเรียกร้องให้มีการเมืองใหม่

ดังนั้น การปฏิรูปการเมือง จึงน่ามีเป้าหมายในการเปลี่ยนระบบการเมืองให้สามารถจัดการกับสภาพแวดล้อม ใหม่ที่เกิดขึ้นในโลก มิฉะนั้นแล้วระบบการเมืองก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านต่างๆ ได้ สำหรับสังคมไทยแล้ว เราไม่ได้มีแต่วิกฤตเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีวิกฤตทางสังคมด้านความสมานฉันท์อีกด้วย มีข้อสังเกตว่าสังคมไทยไม่ได้มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงทางด้านศาสนา หรืออุดมการณ์ทางการเมือง แต่กลับมีความขัดแย้งในแง่การสนับสนุนตัวบุคคลมาทดแทนความขัดแย้งด้านอื่นๆ และความขัดแย้งในมิตินี้เองที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดของการเมืองไทยใน ปัจจุบัน

ผมเองหมดความสนใจในการปฏิรูปการเมืองอย่างที่ทำกันอยู่ไปนานแล้ว ผมเห็นว่า เมืองไทยเรายากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะแม้แต่การแยกระหว่างความดี และความชั่วก็ยาก ผู้กระทำความผิดโกงรัฐ ใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ก็ยังมีผู้นิยมยกย่อง และมีผู้สนับสนุนมากมาย การแสดงออกทางการเมืองก็ออกไปในลักษณะถ่อยๆ มากกว่าการแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์

ไปๆ มาๆ การเมืองกับสังคมไทยอาจเป็นเรื่องที่ขัดกัน การเมืองเป็นเรื่องที่มีความเป็นสาธารณะสูง แต่สังคมไทยมีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะเหตุนี้กระมัง เราจึงเห็นผู้คนในบ้านเมืองประท้วงรัฐบาลด้วยการปาไข่บ้าง ขว้างของใส่รถบ้าง ด่าทอด้วยคำหยาบๆ บ้าง

ใครจะปฏิรูปการเมืองก็เชิญเถิดครับ ผมไม่เสียเวลาด้วยหรอก

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000032565

ยามเฝ้าแผ่นดิน จับ ข้าราชการ และนักการเมือง ขึงพืด โดย แสดงข้อมูลความจริง ของ แต่ละคน แต่ละกลุ่ม แสดงให้สาธารณะทราบ ความดี ความเลว มีลำดับเวลา มีการวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ความสัมพันธ์ มีการเฝ้าติดตาม แล้ว แจ้งให้สาธารณะทราบ เป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง ทำใน นสพ. หรือ ASTV ก็ได้
สร้างเป็นจุดเด่น ที่ต่างจากสื่ออื่น ใครอยากรู้ข้อมูลจริง วิเคราะห์เจ๋ง ก็มาดูที่นี่ ไม่ต้องเสียเวลาไปดูที่อื่น
ว่าไปเรื่อย



ผมเห็นว่า เมืองไทยเรายากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะแม้แต่การแยกระหว่างความดี และความชั่วก็ยาก ผู้กระทำความผิดโกงรัฐ ใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ก็ยังมีผู้นิยมยกย่อง และมีผู้สนับสนุนมากมาย

-------------------------------------

คนในโลกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนโง่ นี่คือข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย
(ไม่ได้หมายความว่า เมืองไทยไม่ควรปกครงด้วยระบอบประชาธิปไตย)

ในเมื่อเราไม่สามารถทำให้คนส่วนใหญ่มีวิจารณญาณที่จะรู้ว่าใครดีใครชั่ว
ก็จะต้องทำให้คนชั่วไม่มีโอกาสพูดบิดเบือนความจริง

พูดเรื่องสิทธิเสรีภาพให้น้อยลง
พูดเรื่องคุณธรรมในการพูดให้มากขึ้น

เก็บดอกบัวมาทำเมี่ยง เมนูจากรั้วมทร.ธัญบุรี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    


ผลงานวิจัยจากต่างประเทศที่ ได้ศึกษาเฉพาะด้าน “บัว” พบว่า ปกติ ดอกบัวที่คนไทยมักใช้ไว้สำหรับการไหว้พระแล้ว  กลีบ บัว นั้นยังมีสรรพคุณ บำรุงร่างกาย ห้ามเลือด อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง เมล็ดหรือเม็ดบัว ก็สามารถ บำรุงกำลัง ทำให้นอนหลับดี เกสรบัว ก็สามารถเป็นยาสมานแผลในร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท และส่วนที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจก็คือ ดีบัว ที่เมื่อเราทานเม็ดบัวแล้วจะรู้สึกขม คุณสมบัติของดีบัวคือสามารถขยายหลอดเลือดในหัวใจ
      
       และนั่นจึงเป็นที่มาของการคิดค้นเมนูชูสุขภาพ “ เมี่ยงบัวหลวง” ของผู้ช่วยศาสตราจารย์พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม หัวหน้าประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี กับเมนูที่ทำขึ้นง่ายๆ
      
       “มี วิธีทำง่ายเหมาะแก่การทำรับประทานกันในครัวเรือน เหมาะกับผู้รักษาสุขภาพและต้องการไฟเบอร์สูง อีกทั้งเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของดอกบัวหลวงที่มีมากในจังหวัดปทุมธานีและ แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง” ผศ. พงษ์ศักดิ์ กล่าว
      
       สำหรับส่วนผสมในการทำน้ำเมี่ยง ได้แก่ น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย น้ำ ½ ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ข่าคั่วโขลก 1 ช้อนชา ราผักชีคั่วโขลก 1 ช้อนชา กะปิเผา ¼ ช้อนชา
      
       ส่วนกรรมาวิธีที่ไม่ยากนักคือนำส่วนผสมดังกล่าวมาเคี่ยวพอค้นโดยใช้ไฟอ่อนๆ แล้วจากนั้นผศ.พงษ์ศักดิ์ บอกว่า “ขณะ ที่เคี่ยวนี้เราควรหมั่นคนตลอดเวลาเพื่อป้องกันการไหม้ ระหว่างนี้เราสามารถเตรียมเครื่องเคียง ซึ่งประกอบไปด้วย ดอกบัวหลวง เกสรบัวหลวง เมล็ดดอกบัวหลวง มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสง กุ้งแห้ง มะนาว ขิง หัวหอมแดง หั่นให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า และ พริก หั่น สำหรับดอกบัวหลวงและเกสรบัวหลวงนั้นเราควรเลือกดอกที่กำลังจะบาน เพราะจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากกลีบของดอกบัว นี่เป็นเคล็ดลับของความหอมอร่อย ผศ. พงษ์ศักดิ์เผย
      
       และ เมื่อได้ดอกบัวหลวงพร้อมเกสรมาแล้วเราควรล้างทำความสะอาดโดยใช้ทริคในการ ล้างคือให้ใช้น้ำผสมเกลือเล็กน้อยในการล้างเพื่อความสะอาดและความสด
       “ เด็ด ดอกบัวออกทีละกลีบ เมื่อล้างเสร็จนำมาวางให้สะเด็ดน้ำ ทานพร้อมเครื่องเคียงข้างต้น ก็จะได้ความหอมจากดอกบัวและรสชาติที่กลมกล่อมจากน้ำเมี่ยง พร้อมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดี รับรองความอร่อย” ผศ.พงษ์ศักดิ์สรุป
      
       เอาล่ะ หากท่านใด สนใจอยากนำสูตรไปทำกันบ้างก็ไม่หวงหรือ อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้สามารถ ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-89600-0993

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000021098